ลาสังเวียนยิ่งใหญ่..ล้างตาสำเร็จ!

ลาสังเวียนยิ่งใหญ่..ล้างตาสำเร็จ! “ทาเครุ” ยก 2 ซัด 2 นับก่อนน็อก “รถถัง” ยก 5 ได้นับ ก่อนจับ ซิวแชมป์โลกเฉพาะกาล ศึก ONE ซามูไร 1

เปิดฉากนัดปฐมฤกษ์ศึก ONE ซามูไร 1 เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยผลปรากฎว่า “ทาเครุ” ชำระแค้นคู่ปรับเก่า “รถถัง จิตรเมืองนนท์” อย่างถึงพริกถึงขิง ขึ้นครองบัลลังก์แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต เฉพาะกาล (125-135 ป.) สำเร็จในไฟต์อำลาสังเวียน

ขณะที่ “นาดากะ” ป้องกันเข็มขัดแชมป์โลกในไฟต์รีแมตช์กับคู่ปรับเก่าได้เฉียบขาด ด้าน “อาวาซเบก โคลเมียร์ซาเอฟ” ผงาดขึ้นครองบัลลังก์คนใหม่ ส่วน “โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี” ยังคงป้องกันบัลลังก์ครั้งที่ 2 ได้อย่างเหนียวแน่น

คู่เอกที่ทั่วโลกรอคอย “รถถัง จิตรเมืองนนท์” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต เปิดศึกรีแมตช์ชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต เฉพาะกาล กับ “ทาเครุ” ซูเปอร์สตาร์เจ้าบ้าน

หลังจากดูเชิงกันในยกแรก เกมเดือดขึ้นทันทีในยก 2 เมื่อ “รถถัง” เปิดหน้าท้าทาย “ทาเครุ” จึงสบช่องสวนหมัด “รถถัง” จนหล่นลงพื้นโดนนับถึงสองครั้งติด ๆ จากนั้น “รถถัง” เร่งเดินบดขยี้แต่ยังทำอะไรเจ้าถิ่นไม่ได้ กระทั่งยก 5 “ทาเครุ” ใช้กำปั้นไล่ต้อนทุบจน “รถถัง” ล้มลงเป็นครั้งที่ 3 และตามรัวหมัดซ้ำสอย
“รถถัง” ร่วงเป็นครั้งที่ 4 ส่งให้ “ทาเครุ” ชนะทีเคโอตามกติกา คว้าแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต เฉพาะกาล ปิดฉากเส้นทางนักสู้อย่างงดงาม พร้อมทุบโบนัสก้อนใหญ่ 15 ล้านเยนหรือประมาณ 3,000,000 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)

ขณะที่ “ยูยะ วากามัตสึ” แชมป์โลก ONE MMA รุ่นฟลายเวต ขึ้นสังเวียนป้องกันเข็มขัดครั้งที่ 2 กับ “อาวาซเบก โคลเมียร์ซาเอฟ” ผู้ท้าชิงฟอร์มโหดจากอุซเบกิสถาน

ความมันปะทุขึ้นตั้งแต่ยกแรก เมื่อทั้งคู่เปิดหน้าแลกอาวุธกันทั้งท่ายืนและเกมภาคพื้น อย่างไรก็ตาม เกมต้องจบลงเพียงยกที่ 2 เมื่อ “อาวาซเบก” ที่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ พลิกสถานการณ์งัดศอกกลับสับเข้าเต็มหน้า “ยูยะ” จนหลับกลางอากาศ ผู้ชี้ขาดบนเวทีจึงยุติการชกทันที ส่งให้ “อาวาซเบก” สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักสู้ MMA จากเวที ONE ลุมพินีคนแรกที่คว้าแชมป์โลก ONE ได้สำเร็จ พร้อมคว้าโบนัส 7.5 ล้านเยน หรือประมาณ 1,500,000 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)

ด้าน “นาดากะ” แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.) เปิดบ้านรับคู่ปรับเก่าขวัญใจชาวไทย “ทรงชัยน้อย เกียรติทรงฤทธิ์” ในศึกป้องกันบัลลังก์ครั้งแรก

รูปเกมช่วงแรกทั้งคู่ต่างงัดแผนถนัดออกมาสู้กันสนุก โดย “นาดากะ” ใช้สเตปนินจาคอยดักเตะและวนออกข้าง ขณะที่ “ทรงชัยน้อย” พยายามดึงเกมเข้าวงในเพื่อแลกอาวุธระยะประชิด เข้าสู่ช่วงท้าย “ทรงชัยน้อย” เร่งเครื่องเดินบุก หวังปล่อยหมัดหนักให้เข้าเป้า แต่ยังไม่สามารถเจาะเกมของ “นาดากะ” ได้ ส่งผลให้ “นาดากะ” เอาชนะคะแนนเอกฉันท์ ย้ำแค้นคู่ปรับเก่า พร้อมป้องกันเข็มขัดไว้ได้สำเร็จ

สำหรับ “โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) จากสหราชอาณาจักร ทำหน้าที่รั้งเข็มครั้งที่ 2 จาก “ยูกิ โยซะ” จากเตะดาวรุ่งขวัญใจเจ้าถิ่น

ถือเป็นบททดสอบความแกร่งของลำแข้ง “แฮ็กเกอร์ตี” อย่างแท้จริง เมื่อ “ยูกิ” เน้นใช้อาวุธถนัดอย่างลูกเตะคาล์ฟคิกสาดใส่ไม่ยั้ง แต่ภาพรวม เกมยังเป็นของ “แฮ็กเกอร์ตี” ที่เดินรุกสลับรับ ดักโต้ด้วยอาวุธหลากหลาย กระทั่งช่วงปลายยกที่ 5 “ยูกิ” นักชกเจ้าถิ่นพยายามเร่งเครื่อง เดินบดหวังปิดเกม แต่ไม่สามารถเจาะเกมรับของแชมป์ได้สำเร็จ ครบ 5 ยก กรรมการเห็นพ้องให้ “แฮ็กเกอร์ตี” เอาชนะคะแนนเอกฉันท์ ป้องกันตำแหน่งไว้ได้เป็นครั้งที่ 2

ตลอดการแข่งขันนักชกทุกคนต่างต่อสู้กันอย่างดุเดือด โดยสุดท้ายมีนักกีฬา 7 ราย ที่โชว์ฟอร์มโดดเด่นเร้าใจจน บิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” สั่งมอบเงินโบนัสให้ไป ได้แก่

  1. “ชิมอน” 4.5 ล้านเยน หรือประมาณ 920,000 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)
  2. “เคอิโตะ ยามาคิตะ” 1.5 ล้านเยน หรือกว่า 300,000 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)
  3. “อิตซูกิ ฮิราตะ” 4.5 ล้านเยน หรือประมาณ 920,000 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)
  4. “ชิฮิโร ซาวาดะ” 4.5 ล้านเยน หรือประมาณ 920,000 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)
  5. “มารัต กริกอเรียน” 4.5 ล้านเยน หรือประมาณ 920,000 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)
  6. “อาวาซเบก โคลเมียร์ซาเอฟ” 7.5 ล้านเยน หรือกว่า 1,500,000 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)
  7. “ทาเครุ” 15 ล้านเยนหรือกว่า 3,000,000 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)

รวมยอดกว่า 8,400,000 บาท (แปดล้านสี่แสนบาท) ในอีเวนต์เดียว

สรุปผลการแข่งขันทุกคู่ ศึก ONE ซามูไร 1
คู่เอก ทาเครุ (ญี่ปุ่น) ชนะทีเคโอ รถถัง จิตรเมืองนนท์ นาทีที่ 2:22 ของยก 5 (ชิงแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต เฉพาะกาล 125-135 ป.)
อาวาซเบก โคลเมียร์ซาเอฟ (อุซเบกิสถาน) ชนะน็อก ยูยะ วากามัตสึ (ญี่ปุ่น) นาทีที่ 4:53 ของยก 2 (ชิงแชมป์โลก ONE MMA รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
นาดากะ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนเอกฉันท์ ทรงชัยน้อย เกียรติทรงฤทธิ์ (ชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)
โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี (สหราชอาณาจักร) ชนะคะแนนเอกฉันท์ ยูกิ โยซะ (ญี่ปุ่น) (ชิงแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)
มารัต กริกอเรียน (อาร์เมเนีย) ชนะน็อก คาอิโตะ (ญี่ปุ่น) นาทีที่ 1:51 ของยกแรก (คิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)
ชิฮิโร ซาวาดะ (ญี่ปุ่น) ชนะซับมิชชัน อายากะ มิอูระ (ญี่ปุ่น) นาทีที่ 4:33 ของยกแรก (MMA รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)
ฮิโรกิ อากิโมโตะ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ ทาอิมุ ฮิซาอิ (ญี่ปุ่น) (คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)
ฮิโรมิ วาจิมะ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนเอกฉันท์ ริคาร์โด บราโว (ญี่ปุ่น/อาร์เจนตินา) (คิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)
อิตซูกิ ฮิราตะ (ญี่ปุ่น) ชนะซับมิชชัน ริตู โฟกาต (อินเดีย) นาทีที่ 2:42 ของยก 3 (MMA รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)
ทัตสึมิตสึ วาดะ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ เซอิอิจิโร อิโตะ (ญี่ปุ่น) (MMA รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
เคอิโตะ ยามาคิตะ (ญี่ปุ่น) ชนะซับมิชชัน เรียวเฮอิ คุโรซาวะ (ญี่ปุ่น) นาทีที่ 1:31 ของยก 2 (MMA รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)
ชิมอน (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนเอกฉันท์ โจฮัน กาซาลี (มาเลเซีย/สหรัฐอเมริกา) (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
โทกิ ทามารุ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนเอกฉันท์ โทมะ คุโรดะ (ญี่ปุ่น) (คิกบ็อกซิง รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)
ทาอิกิ นาอิโตะ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนเอกฉันท์ ฮิว (ญี่ปุ่น) (คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
คานาตะ นางาอิ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนเอกฉันท์ อัตสึโบะ คัมเบะ (ญี่ปุ่น) (MMA รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

สัมมนา ” คำพิพากษาศาลปกครองที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น “

….. ประชุมและสัมมนาทางวิชาการ สันนิบาตเทศบาลจังหวัดปทุมธานี ครั้งที่ ๑ / ๒๕๖๕ ภายใต้หัวข้อ ” คำพิพากษาศาลปกครองที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ” …..
วันอังคารที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๐๐ น. นายสมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองสนั่นรักษ์ ประธานคณะกรรมการสันนิบาตเทศบาลจังหวัดปทุมธานีเป็นประธานในการประชุมและสัมมนาทางวิชาการ สันนิบาตเทศบาลจังหวัดปทุมธานี ครั้งที่ ๑ / ๒๕๖๕ ภายใต้หัวข้อ ” คำพิพากษาศาลปกครองที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ” ณ ประชุม ( ชั้น ๓ ) ศูนย์การแพทย์เทศบาลเมืองสนั่นรักษ์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ณ โอกาสนี้ ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต พร้อมสิบเอกหญิงผกาพรรณ นิ่มเรือง ปลัดเทศบาลนครรังสิต นางสาวปิ่นวิสาห์ ปิ่นทองพันธ์ หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป สำนักเทศบาล เข้าร่วมประชุมฯ
ด้วย สันนิบาตเทศบาลจังหวัดปทุมธานี ได้กำหนดให้มีการประชุม และสัมมนาทางวิชาการสันนิบาตเทศบาลจังหวัดปทุมธานี ครั้งที่ ๑/๒๕๖๙ ภายใต้หัวข้อ ” คำพิพากษาศาลปกครองที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ” เพื่อศึกษาข้อกฏหมาย ระเบียบเกี่ยวกับกรณีพิพาทเรื่องการใช้อำนาจไม่ชอบ, การจัดทำบริการสาธารณะ, สัญญาทางปกครอง, และวินัยพนักงานส่วนท้องถิ่น ตัวอย่างสำคัญได้แก่การที่ อปท. วางท่อระบายน้ำรุกล้ำที่ดินเอกชนโดยไม่มีค่าทดแทน, การบริหารงานบุคคลที่มิชอบ, หรือคดีพิพาทเรื่องสัญญา โดยได้รับเกียรติจาก นายสมชัย วัฒนการุณ รองประธานศาลปกครองสูงสุด ให้เกียรติบรรยายพิเศษในหัวดังกล่าว

กีฬาสร้างคน คนสร้างชาติ

“กีฬาสร้างคน คนสร้างชาติ”

ฟุตบอลเชื่อมความสัมพันธ์โค้ชเยาวชน “ต่อยอดผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตบอล กรมพลศึกษาและสโมสรฟุตบอลกัมบะ โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น รุ่นที่ 1/2569”

วันศุกร์ที่ 1 พ.ค.69 เวลา 08.00 คณะผู้เข้ารับการอบรมพัฒนาผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตบอล กรมพลศึกษาร่วมกับสโมสรฟุตบอลกัมบะ โอซาก้า (ประเทศญี่ปุ่น) รุ่นที่ 1/2569”

ได้รับเกียรติตัวแทนจากอธิบดีกรมพลศึกษาและนางยุพเยาว์ หลีนวรัตน์ นายกเทศบาลตำบลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ร่วมเป็นประธานเปิดกิจกรรมฟุตบอลเชื่อมความสัมพันธ์โค้ชเยาวชน “ต่อยอดผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตบอล กรมพลศึกษาและสโมสรฟุตบอลกัมบะ โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น รุ่นที่ 1/2569”

โดยมี อ.อรุณ ตุลย์วัฒนางกูร อ.ต๋อง ชวเมธ พลเยี่ยม อ.ต๋อย ประภาร นาคพงษ์ ผู้ฝึกสอนและทีมฟุตบอลเยาวชนจากอะคาเดมี จำนวน 8 ทีม ร่วมกิจกรรม

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการต่อยอดองค์ความรู้จากการอบรมและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างผู้ฝึกสอนและนักกีฬาฟุตบอลเยาวชน เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม หลังจากการเข้ารับการอบรม ระหว่างวันที่ 10–14 มีนาคม ที่ผ่านมา

โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นการแข่งขันฟุตบอล 7 คน มีทีมเข้าร่วมการแข่งขัน แบ่งเป็น 2 รุ่น ดังนี้
รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี จำนวน 4 ทีม ได้แก่

  • PS Academy (จ.กรุงเทพมหานคร)
  • WEIIZEN FC (จ.ปทุมธานี)
  • 7 Star Football Academy (จ.ปทุมธานี)
  • RB SOCCER CLUB (จ.สุรินทร์)

รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี จำนวน 4 ทีม ได้แก่

  • PS Academy (จ.กรุงเทพมหานคร)
  • WEIIZEN FC (จ.ปทุมธานี)
  • BGM Academy (จ.ปทุมธานี)
  • Bridge Soccer FC (จ.ราชบุรี)

ทั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์สถานที่ บุคลากร และสิ่งอำนวยความสะดวก จากกรมพลศึกษา
รวมถึงเต็นท์และถ้วยรางวัล จากนายกเทศบาลตำบลธัญบุรี จ.ปทุมธานี

ลำพูน Kick-off ใหญ่ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ”

🛒🇹🇭 จังหวัดลำพูน Kick-off ใหญ่ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” ลดราคาสินค้าสูงสุด 58% ทุกวันศุกร์ ตลอดเดือนพฤษภาคม 2569 ช่วยประชาชนลดรายจ่าย กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากทั่วทั้ง 8 อำเภอ

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. จังหวัดลำพูนเปิดกิจกรรม Kick-off โครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” อย่างเป็นทางการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านค่าครองชีพให้กับประชาชน พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน โดย นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้ นางสาวเบญจวรรณ มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ณ พื้นที่จัดกิจกรรม พร้อมด้วย นางสาวจุฬารัตน์ นุ่มนิ่ม พาณิชย์จังหวัดลำพูน เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การดำเนินโครงการ และ นายดลภาค เนตรใส นายอำเภอเมืองลำพูน กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน

ภายในพิธีเปิดมีหัวหน้าส่วนราชการ ปลัดจังหวัดลำพูน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้บริหารห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ห้างท้องถิ่น รวมถึงผู้ประกอบการ OTOP เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักและได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก โดยในวันเดียวกันนี้ ทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดลำพูน ได้ดำเนินกิจกรรม Kick-off พร้อมกัน เพื่อให้ประชาชนทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้อย่างทั่วถึง

สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” ครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากห้างค้าปลีกชั้นนำในจังหวัดลำพูน ได้แก่ Big C, Lotus’s, Makro และห้างแจ่มฟ้าเซฟมาร์ท จำกัด รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการสินค้า OTOP และผู้ผลิตในท้องถิ่น ที่นำสินค้าคุณภาพมาจำหน่ายให้ประชาชนโดยตรงในราคาพิเศษ ลดสูงสุดถึง 58 เปอร์เซ็นต์ ครอบคลุมทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน

สินค้าที่นำมาจำหน่าย อาทิ สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ยาสีฟัน ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำตาลทราย น้ำมันพืช บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง และเครื่องปรุงรสต่าง ๆ ซึ่งล้วนเป็นสินค้าที่มีผลต่อค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง การลดราคาสินค้าในครั้งนี้จึงช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในช่วงที่หลายครอบครัวยังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น

บรรยากาศการจำหน่ายสินค้าในวันแรกเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนจากหลายพื้นที่เดินทางมาจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าจำนวนมาก เนื่องจากเป็นโอกาสสำคัญในการซื้อสินค้าจำเป็นในราคาถูกกว่าท้องตลาด ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระของครัวเรือนแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในจังหวัด ส่งเสริมผู้ประกอบการท้องถิ่น และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากอีกทางหนึ่ง

พาณิชย์จังหวัดลำพูน กล่าวว่า โครงการนี้เป็นความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย และภาคเอกชน ในการสร้างช่องทางจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดที่เข้าถึงประชาชนได้ง่ายที่สุด ผ่านการกระจายจุดจำหน่ายไปยังที่ว่าการอำเภอทั้ง 8 แห่ง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าได้ใกล้บ้าน ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ จังหวัดลำพูนกำหนดจัดจำหน่ายสินค้าโครงการดังกล่าวทุกวันศุกร์ตลอดเดือนพฤษภาคม 2569 ได้แก่ วันที่ 1, 8, 15, 22 และ 29 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอทั้ง 8 อำเภอทั่วจังหวัดลำพูน

จังหวัดลำพูนจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกพื้นที่ ร่วมเลือกซื้อสินค้าในโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” เพื่อช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือน พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจชุมชน และผู้ประกอบการไทย ให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

📢 ศุกร์นี้และทุกศุกร์ตลอดเดือนพฤษภาคม อย่าพลาด! ของกินของใช้ราคาประหยัด ลดจริงสูงสุด 58% ใกล้บ้านคุณ

พระมหากษัตริย์บาห์เรนทรงยืนยันว่า ประเทศชาติต้องมาก่อนเสมอ

พระมหากษัตริย์บาห์เรน
ทรงยืนยันว่า ประเทศชาติต้องมาก่อนเสมอ

รายงานข่าวโดย
ดร.อรวรรณ บุณยธาดา

สมเด็จพระราชาธิบดี
ฮาหมัด บิน อิซา อัล คาลิฟา ทรงย้ำว่า ประเทศชาติต้องมาก่อนเสมอ โดยทรงเน้นย้ำว่าความมั่นคงของราชอาณาจักรบาห์เรนเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของพลเมืองทุกคน

พระองค์ทรงกล่าวถึงสถานการณ์ล่าสุดว่า
ความพยายามที่จะบั่นทอนเสถียรภาพของราชอาณาจักรบาห์เรนได้เผยให้เห็นความภักดีที่ซ่อนเร้น และเปิดโปงบุคคลที่กระทำการขัดต่อผลประโยชน์ของชาติ พระองค์ทรงอธิบายว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทรยศ และทรงเน้นย้ำว่าการปกป้องราชอาณาจักรยังคงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด

พระองค์ทรงเน้นย้ำว่า
ราชอาณาจักรบาห์เรน
เป็นดินแดนที่ประชาชนไว้วางใจ และความภักดีที่แท้จริงจะปรากฏชัดในช่วงเวลาวิกฤต พระองค์ทรงสังเกตว่ากลุ่มคนเล็กๆ กลุ่มหนึ่งได้ร่วมมือกับกลุ่มผู้ไม่หวังดี
ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าว
เป็นการละเมิดหน้าที่ของชาติอย่างร้ายแรงซึ่ง
ไม่สามารถยอมรับกับการ
กระทำและพฤติกรรมดังกล่าวได้

พระองค์ทรงเน้นย้ำถึงความพร้อมของกองกำลังป้องกันประเทศบาห์เรน และทรงชมเชยในการปกป้องประเทศด้วยความระมัดระวังในการรักษาความปลอดภัยและเสถียรภาพของประเทศ

พระองค์ยังทรงเรียกร้องให้อิหร่านงดเว้นจากการแทรกแซงกิจการของบาห์เรนและกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวเปอร์เซีย (GCC) โดยทรงย้ำว่าต้องเคารพในอธิปไตยของชาติ

พระองค์ทรงเน้นย้ำถึงความสำคัญของความเป็นเอกภาพ โดยทรงเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนของสังคม รวมถึงผู้ร่างกฎหมาย ยืนหยัดสนับสนุนประเทศชาติอย่างมั่นคง พระองค์ทรงเตือนว่าจะมีมาตรการลงโทษผู้ที่บ่อนทำลายผลประโยชน์ของชาติ

พระองค์ทรงเน้นย้ำเพิ่มเติมว่า การเป็นพลเมืองไม่ใช่เพียงสิทธิ์ แต่เป็นความรับผิดชอบที่ต้องอาศัยความมุ่งมั่นและความจงรักภักดีอย่างไม่เปลี่ยนแปลง มาตรการต่างๆ เช่น
การดำเนินคดีทางกฎหมายและการเพิกถอนสัญชาติ พระองค์ตรัสว่า เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อปกป้องความมั่นคงและความสามัคคีของสังคม

พระองค์ทรงยืนยันถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของประชาชน โดยทรงกล่าวว่าชาวบาห์เรนยืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวต่อต้านภัยคุกคามใดๆ ต่อเสถียรภาพของราชอาณาจักร พระองค์ทรง
สรุปโดยทรงแสดงความปรารถนาดีให้ราชอาณาจักรบาห์เรนมีสันติภาพ ความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่องต่อไป.

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เวปไซต์ Times of Bahrain
.
.
.

timesofbahrain

timesofbahrainthai

bahrain #บาห์เรน #thailandbahrain #TOBNews #GlobalNews #BreakingNews #GulfNews @hamad_bin_isa_alkhalifa @bahraincpnews @bahdiplomatic @zeenu_anu @theanvarmoideen @timesofbahrainarabic @timesofbahrainmalayalam @timesofbahrainthai @ammediabh @nasser13hamad @orawan_boonyathada @ahdeya.alsayed

“ASVIN Story” ย้อนเวลาสัมผัสจิตวิญญาณแห่งศิลปะภาพยนตร์ สู่แรงบันดาลใจ


✨ชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม Wonder Kids Club เข้าร่วมกิจกรรม “ASVIN Story” โดยโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรแห่งประเทศไทย พาย้อนเวลาไปสัมผัสจิตวิญญาณแห่งศิลปะภาพยนตร์ในกิจกรรม “Asvin Story: เรื่องเล่าจากอดีตสู่แรงบันดาลใจ”✨

📍เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น. พลตรี หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล เสด็จ ณ พื้นที่ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยอัศวิน เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ทรงเป็นวิทยากรเสวนาในกิจกรรม“Asvin Story: เรื่องเล่าจากอดีตสู่แรงบันดาลใจ” จากนั้นทรงนำผู้เข้าร่วมกิจกรรมชมพื้นที่ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยอัศวิน โดยโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรแห่งประเทศไทย ได้รับความอนุเคราะห์จากมูลนิธิอัศวิน อนุญาตให้ดำเนินการจัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ถ่ายทอดคุณค่าเรื่องราวทางศิลปวัฒนธรรม และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักเรียน นักศึกษา และผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยการเสวนาในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากหม่อมอัญวิดา ยุคล ณ อยุธยา กรรมการมูลนิธิอัศวิน นายสุประวัติ จิตรกร ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และศิลปะ ร่วมกิจกรรมเสวนาถ่ายทอดองค์ความรู้ในกิจกรรมครั้งนี้ด้วย

พื้นที่ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยอัศวิน เดิมเป็นที่ตั้งบริษัท อัศวินภาพยนต์ และโรงเรียนอัศวินการแสดง ก่อตั้งโดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล ผู้ผลิตภาพยนตร์ไทยตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ทรงเป็นผู้อำนวยการสร้าง ผู้กำกับละครและภาพยนตร์ที่รู้จักกันในวงการ อาทิ เรือนแพ จำปูน เป็ดน้อย ละครเร่ เป็นต้น ต่อมาหลังการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ รวมถึงอุปกรณ์เบื้องหลังการผลิตภาพยนตร์ และเครื่องบันทึกเสียงในยุคก่อน ตลอดจนการจัดแสดงเครื่องดนตรีไทยขนาดย่อ ที่สะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมควบคู่กับมรดกด้านภาพยนตร์

สถานที่แห่งนี้จึงถูกปล่อยรกร้างเป็นเวลานานกว่า 30 ปี ก่อนจะได้รับการฟื้นฟูและพัฒนาใหม่ โดยพลตรี หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล

ปัจจุบันพื้นที่ศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัยอัศวิน มีการนำมรดกทางวัฒนธรรมด้านภาพยนตร์ การแสดง วรรณกรรม และดนตรี มาตีความใหม่เพื่อให้เข้าถึงง่ายสำหรับคนรุ่นใหม่ เช่น การจัดฉายภาพยนตร์ การแสดงเต้นร่วมสมัย และเวิร์คช็อปศิลปะ และมีการจัดนิทรรศการ 2513 กสวนมโหรี นิทรรศการที่เล่าเรื่องการสร้างต้นแบบเครื่องดนตรีไทยย่อส่วน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล และครูเตือน พาทยกุล

การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของเยาวชน เสริมสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ทั้งด้านประวัติศาสตร์ด้านภาพยนต์ ศิลปวัฒนธรรมไทย

ชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม Wonder Kids Club ขอขอบคุณ โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรแห่งประเทศไทย สำหรับการจัดกิจกรรมและให้เกียรติเชิญเข้าร่วมในครั้งนี้

Asvin

โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรแห่งประเทศไทย #ชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม #WonderKidsClub #Charmmy #จิตอาสา

ปรึกษาหารือเพื่อให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี

การประชุม ปรึกษาหารือเพื่อให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ 2569 เวลา 9:00 น ณ. ห้องประชุมกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี
โดยมีท่าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี มาเป็นประธานเปิดการประชุม และมีท่านผู้อำนวยการวัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี เป็นผู้ร่วมดำเนินการประชุม
ในส่วนของผู้บริหารฯ มีท่านดอกเตอร์มาณี พลเยี่ยม เป็นประธานกลุ่มวัฒนธรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารฯและสมาชิกฯได้เข้าร่วมประชุมเครือข่ายวัฒนธรรมดำเนินงานคัดสรรคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมชุดใหม่เนื่องจากชุดเดิม หมดวาระพร้อมคณะบริหารฯ วัฒนธรรมและสมาชิกฯหรือผู้บริหารฯ เตรียมพร้อมในการรับรางวัล และรายละเอียดของการร่วมเครือข่ายวัฒนธรรมดำเนินงานการคัดสรร กรรมการสภาวัฒนธรรมชุดใหม่เนื่องจากชุดเดิมหมดวาระ และนำปรึกษาเรื่องการดำเนินงาน โครงการพืชสวนโลก เพื่อดำเนินการและขยายให้เกิดผลสูงสุดต่อไป

การดำเนินการประชุมเป็นไปอย่างเรียบร้อยและสำเร็จโดยดี

//////////**
สมโภชน์ สังข์ทิพย์
ผู้สื่อข่าว รายงาน

57 ปี กฟผ. ยืนหยัดรักษาความมั่นคงพลังงาน

“57 ปี กฟผ.” ยืนหยัดรักษาความมั่นคงพลังงาน เร่งเดินหน้าพลังงานสะอาดฝ่าวิกฤตพลังงานโลก

กฟผ. ยืนหยัดเป็นเสาหลักสร้างความมั่นคงพลังงานไฟฟ้าให้คนไทย ถอดบทเรียนวิกฤตพลังงานโลก ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้า เร่งเดินหน้าพลังงานสะอาด พร้อมพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัยและยืดหยุ่น หวังสร้างแต้มต่อการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

วันนี้ (1 พฤษภาคม 2569) นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เผยถึงทิศทาง การขับเคลื่อน กฟผ. เนื่องในโอกาสครบรอบ 57 ปี วันคล้ายวันสถาปนา กฟผ. ว่า กฟผ. ขอยืนหยัดเป็นเสาหลักสร้างความมั่นคงพลังงานไฟฟ้าให้กับคนไทยท่ามกลางความผันผวนของวิกฤตพลังงานในตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ประเทศไทยจะต้องมีพลังงานไฟฟ้าใช้อย่างต่อเนื่องภายใต้ต้นทุนที่เหมาะสม

วิกฤตพลังงานครั้งนี้ยังตอกย้ำว่า ไทยต้องเร่งเดินหน้าการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้า กระจายเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาวและการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยผลักดันโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำในเขื่อนของ กฟผ. ที่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี รวมกำลังผลิต 1,638 เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ควบคู่กับการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้มีความทันสมัย (Grid Modernization) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นระบบไฟฟ้า รองรับการบริหารจัดการความผันผวนของพลังงานหมุนเวียนที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ

  • พัฒนาความแม่นยำระบบพยากรณ์ของศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Forecast Center) โดยนำเทคโนโลยีผสานแบบจำลองพยากรณ์หลายรูปแบบ ทำให้ค่าความคลาดเคลื่อนลดลง ครอบคลุมโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม
  • พัฒนาระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ เช่น โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ ซึ่งมีต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยต่ำสามารถผลิตไฟฟ้าทดแทนพลังงานหมุนเวียนได้อย่างทันท่วงที โดยปัจจุบันโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับเขื่อนจุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิ อยู่ระหว่างเตรียมเสนอขออนุมัติจาก ครม. ส่วนโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี เตรียมจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 ภายในปีนี้
  • ปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าเพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียน การขยายตัวของอุตสาหกรรมดิจิทัลในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อาทิ สถานีไฟฟ้าแรงสูงพานทอง สถานีไฟฟ้าแรงสูงสัตหีบ 1 และสถานีไฟฟ้าแรงสูงสัตหีบ 2 จ.ชลบุรี สถานีไฟฟ้าแรงสูงระยอง 2 จ.ระยอง กำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2569 นี้

ขณะเดียวกัน กฟผ. ยังคงแสวงหาพลังงานคาร์บอนต่ำใหม่ที่ยั่งยืน อาทิ ไฮโดรเจน แอมโมเนีย เทคโนโลยีดักจับคาร์บอนรูปแบบต่าง ๆ เพื่อคัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม โรงไฟฟ้า SMR ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทั้งความมั่นคงระบบไฟฟ้า พลังงานสะอาดที่ยั่งยืน และมีต้นทุนที่แข่งขันได้ รวมถึงสร้างพลังงานสะอาดทางเลือกใหม่ ๆ เช่น ไบโอมีเทน E-methane

นอกจากนี้ กฟผ. ยังผสานความร่วมมือด้านพลังงานระดับภูมิภาคระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ เพิ่มปริมาณการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดนโครงการ LTMS-PIP ระยะที่ 2 จากเดิม 100 เมกะวัตต์ เป็นสูงสุดไม่เกิน 200 เมกะวัตต์ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid)

สำหรับการดำเนินธุรกิจของ กฟผ. มุ่งเน้นความยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อาทิ พัฒนาวัตถุพลอยได้จากกระบวนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เพื่อใช้ประโยชน์แทนการฝังกลบ เช่น คอนกรีตจากเถ้าลอย ผลิตภัณฑ์ปรับปรุงดินจากฮิวมิค การแยกแบล็คแมส (Black Mass) จากแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าเสื่อมสภาพ ควบคู่กับการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าร่วม (CSV) ดำเนิน “โครงการ 100 ปี พระบรมราชสมภพ สืบสานพระราชปณิธาน สู่ชุมชนชัยพัฒนา อุทกพัฒน์ฯ กฟผ.” ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา และมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยน้อมนำหลักการพัฒนาตามแนวพระราชดำริและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน

“57 ปี กฟผ.” ยืนหยัดรักษาความมั่นคงพลังงาน เร่งเดินหน้าพลังงานสะอาดฝ่าวิกฤตพลังงานโลก

กฟผ. ยืนหยัดเป็นเสาหลักสร้างความมั่นคงพลังงานไฟฟ้าให้คนไทย ถอดบทเรียนวิกฤตพลังงานโลก ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้า เร่งเดินหน้าพลังงานสะอาด พร้อมพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัยและยืดหยุ่น หวังสร้างแต้มต่อการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

วันนี้ (1 พฤษภาคม 2569) นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เผยถึงทิศทาง การขับเคลื่อน กฟผ. เนื่องในโอกาสครบรอบ 57 ปี วันคล้ายวันสถาปนา กฟผ. ว่า กฟผ. ขอยืนหยัดเป็นเสาหลักสร้างความมั่นคงพลังงานไฟฟ้าให้กับคนไทยท่ามกลางความผันผวนของวิกฤตพลังงานในตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ประเทศไทยจะต้องมีพลังงานไฟฟ้าใช้อย่างต่อเนื่องภายใต้ต้นทุนที่เหมาะสม

วิกฤตพลังงานครั้งนี้ยังตอกย้ำว่า ไทยต้องเร่งเดินหน้าการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้า กระจายเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาวและการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยผลักดันโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำในเขื่อนของ กฟผ. ที่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี รวมกำลังผลิต 1,638 เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ควบคู่กับการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้มีความทันสมัย (Grid Modernization) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นระบบไฟฟ้า รองรับการบริหารจัดการความผันผวนของพลังงานหมุนเวียนที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ

  • พัฒนาความแม่นยำระบบพยากรณ์ของศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Forecast Center) โดยนำเทคโนโลยีผสานแบบจำลองพยากรณ์หลายรูปแบบ ทำให้ค่าความคลาดเคลื่อนลดลง ครอบคลุมโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม
  • พัฒนาระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ เช่น โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ ซึ่งมีต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยต่ำสามารถผลิตไฟฟ้าทดแทนพลังงานหมุนเวียนได้อย่างทันท่วงที โดยปัจจุบันโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับเขื่อนจุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิ อยู่ระหว่างเตรียมเสนอขออนุมัติจาก ครม. ส่วนโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี เตรียมจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 ภายในปีนี้
  • ปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าเพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียน การขยายตัวของอุตสาหกรรมดิจิทัลในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อาทิ สถานีไฟฟ้าแรงสูงพานทอง สถานีไฟฟ้าแรงสูงสัตหีบ 1 และสถานีไฟฟ้าแรงสูงสัตหีบ 2 จ.ชลบุรี สถานีไฟฟ้าแรงสูงระยอง 2 จ.ระยอง กำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2569 นี้

ขณะเดียวกัน กฟผ. ยังคงแสวงหาพลังงานคาร์บอนต่ำใหม่ที่ยั่งยืน อาทิ ไฮโดรเจน แอมโมเนีย เทคโนโลยีดักจับคาร์บอนรูปแบบต่าง ๆ เพื่อคัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม โรงไฟฟ้า SMR ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทั้งความมั่นคงระบบไฟฟ้า พลังงานสะอาดที่ยั่งยืน และมีต้นทุนที่แข่งขันได้ รวมถึงสร้างพลังงานสะอาดทางเลือกใหม่ ๆ เช่น ไบโอมีเทน E-methane

นอกจากนี้ กฟผ. ยังผสานความร่วมมือด้านพลังงานระดับภูมิภาคระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ เพิ่มปริมาณการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดนโครงการ LTMS-PIP ระยะที่ 2 จากเดิม 100 เมกะวัตต์ เป็นสูงสุดไม่เกิน 200 เมกะวัตต์ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid)

สำหรับการดำเนินธุรกิจของ กฟผ. มุ่งเน้นความยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อาทิ พัฒนาวัตถุพลอยได้จากกระบวนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เพื่อใช้ประโยชน์แทนการฝังกลบ เช่น คอนกรีตจากเถ้าลอย ผลิตภัณฑ์ปรับปรุงดินจากฮิวมิค การแยกแบล็คแมส (Black Mass) จากแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าเสื่อมสภาพ ควบคู่กับการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าร่วม (CSV) ดำเนิน “โครงการ 100 ปี พระบรมราชสมภพ สืบสานพระราชปณิธาน สู่ชุมชนชัยพัฒนา อุทกพัฒน์ฯ กฟผ.” ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา และมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยน้อมนำหลักการพัฒนาตามแนวพระราชดำริและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย ตรอกลิเก นครสวรรค์

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รุดลงพื้นที่ซับน้ำตา มอบเงินช่วยเหลือพร้อมสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น เยียวยาผู้ประสบอัคคีภัย บริเวณชุมชนจำลองวิทย์พัฒนา ภายในตรอกลิเก อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ รวมมูลค่ากว่า 4 แสนบาท เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
.
วันนี้ (วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย และนายยุทธนา ทาโคตร์ รักษาการหัวหน้าแผนกบรรเทาสาธารณภัย นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยบริเวณชุมชนจำลองวิทย์พัฒนา ภายในตรอกลิเก ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ โดยมอบเงินสดคนละ 3,500 บาท รวม 91 คน พร้อมมอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและสิ่งของเครื่องใช้อื่นๆ แก่ผู้ปะสบอัคคีภัย มูลค่า 2,500 บาท จำนวน 33 ชุด รวมมูลค่ากว่า 4 แสนบาท โดยมี นางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ศราวุธ จันทวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมในพิธี และคณะมูลนิธิปากน้ำโพประชานุเคราะห์ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี ณ มูลนิธิปากน้ำโพประชานุเคราะห์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์
.
ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
.
ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ http://www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418
.

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน