คนไทยนี้เก่ง

ดร.อดิศร ไชยคุปต์ และ “บิ๊กทิน”สุทิน บัวตูม ร่วมแสดงความยินดี
กับ สมเกียรติ ละเลิศ แชมป์โลกเจ็ตสกี Lake Havasu City, Arizona USA ปี 2026 ท่ามกลางผู้เข้าร่วมแข่งขันจากทั่วโลก
นับเป็นประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกอีกครั้ง กุบความภาคภูมิใจของคนไทยที่ประกาศศักดาให้โลกรู้

พุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระราชกุศล ครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต “พระพันปีหลวง”

พุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระราชกุศล ครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต “พระพันปีหลวง” ผนึกพลังเยาวชน Wonder Kids Club สืบสานพระราชปณิธานด้านสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ห้องประชุมหลวงบริบาลเวชกิจ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ภายในงานมีการแสดงธรรมเทศนา พิธีถวายราชสักการะ และพิธีทักษิณานุปทานถวายราชกุศล พร้อมมอบเครื่องยังชีพแก่ประชาชน เพื่อส่งเสริมการแบ่งปันและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน
ในการนี้ นายภูมิ ขยันกิจ รองประธานชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม Wonder Kids Club ได้รับหน้าที่เป็นพิธีกรดำเนินรายการ พร้อมด้วยสมาชิกชมรมฯ เข้าร่วมพิธีและร่วมกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและความจงรักภักดี
ในช่วงบ่าย พุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม Wonder Kids Club กลุ่มพันธมิตรอาสาสมัครกาชาด สภากาชาดไทย จัดกิจกรรม “สืบสานพระราชปณิธานด้านสิ่งแวดล้อม เทิดพระเกียรติพระพันปีหลวง” โดยมีเด็ก เยาวชน นักเรียน และนักศึกษาเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก พร้อมด้วยอาสาสมัครกาชาดที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่จิตอาสา
และการอ่า ทำนองเสนาะ บทกลอน โดยเด็กหญิงพัทธ์ธีรา ชิดสิน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดคู้บอน(วัฒนานันท์อุทิศ) ผู้อ่านทำนองเสนาะ
และบทกลอน โดย น.ส อัญชิษฐา ฆ้องสท้าน อ่านบทกลอน ด้านอนุลักษณ์ ธรรมชาติป่ารักน้ำ
โรงเรียนเบญจมราชาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์

กิจกรรมสำคัญ ได้แก่ Eco Art Sharing การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจากวัสดุธรรมชาติ ลงบนถุงผ้าดิบลดโลกร้อน เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตลอดจนรณรงค์ลดภาวะโลกร้อนและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า

กิจกรรมครั้งนี้เป็นการผสานการบำเพ็ญกุศล การแบ่งปันเพื่อสังคม และการส่งเสริมจิตอาสาของเด็กและเยาวชนเข้าด้วยกัน พร้อมเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และร่วมสืบสานพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่อย่างยั่งยืนสืบไป

ชมรมเด็กสร้างสรรค์์สังคม Wonder Kids Club

เครือข่ายจิตอาสาพลังแผ่นดินตำบลริมปิง ผนึกกำลังมูลนิธิ Spirit Guide Foundation มอบสิ่งของจำเป็นและกำลังใจแก่ผู้ป่วยติดเตียง

เครือข่ายจิตอาสาพลังแผ่นดินตำบลริมปิง ผนึกกำลังมูลนิธิ Spirit Guide Foundation มอบสิ่งของจำเป็นและกำลังใจแก่ผู้ป่วยติดเตียง 7 ราย ในพื้นที่บ้านป่าแก จังหวัดลำพูน

ลำพูน – วันที่ 25 ตุลาคม 2569 ศูนย์ประสานงาน “เครือข่ายจิตอาสาพลังแผ่นดินตำบลริมปิง” ร่วมกับมูลนิธิ Spirit Guide Foundation จากฮ่องกง ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) บ้านป่าแก หมู่ที่ 1 ตำบลริมปิง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน จัดกิจกรรมลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค พร้อมปัจจัยและสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันแก่ผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุในชุมชน จำนวน 7 ราย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เติมเต็มกำลังใจ และส่งต่อความห่วงใยให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ

ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีนายถวัลย์ นามอมร ประธานกลุ่มจิตอาสา นายกิตติพันธ์ บัวอุ พร้อมด้วย Mercy ตัวแทนมูลนิธิ Spirit Guide Foundation และนายกฤษณะ แซ่ถัน ร่วมลงพื้นที่นำสิ่งของไปมอบให้แก่ผู้ป่วยติดเตียงถึงบ้าน โดยสิ่งของที่นำมามอบประกอบด้วย นม นมถั่วเหลือง กระดาษทิชชู ทิชชูเปียก กล่องเก็บของ ถุงหอมสมุนไพรที่นำมาจากประเทศจีน ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและช่วยไล่ยุง ตลอดจนของใช้จำเป็นและของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกหลายรายการ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยและครอบครัว

นอกจากนี้ ยังได้มอบเครื่องเล่นเสียงโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย จำนวน 2 ประเภท ได้แก่ เครื่องเล่นเพลงแบบชาร์จไฟได้ สามารถคล้องคอและพกพาได้สะดวก และเครื่องเล่นเสียงพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับใช้งานกลางแจ้ง โดยอุปกรณ์ทั้งสองประเภทบรรจุเสียงบันทึกและบทเพลงที่มุ่งถ่ายทอดเรื่องราวแห่งความรัก ความเมตตา การให้อภัย และความสงบสุขภายในจิตใจ

เสียงบันทึกและบทเพลงเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นสื่อสร้างความผ่อนคลายและปลอบประโลมจิตใจ ช่วยส่งเสริมบรรยากาศแห่งความสงบ ลดความรู้สึกตึงเครียด และมอบความอบอุ่นใจให้แก่ผู้ฟัง โดยหวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งกำลังใจสำคัญที่ช่วยเกื้อหนุนคุณภาพชีวิตและสุขภาวะทางใจของผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ควบคู่ไปกับการดูแลจากครอบครัวและบุคลากรในชุมชน

สำหรับผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุที่ได้รับมอบสิ่งของในครั้งนี้ จำนวน 7 ราย ได้แก่

  1. ยายบัวคำ ไชยา อายุ 83 ปี
  2. นางธีรศักดิ์ อาริวรรณา อายุ 69 ปี
  3. นายสาคร ไชยวินิจ อายุ 65 ปี
  4. นายเสาร์แก้ว กันขำ อายุ 69 ปี
  5. นางจันทร์ทรา ดวงซะนา อายุ 76 ปี
  6. นางสาวจันทรา แสงพิงค์ อายุ 68 ปี
  7. นายณรงค์ สงวนสิน อายุ 68 ปี

ทั้งหมดเป็นผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุในพื้นที่หมู่ที่ 1 บ้านป่าแก ตำบลริมปิง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการมอบสิ่งของที่จำเป็นเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความห่วงใย การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและเครือข่ายจิตอาสาในการดูแลสมาชิกในชุมชนอย่างทั่วถึง

เดินหน้าสานต่อกิจกรรมช่วยเหลือชุมชน เดือนละ 1 ครั้ง

ทั้งนี้ ศูนย์ประสานงาน “เครือข่ายจิตอาสาพลังแผ่นดินตำบลริมปิง” มีความตั้งใจที่จะดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายจัดกิจกรรมเดือนละ 1 ครั้ง หมุนเวียนไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ ในตำบลริมปิง เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ได้มากยิ่งขึ้น

ศูนย์ประสานงานขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรการกุศล และประชาชนทั่วไปที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความช่วยเหลือ สามารถติดต่อศูนย์ประสานงาน “เครือข่ายจิตอาสาพลังแผ่นดินตำบลริมปิง” เพื่อสนับสนุนสิ่งของจำเป็นหรือร่วมสมทบทุนในการดำเนินกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่อง

หากได้รับการสนับสนุนเพิ่มมากขึ้น ทางเครือข่ายมีแผนที่จะต่อยอดและขยายกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยยึดมั่นในเจตนารมณ์ของการเป็นจิตอาสา ร่วมแบ่งปันน้ำใจ สร้างสังคมแห่งความเอื้ออาทร และไม่ทอดทิ้งผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ

เพราะการให้ ไม่ได้มีเพียงสิ่งของที่ส่งมอบ แต่ยังหมายถึงความรัก ความห่วงใย และกำลังใจที่ส่งถึงกัน

#เครือข่ายจิตอาสาพลังแผ่นดินตำบลริมปิง #SpiritGuideFoundation #จิตอาสาลำพูน #ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง #แบ่งปันน้ำใจ #สังคมแห่งการให้

“โขงอเมซิ่ง” สะกดสายตาริมโขง เรือไฟ “สัตนครา”

#ททท. ทำถึง! “โขงอเมซิ่ง” สะกดสายตาริมโขง เรือไฟ “สัตนครา” : จากห้วงนภา สู่มหานที ประชันโดรน 800 ลำ เรียกเสียงฮือฮาคืนแรก พร้อมจัดเต็มอีก 25–26 ต.ค.นี้!

ททท. สร้างปรากฏการณ์ “โขงอเมซิ่ง” โชว์เรือไฟ “สัตนครา : จากห้วงนภา สู่มหานที”ผสานโดรน 800 ลำ ริมแม่น้ำโขง จ.นครพนม สุดประทับใจคืนแรก พร้อมส่งต่อความมหัศจรรย์ อีกสองคืนติดต่อกัน ในวันที่ 25–26 ตุลาคมนี้

#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สร้างความประทับใจในงานประเพณีไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม ประจำปี 2569 กับการแสดงเรือประดับไฟฟ้า สัตนครา” จากห้วงนภา สู่มหานที” ประกอบโดรนโชว์ 800 ลำ ภายใต้กิจกรรม “โขงอเมซิ่ง AMAZING MEKONG by Amazing Thailand” เปิดการแสดงคืนแรกเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 ณ บริเวณลานพญาศรีสัตตนาคราช ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมอย่างคึกคัก พร้อมเสียงชื่นชมความงดงามของการแสดงที่เชื่อมแสงบนสายน้ำเข้ากับความมหัศจรรย์เหนือท้องฟ้า

บรรยากาศริมแม่น้ำโขงเต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ นักท่องเที่ยวทยอยเข้าสู่พื้นที่ชมการแสดง ส่งผลให้การจราจรบริเวณเส้นทางเข้าสู่งานหนาแน่น โดยไฮไลต์ที่เรียกเสียงฮือฮาคือการแปรขบวนของโดรน 800 ลำ ถ่ายทอดภาพแห่งศรัทธาและอัตลักษณ์นครพนม ทั้งพญานาค เรือไฟประเพณี พานบายศรี องค์พระธาตุพนม ดอกบัว วิถีชีวิตริมโขง และสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 3 นำเรื่องราวที่ผูกพันกับผู้คนมาสร้างสรรค์เป็นภาพแสงเหนือฟากฟ้าได้อย่างน่าประทับใจ

การแสดงชุด “สัตนครา – จากห้วงนภา สู่มหานที” นำเสนอความงดงามของเรือประดับไฟฟ้า “สัตนครา” ความยาว 40 เมตร สูง 10 เมตร ซึ่งออกแบบภายใต้แนวคิด “สายน้ำแห่งชีวิต แสงไฟแห่งศรัทธา” ถ่ายทอดวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และความเชื่อของชุมชนลุ่มน้ำโขง ผ่านรูปทรงและลวดลายบนเรือ ทั้งบ้านเรือน ผู้คน ผ้าทอ งานจักสาน องค์พระธาตุพนม และพญานาค ก่อนเชื่อมเรื่องราวสู่การแสดงโดรนบนท้องฟ้า เติมมิติร่วมสมัยให้กับประเพณีอันทรงคุณค่าของนครพนม

กิจกรรม “โขงอเมซิ่ง” สะท้อนแนวทางการสร้างสรรค์ Signature Event ของ ททท. ที่นำรากเหง้าทางวัฒนธรรมมาผสานกับความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมการแสดง เพื่อเพิ่มเสน่ห์ให้กับเทศกาลท้องถิ่น และสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งความตระการตาและเรื่องราวของพื้นที่ไปพร้อมกัน

ความประทับใจยังคงต่อเนื่อง โดย ททท. เตรียมจัดการแสดงเรือประดับไฟฟ้า “สัตนครา” ประกอบโดรนโชว์ 800 ลำ พร้อมไฮไลต์เหนือลำน้ำโขงอีกครั้งในวันที่ 25 ตุลาคม 2569 เวลา 21.15 น. และวันที่ 26 ตุลาคม 2569 รอบพิเศษคืนวันออกพรรษา เวลา 23.00 น. ณ บริเวณลานพญาศรีสัตตนาคราช เปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมชมความงดงามอย่างทั่วถึง ก่อนปิดฉากการแสดง “โขงอเมซิ่ง AMAZING MEKONG by Amazing Thailand” ด้วยความทรงจำอันน่าประทับใจ ตอกย้ำเสน่ห์ของนครพนมในฐานะจุดหมายแห่งเทศกาลวัฒนธรรมที่ต้องมาสัมผัสด้วยตนเอง

ผู้สนใจเข้าชมการแสดงควรเผื่อเวลาเดินทาง เพื่อร่วมสัมผัสค่ำคืนแห่งความมหัศจรรย์ได้อย่างเต็มอิ่ม

วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ร่วมกับ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีทิ้งกระจาด (ซิโกว)

วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ร่วมกับ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีทิ้งกระจาด (ซิโกว) แจกเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ยากไร้ 1,200 ชุด รวมมูลค่ากว่า 2.9 แสนบาท ณ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ
.
วันนี้ (วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2569) วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร นำโดย สมเด็จพระธีรญาณมุนี เจ้าอาวาส พร้อมด้วย พระธรรมวชิรปาโมกข์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส และคณะสงฆ์ ร่วมกับ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ และนายวันชิด ศิรสีห์ รองผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ จัดชุดเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย เส้นหมี่ขาว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รองเท้าฟองน้ำ ยาดม เสื้อสำเร็จรูป ขนม นมถั่วเหลือง และ น้ำลำไย บรรจุถุงผ้ามูลนิธิฯ จำนวน 1,200 ชุด รวมมูลค่ากว่า 2.9 แสนบาท เพื่อประกอบพิธีทิ้งกระจาด (ซิโกว) นำแจกจ่ายให้แก่ผู้ยากไร้ โดยมี นายสมานมิตร แยงไธสง ผู้อำนวยการเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ร่วมในพิธี ในการนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทีมเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย และอาสาสมัคร อำนวยความสะดวกแก่วัดและประชาชนที่มารับสิ่งของ ณ บริเวณเมรุด้านใต้ (สุสานหลวง) วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ
.
ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung
##ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต
#ป่อเต็กตึ๊งยึดมั่นอุดมการณ์อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต
#สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

ลำพูนชวน “ชมศิลปะในคืนพระจันทร์เต็มดวง”

ลำพูนชวน “ชมศิลปะในคืนพระจันทร์เต็มดวง”

River Festival Present LAMPHUN Full Moon Art Festival
14 –24 พฤศจิกายน 2569 ณ คุ้มเจ้าสุริยา และพื้นที่เชื่อมต่อถนนรถแก้ว วังซ้าย ในเมืองเก่าลำพูน

ลำพูน ซิตี้ แลป จำกัด วิสาหกิจเพื่อสังคม ร่วมกับ Lamphun Comtemporaly Art Society กลุ่มนักสร้างสรรค์ ศิลปินลำพูน ร่วมกับ จังหวัดลำพูน เทศบาลเมืองลำพูน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรม โดยการสนับสนับสนุนของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด มหาชน เตรียมเปิดพื้นที่เมืองเก่าให้ผู้คนสัมผัสศิลปะ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมในบรรยากาศยามค่ำ กับงาน River Festival Present LAMPHUN Full Moon Art Festival — ชมศิลปะในคืนพระจันทร์เต็มดวง ระหว่างวันที่ 14 –24 พฤศจิกายน 2569 ณ คุ้มเจ้าสุริยา เชื่อมโยงกิจกรรมพิพิธภัณฑ์คุ้มเจ้าสุยา ชวนกวายโคม แล้วมาชื่นชมงานศิลปะและใช้เวลาร่วมกันในช่วงปลายปี ก่อนก้าวเข้าสู่ฤดูกาลแห่งความสุข

เทศกาลครั้งนี้นำเสนอความสร้างสรรค์ที่เติบโตจากรากวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์กว่า 1,400 ปีของลำพูน ผ่านผลงานของศิลปินชั้นครู ศิลปินร่วมสมัย และจินตนาการของเด็กและเยาวชน เชื่อมการสั่งสมความรู้จากรุ่นสู่รุ่นเข้ากับแนวคิด “ละเมียดลำพูน” ที่ชวนให้ค่อย ๆ มอง รับรู้รายละเอียด และค้นพบคุณค่าของเมืองผ่านศิลปะและการพบปะผู้คน

ภายในงานประกอบด้วย 8 กิจกรรม ได้แก่ รากเมือง — Museum After Dark เปิดประสบการณ์ชมพิพิธภัณฑ์ยามค่ำ The Masters นิทรรศการศิลปินชั้นครู ศิลปะแห่งวันนี้ — Art Now ผลงานศิลปินร่วมสมัย และ Young Creative Voices พื้นที่แสดงจินตนาการของเยาวชน พร้อม Pop-up Art Workshops ที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจลงมือสร้างสรรค์ Moonlight Art Walk เส้นทางเดินชมศิลปะ ตลาดละเมียด ที่รวมงานคราฟท์ ศิลปะ และอาหารพื้นถิ่น และ Full Moon Gathering พื้นที่นั่งพัก พบปะ และฟังดนตรี ระหว่างวันที่ 14 -24 พฤศจิกายน 2569 และการร่วมปล่อยโต้มควัน ตามประเพณีล้านนา วันที่ 24 พฤศิจากายน 2468 ณ ลานหน้า อาคาร ศาลากลางหลังเก่า ถนนอินทยงยศ เมืองเก่าลำพูน

พื้นที่คุ้มเจ้าสุริยาจะได้รับการจัดให้เป็นพื้นที่ชมศิลปะอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ห้องนิทรรศการจนถึงใต้ถุนเรือนไม้ ขณะที่ลานคอนกรีตโดยรอบเป็นพื้นที่ตลาดและกิจกรรม เชื่อมกับสนามหญ้าสำหรับนั่งพักและใช้เวลาร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศของสถาปัตยกรรมและต้นไม้ในพื้นที่

ขอเชิญชาวลำพูน นักท่องเที่ยว ครอบครัว และผู้รักศิลปะ มาร่วมค้นพบเสน่ห์ของเมืองผ่านผลงาน ความคิด และฝีมือของผู้คน ในงาน River Festival – LAMPHUN Full Moon Art Festival วันที่ 14 –24 พฤศจิกายน 2569
#fineart #finelamphun #ละเมียดลำพูน

วรกฤษณ์ มหิทธิ มหานครข่าว
สื่อมวลชน ลำพูน

สตม.เปิดปฏิบัติการล่าข้ามทวีป รวบ 2 หนุ่มจีน หมายแดงอินเตอร์โพล

สตม.เปิดปฏิบัติการล่าข้ามทวีป รวบ 2 หนุ่มจีน หมายแดงอินเตอร์โพล คดีอุ้มฆ่า 3 ศพฝังทะเลทรายดูไบ หนีกบดานคอนโดหรูย่านชิดลม-สีลม
     เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 (บก.ตม.3) สนธิกำลังร่วมกับ บก.ตม.1 และกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) เปิดปฏิบัติการปิดล้อมจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจสากล (INTERPOL Red Notice) จำนวน 2 ราย คดีลักพาตัวและฆาตกรรมอำพรางในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังสืบทราบว่าหลบหนีข้ามทวีปมากบดานอยู่ในคอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร
     ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นำโดย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นำโดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เป็นหน่วยงานหลักในการปราบปรามอาชญากรข้ามชาติ
     โดยมี พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 และ พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. ร่วมประชุมสั่งการเร่งด่วน หลังได้รับเบาะแสว่า สองผู้ต้องหาสัญชาติจีน มีหมายจับตำรวจสากลในความผิดฐานลักพาตัว กักขังหน่วงเหนี่ยว ทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และหลบหนีเข้ามาซ่อนตัวในประเทศไทย
     ต่อมา ทีมบูรณาการเฉพาะกิจนำโดย พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 และ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่อีกนับสิบนาย ได้แบ่งกำลังเข้าปิดล้อมคอนโดมิเนียมหรู 2 แห่งใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมกัน หลังสืบทราบว่า  พักอยู่ที่คอนโดฯ ย่านสีลม
     เจ้าหน้าที่ ได้วางกำลังแฝงตัวเฝ้าจับตาทั้งสองจุด กระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. พบเป้าหมายทั้งสองรายเดินออกมาจากหน้าคอนโด เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่มีท่าทีพิรุธพยายามจะหลบหนี ชุดจับกุมจึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจเอกสาร ผลการตรวจสอบพบว่าข้อมูลบุคคลตรงกับบุคคลตามหมายแดงของตำรวจสากล
     นอกจากนี้ จากการตรวจสอบสถานะการอยู่ในราชอาณาจักร พบว่า การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร สิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. 69 ส่วนอีกคนถูกเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรแล้ว
     เจ้าหน้าที่ จึงแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐานเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด และแจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้ทราบ ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายส่งพนักงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (บก.สส.สตม.) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
     สำหรับคดีอุ้มฆ่าโหดดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยนักธุรกิจชาวตุรกี แฟนสาวชาวจีน และคนขับรถชาวบังกลาเทศ รวม 3 ราย ถูกกลุ่มคนร้ายรวม 7 คน บุกลักพาตัวจากวิลล่าหรูในนครดูไบ เจ้าหน้าที่ตำรวจดูไบได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและติดตามรถที่ใช้ก่อเหตุ พบว่าเส้นทางหลบหนีมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ทะเลทรายสวีฮาน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของดูไบ ก่อนจะพบศพของเหยื่อทั้งสามรายถูกฝังอยู่ในพื้นที่ทะเลทรายดังกล่าว
     อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ ยังอยู่ระหว่างการประสานข้อมูลกับทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อสืบสวนถึงมูลเหตุจูงใจที่แท้จริงของการก่อเหตุอุกอาจครั้งนี้

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม รายงาน

กกต.ยะลา ร่วมสังเกตการณ์การดำเนินกิจกรรมที่ใช้จ่ายเงินจากกองทุนฯ ของตัวแทนพรรคประชาชนประจำจังหวัด

วันที่ 21 ต.ค.69 นายนันทพล ภาชื่น ผอ.สนง.กกต.จว.ยล เข้าร่วมสังเกตการณ์การดำเนินกิจกรรมที่ใช้จ่ายเงินจากกองทุนฯ ของตัวแทนพรรคประชาชนประจำจังหวัดยะลา ณ ห้องประชุมร้านคีรีเขต ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา

ชวนปล่อยจินตนาการจากเศษผ้าสู่ดอกไม้หนึ่งเดียวในโลก

adot° ชวนปล่อยจินตนาการจากเศษผ้าสู่ดอกไม้หนึ่งเดียวในโลก
ในกิจกรรม “Floral Postcard Workshop” เปลี่ยนวัสดุธรรมดาให้กลายเป็นงานศิลป์
​adot°แพลทฟอร์มแบบ Phygital ชวนคนรักงานศิลปะและสาย Creative มาสัมผัสประสบการณ์ “Floral Postcard Workshop” เวิร์กช็อปที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้สนุกกับการสร้างสรรค์ โดยนำ เศษผ้าหลากสีและพื้นผิว มาตัด แต่ง และจัดวางบนโปสการ์ด เพื่อสร้างสรรค์เป็นดอกไม้ในแบบที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใครตามจินตนาการของคุณ เมื่อเศษผ้าหลากสีไม่ได้มีไว้ทิ้ง แต่สามารถกลายเป็น “ดอกไม้” ที่มีเรื่องราวเฉพาะตัวได้ มาร่วมชวนเปิดมุมมองสร้างสรรค์ ผ่านสีสันและวัสดุจากผลงานศิลปิน พร้อมสร้างโปสการ์ดในแบบของตัวเองของศิลปิน เปรม บัวชุม (Prem Buachum) ) เจ้าของคอลเลกชัน “A Symphony of Wind, Water and Bloom” ซึ่งจัดแสดงบนเว็บไซต์ www.adot.maison และยังได้นำวัสดุที่ใช้ในผลงานมาสร้างสรรค์เป็นโปสการ์ดดอกไม้ในแบบฉบับของตัวเองโดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ใช้วัสดุแบบเดียวกับที่ปรากฏในงานศิลปะ เพื่อสร้างผลงานของตัวเอง
กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนแนวคิดของ adot° ที่ต้องการเชื่อมโยงงานศิลปะเข้ากับชีวิตประจำวัน ผ่านกิจกรรมที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ทดลอง ลงมือทำ และสร้างสรรค์ผลงานด้วยตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านศิลปะโดยการลงมือทำโดยชิ้นงานที่เกิดขึ้นผ่าน “Floral Postcard Workshop” เวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสกระบวนการสร้างสรรค์จากผลงานของศิลปินเวิร์กช็อปนี้โปสการ์ดลายดอกไม้ (Floral Postcard) ได้รับแรงบันดาลใจจากคอลเลกชัน
Floral Postcard Workshop จัดขึ้นที่ adot.maison ชั้น 2 Festie Town, Happitat ภายในโครงการ The Forestias โดยมีค่าร่วมกิจกรรม 100 บาท พิเศษสำหรับผู้ที่ซื้อสินค้าจาก adot° หรือแสดงใบเสร็จจาก Happitat มูลค่า 100 บาทขึ้นไป สามารถเข้าร่วมกิจกรรมฟรี

T&B Media Global เผยทิศทาง Content Production ยุค Agentic AI


T&B Media Global เผยทิศทาง Content Production ยุค Agentic AI บนเวที Apsara Conference 2026 มอง AI จากเครื่องมือช่วยผลิต สู่รากฐานของ AI-Native Entertainment Ecosystem
T&B Media Global ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับด้านอนาคตของการผลิตคอนเทนต์และอุตสาหกรรมบันเทิงในยุค Agentic AI บนเวที International AI Agent Tech Forum ภายใต้งาน Apsara Conference 2026 ของ Alibaba Cloud ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–24 กันยายน 2026 ณ เมืองหางโจว ประเทศจีน
Apsara Conference ในปีนี้สะท้อนพัฒนาการของ AI ที่กำลังก้าวจากเครื่องมือช่วยทำงาน ไปสู่เทคโนโลยีที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการทำงานและอุตสาหกรรมในวงกว้าง โดยพื้นที่จัดแสดงหลักของงานแบ่งออกเป็น 4 Pavilion ได้แก่ The Intelligence Engine, The Computer Foundation, The Creator Studio และ The Industry Panorama ครอบคลุมตั้งแต่เทคโนโลยีพื้นฐานและโครงสร้างการประมวลผลของ AI ไปจนถึงการสร้างสรรค์คอนเทนต์และการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ
หนึ่งในประเด็นสำคัญของงานคือแนวคิด “Agent-Native” และ “Agentic AI” ซึ่งสะท้อนการพัฒนาของ AI จากระบบที่ทำงานตามคำสั่ง ไปสู่ระบบที่สามารถเชื่อมโยงหลายขั้นตอน ทำงานเป็นกระบวนการ และเข้ามามีบทบาทมากขึ้นทั้งในด้านการวิเคราะห์ การตัดสินใจ และการดำเนินงาน
ภายในงาน คุณพันธบัตร สันติมากร Chief of Project Commercialization, T&B Media Global ร่วมแชร์มุมมองเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของ Content Production ในยุค Agentic AI ภายใต้หัวข้อ “WonderClip: Powering Video Production in the Agentic AI Era”
คุณพันธบัตรกล่าวว่า บทบาทของ AI ต่ออุตสาหกรรมคอนเทนต์กำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความเร็วหรือลดขั้นตอนการผลิต ไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้ทีมสร้างสรรค์สามารถพัฒนา ทดลอง และประเมินไอเดียได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
แนวคิดดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการวางรากฐานไปสู่ AI-Native Entertainment Ecosystem ซึ่ง AI ไม่ได้ถูกแยกออกมาเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในกระบวนการ แต่สามารถเชื่อมโยงเข้ากับ Workflow ของการพัฒนาและผลิตคอนเทนต์ ตั้งแต่การสร้างแนวคิด การพัฒนาเรื่องราว การออกแบบภาพ การสร้างต้นแบบ ไปจนถึงการผลิตผลงานจริงหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนแนวคิดดังกล่าวคือ WonderClip แพลตฟอร์มสร้างวิดีโอด้วย AI แบบครบวงจรจาก Alibaba ที่ช่วยตั้งแต่การพัฒนาไอเดียและสคริปต์ การสร้างภาพและฉาก การทำสตอรี่บอร์ด ไปจนถึงการผลิตและประกอบวิดีโอไว้ภายในระบบเดียว
WonderClip ทำหน้าที่เสมือน AI Production Studio ที่เชื่อมโยงโมเดล AI หลายประเภทของ Alibaba ทั้งโมเดลภาษา การสร้างภาพ และการสร้างวิดีโอเข้าด้วยกัน ช่วยให้ทีมครีเอทีฟสามารถเชื่อมต่อขั้นตอนที่เดิมต้องทำงานผ่านหลายโปรแกรมและหลาย workflow ให้ทำงานต่อเนื่องกันมากขึ้น

คุณพันธบัตรกล่าวว่า “ประโยชน์ที่แท้จริงของ AI ไม่ใช่เพียงการทำให้เราผลิตงานได้เร็วขึ้น แต่คือการทำให้เราสามารถทดลองได้มากขึ้นก่อนที่จะลงทุนในการผลิตจริง เราสามารถทดสอบไอเดีย เปรียบเทียบทางเลือก และค้นหาทิศทางที่ดีกว่าได้ด้วยต้นทุนและความเสี่ยงที่ลดลง”
โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิง ซึ่งการพัฒนาโครงการหนึ่งอาจต้องใช้ทั้งเวลา งบประมาณ และทรัพยากรจำนวนมาก ความสามารถในการสร้างต้นแบบหรือทดลองแนวคิดก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตเต็มรูปแบบ จึงสามารถช่วยเปลี่ยนวิธีการตัดสินใจด้านการสร้างสรรค์และการลงทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ
“ที่ผ่านมาเราอาจมอง AI ในฐานะเครื่องมือที่ช่วยให้ Content Production เร็วขึ้น แต่เมื่อ AI กำลังพัฒนาเข้าสู่ Agentic AI คำถามจึงเปลี่ยนไปจาก ‘เราจะผลิตได้เร็วขึ้นอย่างไร’ เป็น ‘เราจะนำ AI มาเชื่อมกับ workflowการทำงานในทุกๆขึ้นตอน เพื่อสร้าง content คุณภาพให้ได้มีประสิทธิผลดีขึ้น”

สำหรับ T&B Media Global แนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจโอกาสในการนำ AI เข้ามาเชื่อมโยงกับกระบวนการสร้างสรรค์และการผลิตคอนเทนต์ในวงกว้างมากขึ้น เพื่อวางรากฐานของการทำงานในรูปแบบ AI-Native ในอนาคตเป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงการนำเครื่องมือ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพในบางขั้นตอน แต่คือการพัฒนาแนวทางที่ AI สามารถทำงานร่วมกับทีมสร้างสรรค์ได้ตลอดทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การค้นหาและพัฒนาไอเดีย การทดลองรูปแบบการเล่าเรื่อง การสร้างต้นแบบ ไปจนถึงการผลิตผลงานจริง ในขณะเดียวกัน การนำ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้นไม่ได้หมายถึงการลดความสำคัญของมนุษย์ในกระบวนการสร้างสรรค์ แต่ทำให้ความสามารถในการกำหนดทิศทาง ตั้งคำถาม ตัดสินใจเลือก และสร้างความหมายให้กับเรื่องราว กลายเป็นทักษะที่มีความสำคัญมากขึ้นในยุคที่เทคโนโลยีสามารถสร้างทางเลือกได้จำนวนมาก
แนวคิด AI-Native Entertainment Ecosystem จึงเป็นภาพของระบบการทำงานที่ผสานความสามารถของมนุษย์และ AI เข้าด้วยกัน โดยใช้ AI เพื่อขยายขีดความสามารถในการทดลองและการผลิต ขณะที่มนุษย์ยังคงเป็นผู้กำหนดวิสัยทัศน์ ความคิดสร้างสรรค์ และคุณค่าของผลงาน การเข้าร่วม Apsara Conference 2026 ครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเทคโนโลยี แต่ยังสะท้อนทิศทางของ T&B Media Global ในการศึกษาและทดลองเทคโนโลยี AI รุ่นใหม่ เพื่อเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมคอนเทนต์และบันเทิงในยุค Agentic AI