Blog

ลำพูนชวน “ชมศิลปะในคืนพระจันทร์เต็มดวง”

ลำพูนชวน “ชมศิลปะในคืนพระจันทร์เต็มดวง”

River Festival Present LAMPHUN Full Moon Art Festival
14 –24 พฤศจิกายน 2569 ณ คุ้มเจ้าสุริยา และพื้นที่เชื่อมต่อถนนรถแก้ว วังซ้าย ในเมืองเก่าลำพูน

ลำพูน ซิตี้ แลป จำกัด วิสาหกิจเพื่อสังคม ร่วมกับ Lamphun Comtemporaly Art Society กลุ่มนักสร้างสรรค์ ศิลปินลำพูน ร่วมกับ จังหวัดลำพูน เทศบาลเมืองลำพูน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรม โดยการสนับสนับสนุนของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด มหาชน เตรียมเปิดพื้นที่เมืองเก่าให้ผู้คนสัมผัสศิลปะ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมในบรรยากาศยามค่ำ กับงาน River Festival Present LAMPHUN Full Moon Art Festival — ชมศิลปะในคืนพระจันทร์เต็มดวง ระหว่างวันที่ 14 –24 พฤศจิกายน 2569 ณ คุ้มเจ้าสุริยา เชื่อมโยงกิจกรรมพิพิธภัณฑ์คุ้มเจ้าสุยา ชวนกวายโคม แล้วมาชื่นชมงานศิลปะและใช้เวลาร่วมกันในช่วงปลายปี ก่อนก้าวเข้าสู่ฤดูกาลแห่งความสุข

เทศกาลครั้งนี้นำเสนอความสร้างสรรค์ที่เติบโตจากรากวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์กว่า 1,400 ปีของลำพูน ผ่านผลงานของศิลปินชั้นครู ศิลปินร่วมสมัย และจินตนาการของเด็กและเยาวชน เชื่อมการสั่งสมความรู้จากรุ่นสู่รุ่นเข้ากับแนวคิด “ละเมียดลำพูน” ที่ชวนให้ค่อย ๆ มอง รับรู้รายละเอียด และค้นพบคุณค่าของเมืองผ่านศิลปะและการพบปะผู้คน

ภายในงานประกอบด้วย 8 กิจกรรม ได้แก่ รากเมือง — Museum After Dark เปิดประสบการณ์ชมพิพิธภัณฑ์ยามค่ำ The Masters นิทรรศการศิลปินชั้นครู ศิลปะแห่งวันนี้ — Art Now ผลงานศิลปินร่วมสมัย และ Young Creative Voices พื้นที่แสดงจินตนาการของเยาวชน พร้อม Pop-up Art Workshops ที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจลงมือสร้างสรรค์ Moonlight Art Walk เส้นทางเดินชมศิลปะ ตลาดละเมียด ที่รวมงานคราฟท์ ศิลปะ และอาหารพื้นถิ่น และ Full Moon Gathering พื้นที่นั่งพัก พบปะ และฟังดนตรี ระหว่างวันที่ 14 -24 พฤศจิกายน 2569 และการร่วมปล่อยโต้มควัน ตามประเพณีล้านนา วันที่ 24 พฤศิจากายน 2468 ณ ลานหน้า อาคาร ศาลากลางหลังเก่า ถนนอินทยงยศ เมืองเก่าลำพูน

พื้นที่คุ้มเจ้าสุริยาจะได้รับการจัดให้เป็นพื้นที่ชมศิลปะอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ห้องนิทรรศการจนถึงใต้ถุนเรือนไม้ ขณะที่ลานคอนกรีตโดยรอบเป็นพื้นที่ตลาดและกิจกรรม เชื่อมกับสนามหญ้าสำหรับนั่งพักและใช้เวลาร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศของสถาปัตยกรรมและต้นไม้ในพื้นที่

ขอเชิญชาวลำพูน นักท่องเที่ยว ครอบครัว และผู้รักศิลปะ มาร่วมค้นพบเสน่ห์ของเมืองผ่านผลงาน ความคิด และฝีมือของผู้คน ในงาน River Festival – LAMPHUN Full Moon Art Festival วันที่ 14 –24 พฤศจิกายน 2569
#fineart #finelamphun #ละเมียดลำพูน

วรกฤษณ์ มหิทธิ มหานครข่าว
สื่อมวลชน ลำพูน

สตม.เปิดปฏิบัติการล่าข้ามทวีป รวบ 2 หนุ่มจีน หมายแดงอินเตอร์โพล

สตม.เปิดปฏิบัติการล่าข้ามทวีป รวบ 2 หนุ่มจีน หมายแดงอินเตอร์โพล คดีอุ้มฆ่า 3 ศพฝังทะเลทรายดูไบ หนีกบดานคอนโดหรูย่านชิดลม-สีลม
     เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 (บก.ตม.3) สนธิกำลังร่วมกับ บก.ตม.1 และกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) เปิดปฏิบัติการปิดล้อมจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจสากล (INTERPOL Red Notice) จำนวน 2 ราย คดีลักพาตัวและฆาตกรรมอำพรางในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังสืบทราบว่าหลบหนีข้ามทวีปมากบดานอยู่ในคอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร
     ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นำโดย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นำโดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เป็นหน่วยงานหลักในการปราบปรามอาชญากรข้ามชาติ
     โดยมี พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 และ พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. ร่วมประชุมสั่งการเร่งด่วน หลังได้รับเบาะแสว่า สองผู้ต้องหาสัญชาติจีน มีหมายจับตำรวจสากลในความผิดฐานลักพาตัว กักขังหน่วงเหนี่ยว ทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และหลบหนีเข้ามาซ่อนตัวในประเทศไทย
     ต่อมา ทีมบูรณาการเฉพาะกิจนำโดย พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 และ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่อีกนับสิบนาย ได้แบ่งกำลังเข้าปิดล้อมคอนโดมิเนียมหรู 2 แห่งใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมกัน หลังสืบทราบว่า  พักอยู่ที่คอนโดฯ ย่านสีลม
     เจ้าหน้าที่ ได้วางกำลังแฝงตัวเฝ้าจับตาทั้งสองจุด กระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. พบเป้าหมายทั้งสองรายเดินออกมาจากหน้าคอนโด เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่มีท่าทีพิรุธพยายามจะหลบหนี ชุดจับกุมจึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจเอกสาร ผลการตรวจสอบพบว่าข้อมูลบุคคลตรงกับบุคคลตามหมายแดงของตำรวจสากล
     นอกจากนี้ จากการตรวจสอบสถานะการอยู่ในราชอาณาจักร พบว่า การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร สิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. 69 ส่วนอีกคนถูกเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรแล้ว
     เจ้าหน้าที่ จึงแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐานเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด และแจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้ทราบ ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายส่งพนักงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (บก.สส.สตม.) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
     สำหรับคดีอุ้มฆ่าโหดดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยนักธุรกิจชาวตุรกี แฟนสาวชาวจีน และคนขับรถชาวบังกลาเทศ รวม 3 ราย ถูกกลุ่มคนร้ายรวม 7 คน บุกลักพาตัวจากวิลล่าหรูในนครดูไบ เจ้าหน้าที่ตำรวจดูไบได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและติดตามรถที่ใช้ก่อเหตุ พบว่าเส้นทางหลบหนีมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ทะเลทรายสวีฮาน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของดูไบ ก่อนจะพบศพของเหยื่อทั้งสามรายถูกฝังอยู่ในพื้นที่ทะเลทรายดังกล่าว
     อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ ยังอยู่ระหว่างการประสานข้อมูลกับทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อสืบสวนถึงมูลเหตุจูงใจที่แท้จริงของการก่อเหตุอุกอาจครั้งนี้

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม รายงาน

กกต.ยะลา ร่วมสังเกตการณ์การดำเนินกิจกรรมที่ใช้จ่ายเงินจากกองทุนฯ ของตัวแทนพรรคประชาชนประจำจังหวัด

วันที่ 21 ต.ค.69 นายนันทพล ภาชื่น ผอ.สนง.กกต.จว.ยล เข้าร่วมสังเกตการณ์การดำเนินกิจกรรมที่ใช้จ่ายเงินจากกองทุนฯ ของตัวแทนพรรคประชาชนประจำจังหวัดยะลา ณ ห้องประชุมร้านคีรีเขต ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา

ชวนปล่อยจินตนาการจากเศษผ้าสู่ดอกไม้หนึ่งเดียวในโลก

adot° ชวนปล่อยจินตนาการจากเศษผ้าสู่ดอกไม้หนึ่งเดียวในโลก
ในกิจกรรม “Floral Postcard Workshop” เปลี่ยนวัสดุธรรมดาให้กลายเป็นงานศิลป์
​adot°แพลทฟอร์มแบบ Phygital ชวนคนรักงานศิลปะและสาย Creative มาสัมผัสประสบการณ์ “Floral Postcard Workshop” เวิร์กช็อปที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้สนุกกับการสร้างสรรค์ โดยนำ เศษผ้าหลากสีและพื้นผิว มาตัด แต่ง และจัดวางบนโปสการ์ด เพื่อสร้างสรรค์เป็นดอกไม้ในแบบที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใครตามจินตนาการของคุณ เมื่อเศษผ้าหลากสีไม่ได้มีไว้ทิ้ง แต่สามารถกลายเป็น “ดอกไม้” ที่มีเรื่องราวเฉพาะตัวได้ มาร่วมชวนเปิดมุมมองสร้างสรรค์ ผ่านสีสันและวัสดุจากผลงานศิลปิน พร้อมสร้างโปสการ์ดในแบบของตัวเองของศิลปิน เปรม บัวชุม (Prem Buachum) ) เจ้าของคอลเลกชัน “A Symphony of Wind, Water and Bloom” ซึ่งจัดแสดงบนเว็บไซต์ www.adot.maison และยังได้นำวัสดุที่ใช้ในผลงานมาสร้างสรรค์เป็นโปสการ์ดดอกไม้ในแบบฉบับของตัวเองโดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ใช้วัสดุแบบเดียวกับที่ปรากฏในงานศิลปะ เพื่อสร้างผลงานของตัวเอง
กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนแนวคิดของ adot° ที่ต้องการเชื่อมโยงงานศิลปะเข้ากับชีวิตประจำวัน ผ่านกิจกรรมที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ทดลอง ลงมือทำ และสร้างสรรค์ผลงานด้วยตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านศิลปะโดยการลงมือทำโดยชิ้นงานที่เกิดขึ้นผ่าน “Floral Postcard Workshop” เวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสกระบวนการสร้างสรรค์จากผลงานของศิลปินเวิร์กช็อปนี้โปสการ์ดลายดอกไม้ (Floral Postcard) ได้รับแรงบันดาลใจจากคอลเลกชัน
Floral Postcard Workshop จัดขึ้นที่ adot.maison ชั้น 2 Festie Town, Happitat ภายในโครงการ The Forestias โดยมีค่าร่วมกิจกรรม 100 บาท พิเศษสำหรับผู้ที่ซื้อสินค้าจาก adot° หรือแสดงใบเสร็จจาก Happitat มูลค่า 100 บาทขึ้นไป สามารถเข้าร่วมกิจกรรมฟรี

T&B Media Global เผยทิศทาง Content Production ยุค Agentic AI


T&B Media Global เผยทิศทาง Content Production ยุค Agentic AI บนเวที Apsara Conference 2026 มอง AI จากเครื่องมือช่วยผลิต สู่รากฐานของ AI-Native Entertainment Ecosystem
T&B Media Global ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับด้านอนาคตของการผลิตคอนเทนต์และอุตสาหกรรมบันเทิงในยุค Agentic AI บนเวที International AI Agent Tech Forum ภายใต้งาน Apsara Conference 2026 ของ Alibaba Cloud ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–24 กันยายน 2026 ณ เมืองหางโจว ประเทศจีน
Apsara Conference ในปีนี้สะท้อนพัฒนาการของ AI ที่กำลังก้าวจากเครื่องมือช่วยทำงาน ไปสู่เทคโนโลยีที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการทำงานและอุตสาหกรรมในวงกว้าง โดยพื้นที่จัดแสดงหลักของงานแบ่งออกเป็น 4 Pavilion ได้แก่ The Intelligence Engine, The Computer Foundation, The Creator Studio และ The Industry Panorama ครอบคลุมตั้งแต่เทคโนโลยีพื้นฐานและโครงสร้างการประมวลผลของ AI ไปจนถึงการสร้างสรรค์คอนเทนต์และการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ
หนึ่งในประเด็นสำคัญของงานคือแนวคิด “Agent-Native” และ “Agentic AI” ซึ่งสะท้อนการพัฒนาของ AI จากระบบที่ทำงานตามคำสั่ง ไปสู่ระบบที่สามารถเชื่อมโยงหลายขั้นตอน ทำงานเป็นกระบวนการ และเข้ามามีบทบาทมากขึ้นทั้งในด้านการวิเคราะห์ การตัดสินใจ และการดำเนินงาน
ภายในงาน คุณพันธบัตร สันติมากร Chief of Project Commercialization, T&B Media Global ร่วมแชร์มุมมองเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของ Content Production ในยุค Agentic AI ภายใต้หัวข้อ “WonderClip: Powering Video Production in the Agentic AI Era”
คุณพันธบัตรกล่าวว่า บทบาทของ AI ต่ออุตสาหกรรมคอนเทนต์กำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความเร็วหรือลดขั้นตอนการผลิต ไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้ทีมสร้างสรรค์สามารถพัฒนา ทดลอง และประเมินไอเดียได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
แนวคิดดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการวางรากฐานไปสู่ AI-Native Entertainment Ecosystem ซึ่ง AI ไม่ได้ถูกแยกออกมาเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในกระบวนการ แต่สามารถเชื่อมโยงเข้ากับ Workflow ของการพัฒนาและผลิตคอนเทนต์ ตั้งแต่การสร้างแนวคิด การพัฒนาเรื่องราว การออกแบบภาพ การสร้างต้นแบบ ไปจนถึงการผลิตผลงานจริงหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนแนวคิดดังกล่าวคือ WonderClip แพลตฟอร์มสร้างวิดีโอด้วย AI แบบครบวงจรจาก Alibaba ที่ช่วยตั้งแต่การพัฒนาไอเดียและสคริปต์ การสร้างภาพและฉาก การทำสตอรี่บอร์ด ไปจนถึงการผลิตและประกอบวิดีโอไว้ภายในระบบเดียว
WonderClip ทำหน้าที่เสมือน AI Production Studio ที่เชื่อมโยงโมเดล AI หลายประเภทของ Alibaba ทั้งโมเดลภาษา การสร้างภาพ และการสร้างวิดีโอเข้าด้วยกัน ช่วยให้ทีมครีเอทีฟสามารถเชื่อมต่อขั้นตอนที่เดิมต้องทำงานผ่านหลายโปรแกรมและหลาย workflow ให้ทำงานต่อเนื่องกันมากขึ้น

คุณพันธบัตรกล่าวว่า “ประโยชน์ที่แท้จริงของ AI ไม่ใช่เพียงการทำให้เราผลิตงานได้เร็วขึ้น แต่คือการทำให้เราสามารถทดลองได้มากขึ้นก่อนที่จะลงทุนในการผลิตจริง เราสามารถทดสอบไอเดีย เปรียบเทียบทางเลือก และค้นหาทิศทางที่ดีกว่าได้ด้วยต้นทุนและความเสี่ยงที่ลดลง”
โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิง ซึ่งการพัฒนาโครงการหนึ่งอาจต้องใช้ทั้งเวลา งบประมาณ และทรัพยากรจำนวนมาก ความสามารถในการสร้างต้นแบบหรือทดลองแนวคิดก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตเต็มรูปแบบ จึงสามารถช่วยเปลี่ยนวิธีการตัดสินใจด้านการสร้างสรรค์และการลงทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ
“ที่ผ่านมาเราอาจมอง AI ในฐานะเครื่องมือที่ช่วยให้ Content Production เร็วขึ้น แต่เมื่อ AI กำลังพัฒนาเข้าสู่ Agentic AI คำถามจึงเปลี่ยนไปจาก ‘เราจะผลิตได้เร็วขึ้นอย่างไร’ เป็น ‘เราจะนำ AI มาเชื่อมกับ workflowการทำงานในทุกๆขึ้นตอน เพื่อสร้าง content คุณภาพให้ได้มีประสิทธิผลดีขึ้น”

สำหรับ T&B Media Global แนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจโอกาสในการนำ AI เข้ามาเชื่อมโยงกับกระบวนการสร้างสรรค์และการผลิตคอนเทนต์ในวงกว้างมากขึ้น เพื่อวางรากฐานของการทำงานในรูปแบบ AI-Native ในอนาคตเป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงการนำเครื่องมือ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพในบางขั้นตอน แต่คือการพัฒนาแนวทางที่ AI สามารถทำงานร่วมกับทีมสร้างสรรค์ได้ตลอดทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การค้นหาและพัฒนาไอเดีย การทดลองรูปแบบการเล่าเรื่อง การสร้างต้นแบบ ไปจนถึงการผลิตผลงานจริง ในขณะเดียวกัน การนำ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้นไม่ได้หมายถึงการลดความสำคัญของมนุษย์ในกระบวนการสร้างสรรค์ แต่ทำให้ความสามารถในการกำหนดทิศทาง ตั้งคำถาม ตัดสินใจเลือก และสร้างความหมายให้กับเรื่องราว กลายเป็นทักษะที่มีความสำคัญมากขึ้นในยุคที่เทคโนโลยีสามารถสร้างทางเลือกได้จำนวนมาก
แนวคิด AI-Native Entertainment Ecosystem จึงเป็นภาพของระบบการทำงานที่ผสานความสามารถของมนุษย์และ AI เข้าด้วยกัน โดยใช้ AI เพื่อขยายขีดความสามารถในการทดลองและการผลิต ขณะที่มนุษย์ยังคงเป็นผู้กำหนดวิสัยทัศน์ ความคิดสร้างสรรค์ และคุณค่าของผลงาน การเข้าร่วม Apsara Conference 2026 ครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเทคโนโลยี แต่ยังสะท้อนทิศทางของ T&B Media Global ในการศึกษาและทดลองเทคโนโลยี AI รุ่นใหม่ เพื่อเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมคอนเทนต์และบันเทิงในยุค Agentic AI

เทศบาลตำบลบ้านกลาง แถลงข่าวสืบสานโคมยี่เป็งและประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2569

เทศบาลตำบลบ้านกลาง จัดแถลงข่าวสืบสานโคมยี่เป็งและประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2569 ส่งเสริมวัฒนธรรมล้านนาและการท่องเที่ยวจังหวัดลำพูน

วันที่ 22 ตุลาคม 2569 เทศบาลตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน จัดพิธีเปิดงานแถลงข่าว “งานสืบสานโคมยี่เป็ง และงานสืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2569” ณ ศูนย์กีฬาและนันทนาการจามเทวี เทศบาลตำบลบ้านกลาง โดยมี นางสาวเบญจวรรณ มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีวัชระ กันแจ่ม นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย ประชาชน และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงาน

ในการนี้ ว่าที่ร้อยตรีวัชระ กันแจ่ม นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น สืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนาให้คงอยู่สืบไป ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ พร้อมเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งประเพณียี่เป็งและลอยกระทงของตำบลบ้านกลาง

ภายในงานได้รับเกียรติจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน ท้องถิ่นจังหวัดลำพูน และนายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง ร่วมแถลงข่าวถึงภาพรวมการส่งเสริมการท่องเที่ยว การเตรียมความพร้อมด้านการจัดงานและมาตรการรักษาความปลอดภัย ตลอดจนแนวทางการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมล้านนา เพื่อให้การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สร้างความประทับใจแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่สะท้อนเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ทั้งการปล่อยโคมไฟ การแขวนโคม และการแสดงศิลปวัฒนธรรม พร้อมกิจกรรมจุดพลุไฟอย่างงดงาม สร้างบรรยากาศแห่งความสุขและความภาคภูมิใจในประเพณีท้องถิ่น ก่อนเข้าสู่เทศกาลยี่เป็งและลอยกระทงในเดือนพฤศจิกายน

สำหรับ งานสืบสานประเพณีลอยกระทงตำบลบ้านกลาง ประจำปี 2569 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–25 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์กีฬาและนันทนาการจามเทวี เทศบาลตำบลบ้านกลาง โดยมีกิจกรรมหลากหลาย ได้แก่ การแข่งขันประดิษฐ์กระทงใบตอง กิจกรรมปล่อยโคมลอยถวายเป็นพุทธบูชา กิจกรรมมัจฉาช่วยเพื่อน การแสดงวงดนตรีลูกทุ่งโรงเรียนเทศบาล 1 บ้านกลาง การประกวดนางนพมาศแม่เฮือนงาน และการประกวดธิดาดวงดี

ไฮไลต์สำคัญอยู่ในค่ำคืนวันที่ 24 พฤศจิกายน 2569 กับขบวนแห่กระทงใหญ่ที่สะท้อนความงดงามของศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งจะร่วมสร้างสีสันและความประทับใจให้แก่ผู้ร่วมงาน

เทศบาลตำบลบ้านกลางจึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์ประเพณียี่เป็งและลอยกระทง ร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมล้านนา และร่วมสืบสานประเพณีอันทรงคุณค่าของชาวลำพูนให้คงอยู่คู่ท้องถิ่นสืบไป

ฟรีตลอดทั้งงาน เข้าชมงานฟรี ปล่อยโคมฟรีมีแจก วันละไม่เกิน 1000 ดวง จอดรถฟรี

ผู้สื่อข่าว แทน ต่อมสังข์ / ลำพูน///

กินเจได้บุญหรือไม่? คำตอบไม่ได้อยู่ที่ปาก แต่อยู่ที่ใจ เจตนา และการกระทำ

🌱 กินเจได้บุญหรือไม่? คำตอบไม่ได้อยู่ที่ปาก แต่อยู่ที่ใจ เจตนา และการกระทำ

การกินเจจะมีคุณค่าทางธรรมเพียงใด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเรากินเจกี่วัน แต่อยู่ที่ว่าเราเริ่มกินเจด้วยจิตใจแบบไหน และการกินเจนั้นเปลี่ยนแปลงชีวิตเราอย่างไร

หากเราเลือกกินเจ เพราะเกิดความเมตตาสงสารต่อสัตว์ที่ต้องถูกฆ่าอย่างโหดร้าย ต้องหวาดกลัว ดิ้นรน และทรมานเพื่อแลกกับการเป็นอาหารของมนุษย์

หากเราลองมองให้ลึกลงไปกว่าจานอาหารตรงหน้า แล้วตระหนักว่า สัตว์ทุกชีวิตก็รักชีวิตของตนเอง กลัวความตาย และไม่อยากเจ็บปวดทรมานไม่ต่างจากเรา

เมื่อเราเข้าใจความทุกข์ของผู้อื่นอย่างแท้จริง หัวใจย่อมเริ่มเปลี่ยนแปลง

จากที่เคยคิดเพียงว่า วันนี้เราจะกินอะไรให้อร่อย เราอาจเริ่มถามตัวเองว่า

“ความสุขบนจานอาหารของเรา จำเป็นต้องแลกมาด้วยความทุกข์ทรมานของชีวิตอื่นหรือไม่?”

คำถามนี้อาจทำให้เราหยุดคิด และเมื่อหยุดคิด เราอาจเริ่มมองเห็นบางสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

เนื้อสัตว์ที่วางอยู่ตรงหน้าเรา อาจเป็นเพียงอาหารหนึ่งจานในสายตาของเรา แต่ก่อนจะมาอยู่ตรงนั้น มันเคยเป็นชีวิตหนึ่งที่หายใจได้ เคลื่อนไหวได้ รับรู้ความเจ็บปวดได้ และพยายามมีชีวิตรอดเช่นเดียวกับเรา

เมื่อจิตเกิดเมตตากรุณาอย่างแท้จริง เราจึงเริ่มไม่อยากสนับสนุนการฆ่าสัตว์เพื่อเป็นอาหาร ไม่อยากส่งเสริมระบบการเลี้ยงสัตว์เพื่อฆ่า และเริ่มเลือกกินพืชผักเพื่อลดการเบียดเบียนชีวิตอื่นเท่าที่เราสามารถทำได้

นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มต้นจากภายใน

ไม่ใช่เพราะต้องการให้ใครชื่นชมว่าเราเป็นคนดี

ไม่ใช่เพราะต้องการเอาบุญไปอวดใคร

ไม่ใช่เพราะต้องการเอาชนะคนที่กินเนื้อสัตว์

แต่เพราะเราเริ่มเข้าใจความทุกข์ของผู้อื่น และไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความทุกข์นั้นโดยไม่จำเป็น

นี่คือจุดที่การกินเจก้าวพ้นจากเรื่องอาหาร และกลายเป็นเรื่องของจิตใจ

แต่เราต้องไม่ลืมว่า การกินเจเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าจิตใจของเราจะบริสุทธิ์ หากปากไม่กินเนื้อสัตว์ แต่ใจยังเต็มไปด้วยความโกรธ ความเกลียด ความอิจฉา การดูหมิ่น และการเบียดเบียนผู้อื่น เราก็ยังต้องกลับมาฝึกฝนจิตใจของตนเองต่อไป

เพราะหัวใจของการปฏิบัติธรรม ไม่ใช่การเปลี่ยนเพียงสิ่งที่อยู่ในจาน แต่คือการเปลี่ยนสิ่งที่อยู่ในใจ

อย่ากินเจเพียงเพื่อให้ครบวัน แต่จงใช้ทุกวันที่กินเจ ฝึกให้หัวใจของเราเมตตายิ่งขึ้น

อย่าคิดว่าตัวเราเพียงคนเดียวจะเปลี่ยนโลกทั้งใบได้ เพราะความจริงคือ เราอาจไม่สามารถหยุดการฆ่าสัตว์ทั้งหมดได้ เราอาจไม่สามารถทำให้ทุกคนเห็นด้วยกับเรา และเราอาจไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของใครได้เลย

แต่มีสิ่งหนึ่งที่เราทำได้แน่นอน นั่นคือ การเปลี่ยนแปลงตัวเราเอง

เราเลือกได้ว่าจะกินอะไร

เราเลือกได้ว่าจะสนับสนุนอะไร

เราเลือกได้ว่าจะดำเนินชีวิตด้วยความเมตตาหรือความเพิกเฉย

แม้เราจะเปลี่ยนโลกทั้งใบไม่ได้ แต่เราสามารถลดการเบียดเบียนได้ในส่วนที่เราเลือกได้

และอย่าดูถูกพลังของการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ เพราะทุกการกระทำล้วนมีส่วนต่อสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา

การเปลี่ยนแปลงตัวเอง ก็เหมือนการจุดประทีปหนึ่งดวงขึ้นท่ามกลางความมืด

เราอาจไม่สามารถทำให้คนทั้งโลกจุดประทีปตามเราได้

เราอาจไม่สามารถทำให้ความมืดหายไปในทันที

แต่ตราบใดที่เรายังรักษาแสงสว่างในใจไว้ได้ ความมืดก็ไม่ได้ครอบครองทุกสิ่งอีกต่อไป

แสงสว่างของเราอาจเป็นเพียงดวงเล็ก ๆ ในสายตาของโลก แต่สำหรับชีวิตที่อยู่ใกล้แสงนั้น มันอาจเป็นความอบอุ่น เป็นความหวัง และเป็นโอกาสที่จะได้พบกับวันพรุ่งนี้

อย่ารอให้คนทั้งโลกมีเมตตา แล้วเราจึงค่อยมีเมตตา

อย่ารอให้ทุกคนหยุดเบียดเบียน แล้วเราจึงค่อยหยุดเบียดเบียน

อย่ารอให้โลกเปลี่ยนแปลง แล้วเราจึงค่อยเปลี่ยนแปลงตัวเอง

เพราะการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากคนทั้งโลก แต่อาจเริ่มต้นจากคนเพียงคนเดียวที่มองเห็นความทุกข์ของผู้อื่น แล้วตัดสินใจว่าจะไม่เพิกเฉยต่อความทุกข์นั้นอีกต่อไป

🌱 สุดท้ายนี้ ลองถามตัวเองอย่างตรงไปตรงมา

เราเลือกกินเจเพียงเพราะต้องการบุญ หรือเพื่อสุขภาพ หรือเราเลือกกินเจเพราะไม่อยากให้ชีวิตอื่นต้องทุกข์ทรมาน? (ความหมายของการถือศีลกินเจอยู่ตรงนี้)

เราอยากเป็นคนที่พูดถึงความเมตตา หรืออยากเป็นคนที่ลงมือใช้ชีวิตด้วยความเมตตาจริง ๆ?

และหากวันนี้เรายังไม่สามารถทำได้ทั้งหมด เราจะเริ่มต้นลดการเบียดเบียนได้จากตรงไหน?

ไม่จำเป็นต้องรอให้ตัวเองเป็นคนดีพร้อมทุกอย่าง จึงจะเริ่มต้นทำสิ่งที่ดีได้

เพราะเมตตาที่แท้จริง ไม่ได้เริ่มต้นวันที่เราสมบูรณ์แบบ แต่เริ่มต้นวันที่เรามองเห็นความทุกข์ของผู้อื่น และยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อไม่เพิ่มความทุกข์นั้นโดยไม่จำเป็น

ขอให้การกินเจในปีนี้ ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนอาหารที่เรากิน แต่เป็นการเปลี่ยนหัวใจที่เราใช้ดำเนินชีวิต

จากความเคยชิน สู่ความตระหนักรู้

จากความเพิกเฉย สู่ความเมตตา

จากการคิดถึงเพียงตัวเอง สู่การมองเห็นชีวิตอื่น

และจากความปรารถนาที่จะได้บุญ สู่การลงมือทำความดีด้วยความเข้าใจ

เพราะแสงประทีปแห่งเมตตา ไม่จำเป็นต้องส่องสว่างไปทั่วทั้งโลกในวันเดียว ขอเพียงเราเริ่มจุดมันขึ้นในใจของเราเอง โลกก็มีแสงสว่างเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งดวงแล้ว 🌱

#กินเจด้วยเมตตา
#เจที่ใจไม่ใช่แค่ที่ปาก
#เมตตาต่อทุกชีวิต
#เปลี่ยนตัวเองเปลี่ยนโลก
#ธรรมะร่วมสมัย

แสดงโดย ธรรมาจารย์เต้าฝ่า วัดกวงหมิงซัน เมืองไทเป ประเทศไต้หวัน

การหลุดพ้น คือการบรรลุธรรม

การหลุดพ้น คือการบรรลุธรรม

หัวใจสำคัญอยู่ที่การปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ 5

การหลุดพ้น หรือการบรรลุธรรม หัวใจสำคัญของการบรรลุธรรมอยู่ที่การพิจารณาขันธ์ 5 ให้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง จนเห็นความจริงว่า ขันธ์ 5 ไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา ขันธ์ 5 เป็นสิ่งไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา ไม่มีสิ่งใดในขันธ์ 5 ที่เราจะยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวตนที่แท้จริงของเราได้

ขันธ์ 5 ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ล้วนเกิดขึ้น เปลี่ยนแปลง และดับไปตามเหตุปัจจัย เมื่อพิจารณาจนเห็นความจริงตามที่เป็น จิตย่อมคลายจากความยึดมั่นถือมั่น ไม่หลงสำคัญผิดว่าขันธ์ 5 เป็นเรา เป็นของเรา หรือเป็นตัวตนของเรา นี่คือหัวใจสำคัญของการดำเนินไปสู่ความหลุดพ้นตามหลักพระธรรม

ไม่ว่าคุณจะเป็นฆราวาส เป็นพระภิกษุ ภิกษุณี เป็นแม่ชี เป็นเด็ก เป็นผู้ใหญ่ เป็นคนแก่ หรือเป็นคนทำงานอยู่ในสังคม ไม่ว่าคุณจะเกิดในชาติใด ศาสนาใด เชื้อชาติใด จะเป็นคนไทย คนจีน ฝรั่ง ทุกคนล้วนมีโอกาสเรียนรู้ความจริงและฝึกฝนตนเองเพื่อเข้าถึงธรรมได้เท่าเทียมกัน

การบรรลุธรรมไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศ วัย เชื้อชาติ สัญชาติ หรือสถานะทางสังคมเพียงอย่างเดียว และไม่ได้หมายความว่าบุคคลจะต้องบวชเป็นพระภิกษุ ถือศีล 227 ข้อ หรือเป็นฆราวาสที่ถือศีล 5 เท่านั้นจึงจะสามารถเข้าถึงความจริงได้ แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่การศึกษาและปฏิบัติตามพระธรรม จนเกิดปัญญาเห็นความจริงและคลายความยึดมั่นถือมั่นในจิตใจ

ไม่ว่าบุคคลนั้นจะบวชหรือไม่บวช จะทำงานหรือไม่ได้ทำงาน จะอยู่ในสภาพแวดล้อมใด จะรวยหรือจน จะสุขหรือทุกข์ หากมีโอกาสศึกษา พิจารณา และปฏิบัติธรรมอย่างถูกต้อง (ปลงตกในขันธ์ 5) ย่อมสามารถพัฒนาปัญญาและดำเนินไปบนเส้นทางแห่งความหลุดพ้นได้ เพราะพระธรรมไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในวัด ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะนักบวช และไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพศใดเพศหนึ่ง

เรื่องนี้ปรากฏในสุตตันตปิฎกหลายแห่ง อาทิเช่น ประวัติของพระฉันนะ หรือแม้ในอนัตตลักขณสูตร ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระปัญจวัคคีย์ โดยทรงชี้ให้เห็นว่ารูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวตน เมื่อพิจารณาเห็นตามความเป็นจริง ย่อมเกิดความเบื่อหน่ายคลายกำหนัด จนจิตหลุดพ้นจากความยึดมั่นถือมั่น และพระปัญจวัคคีย์ทั้งห้าก็ได้บรรลุพระอรหัตผลจากการฟังพระธรรมเทศนานี้

ดังนั้น อย่ามองว่าการบรรลุธรรมเป็นเรื่องไกลตัว หรือเป็นสิ่งที่สงวนไว้สำหรับนักบวชเท่านั้น แต่จงหันกลับมาศึกษาชีวิตของตนเอง พิจารณาขันธ์ 5 ให้เห็นความจริง ฝึกสติและปัญญาให้รู้เท่าทันความยึดมั่นถือมั่น เพราะเมื่อปัญญาเกิดขึ้นอย่างถูกต้อง จิตย่อมมีหนทางคลายจากทุกข์และดำเนินไปสู่ความหลุดพ้นได้

นี่คือหัวใจสำคัญของการปฏิบัติธรรม เพื่อค้นหาความจริงของชีวิต และก้าวไปสู่ความพ้นทุกข์ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า

ธรรมาจารย์ โพธิสุทธิ์ อัครอนันตชิน

ประธานมูลนิธิพระหัตถ์ของกวงอิมโพธิสัตว์

วัดกวงหมิงซัน เมืองไทเป ไต้หวัน

สุขสันต์วันคล้ายวันเกิด ท่านปลัดมนู

สุขสันต์วันคล้ายวันเกิด ท่านปลัดมนู เลียวไพโรจน์ ขอท่านมีสขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ เป็นที่พึ่งพวกเรา ชาวSME ตลอดกาล ด้วยเทอญ

น้องน้ำตาล”นักศึกษา สาขาวิชาทัศนศิลป์ คว้าทุนการศึกษามูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์

“น้องน้ำตาล”นักศึกษา เรียนดีกิจกรรมเด่น สาขาวิชาทัศนศิลป์ คว้าทุนการศึกษามูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประจำปี 2569

ผู้สื่อข่าวรายงานวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ผศ ว่าศาสตราจารย์ดร.สามารถ จับโจรผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาและผศ.ดร.ทองไมย์ เทพราม ประธานหลักสูตรศิลปกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ไปแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับนางสาวเบญญาภา โกซิน นักศึกษาสาขาวิชาทัศนศิลป์เนื่องในโอกาสได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้เป็นผู้ได้รับ “ทุนการศึกษาจากกองทุนส่งเสริมการศึกษาการสร้างสรรค์ศิลปะ มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประจำปี 2569 โดยศ.ดร.สามารถเผยว่า
คณะกรรมการของสถาบัน ได้ประชุมพิจารณาคัดเลือกเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 และมีมติเห็นสมควรให้ได้รับทุนการศึกษาดังกล่าวแก่ นส.เเบญญาภา เป็นเงิน 30,000 บาท ทั้งนี้ทางกองทุนฯ จะแจ้งกำหนดการเข้ารับมอบทุนให้ทราบในโอกาสต่อไป ซึ่งทางหลักสูตรฯ ขอร่วมแสดงความยินดีและชื่นชมในความสามารถด้านการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ นับเป็นความภาคภูมิใจของสาขาวิชาทัศนศิลป์ และขอเป็นกำลังใจสำคัญในการพัฒนาศักยภาพทางศิลปะ ตลอดจนสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าต่อไป

ด้านศาสตราจารย์ ดร.สามารถ จับโจร ผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมากล่าวเพิ่มเติมว่า นางสาวเบญญาภาหรือ”น้องน้ำตาล”เป็นคนเรียนดี มีกิจกรรมเด่น ผลงานศิลปะมีการพัฒนา มาเป็นลำดับ โดยเฉพาะการใช้สีที่มีลักษณ์พิเศษ มีความกล้าในการใช้สี และมีความคิดสร้างสรรค์ในงานศิลปะที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งหาได้ไม่ง่ายนัก ทั้งนี้ตนก็ขอให้น้องน้ำตาลรักษามาตรฐานการทำงานศิลปะให้มีความพยายามในการฝึกฝนทักษะเพื่อพัฒนาการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะให้ดียิ่งฯขึ้นต่อไป ทั้งนี้ต้องขอร่วมแสดงความยินดีและชื่นชมกับความสำเร็จ มา ณ โอกาสนี้ ด้วย ศาสตราจารย์ ดร.สามารถ จับโจร ผู้ทรงคุณวุฒิฯ กล่าวในที่สุด