Thailand International Peace & Leadership 2026.

We would like to extend our heartfelt appreciation to everyone who joined and supported the Thailand International Peace & Leadership 2026. 🙏💙

Your presence, participation, and valuable support contributed greatly to the success of this meaningful event.

Together, we created a platform to connect leaders, inspire positive change, promote peace, and strengthen international cooperation. 🤝🌏

Thank you for being with us, supporting us, and making this event truly memorable! ❤️

Thailand International Peace & Leadership 2026
🌏 Connecting Leaders • Inspiring Change • Building Peace

#TIPL2026 #ThailandInternationalPeaceAndLeadership2026 #ThankYou #ThankYouForYourSupport #PeaceAndLeadership #InternationalCooperation #Leadership #TogetherForPeace

“วัคซีนเตือนภัยอาชญากรรมทางไซเบอร์”

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ จัดบรรยาย

“วัคซีนเตือนภัยอาชญากรรมทางไซเบอร์”
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เชิญ ผบก.อก.ภ.1 และ รอง ผบก.อก.ภ.1 บรรยายพิเศษ “วัคซีนเตือนภัยอาชญากรรมทางไซเบอร์” 9 ก.ย. นี้

ฝ่ายกิจกรรมสังคม คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโครงการบรรยายพิเศษหัวข้อ “วัคซีนเตือนภัยอาชญากรรมทางไซเบอร์” ในวันพุธที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 12.00-13.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 โรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ โดยได้รับเกียรติจาก
พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 /รองโฆษกตำรวจภูธรภาค 1 / ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วย พ.ต.อ. พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ รอง ผบก.อก.ภ.1 /ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีตำรวจภูธรภาค 1 มาให้ความรู้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันแก่บุคลากรและนิสิตในการรับมือกลโกงออนไลน์ที่กำลังระบาดหนักในปัจจุบัน

การบรรยายครั้งนี้มีวัตถุุประสงค์เพื่อให้ความรู้ด้านอาชญากรรมทางไซเบอร์
และมิจฉาชีพออนไลน์ในประเทศไทย ซึ่งมีแนวโน้มทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น ทางคณะสัตวแพทยศาสตร์จึงเล็งเห็นความสำคัญในการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่บุคลากรและนิสิตของคณะฯ เพื่อป้องกันมิให้ตกเป็นเหยื่อของกลโกงมิจฉาชีพ โดยมีหัวข้อที่น่าสนใจ 4 ประเด็นหลัก ได้แก่
1.กลโกงยอดฮิตของมิจฉาชีพ ที่กำลังระบาดในปัจจุบัน
2.วิธีสังเกตและป้องกัน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ
3.เทคนิคการรับมือ เมื่อถูกหลอกลวง
4.สรุปประเด็นและถาม-ตอบ เพื่อไขข้อสงสัยด้านความปลอดภัยไซเบอร์

โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้และภูมิคุ้มกันด้านความปลอดภัย
ด้านไซเบอร์ ให้แก่บุคลากรและนิสิตของคณะฯ ท่ามกลางสถานการณ์อาชญากรรมทางไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในปัจจุบัน โดยเน้นย้ำว่า “อย่าประมาท เพราะมิจฉาชีพอาจมาในรูปแบบที่คาดไม่ถึง”

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือมูลนิธิฯ / สมาคมจีนฯ บรรเทาทุกข์ผู้ประสบอัคคีภัย ชุมชนมักกะสัน คลองเตย ชุมชนโรงเรียนวัดประชาระบือธรรม

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือมูลนิธิฯ / สมาคมจีนฯ ต่างๆ รุดบรรเทาทุกข์ผู้ประสบอัคคีภัย ลงพื้นที่มอบเงินและเครื่องอุปโภคบริโภค ช่วยเหลือเยียวยาพร้อมส่งต่อกำลังใจให้ผู้ประสบภัยบริเวณชุมชนมักกะสัน ชุมชนคลองเตย และชุมชนโรงเรียนวัดประชาระบือธรรม เขตดุสิต รวมงบฯ กว่า 8 แสนบาท
.
ระหว่างวันที่ 3-8 กันยายน พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้จัดการฝ่ายสาธารณภัย และนายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสาธารณภัย และ แผนกบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายปฏิบัติการ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่บริเวณชุมชนซอยวัดประชาระบือธรรม ถนนพระรามที่ 5 แขวงนครไชยศรี เขตดุสิต ชุมชนคลองเตย เขตคลองเตย และ ชุมชนมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ รวม 3 ชุมชน โดยมอบเงินช่วยเหลือคนละ 3,500 บาท รวม 150 คน พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบอัคคีภัยรายครอบครัว มูลค่า 2,500 บาท จำนวน 44 ชุด มอบเครื่องอุปโภคบริโภครายบุคคล มูลค่า 1,500 บาท จำนวน 20 ชุด รวมงบประมาณการช่วยเหลือทั้งสิ้น 665,000 (หกแสนหกหมื่นห้าพันบาทถ้วน) โดยมี อาสาสมัครมูลนิธิฯ ร่วมกระจ่ายทีมลงพื้นที่ต่างๆ เพื่อแจกจ่ายสิ่งของและให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัย นำโดย นางศิริพร โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ นางศิริวรรณ โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ นายวิวัฒน์ แก้วกำพลสกุล อาสาสมัครเฉพาะกิจ รวมทั้งอาสาศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัญญา พรนารายณ์ สมบูรณ์ จุลมุสิก (ทศพล หิมพานต์) นายปิยะวัฒน์ รัตนหรูวิจิตร (หรูหรา) นางสาวพรชดา วราพชระ (มะเหมี่ยว) นางสาวณัฐชา รัตน์ชยางคานนท์ (กานต์) นางสาวเบญญาภา จันใจ (ขิม) รวมทั้งผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐในแต่ละพื้นที่ร่วมแจกจ่ายสิ่งของ พร้อมกันนี้ ได้มีมูลนิธิฯ/สมาคมจีนต่างๆ ร่วมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยในแต่ละพื้นที่ ได้แก่ ที่ชุมชนโรงเรียนวัดประชาระบือธรรม ได้มีมูลนิธิไกรสิทธิการกุศล ร่วมมอบเงินสด คนละ 400 บาท มูลนิธิส่งเสริมศีลธรรมสงเคราะห์ ร่วมมอบเงินสด ครอบครัวละ 1,000 บาท และมูลนิธิพุทธสมาคมปทุมรังษี ร่วมมอบข้าวสาร คนละ 10 กิโลกรัม ที่ชุมชนคลองเตย ได้มีมูลนิธิไกรสิทธิการกุศล ร่วมมอบเงินสด คนละ 400 บาท มูลนิธิพุทธสมาคมปทุมรังษี มอบข้าวสาร คนละ 10 กิโลกรัม และชุมชนมักกะสัน ได้มีมูลนิธิไกรสิทธิการกุศล ร่วมมอบเงินสด คนละ 400 บาท มูลนิธิส่งเสริมศีลธรรมสงเคราะห์ ร่วมมอบเงินสด ครอบครัวละ 1,000 บาท และมูลนิธิพุทธสมาคมปทุมรังษี ร่วมมอบข้าวสาร คนละ 10 กิโลกรัม
รวมงบประมาณการจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งพร้อมมูลนิธิฯ/สมาคมจีนให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย 3 ชุมชน ทั้งสิ้นกว่า 8 แสนบาท
.
ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
.
ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกรวมถึงพิกัดมูลนิธิฯ ได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418
.

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

จีจี้ ศุภิสรา – มีมี่ พิมพ์มาดา – เรมี่ ไอริณ ร่วมแถลงข่าว“ก้าวสู่ปีที่ 25 ด้วยความหวังจากสเต็มเซลล์

จีจี้ ศุภิสรา – มีมี่ พิมพ์มาดา – เรมี่ ไอริณ วง DaruNi ค่าย Rabbit Moon
ร่วมงานแถลงข่าวโครงการ “ก้าวสู่ปีที่ 25 ด้วยความหวังจากสเต็มเซลล์

สามศิลปิน วง DaruNi นำโดย จีจี้ ศุภิสรา – มีมี่ พิมพ์มาดา – เรมี่ ไอริณ ค่าย Rabbit Moon ในเครือ บริษัท T&B Media Global (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมงานแถลงข่าวโครงการ “ก้าวสู่ปีที่ 25 ด้วยความหวังจากสเต็มเซลล์ – 25 Years Forward with Stem Cell Hope” พร้อมทั้งร่วมถ่ายทำคลิปวีดีโอประชาสัมพันธ์ เพื่อเชิญชวนลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเลือด โดยในปี 2569 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ได้จัดกิจกรรมวันผู้บริจาคสเต็มเซลล์โลกขึ้น เพราะสเต็มเซลล์ไม่ได้เป็นเพียงเซลล์ในการรักษา แต่คือความหวังและโอกาสให้ทุกชีวิตได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง โดยได้รับเกียรติจากรองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และ คณะผู้บริหารให้การต้อนรับ
สำหรับโอกาสพบ “สเต็มเซลล์” ที่ตรงกันมีเพียง 1 ใน 10,000 และเนื่องในวันผู้บริจาคสเต็มเซลล์โลก 2569 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนผู้ที่มีอายุ 18 – 50 ปี บริบูรณ์ น้ำหนัก 45 กิโลกรัม ขึ้นไป สุขภาพร่างกายแข็งแรง มาร่วมสร้างปาฏิหาริย์ ส่งมอบความหวัง คืนชีวิตใหม่ให้ผู้ป่วยโรคเลือด โดยศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นหน่วยงานแห่งเดียวที่ได้รับมอบหมายจากแพทยสภา ให้จัดตั้ง “ธนาคารเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตแห่งชาติ” ตั้งแต่ปี 2545 มีหน้าที่ในการจัดหาอาสาสมัครบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตที่ไม่ใช่ญาติให้กับผู้ป่วย เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยโรคเลือดได้รับการรักษาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ถือเป็นทางเลือกทางการแพทย์ที่สำคัญ ที่เป็นความหวังในการรักษาโรคเลือดให้หายขาดได้แต่ด้วยข้อจำกัดที่ไม่สามารถหาผู้บริจาคสเต็มเซลล์ ที่มีเนื้อเยื่อ HLA ตรงกันกับผู้ป่วย ได้ หากเป็นพี่น้อง จะมีโอกาสตรงกัน 1 ใน 4 จึงต้องใช้สเต็มเซลล์จากผู้บริจาคที่ไม่ใช่ญาติซึ่งมีโอกาสพบได้น้อยมากเพียง1ใน10,000 เท่านั้น โดยสามศิลปิน จีจี้ ศุภิสรา – มีมี่ พิมพ์มาดา – เรมี่ ไอริณ ได้ร่วมถ่ายวีดีโอ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้มาร่วมบริจาคโลหิตพร้อมกับลงทะเบียนอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ ตลอดเดือนกันยายน 2569
ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม บางแค หน่วยรับบริจาคโลหิต 25 แห่ง ในกรุงเทพฯ และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 8 แห่ง พร้อมรับเสื้อยืดที่ระลึก“25 Years Forward with Stem Cell Hope” แทนคำขอบคุณโดยศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

ร่วมกิจกรรมจิตอาสาอินเตอร์ จัดโดย AIESEC Trento. Italy

ร่วมกิจกรรมจิตอาสาอินเตอร์ จัดโดย AIESEC Trento. Italy

รายงานข่าวโดย
ทีมข่าวศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา

ดาน่า อราวี่ตัวแทนจาก AISEC บาห์เรนและทีมร่วมกิจกรรมจิตอาสาพักแรมโรงแรม1คืนรวมอาหาร ทุกมื้อ
ที่เชอเวียร์ อิตาลี่
พร้อมกับมิตรภาพใหม่ๆในโลก Global กับจิตอาสาที่มาจากหลายๆประเทศ

กิจกรรมจิตอาสานี้จัดโดย AIESEC Trento.
ที่โรงแรมติดหาดชื่อมีเสียงชื่อเสียงใน Cervia ,Italy .

เชอเวียร์ เป็นจุดหมายปลายทางชายหาดคลาสสิกของอิตาลีบนชายฝั่งทะเลเอเดรียติก มีชื่อเสียงในด้านบรรยากาศที่เป็นมิตรกับครอบครัว นักท่องเที่ยวจะพบว่าทะเลที่นี่สงบ มีพื้นทรายตื้น ทำให้ปลอดภัยอย่างยิ่งสำหรับนักว่ายน้ำทุกวัย เป็นเวลานานหลายทศวรรษที่คุณภาพน้ำและความสะอาดของชายฝั่งทำให้เชอเวียร์ได้รับรางวัลธงฟ้า (Blue Flag) อันทรงเกียรติ ในขณะที่ความเหมาะสมสำหรับเด็กได้รับการยอมรับด้วยรางวัลธงเขียว (Green Flag) ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบโดยกุมารแพทย์ชาวอิตาลี

ชายฝั่งยาว 9 กิโลเมตรมีทั้งคลับชายหาดส่วนตัวแบบดั้งเดิมที่รู้จักกันในชื่อ ‘bagni’ และพื้นที่สาธารณะฟรีที่ได้รับการดูแลอย่างดีหลายแห่ง สำหรับประสบการณ์ที่ไม่ต้องเสียค่าเข้า Spiaggia Libera Cervia มีพื้นที่กว้างขวางและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ในทางตรงกันข้าม ผู้ที่มองหาบรรยากาศที่หรูหราและมีชีวิตชีวามากกว่าสามารถมุ่งหน้าไปยังรีสอร์ทใกล้เคียงอย่าง Milano Marittima ซึ่งเป็นที่ตั้งของหาด Papeete ซึ่งเป็นคลับชายหาดปาร์ตี้ที่มีชื่อเสียงที่สุดของอิตาลี่ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสำรวจเพิ่มเติม ชายหาดที่ Marina di Ravenna เป็นที่นิยมและเป็นทริปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับสุดคลาสสิกจากเซร์เวีย

นอกเหนือจากรีสอร์ทหลักอย่างเชอร์เวียร์และมิลาโน มาริตติมาแล้ว ชายหาดในพื้นที่ปินาเรลลา ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นั่นคือป่าสนที่สวยงามซึ่งเป็นฉากหลังสีเขียวตามธรรมชาติและให้ร่มเงาที่ร่มรื่น นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งที่ชายฝั่งแห่งนี้มีให้ และคู่มือฉบับสมบูรณ์ของเรามีรายชื่อชายหาดที่ยาวกว่านี้เพื่อช่วยคุณค้นหาสถานที่ที่สมบูรณ์แบบ ชายหาดในพื้นที่นี้ขึ้นชื่อเรื่องความกว้าง ทรายขาวละเอียด และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อน สนุกสนานกับครอบครัว หรือความบันเทิงที่มีชีวิตชีวา

ขอบคุณผู้ที่ประสานผู้นำท้องถิ่น

9/09/69
ขอบคุณผู้ที่ประสานผู้นำท้องถิ่น ผู้สื่อข่าวชาวบ้าน/โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องช่วยมาดำเนินแก้ไขปัญหากองขยะให้ชาวบ้าน
นายสันติ ชูเชิด

ชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม Wonder Kids Club จัดกิจกรรม “Eco Art Sharing 2026


ชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม Wonder Kids Club จัดกิจกรรม “Eco Art Sharing 2026 : ศิลปะจากธรรมชาติ” ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

“Eco Art Sharing 2026 : ศิลปะจากธรรมชาติ” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 5–6 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ณ ลานกิจกรรม Victoria Gardens เพชรเกษม 69 ระหว่างเวลา 11.00–16.00 น. โดยมีเด็ก เยาวชน และครอบครัวเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่งตลอดทั้งสองวัน
กิจกรรมครั้งนี้จัดภายใต้แนวคิด “สร้างสรรค์งานศิลปะและรักษ์โลกไปด้วยกัน” โดยมีกิจกรรมเด่นคือเวิร์กช็อปการพิมพ์ลายใบไม้และดอกไม้จากธรรมชาติลงบนผืนผ้าฝ้าย ซึ่งผู้เข้าร่วมได้ลงมือทำด้วยตนเองตั้งแต่การเลือกรวบรวมวัสดุธรรมชาติ การจัดวางลวดลาย มัดย้อมจากขมิ้นสด เขียนการ์ดสร้างแรงบันดาลใจ ไปจนถึงการพิมพ์ลายลงบนผืนผ้า กลายเป็นงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีคุณค่าทางใจ เพื่อส่งต่อผลงานให้กำลังใจผู้ป่วยในโรงพยาบาล

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนแนวคิดหลักของโครงการ คือ “ใช้วัสดุจากธรรมชาติ สร้างสรรค์งานศิลป์ ลดขยะ รักษ์โลก” ทั้งยังเป็นเวทีให้เด็กและเยาวชนได้พัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ ฝึกการทำงานร่วมกัน และเรียนรู้วิถีชีวิตที่กลมกลืนกับธรรมชาติ พร้อมทั้งเป็นพื้นที่สำหรับครอบครัวในการใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความหมายในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
ภายในงานยังมีการเสวนาความรู้ศิลปะในการใช้สีจากธรรมชาติ Eco Art จากอาจารย์ภัทรพล เกิดปรางค์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาวิชาแอนิเมชั่นและสื่อสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยสยาม Siam University Bangkok พร้อมกับการแชร์ประสบการณ์ในรั้วมหาวิทยาลัยของนักศึกษาชั้นปีที่2
ชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม WonderbKids Club มีภารกิจในการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีจิตสำนึกสังคม และตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม โดยได้ร่วมมือกับ Victoria Gardens ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนที่สนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ทำให้กิจกรรม Eco Art Sharing 2026 ประสบความสำเร็จไปด้วยดี ทั้งในด้านจำนวนผู้เข้าร่วมและการตอบรับจากผู้ปกครองและผู้เข้าร่วมกิจกรรม

Eco Art Sharing 2026 @Victoria Gardens เพชรเกษม 69 นี้ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆในโครงการพันธมิตรอาสาสมัครกาชาด สภากาชาดไทย โดยชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม Wonder Kids Club
ขอขอบคุณอาสาสมัครกาชาด ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่าน
ขอขอบคุณผู้สนับสนุนกิจกรรม Victoria Gardens และมหาสิทยาลัยสยาม

ชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม
#WonderKidsClub #สนุกเล่นสนุกคิดจิตอาสา
#จิตอาสา #Charmmy

5 ประเทศ 1 สูตรเฉพาะ เปิดประสบการณ์ใหม่วงการโกโก้ไทย

WORLD-CLASS COCOA × COCOA AI

5 ประเทศ 1 สูตรเฉพาะ เปิดประสบการณ์ใหม่วงการโกโก้ไทย

“ไม่ต้องเชื่อ…แค่ลองชิม แล้วคุณจะรู้ว่าโกโก้แตกต่างกันอย่างไร”

กรุงเทพฯ — เมื่อ “โกโก้” ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มแก้วหนึ่ง แต่กำลังกลายเป็นโอกาสใหม่สำหรับคนที่ต้องการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเริ่มต้นธุรกิจ โครงการ WORLD-CLASS COCOA × COCOA AI จึงเปิดตัวแนวคิดใหม่ ด้วยการนำวัตถุดิบโกโก้จากแหล่งสำคัญของโลก 5 ประเทศ ได้แก่ Ecuador, Peru, Ghana, Brazil และ Thailand มาศึกษา คัดสรร และพัฒนาเป็น สูตรเฉพาะของโครงการ COCOA AI

5 ประเทศ ไม่ได้ถูกนำมาเพื่อแข่งขันว่าใครดีที่สุด แต่ถูกนำมาผสมผสานเพื่อสร้าง “รสชาติใหม่” ที่เป็นเอกลักษณ์ของ COCOA AI

นี่คือหัวใจสำคัญที่ทำให้โครงการต้องการชวนผู้บริโภค คนรักโกโก้ ร้านเครื่องดื่ม คาเฟ่ และผู้ประกอบการทั่วประเทศ มาลองชิมด้วยตัวเอง

“ถ้าคุณคิดว่าโกโก้ทุกแก้วรสชาติเหมือนกัน…คุณต้องลองแก้วนี้”

ผลิตภัณฑ์ COCOA AI ได้รับการออกแบบจากแนวคิด WORLD-CLASS COCOA BLEND โดยนำวัตถุดิบจาก Ecuador, Peru, Ghana, Brazil และ Thailand มาพัฒนาให้เกิดความสมดุลของรสชาติ โดยมุ่งสร้างคาแรกเตอร์ที่ เข้ม หอม นุ่ม ละมุน มีมิติ และมีเอกลักษณ์

จุดที่น่าสนใจคือ โครงการไม่ได้ต้องการเพียงนำเสนอ “โกโก้แก้วใหม่” แต่ต้องการสร้าง ระบบการเรียนรู้และโอกาสทางธุรกิจ ให้กับผู้ที่สนใจ โดยเปิดให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ตั้งแต่การชง การพัฒนาเมนู การคำนวณต้นทุน การตั้งราคา ไปจนถึงการสร้างแบรนด์และการใช้ AI ทำการตลาด

ภายใต้แนวคิด

LEARN → BREW → SELL → GROW

เรียนให้รู้
ชงให้เป็น
ขายให้ได้
และต่อยอดให้เติบโต

สำหรับผู้ที่มีร้านอยู่แล้ว โครงการเปิดโอกาสให้เข้ามาทดลองชิมและศึกษาวัตถุดิบ เพื่อนำไปพัฒนาเมนูของร้านให้มีความแตกต่าง

สำหรับผู้ที่กำลังจะเปิดร้าน สามารถเข้ามาเรียนรู้สูตร กระบวนการ และแนวทางการคำนวณต้นทุนก่อนเริ่มต้นธุรกิจ

ส่วนผู้ที่ต้องการสร้างรายได้จากเครื่องดื่ม สามารถเข้ามาศึกษาแนวทางการเริ่มต้นอาชีพ พร้อมทดลองผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบของโครงการ

จาก “ชิม” สู่ “ซื้อ” จาก “ซื้อ” สู่ “ขาย”

อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของโครงการ คือการสร้างช่องทางให้ร้านค้า คาเฟ่ และผู้ประกอบการสามารถเข้าถึง วัตถุดิบโกโก้จาก 5 แหล่ง ที่โครงการนำมาพัฒนาและคัดสรร เพื่อนำไปใช้ต่อยอดเป็นเมนูและผลิตภัณฑ์ของตนเอง

เพราะเราเชื่อว่า…

วัตถุดิบที่ดี ไม่ควรจบอยู่แค่ในโรงงาน

แต่ควรเดินทางไปถึง

ร้านเล็ก ๆ
คาเฟ่เล็ก ๆ
คนขายโกโก้
ผู้ประกอบการรายใหม่
และคนธรรมดาที่อยากมีอาชีพ

ดังนั้น COCOA AI จึงต้องการสร้างมากกว่าสินค้า

แต่ต้องการสร้าง “โอกาสให้คนอื่นนำสินค้าไปสร้างธุรกิจของตัวเอง”


เปิดคำท้าให้คนรักโกโก้ทั่วประเทศ

โครงการเตรียมเปิดกิจกรรม COCOA AI EXPERIENCE เชิญชวนผู้สนใจเข้ามา ชิม–ลอง–เรียนรู้–สอบถาม และสัมผัสผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง

พร้อมเปิดโอกาสให้ร้านค้าและผู้ประกอบการที่สนใจสามารถเข้ามาทดลองวัตถุดิบ เพื่อค้นหาว่า

“วัตถุดิบแบบไหน…เหมาะกับร้านของคุณ?”

เพราะเราไม่ต้องการให้ลูกค้าซื้อเพราะคำโฆษณา

แต่ต้องการให้ซื้อเพราะ

“ได้ลองแล้ว…รู้สึกว่าใช่”

และนี่คือแนวคิดที่ต้องการส่งต่อผ่านโครงการ

อย่าเพิ่งเชื่อ
อย่าเพิ่งตัดสิน
อย่าเพิ่งบอกว่าโกโก้เหมือนกันหมด

“มาลองชิมก่อน”


WORLD-CLASS COCOA × COCOA AI

5 ประเทศ

5 แหล่งวัตถุดิบ

1 สูตรเฉพาะ

1 โอกาสใหม่

Ecuador • Peru • Ghana • Brazil • Thailand

จากวัตถุดิบระดับโลก…สู่สูตรเฉพาะ COCOA AI

จากสูตรเฉพาะ…สู่ผลิตภัณฑ์สร้างอาชีพ

จากผลิตภัณฑ์…สู่ผู้ประกอบการนับพัน

ถ้าคุณรักโกโก้ — มาชิม

ถ้าคุณอยากเปิดร้าน — มาเรียน

ถ้าคุณมีร้านอยู่แล้ว — มาลองวัตถุดิบ

ถ้าคุณอยากสร้างรายได้ — มาศึกษา

และถ้าคุณกำลังมองหาโกโก้ที่แตกต่าง…

COCOA AI ขอท้าให้คุณลอง

“อย่าเพิ่งเชื่อ…ลองชิมก่อน”

กกท. จัดยิ่งใหญ่! งานเชิดชูเกียรติคนวงการมวยไทยปี 2569

กกท. จัดยิ่งใหญ่! งานเชิดชูเกียรติคนวงการมวยไทยปี 2569 มอบ 48 รางวัลทรงคุณค่า ยกระดับมรดกชาติสู่สากล ณ เมืองกรุงเก่า
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา – การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เตรียมจัด งานมอบรางวัลและยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลในวงการกีฬามวยในวันมวยไทย ประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ ในวันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องประชุมแกรนด์บอลรูม โรงแรม เดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่บุคลากรผู้สร้างคุณประโยชน์ให้แก่วงการกีฬามวยไทย ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง
งานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มาเป็นประธานในพิธีเปิดงานและมอบโอวาท พร้อมด้วย นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการ กกท.,นายสมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกบุคคลในวงการกีฬามวยดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2568 และนาย ณัฐพล อันตรเสน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย ร่วมเป็นผู้มอบรางวัลเกียรติยศในสาขาต่าง ๆ
ไฮไลต์สำคัญของงานคือพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติบุคคลในวงการกีฬามวย รวมทั้งสิ้น 48 รางวัล ครอบคลุมทั้งนักกีฬา ผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน และองค์กรผู้ให้การสนับสนุน โดยมีรายชื่อผู้ได้รับรางวัลเด่น อาทิ:

  • นักมวยไทยอาชีพดีเด่น (ชาย): นายทศพร ศรีพรมมา (ขุนศึกน้อย บูมเด็กเซียน)
  • นักมวยไทยสมัครเล่นดีเด่น (ชาย): ส.อ.อับดุลมาเล็ก ทิ้งน้ำรอบ (ธนูเพชร ว.สังข์ประไพ)
  • นักมวยไทยสมัครเล่นดีเด่น (หญิง): นางสาวนิรวรรณ ตั้งจิว (เสน่ห์จันทร์ ศักดิ์ชำนิ)
  • นักมวยไทยอาชีพดาวรุ่งดีเด่น (หญิง): นางสาวพชรนันท์ พันนาค (น่ารัก เกียรติรวมพลังชัย)
    *ไหว้ครูมวยไทยสวยงามดีเด่น (ชาย): นายเจริญทรัพย์ จันทร์สิทธิ์ (เพชรเตชิน บางแสนไฟท์คลับ)
  • คู่มวยดุเดือดดีเด่น: ด่วน99 อ.เพชรขุนศึก vs จิ๊กซอว์ ศิษย์ไทยแลนด์
    *หัวหน้าค่ายมวยดีเด่น: นายอภิปรัชญ์ เลิศรักษ์ชีวกุล (บูมเด็กเซียน)
    *ผู้จัดรายการแข่งขันมวยดีเด่น : นายฐิติวัชร์ ธีระเดชพงศ์ (มวยไทยเกียรติเพชร)
    *ผู้ฝึกสอนดีเด่นมวยไทยอาชีพ (ชาย) :นายบุญสิทธิ์ เมฆสวรรค์บำรุง (อ.บุญ บุญลานนามวยไทย)
    และ ผู้ให้การส่งเสริมสนับสนุนกีฬามวยดีเด่น (องค์กรภาครัฐ) :2) กรมราชทัณฑ์ โดย พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล
    นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมมวยไทยสุดตระการตาถึง 2 ชุด ได้แก่ การแสดงชุดที่ 1 “สยามสี่ทิศ”และชุดที่ 2 “ศาสตราวุธแห่งสยาม” เพื่อแสดงถึงความยิ่งใหญ่และอัตลักษณ์อันทรงคุณค่าของศิลปะแม่ไม้มวยไทย มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ
    การกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะหน่วยงานหลักที่มีภารกิจในการส่งเสริม พัฒนา และขับเคลื่อนกีฬามวยไทย มุ่งหวังว่างานเชิดชูเกียรติในครั้งนี้ จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างมาตรฐาน สร้างขวัญกำลังใจให้คนทำมวย และร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการผลักดันให้มวยไทยเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในเวทีโลก

โกโก้สร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างโอกาส

โครงการ COCOA AI

“โกโก้สร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างโอกาส”

เปลี่ยนโกโก้ 1 แก้ว ให้เป็นโอกาสของชีวิต

หลักการและเหตุผล

สืบเนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบจากภาวะความขัดแย้งและสงครามในหลายพื้นที่ของโลก ส่งผลต่อราคาพลังงาน น้ำมัน ต้นทุนสินค้า และค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันภาคธุรกิจจำนวนไม่น้อยกำลังประสบปัญหาในการดำเนินกิจการ บางบริษัทจำเป็นต้องลดจำนวนพนักงานหรือปิดกิจการ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากต้องตกงาน ขาดรายได้ หรือมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต

โดยเฉพาะพนักงานวัยทำงานและคนรุ่นใหม่ที่กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงาน ซึ่งต่างต้องเผชิญกับการแข่งขันและข้อจำกัดในการหางาน ขณะที่ภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันยังคงดำเนินต่อไป ทั้งค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าใช้จ่ายบัตรเครดิต ค่าเล่าเรียนของบุตรหลาน ค่าใช้จ่ายประจำเดือน ตลอดจนภาระในการดูแลพ่อแม่และสมาชิกในครอบครัว ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

จากปัญหาดังกล่าว ได้มีญาติโยมและประชาชนที่มีความห่วงใยต่อสถานการณ์เศรษฐกิจเข้ามาปรึกษาพระอาจารย์ และเสนอแนวคิดว่า น่าจะมีโครงการที่สามารถช่วยให้ผู้ตกงาน ผู้มีรายได้น้อย และคนรุ่นใหม่ ได้มีโอกาสสร้างอาชีพและสร้างรายได้ด้วยตนเอง

แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางที่พระอาจารย์ได้คิดและพัฒนามาเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยพระอาจารย์มีความตั้งใจที่จะนำ “โกโก้” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสูตรเฉพาะและมีรสชาติที่ได้รับการยอมรับจากญาติโยมที่ได้ทดลองชิม มาเป็นเครื่องมือในการสร้างอาชีพและช่วยเหลือประชาชน เพราะโกโก้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่ม แต่สามารถต่อยอดเป็นอาชีพขนาดเล็กที่เริ่มต้นได้ง่าย ใช้เงินลงทุนไม่สูง และสามารถดำเนินการจากที่บ้านได้

จึงเกิดเป็นแนวคิด “โครงการ COCOA AI — โกโก้สร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างโอกาส” โดยนำองค์ความรู้ด้านการชงโกโก้ การคำนวณต้นทุน การตั้งราคา การขาย และการตลาดออนไลน์ มาผสมผสานกับการใช้เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถเริ่มต้นอาชีพได้โดยไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านขนาดใหญ่ ไม่ต้องลงทุนในธุรกิจจำนวนมาก และไม่จำเป็นต้องสต็อกสินค้าในปริมาณสูง

ผู้เข้าร่วมสามารถเริ่มต้นจากบ้านของตนเอง ชงและจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ใช้โทรศัพท์มือถือและสื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์และสร้างลูกค้า เป็นแนวทางที่เหมาะสมกับยุคเศรษฐกิจดิจิทัล และเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีทุนน้อยสามารถเริ่มต้นธุรกิจของตนเองได้

วัตถุประสงค์ของโครงการ

  1. เพื่อช่วยเหลือผู้ตกงาน ผู้มีรายได้น้อย และคนรุ่นใหม่ ให้มีช่องทางในการสร้างอาชีพและรายได้
  2. เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพขนาดเล็กที่สามารถเริ่มต้นได้จากที่บ้าน
  3. เพื่อถ่ายทอดความรู้ด้านการทำโกโก้ การคำนวณต้นทุน การขาย และการตลาดออนไลน์
  4. เพื่อประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลในการสร้างอาชีพยุคใหม่
  5. เพื่อสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการโกโก้ และขยายโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชน

แนวทางการดำเนินงาน

โครงการจะเปิดโอกาสให้ผู้ที่ตกงาน ผู้มีรายได้น้อย เยาวชน และประชาชนทั่วไปที่ต้องการมีอาชีพ ได้เข้ามาเรียนรู้ ทดลองชิม ทดลองทำ และนำความรู้ไปประกอบอาชีพจริง โดยมีการสอนตั้งแต่การชงโกโก้ การควบคุมต้นทุน การกำหนดราคาขาย การสร้างแบรนด์ การถ่ายภาพสินค้า การทำคอนเทนต์ การใช้ AI และการขายผ่านช่องทางออนไลน์

ทั้งนี้ โครงการไม่ได้มุ่งหวังเพียงการขายโกโก้ แต่ต้องการสร้าง “โอกาส” ให้คนที่กำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจสามารถลุกขึ้นมายืนได้ด้วยตนเอง

ขอเชิญสื่อมวลชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโอกาส

ในการเปิดตัวโครงการครั้งนี้ จึงขอเชิญสื่อมวลชนและผู้สื่อข่าวทุกแขนงมาร่วม ชิมโกโก้ ทดลอง และร่วมแถลงข่าว เพื่อสัมผัสผลิตภัณฑ์และแนวคิดของโครงการด้วยตนเอง พร้อมช่วยเผยแพร่ข่าวสารและประชาสัมพันธ์โครงการไปสู่ประชาชนในวงกว้าง

เพราะเราเชื่อว่า…

“ในวันที่เศรษฐกิจทำให้หลายคนตกงาน
เราอาจไม่สามารถสร้างงานให้ทุกคนได้ในทันที
แต่เราสามารถสร้างโอกาสให้เขาเริ่มต้นได้”

COCOA AI — โกโก้สร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างโอกาส

โกโก้ 1 แก้ว อาจไม่เปลี่ยนเศรษฐกิจของประเทศ
แต่สามารถเปลี่ยนชีวิตของคนหนึ่งคนได้