Blog

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ทุ่มงบฯ กว่า 7 แสนบาท ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียม

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ทุ่มงบฯ กว่า 7 แสนบาท ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวชลบุรี นนทบุรี และกรุงเทพฯ มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ พร้อมมอบวีลแชร์แก่ผู้พิการรวม 20 คัน และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรีแก่ชาวชลบุรี
.
เมื่อวันอังคารที่ 17 และ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ พร้อมด้วย นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย รักษาการผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์และหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน และนายพิทักษ์พนธ์ ถูกจิตต์ รักษาการผู้ช่วยหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ลงพื้นที่จังหวัดชลบุรี และนนทบุรี มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ฐานะยากจน ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ แก่ชาวชลบุรี นนทบุรี และกรุงเทพฯ รวมจำนวน 34 คน คิดเป็นมูลค่า 664,560 บาท พร้อมมอบรถเข็นวีลแชร์แก่ผู้พิการ รวม 20 คัน คิดเป็นมูลค่า 60,000 บาท รวมงบประมาณในการดำเนินการทั้ง 3 จังหวัดทั้งสิ้น 724,560 บาท (เจ็ดแสนสองหมื่นสี่พันห้าร้อยหกสิบบาทถ้วน) นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ และอาสาสมัคร ออกหน่วยให้บริการประชาชนฟรี อาทิ บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป แจกแว่นสายตา บริการตัดผมชาย-หญิง และบริการทันตกรรม แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชลบุรี โดยมี นายฐานวัฒน์ พรนิธิดลวัฒน์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ นางศิริกานต์ ชาวห้วยหมาก นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี และนางอภิรดี สุสุทธิ ผู้อำนวยการสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ        
บ้านเกร็ดตระการ กรุงเทพมหานคร ร่วมในพิธี ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี และนางรินทร์ปภัส เรืองเชาว์หิรัณ นักพัฒนาสังคมชำนาญ การ รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้ การพัฒนาสตรีและครอบครัวเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพฯ 36 พรรษา จังหวัดชลบุรี ร่วมในพิธี ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ 36 พรรษา จังหวัดชลบุรี
.
นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ เปิดเผยว่า โครงการ ส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวและสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ จำนวน 12 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ชลบุรี สงขลา สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา ศรีสะเกษ ขอนแก่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย และพิษณุโลก โดยการคัดกรองผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม เสริมทักษะอาชีพ ส่งมาให้มูลนิธิฯ พิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยมูลนิธิฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินการโครงการดังกล่าวนี้ จะมีส่วนสนับสนุน ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป
.
ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
.
ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung
.
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน #แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

สคบ. “คุมเข้มตลาด EV” ประกาศบังคับใช้ฉลากรถยนต์–รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า

สคบ. “คุมเข้มตลาด EV” ประกาศบังคับใช้ฉลากรถยนต์–รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า มีนาคม 2569 ย้ำผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามกฎหมายโดยเคร่งครัด

สคบ. “คุมเข้มตลาด EV” ประกาศบังคับใช้ฉลากรถยนต์–รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า มีนาคม 2569 ย้ำผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามกฎหมายโดยเคร่งครัด

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จัดระเบียบตลาดยานยนต์ไฟฟ้า ประกาศกำหนดให้ รถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เป็น “สินค้าที่ควบคุมฉลาก” โดยจะมีผลบังคับใช้ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 หลังจากที่ สคบ. ได้ทำการศึกษาข้อดี ข้อเสีย ประโยชน์ต่อการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค โดยเสนอคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก พิจารณาการบังคับใช้กฎหมายอย่างเหมาะสม ซึ่งผ่านการปรึกษาหารือ รับฟังข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคเอกชนและภาคประชาชน เพื่อเป็นยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถเปรียบเทียบสินค้าได้อย่างเป็นธรรม


นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงสถานการณ์ปัจจุบันที่น้ำมันมีราคาแพง
ซึ่งหลายภาคส่วนมีการปรับการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) มีการขยายตัวของธุรกิจจัดส่งสินค้า ส่งผลให้ “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เนื่องจาก มีความประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่าย และ
มีความคล่องตัว ในการใช้งานในชีวิตประจำวัน ภายใต้ประกาศดังกล่าว ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดทำฉลากสินค้า
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยต้องแสดงรายละเอียดสำคัญ ได้แก่
• ชื่อสินค้า รุ่น และเครื่องหมายการค้า
• ชื่อและที่อยู่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า
• รายละเอียดทางเทคนิคของยานยนต์
• ข้อมูลแบตเตอรี่ สมรรถนะ และระยะทางการใช้งาน
• วิธีใช้ ข้อแนะนำ และคำเตือนด้านความปลอดภัย
• ราคา และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ฉลากต้องแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ณ จุดจำหน่าย และต้องไม่ใช้ข้อความที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญของสินค้า การกำหนดให้สินค้ากลุ่มนี้เป็นสินค้าควบคุมฉลาก เป็นข้อบังคับ
ตามกฎหมาย ผู้ประกอบธุรกิจต้องเร่งตรวจสอบและปรับปรุงฉลากสินค้าให้ถูกต้องก่อนกำหนดบังคับใช้
โดยเฉพาะผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตสูงในปัจจุบัน พร้อมย้ำว่า หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม อาจเข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค และต้องรับโทษตามที่กฎหมายกำหนด
นายรณรงค์ฯ ระบุเพิ่มเติมว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยยกระดับมาตรฐานสินค้าในตลาด
ยานยนต์ไฟฟ้า สร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน และเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในระยะยาว พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบธุรกิจทุกภาคส่วนให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันพัฒนาตลาด EV
ของไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน หากผู้บริโภคข้อสงสัยสามารถติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่ สายด่วน สคบ. 1166 หรือได้รับความเสียหายจากการซื้อสินค้าหรือรับบริการ สามารถร้องทุกข์ผ่านช่องทาง Application ocpb connect หรือทางเว็บไซต์ http://www.ocpb.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

“กองทัพ พีค” ควง “Kim Seung-hye” นางเอกเกาหลี เปิดตัว 2 ซีรีส์เกาหลีระดับโลก

“กองทัพ พีค” ควง “Kim Seung-hye” นางเอกเกาหลี เปิดตัว 2 ซีรีส์เกาหลีระดับโลก
เขย่าเวที Hong Kong Filmart 2026 พร้อม Poster Exclusive – Trailer แรก และโชว์พิเศษสุดเซอร์ไพรส์

สร้างกระแสต่อเนื่องบนเวทีอินเตอร์ สำหรับนักแสดงหนุ่มไทย “กองทัพ พีค” (Kongthap Peak) ที่ก้าวขึ้นสู่บทนำใน Global Short-Form Drama จากเกาหลีถึง 2 เรื่องติด ได้แก่ “The Devil’s Kiss” (แนว Fantasy Drama) และ “Shared Space Romance” (แนว Romantic Drama) ซึ่งล่าสุดได้ถูกนำไปเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในงาน Hong Kong International Filmart 2026

ภายในงานครั้งนี้ ทั้ง 2 โปรเจกต์ได้มีการเปิดเผย Poster – Exclusive Version เป็นครั้งแรก สำหรับการนำเสนอโดย ThemeWork Studio ณ พื้นที่ Thai Pavilion (Booth 1D-B01) ภายใน Hong Kong Convention & Exhibition Center ท่ามกลางความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานในอุตสาหกรรมบันเทิงจากทั่วโลก สะท้อนถึงศักยภาพของคอนเทนต์ไทยในเวทีสากล และความร่วมมือระดับนานาชาติที่กำลังถูกจับตามอง

งาน Hong Kong International Filmart ถือเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญของการเจรจาธุรกิจด้านภาพยนตร์ ซีรีส์ และคอนเทนต์ระดับโลก ที่เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตและนักสร้างสรรค์จากหลากหลายประเทศได้นำเสนอผลงานสู่ตลาดนานาชาติ โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–20 มีนาคม 2569

โดยในครั้งนี้ “กองทัพ พีค” ได้เดินทางเข้าร่วมงานด้วยตนเอง พร้อมด้วยนักแสดงนำหญิงจากเกาหลี “Kim Seung-hye” เพื่อร่วมเปิดตัวผลงานทั้งสองเรื่องอย่างเป็นทางการ สร้างความสนใจจากผู้ร่วมงานและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก

ไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัว Poster Exclusive Version ของทั้งสองซีรีส์ ที่เผยให้เห็น 2 คาแรกเตอร์ที่แตกต่างอย่างชัดเจนของ “กองทัพ พีค” ระหว่างบทบาทใน The Devil’s Kiss และ Shared Space Romance สร้างความตื่นเต้นและกระแสการรอติดตามจากผู้ชมในระดับนานาชาติ

นอกจากนี้ ทั้งสองนักแสดงยังได้ร่วมกันเปิดตัว Official Trailer ของ “The Devil’s Kiss” เป็นครั้งแรก เผยให้เห็นความเข้มข้นของเรื่องราวแนวแฟนตาซี–ดราม่า โดย “กองทัพ พีค” แสดงด้วยบทสนทนาภาษาเกาหลีทั้งหมด ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของนักแสดงไทยบนเวทีระดับโลก

ทั้ง 2 ซีรีส์เป็นผลงานที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและเกาหลีใต้ อำนวยการสร้างโดย PLUS X E&M ร่วมกับ Chaan Creations และ ThemeWork Studio สะท้อนการเติบโตของอุตสาหกรรม Short-Form Drama ในระดับสากล

อีกหนึ่งไฮไลต์สุดพิเศษในงาน คือการแสดงโชว์เพลง “Shadow You” ซึ่งเป็นเพลงประกอบ (OST) จากซีรีส์ The Devil’s Kiss โดยเพลงนี้ได้รับการสร้างสรรค์เนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษ และทำนองโดย Kim DoYeon โปรดิวเซอร์ชาวเกาหลี และเรียบเรียงพร้อมขับร้องโดย “กองทัพ พีค” ในเวอร์ชันภาษาอังกฤษ ที่มีเนื้อหาสื่อถึงตัวละครในเรื่องนี้ ถือเป็นการแสดงเปิดตัวเป็นครั้งแรก ในงาน Reimaginging Thailand สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมภายในงานเป็นอย่างมาก สำหรับผู้ร่วมงานที่ชื่นชม “กองทัพ พีค” ที่มีความสามารถหลากหลาย ทั้งการแสดง การร้องเพลง โชว์พิเศษในครั้งนี้

แฟน ๆ เตรียมร่วมส่งกำลังใจให้ “กองทัพ พีค” กับอีกก้าวสำคัญบนเวทีอินเตอร์ และรอติดตามผลงาน Global Short-Form Drama ทั้ง 2 เรื่อง ที่กำลังจะเปิดตัวบนแพลตฟอร์มระดับโลกในเร็ว ๆ นี้

“ปั้นปันสุข” ยกระดับทักษะงานดินเผาและ Art Toy

ศ.สามารถ จับโจร ต่อยอดการเรียนรู้สู่สถานที่จริง “ปั้นปันสุข” ยกระดับทักษะงานดินเผาและ Art Toy

ผู้สื่อข่าวรายงานวันที่ 23 มีนาคม 2569ว่า ศาสตราจารย์ ดร.สามารถ จับโจร ผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และหัวหน้าโครงการวิจัย พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สายสุนีย์ จับโจร ผู้อำนวยการสำนักคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
ได้นำผู้สูงอายุที่ผ่านการอบรมทักษะพื้นฐานจากโครงการ “ปั้นปันสุข” ลงพื้นที่เรียนรู้จริง ณ แหล่งผลิตงานดินเผา เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ตรงและยกระดับทักษะเชิงปฏิบัติที่ บ้านด่านเกวียน อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา

โดยได้รับเกียรติจาก นายเดช นานกลาง ศิลปินมรดกอีสาน และผู้เชี่ยวชาญด้านดินเผา ถ่ายทอดองค์ความรู้แบบครบวงจร ตั้งแต่
กระบวนการเตรียมดิน
เทคนิคการขึ้นรูปและเทคนิคการปั้นรวมถึง
ขั้นตอนการเผาผลิตภัณฑ์
ไปจนถึงระบบการผลิตและการส่งออกสินค้าอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง พร้อมลงมือปฏิบัติ (Hands-on) เพื่อ อัปสกิล (Up-skill) และพัฒนาศักยภาพในการสร้างสรรค์ผลงาน อีกทั้งยังได้เรียนรู้การปั้นในรูปแบบร่วมสมัย เช่น
“Art Toy” ที่สามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ และสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างสร้างสรรค์ กิจกรรมครั้งนี้เป็นการ ต่อยอดจากการอบรมภาคทฤษฎีและปฏิบัติในพื้นที่ สู่การเรียนรู้เชิงลึกในแหล่งผลิตจริง ช่วยให้ผู้สูงอายุเข้าใจทั้ง “ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำ” ของกระบวนการผลิตงานดินเผาอย่างครบถ้วน

โดยการดำเนินโครงการภายใต้ ทุนสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund : FF) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จาก กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุผ่านนวัตกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งเน้นการส่งเสริม “พฤฒพลัง” ทั้ง 3 ด้าน และการสร้างโอกาสในการพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ และความภาคภูมิใจในศักยภาพของตนเอง

คณะผู้วิจัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเรียนรู้ในสถานที่จริงครั้งนี้ จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ของผู้สูงอายุ และสามารถนำไปต่อยอดสู่การสร้างอาชีพและเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็งได้อย่างยั่งยืน

ลำพูนเปิดแลนด์มาร์คใหม่ “บ้านจำขี้มด” เหลืองอินเดียบานสะพรั่งทั้งหมู่บ้าน

ลำพูนเปิดแลนด์มาร์คใหม่ “บ้านจำขี้มด” เหลืองอินเดียบานสะพรั่งทั้งหมู่บ้าน

ลำพูน – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หมู่ 2 ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน “บ้านจำขี้มด” กำลังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ หลังต้น “เหลืองอินเดีย” ออกดอกบานสะพรั่งทั่วทั้งหมู่บ้าน สร้างความสวยงามสะดุดตา โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน

ผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผยว่า ต้นเหลืองอินเดียถูกคุณ ศรีรัตร
นำเข้ามาปลูกในพื้นที่มานานแล้ว ก่อนจะมีการขยายพันธุ์และแพร่หลายไปยังชาวบ้านในชุมชน ปัจจุบันแทบทุกครัวเรือนมีการปลูกและเพาะชำ เพื่อจำหน่ายเป็นรายได้เสริม โดยมีการส่งจำหน่ายไปทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาเที่ยวชมและถ่ายภาพได้ฟรี โดยสามารถขับรถแวะชมได้ตลอดทุกวัน ซึ่งในปี 2569 นี้ ถือเป็นปีแรกที่เริ่มมีการประชาสัมพันธ์อย่างจริงจัง

ด้าน “แม่ยุพิน” ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า ตนได้เพาะต้นเหลืองอินเดียประมาณ 3 เดือนก็เริ่มเติบโตดี หากประชาชนสนใจสามารถเข้ามาเลือกซื้อได้โดยตรงจากชุมชน ซึ่งมีราคาจำหน่ายเริ่มต้นตั้งแต่ 50–70 บาท

ทั้งนี้ บ้านจำขี้มด ยังมีผลผลิตทางการเกษตรอื่น ๆ ที่ชาวบ้านปลูกเองและจำหน่ายเอง สร้างรายได้หมุนเวียนภายในชุมชน

อย่างไรก็ตาม ชุมชนแห่งนี้ยังได้รับการยกย่องเป็นชุมชนต้นแบบ “ชีววิถี” และได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2567 ณ จังหวัดนนทบุรี

โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ การอยู่รอด การพอเพียง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ส่งเสริมให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเอง สร้างรายได้ และต่อยอดสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้ในอนาคต

จากหมู่บ้านเล็ก ๆ ในจังหวัดลำพูน วันนี้ “บ้านจำขี้มด” ไม่เพียงเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ แต่ยังเป็นตัวอย่างของชุมชนเข้มแข็งที่สามารถพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์วิถีชีวิตได้อย่างยั่งยืน

ผู้สื่อข่าว : แทน ต่อมสังข์

สวนนงนุชพัทยา เปิดเวทีประกวดภาพถ่าย “Nongnooch Photo Contest 2026” ครั้งที่ 4

สวนนงนุชพัทยา เปิดเวทีประกวดภาพถ่าย “Nongnooch Photo Contest 2026” ครั้งที่ 4 ชวนช่างภาพทั่วประเทศร่วมถ่ายทอดความอลังการสวนนงนุชพัทยา สู่สายตาโลก

วันนี้ที่ 22 มีนาคม 2569 นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ประกาศเปิดโครงการประกวดภาพถ่ายประจำปี “Nongnooch Photo Contest 2026” ครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด“อลังการ สวนนงนุชพัทยา – 1 ใน 10 สวนสวยที่สุดโลก (ในมุมที่คุณอาจยังไม่เคยเห็น)”เพื่อเปิดโอกาสให้ช่างภาพทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น ได้ร่วมถ่ายทอดความงดงามอันยิ่งใหญ่ของสวนนงนุช ผ่านมุมมองสร้างสรรค์ และเผยแพร่สู่สายตานักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ตลอดระยะเวลากว่า 46 ปี สวนนงนุชพัทยาได้พัฒนาและยกระดับสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก บนพื้นที่กว่า 1,700 ไร่ ที่ถูกรังสรรค์อย่างวิจิตรโดยฝีมือคนไทย ในสวนนงนุชพัทยามีความ มหึมามากกว่าสวน เนื่องจากมีสิ่งแปลกใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา ถูกเก็บรวบรวมอยู่ด้วยกัน ทั้งเป็น “อาณาจักรแห่งการเรียนรู้” ที่ผสมผสานในเรื่อง พฤกษศาสตร์ วัฒนธรรม พุทธศาสนา สวนสัตว์ และการทานอาหารไทย เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เหมาะสำหรับเด็ก เยาวชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม จนได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 10 สวนสวยที่สุดในโลก พร้อมยังมีไฮไลต์อันโดดเด่นมากมาย อาทิ สวนพฤกษศาสตร์ระดับโลก ที่มีการรวบรวมพันธุ์ไม้หายากมากถึง 18,000 ชนิด หุบเขาไดโนเสาร์มีมากกว่า 1,800 ตัว พิพิธภัณฑ์หัวโขนกว่า 500 เศียร และพิพิธภัณฑ์พระพุทธคุณอันทรงคุณค่า รวมถึงแลนด์มาร์กอันใหม่คือเมืองอียิปต์ 

“โครงการนี้ไม่ใช่แค่การประกวดภาพถ่าย แต่คือการเปิดเวทีให้คนไทยและช่างภาพทั่วโลก ได้ค้นพบมุมใหม่ๆ ของสวนนงนุชพัทยา และร่วมกันบอกเล่าเรื่องราวความอลังการในแบบที่แตกต่าง ผ่านสายตาและจินตนาการของแต่ละคน” โดยมีเงินรางวัลรวมทั้งสิ้น 690,000 บาท นายกัมพล กล่าว
สำหรับการประกวดในปีนี้ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
1. ภาพถ่ายทั่วไป และภาพถ่ายเซลฟี่
2. ภาพถ่ายจากโดรน (Drone)
3. ภาพสร้างสรรค์สวนสวยด้วย AI (Nongnooch’s AI-Based Image)
ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมประกวดได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปโดย ไม่จำกัดเพศ วัย และอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นกล้องดิจิตอล กล้องฟิล์ม โดรน โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต สมัครได้ง่ายผ่าน Line OA : สวนนงนุชพัทยา ระยะเวลาการประกวด ระหว่างวันที่ 21 มีนาคมถึง 21 สิงหาคม พ.ศ.2569  
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมประกวดยังได้รับสิทธิพิเศษ ได้แก่
• เข้าชมสวนนงนุชพัทยาฟรี ตลอดระยะเวลาจัดโครงการ
• รับส่วนลดห้องพัก 50% ภายในสวนนงนุชพัทยา (ตามเงื่อนไขที่กำหนด)

โครงการ “Nongnooch Photo Contest 2026” ครั้งที่ 4 จึงนับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญ ที่จะรวมพลังความคิดสร้างสรรค์ของช่างภาพ เพื่อถ่ายทอด “ความอลังการ” ของสวนนงนุชพัทยาในมิติใหม่ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการบันทึกความงดงามระดับโลก ผ่านเลนส์ของคุณ วันนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:https://nongnoochphotocontest.com/

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม รายงาน

เสื้อยืดที่ระลึก บริจาคโลหิตครบ 2 ครั้ง ในปี 2569

📣ของมันต้องมี!👕
❌เสื้อตัวนี้ไม่จำหน่าย❌
อยากได้ต้อง…🤔
.
🩸Give Blood Now
👉บริจาคโลหิตให้ครบ 3 ครั้ง ในปี 2569
👕รับทันที T-Shirt สุด Exclusive👕
🖌ออกแบบพิเศษโดย Brand Cyrano Design
📣อย่าช้า…เพราะถ้าช้า คุณอาจบริจาคได้ไม่ครบ 3 ครั้ง
🩸#บริจาคเลือด ใกล้คุณได้แล้ววันนี้ ทั่วประเทศ
📲คลิก https://thaibloodcentre.redcross.or.th/mobile-blood…/

#GiveBloodNow #ให้เลือดให้ได้ให้เลย

🚨หมายเหตุ🚨
🖊ผู้บริจาคโลหิตที่อายุมากกว่า 65 ปี จะได้รับเสื้อยืดที่ระลึก👕เมื่อบริจาคโลหิตครบ 2 ครั้ง ในปี 2569
🖊กรณีผู้ที่บริจาคเกล็ดเลือดหรือพลาสมา ครบ 3 ครั้งในปี 2569🩸จะได้รับเสื้อยืดที่ระลึกในโครงการฯ เพียง 1 ตัวเท่านั้น

น้ำมันหมดกลางทาง รับมืออย่างไร‼️

ตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1/โฆษก ตร.ภ.1 พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 พล.ต.ต.ฤทธินันท์ ปุ๋ยพันธวงศ์ ผบก.กค.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 vเปิดเผยว่าทาง พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ได้มีการ ต้องการให้ช่วยประชาสัมพันธ์ นโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดังนี้

⛽️⚠️ น้ำมันหมดกลางทางรับมืออย่างไร‼️📍4 ขั้นตอน เมื่อรถหยุดนิ่งกลางทาง

1.เปิดไฟฉุกเฉินทันที เพื่อแจ้งเตือนรถคันอื่น

2.จอดชิดซ้าย เข้าไหล่ทางให้มากที่สุด

3. วางป้ายสามเหลี่ยม ห่างจากรถ 30-50 เมตร

4.โทรสายด่วน 1193 ตำรวจทางหลวง หรือ 191 พร้อมช่วยเหลือ 24 ชม.

#น้ำมันหมด #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ#Royalthaipolice