Blog

“พาณิชย์” เดินห้าง “โลตัส-แม็คโคร”

“พาณิชย์” เดินห้าง “โลตัส-แม็คโคร” ดูความพร้อม รับ Easy E-Receipt 2.0
ด้วยทัพสินค้า พร้อมส่วนลดและสิทธิประโยชน์มากมาย กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงต้นปี

กรุงเทพฯ 15 มกราคม 2568 – บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก “แม็คโคร-โลตัส” ร่วมกระตุ้นการจับจ่ายในไตรมาสแรก ขานรับนโยบายภาครัฐ ‘Easy E-Receipt 2.0’ โดยได้รับเกียรติจากร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เยี่ยมชมความพร้อมของแม็คโครและโลตัส ในการรองรับโครงการดังกล่าว โดยมีนางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับ

‘ซีพี แอ็กซ์ตร้า’ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย พร้อมอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าในการจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าลดหย่อนภาษีที่แม็คโครและโลตัสทุกสาขาทั่วประเทศ รวมถึงแอปพลิเคชันออนไลน์ ทั้ง Makro PRO และ Lotus’s SMART App อีกทั้ง ยังเปิดพื้นที่ขายฟรีให้ผู้ประกอบการ OTOP วิสาหกิจชุมชน และวิสาหกิจเพื่อสังคมที่เข้าร่วมโครงการ Easy E-Receipt ที่โลตัสทุกภูมิภาคได้ออกบูธจำหน่ายสินค้า เพื่อให้ลูกค้านำไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีสำหรับปี 2568 สูงสุดถึง 50,000 บาท พร้อมเสริมทัพแคมเปญมอบส่วนลดและสิทธิประโยชน์มากมาย ที่แม็คโคร และโลตัส ทุกสาขา ตั้งแต่ 16 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2568

คืนสิ่งดีๆสู่สังคมดีๆ

อยู่อย่างมีเกียรติ ทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี เป็นที่พึ่งของสังคม
คืนสิ่งดีๆสู่สังคมดีๆ

รายงานข่าวโดย
อรวรรณ บุณยธาดา

Recap รวมผลงานด้านCSRในต่างประเทศ
ปี 2567
งานสังคมสงเคราะห์ราชอาณาจักรบาห์เรน” 2024 CSR. International Recap”
ด้วยความร่วมมือระหว่าง
Times of Bahrain Thai collaborating with CJAT &RDRTC .
รวมผลงานด้านปี 2567
งานสังคมสงเคราะห์ราชอาณาจักรบาห์เรน
ไทมส์ออฟบาห์เรนไทยร่วมกับ สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยพัฒนาประเทศไทย
มหานครข่าว มหานครข่าว
อินเตอร์เนชั่นเนล มหานครทีวี
-ร่วมสร้างมัสยิดในอินเดีย
-แฟชั่นโชว์ Soft power ชุดไทย

  • จิตอาสาร่วมสนับสนุนกิจกรรม Autism เด็ก Special needed in Bahrain
  • กิจกรรมทำความสะอาดชายหาดบาห์เรน
    -กิจกรรมบริจาค เสื้อผ้าสิ่งของเครื่องใช้
  • งานเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านสร้างสรรค์ สู่สังคมทั้งในและต่างประเทศ
    -กิจกรรมทางสังคม MUN ภายใต้ UN หลายๆครั้ง บริจาค เครื่องดื่ม ชา ขนมขบเคี้ยว อุปกรณ์เล่นเกมส์ หมวก แว่นตา ตุ๊กตาในงาน
    ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR) และกิจกรรมอื่นๆ
    เพื่อมุ่งหวังที่จะมีส่วนสนับสนุนเป้าหมายทางสังคมในด้านการกุศล การรณรงค์ หรือการกุศลโดยการมีส่วนร่วมสนับสนุนการเป็นจิตอาสา
    ตามปณิธาน
    ท่านนายก ศิโรจน์ มิ่งขวัญ
    นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทยดังคำกล่าวที่ว่า
    “อยู่อย่างมีเกียรติ ทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี เป็นที่พึ่งของสังคม”
    Corporate social responsibility (CSR) aims to contribute to societal goals of a philanthropic, activist, or charitable nature by engaging with
    supporting volunteering.

เลี้ยงปีใหม่ 2568


ท่านโสภณ บุลกูล หัวหน้าคณะตุลาการศาลปกครองสูงสุด ท่านสมยศ วัฒนาภิรมย์ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ท่านสมภพ ผ่องสว่าง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ดร อดิศร ไชยคุปต์ รองอัยการสูงสุด และกรรมการอัยการ ( กอ.) สุทิน บัวตูม ผจก. ฟุตซอลทีมชาติไทย ชุดฟุตซอลโลก และ ประธานที่ปรึกษาอัยการ การบังคับคดี มล โอรัส เทวกุล ที่ปรึกษาอัยการ การบังคับคดี และ พ.ต.อ. ธณัชชนม์ เก่งกสิกิจ ผกก. 3 บก. ปปป. ร่วมเลี้ยงอาหารเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2568 ท่ามกลางความรักเคารพ อบอุ่นแบบญาติสนิทและมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่ ณ ห้องอาหารจีน รร.มิราเคิ้ลแกรนด์ ถ.วิภาวดีรังสิต
13 ม.ค. 68

มหาวิทยาลัยศิลปากร กับการใช้ความสร้างสรรค์เพื่อการขับเคลื่อนและสร้างรายได้ให้กับประเทศ

มหาวิทยาลัยศิลปากร กับการใช้ความสร้างสรรค์เพื่อการขับเคลื่อนและสร้างรายได้ให้กับประเทศ

วันนี้ (13 มกราคม 2568) ศ.ดร.ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า “มหาวิทยาลัยศิลปากรเชื่อมโยงการใช้ความสร้างสรรค์เพื่อขับเคลื่อนและสร้างรายได้ให้กับประเทศได้ โดย​ทิศทางของรายได้ที่มาจากอุตสาหกรรมสร้างสรรค์มีการเติบโตขึ้นเป็นแนวโน้มที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ และคาดว่าจะเติบโตมากขึ้นต่อไปในอนาคต โดยที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 63-65 มูลค่าการส่งออกสินค้าสร้างสรรค์ของประเทศไทยเติบโตขึ้นต่อเนื่อง เฉลี่ยปีละกว่า 50,000 ล้านบาท หรือขยับใกล้เข้ามาช่วงปี 2566 ที่ผ่านมา องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ก็ประกาศว่าประเทศไทยของเราเป็นประเทศที่มีค่าดัชนีส่งออกสินค้าสร้างสรรค์ อันดับ 1 ซึ่งเป็นอันดับที่ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน หมวดสินค้าสร้างสรรค์ที่เป็นที่นิยมจากต่างประเทศและส่งออกสูงสุดคือสินค้าหมวด ‘งานออกแบบ’ (Design) คิดเป็น 86.14% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด

​นอกจากนี้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ยังพบว่าประเทศไทยมีแนวโน้มที่ดีในการเติบโตของกลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์ เรามีธุรกิจสร้างสรรค์มากกว่า 80,000 กิจการในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จากอดีต ซึ่งทำให้เกิดการจ้างงานกลุ่มแรงงานสร้างสรรค์เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นเรื่องที่จะส่งผลดีต่อ GDP ของประเทศไทยเรา

​ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะเรามีทั้งการสนับสนุนจากภาครัฐทั้งในด้านงบประมาณและโครงการ มีศูนย์ส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ที่ให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ขับเคลื่อนการสร้างมูลค่าด้วยศิลปะในประเทศให้เติบโตเดินหน้า เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ทั้ง 4 กลุ่ม หรือ 12 สาขาของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็น

  1. กลุ่มรากฐานทางวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (Creative Originals)
  2. กลุ่มคอนเทนต์และสื่อสร้างสรรค์ (Creative Content/ Media)
  3. กลุ่มบริการสร้างสรรค์ (Creative Services)
  4. กลุ่มสินค้าสร้างสรรค์ (Creative Goods/ Products)

ซึ่งทั้ง 4 กลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทั้งหมดนี้เป็นส่วนประกอบสำคัญของมหาวิทยาลัยศิลปากร เรามีสาขาวิชาที่ผลิตคนในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และมีจุดมุ่งหมายในการขับเคลื่อนและสร้างรายได้ให้กับประเทศผ่านผลงานสร้างสรรค์และองค์ความรู้แห่งความสร้างสรรค์หลากหลายแขนงและประเภท ซึ่งเป็นอีก 1 ฟันเฟืองสำคัญที่ผลิตคนคุณภาพเข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ด้วยการสร้าง mindset ที่ดีและความสามารถในการครีเอทผลงานที่จะช่วยขับเคลื่อนรายได้ของประเทศจากความสร้างสรรค์เหล่านี้

รวมถึงเทรนด์ความสนใจปัจจุบันที่เปลี่ยนไป เด็กรุ่นใหม่อย่าง Millenials หรือ Gen Z มีความสนใจในเรื่องศิลปะที่กว้างมากขึ้น เป็นทั้งผู้ผลิตผลงานและเป็นนักสะสม ทำให้ตลาดศิลปะเติบโตมากขึ้น และจะไม่หยุดเติบโตในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน

และยังกล่าวต่อว่า มหาวิทยาลัยมีผลงานศิลปะและงานสร้างสรรค์ที่ขับเคลื่อนประเทศได้ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยศิลปากรมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศผ่านงานศิลปะและนวัตกรรมหลากหลายแขนง เราเป็นเหมือนแหล่งบ่มเพาะศิลปินและนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ ๆ อยู่เสมอ รวมถึงมีการผลิตงานวิจัยและนวัตกรรมใหม่ๆ และให้ความสำคัญกับการส่งเสริมวัฒนธรรมและสังคม

​ศิลปากรใช้ศิลปะในการมีส่วนร่วมกับสังคมและชุมชนโดยรอบมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการปรับทัศนียภาพด้วยศิลปะบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์และที่อื่น ๆ การเปลี่ยนพื้นที่รกร้างด้วยศิลปะ หรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในการนำศิลปะเข้าไปช่วยยกระดับจิตใจผู้คนให้มีทัศนคติและจิตใจที่เปิดกว้าง เพราะเมื่อนึกถึงศิลปะแล้วเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่นึกถึงศิลปากร ในด้านการขับเคลื่อนสังคม เรามีทั้งศิษย์เก่าที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติส่งต่อจิตวิญญาณทางศิลปะให้กับชนรุ่นหลัง มีผลงานรางวัลศิลปกรรมแห่งชาติ และรางวัลนวัตกรรมต่าง ๆ ที่มีรากฐานมาจากศิลปะและความสร้างสรรค์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ มีการผลิตบัณฑิตคุณภาพให้กับผู้ใช้งานบัณฑิต ทำให้เกิดการขับเคลื่อนขนาดใหญ่ในกลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์ของประเทศ ดึงดูดสายตานักลงทุนให้เข้ามาที่ศิลปินชาวไทยและสามารถพาผลงานศิลปินไทยไปสู่สายตาชาวโลกได้มากขึ้นด้วย

มหาวิทยาลัยยังมีแนวทางเพื่อต่อยอดและสร้างรายได้ให้กับประเทศ เนื่องจากมหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นมหาวิทยาลัยที่ฉายภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งเกี่ยวกับความสร้างสรรค์และศิลปะมายาวนานกว่า 81 ปี และเรายังให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนวิสาหกิจ ธุรกิจนวัตกรรมและงานสร้างสรรค์ ที่ไม่ใช่เป็นเพียงการตอบสนองต่อนโยบายภาครัฐ แต่เป็นการวางรากฐานมหาวิทยาลัยศิลปากรที่ตอบโจทย์ด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะการสร้างแหล่งรายได้ใหม่ด้วยองค์ความรู้และศาสตร์ที่เป็นความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัย ทำให้ในปัจจุบันเรามีเป้าหมายสำคัญคือนอกจากเรียนรู้เรื่องศิลปะและลงมือทำได้แล้วนั้น งานทุกอย่าง องค์ความรู้ทุกประเภทจะต้องสามารถมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนประเทศได้ด้วย เพื่อให้ผลงานนั้นมีมูลค่าและมีคุณค่า ไม่เป็นการเรียนเพื่อสร้างและทิ้งอย่างเปล่าประโยชน์ เพื่อให้ตอบโจทย์กับเป้าหมายนี้ ตอนนี้มหาวิทยาลัยของเราได้มีการจัดทำโครงการ University Holding Company เป็นโครงการผสานความร่วมมือและสร้างเครือข่ายวิสาหกิจ ทำข้อตกลงร่วมกับองค์กร หน่วยงาน หรือบริษัทต่าง ๆ ที่เราเล็งเห็นว่าเป็นสิ่งที่สามารถส่งออก สร้างมูลค่าเพิ่ม และนำผลงานของนักศึกษาของเราไปต่อยอดเป็นการขับเคลื่อนประเทศด้วยการสร้างรายได้จากผลงานสร้างสรรค์ ไอเดียใหม่ ๆ ที่นำไปต่อยอดให้อิมแพคมากขึ้นได้ ซึ่งจะช่วยให้ผลงานศิลปะและไอเดียของผลผลิตของศิลปากร สามารถเข้าไปช่วยขับเคลื่อนประเทศได้อีกช่องทางหนึ่ง

และยังกล่าวถึงเรื่องอนาคตของศิลปะและความสร้างสรรค์ต่อว่า ​ศิลปะและความสร้างสรรค์ต่อจากนี้จะมีแต่ยิ่งเติบโตขึ้นมากกว่าเดิม เพราะมีแนวโน้มที่เราเห็นกันได้ชัดว่าคนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าและพร้อมจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับงานศิลปะมากขึ้น ยุคนี้ศิลปะเข้าไปอยู่ในงานป๊อปมากขึ้น เช่น การดีไซน์กล่องสุ่ม การออกแบบ Art toy หรืองานคราฟท์ งานฝีมือที่มีความยูนีค ในยุคนี้จะได้รับความนิยมสูงมาก ตลาดธุรกิจสร้างสรรค์ขยายมากขึ้นกว่าเดิม ถือเป็นสัญญาณที่ดีเกี่ยวกับอนาคตของโลกศิลปะด้วย

​ที่สำคัญคือ มหาวิทยาลัยศิลปากรของเรามองว่าศิลปะนั้นอยู่ในทุกสิ่ง ไม่จำเป็นจะต้องเป็นการวาดเขียนเท่านั้น ทุกสาขาวิชาเรามีรากฐานมาจากศิลปะทั้งหมด ต่อให้เป็นสายวิทยาศาสตร์ก็จะเป็นวิทยาศาสตร์ที่มีศิลปะมาเกี่ยวข้อง และที่สำคัญคือในอนาคตอันใกล้นี้มหาวิทยาลัยศิลปากรเองก็กำลังจะเป็นคณะสหเวชศาสตร์ แต่ก็จะเป็นคณะด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพที่ไม่ทิ้งความเป็นศิลปะ เป็น Art Wellness Centre ที่ใช้ศิลปะในการช่วยบำบัดรักษา เยียวยาจิตใจและร่างกายด้วยพลังแห่งความสร้างสรรค์
​จึงมองว่าต่อให้ในอนาคตโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ศิลปะก็จะยังเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีและเติบโตเฟื่องฟูขึ้นจากความร่วมมือทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงสถาบันที่มีรากฐานมาจากศิลปะอย่างมหาวิทยาลัยศิลปากรเอง เพื่อช่วยขับเคลื่อนการทำงาน ขับเคลื่อนสังคม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้าสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่าต่อไป

ศ.ดร.ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร ยังพูดถึงคณะใหม่ที่กำลังจะเปิด เพื่อพลิกโฉมมหาวิทยาลัยศิลปากรเพชรบุรีเป็น Art and Science for Community คือ คณะสหเวชศาสตร์ คาดว่าจะเริ่มเปิดการเรียนการสอนในสาขาวิชากายภาพบำบัดเป็นสาขาวิชาแรก ซึ่งคาดว่าจะเปิดในปี 2569

สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่

  • FACEBOOK: SILPAKORN UNIVERSITY
  • IG: @SILPAKORN_UNI
  • TIKTOK: @SILPAKORN_UNI
  • LINE: @SILPAKORN_UNI
  • YOUTUBE: SILPAKORN CHANNEL

สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขอเชิญชวนสาธุชน ทานสาคูสิริมงคล ทำบุญสะเดาะเคราะห์(พะเก่ง)

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ..
“หนึ่งปีมีครั้งเดียว”
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขอเชิญชวนสาธุชน ทานสาคูสิริมงคล ทำบุญสะเดาะเคราะห์(พะเก่ง)
ในงานเทศกาลตรุษจีน
ประจำปี ๒๕๖๘
ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย สักการะหลวงปู่ไต้ฮง ลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา [พะเก่ง] หนึ่งปีมีครั้งเดียว! เฮง เฮง เฮง ตลอดปีมะเส็ง
.
ระหว่างวันที่ 28 มกราคม – 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยนายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ขอเชิญทุกท่าน ร่วม “สักการะหลวงปู่ไต้ฮง” ขอพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีนเพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ ลงชื่อ สวดชัยมงคลคาถา หรือ “พะเก่ง” ซึ่งหนึ่งปีมีครั้งเดียวเท่านั้น .. เพื่อสะเดาะเคราะห์ ขอให้ครอบครัวมีสุข เสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตา เสริมความมั่นคงสถาพร ตลอดปี รวมถึงทำบุญสะเดาะเคราะห์และเสริมความเป็นสิริมงคลกับรูปปั้นนักษัตรปีมะเส็ง พร้อม รับประทาน “สาคูสิริมงคล” เพื่อความกลมเกลียวและอยู่เย็นเป็นสุข อัญเชิญ “ฮู้แดง” (ยันต์) ของหลวงปู่ไต้ฮง เพื่อนำไปประทับหน้าบ้าน เคหะสถาน หรือพกติดตัวเพื่อคุ้มครอง “เคาะระฆังทอง” ให้ก้องกังวานเพื่อให้ชีวิตสดใส การงานรุ่งเรืองระบือไกล และ ร่วม “พิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์” เพื่อขอพรเทพยดาฟ้าดินเนื่องในวันประสูติ (ทีกงแซ) ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ เช่น หลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ (โดยในวันที่ 28 มกราคม และ 5 กุมภาพันธ์ 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดบริการโต้รุ่ง)
.
พิธีสวดชัยมงคลคาถา [พะเก่ง] สำหรับท่านที่สะดวกการทำบุญออนไลน์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดให้มีการลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา ทำบุญพะเก่งออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ได้ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568 ที่ http://www.pttfny.net/cnny ให้ผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านได้ร่วมพิธีเพื่อสริมความมั่งมีศรีสุขตลอดปีมะเส็ง ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418
.
ติดต่อสอบถาม ตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ http://www.facebook.com/atpohtecktung
.
ทั้งนี้ เนื่องจากมีผู้มีจิตศรัทธามาร่วมทำบุญบริจาคเป็นจำนวนมาก อาจส่งผลให้ผู้ที่ใช้เส้นทางใกล้เคียงมูลนิธิฯ ได้แก่ ถนนพลับพลาไชย ถนนเจ้าคำรพ ถนนมังกร ถนนหลวง ถนนเสือป่า ไม่ได้รับความสะดวกในการสัญจร มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจึงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้
.
** ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ตรุษจีนปีนี้ ขอให้มั่ง มี ศรี สุข **

Senior Inspector General Takes Action Nonstop: Cutting Off “Mule Accounts,”

Senior Inspector General Takes Action Nonstop: Cutting Off “Mule Accounts,” a New Form of National Security Threat

Today (January 13, 2025) at 10:30 a.m., Police General Thatchai Pitaneelaboot, Senior Inspector General/Director of the Police Cyber Taskforce (PCT), along with Police Major General Attasit Sutsanguan, Deputy Commissioner of The Cyber Crime Investigation Bureau ; Police Major General Phongsiam Meekhantong, Deputy Commissioner of the Tourist Police; Police Major General Chusak Khananit, Commander of the Anti-Money Laundering Bureau; and Colonel Worrathat Wichuwanich, Superintendent of the Royal Thai Police Cadet Academy, held a meeting with the Bank of Thailand.

The meeting, led by Ms. Rung Mallikamas, Deputy Governor for Financial Institutions Stability; Ms. Daranee Saechu, Assistant Governor for Payment Systems Oversight and Consumer Protection; and Mr. Buncha Manungkunchai, Advisor to the Deputy Governor for Financial Institutions Stability, focused on strategizing a major crackdown on financial crimes. The goal is to close loopholes exploited by criminals to defraud Thai citizens and drain significant national resources.

Nationwide Shutdown of Mule Accounts

Currently, over 500,000 mule accounts are being used for scams, causing immense damage to Thailand’s economy. “We must close this loophole!” said Police General Thatchai, adding that since 2022, criminals have used mule accounts to steal over 100 billion baht from Thai citizens. These accounts have been used to channel money through Thailand’s financial infrastructure and transfer funds into cryptocurrency, ultimately moving money out of the country to call center gangs, which are often part of foreign organized crime networks.

The meeting revealed that over 200,000 people have opened mule accounts, most of whom are working-age individuals. This has resulted in a labor shortage of 200,000 workers in the Thai economy. Many of these account holders are likely to face arrest warrants. The banking sector must address this issue promptly to prevent further disruption to the national economy.

Operation “Breaking the Criminal Bridge”

This meeting also marked the launch of Operation “Breaking the Criminal Bridge,” aimed at cutting off all pathways used by call center gangs to deceive citizens. By eliminating the use of mule accounts for criminal activities, Police General Thatchai emphasized the importance of aligning with the policy of Prime Minister Paetongtarn Shinawatra.

“We will no longer allow call center gangs to deceive our citizens! Shutting down mule accounts is a targeted, decisive action that will be carried out swiftly and effectively through the collaboration of all sectors,” he stated.

Urgent Action from the Bank of Thailand

Ms. Rung Mallikamas, Deputy Governor of the Bank of Thailand, assured that the Bank would urgently collaborate with the Police Cyber Taskforce (PCT) to establish policies and solutions to prevent criminals from exploiting bank accounts. This initiative aims to protect Thai citizens from becoming victims of international organized crime groups.

จเรตำรวจแห่งชาติลุยตัดวงจรบัญชีม้า

จเรตำรวจแห่งชาติลุยตัดวงจรบัญชีม้า ภัยความมั่นคงของชาติรูปแบบใหม่ หารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย เดินหน้าปิดบัญชีม้าทั่วประเทศ

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (จตช./ผอ.ศปอส.ตร.) เปิดเผยว่า วานนี้ (13 มกราคม 2568) ตนพร้อมด้วย พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี , พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว , พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด ผู้บังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี , พ.ต.อ.วรธัช วิชชุวาณิชย์ อาจารย์ (สบ 5) กลุ่มงานคณาจารย์ คณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมกับธนาคารแห่งประเทศไทย ภายใต้การนำของ น.ส.รุ่ง มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน , น.ส.ดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน , นายบัญชา มนูญกุลชัย ที่ปรึกษารองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน หารือแผนปราบการกระทำผิดทางการเงินครั้งใหญ่ เพื่อปิดช่องทางที่มิจฉาชีพใช้ในการโกงและขโมยทรัพยากรจากคนไทยจำนวนมหาศาล

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2565 มิจฉาชีพใช้บัญชีม้าในการปล้นทรัพยากรคนไทยไปมากกว่า 100,000 ล้านบาท โดยใช้ infrastructure (โครงสร้างพื้นฐาน) ของประเทศไทย และไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการโยกย้ายเงินไปสู่
คริปโตเคอเรนซี นำเงินออกนอกประเทศไปให้กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ซึ่งเป็นองค์กรอาชญากรรมที่เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งข้อมูลจากการประชุมเปิดเผยว่ามีคนเปิดบัญชีม้ากว่า 2 แสนราย ส่วนใหญ่เป็นบุคคลในวัยทำงาน โดยมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยที่ขาดแคลนแรงงานถึง 2 แสนคน ซึ่งบุคคลเหล่านี้มีแนวโน้มที่อาจจะถูกออกหมายจับ ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ภาคธนาคารต้องจัดการให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ระบบเศรษฐกิจของชาติได้รับผลกระทบหนักกว่านี้

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ยังสะท้อนถึงการเปิดยุทธการ “ระเบิดสะพานโจร” ที่จะปิดกั้นทุกช่องทางที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้ในการหลอกลวงประชาชน โดยตัดช่องทางการใช้บัญชีม้าในการกระทำความผิด โดยในการประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นตามนโยบาย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จะไม่ยอมให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์มาหลอกลวงประชาชนได้อีกต่อไป การปิดบัญชีม้าเป็นการกระทำที่มีเป้าหมายชัดเจน และจะดำเนินการอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพภายใต้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ด้าน น.ส.รุ่ง มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ยืนยันว่า จะดำเนินการอย่างเร่งด่วนร่วมกับ ศปอส.ตร. ในการกำหนดนโยบายและการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว เพื่อไม่ให้คนร้ายใช้ช่องทางบัญชีธนาคารหลอกลวงคนไทยให้ตกเป็นเหยื่อจากกลุ่มแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติอีกต่อไป

จเรตำรวจแห่งชาติระบุหญิงชาวจีน 2 คน เดินทางกลับประเทศโดยปลอดภัยแล้ว

จเรตำรวจแห่งชาติระบุหญิงชาวจีน 2 คน เดินทางกลับประเทศโดยปลอดภัยแล้ว ด้านบิดาถอนแจ้งความบุตรสาวหายตัวในไทย

วันนี้ (13 มกราคม 2568) เวลา 17.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) เปิดเผยว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2568 เวลาประมาณ 23.35 น. สถานีตำรวจภูธร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับแจ้งจากนายอู๋ เหว่ยตง ชาวจีน ว่า น.ส.อู๋ เจียฉี บุตรสาว พร้อมเพื่อนคือ น.ส.หลิว ลู่อิง ได้เดินทางมาประเทศไทย เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2568 เวลา 01.59 น. ไม่สามารถติดต่อได้ ทำให้ครอบครัวเกิดความกังวลต่อความปลอดภัยของบุตรสาวและเพื่อนของบุตรสาว จากข้อมูลของผู้แจ้งระบุว่า ขณะอยู่ที่ประเทศจีนได้รับข้อความผ่านแอปพลิเคชัน WeChat จากอดีตภรรยาเกี่ยวกับการเดินทางของบุตรสาวมายังประเทศไทย ก่อนที่จะสูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยนั้น

หลังรับแจ้งความ ได้สั่งการให้ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประสานกับทางการจีน เร่งติดตามตัวโดยทันที จนพบว่าทั้งคู่ได้เดินทางไปยังประเทศที่สาม จึงประสานงานช่วยเหลือ ซึ่งต่อมาทราบว่าวันนี้ทางการจีนได้ไปรับตัว น.ส.อู๋ เจียฉี และ น.ส.หลิว ลู่อิง พากลับไปยังประเทศจีนโดยปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว และล่าสุดวันนี้ นายอู๋ เหว่ยตง จึงได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อีกครั้ง เพื่อทำการถอนแจ้งความ

กรณีดังกล่าวสร้างความโล่งใจให้กับครอบครัวและผู้เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งเป็นการยืนยันถึงความสำคัญของการสื่อสารและประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในสถานการณ์เช่นนี้ ตามนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในทุกมิติ เพื่อความเชื่อมั่นในการเดินทางมาเที่ยวในประเทศไทย

กิจกรรมคืนรอยยิ้มให้สังคม

ณ โรงเรียนวัดประดับ ต.บางระจัน อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี ภายในงาน มีกิจกรรม ให้ความรู้เรื่องตัดต่อพันธ์ุกิ่งไม้ ให้ความรู้สัตว์เลื้อยคลาน ประเภท งู การดับเพลิงเบื้องต้น เมื่อเจอเหตุภายในบ้าน หรือโรงเรียน แจกขนม เลี้ยงน้ำปัน มอบของให้โรงเรียน เพื่อแจกให้กับเด็กๆ

ร่วมดำเนินการจัดงานโดย สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย หนังสือพิมพ์ไตรภูมิ มหานครข่าว เสือคาบข่าว เวหาแห่งประเทศไทย

วิทยากรบรรยายให้ความรู้ โดย อสรพิษวิทยา สุพรรณบุรี อาจารย์ สาโรช ธัญญเจริญ พร้อมงาน สุพรรณบุรี

ฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์ – จุฬาฯ ครั้งที่ 75

คณะกรรมการจัดงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์ – จุฬาฯ ครั้งที่ 75 ประชุมเตรียมพร้อมระเบิดความมันส์ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ถือเป็นการกลับมาของฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์ – จุฬาฯ ครั้งแรกในรอบ 5 ปี

คณะกรรมการจัดงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์ – จุฬาฯ ครั้งที่ 75 ได้ประชุมร่วมกันทั้งธรรมศาสตร์และจุฬาฯ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดงาน ที่สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยครั้งนี้สมาคมธรรมศาสตร์ฯ เป็นเจ้าภาพ ซึ่งการแข่งขันจะมีขึ้นในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สนามศุภชลาศัยกรีฑาสถานแห่งชาติ ทั้งนี้ นับเป็นการจัดการแข่งขันฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งแรกในรอบ 5 ปี หลังจากห่างหายไปตั้งแต่ปี 2563

สำหรับผู้ที่เข้าประชุมร่วมในครั้งนี้ นำโดย ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อุปนายกสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานฯ ฝ่ายธรรมศาสตร์ นายลวรณ แสงสนิท ประธานคณะกรรมการดำเนินงานฯ ฝ่ายจุฬาฯ นายสมชาย พูลสวัสดิ์ ผู้จัดการทีมฟุตบอลธรรมศาสตร์ และบุคคลสำคัญจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกจำนวนมาก