Blog

ประเมินผลการปฏิบัติงาน

เช้านี้ได้รับเกียรติจากท่าน ผอ.รร.วัดหัวโพธิ์ให้เข้าร่วม ประชุมประเมินผลการปฏิบัติงาน จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์กรมหาชน) ณ รร.วัดหัวโพธิ์ โดยท่านผู้ตรวจได้กล่าวชมเชยโครงการแดร์ ที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาตินำบุคลากรมาทำการสอนและตอบโจทย์ได้ดี

ผบช.ภ.1แถลงจับกุมคดียาเสพติดรายใหญ่

แถลงข่าว #การจับกุมคดียาเสพติดรายใหญ่ #คดีสำคัญ #4คดี

🗓️ วันที่ 22 ม.ค. 68 เวลา 10.00 น.
👮‍♂‍ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1
พร้อมด้วย
พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ รอง ผบช.ภ.1
พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1
พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ
พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1
พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี
พ.อ.สุพจน์ สวาคฆพรรณ ผบ.ขกท.ศปก.นสศ
ผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 1 และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
🚨 ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมคดียาเสพติดรายใหญ่และคดีสำคัญ รวม 4 คดี ดังนี้
▶️ คดีที่ 1 จับกุมทีมโกดังยาเสพติด “เจ้าโย วายร้าย 15” ยึดยาไอซ์ 35 กก. และคีตามีน 34 กก. มูลค่าประมาณ 10 สิบล้านบาท
ผู้ต้องหา จำนวน 4 ราย รถยนต์ที่ใช้ในการกระทำผิด จำนวน 2 คัน
โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน”
▶️ คดีที่ 2 ออกหมายจับคดีฆ่าอดีตครู พื้นที่ สภ.บางปะอิน จว.พระนครศรีอยุธยา โดยมีพฤติการณ์คือ
เมื่อวันที่ 18 ม.ค.2568 เวลาประมาณ 13.30 น. ศูนย์วิทยุ สภ.บางปะอิน ได้รับแจ้งเหตุมีบุคคลใช้อาวุธปืนยิงกัน และมีผู้เสียชีวิต จำนวน 1 ราย ไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุ สถานที่เกิดเหตุ อยู่ที่ ริมถนนสนามไชย – เกาะเกิด (3011) ต.เกาะเกิด อ.บางปะอิน จว.พระนครศรีอยุธยา ในสถานที่เกิดเหตุ พบรถยนต์ยี่ห้อเก๋ง จอดอยู่ในลักษณะตกลงไปข้างทางริมถนน ภายในรถตรงเบาะนั่งคนขับ พบผู้เสียชีวิต จำนวน 1 ราย เป็นชาย ถูกยิงด้วยอาวุธปืน จำนวน 6 นัด (บริเวณศีรษะ 3 นัด และลำตัว 3 นัด)
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะอิน ร่วมกับ กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา และ บก.สส.ภ.1 จึงได้ทำการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางปะอิน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จนศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้อนุมัติหมายจับ ให้ทำการจับกุม นายธนาสันต์ หรือตี๋ ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือโดยไม่มีเหตุอันควร, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ” ซึ่งตำรวจภูธรภาค 1 จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

  • และขอประชาสัมพันธ์ หากพบเห็นบุคคลดังกล่าวซึ่งเป็นบุคคลอันตราย กรุณาแจ้งเบาะแสมาที่ สภ.บางปะอิน หมายเลขโทรศัพท์ 0 3524 6946 โดยมีเงินรางวัลนำจับ จำนวน 20,000 บาท *
    ▶️ คดีที่ 3 จับกลุ่มวัยรุ่นคดีฆ่าใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 5 คน พื้นที่ สภ.ธัญบุรี โดยมีพฤติการณ์คือ
    เมื่อวันที่ 19 ม.ค.68 เวลาประมาณ 02.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธัญบุรี ได้รับแจ้งเหตุ ทำร้ายร่างกาย โดยใช้อาวุธปืน เหตุเกิดบริเวณ ต.บึงสนั่น อ.ธัญบุรี จว.ปทุมธานี เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ทราบว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุครั้งนี้ จำนวน 1 ราย และบาดเจ็บอีก 5 ราย ทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาล จึงได้ทำการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน
    ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับผู้ก่อเหตุ จำนวน 3 ราย
    ในวันที่ 19 – 20 ม.ค. 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธัญบุรี ได้ติดตามจับผู้ต้องหาตามหมายจับทั้ง 3 ราย ตรวจยึดของกลางได้จำนวน 3 รายการ
    1) อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (แบบกระทุ้ง) จำนวน 1 กระบอก ใช้กระสุนปืนลูกซอง ขนาด เบอร์ 12
    2) ปลอกกระสุนปืน เบอร์ 12 จำนวน 1 ปลอก
    3) อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา) จำนวน 1 กระบอก
    ▶️ คดีที่ 4 จับวัยรุ่นเป็นภัยต่อสังคม พร้อมอาวุธปืนเถื่อน 7 กระบอก พื้นที่ สภ.สำโรงใต้ จว.สมุทรปราการ โดยมีพฤติการณ์คือ
    เมื่อวันที่ 20 ม.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ จว.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมในบ้าน หมู่ที่ 13 ต.บางหัวเสือ อ.พระประแดง จว.สมุทรปราการ
    จึงได้นำกำลังไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง เมื่อเดินทางไปถึงพบกลุ่มวัยรุ่นนั่งอยู่บริเวณบ้านดังกล่าว และพยายามวิ่งหลบหนี ตำรวจสามารถควบคุมตัวกลุ่มวัยรุ่นได้ จำนวน 5 คน จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อขอตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบของกลาง อยู่บริเวณบนโต๊ะในบ้านที่เกิดเหตุ จำนวน 12 รายการ
    จับกุมผู้ต้องหาซึ่งเป็นเยาวชนได้ จำนวน 5 คน
    โดยกล่าวหาว่า กระทำผิดฐาน “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”
    นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.สำโรงใต้ เพื่อดำเนินการต่อไป

ฝ่ายอำนวยการ5 #ตำรวจภูธรภาค1 #สํานักงานตํารวจแห่งชาติ

ผู้ช่วย ผบ.ตร.(บร2) ประชุมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล

วันนี้(วันพุธ ที่ 22 ม.ค. 67) เวลา 10.30 น.

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
ผบ.ตร.
พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง
รอง ผบ.ตร.(บร)

มองหมายให้
พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์
ผู้ช่วย ผบ.ตร.(บร2)

เป็นประธานการประชุม
“คณะทำงานโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล ครั้งที่ 1/2568”

โดยมี
พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง
ผบช.สกพ.
พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์
ผบก.น.2 รรท.รอง ผบช.กมค
พล.ต.ต.ไพศาล พฤกษจำรูญ
ผบก.ภ.จว.อ่างทอง รรท.รอง ผบช.ภ.7
พล.ต.ต.อภิสัณห์ หว้าจีน
ผบก.วน.
พล.ต.ต.บริสุทธิ์ นุศรีวอ
ผบก.ทพ.
พล.ต.ต.หญิง ณัฏฐนันท์ อินทรัตน์ชัยกิจ
ผบก.กช.รรท.ผบก.กง.
พล.ต.ต.ประเสริฐ วิจิตรทัศนา
ผบก.สก.รรท.ผบก.อก.ภ.2
พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล
รอง ผบก.วจ.รรท.ผบก.อก.ภ.1
พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

โดยที่ประชุมได้มีมติ ให้ตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณารายละเอียดหลักเกณฑ์คุณสมบัติ ของผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล เนื่องจากการแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์โครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล มีรายละเอียดที่จำต้องศึกษาถึงผลดี และผลเสียเพื่อให้เป็นขวัญกำลังใจแก่กำลังพลให้มากที่สุด และมีผลกระทบกับองค์กรให้น้อยที่สุด โดยให้เสนอคณะทำงานเพื่อพิจารณาในวันพฤหัสบดีที่ 30 ม.ค.68 เวลา 14.00 น.

ณ ห้องประชุม3 ชั้น2 อาคาร1 ตร. แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กทม.

ผู้ช่วย ผบ.ตร.(บร2)ประชุม พัฒนาทรัพยากรบุคคล

วันนี้(วันพุธ ที่ 22 ม.ค. 67) เวลา 13.30 น.

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
ผบ.ตร.
พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง
รอง ผบ.ตร.(บร)

มองหมายให้
พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์
ผู้ช่วย ผบ.ตร.(บร2)/รองประธานอนุกรรมการฯ(3)

เข้าร่วมประชุม
“อ.ก.ตร.บริหารทรัพยากรบุคคล ครั้งที่ 1/2568”

โดยมี
พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก
ประธานอนุกรรมการฯ
เป็นประธานการประชุม

ซึ่งพล.ต.อ.มนู เมฆหมอก ประธานอนุกรรมการฯ ได้มีความเห็นชอบให้ อ.ก.ตร. พัฒนาทรัพยากรบุคคลเข้าร่วมประชุมเฉพาะในวาระที่ 4 เรื่องที่ 1 การกำหนดค่าตอบแทนและเส้นทางความเจริญก้าวหน้าสำหรับตำแหน่งครูฝึก โดยมี ศาสตราจารย์ ศุภชัย ยาวะประภาษ ประธาน อ.ก.ตร. พัฒนาทรัพยากรบุคคล และ คณะอนุกรรมการฯ เข้าร่วม
ส่วนในวาระที่ 1 วาระที่ 2 วาระที่ 3 วาระที่ 4(เรื่องที่ 2,3) และวาระที่ 5 มีการประชุมเฉพาะ อ.ก.ตร.บริหารทรัพยากรบุคคล

อ.ก.ตร.บริหารทรัพยากรบุคคล ประกอบด้วย
พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย
รองประธานฯ(1)
พล.ต.อ.พรหมธร ภาคอัต
คณะอนุกรรมการ
พล.ต.ท.บริหาร เสี่ยงอารมณ์
คณะอนุกรรมการ
พล.ต.ท.บรรจง ตันศยานนท์
คณะอนุกรรมการ
พล.ต.ท.วิชาญ ทองประชาญ
คณะอนุกรรมการ
พล.ต.ต.ปรีดา สถาวร
คณะอนุกรรมการ
พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม
คณะอนุกรรมการ
นางสาววราภรณ์ ตั้งตระกูล
ที่ปรึกษาระบบราชการ รรท.รองเลขาธิการ ก.พ./ผู้แทนสำนักงาน ก.พ.
นางสาวนงนุซ นุตรัตน์
ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล/ผู้แทนกระทรวงการคลัง
นางสาวสุรวัฒนา ตริตรอง
นักวิเคราะห์งบประมาณชำนาญการพิเศษ/ผู้แทนสำนักงบประมาณ
พล.ต.ต.ภมร รัตนสมัย
อนุกรรมการและเลขานุการ
พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและผ่านทางระบบออนไลน์(Zoom)

ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 ตร. แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กทม.

สำนักงานเขตบางรัก จัดงาน “จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม”


สำนักงานเขตบางรัก ร่วมกับภาครัฐ และภาคเอกชนในพื้นที่ จัดงาน “จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม”
ในวันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.00 น.
โดยมี คุณธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน (ผู้ผลักดันให้เกิด กฎหมายสมรสเท่าเทียม) , นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ส.ส. กทม. เขต 1 , นายวิพุธ ศรีวะอุไร รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่หนึ่ง (ส.ก. เขตบางรัก) , นางพรพัน วัฒนสินธุ์ผู้อำนวยการเขตบางรัก

พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเขต ข้าราชการและบุคลากรสำนักงานเขตบางรัก ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมพิธีเปิดงาน และร่วมเฉลิมฉลองแสดงความยินดีกับทุกความรัก


สำหรับงาน “จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม”ครั้งประวัติศาสตร์นี้ สำนักงานเขตบางรักได้จัดกิจกรรมสุดพิเศษ โดยเนรมิตสถานที่ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขและความสดใส เพื่อต้อนรับการเริ่มต้นชีวิตคู่ที่สมบูรณ์พร้อมเตรียมของรางวัลและของที่ระลึกอีกมากมาย มามอบให้กับทุกคู่รักภายในงาน อาทิช็อกโกแลต
สุดน่ารัก , คัพเค้กแสนอร่อย , ไส้กรอกนมชมพูทูโทน , เครื่องดื่มเย็นชื่นใจ , ดอกไม้ , เก็บภาพความประทับใจผ่านตู้ถ่ายรูปสติ๊กเกอร์ และอื่น ๆ อีกมากมาย


นางพรพัน วัฒนสินธุ์ผู้อํานวยการเขตบางรัก กล่าวว่า “สำนักงานเขตบางรัก ขอร่วมแสดงความยินดีกับทุกคูรักที่มาจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมครั้งประวัติศาสตร์ครั้งแรกของประเทศไทยที่เขตบางรัก ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นชีวิตคู่ที่สมบูรณ์และถูกต้องตามกฎหมาย จากสถิติที่ผ่านมา เขตบางรักได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเขตที่มีคู่รัก
มาจดทะเบียนสมรสมากที่สุด เนื่องจากมีชื่ออันเป็นมงคล และมีบุคลากรที่เชี่ยวชาญพร้อมให้บริการ

ซึ่งสำนักงานเขตบางรักได้เตรียมความพร้อมในทุก ๆ ด้าน โดยจัดกิจกรรมพิเศษ พร้อมเตรียมของที่ระลึกจากผู้สนับสนุนมากมายมามอบให้กับทุกคู่รัก การจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ซึ่งแสดงถึงความก้าวหน้าของสิทธิความเท่าเทียมและการยอมรับความ
หลากหลายทางเพศอย่างแท้จริง”


คู่รักที่มีความประสงค์มา“จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม” ที่สำนักงานเขตบางรัก ในวันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568 สามารถเดินทางมายังสำนักงานเขตบางรักได้ทั้งทางรถยนต์และขนส่งสาธารณะ

  • เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว สามารถจอดรถได้บริเวณหน้าสำนักงานเขต (ริมถนนนเรศ) หรือจอดได้ที่ อาคาร อามีโก้ทาวเวอร์ (ตั้งอยู่บริเวณแยกนเรศ) ถนนสี่พระยา (ไม่สามารถจอดรถภายในสำนักงานเขตได้เนื่องจากใช้พื้นที่จัด
  • เดินทางโดยรถเมล์ สาย 1, 3-35(1), 16, 4-8(35), 36, 45, 3-10(46), 4-13(75) ลงที่ป้ายรถเมล์สน.บาง
    รักเดินย้อนอีก 90 เมตรถึงสำนักงานเขตบางรัก
  • เดินทางโดยรถไฟฟ้า MRTลง MRT สถานีสามย่าน ต่อรถจักรยานยนต์สาธารณะอีก 800 เมตร ถึงสำนักงานเขต
    บางรัก หรือลง MRT สถานีหัวลำโพง เดินไปอีก 90 เมตรถึงป้ายรถเมล์แยกหัวลำโพงขึ้นรถเมล์ สาย 1, 3-35(1),
    4-8(35), 4-13(75) มาลงที่ป้ายรถเมล์สน.บางรักแล้วเดินย้อนอีก 90 เมตร ถึงสำนักงานเขตบางรัก
  • เดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS ลง BTS สถานีสะพานตากสิน แล้วเดินต่ออีก 290 เมตร ไปขึ้นรถเมล์สาย 4-8(35) มา
    ลงที่ป้ายรถเมล์ตรงข้ามมิตรแท้ประกันภัย เดินย้อนมาเข้าถนนนเรศอีก 190 เมตรถึงสำนักงานเขตบางรัก
    ทั้งนี้ ขอเชิญชวนคู่รักทุกเพศ ร่วมสร้างประวัติศาสตร์ “จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม” ในวันพฤหัสบดีที่
    23 มกราคม พ.ศ. 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.00 น. ที่ สำนักงานเขตบางรัก สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้
    ที่ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตบางรัก โทร. 02 236 1395 ต่อ 6231 หรือ 6233

 “ส.พ.ส.” จับมือ “BAM-บบส.อารีย์” ใช้การไกล่เกลี่ยลดความขัดแย้ง

 “ส.พ.ส.” จับมือ “BAM-บบส.อารีย์” ใช้การไกล่เกลี่ยลดความขัดแย้งช่วยการประนอมหนี้ มุ่งสร้างความสงบสุขในสังคม

วันที่ 20 มกราคม 2568 ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ได้มีพิธีลงนามความร่วมมือ ระหว่าง มูลนิธิสถาบันศึกษาและพัฒนาการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี (ส.พ.ส) โดย นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ ประธานมูลนิธิ กับ BAM โดย นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บริหารสินทรัพย์ อารีย์ จำกัด หรือ บบส.อารีย์ โดย นายสันธิษณ์ วัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมกัน

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทั้ง 3 หน่วยงาน ร่วมมือกันในการพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้วิธีการระงับข้อพิพาททางเลือก เช่น การไกล่เกลี่ยการอนุญาโตตุลาการ และกระบวนการอื่นๆ ที่สามารถช่วยลดภาระของศาลและส่งเสริมความสงบสุขในสังคม ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างหน่วยงาน   และประชาชน

โดยทั้ง 3 หน่วยงานมั่นใจว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการใช้วิธีการระงับข้อพิพาททางเลือก ในระดับที่กว้างขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน กลุ่มลูกค้าของบริษัท และองค์กรต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ต้องการหาทางออกจากข้อพิพาทโดยไม่ต้องพึ่งพสกระบวนการชั้นศาล แต่สามารถหาข้อยุติร่วมกันจนเป็นที่น่าพอใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
//

สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.60 ปี)​

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบอั่งเปา ชุดของขวัญ และจัดเลี้ยงอาหารแก่คนชราไทย -จีน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งความสุข และกำลังใจ มอบอั่งเปา ชุดของขวัญ และจัดเลี้ยงอาหารแก่คนชราไทย -จีน รวม 5 แห่ง เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2568.

วันนี้ (วันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2568) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก พร้อมด้วย นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ นำทีมฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และ นางชญาน์นันท์ สรพลจิโรจเดชา หัวหน้าแผนกสื่อสารองค์กร(จีน)

พร้อมทีมงาน ร่วมลงพื้นที่จัดเลี้ยงอาหาร พร้อมมอบเงินอั่งเปาคนละ 1,000 บาท และชุดของขวัญ ประกอบด้วย ผ้าขนหนูเช็ดตัว นมถั่วเหลือง แป้งเย็น น้ำส้มชนิดกล่อง ขนม และครีมทาผิว ให้กับผู้สูงวัยในสถานสงเคราะห์คนชราไทย-จีน เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2568 ประกอบด้วย สถานสงเคราะห์คนชราปากน้ำ (มูลนิธิวัยวัฒนานิวาส) จ.สมุทรปราการ สถานสงเคราะห์คนชราบางเขน (มูลนิธิธารนุเคราะห์) กรุงเทพฯ และสถานสงเคราะห์คนชราปทุมธานี (มูลนิธิมิตรภาพสงเคราะห์) จ.ปทุมธานี

เพื่อเป็นการเยี่ยมเยียน และเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้สูงวัย ซึ่งมูลนิธิฯ ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นเวลา 58 ปี โดยมีมูลนิธิจีนอีก 4 แห่ง ประกอบด้วย มูลนิธิสามัคคีการกุศลสงเคราะห์ (เฮี้ยงซิ๊งเซี่ยงตึ๊ง) มูลนิธิส่งเสริมวัฒนธรรม (สี่กั๊กเซี่ยงตึ๊ง) มูลนิธิส่งเสริมศีลธรรมสงเคราะห์ (เต่าเต็กเซี่ยงตึ๊ง) และ มูลนิธิศรัทธาสงเคราะห์ (ช่งเต็กเซี่ยงตึ๊ง) ร่วมดำเนินการ

โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น และในวันพรุ่งนี้ (วันพุธที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568) มูลนิธิฯ กำหนดลงพื้นที่มอบอั่งเปา พร้อมชุดของขวัญ อีก 2 แห่ง ประกอบด้วย สถานสงเคราะห์คนชราเฉลิมราชกุมารี (หลวงพ่อเปิ่นอุปถัมภ์) จ.นครปฐม และ สถานสงเคราะห์คนชรานครปฐม.รวมการดำเนินงาน โครงการป่อเต็กตึ๊งจัดเลี้ยงอาหารคนชรา เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี พ.ศ. 2568 จำนวน 5 แห่ง รวมงบประมาณดำเนินการทั้งสิ้น 694,625 บาท (หกแสนเก้าหมื่นสี่พันหกร้อยยี่สิบห้าบาทถ้วน),

ติดต่อสอบถาม ตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ http://www.facebook.com/atpohtecktung.มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สละแรงกาย แรงใจ สมทบทุน ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยต่าง ๆ

ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ส่งผลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญตลอดไป.มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

ซีพี ออลล์-เซเว่นฯ ร่วมส่งเสริมและสนับสนุนศักยภาพผู้สูงวัย

ซีพี ออลล์-เซเว่นฯ ร่วมส่งเสริมและสนับสนุนศักยภาพผู้สูงวัย สร้างงาน สร้างอาชีพ ช่วยพัฒนาประเทศ

ประเทศไทย ได้ก้าวเข้าสู่ ‘สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์’ (Complete Aged Society) ตั้งแต่ปี 2565 ซีพี ออลล์-เซเว่น อีเลฟเว่น ในฐานะภาคเอกชนไทยที่มีความมุ่งมั่นในปณิธาน “Giving and Sharing” จึงได้เดินหน้านโยบายสร้างงาน “ผู้สูงอายุ” เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีอาชีพ มีรายได้ มีคุณค่า มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

จากข้อมูลของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย โดยประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสัดส่วนผู้สูงอายุเกินกว่าร้อยละ 10 ตั้งแต่ปี 2564 และคาดว่าในปี 2578 จะมีผู้สูงอายุสูงถึงร้อยละ 28 ของประชากรทั้งประเทศ การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแค่ส่งผลต่อโครงสร้างประชากร แต่ยังส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจและตลาดแรงงานอย่างมีนัยสำคัญ

เพื่อรองรับความท้าทายนี้ ซีพี ออลล์ จึงได้ริเริ่มนโยบายสร้างงานผู้สูงอายุ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายกระทรวงแรงงาน จึงได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมการมีงานทำให้ผู้สูงอายุ (MOU) โดยใช้แพลตฟอร์มชื่อว่า “ไทยมีงานทำ” เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้มีงานทำ มีอาชีพ มีรายได้ เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว ได้ทำงานในสถานประกอบการ รวมทั้งเป็นการสร้างหลักประกันที่มั่นคง สร้างคุณค่าและความภาคภูมิใจให้แก่ตนเอง ตลอดจนเป็นการเพิ่มบทบาทและคุณค่า ด้วยการมีส่วนร่วมในเชิงเศรษฐกิจ ลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐในด้านสวัสดิการ

วันนี้ซีพี ออลล์ ชวนทำความรู้จักป้านวล “พนักงานเซเว่นวัยเก๋า” ที่ครองตำแหน่งพนักงานที่มีอายุมากที่สุดของร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในประเทศไทย
นางสาวนวล ชอบธรรม อายุ 80 ปี ชื่อเล่น นวล (พนักงานในร้านเรียกว่า ป้านวล) ตำแหน่ง แม่บ้านร้าน 7-Eleven สาขา สีลม 22 ทำงานที่นี่มาแล้วกว่า 12 ปี โดยมาสมัครเป็นพนักงานด้วยตัวเอง สิ่งที่ป้านวลได้รับจากการทำงาน คือความรู้สึกภูมิใจในตัวเอง เพราะสามารถพึ่งพาตัวเองได้ มีสุขภาพกายและใจที่ดี เพราะได้ขยับร่างกายตลอด มีน้องๆ ลูกๆ หลานๆ ในร้านให้ได้พูดคุยไม่เหงา มีเงินเดือน เลี้ยงดูตัวเองได้ หากใครผ่านมาแถวสีลมอย่าลืมแวะมาทักทายป้านวลกันด้วยนะ หรือผู้ที่สนใจร่วมงานกับ ซีพี ออลล์ และบริษัทในกลุ่มธุรกิจฯ สามารถกดติดตามช่องทางต่างๆ Job CP ALL เพื่อไม่ให้พลาดตำแหน่งงานใหม่ๆ ได้ที่ https://linktr.ee/Job_CPALL

ซีพี ออลล์-เซเว่น อีเลฟเว่น มีนโยบายสร้างงานให้กับคนในทุกท้องถิ่น รวมถึงกลุ่มเปราะบาง ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ตอบโจทย์เป้าหมายการสร้างงาน สร้างอนาคตให้กับคนไทย ตามปณิธานองค์กร Giving and Sharing มุ่งมั่นเคียงคู่ชุมชน สร้างสรรค์สังคมยั่งยืน ปัจจุบันซีพี ออลล์มีพนักงานกว่า 200,000 คนกระจายอยู่ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ที่มีงานที่มั่นคง มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

CPALLสร้างงาน #สร้างงานสร้างอนาคต #CPALLGivingAndSharing

ผู้ช่วย ผบ.ตร.(บร2) ตรวจเยี่ยมโรงพิมพ์ตำรวจ

ตามคำสั่ง ตร. ที่ 578/2567 ลง 26 พ.ย.67 และ คำสั่ง ตร. ที่ 609/2567 ลง 20 ธ.ค.67 ประกอบบันทึกสั่งการ ผบ.ตร. ลง 24 ธ.ค.67 ท้ายหนังสือ สง.รอง ผบ.ตร.(บร) ที่ 001(บร)/20 ลง 23 ธ.ค.67 เรื่อง การมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบในงานบริหารมอบหมายให้ พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.(บร2) รับผิดชอบกำกับการบริหารราชการ สกพ. สทส. บ.ตร. และโรงพิมพ์ตำรวจ รวมทั้งสั่งและปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ในลักษณะงานที่ได้รับมอบหมาย

วันนี้(วันอังคาร ที่ 21 ม.ค. 67) เวลา 10.30 น.

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
ผบ.ตร.
พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง
รอง ผบ.ตร.(บร)

มองหมายให้
พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์
ผู้ช่วย ผบ.ตร.(บร2)

ได้กำหนดการเดินทางมาตรวจเยี่ยมและประชุมขับเคลื่อนเพื่อติดตาม แนะนำ ชี้แจงแนวทางการปฏิบัติราชการให้แก่บุคลากรโรงพิมพ์ตำรวจ

โดยมี
นายทวีศักดิ์ พันธุวัฒนา
ผู้อำนวยการโรงพิมพ์ตำรวจ
นางธณิณฐรภ์ คุณวุฒิรักษ์
รอง ผอ.โรงพิมพ์ตำรวจ
พ.ต.อ.อกนิษฐ์ ศิริวัฒนา
ที่ปรึกษาทางด้านกฎหมาย
นายเกรียงไกร นิรันรัตน์
หัวหน้าฝ่ายผลิต
นางสาวปรารถนา แสงละออ
หัวหน้าฝ่ายการเงินและบัญชี
นางสาวจุฑารัตน์ ผิวเณร
หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายใน
นางอำไพ ม่วงหมื่นไวย
หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ
นายนฤทธิ์ คล้ายเคลื่อน
หัวหน้างานบริหารทั่วไป
น.ส.พรทิวา ภูริวัฒนากิจ
หัวหน้างานการตลาด
นายโกวิทย์ รัตนเชาว์พันธ์
หัวหน้างานก่อนการพิมพ์
นายเมือง เพชรนิล
หัวหน้างานหลังการพิมพ์
นายสัมพันธ์ ครองกิจการ
หัวหน้างานการพิมพ์
นางวราภรณ์ ครองกิจการ
หัวหน้างานการเงินและบัญชี
นายไพโรจน์ บุญขลิบ
รทก.หัวหน้างานคลังสินค้า
พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและผ่านทางระบบออนไลน์(Zoom)

โดยมีข้อสั่งการดังนี้
1.เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายในการหารายได้ในปี68 บรรลุผลตามที่วางไว้ จึงให้ ผอ.โรงพิมพ์ตำรวจและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ เสนอเรื่องขึ้นมาให้ทราบว่าหน่วยงานในสังกัดของ ตร. มีหน่วยใดบ้างที่ต้องใช้เอกสาร วารสาร สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ หรืออยู่ในข่ายที่ต้องใช้บริการโรงพิมพ์ฯ แต่ยังมิได้ใช้บริการของโรงพิมพ์ฯเพื่อจะได้ประสานเข้ามาใช้บริการ โดยให้ ผอ. โรงพิมพ์ฯประมวลเรื่องพร้อมข้อเสนอแนะขึ้นมาเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป
2.เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคโซเซียลมีเดียซึ่งจะมีรูปแบบในการใช้เอกสารในการสื่อสารน้อยลง จึงฝากทางเจ้าหน้าที่โรงพิมพ์ตำรวจทุกคน สามารถเสนอแนะแนวทางในการจัดซื้อจัดจ้างในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อให้หน่วยงานของเราปรับตัวทันต่อสถานการณ์โซเชียลมีเดีย
3.เพื่อให้การปรับตัวทันต่อสถานการณ์ การทำงาน ต้องอาศัยความรวดเร็ว ทันต่อระยะเวลา และในรูปแบบ ที่ยังไม่เคยทำมาก่อน เช่น การพิมพ์บัตรเลือกตั้ง พิมพ์ข้อสอบ จึงขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ทุกท่านเพื่อหน่วยงานของเรา ให้มีความทุ่มเทใส่ใจในการทำงานและมีความตื่นตัวจะได้ทันต่อสถานการณ์ต่างๆ อันจะส่งผลให้หน่วยงานของเราอยู่ได้ในทุกสถานการณ์
4.กรณีหน่วยงานที่มาใช้บริการโรงพิมพ์ตำรวจ และ ยังคงค้างชำระค่าบริการ จึงให้ ผอ.ฯ ประมวลเรื่องเสนอ ขึ้นมาเพื่อพิจารณาสังการและติดตามทวงถามรวมทั้งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
5.เชิญเจ้าหน้าที่ที่กำกับดูแล ITA จากสำนักงาน ปปท. หรือ หน่วยงานที่รับผิดชอบมาให้ความรู้ขั้นตอนวิธิการประเมินเพื่อให้ความรู้และผ่านการประเมิน
6.ให้มีความรวดเร็วในการผลิตและการขนส่ง เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในการผลิตตามเวลาที่กำหนดโดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก
7.ให้ทำการประชาสัมพันธ์ การตลาด ทั้งทางออฟไลน์และออนไลน์เพื่อให้ดึงลูกค้าให้มาใช้บริการโรงพิมพ์ฯ
8.เน้นย้ำให้มีความรักความสามัคคีกันในหมู่คณะ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพได้อย่างเต็มความสามารถ เพื่อประโยชน์สูงสุดของโรงพิมพ์ฯ

ณ ห้องประชุมโรงพิมพ์ตำรวจ แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ซับน้ำตาชาวใต้”

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ซับน้ำตาชาวใต้”
จัดงบกว่า 15.5 ล้านบาท ฟื้นฟูหลังน้ำลดผู้ประสบอุทกภัย แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค มอบเงินช่วยเหลือกรณีบ้านพังทั้งหลัง และช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ญาติผู้เสียชีวิต 8 จังหวัดภาคใต้
.
ระหว่างวันที่ 2 – 20 มกราคม พ.ศ. 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการฯ ห่วงใยผู้ประสบอุทัยภัยภาคใต้ มอบหมายให้ นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ พร้อมด้วย แผนกบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายปฏิบัติการ จัดทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 8 จังหวัดภาคใต้ ในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลด ประกอบด้วย จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมันพืช และน้ำปลา รวมจำนวน 30,200 ชุด ๆ ละ 450 บาท มอบเงินสงเคราะห์กรณีบ้านเรือนที่เสียหายจากอุทกภัย หลังละ12,000 บาท จำนวน 66 หลังคาเรือน และมอบเงินสงเคราะห์ค่าฌาปนกิจให้แก่ญาติผู้เสียชีวิต รายละ 20,000 บาท จำนวน 59 ราย รวมงบประมาณไม่ต่ำว่า 15.5 ล้านบาท โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นประธานในพิธี พร้อมทั้งมูลนิธิสงเคราะห์ 14 จังหวัดภาคใต้ และ สมาคม/มูลนิธิแต่ละจังหวัด เป็นผู้ประสานงานและร่วมให้ความช่วยเหลือ
.
เมื่อเกิดอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทีมบรรเทาสาธารณภัย พร้อมเรือท้องแบน และ โรงครัวเคลื่อนที่เพื่อประกอบอาหารกล่อง พร้อมถุงยังชีพ ชุดยาเวชภัณฑ์ และอาหารสุนัขและแมว นำแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย เพื่อการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ ในเบื้องต้น หลังจากนั้น ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จะดำเนินการประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อบรรเทาทุกข์ ฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยแจกเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมถึงมอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย รายละ 20,000 บาท ทั้งนี้ กรณีมีผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย ญาติของผู้เสียชีวิตสามารถขอรับเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพ จากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ต่อ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์
.
ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ http://www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง http://www.facebook.com/atpohtecktung
.
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน