ชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม แต่งตั้งคณะทำงานใหม่ 25 คน

ประกาศ
ชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม Wonder Kids Club ได้เข้าร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมจิตอาสา ภายใต้​
​โครงการ “พันธมิตรอาสาสมัครกาชาด สภากาชาดไทย (70 พรรษา พันธมิตรแห่งอาสาสมัครกาชาด)” กลุ่มชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม (Wonder Kids Club / Bangkok) ซึ่งได้ทำกิจกรรมมาแล้วหลายโครงการ อาทิ โครงการรณรงค์ลดเค็ม ลดหวาน ลดโรค NCDs,โครงการชวนเด็กไทยใส่ใจวัยเก๋า ,โครงจิตอาสาเพ้นท์ถุงผ้าบดโลกร้อน (เพ้นท์จากหัวใจ สู่จุดรับยาผู้ป่วย) โครงการ Young Budshist Citizen ธรรม พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน ,Love Dad Art Sharing เพ้นท์ถุงผ้าบอกรักพ่อ , Art Sharing ส่งกำลังใจให้วีรชนไทยทหารกล้า , Gen Z มีดีที่รักษ์โลก ,จิตอาสารวมพลังทำความสะอาด ณวัดศาลาแดง กทม และมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากเพื่อการทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอเพิ่มคณะทำงานจากเดิมมี7คนเป็น 25คน และโครงสร้างใหม่ ดังมีรายนามต่อไปนี้:

​โครงการพันธมิตรอาสาสมัครกาชาด /กลุ่มชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม Wonder Kids Club
​นางสาวจินตนา จินตอาจารีย์ | หัวหน้ากลุ่ม
​นางสาวชมพูนุท จินตอาจารีย์ | ประธานชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม
​นายภูมิ ขยันกิจ | รองประธานชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม
​นางสาวณชารัศมิ์ กิจบำรุงรัตน์ | เลขาธิการชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม
​นายธนทวฤช มิ่งมิตรวิบูลย์ | กรรมการ
​นางสาวแทนฤทัย พันธุมณิ | กรรมการ
​นางสาวกวิณตรา วรสุทธิไพบูลย์ | กรรมการ
​นายกวินภพ บัวสิม | นายทะเบียน

​ฝ่ายประชาสัมพันธ์และกิจกรรม
​เด็กหญิงอนามฤณ ซุยยังกูร | ประชาสัมพันธ์ภาคภาษาอังกฤษ
​เด็กหญิงธนภรณ์ ย้อยสร้อยสุด | ประชาสัมพันธ์กิจกรรม

​คณะทำงานและสมาชิก
​นางสาวกัญญารัตน์ งดงาม
​เด็กหญิงณัฏฐ์ชญา ขุนการินทร์
​เด็กหญิงจิรัชญา ขุนการินทร์
​เด็กชายณัฐฐศรัณฐ์ สมบูรณ์
​เด็กชายพีรวิชญ์ วงเวียงจันทน์
​นายธนกฤต อธิมหัทธนบวร
​นายแทนคุณ ชัยฉิม
​นางสาวปุญชรัศมิ์ ภู่พยนต์
​นายธีรติ สัตนาโค
​นางสาวพัทธนันต์ อุประวัลย์
​เด็กหญิงนันทิยา บุญกังวาน

​คณะที่ปรึกษา
​นางสาวชนมณี จินตอาจารีย์ | ที่ปรึกษาชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม
​นางสาวภีรดา ศรีสาหร่าย | นักจิตวิทยา / ที่ปรึกษาสมทบ
​นางสาวศิริวรรณ จินตอาจารีย์ | ที่ปรึกษาสมทบ
​นางกานต์พิชชา ชุติพันธ์เจริญ | ที่ปรึกษาสมทบ

เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมจิตอาสาและสร้างสรรค์ประโยชน์ให้แก่สังคมภายใต้พันธกิจของสภากาชาดไทย ภายใต้แนวคิดพัฒนาคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม สืบไป

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม
พัฒนาเด็กและเยาวชนให่เป็นแบบอย่างที่ดี

จิตอาสาเพื่อสังคม #โครงการพันธมิตรอาสาสมัครกาชาด #ชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม

สืบสวนภูธรภาค 1 โชว์ฟอร์ม รวบตัวบุคคล ก่อเหตุสังหารแฟนสาว

“สืบสวนภูธรภาค 1 โชว์ฟอร์ม”รวบตัวบุคคล ก่อเหตุสังหารแฟนสาว ภายในคอนโดฯ ย่านบางบัวทอง ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1,พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.พีรศักดิ์ รอดบน รอง ผบก.สส.ภ.1 ชุดปฎิบัตินำโดย พ.ต.อ.พูนสุข เตชะประเสริฐพร ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.1 พร้อมกำลัง

กรณีเหตุฆ่าผู้อื่น สภ.บางบัวทอง ทีมสืบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน ส่งพนักงานสอบสวน และได้ขออนุมัติศาลจังหวัดนนทบุรี ออกหมายจับ

ต่อมาในวันนี้ เวลาประมาณ 08.30 น กก.สส.1 บก.สส.ภ.1 จากการ สืบสวนพบว่าผู้ก่อเหตุหลบหนีอยู่ บริเวณ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ทางเจ้าหน้าที่ กก.สส.1 จึงประสานเจ้าหน้าที่ บก.สส.ภ.5 เข้าตรวจสอบในพื้นที่ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 3 พ.ค.2569 เวลา 08.40 น.

จากการสอบถามผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง ส่วนรถยนต์ส่วนตัวจอดทิ้งไว้ที่ จ. สุพรรณบุรี แล้วนั่งรถโดยสาร มาจนถึง จ.เชียงใหม่ ร่วมทำการจับกุมผู้ต้องหา ได้เป็นที่เรียบร้อย เบื้องต้นให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา อยู่ระหว่างฝ่ายสืบสวน สภ.บางบัวทอง เดินทางไปรับตัว ผู้ต้องหา มาดำเนินคดี ตามกฎหมาย ต่อไป

ปทุมธานี เอาจริง 6 หน่วยงานหลัก (MOU) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน

ปทุมธานี เอาจริง 6 หน่วยงานหลัก (MOU) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 1 พฤษภาคม 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ห้องประชุมบัวหลวง ชั้น10 สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง (คลอง 9) ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี กรมการปกครอง โดย กรมการปกครอง สำนักบริหารการทะเบียน จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน ร่วมกับ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและองค์กรตรวจสอบระดับชาติ รวมทั้งหมด 6 หน่วยงานหลัก โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและแก้ไขปัญหาการทุจริตด้านงานทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชน
ภายในงานมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “บูรณาการบังคับใช้กฎหมาย ทิศทางการป้องปรามการทุจริตทะเบียนไทย” โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ มีผู้แทนจากทั้ง 6 หน่วยงานเข้าร่วมลงนาม ได้แก่ กรมการปกครอง โดยนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร้อยตำรวจเอกวิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) และนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) โดยมีแขกผู้มีเกียรติ บุคลากรจากทุกหน่วยงานและสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยานจำนวนมาก
สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ กรมการปกครองได้รับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายสำคัญ ได้แก่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการป้องกันภัยคุกคามต่อความมั่นคงด้านงานทะเบียน ซึ่งปัจจุบันมีความซับซ้อนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการกระทำผิดในลักษณะเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและการทุจริตเพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบในงานทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน รวมถึงงานทะเบียนอื่น ๆ
ทั้งนี้ กรอบความร่วมมือและแนวทางการดำเนินงานประกอบด้วย 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ ด้านการข่าวและข้อมูล มุ่งเน้นการประสานความร่วมมือในการรวบรวม วิเคราะห์และแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามระเบียบ กฎหมายและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ด้านการป้องปราม กำหนดมาตรการ แนวทาง และข้อเสนอแนะในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พร้อมทั้งดำเนินการสื่อสาร รณรงค์และประชาสัมพันธ์เพื่อต่อต้านการทุจริตในทุกรูปแบบ ด้านการบังคับใช้กฎหมาย ดำเนินการสืบสวนจับกุม สอบสวนและดำเนินคดีภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน เพื่อนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รวมถึงดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เช่น มาตรการทางภาษีและการฟอกเงิน พร้อมทั้งจัดตั้งคณะทำงานหรือชุดปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปราม ด้านการพัฒนาศักยภาพ จัดทำขั้นตอนปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐาน (SOP) สนับสนุนการฝึกอบรม จัดทำเอกสาร คู่มือ และแนวทางปฏิบัติเพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรและด้านความปลอดภัยของข้อมูล กำหนดให้ข้อมูลทั้งหมดได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และใช้ช่องทางการสื่อสารที่ปลอดภัย โดยจำกัดเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้อง
สำหรับบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ มีกำหนดระยะเวลา 2 ปี โดยมุ่งหวังให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม เพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน อันเป็นรากฐานสำคัญในการรักษาความมั่นคงของชาติ ความสงบเรียบร้อยของสังคมและการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน
ซึ่งคณะทำงาน ต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.) ได้ขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันพบว่าภัยคุกคามมีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในรูปแบบเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและกลุ่มมิจฉาชีพ (Scammer) ที่แสวงหาประโยชน์จากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน และความเชื่อมั่นในระบบราชการไทย
นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า การจัดทำบันทึกความร่วมมือเพื่อยกระดับการป้องกันการทุจริตทางทะเบียน หรือการทำนิติกรรมโดยมิชอบ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ จากเดิมที่กรมการปกครองดำเนินการเพียงหน่วยงานเดียว ซึ่งไม่สามารถครอบคลุมทุกมิติของปัญหาได้ ปัจจุบัน งานด้านทะเบียนมีความซับซ้อนมากขึ้น ขณะที่รูปแบบการทุจริตก็พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จนยากต่อการติดตามให้ทัน ดังนั้น ความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ จึงมีบทบาทสำคัญในการเสริมศักยภาพการป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
อธิบดีกรมการปกครอง ยังระบุอีกว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นให้ทุกหน่วยงานทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ แทนการทำงานแบบแยกส่วน เพื่อให้การดำเนินงานในแต่ละภารกิจเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด โดยที่ผ่านมา ผลงานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้าร่วมก็สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเป้าหมายอีกด้วย

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม รายงาน

นายก อบจ.สุพรรณฯ เปิดงานสืบสานประเพณีบุญบั้งไฟ ประจำปี 2569

นายก อบจ.สุพรรณฯ เปิดงานสืบสานประเพณีบุญบั้งไฟ ประจำปี 2569 อบต.ดอนคา 11 ชาติพันธุ์ ร่วมพิธี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 องค์การบริหารส่วนตำบลดอนคา อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี นายวิชัย ตั้งทวีวิพัฒน์ นายก อบต.ดอนคา พร้อมคณะผู้บริหาร ได้จัดโครงการ”สืบสานประเพณีบุญบั้งไฟ” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2569 ณ.บริเวณวัดโภคาราม(ดอนคา) โดยมีนายอุดม โปร่งฟ้า นายก อบจ.สุพรรณบุรี ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงาน ซึ่งมีขบวนนางรำ 11 ชาติพันธุ์ จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนท้องถิ่น นายอำเภออู่ทอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมแขกผู้มีเกียรติและประชาชน มาร่วมงานพิธีจำนวนมาก ซึ่งงานได้จัดขึ้นในวันที่ 30 เมษายน 2569 ถึง วันที่ 1 พฤษภาคม 2569

โดยภายในงานเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2569 มีการแห่เคลื่อนขบวนรถบั้งไฟ ขบวนผาแดง-นางไอ่ ขบวนนางรำ 11 กลุ่มชาติพันธุ์ จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเริ่มขบวนแห่รถบั้งไฟและกลุ่มขบวนนางรำ บริเวณโรงเรียนดอนคาวิทยา ก่อนจะไปถึงบริเวณวัดโภคาราม(ดอนคา)โดยระหว่างขบวนแห่บุญบั้งไฟ มาตามท้องถนนและเข้าไปในหมู่บ้าน ต่างได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก และในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เริ่มจุดบั้งไฟ บริเวณสามแยกตีนเป็ด -สระกร่าง

เมื่อขบวนแห่รถบั้งไฟ ขบวนผาแดง-นางไอ่ ขบวนนางรำ 11 กลุ่มชาติพันธุ์ จังหวัดสุพรรณบุรี เดินทางมาถึงบริเวณงานพิธี นายวิชัย ตั้งทวีวิพัฒน์ นายก อบต.ดอนคา กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อให้คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา พนักงาน ลูกจ้างองค์การบริหารส่วนตำบลดอนคา กำนัน สารวัตรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เด็ก เยาวชน ประชาชนในตำบลดอนคาและตำบลใกล้เคียง ได้มีส่วนร่วมอนุรักษ์สืบทอดวัฒนธรรมประเพณีบุญบั้งไฟ ของชาวตำบลดอนคา ให้คงอยู่สืบต่อไป
2.เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตชุมชนตำบลดอนคา
3.เพื่อเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์และความสามัคคีของหมู่บ้านในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลดอนคาและใกล้เคียง

นอกจากนี้ ภายในงาน ชมการแสดงการต้อนรับ โดยชมรม 11 กลุ่มชาติพันธุ์จังหวัดสุพรรณบุรี การฟ้อนรำการแสดงขับร้องเพลงลูกทุ่ง หลังจากนั้น นายอุดม โปร่งฟ้า นายก อบจ.สุพรรณบุรี ได้กล่าวเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา

“บอสชาตรี” ย้ำคำเคยพูดถึง”ถัง” แล้ว ชื่อเสียง กับความร่ำรวยทำลายความยิ่งใหญ่ ขาดวินัย ขาดการพัฒนา

“บอสชาตรี” ย้ำคำเคยพูดถึง”ถัง” แล้ว ชื่อเสียง กับความร่ำรวยทำลายความยิ่งใหญ่ ขาดวินัย ขาดการพัฒนา

บอสชาตรี ศิษย์ยอดธง ซีอีโอ ONE Championship ออกมาให้สัมภาษณ์เดือดหลังจบไฟต์ใหญ่ ศึก ONE Samurai โดยมีเนื้อหาที่ถูกมองว่าเชื่อมโยงถึง รถถัง จิตรเมืองนนท์ ที่เพิ่งพ่ายน็อกให้กับ ทาเครุ เซกาวะ

ในห้องแถลงข่าว บอสชาตรี พูดถึงเรื่อง “วินัย” และ “ความถ่อมตัว” ของ โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี้ ที่รักษาแชมป์เอาไว้ได้ พร้อมทิ้งประโยคที่เรียกเสียงฮือฮาว่า

“เราเองก็เคยเห็นแล้วว่า เมื่อคนเรามีเงินมาก มีชื่อเสียงมาก แล้วปล่อยให้มันเข้าครอบงำ จนหยุดพัฒนา หยุดฝึกซ้อม และสภาพแวดล้อมรอบตัวเปลี่ยนไป มันจะเกิดอะไรขึ้น คืนนี้ก็มีตัวอย่างให้เห็นแล้ว”

นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความยากของการเป็นยอดนักสู้ระดับโลกว่า

“การเป็นนักสู้ที่ดีที่สุดในโลก ในองค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ มันไม่ใช่เรื่องง่าย และการรักษาตำแหน่งนั้นให้อยู่ต่อไป ยากยิ่งกว่า”

แม้จะไม่มีการเอ่ยชื่อโดยตรง แต่หลายฝ่ายมองว่าคำพูดดังกล่าวสะท้อนถึงสถานการณ์ของ รถถัง หลังความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญ และกลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในวงการต่อสู้

รถถัง จิตรเมืองนนท์ โพสต์ขอโทษนะครับ ผมเสียใจมากที่สุด

“ขอโทษนะครับ ผมเสียใจมากที่สุด ที่เรื่องเกิดขึ้นแบบนี้ ผมอยากหยุดทุกอย่างลงจัง”

รถถัง จิตรเมืองนนท์ โพสต์หลังไฟต์พ่ายน็อก ทาเครุ เซกาวะ ในศึก ONE Samurai 1

🥊 ONE Samurai 1
🏟️ สนามอาริอาเกะ อารีนา
🇯🇵 กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ลาสังเวียนยิ่งใหญ่..ล้างตาสำเร็จ!

ลาสังเวียนยิ่งใหญ่..ล้างตาสำเร็จ! “ทาเครุ” ยก 2 ซัด 2 นับก่อนน็อก “รถถัง” ยก 5 ได้นับ ก่อนจับ ซิวแชมป์โลกเฉพาะกาล ศึก ONE ซามูไร 1

เปิดฉากนัดปฐมฤกษ์ศึก ONE ซามูไร 1 เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยผลปรากฎว่า “ทาเครุ” ชำระแค้นคู่ปรับเก่า “รถถัง จิตรเมืองนนท์” อย่างถึงพริกถึงขิง ขึ้นครองบัลลังก์แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต เฉพาะกาล (125-135 ป.) สำเร็จในไฟต์อำลาสังเวียน

ขณะที่ “นาดากะ” ป้องกันเข็มขัดแชมป์โลกในไฟต์รีแมตช์กับคู่ปรับเก่าได้เฉียบขาด ด้าน “อาวาซเบก โคลเมียร์ซาเอฟ” ผงาดขึ้นครองบัลลังก์คนใหม่ ส่วน “โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี” ยังคงป้องกันบัลลังก์ครั้งที่ 2 ได้อย่างเหนียวแน่น

คู่เอกที่ทั่วโลกรอคอย “รถถัง จิตรเมืองนนท์” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต เปิดศึกรีแมตช์ชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต เฉพาะกาล กับ “ทาเครุ” ซูเปอร์สตาร์เจ้าบ้าน

หลังจากดูเชิงกันในยกแรก เกมเดือดขึ้นทันทีในยก 2 เมื่อ “รถถัง” เปิดหน้าท้าทาย “ทาเครุ” จึงสบช่องสวนหมัด “รถถัง” จนหล่นลงพื้นโดนนับถึงสองครั้งติด ๆ จากนั้น “รถถัง” เร่งเดินบดขยี้แต่ยังทำอะไรเจ้าถิ่นไม่ได้ กระทั่งยก 5 “ทาเครุ” ใช้กำปั้นไล่ต้อนทุบจน “รถถัง” ล้มลงเป็นครั้งที่ 3 และตามรัวหมัดซ้ำสอย
“รถถัง” ร่วงเป็นครั้งที่ 4 ส่งให้ “ทาเครุ” ชนะทีเคโอตามกติกา คว้าแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต เฉพาะกาล ปิดฉากเส้นทางนักสู้อย่างงดงาม พร้อมทุบโบนัสก้อนใหญ่ 15 ล้านเยนหรือประมาณ 3,000,000 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)

ขณะที่ “ยูยะ วากามัตสึ” แชมป์โลก ONE MMA รุ่นฟลายเวต ขึ้นสังเวียนป้องกันเข็มขัดครั้งที่ 2 กับ “อาวาซเบก โคลเมียร์ซาเอฟ” ผู้ท้าชิงฟอร์มโหดจากอุซเบกิสถาน

ความมันปะทุขึ้นตั้งแต่ยกแรก เมื่อทั้งคู่เปิดหน้าแลกอาวุธกันทั้งท่ายืนและเกมภาคพื้น อย่างไรก็ตาม เกมต้องจบลงเพียงยกที่ 2 เมื่อ “อาวาซเบก” ที่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ พลิกสถานการณ์งัดศอกกลับสับเข้าเต็มหน้า “ยูยะ” จนหลับกลางอากาศ ผู้ชี้ขาดบนเวทีจึงยุติการชกทันที ส่งให้ “อาวาซเบก” สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักสู้ MMA จากเวที ONE ลุมพินีคนแรกที่คว้าแชมป์โลก ONE ได้สำเร็จ พร้อมคว้าโบนัส 7.5 ล้านเยน หรือประมาณ 1,500,000 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)

ด้าน “นาดากะ” แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.) เปิดบ้านรับคู่ปรับเก่าขวัญใจชาวไทย “ทรงชัยน้อย เกียรติทรงฤทธิ์” ในศึกป้องกันบัลลังก์ครั้งแรก

รูปเกมช่วงแรกทั้งคู่ต่างงัดแผนถนัดออกมาสู้กันสนุก โดย “นาดากะ” ใช้สเตปนินจาคอยดักเตะและวนออกข้าง ขณะที่ “ทรงชัยน้อย” พยายามดึงเกมเข้าวงในเพื่อแลกอาวุธระยะประชิด เข้าสู่ช่วงท้าย “ทรงชัยน้อย” เร่งเครื่องเดินบุก หวังปล่อยหมัดหนักให้เข้าเป้า แต่ยังไม่สามารถเจาะเกมของ “นาดากะ” ได้ ส่งผลให้ “นาดากะ” เอาชนะคะแนนเอกฉันท์ ย้ำแค้นคู่ปรับเก่า พร้อมป้องกันเข็มขัดไว้ได้สำเร็จ

สำหรับ “โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) จากสหราชอาณาจักร ทำหน้าที่รั้งเข็มครั้งที่ 2 จาก “ยูกิ โยซะ” จากเตะดาวรุ่งขวัญใจเจ้าถิ่น

ถือเป็นบททดสอบความแกร่งของลำแข้ง “แฮ็กเกอร์ตี” อย่างแท้จริง เมื่อ “ยูกิ” เน้นใช้อาวุธถนัดอย่างลูกเตะคาล์ฟคิกสาดใส่ไม่ยั้ง แต่ภาพรวม เกมยังเป็นของ “แฮ็กเกอร์ตี” ที่เดินรุกสลับรับ ดักโต้ด้วยอาวุธหลากหลาย กระทั่งช่วงปลายยกที่ 5 “ยูกิ” นักชกเจ้าถิ่นพยายามเร่งเครื่อง เดินบดหวังปิดเกม แต่ไม่สามารถเจาะเกมรับของแชมป์ได้สำเร็จ ครบ 5 ยก กรรมการเห็นพ้องให้ “แฮ็กเกอร์ตี” เอาชนะคะแนนเอกฉันท์ ป้องกันตำแหน่งไว้ได้เป็นครั้งที่ 2

ตลอดการแข่งขันนักชกทุกคนต่างต่อสู้กันอย่างดุเดือด โดยสุดท้ายมีนักกีฬา 7 ราย ที่โชว์ฟอร์มโดดเด่นเร้าใจจน บิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” สั่งมอบเงินโบนัสให้ไป ได้แก่

  1. “ชิมอน” 4.5 ล้านเยน หรือประมาณ 920,000 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)
  2. “เคอิโตะ ยามาคิตะ” 1.5 ล้านเยน หรือกว่า 300,000 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)
  3. “อิตซูกิ ฮิราตะ” 4.5 ล้านเยน หรือประมาณ 920,000 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)
  4. “ชิฮิโร ซาวาดะ” 4.5 ล้านเยน หรือประมาณ 920,000 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)
  5. “มารัต กริกอเรียน” 4.5 ล้านเยน หรือประมาณ 920,000 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)
  6. “อาวาซเบก โคลเมียร์ซาเอฟ” 7.5 ล้านเยน หรือกว่า 1,500,000 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)
  7. “ทาเครุ” 15 ล้านเยนหรือกว่า 3,000,000 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)

รวมยอดกว่า 8,400,000 บาท (แปดล้านสี่แสนบาท) ในอีเวนต์เดียว

สรุปผลการแข่งขันทุกคู่ ศึก ONE ซามูไร 1
คู่เอก ทาเครุ (ญี่ปุ่น) ชนะทีเคโอ รถถัง จิตรเมืองนนท์ นาทีที่ 2:22 ของยก 5 (ชิงแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต เฉพาะกาล 125-135 ป.)
อาวาซเบก โคลเมียร์ซาเอฟ (อุซเบกิสถาน) ชนะน็อก ยูยะ วากามัตสึ (ญี่ปุ่น) นาทีที่ 4:53 ของยก 2 (ชิงแชมป์โลก ONE MMA รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
นาดากะ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนเอกฉันท์ ทรงชัยน้อย เกียรติทรงฤทธิ์ (ชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)
โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี (สหราชอาณาจักร) ชนะคะแนนเอกฉันท์ ยูกิ โยซะ (ญี่ปุ่น) (ชิงแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)
มารัต กริกอเรียน (อาร์เมเนีย) ชนะน็อก คาอิโตะ (ญี่ปุ่น) นาทีที่ 1:51 ของยกแรก (คิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)
ชิฮิโร ซาวาดะ (ญี่ปุ่น) ชนะซับมิชชัน อายากะ มิอูระ (ญี่ปุ่น) นาทีที่ 4:33 ของยกแรก (MMA รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)
ฮิโรกิ อากิโมโตะ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ ทาอิมุ ฮิซาอิ (ญี่ปุ่น) (คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)
ฮิโรมิ วาจิมะ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนเอกฉันท์ ริคาร์โด บราโว (ญี่ปุ่น/อาร์เจนตินา) (คิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)
อิตซูกิ ฮิราตะ (ญี่ปุ่น) ชนะซับมิชชัน ริตู โฟกาต (อินเดีย) นาทีที่ 2:42 ของยก 3 (MMA รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)
ทัตสึมิตสึ วาดะ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ เซอิอิจิโร อิโตะ (ญี่ปุ่น) (MMA รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
เคอิโตะ ยามาคิตะ (ญี่ปุ่น) ชนะซับมิชชัน เรียวเฮอิ คุโรซาวะ (ญี่ปุ่น) นาทีที่ 1:31 ของยก 2 (MMA รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)
ชิมอน (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนเอกฉันท์ โจฮัน กาซาลี (มาเลเซีย/สหรัฐอเมริกา) (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
โทกิ ทามารุ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนเอกฉันท์ โทมะ คุโรดะ (ญี่ปุ่น) (คิกบ็อกซิง รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)
ทาอิกิ นาอิโตะ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนเอกฉันท์ ฮิว (ญี่ปุ่น) (คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
คานาตะ นางาอิ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนเอกฉันท์ อัตสึโบะ คัมเบะ (ญี่ปุ่น) (MMA รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

สัมมนา ” คำพิพากษาศาลปกครองที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น “

….. ประชุมและสัมมนาทางวิชาการ สันนิบาตเทศบาลจังหวัดปทุมธานี ครั้งที่ ๑ / ๒๕๖๕ ภายใต้หัวข้อ ” คำพิพากษาศาลปกครองที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ” …..
วันอังคารที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๐๐ น. นายสมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองสนั่นรักษ์ ประธานคณะกรรมการสันนิบาตเทศบาลจังหวัดปทุมธานีเป็นประธานในการประชุมและสัมมนาทางวิชาการ สันนิบาตเทศบาลจังหวัดปทุมธานี ครั้งที่ ๑ / ๒๕๖๕ ภายใต้หัวข้อ ” คำพิพากษาศาลปกครองที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ” ณ ประชุม ( ชั้น ๓ ) ศูนย์การแพทย์เทศบาลเมืองสนั่นรักษ์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ณ โอกาสนี้ ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต พร้อมสิบเอกหญิงผกาพรรณ นิ่มเรือง ปลัดเทศบาลนครรังสิต นางสาวปิ่นวิสาห์ ปิ่นทองพันธ์ หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป สำนักเทศบาล เข้าร่วมประชุมฯ
ด้วย สันนิบาตเทศบาลจังหวัดปทุมธานี ได้กำหนดให้มีการประชุม และสัมมนาทางวิชาการสันนิบาตเทศบาลจังหวัดปทุมธานี ครั้งที่ ๑/๒๕๖๙ ภายใต้หัวข้อ ” คำพิพากษาศาลปกครองที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ” เพื่อศึกษาข้อกฏหมาย ระเบียบเกี่ยวกับกรณีพิพาทเรื่องการใช้อำนาจไม่ชอบ, การจัดทำบริการสาธารณะ, สัญญาทางปกครอง, และวินัยพนักงานส่วนท้องถิ่น ตัวอย่างสำคัญได้แก่การที่ อปท. วางท่อระบายน้ำรุกล้ำที่ดินเอกชนโดยไม่มีค่าทดแทน, การบริหารงานบุคคลที่มิชอบ, หรือคดีพิพาทเรื่องสัญญา โดยได้รับเกียรติจาก นายสมชัย วัฒนการุณ รองประธานศาลปกครองสูงสุด ให้เกียรติบรรยายพิเศษในหัวดังกล่าว

กีฬาสร้างคน คนสร้างชาติ

“กีฬาสร้างคน คนสร้างชาติ”

ฟุตบอลเชื่อมความสัมพันธ์โค้ชเยาวชน “ต่อยอดผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตบอล กรมพลศึกษาและสโมสรฟุตบอลกัมบะ โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น รุ่นที่ 1/2569”

วันศุกร์ที่ 1 พ.ค.69 เวลา 08.00 คณะผู้เข้ารับการอบรมพัฒนาผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตบอล กรมพลศึกษาร่วมกับสโมสรฟุตบอลกัมบะ โอซาก้า (ประเทศญี่ปุ่น) รุ่นที่ 1/2569”

ได้รับเกียรติตัวแทนจากอธิบดีกรมพลศึกษาและนางยุพเยาว์ หลีนวรัตน์ นายกเทศบาลตำบลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ร่วมเป็นประธานเปิดกิจกรรมฟุตบอลเชื่อมความสัมพันธ์โค้ชเยาวชน “ต่อยอดผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตบอล กรมพลศึกษาและสโมสรฟุตบอลกัมบะ โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น รุ่นที่ 1/2569”

โดยมี อ.อรุณ ตุลย์วัฒนางกูร อ.ต๋อง ชวเมธ พลเยี่ยม อ.ต๋อย ประภาร นาคพงษ์ ผู้ฝึกสอนและทีมฟุตบอลเยาวชนจากอะคาเดมี จำนวน 8 ทีม ร่วมกิจกรรม

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการต่อยอดองค์ความรู้จากการอบรมและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างผู้ฝึกสอนและนักกีฬาฟุตบอลเยาวชน เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม หลังจากการเข้ารับการอบรม ระหว่างวันที่ 10–14 มีนาคม ที่ผ่านมา

โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นการแข่งขันฟุตบอล 7 คน มีทีมเข้าร่วมการแข่งขัน แบ่งเป็น 2 รุ่น ดังนี้
รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี จำนวน 4 ทีม ได้แก่

  • PS Academy (จ.กรุงเทพมหานคร)
  • WEIIZEN FC (จ.ปทุมธานี)
  • 7 Star Football Academy (จ.ปทุมธานี)
  • RB SOCCER CLUB (จ.สุรินทร์)

รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี จำนวน 4 ทีม ได้แก่

  • PS Academy (จ.กรุงเทพมหานคร)
  • WEIIZEN FC (จ.ปทุมธานี)
  • BGM Academy (จ.ปทุมธานี)
  • Bridge Soccer FC (จ.ราชบุรี)

ทั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์สถานที่ บุคลากร และสิ่งอำนวยความสะดวก จากกรมพลศึกษา
รวมถึงเต็นท์และถ้วยรางวัล จากนายกเทศบาลตำบลธัญบุรี จ.ปทุมธานี

ลำพูน Kick-off ใหญ่ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ”

🛒🇹🇭 จังหวัดลำพูน Kick-off ใหญ่ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” ลดราคาสินค้าสูงสุด 58% ทุกวันศุกร์ ตลอดเดือนพฤษภาคม 2569 ช่วยประชาชนลดรายจ่าย กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากทั่วทั้ง 8 อำเภอ

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. จังหวัดลำพูนเปิดกิจกรรม Kick-off โครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” อย่างเป็นทางการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านค่าครองชีพให้กับประชาชน พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน โดย นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้ นางสาวเบญจวรรณ มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ณ พื้นที่จัดกิจกรรม พร้อมด้วย นางสาวจุฬารัตน์ นุ่มนิ่ม พาณิชย์จังหวัดลำพูน เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การดำเนินโครงการ และ นายดลภาค เนตรใส นายอำเภอเมืองลำพูน กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน

ภายในพิธีเปิดมีหัวหน้าส่วนราชการ ปลัดจังหวัดลำพูน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้บริหารห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ห้างท้องถิ่น รวมถึงผู้ประกอบการ OTOP เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักและได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก โดยในวันเดียวกันนี้ ทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดลำพูน ได้ดำเนินกิจกรรม Kick-off พร้อมกัน เพื่อให้ประชาชนทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้อย่างทั่วถึง

สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” ครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากห้างค้าปลีกชั้นนำในจังหวัดลำพูน ได้แก่ Big C, Lotus’s, Makro และห้างแจ่มฟ้าเซฟมาร์ท จำกัด รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการสินค้า OTOP และผู้ผลิตในท้องถิ่น ที่นำสินค้าคุณภาพมาจำหน่ายให้ประชาชนโดยตรงในราคาพิเศษ ลดสูงสุดถึง 58 เปอร์เซ็นต์ ครอบคลุมทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน

สินค้าที่นำมาจำหน่าย อาทิ สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ยาสีฟัน ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำตาลทราย น้ำมันพืช บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง และเครื่องปรุงรสต่าง ๆ ซึ่งล้วนเป็นสินค้าที่มีผลต่อค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง การลดราคาสินค้าในครั้งนี้จึงช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในช่วงที่หลายครอบครัวยังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น

บรรยากาศการจำหน่ายสินค้าในวันแรกเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนจากหลายพื้นที่เดินทางมาจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าจำนวนมาก เนื่องจากเป็นโอกาสสำคัญในการซื้อสินค้าจำเป็นในราคาถูกกว่าท้องตลาด ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระของครัวเรือนแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในจังหวัด ส่งเสริมผู้ประกอบการท้องถิ่น และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากอีกทางหนึ่ง

พาณิชย์จังหวัดลำพูน กล่าวว่า โครงการนี้เป็นความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย และภาคเอกชน ในการสร้างช่องทางจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดที่เข้าถึงประชาชนได้ง่ายที่สุด ผ่านการกระจายจุดจำหน่ายไปยังที่ว่าการอำเภอทั้ง 8 แห่ง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าได้ใกล้บ้าน ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ จังหวัดลำพูนกำหนดจัดจำหน่ายสินค้าโครงการดังกล่าวทุกวันศุกร์ตลอดเดือนพฤษภาคม 2569 ได้แก่ วันที่ 1, 8, 15, 22 และ 29 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอทั้ง 8 อำเภอทั่วจังหวัดลำพูน

จังหวัดลำพูนจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกพื้นที่ ร่วมเลือกซื้อสินค้าในโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” เพื่อช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือน พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจชุมชน และผู้ประกอบการไทย ให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

📢 ศุกร์นี้และทุกศุกร์ตลอดเดือนพฤษภาคม อย่าพลาด! ของกินของใช้ราคาประหยัด ลดจริงสูงสุด 58% ใกล้บ้านคุณ