Blog

สัญญาณแห่งความอุดมสมบูรณ์! สวนนงนุชพัทยาต้อนรับ ‘พังฟ้ารุ่ง’ ลูกช้างเชือกที่2 ใน 1 เดือน

สวนนงนุชพัทยาเดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ “ความต่อเนื่องแห่งชีวิต” อีกครั้ง หลังลูกช้างเกิดใหม่เป็นเชือกที่ 2 ของปี 2569 ภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือน นับเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ และความพร้อมของระบบการดูแลช้างอย่างมีมาตรฐาน

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 น. นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ได้จัดพิธีรับขวัญลูกช้าง โดยนิมนต์พระครูเกษมกิตติโสภณ เจ้าคณะตำบลภูตาหลวง วัดสามัคคีบรรพต มาประกอบพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคล ท่ามกลางบรรยากาศอันยิ่งใหญ่ มีขบวนนางรำและโขลงช้างกว่า 30 เชือก ร่วมต้อนรับสมาชิกใหม่อย่างอบอุ่น

ภายในพิธี มีการคล้องพวงมาลัย พร้อมประกอบพิธีเจิมหน้าผากแม่ช้างและลูกช้างด้วยสายสิญจน์ ตามประเพณีไทยที่สืบทอดมา เพื่อเสริมสิริมงคลและต้อนรับชีวิตใหม่เข้าสู่โขลง ลูกช้างเพศเมียเชือกนี้ เกิดเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 จากแม่ช้าง “พังฟ้าใส” อายุ 27 ปี และพ่อช้าง “พลายหนิงหน่อง” อายุ 30 ปี ได้รับการตั้งชื่อจากท่านประธานสวนนงนุชพัทยาว่า “พังฟ้ารุ่ง” ซึ่งมีความหมายถึงการเริ่มต้นใหม่ที่สดใส เปรียบเสมือนรุ่งอรุณแห่งความหวัง

การเกิดของ “พังฟ้ารุ่ง” ในช่วงเวลาที่ใกล้กับลูกช้างเชือกแรกของปีเพียง 1 เดือน สะท้อนให้เห็นคุณภาพของปางช้างสวนนงนุชพัทยา ที่ได้รับหนังสือรับรองมาตรฐานการปฏิบัติที่ดีสำหรับปางช้าง (Good Practices for Elephant Camps) จากกรมปศุสัตว์ และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เป็นแห่งแรกของประเทศไทย ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการดูแลช้างทุกเชือกอย่างมีมาตรฐาน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ช้างสามารถให้กำเนิดลูกได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม รายงาน

ตำรวจภูธรภาค 1 แถลงข่าวการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญเครือข่ายโกดังยาเสพติด นิว เพชรบูรณ์ และแบงค์ สงขลา

ตำรวจภูธรภาค 1 แถลงข่าวการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ
เครือข่ายโกดังยาเสพติด นิว เพชรบูรณ์ และแบงค์ สงขลา

ตามนโยบายของรัฐบาลโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ยกระดับนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมและมาตรการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด รวมทั้งอาชญากรรมอื่นๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาเป็นแนวทางในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยเฉพาะการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน และขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวสู่การปฏิบัติ
ตำรวจภูธรภาค 1 โดย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ รอง จตร.ช่วยราชการ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา รอง ผบช.ภ.1, นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี, พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มะอักษร รอง ผบก.สส.ภ.1 ภ.จว.สระบุรี โดย พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี, พ.ต.อ.เกษดา วัชรานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี, พ.ต.อ.สุริยะ สุดกังวาล รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก.สส.ภ.จว.สระบุรี/หัวหน้า ชปส.ศอ.ปส.ภ.๑ ชุดที่ ๒ ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา โดย พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา, พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา, พ.ต.อ.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผกก.สภ.บางปะหัน ขกท. โดย พล.ต.อภิชัย ทองธรรมชาติ ผบ.ขกท.,พ.อ.(พิเศษ) สุพจน์ สวาคฆพรรณ ผบ.ขกท.ทภ.4 ภ.จว.ปทุมธานี โดย พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ.ธงรบ แจ้งจิต รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต บช.ปส. โดย พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส.3, พ.ต.อ.วสุ เชื้อพุทธ ผกก.1 บก.ปส.3 ขกท.ศปก.นสศ. โดย พ.อ.ศรายุทธ พัฒนชัย ผบ.ขกท.ศปก.นสศ. สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค ๑ โดย นางสาวศศิรัศมิ์ นามวงษ์ ผอ.บก.ปปส.ภ.๑ และเจ้าหน้าที่ในสังกัด ได้ร่วมกันสืบสวนจับกุม ผู้ต้องหาที่เก็บพักยาเสพติดกลุ่มเครือข่าย “นิว เพชรบูรณ์ และเครือข่ายแบงค์ สงขลา”

คดีที่ 1 เครือข่ายโกดังยาเสพติด นิว เพชรบูรณ์ จับกุมผู้ต้องหา 5 ราย

พร้อมของกลาง คือ
1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ประมาณ 5,260,000 เม็ด
2.โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้ในการติดต่อเรื่องยาเสพติด จำนวน 6 เครื่อง
ตรวจยึดรถยนต์ 3 คัน
พฤติการณ์ในการจับกุม สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 06.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการป้องกันปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรภาค 1 ชุดที่ 2 นำโดย พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก.สส.ภ.จว.สระบุรี/หัวหน้า ชปส.ภ.1 ชุดที่ 2 และ จนท.หน่วยข่าวกรองทางทหาร ศูนย์ปฏิบัติการ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายแบงค์ พร้อมพวกรวม 3 คน พร้อมด้วยของกลางยาเสพติด จำนวนประมาณ 9,580,000 เม็ด และจากการขยายผลการจับกุมคดีดังกล่าว พบว่ามีกลุ่มเครือข่ายโกดังยาเสพติดของนายนิว ที่ยังทำหน้าที่พักยาเสพติด และนำยาเสพติดส่งมอบให้กับกลุ่มผู้รับในพื้นที่ตอนในของประเทศไทย
จนกระทั่งวันที่ 30 เมษายน 2569 พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าว และสามารถจับกุม นายนิว พร้อมพวกรวม 5 คน ได้พร้อมของกลางยาเสพติดจำนวน 21 กระสอบ (ประมาณ 5,260,000 เม็ด) ซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายใน ต.พุทเลา อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา
เหตุเกิดที่ ต.พุทเลา อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 16.30 น.

คดีที่ 2 เครือข่ายยาเสพติด แบงค์ สงขลา ทำหน้าที่ส่งยาเสพติดไปยังพื้นที่ภาคใต้ โดยอำพรางไปกับกล่องพัสดุ
จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย
พร้อมของกลาง คือ
1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ประมาณ 1,058,000 เม็ด
2.โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้ในการติดต่อเรื่องยาเสพติด จำนวน 3 เครื่อง
ตรวจยึดรถยนต์ 3 คัน
พฤติการณ์ในการจับกุม สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการป้องกันปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรภาค 1
ชุดที่ 2 นำโดย พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก.สส.ภ.จว.สระบุรี/หัวหน้า ชปส.ภ.1 ชุดที่ 2 และจนท.หน่วยข่าวกรองทางทหาร
ศูนย์ปฏิบัติการ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้ร่วมกันขยายผลจับกุมกลุ่มที่พักยาเสพติดและทีมลำเลียงยาแสพติดเรื่อยมา จนกระทั่งทราบว่ามีกลุ่มทีมพักยาเสพติดที่เป็นบุคคลในพื้นที่ภาคใต้ ได้มาพักเก็บยาเสพติดในพื้นที่ภาคกลาง และนำยาเสพติดอำพรางเพื่อส่งพัสดุไปทางขนส่งเอกชนลงไปยังพื้นที่ภาคใต้
จนกระทั่งช่วงดึกของวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าว ต่อมาในวันที่
2 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. สามารถจับกุม นายแบงค์ พร้อมพวกรวม 3 คน ได้พร้อมของกลางยาเสพติดที่ซุกซ่อนอยู่ในกล่องพัสดุจำนวน 12 กล่อง (ประมาณ 1,058,000 เม็ด) ซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในห้องโดยสารรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ฟรีด สีเทา และภายในหมู่บ้าน อ.เมืองปทุมธานี จว.ปทุมธานี
เหตุเกิดที่ บริเวณหมู่บ้าน อ.เมืองปทุมธานี จว.ปทุมธานีเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม
2569 เวลาประมาณ 15.00 น.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะได้ขยายผลถึงในการจับกุมในครั้งนี้ เป็นการยับยั้งการแพร่กระจายของยาเสพติด
ไปสู่ประชาชนได้เป็นจำนวนมากซึ่งยาเสพติดของกลางหากถูกนำออกขายสู่ท้องตลาดจะมีมูลค่ากว่า 250,000,000 บาท
กลุ่มลูกค้า ผู้สั่งการ และบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด รวมถึงทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด
โดยจะนำมาตรการสมคบ สนับสนุนช่วยเหลือ ฟอกเงิน และยึดทรัพย์สิน มาใช้ดำเนินการกับบุคคลในเครือข่ายยาเสพติดต่อไป

    ด้วยอาลัย

    ด้วย คุณแม่อันนา เตชะอัครเกษม (นามนักบุญ มอนิกา) ได้ถึงแก่กรรมเสียชีวิตลง และเป็นมารดาของ พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น./นรต.46ทางเจ้าภาพจึงขอเรียนเชิญผู้ที่รู้จักทาง ผู้วายชนม์และครอบครัว🕯 เวลา 18.30 น.📍

    ณ โบสถ์มหาไถ่ ซอยร่วมฤดี (Redeemer Hall ชั้น 1)https://maps.app.goo.gl/R6woyt8ETYaxWQnB6?g_st=ic

    ทั้งนี้ งานสวดอภิธรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569ตามกำหนดการในเอกสารที่ได้แนบมานี้จึงใคร่ขอเรียนเชิญร่วมงานโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อเป็นเกียรติและร่วมส่งดวงวิญญาณของผู้วายชนม์รวมถึงเป็นกำลังใจแก่และครอบครัว

    🙏 ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้

    สุขภาวะชุมชน ปลูก ปรุง ด้วยพืชชุมชน

    พวกเราสามชุมชนจะนำเสนอสุขภาวะชุมชนโดยใช้ของดีวิถีชีวิตการกินปลูกพืชชุมชนตัวขับเคลื่อนชุมชนเพื่อนจะได้ทำความรู้จักกับอาหารขนมกะทิ ข้าวต้มมัด ขนมเทียนแกงคั่วตะลิงปลิงหมูย่างตะลิงปลิงโซดาขนม ขนมเปี๊ยะรสชาติอารมณ์ดี น้ำผึ้งผสมมะนาวที่แสนรสชาติอร่อย ยังมีขนมไทยอีกมากมาย

    อนุโมทนาบุญในงานนี้ด้วยขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงมีบุญมากมาย

    จาก จิรันธนิน ทีมข่าว

    ชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม แต่งตั้งคณะทำงานใหม่ 25 คน

    ประกาศ
    ชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม Wonder Kids Club ได้เข้าร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมจิตอาสา ภายใต้​
    ​โครงการ “พันธมิตรอาสาสมัครกาชาด สภากาชาดไทย (70 พรรษา พันธมิตรแห่งอาสาสมัครกาชาด)” กลุ่มชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม (Wonder Kids Club / Bangkok) ซึ่งได้ทำกิจกรรมมาแล้วหลายโครงการ อาทิ โครงการรณรงค์ลดเค็ม ลดหวาน ลดโรค NCDs,โครงการชวนเด็กไทยใส่ใจวัยเก๋า ,โครงจิตอาสาเพ้นท์ถุงผ้าบดโลกร้อน (เพ้นท์จากหัวใจ สู่จุดรับยาผู้ป่วย) โครงการ Young Budshist Citizen ธรรม พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน ,Love Dad Art Sharing เพ้นท์ถุงผ้าบอกรักพ่อ , Art Sharing ส่งกำลังใจให้วีรชนไทยทหารกล้า , Gen Z มีดีที่รักษ์โลก ,จิตอาสารวมพลังทำความสะอาด ณวัดศาลาแดง กทม และมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากเพื่อการทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอเพิ่มคณะทำงานจากเดิมมี7คนเป็น 25คน และโครงสร้างใหม่ ดังมีรายนามต่อไปนี้:

    ​โครงการพันธมิตรอาสาสมัครกาชาด /กลุ่มชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม Wonder Kids Club
    ​นางสาวจินตนา จินตอาจารีย์ | หัวหน้ากลุ่ม
    ​นางสาวชมพูนุท จินตอาจารีย์ | ประธานชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม
    ​นายภูมิ ขยันกิจ | รองประธานชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม
    ​นางสาวณชารัศมิ์ กิจบำรุงรัตน์ | เลขาธิการชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม
    ​นายธนทวฤช มิ่งมิตรวิบูลย์ | กรรมการ
    ​นางสาวแทนฤทัย พันธุมณิ | กรรมการ
    ​นางสาวกวิณตรา วรสุทธิไพบูลย์ | กรรมการ
    ​นายกวินภพ บัวสิม | นายทะเบียน

    ​ฝ่ายประชาสัมพันธ์และกิจกรรม
    ​เด็กหญิงอนามฤณ ซุยยังกูร | ประชาสัมพันธ์ภาคภาษาอังกฤษ
    ​เด็กหญิงธนภรณ์ ย้อยสร้อยสุด | ประชาสัมพันธ์กิจกรรม

    ​คณะทำงานและสมาชิก
    ​นางสาวกัญญารัตน์ งดงาม
    ​เด็กหญิงณัฏฐ์ชญา ขุนการินทร์
    ​เด็กหญิงจิรัชญา ขุนการินทร์
    ​เด็กชายณัฐฐศรัณฐ์ สมบูรณ์
    ​เด็กชายพีรวิชญ์ วงเวียงจันทน์
    ​นายธนกฤต อธิมหัทธนบวร
    ​นายแทนคุณ ชัยฉิม
    ​นางสาวปุญชรัศมิ์ ภู่พยนต์
    ​นายธีรติ สัตนาโค
    ​นางสาวพัทธนันต์ อุประวัลย์
    ​เด็กหญิงนันทิยา บุญกังวาน

    ​คณะที่ปรึกษา
    ​นางสาวชนมณี จินตอาจารีย์ | ที่ปรึกษาชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม
    ​นางสาวภีรดา ศรีสาหร่าย | นักจิตวิทยา / ที่ปรึกษาสมทบ
    ​นางสาวศิริวรรณ จินตอาจารีย์ | ที่ปรึกษาสมทบ
    ​นางกานต์พิชชา ชุติพันธ์เจริญ | ที่ปรึกษาสมทบ

    เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมจิตอาสาและสร้างสรรค์ประโยชน์ให้แก่สังคมภายใต้พันธกิจของสภากาชาดไทย ภายใต้แนวคิดพัฒนาคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม สืบไป

    จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
    ชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม
    พัฒนาเด็กและเยาวชนให่เป็นแบบอย่างที่ดี

    จิตอาสาเพื่อสังคม #โครงการพันธมิตรอาสาสมัครกาชาด #ชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม

    สืบสวนภูธรภาค 1 โชว์ฟอร์ม รวบตัวบุคคล ก่อเหตุสังหารแฟนสาว

    “สืบสวนภูธรภาค 1 โชว์ฟอร์ม”รวบตัวบุคคล ก่อเหตุสังหารแฟนสาว ภายในคอนโดฯ ย่านบางบัวทอง ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1,พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.พีรศักดิ์ รอดบน รอง ผบก.สส.ภ.1 ชุดปฎิบัตินำโดย พ.ต.อ.พูนสุข เตชะประเสริฐพร ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.1 พร้อมกำลัง

    กรณีเหตุฆ่าผู้อื่น สภ.บางบัวทอง ทีมสืบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน ส่งพนักงานสอบสวน และได้ขออนุมัติศาลจังหวัดนนทบุรี ออกหมายจับ

    ต่อมาในวันนี้ เวลาประมาณ 08.30 น กก.สส.1 บก.สส.ภ.1 จากการ สืบสวนพบว่าผู้ก่อเหตุหลบหนีอยู่ บริเวณ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ทางเจ้าหน้าที่ กก.สส.1 จึงประสานเจ้าหน้าที่ บก.สส.ภ.5 เข้าตรวจสอบในพื้นที่ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 3 พ.ค.2569 เวลา 08.40 น.

    จากการสอบถามผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง ส่วนรถยนต์ส่วนตัวจอดทิ้งไว้ที่ จ. สุพรรณบุรี แล้วนั่งรถโดยสาร มาจนถึง จ.เชียงใหม่ ร่วมทำการจับกุมผู้ต้องหา ได้เป็นที่เรียบร้อย เบื้องต้นให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา อยู่ระหว่างฝ่ายสืบสวน สภ.บางบัวทอง เดินทางไปรับตัว ผู้ต้องหา มาดำเนินคดี ตามกฎหมาย ต่อไป

    ปทุมธานี เอาจริง 6 หน่วยงานหลัก (MOU) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน

    ปทุมธานี เอาจริง 6 หน่วยงานหลัก (MOU) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน
    เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 1 พฤษภาคม 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ห้องประชุมบัวหลวง ชั้น10 สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง (คลอง 9) ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี กรมการปกครอง โดย กรมการปกครอง สำนักบริหารการทะเบียน จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน ร่วมกับ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและองค์กรตรวจสอบระดับชาติ รวมทั้งหมด 6 หน่วยงานหลัก โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและแก้ไขปัญหาการทุจริตด้านงานทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชน
    ภายในงานมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “บูรณาการบังคับใช้กฎหมาย ทิศทางการป้องปรามการทุจริตทะเบียนไทย” โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ มีผู้แทนจากทั้ง 6 หน่วยงานเข้าร่วมลงนาม ได้แก่ กรมการปกครอง โดยนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร้อยตำรวจเอกวิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) และนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) โดยมีแขกผู้มีเกียรติ บุคลากรจากทุกหน่วยงานและสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยานจำนวนมาก
    สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ กรมการปกครองได้รับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายสำคัญ ได้แก่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการป้องกันภัยคุกคามต่อความมั่นคงด้านงานทะเบียน ซึ่งปัจจุบันมีความซับซ้อนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการกระทำผิดในลักษณะเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและการทุจริตเพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบในงานทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน รวมถึงงานทะเบียนอื่น ๆ
    ทั้งนี้ กรอบความร่วมมือและแนวทางการดำเนินงานประกอบด้วย 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ ด้านการข่าวและข้อมูล มุ่งเน้นการประสานความร่วมมือในการรวบรวม วิเคราะห์และแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามระเบียบ กฎหมายและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ด้านการป้องปราม กำหนดมาตรการ แนวทาง และข้อเสนอแนะในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พร้อมทั้งดำเนินการสื่อสาร รณรงค์และประชาสัมพันธ์เพื่อต่อต้านการทุจริตในทุกรูปแบบ ด้านการบังคับใช้กฎหมาย ดำเนินการสืบสวนจับกุม สอบสวนและดำเนินคดีภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน เพื่อนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รวมถึงดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เช่น มาตรการทางภาษีและการฟอกเงิน พร้อมทั้งจัดตั้งคณะทำงานหรือชุดปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปราม ด้านการพัฒนาศักยภาพ จัดทำขั้นตอนปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐาน (SOP) สนับสนุนการฝึกอบรม จัดทำเอกสาร คู่มือ และแนวทางปฏิบัติเพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรและด้านความปลอดภัยของข้อมูล กำหนดให้ข้อมูลทั้งหมดได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และใช้ช่องทางการสื่อสารที่ปลอดภัย โดยจำกัดเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้อง
    สำหรับบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ มีกำหนดระยะเวลา 2 ปี โดยมุ่งหวังให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม เพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน อันเป็นรากฐานสำคัญในการรักษาความมั่นคงของชาติ ความสงบเรียบร้อยของสังคมและการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน
    ซึ่งคณะทำงาน ต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.) ได้ขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันพบว่าภัยคุกคามมีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในรูปแบบเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและกลุ่มมิจฉาชีพ (Scammer) ที่แสวงหาประโยชน์จากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน และความเชื่อมั่นในระบบราชการไทย
    นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า การจัดทำบันทึกความร่วมมือเพื่อยกระดับการป้องกันการทุจริตทางทะเบียน หรือการทำนิติกรรมโดยมิชอบ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ จากเดิมที่กรมการปกครองดำเนินการเพียงหน่วยงานเดียว ซึ่งไม่สามารถครอบคลุมทุกมิติของปัญหาได้ ปัจจุบัน งานด้านทะเบียนมีความซับซ้อนมากขึ้น ขณะที่รูปแบบการทุจริตก็พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จนยากต่อการติดตามให้ทัน ดังนั้น ความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ จึงมีบทบาทสำคัญในการเสริมศักยภาพการป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
    อธิบดีกรมการปกครอง ยังระบุอีกว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นให้ทุกหน่วยงานทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ แทนการทำงานแบบแยกส่วน เพื่อให้การดำเนินงานในแต่ละภารกิจเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด โดยที่ผ่านมา ผลงานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้าร่วมก็สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเป้าหมายอีกด้วย

    สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม รายงาน

    นายก อบจ.สุพรรณฯ เปิดงานสืบสานประเพณีบุญบั้งไฟ ประจำปี 2569

    นายก อบจ.สุพรรณฯ เปิดงานสืบสานประเพณีบุญบั้งไฟ ประจำปี 2569 อบต.ดอนคา 11 ชาติพันธุ์ ร่วมพิธี

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 องค์การบริหารส่วนตำบลดอนคา อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี นายวิชัย ตั้งทวีวิพัฒน์ นายก อบต.ดอนคา พร้อมคณะผู้บริหาร ได้จัดโครงการ”สืบสานประเพณีบุญบั้งไฟ” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2569 ณ.บริเวณวัดโภคาราม(ดอนคา) โดยมีนายอุดม โปร่งฟ้า นายก อบจ.สุพรรณบุรี ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงาน ซึ่งมีขบวนนางรำ 11 ชาติพันธุ์ จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนท้องถิ่น นายอำเภออู่ทอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมแขกผู้มีเกียรติและประชาชน มาร่วมงานพิธีจำนวนมาก ซึ่งงานได้จัดขึ้นในวันที่ 30 เมษายน 2569 ถึง วันที่ 1 พฤษภาคม 2569

    โดยภายในงานเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2569 มีการแห่เคลื่อนขบวนรถบั้งไฟ ขบวนผาแดง-นางไอ่ ขบวนนางรำ 11 กลุ่มชาติพันธุ์ จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเริ่มขบวนแห่รถบั้งไฟและกลุ่มขบวนนางรำ บริเวณโรงเรียนดอนคาวิทยา ก่อนจะไปถึงบริเวณวัดโภคาราม(ดอนคา)โดยระหว่างขบวนแห่บุญบั้งไฟ มาตามท้องถนนและเข้าไปในหมู่บ้าน ต่างได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก และในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เริ่มจุดบั้งไฟ บริเวณสามแยกตีนเป็ด -สระกร่าง

    เมื่อขบวนแห่รถบั้งไฟ ขบวนผาแดง-นางไอ่ ขบวนนางรำ 11 กลุ่มชาติพันธุ์ จังหวัดสุพรรณบุรี เดินทางมาถึงบริเวณงานพิธี นายวิชัย ตั้งทวีวิพัฒน์ นายก อบต.ดอนคา กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อให้คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา พนักงาน ลูกจ้างองค์การบริหารส่วนตำบลดอนคา กำนัน สารวัตรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เด็ก เยาวชน ประชาชนในตำบลดอนคาและตำบลใกล้เคียง ได้มีส่วนร่วมอนุรักษ์สืบทอดวัฒนธรรมประเพณีบุญบั้งไฟ ของชาวตำบลดอนคา ให้คงอยู่สืบต่อไป
    2.เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตชุมชนตำบลดอนคา
    3.เพื่อเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์และความสามัคคีของหมู่บ้านในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลดอนคาและใกล้เคียง

    นอกจากนี้ ภายในงาน ชมการแสดงการต้อนรับ โดยชมรม 11 กลุ่มชาติพันธุ์จังหวัดสุพรรณบุรี การฟ้อนรำการแสดงขับร้องเพลงลูกทุ่ง หลังจากนั้น นายอุดม โปร่งฟ้า นายก อบจ.สุพรรณบุรี ได้กล่าวเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา

    “บอสชาตรี” ย้ำคำเคยพูดถึง”ถัง” แล้ว ชื่อเสียง กับความร่ำรวยทำลายความยิ่งใหญ่ ขาดวินัย ขาดการพัฒนา

    “บอสชาตรี” ย้ำคำเคยพูดถึง”ถัง” แล้ว ชื่อเสียง กับความร่ำรวยทำลายความยิ่งใหญ่ ขาดวินัย ขาดการพัฒนา

    บอสชาตรี ศิษย์ยอดธง ซีอีโอ ONE Championship ออกมาให้สัมภาษณ์เดือดหลังจบไฟต์ใหญ่ ศึก ONE Samurai โดยมีเนื้อหาที่ถูกมองว่าเชื่อมโยงถึง รถถัง จิตรเมืองนนท์ ที่เพิ่งพ่ายน็อกให้กับ ทาเครุ เซกาวะ

    ในห้องแถลงข่าว บอสชาตรี พูดถึงเรื่อง “วินัย” และ “ความถ่อมตัว” ของ โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี้ ที่รักษาแชมป์เอาไว้ได้ พร้อมทิ้งประโยคที่เรียกเสียงฮือฮาว่า

    “เราเองก็เคยเห็นแล้วว่า เมื่อคนเรามีเงินมาก มีชื่อเสียงมาก แล้วปล่อยให้มันเข้าครอบงำ จนหยุดพัฒนา หยุดฝึกซ้อม และสภาพแวดล้อมรอบตัวเปลี่ยนไป มันจะเกิดอะไรขึ้น คืนนี้ก็มีตัวอย่างให้เห็นแล้ว”

    นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความยากของการเป็นยอดนักสู้ระดับโลกว่า

    “การเป็นนักสู้ที่ดีที่สุดในโลก ในองค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ มันไม่ใช่เรื่องง่าย และการรักษาตำแหน่งนั้นให้อยู่ต่อไป ยากยิ่งกว่า”

    แม้จะไม่มีการเอ่ยชื่อโดยตรง แต่หลายฝ่ายมองว่าคำพูดดังกล่าวสะท้อนถึงสถานการณ์ของ รถถัง หลังความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญ และกลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในวงการต่อสู้

    รถถัง จิตรเมืองนนท์ โพสต์ขอโทษนะครับ ผมเสียใจมากที่สุด

    “ขอโทษนะครับ ผมเสียใจมากที่สุด ที่เรื่องเกิดขึ้นแบบนี้ ผมอยากหยุดทุกอย่างลงจัง”

    รถถัง จิตรเมืองนนท์ โพสต์หลังไฟต์พ่ายน็อก ทาเครุ เซกาวะ ในศึก ONE Samurai 1

    🥊 ONE Samurai 1
    🏟️ สนามอาริอาเกะ อารีนา
    🇯🇵 กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น