มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ยากไร้ มอบรถเข็นวีลแชร์แก่ผู้พิการ และนำหน่วยแพทย์บริการประชาชนในพื้นที่ฟรี
.
วานนี้ (วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน และนายพิทักษ์พนธ์ ถูกจิตต์ รักษาการหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน ลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ฐานะยากจน ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ รวมจำนวน 34 คน คิดเป็นมูลค่า 667,800 บาท พร้อมมอบรถเข็นวีลแชร์แก่ผู้พิการ รวม 10 คน คิดเป็นมูลค่า 30,000 บาท และมอบรถจักรยานแก่เด็กนักเรียน จำนวน 20 คัน คิดเป็นมูลค่า 25,800 บาท รวมการช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นเงินทั้งสิ้น 726,300 บาท (เจ็ดแสนสองหมื่นหกพันสามร้อยบาทถ้วน) นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมกู้ชีพ และอาสาสมัคร ออกหน่วยให้บริการแจกแว่นสายตา บริการตัดผมชาย-หญิง และกิจกรรมนันทนาการเด็กและเยาวชนในพื้นที่ฟรี โดยมี พระครูปริยัติสุวรรณโพธิ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง นางเยาวภา พรรณโนภาศ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดพิษณุโลก นางเอมอร วิจิตรพงษา ปลัดอำเภอบางระกำ นางสาวพัทธยา เนตรธรานนท์ รักษาการผู้อำนวยการสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านสองแคว จังหวัดพิษณุโลก ร่วมในพิธี ณ วัดโพธิ์ทอง อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก
.
นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ เปิดเผยว่า โครงการ ส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ฐานะยากจน ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ โดยในปี พ.ศ. 2569 ได้รับความร่วมมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว และสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ รวม 12 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ชลบุรี นครราชสีมา สงขลา สุราษฎร์ธานี ศรีสะเกษ ขอนแก่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย และพิษณุโลก คัดกรองผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม เสริมทักษะอาชีพ ส่งมาให้มูลนิธิฯ พิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยมูลนิธิฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินการโครงการดังกล่าวนี้ จะมีส่วนสนับสนุน ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป
.
ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
.
ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung
.
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

adot° เปิดพื้นที่จัดแสดงงานแบบ phygital ถาวรแห่งแรก ณ Cloud 11


adot° แพลตฟอร์มศิลปะและทรัพย์สินทางปัญญาแบบ phygital เปิดพื้นที่จัดแสดงงานถาวรแห่งแรก โดยเปิดตัวในงาน Cloud 11 Open House ย่านสุขุมวิท ชั้น 2 ณ ห้อง 221 และ 229 เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยนำผลงานจาก 4 คอลเลกชันของ 3 ศิลปินไทย มานำเสนอทั้งในรูปแบบ phygital edition, digital edition และของสะสมพิเศษสำหรับนักสะสม
ทั้งนี้ adot° ดำเนินการโดยบริษัท VUCA Digital (วูคา ดิจิตอล) ในเครือ DreamCrafter Group (ดรีมคราฟเตอร์ กรุ๊ป) ซึ่งมี ดร.ณัฐวัฒน์ (ดร.แตน) อริยวรารมย์ และคุณทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง
การเปิดตัวครั้งนี้นำเสนอ 4 คอลเลกชันจาก 3 ศิลปินของ adot° ได้แก่ วิศิษฏ์ เตชศิริโกศล, ชิษณุพงศ์ วัฒโน และ ธีรพล สีสังข์ โดยแต่ละคอลเลกชันมาในสามรูปแบบการสะสม ทั้ง phygital edition ที่จับคู่ผลงานต้นฉบับเข้ากับบันทึกรับรองที่ตรวจสอบได้, digital edition ที่เผยแพร่บน adot.maison และของสะสมพิเศษที่จัดทำขึ้นสำหรับนักสะสมในจำนวนจำกัด โดยการเปิดพื้นที่ครั้งนี้คือการเชื่อมโยงแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ากับพื้นที่จริง ที่ผู้ชมได้สัมผัสผลงานต้นฉบับด้วยตนเอง โดยเรื่องราว กรรมสิทธิ์ และที่มาของผลงานแต่ละชิ้นยังคงติดตามไปกับผลงานทุกที่
คุณพรรณธร ลออรรถวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง adot° ได้เปิดเผยว่า “การเปิดพื้นที่แห่งแรกของเรา ทำให้ผู้คนได้ยืนอยู่ตรงหน้าผลงาน และสัมผัสสิ่งที่ adot° ทำมาโดยตลอด นั่นคือการได้สะสมผลงานโดยมีเรื่องราวและกรรมสิทธิ์เดินทางไปพร้อมกับชิ้นงานนั้น นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้การจัดแสดงนี้พิเศษคือความแตกต่างอันชัดเจนของสี่คอลเลกชัน แต่ละคอลเลกชันมีเสียงเป็นของตัวเอง ตั้งแต่มุมมองของการมองเห็น ไปจนถึงสัญลักษณ์ที่เดินทางข้ามกาลเวลา ตั้งแต่อิสระที่นำไปสู่การควบคุม ไปจนถึงการให้รูปทรงแก่สิ่งไร้รูป ทุกคอลเลกชันของ adot° มอบบางสิ่งที่ควรค่าแก่การเก็บรักษาและบอกต่อ”
สำหรับงานใน 4 คอลเลกชันนี้ได้ครอบคลุมตั้งแต่จิตรกรรมนามธรรม การรับรู้และการมองเห็น สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม ไปจนถึงงานประติมากรรมถักทอด้วยมือ ได้แก่ Experiment to Control และ 12 Emblems โดยวิศิษฏ์ เตชะศิริโกศล, Selected Seeing โดยชิษณุพงศ์ วัฒโน และ Weaving the Form โดยธีรพล สีสังข์

เกี่ยวกับ adot° (เอดอท)
adot° คือแพลตฟอร์มศิลปะและทรัพย์สินทางปัญญาแบบ phygital ที่ผลงานกายภาพและดิจิทัลอยู่ร่วมกัน ผลงานแต่ละชิ้นเชื่อมโยงกับบันทึกรับรองที่ตรวจสอบได้ ทำให้ที่มาและประวัติของผลงานติดตามไปกับชิ้นงานทุกที่ หัวใจสำคัญของ adot° คือประสบการณ์การได้สะสมผลงานตัวจริง และระบบเศรษฐกิจที่สนับสนุนศิลปินและชุมชน เชื่อมโยงศิลปิน พื้นที่ และนักสะสมไว้ในการเดินทางเดียวกัน Your art. Your ownership. Your community. ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ adot.maison

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จัดประกวดการฝึกข้าราชการตำรวจ ประจำปี 2569

 สนองนโยบายผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตำรวจภูธรภาค 1 โดย พล.ต.ท.วัฒนา  ยี่จีน  ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้จัดให้มีการประกวดการฝึกข้าราชการตำรวจ ประจำปี 2569 เพื่อเสริมระเบียบวินัยและเพิ่มพูนทักษะการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชน 
 วันที่ 22 ก.ค. 69 พล.ต.ต. ภัทรภวัต สุขแสง  รอง ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การประกวดการฝึกข้าราชการตำรวจ ประจำปี 2569 ของข้าราชการตำรวจ ภ.1 ผลการดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ตำรวจภูธรภาค 1 ได้จัดการประกวดการฝึก ตามแบบฝึกตำรวจและการฝึกยุทธวิธีตำรวจ ของ ข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งการจัดการฝึกในครั้งนี้ สอดคล้องกับนโยบายการบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และนโยบายการบริหารราชการ ของ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 นโยบาย 1 6 9 ข้อที่ 14 เรื่องฝึกอบรมเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้มีนโยบายให้ข้าราชการตำรวจในสังกัด ตำรวจภูธรภาค 1 มีการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานในเรื่องระเบียบวินัย และยุทธวิธีในการปฏิบัติงาน มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้เข้าร่วมประกวดประกอบไปด้วย ภูธรจังหวัด ทั้ง 9 จังหวัด ได้แก่ ภูธรจั งหวัด สมุทรปราการ ภูธรจังหวัด นนทบุรี ภูธรจังหวัด ปทุมธานี ภูธรจังหวัด สระบุรี ภูธรจังหวัด พระนครศรีอยุธยา ภูธรจังหวัด ลพบุรี ภูธรจังหวัด อ่างทอง ภูธรจังหวัด สิงห์บุรี และภูธรจังหวัด ชัยนาท โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่ 1 ระดับ ผู้กำกับการเป็นหัวหน้าสถานี จำนวน 9 สถานี และกลุ่มที่ 2 สารวัตร / สารวัตรใหญ่ เป็นหัวหน้าสถานี จำนวน 6 สถานี รวมผู้เข้าร่วม โครงการจำนวน 15 สถานี ข้าราชการตำรวจทั้งสิ้น 623 นาย โดยการฝึกและประกวด การฝึกในวันนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 การฝึกตามแบบฝึกพระราชทาน มีคณะกรรมการประกอบด้วย ครูฝึกต้นแบบ Local CAT ตำรวจภูธรภาค 1 เป็นผู้รับผิดชอบ
ส่วนที่ 2 การฝึกยุทธวิธีตำรวจ จำลองสถานการณ์ การระงับเหตุกรณีพบบุคคลคลุ้มคลั่ง มีคณะกรรมการจาก กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 เป็นผู้รับผิดชอบ

โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดการประกวดการฝึกดังกล่าว เพื่อควบคุมความประพฤติและระเบียบวินัยของข้าราชการตำรวจ ปรับปรุงและเสริมสร้างบุคลิกภาพ สร้างวินัย และส่งเสริมสุขภาพร่างกายที่ดีแก่ข้าราชการตำรวจ ให้มีสุขภาพร่างกายที่ดีพร้อมปฏิบัติหน้าที่ อันเป็นปัจจัยพื้นฐานในการพัฒนาตนเองในด้านอื่น ๆ ซึ่งจะนำไปสู่การปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมปฏิบัติงานเพื่อพิทักษ์รับใช้ประชาชนอย่างเต็มที่เต็มความสามารถ

Global Volunteers Dana Alawi and 3Bahraini AEISEC ‘s member.

Global Volunteers
Dana Alawi and 3Bahraini AEISEC ‘s member.
Week 1
Onboarding space with partner representatives to understand the current scenario, beneficiaries and discuss about the outcome of the project

Introductory session with the beneficiaries, presentation of the volunteers and project objectives.

Run the initial assessment needed for measuring the outcome/impact of the project

Preparing the activities that will be done in the following weeks and receiving feedback from the partners and AIESEC

Create an implementation plan on how the project should unfold and determine materials to be used

ศิลปินรวมใจเพื่อการศึกษา มอบผลงานศิลปะล้ำค่าเข้าร่วมประมูล

วันที่21 กรกฎาคม 2569. ศาสตราจารย์ ดร.สามารถ จับโจร ผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กล่าวว่า หลักสูตรศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ร่วมกับโรงเรียนบ้านหินลาด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ขอเชิญชวนผู้สนในงานศิลปะทุกท่านเข้าร่วมการประมูลผลงานศิลปะออนไลน์ เพื่อนำเงินที่ได้จากการประมูลผลงานศิลปะสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนบ้านหินลาด ซึ่งยังขาดเเคลนวัสดุอุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอนให้กับนักเรียน

สำหรับโรงเรียนแห่งนี้ เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก อยู่ในพื้นที่สีแดงและได้รับผลกระทบจากการสู้รบ

การจัดงานประมูลศิลปะในครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อการศึกษาเเละเยียวยาจิตใจให้กับบุตรหลานของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยสงคราม ซึ่งได้รับความร่วมมือประสานใจจากบรรดาศิลปิน นักวิชาการผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะ และเครือข่ายจากหลายพื้นที่ ได้ร่วมกันจัดส่งผลงานล้ำค่าเข้าร่วมประมูลออนไลน์กันอย่างคึกคัก เช่น ดร.ทวี รัชนีกร ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ปี 2548 ศาสตราจารย์ ดร.สามารถ จับโจร ผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองใมย์ เทพราม ศิลปินรุ่นใหม่ไฟแรงผลงานกำลังเป็นที่นิยมของนักสะสม รวมทั้งผลงานจากคณาจารย์หลักสูตรศิลปกรรมศาสตร์บัณฑิตสาขาทัศนศิลป์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เป็นต้น

สำหรับรายละเอียดและกำหนดการประมูลดังนี้
วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569 เริ่มประมูล เวลา 08.00 น.ปิดการประมูล
วันอาทิตย์ที่ 26กรกฎาคม 2569
เวลา 18.00 น.ผ่านช่องทางการประมูล
Facebook : Thongmai Thepram
ซึ่งรายได้จากการประมูลผลงานศิลปะแต่ละชิ้น จะนำไปใช้ดังนี้
50% มอบคืนแก่ศิลปินเจ้าของผลงาน
40% มอบให้โรงเรียนบ้านหินลาด เพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้ จัดหาสื่อและวัสดุอุปกรณ์ทางการศึกษา และส่งเสริมกิจกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน
ผู้ประมูลสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า เฉพาะเงินบริจาคในส่วน 40% ที่มอบให้โรงเรียน
10% ใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และค่าจัดส่งผลงาน

ศาสตราจารย์ดร.สามารถ จับโจร ผู้ทรงคุณวุรฒิจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กล่าวเพื่มเติมว่าทุกการประมูลไม่เพียงเป็นการครอบครองผลงานศิลปะอันทรงคุณค่า แต่ยังเป็นการร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา เยียวยาจิตใจให้ กับผู้ประสบภัยสงคราม นอกจากนี้ยังเป็นการ ส่งต่อความหวังและร่วมพัฒนาอนาคตของเยาวชนผ่านพลังแห่งศิลปะ

“จึงขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งปันในครั้งนี้ และพบกันในการประมูลออนไลน์”ศ.ดร.สามารถกล่าว

ผู้ว่าฯ ลำพูน ติดตามสถานการณ์รับซื้อมะม่วงบ้านโฮ่ง

ผู้ว่าฯ ลำพูน ติดตามสถานการณ์รับซื้อมะม่วงบ้านโฮ่ง เร่งกระจายผลผลิตนอกพื้นที่ รับมาตรการอุดหนุนค่าขนส่งกิโลกรัมละ 3 บาท วันแรก

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วยนางณัษฐพร ชูวงศ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูนและประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน นางสาวเบญจวรรณ มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นางสาวจุฬารัตน์ นุ่มนิ่ม พาณิชย์จังหวัดลำพูน เกษตรจังหวัดลำพูน เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำพูน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การรับซื้อมะม่วงจากเกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอบ้านโฮ่ง ภายใต้มาตรการช่วยเหลือของกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ซึ่งเริ่มดำเนินโครงการอุดหนุนค่ากระจายผลผลิตมะม่วงกิโลกรัมละ 3 บาท เป็นวันแรก เพื่อเร่งระบายผลผลิตออกจากแหล่งผลิตไปยังจังหวัดต่าง ๆ และป้องกันปัญหาผลผลิตล้นตลาด

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีขึ้น ณ จุดรวบรวมมะม่วงของนางสาวสรินยา อุตสา บ้านทุ่งโป่ง หมู่ที่ 2 ตำบลเหล่ายาว อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดรับซื้อผลผลิตสำคัญของพื้นที่ โดยมีการรับซื้อมะม่วงจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ “มะม่วงเขียวมรกต” พืชเศรษฐกิจที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดลำพูน ด้วยเอกลักษณ์ของผลที่มีผิวสวย เนื้อแน่น รสชาติหอมหวานอมเปรี้ยว และขณะนี้อยู่ระหว่างการผลักดันขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างโอกาสทางการตลาดในอนาคต

ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า จังหวัดให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการผลผลิตทางการเกษตรอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก การบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ หน่วยงานภาครัฐ และผู้ประกอบการ จะช่วยให้การกระจายผลผลิตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบด้านราคา และสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรว่าผลผลิตจะมีตลาดรองรับอย่างต่อเนื่อง

สำหรับสถานการณ์ผลผลิตมะม่วงของจังหวัดลำพูนในปีนี้ มีปริมาณลดลงจากปีก่อน โดยตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 20 กรกฎาคม 2569 สามารถกระจายผลผลิตออกนอกพื้นที่แล้วกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 21,000 ตัน ขณะที่ยังคงเหลือผลผลิตในพื้นที่อีกประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 10,000 ตัน ทั้งนี้ โครงการอุดหนุนค่ากระจายผลผลิตของกรมการค้าภายในตั้งเป้าสนับสนุนการระบายมะม่วงเพิ่มเติมอีก 500 ตัน เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพด้านราคาและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรในช่วงฤดูกาลผลิต

ผู้ว่าราชการจังหวัดยังได้พบปะพูดคุยกับเกษตรกรและผู้ประกอบการ รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะ พร้อมย้ำว่าจังหวัดลำพูนจะติดตามสถานการณ์ผลผลิตและการตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การบริหารจัดการผลไม้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไสร้างรายได้ที่มั่นคง และเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่เกษตรกรตลอดฤดูกาลผลิต

วรกฤษณ์ ทหิทธิ มหานครข่าว ลำพูน รายงาน

ผอ.หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง cbl เชิญ อบรม หลักสูตร ที่มีประโยชน์ ต่อการทำงาน

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผอ.หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง cbl เรียนเชิญผู้ที่สนใจ เข้า อบรมเรียนสัมมนา หลักสูตร ที่มีประโยชน์ ต่อการทำงาน และ การ สร้างชีวิต ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

นายกเทศมนตรีตำบลหนองมะโมง ร่วมเป็นเจ้าภาพในการอุปสมบท

วันที่ 19 กรกฏาคม 2569 นายกชูชีพ สุพบุตร นายกเทศมนตรีตำบลหนองมะโมง สท.นิพนธุ์ โนนทิง และไวยาวัจกร วัดเขาดิน ร่วมกับ พี่น้องบ้านหนองมะโมง ร่วมกัน เป็นเจ้าภาพในการอุปสมบท นาคสิทธิคุณ ดวงจินดามากุล เพื่อสืบทอดพระพุทษศานา ต่อไป ซึ่งในปัจจุบันนี้ วัดเขาดิน หมู่ที่ 1 บ้านหนองมะโมง มีพระภิกษุ รวมทั้งหมด 11 รูป

4ผู้นำเยาวชนร่วมโครงการอาสาสมัครระดับโลก AIESEC ปี 2026

4ผู้นำเยาวชนร่วมโครงการอาสาสมัครระดับโลก AIESEC ปี 2026
ดาน่า อราวี่
ทูตประชาสัมพันธ์นานาชาติ 1ใน4 ผู้นำเยาวชนที่ได้รับคัดเลือกร่วมโครงการ ผู้นำเยาวชนอาสาสมัครระดับโลก AIESEC ปี 2026
วันที่19 กรกฏาคม 2569 เวลา 21:50 น.
ณ.ท่าอากาศยานนานาชาติ ราชอาณาจักรบาห์เรน
อรวรรณ บุณยธาดา
บรรณาธิการบริหาร
Times of Bahrain
ผู้อำนวยการ
ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา ประธานโครงการ Molarity Edutainment และประธานโครงการทูตประชาสัมพันธ์นานาชาติ ได้เปิดเผยถึง โครงการผู้นำเยาวชนตัวแทนประเทศรายละเอียดโครงการในครั้งนี้ว่า
“AIESEC Global Volunteer 2026
โครงการ: Fingerprint
โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนสร้างผลงานศิลปะของตนเอง โดยจัดเวิร์คช็อปสร้างสรรค์ที่จุดประกายจินตนาการ การคิดเชิงวิเคราะห์ และการทำงานเป็นทีมในหมู่เยาวชนและผู้ใหญ่

เสริมสร้างศักยภาพชุมชนในการสร้างทักษะที่ใช้ได้จริงผ่านความคิดสร้างสรรค์และการแสดงออก

โครงการ Fingerprint เป็นโครงการอาสาสมัครระดับโลกที่ประสานงานโดย AIESEC โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการศึกษาที่มีคุณภาพ การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการพัฒนาทักษะทางปัญญาและทักษะที่ถ่ายทอดได้สำหรับบุคคลทุกวัย แม้ว่า AIESEC ในบาห์เรนจะบริหารจัดการโครงการเพื่อส่งเยาวชนในท้องถิ่นไปต่างประเทศ แต่โดยทั่วไปแล้วงานอาสาสมัครจะเกิดขึ้นในประเทศพันธมิตรทั่วโลก
อาสาสมัครจัดเวิร์คช็อปแบบโต้ตอบ
สอนและใช้กิจกรรมสร้างสรรค์ (เช่น ศิลปะและการศึกษา) เพื่อให้คำปรึกษาแก่ผู้รับประโยชน์
ระยะเวลา: 6 สัปดาห์ที่ประเทศ อิตาลี่

การมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่น (เช่น โรงเรียน องค์กรพัฒนาเอกชน หรือศูนย์วัฒนธรรม) เพื่อจัดเวิร์คช็อปเชิงสร้างสรรค์และมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่
การผลิตงานศิลปะ การวาดภาพ ละคร ดนตรี และการถ่ายภาพ ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างทักษะด้านการคิดและทักษะที่สามารถนำไปใช้ได้ (เช่น การแก้ปัญหา จินตนาการ และการทำงานเป็นทีม)”
การร่วมงานระดับองค์กรนานาชาติ ส่งผลให้ ผู้นำเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกได้ฝึกทักษะ พัฒนาศักยภาพของตนเอง, มีส่วนช่วยเหลือชุมชน ได้รับมิตรภาพใหม่ๆจาก
เครือข่าย AIESEC ที่กระจายอยู่กว่า120 ประเทศรวมถึงได้เรียนรู้ถึง องค์กร วัฒนธรรมจากประเทศต่างๆเป็นการเปิดโลกกว้างแบบมีคุณค่า.

เปิดแล้วยิ่งใหญ่! หลักสูตร วัคซีนชีวิต เพื่อสังคม วชส.รุ่น 3

เปิดแล้วยิ่งใหญ่! หลักสูตร วัคซีนชีวิต เพื่อสังคม วชส.รุ่น 3 “บิ๊กเนม-คนดัง” แห่เรียนเพียบ
“บิ๊กอู๊ด-สมพงษ์ ชิงดวง” ประกาศเดินหน้าต่อสร้างภูมิป้องกันภัยไซเบอร์และอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี ที่มีผลกระทบต่อสังคมไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่ สโมสรตำรวจ ถ.วิภาวดีรังสิต ได้มีพิธีเปิดหลักสูตรวัคซีนชีวิตเพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 3 หรือ วชส.3 หลังจากประสบความสำเร็จไปในรุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 โดยมี พลตำรวจเอก ปัญญา มาเม่น นายกสมาคมตำรวจ เป็นประธานในพิธี และมีผู้เข้าร่วม ประกอบด้วย นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายก รัฐมนตรี (วชส.1) นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (วชส.1) พลอากาศเอก พันธุ์ภักดี พัฒนกุล อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ ประธานที่ปรึกษาหลักสูตรฯ พลตำรวจเอก สมพงษ์ ชิงดวง ประธานหลักสูตรฯ พลเอก นักรบ บุญบัวทอง นายแพทย์ พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ รองประธานหลักสูตรฯ พล.ต.ท.สุรศักดิ์ เลาหพิบูลย์กุล ผู้อำนวยการหลักสูตรฯ พลเรือเอกวรวุฒิ พฤกษารุ่งเรืองอดีตประธาน วชส.รุ่น1 นาย นิเวศน์ ประยูรเธียร ประธานรุ่น วชส.1 นายวีรพงศ์ เกษดำรงค์พาณิชย์ ประธาน วชส.รุ่น 2 คุณรพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์(คุณหรีดอร่อยเลิศรส) พร้อมตัวแทนคณะนักศึกษา หลักสูตรวัคซีนชีวิตเพื่อสังคม วชส.1 และ วชส.2 เข้าร่วมในพิธีอย่างคับคั่ง

พลตำรวจเอก สมพงษ์ฯ เปิดเผยว่า ปัจุบันโลกก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ มีการปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ และสังคม ส่งผลให้เกิด การขยายตัวของปัญหาอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะกลโกงในรูปแบบต่างๆ ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นพนันออนไลน์ แก๊งสแกมเมอร์ และการหลอกให้ลงทุนในรูปแบบต่างๆ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ตลอดจนเกิดปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติที่พัฒนาการกระทำความผิดให้ความซับซ้อนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยในภาพรวมเป็นจำนวนมาก และได้สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชน สร้างความ บั่นทอนสิทธเสรีภาพ และความมั่นคงของประชาชนไทย จนเกิดความไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมอย่างอย่างกว้างขวาง

พลตำรวจเอก สมพงษ์ กล่าวต่อว่าทางสมาคมตำรวจ ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ได้แรงเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำหลักสูตรวัคซีนชีวิตเพื่อสังคมสำหรับผู้บริหารระดับสูงขึ้นมาเพื่อให้องค์ความรู้สร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองและครอบครัวทั้งเรื่องอาชญากรรมปัญหาสุขภาพเทคโนโลยีปัญหายาเสพติดปัญหาความขัดแย้งในกองมรดกและปัญหา อาชญากรรมอื่นๆที่มีผลกระทบต่อสังคมไทยโดยได้รับได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพอากาศและโรงเรียนบางกอกพัฒนา(ได้ช่วยวางรูปแบบแผนและจัดรูปแบบของการศึกษาอบรม ) บริษัทไปรษณีย์ไทยจำกัด บริษัทแอร์เอเชีย และเครือข่ายภาคเอกชน เป็นอย่างดียิ่ง จากสภาพปัญหาดังกล่าวทางหลักสูตรวัคซีนชีวิตเพื่อสังคม ได้ตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเผชิญหน้ากับความท้าทายดังกล่าวข้างต้น จึงมีแนวคิดที่จะเสริมสร้างองค์ความรู้ให้กับกลุ่มผู้บริหารระดับสูงทั้งในองค์กรภาครัฐในเอกชน ในฐานะเป็นผู้นำทางความคิดของสังคม เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดให้กับคนในองค์กรในการป้องกันภัยเปรียบเสมือนวัคซีนของชีวิตที่จะทำให้ทุกคนอยู่ในสังคมได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังเน้นสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ให้แก่พลังในการช่วยป้องกันภัยในสังคมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป

สำหรับผู้ที่เข้าเรียนในหลักสูตร วชส.รุ่นที่ 3 มีจำนวน 170 ท่าน ประกอบไปด้วย นักการเมือง ตำรวจ ทหาร บุคลากรกระบวนการยุติธรรม ข้าราชการและองค์กรรัฐวิสาหกิจระดับผู้บริหาร รวมไปถึงผู้บริหารบริษัทเอกชน ผู้แทนภาคประชาสังคม และสื่อมวลชนที่มีพลังในการขับเคลื่อนและป้องกันภัยในสังคมอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผูัเข้าร่วมอบรม วชส.รุ่นที่ 3 นั้น มีบุคคลมีชื่อเสียง หรือ “บิ๊กเนม” เข้าร่วมอบรมจำนวนมาก อาทิ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร หรือ “รองปลัดเซมเบ้” รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พลตำรวจโท สันติ ชัยนิรามัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 คุณ พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ หรือ น้องไบท์ ผู้ประกาศข่าวและพิธีกรของสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ ทนายเดชา ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ ดร.เสรี นนทสูติ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์กรภาครัฐ (IRDP)

พลตำรวจตรี อังกูร คล้ายคลึง สมาชิกวุฒิสภา ชุดปัจจุบัน กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คุณแอนศิริ วลัยกนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพฯ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี นายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช
พลโทสราวุธ ชัยสิทธิ์ รองเสนาธิการทหารบก ร้อยตำรวจเอก ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย นักวิคราะห์ข่าวต่างประเทศและการเมือง (ติวเตอร์หมู) คุณอภิษฎา คันธา นายกสมาคมคู่สมรสทหารทหารอากาศ คุณฐปณีย์ เอียดศรีไชย หรือ แยม ข่าว 3 มิติผูัก่อตั้งและบรรณาธิการข่าว สำนักข่าว The Reporters และผู้สื่อข่าวอาวุโส ข่าวสามมิติ คุณรสริน ประกอบธัญ หรือคุณปุ้ย พิธีกรและผู้ดำเนินรายการอิสระ อดิตผู้ประกาศข่าวหลายแห่ง เป็นต้น