Blog

ตม.สตูล ร่วมกับจัดหางานและ สภ.เกาะหลีเป๊ะ จับต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย

“ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล ร่วมกับจัดหางานและ สภ.เกาะหลีเป๊ะ จับกุมพนักงานร้านอาหารและครูสอนดำน้ำต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย”

ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ภาณุภาคณย์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ตม.6 ให้ตรวจคนเข้าเมืองทุกจังหวัดออกตรวจสถานบริการในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเน้นการป้องกันและปราบปรามผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล ผกก.ตม.จว.สตูล และ พ.ต.ท.ระลึก อินทรัศมี รอง ผกก.ตม.จว.สตูล ได้ขานรับนโยบาย สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนปราบปราม ตม.จว.สตูล ประสานงานร่วมกับจัดหางานจังหวัดสตูล และสถานีตำรวจในพื้นที่ ออกตรวจสถานประกอบการที่มีการลักลอบใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดสตูล รวมทั้งสืบสวนหาผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522

โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าที่เกาะหลีเป๊ะ มีกลุ่มคนต่างด้าวลักลอบทำงานผิดกฎหมาย จำนวน 2 แห่ง จึงได้วางแผนจับกุมร่วมกับจัดหางาน จ.สตูล และ สภ.เกาะหลีเป๊ะ โดยในวันที่ 4 ก.พ.69 เวลาประมาณ 19.00 น. เข้าทำการตรวจสอบร้านอาหารอินเดีย ในถนนคนเดิน เกาะหลีเป๊ะ ต.เกาะสาหร่าย อ.เมืองสตูล จ.สตูล พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 3 ราย ทำงานอยู่ภายในร้านอาหาร จึงได้เข้าตรวจสอบไม่พบหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงานแต่อย่างใด จึงได้จับกุมคนต่างด้าวทั้ง 3 ราย ดำเนินคดีในความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” ส่วนเจ้าของร้าน ยอมรับผิดที่จ้างงานและให้ที่พักคนต่างด้าวทั้ง 3 ราย ถูกดำเนินคดดีในความผิดฐาน “ให้คนต่างด้าวผิดกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองเข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม, และรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยที่คนต่างด้าวนั้นไม่มีใบอนุญาตทำงาน” นำผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะหลีเป๊ะ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

และต่อมาวันที่ 5 ก.พ.69 ตั้งแต่เวลาประมาณ 08.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการติดตามพฤติกรรมของกลุ่มชาวจีนที่ได้ลักลอบแอบทำงานเปิดร้านดำน้ำ ให้บริการพานักท่องเที่ยวดำน้ำรอบเกาะหลีเป๊ะ โดยสามารถจับกุมได้ขณะอยู่บนเรือหางยาวพร้อมนักท่องเที่ยวที่เป็นลูกค้าและอุปกรณ์ดำน้ำจำนวนมาก สอบถามทุกรายยอมรับว่าเข้ามาในประเทศไทยด้วยวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยวและไม่มีใบอนุญาตทำงาน โดยได้ขอเช่าที่จากคนบนเกาะเพื่อตั้งร้านดำน้ำ เป็นห้องเก็บอุปกรณ์ดำน้ำและห้องทำงาน โดยจะว่าจ้างเรือของชาวบ้านพานักท่องเที่ยวออกไปดำน้ำเป็นประจำ เมื่อได้รับค่าจ้างก็จะนำมาแบ่งกันตามหน้าที่ของแต่ละคน เจ้าหน้าที่ได้จับกุมบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีนทั้งหมด รวม 6 ราย จึงได้ดำเนินคดีในความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน”

นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะหลีเป๊ะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นเดียวกัน โดยหลังจากที่คนต่างด้าวทั้งหมดรับโทษเรียบร้อยแล้ว ทางตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูลก็จะดำเนินการส่งผลักดันกลับประเทศต้นทางต่อไป ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้สามารถจับกุมคนต่างด้าวได้มากถึง 9 ราย รวมทั้งนายจ้างคนไทย จำนวน 1 ราย สามารถสร้างการรับรู้ให้แก่ผู้ประกอบการ ทราบว่าหากต้องการจะใช้แรงงานต่างด้าวจะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายมิเช่นนั้นจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล ขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่ามีการทำงานร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน อาทิเช่น จัดหางานจังหวัดสตูล ภูธรจังหวัดสตูล เพื่อป้องกันและปราบปรามคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองและทำงานโดยผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการประกอบอาชีพที่สงวนให้เฉพาะคนไทยจะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดในจังหวัดสตูล กรุณาแจ้งมายัง ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล เลขที่ 6 ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล 91000 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 074711080 (ฝ่ายสืบสวนปราบปราม)

วันมวยไทย

ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ณ วัดตึก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คณะผู้บริหารกีฬามวย นำโดยนางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย, นายณัฐพล อันตรเสน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย และนายอภิชัย นราวงษ์ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันมวยไทยแห่งชาติ ได้รับเชิญเข้าร่วมพิธีบวงสรวงสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (สมเด็จพระเจ้าเสือ) กษัตริย์กรุงศรีอยุธยา ผู้ทรงพระปรีชาสามารถด้านมวยไทยและเสด็จขึ้นครองราชย์

โดยภายในงานมีพิธีบวงสรวงสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พรเจ้าเสือ) , พิธีมอบสมรรถนะครูมวยไทย, การไหว้ครูมวยไทยจากผู้เข้าร่วม 1,500 คน, การแข่งขันมวยไทย รวมทั้งนิทรรศการร้านค้าจากสินค้าท้องถิ่น สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก

“อาร์ม” ปิยพล อัครกิติพัฒน์ ขอโอกาสในการเป็นผู้แทนในเขต8ปทุมธานี

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะขอโอกาสในการเป็นผู้แทนในเขต8จ.ปทุมธานีปิยพล อัครกิติพัฒน์(อาร์ม)เบอร์2จาก”พรรครวมไทยสร้างชาติ”เป็นเด็กหนุ่มลงพื้นที่สม่ำเสมออยู่ในเขตนี้ไม่สนว่าจะร้อนหรือจะฝุ่นเดินเข้าหาเพื่อชี้แจงนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติว่าจะแก้วิกฤตพลิกโฉมประเทศแก้ปัญหาเรื่องปากท้อง/ลดรายจ่ายค่าพลังงานไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันทั้ง2ชนิดไม่ว่าเบนซิน หรือดีเซลลดเหลือลิตรละ25บาท/ลดค่าไฟฟ้าให้เหลือ3บาทเศษๆ/ปุ๋ยรัฐเพื่อเกษตรกรกระสอบละ500บาทช่วยลบประวัติเครดิตบูโรจ่ายจบกู้ใหม่ได้ทันที,เบี้ยคนชรา1,500บาทเบี้ยคนพิการก็1,500บาท,ปราบคนโกง,จัดการกับสแกมเมอร์ประหารชีวิต ไม่ใช่แค่คิดแต่”พรรครวมไทยสร้างชาติ”ต้องทำเพื่อคนไทยทั้งประเทศโดยเฉพาะทหารที่ออกรบได้2แสนบาท,ทหารเกณฑ์เงินเดือน3หมื่น เลือกพรรคเบอร์6ให้ลุงพีเป็นนายก,เลือกผู้สมัครผู้แทนเขต8นายปิยพล อัครกิติพัฒน์ ผู้แทนคนจนเบอร์2ขอโอกาสเข้ามาดูแลรับใช้พ่อแม่พี่น้องเรื่องปากท้องของประชาชนต้องมาก่อน,

ด้วยความที่เป็นจิตอาสาอยู่ในพื้นที่ตลอด เรียกว่าเข้าถึงและเข้าใจพร้อมรับใช้ขอฝากไว้กับน้องอาร์ม ปิยพล อัครกิติพัฒน์เบอร์2 ๆครับท่าน.

ราชอาณาจักรบาห์เรนเฉลิมฉลองครบรอบ 58 ปีแห่งการก่อตั้งกองกำลังป้องกันประเทศบาห์เรน (BDF)

ราชอาณาจักรบาห์เรนเฉลิมฉลองครบรอบ 58 ปีแห่งการก่อตั้งกองกำลังป้องกันประเทศบาห์เรน (BDF)

รายงานข่าวโดย
ดร. อรวรรณ บุณยธาดา
ผู้สื่อข่าวอาวุโส บรรณาธิการบริหาร
Times of Bahrain

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ราชอาณาจักรบาห์เรนเฉลิมฉลองครบรอบ 58 ปีแห่งการก่อตั้งกองกำลังป้องกันประเทศบาห์เรน (BDF) เหตุการณ์สำคัญนี้หมายถึงเกือบหกทศวรรษที่ BDF ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันหลักด้านความมั่นคง เสถียรภาพ และการป้องกันประเทศ
รายละเอียดสำคัญของการเฉลิมฉลองครบรอบ 58 ปี:
พระราชทานพระบรมราชานุญาต: สมเด็จพระราชาธิบดีฮาหมัด บิน อิซา อัล คาลิฟา ผู้บัญชาการสูงสุดแห่งกองทัพ เสด็จเยือนกองบัญชาการทั่วไปของ BDF เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสนี้ โดยมีเจ้าชายซัลมาน บิน ฮาหมัด อัล คาลิฟา มกุฎราชกุมาร รองผู้บัญชาการสูงสุดแห่งกองทัพ และนายกรัฐมนตรี ร่วมเสด็จด้วย
การเลื่อนยศและเกียรติยศ:
มีการออกพระราชทานยศเพื่อเลื่อนยศนายทหาร BDF จำนวน 623 นาย และมอบเหรียญรางวัลแก่บุคลากร 848 นาย นอกจากนี้ จอมพลเชค คาลิฟา บิน อาห์เหม็ด อัล คาลิฟา ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพบกบังกลาเทศ ได้เลื่อนยศให้แก่นายทหารชั้นประทวน บุคลากร และพลเรือน จำนวน 3,411 นาย
การเฉลิมฉลองทางทหาร:
วงดนตรีทหารของกองทัพบกบังกลาเทศได้จัดการแสดงพิเศษที่ห้างสรรพสินค้ามาราสซี โดยมีการนำเสนอเพลงประจำชาติและศิลปะพื้นบ้านดั้งเดิม
เหตุการณ์สำคัญของหน่วยรบพิเศษ: การเฉลิมฉลองนี้ตรงกับวันครบรอบ 50 ปีของการก่อตั้งหน่วยรบพิเศษหลวง และการสำเร็จการศึกษาของหลักสูตรคอมมานโดร่วม รุ่นที่ 52
ความพร้อมระดับสูง:
ผู้นำได้ยกย่องกองทัพบกบังกลาเทศสำหรับความเป็นมืออาชีพ ความทันสมัย ​​และความทุ่มเทในการปกป้องประเทศชาติในระดับสูง
กองทัพบกบังกลาเทศได้รับการยกย่องในความมุ่งมั่นในการรักษาความมั่นคงในภูมิภาค และ
“ความทุ่มเทอย่างแน่วแน่ต่อหน้าที่ของชาติ” ดังที่พระมหากษัตริย์ทรงตรัสไว้
พระบรมฉายาลักษณ์พระราชกรณียกิจพระมหากษัตริย์, มกุฏราชกุมารและราชวงศ์ ราชอาณาจักร บาห์เรน :Times of Bahrain

ขุนศึกน้อย ,มงกุฎเพชร ซิวยอดมวยไทยงานเชิดชูเกียรติมหกรรมวันมวยไทย ปี69

“ขุนศึกน้อย ,มงกุฎเพชร” ซิวยอดมวยไทยงานเชิดชูเกียรติมหกรรมวันมวยไทย ปี69

เมื่อเวลา 13.00น.ของวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 7 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ การกีฬาแห่งประเทศไทย คณะกรรมการพิจารณารางวัลบุคคลในวงการมวยดีเด่นประจำปี 2568 เพื่อเข้ารับรางวัลงานเชิดชูเกียรติมหกรรมวันมวยไทยประจำปี 2569 ในช่วงระหว่างวันที่ 9-11 เมษายน ที่ลานเซ็นทรัลเวิลด์
การประชุมในครั้งนี้มี นายสมชาย พูลสวัสดิ์ เป็นประธานการประชุม โดยมีตัวแทนจากฝ่ายต่างๆของการกีฬาแห่งประเทศไทย , สมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย , สมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย , สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย ,สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย ,ชมรมผู้สื่อข่าวกีฬามวย ,เวทีราชดำเนิน,เวทีลุมพินี รวมถึงกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในวงการมวยเข้าร่วมประชุม แต่ไม่มีตัวแทนของสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทยเข้าร่วมประชุม และไม่ส่งรายชื่อนักกีฬา และ ผู้ฝึกสอนดีเด่นเข้าชิงรางวัล
สำหรับขั้นตอนในการพิจารณาแต่ละรางวัลได้เปิดโอกาสให้คณะกรรมการฝ่ายต่างๆเสนอชื่อผู้เหมาะสมพร้อมเหตุผล ซึ่งมีบางรางวัลต้องมีการโหวตในที่ประชุม
สำหรับรายชื่อแต่ละรางวัลมีดังนี้
1.นักมวยไทยอาชีพดีเด่น (ชาย) ทศพร ศรีพรมมา หรือ ขุนศึกน้อย บูมเด็กเซียน
2.นักมวยไทยอาชีพดีเด่น (หญิง) อริศรา นุ่นเอียด หรือ มงกุฎเพชร เพชรพราวฟ้า
3.นักมวยสากลอาชีพดีเด่น (ชาย) ทนงศักดิ์ สิมศรี หรือ เพชรโกศล กรีนซึดะ แชมป์โลกของสหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF)
4. นักมวยไทยสมัครเล่นดีเด่น (ชาย) ส.อ.อับดลมาเล็ก ทิ้งน้ำรอบ หรือ ธนูเพชร ว.สังข์ประไพ
5. นักมวยไทยสมัครเล่นดีเด่น (หญิง) นิราวรรณ ตังจิว หรือ เสน่ห์จันทร์ ศักดิ์ชำนิ
6. นักมวยสากลดีเด่น(ชาย) ฐิติวัฒน์ โพล้งอุไร
7. นักมวยสากลดีเด่น (หญิง) ณัฐนิชา จงโปร่งกลาง
8 .นักมวยไทยอาชีพดาวรุ่งดีเด่น (ชาย) ภาคภูมิ โคตรพันธ์ หรือ เสือภูมิ ตี๋น้อยคชิน
9. นักมวยไทยอาชีพดาวรุ่งดีเด่น (หญิง) พชรนันท์ พันนาค หรือ น่ารัก เกียรติรวมพลังชัย
10. นักมวยเชิงประยุกต์ดีเด่น (ชาย) นาบิล อานาน
11.นักมวยเชิงประยุกต์ดีเด่น (หญิง) นิลดา มีคุณ หรือ เพชรจีจ้า (อ.มีคุณ)ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม
12. ไหว้ครูมวยไทยสวยงามดีเด่น(ชาย) เจริญทรัพย์ จันทร์สิทธิ์ หรือ เพชรเตชิน บางแสนไฟท์คลับ

  1. ไหว้ครูมวยไทยสวยงามดีเด่น (หญิง) ลักษิกา กาญจนะ หรือๅ เพชรสยาม สุราษฎร์ยิม
    14.นักมวยไทยต่างชาติดีเด่น แดเนียล โรดริเกวซ ยอดมวยชาวสวิตเซอร์แลนด์
  2. คู่มวยดุเดือดดีเด่น ด่วน99 พีเค.ขุนศึกมวยไทยยิม –จิ๊กซอว์ (ศิษย์ไทยแลนด์)แอ๊ดสันป่าตอง
  3. ผู้ใช้ศิลปะแม่ไม้มวยไทยดีเด่น อาแมน เพ็งไทร หรือ เด่นพยัคฆ์ ศักดิ์สตูล
  4. หัวหน้าค่ายมวยดีเด่น อภิปรัชญ์ เลิศรักษ์ชีวกุล หรือ บูม เด็กเซียน
  5. ผู้จัดรายการแข่งขันมวยดีเด่น ฐิติวัชร์ ธีระเดชพงศ์ หรือ เดียร์ เกียรติเพชร
  6. นายสนามมวยดีเด่น อภิเดช คำแก้ว เวทีมวยเพชรบัญชา เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
  7. ผู้ฝึกสอนดีเด่นมวยไทยอาชีพ (ชาย) บุญสิทธิ์ เมฆสวรรค์บำรุง ค่ายบุญลานนามวยไทย 21. ผู้ฝึกสอนดีเด่นมวยไทยอาชีพ(หญิง) ธารทิพย์ ฉิมพาลี
    1. ผู้ฝึกสอนดีเด่นมวยไทยสมัครเล่น(ชาย) จสอ.พงษ์พันธ์ นวลแก
  8. ผู้ฝึกสอนดีเด่นมวยสากล(ชาย) จสอ.ฐวิกร สณฑ์สกุณา
    24. ผู้ฝึกสอนดีเด่นมวยสากล(หญิง) เรือตรีหญิง สุดาพร สีสอนดี
    25. ผู้ตัดสินดีเด่นมวยไทยอาชีพ(ชาย) ผศ.ดร.นาคิน คำศรี
  9. ผู้ตัดสินดีเด่นมวยไทยอาชีพ (หญิง) วัชราภรณ์ ประชุมชัย
    27. ผู้ตัดสินดีเด่นมวยไทยสมัครเล่น(ชาย) พิชิต วงศ์ปรเมษฐ์
    28. ผู้ตัดสินดีเด่นมวยไทยสมัครเล่น(หญิง) พ.ท.(หญิง) ณิชาพร ปลื้มถนอม
  10. สื่อมวลชนดีเด่น “แบน ท่าพระ”เดชา คูรัตนเวช จากสยามกีฬา
  11. ปูชนียบุคคลกีฬามวยดีเด่น ศรีเมือง สิงห์สวนเงิน , พล.ต.ต.ดร.เสวก ปิ่นสินชัย และ รศ.ระดม ณ บางช้าง
  12. ผู้ทรงคุณค่ากีฬามวยดีเด่น สาขาการอนุรักษ์และเผยแพร่กีฬามวย อังคาร ศรีวราลักษณ์ (ครูต่อย ศิษย์ยอดธง) และ ประคอง โบราณรัตน์ (ครองศักดิ์ ศักดิ์เกษม)
    32. ผู้ส่งคุณค่ากีฬามวยดีเด่น สาขาผู้ทรงคุณูประกาศต่อวงการกีฬามวย พล.ท.พงศ์ชาติ กัมพลานุวงศ์ , รตอ.นิรันดร์ ยศพล และ เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์
  13. ผู้เผยแพร่ศิลปะมวยไทยในต่างประเทศดีเด่น เบิกฤกษ์ ปิ่นสินชัย และ เอก สยามยุทธ 34. ผู้ให้การส่งเสริมสนับสนุนกีฬามวยดีเด่น (บุคคล) นริศ สิงวังชา และ ปกรณ์ มุ่งเจริญพร
    1. ผู้ให้การส่งเสริมสนับสนุนกีฬามวยดีเด่น (องค์กรภาครัฐ) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ,กรมราชทัณฑ์ , สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)และ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
  14. ผู้ให้การส่งเสริมสนับสนุนกีฬามวยดีเด่น (องค์กรเอกชน) บริษัท ท็อปคิงส์บอกซิ่ง จำกัด , บริษัท ป.เคมีเทค จำกัด และ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)
    นาย สมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานที่ประชุมได้เผยว่า แม้ว่าสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทยจะไม่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้และไม่ส่งรายชื่อนักกีฬาและผู้ตัดสิน ที่มีความเหมาะสมเข้ารับรางวัลแต่ก็ยังไม่ถูกตัดสิทธิ์ เนื่องจากที่ประชุม ได้พิจารณารายชื่อที่สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทยได้ส่งมาให้พิจารณาทางนี้เพื่อเป็นการให้กำลังใจคนทำงานจะได้ทุ่มเทผลงานเพื่อชาติต่อไป และทุกรางวัลจะมีการทำหนังสือแจ้งถึงต้นสังกัดและตัวของผู้ที่ได้รับรางวัลให้มารับรางวัลในวันที่กำหนดอีกครั้ง ในช่วงวันที่ 9-11 เมษายนนี้ ที่เซ็นทรัลเวิลด์

คณะสงฆ์วัดเขายายกะตา ลพบุรี ปั้นช้าง ไว้หน้าวัด

คณะสงฆ์วัดเขายายกะตา ตำบลลำนารายณ์อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ร่วมกันบริจาคเงิน สร้างท้าวเวสสุวรรณ และปั้นช้าง ไว้หน้าวัดเขายายกะตา โดยใช้เงินของพระสงฆ์ทั้งสิ้น นำโดย พระครู ปลัด ศรีนวล ประภากโร ปั้นโดย พระสมิง สนฺตมโน (หลวงตาเสือ)

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภาค 1 สั่งสืบภาค 1 ทลายโกดังขายของออนไลน์ส่งพัสดุลวงประชาชน

สืบภาค 1 นำกำลังชุดสืบสวนปราบปรามเข้าทลายโกดังตรวจค้นจับกุมมิจฉาชีพขายของออนไลน์ส่งพัสดุลวงประชาชน ในพื้นที่ได้ผู้ต้องหาและของกลางคาโกดังเป็นจำนวนมาก

ตามนโยบาย ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภาค 1 พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส. ภาค 1 นำกำลังชุดสืบสวนปราบปรามเข้าทลายโกดังตรวจค้นจับกุมมิจฉาชีพขายของออนไลน์ที่ส่งพัสดุหลอกลวงประชาชน ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ได้ผู้ต้องหาและของกลางคาโกดังเป็นจำนวนมาก
พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ในฐานะรองโฆษก ตำรวจภูธรภาค 1 ปฏิบัติหน้าที่แทน โฆษกตำรวจภูธรภาค 1 ควบคุมงานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค1 เปิดเผยว่า
ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ ผอ.ศปอส.ตร. ให้สืบสวนจับกุม ร้านขายสินค้าและบริการ ที่เป็นการหลอกลวงประชาชน ตำรวจภูธรภาค 1 ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1 ได้สั่งการให้ บก.สส.ภ.1 ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับการส่งพัสดุสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือพัสดุที่ไม่ได้มีคำสั่งซื้อเกิดขึ้นจริง แล้วเก็บเงินปลายทาง

ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายกับประชาชนเป็นวงกว้าง พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติ โดยให้ทำการตรวจสอบย้อนหลังไปยังศูนย์รวมส่งพัสดุต่างๆ ว่ามีสินค้าใดบ้างที่ถูกปฎิเสธการส่ง ต่อมาได้รับการประสานจาก กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา และ ฝ่ายสืบสวน สภ.สำโรงใต้ ได้ส่งรายงานการสืบสวน ถึงที่มาขอพัสดุ มายัง กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1 ได้ทำการสืบสวนเพิ่มเติมจนกระทั่งทราบว่า ที่คลังกระจายสินค้า ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

มีพัสดุที่ถูกตีกลับส่งมาเก็บไว้ในคลังเก็บพัสดุดังกล่าวเป็นจำนวนมากน่าเชื่อว่าเป็นแหล่งส่งออก และแหล่งพักสินค้าที่ใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงหรือฉ้อโกงประชาชน (ไม่ได้สั่งสินค้าแต่มีสินค้าเก็บเงินปลายทางมาส่งที่บ้าน) จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคำร้องขอออกหมายค้นต่อศาล และศาลได้ออกหมายค้นตามหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569
ต่อมาในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2519 เวลา 08.00 น. เจ้าพนักงานตำรวจ บก.สส.ภ.1 ได้นำหมายค้นดังกล่าวเข้าตรวจสอบโกดังเก็บพัสดุสินค้า พบสินค้าพัสดุถูกตีกลับจำนวนประมาณ 50,000 ชิ้น จึงได้ทำการสอบปากคำพนักงานประจำโกดัง โดยพนักงานให้การว่า พัสดุตีกลับดังกล่าวจะถูกเก็บไว้ในโกดังเพื่อรอออเดอร์ครั้งใหม่จากระบบ และเมื่อมีออเดอร์ครั้งใหม่มาพนักงานจะทำการจ่าหน้าพัสดุใหม่ ตราประทับผู้รับคนใหม่เพื่อส่งพัสดุ เก็บปลายทางยังลูกค้าคนต่อไป เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้ทำการตรวจยึดอายัดสินค้าพัสดุทั้งหมดเพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าดังกล่าว ว่า มีแหล่งกำเนิดในประเทศไทยหรือไม่ ถือเป็นสินค้าที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมหรือไม่
นอกจากนี้จากการตรวจสอบในระบบที่มีการเตรียมจัดส่งไปยังลูกค้ารายใหม่ พบว่ามีการออร์เดอร์มาจากระบบ แต่เมื่อเจ้าพนักงานโทรศัพท์ไปสอบถามยังผู้รับปลายทาง ปรากฏว่าไม่ได้เกิดการสั่งสินค้าพัสดุเก็บเงินปลายทางชิ้นดังกล่าวแต่อย่างใด จึงได้ทำการตรวจยึด อายัด พัสดุดังรายการต่อไปนี้
1. สินค้าที่ไม่ได้มีแหล่งผลิตในประเทศไทยที่มีความผิดตาม พรบ.ศุลกากรฯ  จำนวน  59  รายการ
2. พัสดุที่ถูกตีกลับ โดยแจ้งว่าผู้รับปฏิเสธการรับสินค้า   จำนวน  100   รายการ
3. พัสดุที่ถูกบันทึก เข้ามาในระบบและเตรียมจัดส่งให้กับลูกค้า จำนวน  100  รายการ
4. พัสดุที่เตรียมจัดส่งให้กับลูกค้า วันที่ 5 ก.พ.2569 ระบุชื่อผู้รับ สินิทรา บางลาป่าดอง Thailand ป่าตอง กระทู้ จำนวน 1 รายการ และตรวจยึด/อายัด
    1. พัสดุ จำนวน  53,889 กล่อง ที่โกดัง คลังตีกลับสินค้า ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
ซึ่งจะได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ทราบถึง ดเจ้าของสินค้า และนายทุน เจ้าของบริษัท ผู้สั่งการ/ผู้รับผลประโยชน์ ตลอดจนความผิดอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ต่อไป

ปักหมุดสุดสัปดาห์กับ adot° First Exclusive Collections


ปักหมุดสุดสัปดาห์กับ adot° First Exclusive Collections
หนึ่งในเทศกาล Bangkok Design Week 2026 เสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ ศกนี้ ณ 695 House สุขุมวิท 50
adot° หนึ่งในโปรแกรมจัดแสดง (Exhibition) ของ Bangkok Design Week 2026 (BKKDW2026) นำเสนอนิทรรศการที่สำรวจมิติใหม่ของความคิดสร้างสรรค์กับ adot° Exclusive Collections ที่ผสานทั้งโลกกายภาพ (Phygital) และโลกดิจิทัล (Digital) กันได้อย่างกลมกลืน ซึ่งการจัดแสดงผลงานสร้างสรรค์นี้ มีจุดประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมงานได้มีปฏิสัมพันธ์และสัมผัสผลงานในแบบใหม่ พร้อมกับการชมผลงานจากนักสร้างสรรค์หลายสาขา ที่เน้นความยั่งยืนและแนวคิด creative sustainability ในมุมมองแตกต่าง พร้อมด้วยประสบการณ์เชิงทดลอง และการพบปะพูดคุยของชุมชนครีเอเตอร์
โดยภายในงานพบกับนิทรรศการ adot° First Exclusive Collections จากนักสร้างสรรค์หลากหลายสาขาที่ผสมผสานประสบการณ์โลกดิจิตัลและโลกกายภาพเข้าด้วยกันบน adot° อาทิ Weaving the Form() โดย คุณธีรพล สีสังข์, Experiment to Control โดย คุณวิสิทธิ์ เตชสิริโกศล, Host โดย คุณธนวัต มณีนาวา (Pae Tam:Da), และ Hope โดยคุณเบนซ์-ปริญญา ศิริสินสุข (Benzilla) นอกจากนี้ยังจะได้พบกับ “Another Life”งานแสดงศิลปะวัตถุ งานออกแบบ และงานสร้างสรรค์ ที่เกิดจากเศษกระเบื้อง ของเหลือใช้ วัตถุดิบจากกระบวนการ recycling และ upcycling เพื่อตอกย้ำหลักคิดอนุรักษ์สร้างสรรค์และการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน https://www.adot.maison/collection/0xbc9b0afe1469ee529a0550f1a751b1c0214f951c8e14bed8c04ae6662ae81c22?tab=collection-story
เพราะทุกอย่างเริ่มต้นจาก “จุดเล็กๆเพียงหนึ่งจุด” ยินดีต้อนรับสู่ adot° ลงทะเบียนร่วมงานได้ที่ https://luma.com/x1ba0tt4 และข้อมูลเพิ่มเติม https://www.adot.maison

ผู้ว่าฯลำพูน นำทีมเดินรณรงค์เชิญชวนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ผู้ว่าฯลำพูน นำทีมเดินรณรงค์เชิญชวนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ (BIG DAY) “ลำพูนไม่ลำพัง รวมพลัง 8 กุมภา“ ร่วมแรงร่วมใจกันในการรักษาแชมป์เป็นสมัยที่ 16

วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568) เวลา 07.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ศาลากลางจังหวัดลำพูน (หลังเก่า) อำเภอเมืองเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมเดินรณรงค์เชิญชวนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ (BIG DAY) “ลำพูนไม่ลำพัง รวมพลัง 8 กุมภา“ โดยมีนายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นางสาวเบญจวรรณ มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วน และกลุ่มเป้าหมายที่ร่วมเดินรณรงค์ในวันนี้ ประกอบด้วยหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา หน่วยภาคีเครือข่ายของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยในพื้นที่อำเภอเมืองลำพูน รวมกิจกรรมทั้งสิ้นกว่า 400 คน

สำหรับการจัดกิจกรรมเดินรณรงค์เชิญชวนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติ (Big Day) ในวันนี้ เพื่อให้เกิดความสมานสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกันของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดลำพูน ภาคีเครือข่ายหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน นักเรียน นิสิตนักศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ในการร่วมรณรงค์เผยแพร่และประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งของจังหวัดลำพูน ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และออกเสียงประชามติ ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08:00 น. ถึง 17:00 น. ให้มากที่สุดคือร้อยละ 85 และลดจำนวนบัตรเสียลงไม่เกินร้อยละ 3 รวมทั้งการร่วมแรงร่วมใจกันในการรักษาแชมป์ “จังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งสูงสุดเป็นอันดับที่ 1 ของประเทศไทยเป็นสมัยที่ 16 อีกทั้งเพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนและปลุกจิตสำนึกให้พี่น้องประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกตั้ง พิษภัยของการซื้อสิทธิ์ขายเสียง และร่วมกันสอดส่องดูแลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และออกเสียงประชามติให้เป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งและออกเสียงประชามติ อย่างมีคุณภาพโดยอิสระและปราศจากการครอบงำของผู้ใด

โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนได้นำคณะ เดินรณรงค์การเลือกตั้งโดยแบ่งสายเป็น 2 สาย คือ เส้นทางที่ 1 นำขบวนโดยวงโยธวาทิตจากวงโรงเรียนจักรคำคณาทรฯ เลี้ยวซ้ายออกจากศาลากลางจังหวัดลำพูน (หลังเก่า) ถึงจุดหมายปลายทางโรงเรียนจักรคำคณาทรฯ นำโดย นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นายอำเภอและหัวหน้าส่วนราชร่วมเดินขบวนกันอย่างคับคั่ง

และเส้นทางที่ 2 นำขบวนโดยวงโยธวาทิตจากโรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ฯ เลี้ยวขวาออกจากศาลากลางจังหวัดลำพูน (หลังเก่า) ถึงจุดหมายปลายทางโรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ฯ นำโดย นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นางสาวเบญจวรรณ มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นางณัษฐพร ชูวงศ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน และหัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วนร่วมการเดินรณรงค์ในครั้งนี้ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ได้แจกสติ้กเกอร์รณรงค์การออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ให้กับประชาชนที่รอชมขบวน พร้อมกล่าวทักทายพบปะประชาชนอย่างเป็นกันเอง

แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน

โค้งสุดท้ายการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

โค้งสุดท้ายการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
และการออกเสียงประชามติ (Big day)

นายภูมิวัชร์ อุดมทรัพย์ ผวจ.ชัยนาท นายวิทยา ชพานนท์ รอง ผวจ.ชัยนาท พล.ต.ต.สมพล วงศ์ศรีสุนทร ผบก.ภ.จว.ชัยนาท
สาธิต การลงคะแนนเสียง เลือกตั้ง
เมื่อแสดงตนครั้งแรกจะได้รับบัตรเลือกตั้ง สส. 2 ใบ คือ บัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต
สีเขียว และบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ
สีชมพู จากนั้นเข้าคูหาทำเครื่องหมายกากบาทในช่องสี่เหลี่ยมบัตรละ 1 หมายเลข หรือกากบาทในช่อง “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” หรือ “ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด” เสร็จแล้วพับบัตร หย่อนลงหีบบัตรเลือกตั้ง สส.แต่ละประเภทให้ถูกต้อง
จากนั้นแสดงตนครั้งที่ 2 รับบัตรออกเสียงประชามติ
สีเหลือง เข้าคูหาทำเครื่องหมายกากบาทในช่องสี่เหลี่ยม “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” หรือ “ไม่แสดงความคิดเห็น” ในประเด็นคำถาม “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” เสร็จแล้วพับบัตร หย่อนลงหีบบัตรออกเสียงประชามติ และเดินออกจากหน่วยเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ