Blog

ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1) แถลงผลการจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ

วันนี้(วันศุกร์ ที่ 17 ม.ค.68) เวลา 13.30 น.

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
ผบ.ตร.
พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์
รอง ผบ.ตร.(สส)

มอบหมายให้
พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์
ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1)

พร้อมด้วย
พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน
ผบช.ภ.3
พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์
รอง ผบช.ภ.3
พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น
รรท.ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา
และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งก่อเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ เป็นที่สนใจแก่ประชาชนและสื่อมวลชน ที่เกิดในพื้นที่ สภ.บัวใหญ่ คือ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสีคิ้ว

โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ ใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้, พาผู้อื่นไปเพื่อกระทำอนาจาร โดยขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย และลักทรัพย์โดยทำด้วยประการอื่น เพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือ เพื่อให้พ้นจากการจับกุม”

ทั้งนี้ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายให้ทำงานโดยยึดหลักกฎหมายและรอบคอบตามหลักยุทธวิธีตำรวจที่ได้ฝึกทบทวนมาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียแก่ครอบครัวพี่น้องข้าราชการตำรวจ ตามที่ ผบ.ตร. ได้ฝากข้อห่วงใย

ซึ่งการจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดหลักการทำงานแบบ “กัดไม่ปล่อย ล่าไม่ถอย คอยไม่เลิก” จนสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่พี่น้องประชาชน

ในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ฝากถึงผู้เสียหายว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับผู้เสียหาย โดยจะรวบรวมพยานหลักฐาน สอบสวนอย่างตรงไปตรงมาปราศจากข้อสงสัยจากทุกฝ่าย ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทำงานด้วยความวิริยะ อุตสาหะ เสียสละ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมส่วนรวม และขอให้รักษาความดีนี้ไว้สืบต่อไป

ณ ภ.จว.นครราชสีมา ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา

ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1)ประชุมขับเคลื่อนข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.3

ตามคำสั่ง ตร. ที่ 578/2567 ลง 26 พ.ย.2567 และคำสั่ง ตร. ที่ 609/2567 ลง 20 ธ.ค.2567 ประกอบบันทึกสั่งการ ผบ.ตร. ลง 24 ธ.ค.2567 ท้ายหนังสือ สง.รอง ผบ.ตร.(สส) ที่ 0001(สส)/302 ลง 23 ธ.ค.2567 เรื่อง การมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบในงานสืบสวนสอบสวน มอบหมายให้ พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1) รับผิดชอบกำกับการบริหารราชการ ภ.3 (เฉพาะ บก.สส.) รวมทั้งสั่งและปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ในลักษณะงานสืบสวนคดีอาญา และงานสอบสวนคดีอาญา

วันนี้(วันศุกร์ ที่ 17 ม.ค.68) เวลา 10.30 น.

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
ผบ.ตร.
พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์
รอง ผบ.ตร.(สส)

มอบหมายให้
พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์
ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1)

เดินทางมาประชุมขับเคลื่อนพร้อมทั้งแนะนำชี้แจงแนวทางการปฏิบัติราชการงานสืบสวน และงานสอบสวน ให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.3 เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของ ผบ.ตร. และ รอง ผบ.ตร.(สส)

โดยมี
พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์
รอง ผบช.ภ.3
พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ
ผบก.ภ.จว.สุรินทร์
พล.ต.ต.สนธยา แต่แดงเพชร
ผบก.สส.ภ.3
พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์
ผบก.ศฝร.ภ.3
พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น
รรท.ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา
รอง ผบก.ฯ ที่รับผิดชอบงานสืบสวนสอบสวน
แต่ละ ภ.จว. ในสังกัด ภ.3
และข้าราชการตำรวจสังกัด ภ.3
เข้าร่วมการประชุม

ได้กำชับให้ปฏิบัติดังนี้
ข้อสั่งการงานสืบสวน
1.การรายงานเหตุให้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น “ทันทีเมื่อมีเหตุเกิดขึ้น” โดยให้รายงานทางโทรศัพท์ ทางไลน์ หรือช่องทางที่สามารถทำได้ แล้วจึงรายงานทางเอกสารตามประมวลระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 18 บทที่ 1 ด้วย
2.ให้จัดทำแฟ้มหมายจับ และมีเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบแต่ละหมายจับให้ชัดเจนในแฟ้มต้องมีข้อมูลครบถ้วนถูกต้องสมบูรณ์มีการเคลื่อนไหวเป็นปัจจุบันตลอดเวลา โดยให้ผู้บังคับบัญชาควบคุม สั่งการ เร่งรัดคดีทุกระยะ จนกว่าจะสืบสวนคลี่คลายคดีหรือปิดคดีได้ ตรวจสอบทุกหมายว่าขาดอายุความหรือถอนหมายแล้วหรือไม่ทุกครั้ง
3.ให้เร่งรัดจับกุมตามหมายจับ โดยเฉพาะหมายที่ใกล้หมดอายุความโดยใช้แนวคิด “กัดไม่ปล่อย ล่าไม่ถอย คอยไม่เลิก”
4.เมื่อมีเหตุเกิดขึ้นฝ่ายสืบสวนทุกระดับ ต้องลงไปในพื้นที่เกิดเหตุทันที ไม่ต้องรอ สั่งการ ให้ออกไปพื้นที่เกิดเหตุโดยเร็ว โดยให้ผู้บังคับบัญชาระดับภาคและ ภ.จว. ลงไปเป็นผู้อำนวยการสั่งการด้วยตนเอง
5.ต้องมีข้อมูลท้องถิ่นครบถ้วน
-แผนที่เดินดิน สถานที่สำคัญ
-ข้อมูลบุคคลพ้นโทษ
-ข้อมูลกล้อง CCTV
-ข้อมูลอาชญากรรม
6.การทำงานต้องมีการบูรณาการร่วมกัน ระหว่าง สืบสวนภาค สืบสวนจังหวัด และสืบสวนโรงพัก ให้มีการประสานงานกัน มีการแบ่งหน้าที่กันทำ และทำงานกันเป็นทีม ”ยุคนี้ไม่มีเด็ดยอดหรืออาบัง
เป็นผลงานภาพรวมทุกหน่วย“
7.การให้ข่าวหรือการสัมภาษณ์ในคดีต่าง ๆ ห้ามให้ข่าวเกี่ยวกับรายละเอียดของคดีเพราะอาจทำให้เสียหายต่อรูปคดี “นักสืบต้องพูดให้น้อย ทำงานให้มาก”
8.การบริหารคดีให้มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล
งานสืบสวน งานสอบสวน และนิติวิทยาศาสตร์
ต้องทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน มีการประสานความร่วมมือและข้อมูลซึ่งกันและกัน
9.ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ตรวจสอบควบคุม กำกับ ดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด หากพบว่ามีการกระทำความผิดให้ดำเนินการทั้งคดีอาญาทางวินัยและทางปกครองอย่างถึงที่สุด การทำงานของนักสืบต้องยึดกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับ นโยบายของผู้บังคับบัญชาโดยเคร่งครัด

ข้อสั่งการงานสอบสวน
1.พนักงานสอบสวนต้องรวบรวบพยานหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องเท่าที่จะรวบรวมได้เพื่อพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา ผู้บังคับบัญชาทุกระดับต้องควบคุม ตรวจสอบเสนอแนะ พนักงานสอบสวน ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ที่เกี่ยวข้อง เป็นที่พึ่งของน้อง ๆ
2.กำซับให้พนักงานสอบสวนรวมทั้งผู้บังคับบัญชา ทุกระดับ ปฏิบัติตามคำสั่ง ตร. ที่ 419/2556 ลง
1 ก.ค.2556 เรื่อง การอำนวยความยุติธรรมในคดีอาญา การทำสำนวน การสอบสวนและมาตรการควบคุมตรวจสอบเร่งรัดการสอบสวนคดีอาญา อย่างเคร่งครัด “อย่าปล่อยให้พนักงานสอนสวนทำงานอย่างโดดเดี่ยว”
3.กำชับพนักงานสอบสวน ให้รับเลขรับคำร้องทุกข์ให้เป็นไปตามระเบียบ อย่าให้เกิดข้อร้องเรียนว่าพนักงานสอบสวนไม่รับคำร้องทุกข์ ห้ามมิให้พนักงานสอบสวนปฏิเสธการรับคำร้องทุกข์ โดยเหตุว่าการกระทำความผิดอาญานั้นมิได้เกิดใน ท้องที่รับผิดชอบของตน ให้รับคำร้องทุกข์แล้วเสนอ ผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาส่งสำนวนการสอบสวนไปยังท้องที่รับผิดชอบตามกฎหมายโดยเร็ว
4.กำชับการสั่งปล่อยตัวชั่วคราวพิจารณาด้วยความรวดเร็ว จะเรียกประกันหรือหลักประกันเกินควรแก่กรณีไม่ได้ คดีความเสียหายเกี่ยวกับทรัพย์ให้พิจารณาประกันหรือหลักประกันเป็นไปด้วยความรอบคอบได้สัดส่วนในความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งนี้เป็นไปตามข้อบังคับประธานศาล ฎีกา รวมทั้งคำสั่ง ตร. ที่กำหนดไว้
5.กรณีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมในคดีสำคัญหรือ คดีที่เป็นที่น่าสนใจ ตร. อาจให้นำสำนวนมาพบ เพื่อติดตามเร่งรัด การสอบสวนให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ คำสั่งที่เกี่ยวข้อง
6.การออกหมายจับ
-ออกเฉพาะหมายจับคุณภาพ
-กรอกข้อมูลหมายในระบบ
-ตรวจสอบหมายไม่มีคุณภาพ
7.การกระทำความผิดในลักษณะมีความต่อเนื่องหลายพื้นที่ สลับซับซ้อน ประชาชนให้ความสนใจเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล หรือคดีที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านหากพิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อประโยชน์ในการรวบรวมพยานหลักฐาน เห็นสมควรโอนคดีให้ส่วนกลางหรือให้ส่วนกลางตังคณะทำงาน ให้เร่งรัดดำเนินการเสนอมา ตร. เพื่อมิให้เกิดความล่าช้าในการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน

ณ ห้องประชุมสุรนารายณ์ ศฝร.ภ.3 ต.จอหอ อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา

ตำรวจลำพูนลุยหนัก


ตามปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายเครือข่ายยาเสพติด
“รวบแล้ว 2 หนุ่ม ค้ายาผ่านแอป เผยซุกไว้ในสวนลำไย กว่า 12,000 เม็ด”
สืบเนื่องจาก วันที่ 17 ม.ค.67 เวลา 07.00 น. ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน บูรณาการกำลังฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดยุทธการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายเครือข่ายยาเสพติด ในพื้นที่ จว.ลำพูน ตามนโยบายรัฐบาล เร่งรัดปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดและนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการระดมตรวจค้นเป้าหมายเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ

จึงกำหนดให้เปิดปฏิบัติการระดมปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายยาเสพติดพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อปราบปรามเครือข่ายผู้ค้ารายย่อยและรายใหญ่ในพื้นที่ไปพร้อมกัน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเร่งด่วน และจัดการปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาด ขยายผล ยึดและอายัด ดำเนินการต่อเบาะแสร้องเรียน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน


โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดลำพูนและศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน โดย นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผวจ.ลำพูน , พล.ต.ต.บุณยวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.จว.ลำพูน ได้บูรณาการกำลัง ตำรวจ , ฝ่ายปกครอง , ทหาร , จนท.ป.ป.ส.ภ.5 , พฐ.จว.ลำพูน , ตม.จว.ลำพูน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายเครือข่ายยาเสพติด ทำการปิดทั่วจังหวัด 8 อำเภอ 12 สถานีตำรวจ ดำเนินการ 30 เป้าหมาย ผลการดำเนินการ จับกุม 23 คดี ผู้ต้องหา 24 ราย จับกุมหมายจับ 4 หมาย/ราย ของกลางยาเสพติด (ยาบ้า) จำนวน 12,829 เม็ด ตรวจยึดทรัพย์สิน มูลค่ารวมกว่า 853,100 บาท


โดยมีเป้าหมายเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ ได้แก่ ในพื้นที่ อ.ลี้ ซึ่ง จนท.ตร.ชุดจับกุม ได้ขยายผลจากผู้ต้องหาเสพไปสู่ผู้ต้องหาครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่ายกว่า 12,000 เม็ด โดยผู้เสพรับว่าได้ติดต่อสั่งซื้อยาเสพติด จากนายเจมส์บังผ่านแอปฟลิเคชั่น messenger ก่อนนัดรับกัน ซึ่งเป็นผู้ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงได้อาศัยอำนาจเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เข้าตรวจค้นบริเวณบ้าน พบเครื่องกระสุนปืน กระสุน 9 มม 2 นัด , กระสุน .22 5 นัด และผู้ต้องหาได้ให้ถ้อยคำกับเจ้าหน้าที่ว่านำยาเสพติดไปฝังไว้ที่ใต้ต้นลำไย นำมาฝังซุกซ่อนไว้

เมื่อมีผู้ติดต่อขอซื้อยาเสพติดจึงนำเอาไปส่งให้กับผู้ซื้ออีกที เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า“ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อการค้าโดยผิดกฎหมาย และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ผู้นั้นสมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย”


ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูนจะดำเนินการอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง และเข้มข้นต่อไป ทั้งในด้านการปราบปรามยาเสพติดและป้องกันอาชญากรรมทุกรูปแบบ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับพี่น้องชาวลำพูน และมุ่งเน้นสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งนี้หากพบเห็นอาชญากรรมหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิดและยาเสพติด โปรดแจ้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูนได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง หรือ โทรสายตรง 053-569-790

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตอกย้ำปณิธาน “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” ชาวจังหวัดเลยอย่างยั่งยืน..
มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพผู้ยากไร้ พร้อมมอบจักรยานให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบท และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่บริการประชาชนฟรี
.
วานนี้ (วันศุกร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2568) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมลงพื้นที่จังหวัดเลย (จังหวัดที่ 17 ของทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จัดพิธีมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ครัวเรือนยากจน จำนวน 28 ครัวเรือน เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว และมอบจักรยาน จำนวน 20 คัน ให้แก่โรงเรียนชนบทที่ขาดแคลน จำนวน 2 โรงเรียน เพื่อให้นักเรียนที่ประสบปัญหาในการเดินทางได้ยืมเรียน รวมถึงเป็นการแบ่งเบาภาระค่าพาหนะแก่ผู้ปกครองได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเสริมสร้างให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย เรียนรู้กฎจราจร เรียนรู้การแบ่งปัน และดูแลรักษาสาธารณสมบัติร่วมกัน รวมมอบในจังหวัดเลย คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น จำนวน 713,430 บาท (เจ็ดแสนหนึ่งหมื่นสามพันสี่ร้อยสามสิบบาทถ้วน) นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมบรรเทาสาธารณภัย (กู้ชีพ) และอาสาสมัครลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน กิจกรรมนันทนาการ ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผม ฯลฯ ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยมี นายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุรพล แก้วอินธิ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชนเป็นประธานร่วมในพิธี และคณะมูลนิธิสว่างคีรีธรรม จังหวัดเลย เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี รวมทั้ง ประชาชน เยาวชน และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา เป็นผู้รับมอบ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อาทิ นายวสวิศว์ ศตพิพัฒน์ (ต้น-วสวิศว์) และ นายธวัชชัย คชาอนันต์ (แฮ็ค ชวนชื่น) ร่วมมอบและสร้างสีสันภายในงาน ณ บริเวณมูลนิธิสว่างคีรีธรรม จังหวัดเลย
.
โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยในกลุ่มเป้าหมายแรกดำเนินการในพื้นที่ภาคกลาง 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ต่อมา ได้ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือ 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน ซึ่งได้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในขณะได้พิจารณาพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 20 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ นครราชสีมา อุดรธานี มุกดาหาร หนองบัวลำภู บึงกาฬ ยโสธร ศรีสะเกษ มหาสารคาม ขอนแก่น อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ สกลนคร เลย หนองคาย และ นครพนม
.
ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาการดำเนินงานอีกในหลาย ๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ต่อไป ติดต่อสอบถาม ตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ http://www.facebook.com/atpohtecktung
.
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

แม็คโคร หาดใหญ่ โฉมใหม่ พบสินค้าคุณภาพหลากหลาย

แม็คโคร หาดใหญ่ โฉมใหม่ พบสินค้าคุณภาพหลากหลาย
รวมความสะดวกครบครันไว้ในที่เดียว ตอกย้ำตัวจริงค้าส่งแห่งเดียวของหาดใหญ่

กรุงเทพฯ 16 มกราคม 2568 – บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก “แม็คโคร-โลตัส” เปิดโฉมใหม่ แม็คโคร สาขาหาดใหญ่ ขึ้นแท่นตัวจริงค้าส่งในหาดใหญ่ ที่รวบรวมสินค้าคุณภาพและบริการที่หลากหลาย ครบ คุ้ม คุณภาพดี พร้อมเคาน์เตอร์ซูชิและซาชิมิ ซีพีอูโอริกิ (CP UORIKI) ไก่อบ และซอร์ฟ เสิร์ฟ นอกจากนี้ แม็คโคร สาขาหาดใหญ่ ยังได้ขยายโซนสินค้าอาหารสด ซีฟู้ด เคาน์เตอร์เนื้อ เคาน์เตอร์ชีสนำเข้าจากประเทศต่าง ๆ (Siam Food Service) สินค้าสำหรับนักท่องเที่ยว สินค้านำเข้า สินค้าฮาลาล โซนเบเกอรี่ที่อบสดใหม่ทุกวัน รวมถึงเครื่องปรุงนานาชาติในราคาค้าส่งที่ดีที่สุด ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ประกอบการและลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งงานนี้ได้รับเกียรติจาก คุณสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ร่วมเปิดโฉมใหม่ แม็คโคร หาดใหญ่ โดยมีคณะผู้บริหารแม็คโครให้การต้อนรับ

ซีพี แอ็กซ์ตร้า เดินหน้าปรับโฉมและขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ตามกลยุทธ์องค์กรที่มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางชุมชน เพื่อรองรับการใช้ชีวิตแบบสมาร์ทของคนทุกวัย ควบคู่การสร้างงานสร้างอาชีพให้กับประชากรในพื้นที่และสนับสนุนเกษตรกรในท้องถิ่น ด้วยการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร โดยการปรับโฉมในครั้งนี้ จะช่วยรองรับกำลังซื้อ และการจับจ่ายสินค้าของลูกค้าในหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ สอดรับกับการเติบโตของเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในช่วงต้นปี ซึ่งส่งผลบวกต่อการเติบโตทางธุรกิจของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่วันนี้ – 15 กุมภาพันธ์ 2568 ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมกระตุ้นการจับจ่ายตามนโยบายภาครัฐ ‘Easy
E-Receipt 2.0’ ลูกค้าที่มาซื้อสินค้าที่แม็คโครและโลตัส รวมถึงแอปพลิเคชันออนไลน์ ทั้ง Makro PRO และ Lotus’s SMART App สามารถแสดงใบเสร็จรับเงินที่ซื้อสินค้าภายในวันนั้นๆ พร้อมบัตรประชาชน เพื่อรับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) หรือ ใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) ณ จุดบริการลูกค้าของแม็คโครและโลตัสทุกสาขาทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ยังได้เปิด “โครงการหลวง คัดสรรสินค้าคุณภาพ จากยอดดอยสู่แดนใต้” คัดสรรสินค้าคุณภาพผ่านการการรับซื้อผลิตผลจากโครงการหลวง จากยอดดอยสู่ผู้บริโภคในภาคใต้ เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงผักผลไม้ปลอดภัย คุณภาพสูง ได้มาตรฐาน ในราคาที่คุ้มค่า พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีและสนับสนุนการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกรชาวเขา สอดคล้องพันธกิจร่วมกันระหว่างโครงการหลวง และ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ที่มุ่งส่งเสริมเกษตรกรชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งมีสินค้าไฮไลท์ที่ยกจากยอดดอยสู่แดนใต้กว่า 60 รายการ อาทิ เคพกูสเบอร์รี่ สตรอเบอรี่ เสาวรส พริกหวาน บีทรูท บัตเตอร์นัท ดอกไม้เมืองหนาว รวมทั้งสินค้าแปรรูป และอื่นๆ ได้แก่ น้ำสลัดเพื่อสุขภาพ และข้าวเกรียบโครงการหลวง

ทั้งนี้ ซีพี แอ็กซ์ตร้า จะจัดมหกรรมสินค้าคุณภาพจากโครงการหลวงในราคาพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 16-19 มกราคม 2568 ณ แม็คโคร หาดใหญ่

CPAXTRA #ซีพีแอ็กซ์ตร้า #แม็คโครหาดใหญ่โฉมใหม่ #แม็คโครหาดใหญ่ตัวจริงค้าส่ง #สดยืนหนึ่งครบคุ้มกว่าใคร #makrothailand

ติดตามข้อมูลและข่าวสารต่าง ๆ ของบริษัทฯ ผ่านช่องทาง ดังนี้

จับหนุ่มเมียนมา จัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์

วันนี้ (15 มกราคม 2568) เวลาประมาณ 10.30 น. ภายใต้การสั่งการของ
พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม.,
พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.,
พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ รอง ผบช.สตม.,
พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6 ,
พ.ต.อ.กันตวัฒน์ พงศ์สถาบดี รอง ผบก.ตม.6 ,พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ฯ ปรก.บก.ตม.6

ได้สั่งการให้ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.วรรณชัย สุขแจ่ม สว.ตม.จว.นครศรีธรรมราช, ร.ต.อ.สถาพร ขวัญเทพ
รอง สว.ตม.จว.นครศรีธรรมราช , พร้อมชุดสืบสวน ตม.จว.นครศรีธรรมราช

จับกุม : ชาย สัญชาติเมียนมา ถือหนังสือเดินทาง

ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำการฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน”

สถานที่จับกม : ต.นาบอน อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช

นำตัวผู้ถูกจับกุมมายัง สภ.นาบอน เพื่อจัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวผู้ต้องหาส่ง พงส.บก.สอท.2 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ตม.กระบี่ สนธิกำลัง รวบหนุ่มรับจ้างเปิดบัญชีม้า

ตม.จว.กระบี่ ร่วม ปอท. กับ ตำรวจท่องเที่ยวรวบหนุ่มรับจ้างเปิดบัญชีม้า

ภายใต้การอำนวยการของ
พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม.,
พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.,
พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6 ,
พ.ต.อ.กันตวัฒน์ พงศ์สถาบดี รอง ผบก.ตม.6 ,
พ.ต.อ.ศุภโชค หยงสตาร์ รอง ผบก.ตม.6 ,
พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.สส.ฯ ปรก.บก.ตม.6 ,
พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผกก.ตม.จว.กระบี่,
พ.ต.ท.สุเมธ กนกเหมพันธ์ รอง ผกก.ตม.จว.กระบี่,
ว่าที่ พ.ต.ท.วิรัตน์ อินทร์ยอด สว.ตม.จว.กระบี่,
พ.ต.ต.ศานติพจน์ นวนเรือง สว.ตม.จว.กระบี่ โดยชุดสืบสวน ตม.จว.กระบี่ ได้สืบสวนหาข่าวจนทราบว่า ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันเป็นอั้งยี่ , ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ , ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน,สมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองตนขึ้นไปเพื่อการกระทำผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน”

ได้หลบหนีไปพักอาศัยและทำงานเป็นกุ๊กอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งในเกาะพีพี จึงได้วางแผนและทำการจับกุมตัวส่งตัวไปยัง พงส.กก.1 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้วยในพื้นที่จังหวัดกระบี่ มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมาก ตม.จว.กระบี่ จึงได้มีมาตรการออกตรวจพื้นที่ ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวและประชาชน ตลอดจนสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว และหากประชาชนท่านใดพบเห็นการกระทำผิด กรุณาแจ้งมายัง ตม.จว.กระบี่ โทร 075 611097 จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

โครงการแดร์สร้างคนดี สร้างสังคม ปลอดยาเสพติด


วันที่ 15 ม.ค.68
เวลา 14.30 – 15.30 น.
ภายใต้การอำนวยการ ของ
พ.ต.อ.เกียรติชัย เกิดโชค ผกก.สภ.สองพี่น้อง พ.ต.ท.ผจญ หว่างอิ้ง รอง ผกก.ป.สภ.สองพี่น้อง พ.ต.ท.นาวิน กันพิพิช สวป.สภ.สองพี่น้อง
มอบหมายให้ ด.ต.ธนัท วรานนท์วนิช ผบ.หมู่ ป.สภ.สองพี่น้อง (ครูตำรวจแดร์) พร้อม นสต.ฝึกงาน
ดำเนินการให้ความรู้โครงการ “การศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน D.A.R.E.” และ การป้องกันภัยทางออนไลน์ ให้กับเด็กนักเรียนชั้น ป.5 รร.วัดท่าไชย(ประชานุกุล)

มาเยี่ยมบุคคลที่ซื่อตรง คนดี

มาเยี่ยมบุคคลที่ซื่อตรง คนดี
ที่รักเคารพ และมิตรภาพที่มั่นคง

ด้วยพุทธคุณบารมี สมเด็จโตวัดระฆัง โฆษิตาราม และ
หลวงปู่ทวด วัดช้างให้
ขอให้ท่านจำแลง กุลเจริญ อดีต ปธ. แผนกคดีแรงงานในศาลฏีกา ปธ. ศาลอุทรณ์ ภาค 3 อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา รัชดา ให้ท่านหายเป็นปกติ มีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ มีอายุยืน ปลอดภัยจากโรคภัยทั้งปวง
รพ. ศิริราช
ด้วยความรักเคารพยิ่ง
สุทิน บัวตูม
17 ม.ค. 68

รับพรปีใหม่

ศ.ดร.สามารถ จับโจร นำคณาจารย์จากหลักสูตรศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เข้าพบนายอำนาจ เย็นยิ่ง อธิบดีผู้พิพากษาภาค 3 เพื่ออวยพรปีใหม่ ในการนี้ได้มอบภาพเขียน ท่านพุทธทาส ภิกขุ เพื่อ เป็นมงคลชีวิต ในโอกาส ปีใหม่ 2568 ที่สำนักงาน ศาลยุติธรรมภาค 3 ถนนราชนิกูล วันที่ 16 มกราคม 2568