Blog

เสวนา “สร้างคอนเทนต์–ปั้นตัวตน”

“ไชยา พรหมา” เปิดเวทีเสวนา “สร้างคอนเทนต์–ปั้นตัวตน” ชี้โลกโซเชียลเปลี่ยนเกมธุรกิจ–การเมือง ยุคนี้ต้องมีแบรนด์เป็นของตัวเอง

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2568 ที่มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง เป็นประธานเปิดงานเสวนา “การสร้างคอนเทนต์เน้นตัวตนคนโซเชียล” จัดโดยนักศึกษาปริญญาโท สาขาการพัฒนาธุรกิจและทุนมนุษย์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ รุ่นที่ 6

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.สิทธิพร ประวัติรุ่งเรือง อธิการบดี นายสมชาย จรรยา อุปนายกสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทยฯ นางวาสนา ยศสอน สมาชิกวุฒิสภา รวมถึงนักศึกษา ผู้ประกอบการ และผู้สนใจเข้าร่วมจำนวนมาก

เวทีเสวนาแบ่งเป็น 2 หัวข้อ คือ “สร้างคอนเทนต์บนโลกธุรกิจ” และ “โซเชียลสร้างสรรค์ปั้นตัวตน” โดยมีวิทยากรจากหลากหลายวงการร่วมแชร์ประสบการณ์ ได้แก่ คุณสุภาพชาย บุตรจันทร์ ผู้ประกาศข่าวจากเวิร์คพอยท์ คุณรินรดา ระวีเลิศ บรรณาธิการข่าวชื่อดัง ดร.อัยริน ธีราธนันพัฒน์ คุณวรายุส์ พูสมจิตรสกุล และคุณเตชินท์ ไพศาลวรรก นักแสดงชื่อดัง

ตัวแทนนักศึกษาผู้จัดงานเผยถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม เพื่อสร้างความรู้และทักษะในการผลิตคอนเทนต์คุณภาพ เสริมพลัง “Personal Branding” และเปิดมุมมองใหม่ให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำไปต่อยอดในสายอาชีพและธุรกิจ

นายไชยา พรหมา กล่าวเปิดงานว่า ปัจจุบันโลกโซเชียลได้เปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารทั้งในแวดวงธุรกิจและการเมือง การเข้าถึงประชาชนหรือผู้บริโภคยุคใหม่ไม่สามารถพึ่งเพียงเวทีปราศรัยหรือร้านค้าได้อีกต่อไป แต่ต้องสร้าง “ตัวตนบนโลกออนไลน์” ที่จริงใจและมีเอกลักษณ์ เพื่อสร้างการเชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมายโดยตรง

“การสร้างคอนเทนต์และตัวตนบนโซเชียลไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่เป็น กลยุทธ์การอยู่รอดของคนยุคใหม่ ทั้งนักธุรกิจและนักการเมือง”รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง กล่าว

นายไชยา ยกตัวอย่างผลการเลือกตั้งปี 2566 ที่ชี้ให้เห็นว่า “โซเชียลมีเดียคือสมรภูมิใหม่ของการสื่อสาร” เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุ 18–40 ปี ได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด พร้อมแนะนำให้ผู้ผลิตคอนเทนต์ต้องเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย วิเคราะห์พฤติกรรมผู้ชม ใช้เครื่องมือดิจิทัลอย่างมีแผน และวัดผลเพื่อพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

การเสวนาครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งในการเตรียมความพร้อมของคนรุ่นใหม่ให้รู้เท่าทันโลกดิจิทัล สร้างสรรค์คอนเทนต์ที่มีคุณค่า และปั้น “ตัวตนบนโซเชียล” ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนธุรกิจและสังคมไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน.//

สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย​(สภท.60ปี)​

ย้ายค่ายไป เข้าคุก ล้มมวยไม่สนุกเหมือนเดิม

“ชวินทร์วุฒิ ก้องธรนินทร์” หรือ “วิน สิงห์อาชา” หัวหน้าค่ายสิงห์อาชา
เรียกร้องค่าเสียหาย 5 ล้านบาทกับอดีตนักมวยและเทรนเนอร์ที่ถูกศาลตัดสินจำคุกเพื่อนำเงินไปบริจาคเพื่อการกุศล
ความคืบหน้าคดีล้มมวยที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการมวยไทย ภายหลังศาลจังหวัดนครปฐมมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ให้ อดีตนักมวยชื่อดังและอดีตเทรนเนอร์ค่ายสิงห์อาชา มีความผิดตามพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542 มาตรา 48 และ 59 ลงโทษจำคุก 2 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา

ก่อนหน้านี้จำเลยได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณาอุทธรณ์ แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ได้แถลงต่อศาลว่า ไม่ประสงค์จะยื่นอุทธรณ์ และสละสิทธิในการปล่อยชั่วคราวต่อไป ศาลจึงสั่งให้จำเลยเข้าสู่กระบวนการรับโทษ และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวส่งเรือนจำจังหวัดนครปฐม เพื่อเริ่มรับโทษจำคุกทันที

ด้าน นายชวินทร์วุฒิ ก้องธรนินทร์ หรือ “วิน สิงห์อาชา” หัวหน้าค่ายสิงห์อาชา ผู้ร้องทุกข์ในคดี เปิดเผยว่า “นี่ไม่ใช่ชัยชนะของผม แต่นี่คือชัยชนะของกระบวนการยุติธรรมและของวงการมวยไทย เพื่อรักษาศักดิ์ศรีแม่ไม้มวยไทย และเพื่อยืนยันว่ากติกาต้องมาก่อนทุกสิ่ง คำตัดสินครั้งนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญไม่ให้ใครกล้ามาทำลายคุณค่าของมวยไทยอีก”

ทั้งนี้ วิน สิงห์อาชา ยังยืนยันเดินหน้าฟ้องคดีแพ่ง เรียกร้องค่าเสียหาย 5 ล้านบาท จากจำเลย และประกาศว่าจะนำเงินทั้งหมดไปบริจาคเพื่อการกุศล เพื่อประโยชน์ต่อสังคมและวงการมวยไทย

ปิดฉากอย่าง ประทับใจ ศึก ONE Fight Night 36

เข็มขัดเปลี่ยนมือ “ดิ เบลลา” สางแค้น “พระจันทร์ฉาย” รวบบัลลังก์คิกบ็อกซิ่ง รุ่นสตรอว์เวต

ปิดฉากลงไปอย่างน่าประทับใจ สำหรับศึก ONE Fight Night 36 ที่ถ่ายทอดสดสู่แฟนกีฬาต่อสู้ใน 195 ประเทศทั่วโลก เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 4 ต.ค. ที่ผ่านมา ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) โดยผลปรากฏว่า “พระจันทร์ฉาย พีเค.แสนชัย” ต้านความแข็งแกร่งของ “โจนาธาน ดิ เบลลา” ไม่ไหว พลาดทำเข็มขัดแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.) หลุดมือแบบน่าเสียดาย ขณะที่ “ก้องธรณี ส.สมหมาย” และ “จ้าวเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรี” ต่างพยายามสู้แบบสุดความสามารถแล้ว แต่ไม่สามารถหยุดความร้อนแรงของคู่ชก ตกเป็นฝ่ายพ่ายแต้มไปทั้ง 2 คน

คู่เอก “พระจันทร์ฉาย พีเค.แสนชัย” ขึ้นสังเวียนในฐานะแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นสตรอว์เวต เตรียมรั้งเข็มขัดจาก “โจนาธาน ดิ เบลลา” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นสตรอว์เวต เฉพาะกาล ตัวแทนอิตาลี-แคนาดา โดยปรากฏว่า “ดิ เบลลา” วางแผนแก้เกมมาสู้อย่างดี เดินหน้าปล่อยหมัดแลกกับ “พระจันทร์ฉาย” ได้อย่างดุเดือดแทบไม่มีเวลาได้หายใจ ครบ 5 ยก “ดิ เบลลา” เป็นฝ่ายถอนแค้นคว้าชัยไปด้วยคะแนนเอกฉันท์ ผงาดขึ้นแท่นเป็นราชันคิกบ็อกซิ่ง รุ่นสตรอว์เวต แต่เพียงผู้เดียวอย่างไร้ข้อกังขา และยังรับโบนัสกลับบ้านด้วย

คู่รอง “ออง ลา เอ็น ซาง” อดีตแชมป์โลก ONE MMA รุ่นมิดเดิลเวต (185-205 ป.) และรุ่นไลต์เฮฟวีเวต (205-225 ป.) จากเมียนมา พบกับ “เซบาซเตียน คาเดสตัม” อดีตแชมป์โลก ONE MMA รุ่นเวลเตอร์เวต (170-185 ป.) จากสวีเดน ในกติกา MMA รุ่นมิดเดิลเวต ไฟต์นี้ “ออง ลา” ขึ้นสู้เป็นไฟต์อำลาสังเวียน และอาศัยความเก๋ารัวพายุหมัดเอาชนะทีเคโอ “เซบาซเตียน” เด็ดขาดในยก 2 พร้อมพิชิตโบนัส 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 1.6 ล้านบาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) ปิดตำนานบนเวทีอย่างยิ่งใหญ่

ด้าน “ก้องธรณี ส.สมหมาย” อันดับ 4 ของแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต รับน้องใหม่ไฟแรง “อัสลามจอน ออร์ติคอฟ” จอมบู๊ไร้พ่ายจากอุซเบกิสถาน ที่ขยับชั้นขึ้นมาโชว์ฝีมือบนเวที ONE (ใหญ่) เป็นครั้งแรก ในกติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต โดย “ก้องธรณี” มาแบบรัดกุมเพื่อคุมเกม แต่พลาดโดนหมัดร่วงลงพื้นเสียนับ 8 ในยก 2 แม้จะเร่งเครื่องจนเกือบได้คืน แต่เมื่อครบยก กรรมการเห็นพ้องให้ “อัสลามจอน”ชนะคะแนนเอกฉันท์ ยืดไร้พ่ายไฟต์ที่ 23 ตลอดการชกอาชีพ

ขณะที่ “จ้าวเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรี” ผู้ท้าชิงอันดับ 5 ของแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต ปะทะ “อาคีฟ กูลูซาดา” มวยหมัดจากอาเซอร์ไบจาน ในกติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต หลังจากแลกกันดุเดือดกันในยกแรก “จ้าวเสือใหญ่” พลาดโดน “อาคีฟ” แทงเข่าเข้าปลายคางเสียนับไปก่อน ทำให้ช่วงที่เหลือนักชกขวัญใจชาวไทยพยายามเร่งเครื่องเอาคืนเต็มกำลัง แต่ไล่ไม่ทัน ครบ 3 ยก “อาคีฟ” เป็นฝ่ายชนะคะแนนเอกฉันท์ สะสมสถิติไร้พ่ายไฟต์ที่ 5 ใน ONE

สำหรับนักกีฬาที่โชว์ปิดเกมโดนใจบิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” และคว้าโบนัสติดมือในศึกนี้มีทั้งหมด 3 คน ได้แก่ โชโสะ อิโซจิมะ, ออง ลา เอ็น ซาง และ โจนาธาน ดิ เบลลา คว้าเงินรางวัลคนละ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 1,600,000 บาท) รวมยอดกว่า 4,800,000 บาท (สี่ล้านแปดแสนบาท) ในอีเวนต์เดียว

สรุปการแข่งขันทุกคู่ศึก ONE Fight Night 36
คู่เอก โจนาธาน ดิ เบลลา (อิตาลี-แคนาดา) ชนะคะแนนเอกฉันท์ พระจันทร์ฉาย พีเค.แสนชัย (ชิงแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)
คู่รอง ออง ลา เอ็น ซาง (เมียนมา) ชนะทีเคโอ เซบาซเตียน คาเดสตัม (สวีเดน) นาทีที่ 2:20 ของยก 2 (MMA รุ่นมิดเดิลเวต 185-205 ป.)
อัสลามจอน ออร์ติคอฟ (อุซเบกิสถาน) ชนะคะแนนเอกฉันท์ ก้องธรณี ส.สมหมาย (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
มานซัวร์ มาลาชิเอฟ (รัสเซีย) ชนะซับมิชชัน จาร์เร็ด บรูกส์ (สหรัฐอเมริกา) นาทีที่ 2:09 ของยก 2 (MMA รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
ซานซาร์ ซาคิรอฟ (อุซเบกิสถาน) ชนะคะแนนเอกฉันท์ ฮู หยง (จีน) (MMA รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
อาคีฟ กูลูซาดา (อาเซอร์ไบจาน) ชนะคะแนนเอกฉันท์ จ้าวเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรี (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
ฟาบริซิโอ แอนเดรย์ (บราซิล) ชนะคะแนนเอกฉันท์ เอดูอาร์โด กรานซอตโต (บราซิล) (ปล้ำจับล็อก รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)
เซลีนา ฟลอเรซ (สหรัฐอเมริกา) ชนะคะแนนเอกฉันท์ มารี แมคมานามอน (สหราชอาณาจักร-ไอร์แลนด์) (มวยไทย รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)
โชโสะ อิโซจิมะ (ญี่ปุ่น) ชนะทีเคโอ นิโคลัส วินญา (อาร์เจนตินา) นาทีที่ 4:19 ของยก 2 (MMA รุ่นไลต์เวต 155-170 ป.)

แฟนกีฬาติดตามข่าวสารและความคืบหน้าของ ONE ได้ที่เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand เว็บไซต์ http://www.ONEFC.com และอินสตาแกรม ONEChampTh และ TikTok ONEChampTH

วันออกพรรษา วันมหาปวารณา ศาสนาพุทธแบบไทย-ลาว

ในวันพุธ ที่ 8 ตุลาคม 2568 เป็นวันออกพรรษา หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วันมหาปวารณา เป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธแบบไทย-ลาว โดยเป็นวันสิ้นสุดระยะเวลาจำพรรษา 3 เดือนของพระสงฆ์เถรวาท โดยเป็นวันที่พระสงฆ์จะทำสังฆกรรม คือ การปวารณาในวันนี้ วันออกพรรษา จะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หลังวันเข้าพรรษา 3 เดือน ตามปฏิทินจันทรคติไทย ซึ่งในวันสำคัญนั้ มีการทำบุญตักบาตรเทโว คือ ประเพณีการทำบุญตักบาตรที่จัดขึ้นใน วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 (หลังวันออกพรรษา 1 วัน) เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์หลังทรงจำพรรษา พุทธศาสนิกชนนิยมใส่บาตรด้วยข้าวสาร อาหารแห้ง วัดเขาดิน หมู่ที่ 1 บ้านหนองมะโมง ตำบลหนองมะโมง อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท ได้จัดให้มีการทำบุญตักบาตรเทโว ขึ้น ในวัน พุธที่ 8 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป โดยพระภิกษุสงฆ์ องค์สามเณร ได้เดินลงมาจากเจดีย์ วัดเขาดิน มี เหล่านางฟ้า เทวดา และ เครื่องแห่กลองยาว เดินนำหน้า ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาตั้งแต่เมื่อครั้งบรรพบุรุษ การแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีแดงครั่ง ผ้าสิ้นตีนจก ที่สวยงาม เป็นวัฒนธรรมลาวคลั่ง ที่สวยงาม ขอเรียนเชิญ ทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรม ดังกล่าว

ตลาดนัดคนข่าวกีฬา ปี 4

ช้อปสนุก สุดฟินใกล้ชิดนักกีฬา ในงาน “ตลาดนัดคนข่าวกีฬา ปีที่ 4” 3-5 ต.ค.นี้@พาราไดซ์ พาร์ค

กลับมาอีกครั้งกับ “ตลาดนัดคนข่าวกีฬา ปีที่ 4” ครั้งนี้ปักหมุดใจกลางศรีนครินทร์ โดย พาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าในเครือ เอ็ม บี เค จับมือกับ 3 สมาคมสื่อกีฬา สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย และสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาออนไลน์ ให้คุณช้อปสุดมันส์กับสินค้าคุณภาพโดนใจ ที่เหล่าขาช้อปและคอกีฬาต้องห้ามพลาด! พบกับสินค้าของดีมีคุณภาพจากพี่ๆ นักข่าวมาให้เลือกช้อปอย่างจุใจ กว่า 30 ร้าน
งานนี้ไม่ได้มีแค่ช้อปปิ้งเท่านั้น แต่ยังมีกิจกรรมเสวนาสุดพิเศษ “มหกรรมซีเกมส์” ที่จะปลุกใจแฟนกีฬาไทย พร้อมโอกาสใกล้ชิดนักกีฬาชื่อดังและบุคคลในวงการกีฬา รับรองว่าสาระและความสนุกครบครันแบบจัดเต็มแน่นอน!
โดยในวันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม 2568 เวลา 15.00 น. พบกับเสวนา “โหมโรงซีเกมส์” พบกับผู้ทรงคุณวุฒิในวงการกีฬาและผู้ที่คร่ำหวอดในวงการฟุตบอลไทย พร้อมทั้งนักกีฬาทีมชาติไทย นำโดย ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย นายไพฑูรย์ ชุติมากรกุล นายกสมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรง อ่องตระกูล หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี “บิว” ภูริพล บุญสอน นักกีฬากรีฑาทีมชาติไทย

วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2568 เวลา 14.00 น. – 15.00 น. พบกับนักกีฬาฟุตซอลหญิงทีมชาติไทย ชุดชิงแชมป์ ฟุตซอลโลกที่ฟิลิปปินส์ปลายปีนี้และซีเกมส์ประเทศไทย “น้องแพรว” ปทิตา มูลโพธิ์ ดาวยิงเหรียญทองซีเกมส์เวียดนาม เพ็ชรดาว ล้วนแก้ว และ เจนิสตา นุดนาบี ที่จะมาร่วมพูดคุยถึงการเตรียมความพร้อมก่อนสู้ศึกซีเกมส์ และปิดท้าย วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม 2568 เวลา 14.00 น. – 15.00 น. พบกับนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย “บุ๋มบิ๋ม” ชัชชุอร โมกศรี “จูเนียร์” อิมานุเอล เอเจสุ นักกีฬาบาสเกตบอลชายทีมชาติ และนักกีฬาเทควันโดหญิงคนพิการทีมชาติไทย ขวัญสุดา พวงกิจจา เจ้าของเหรียญทองแดงพาราลิมปิกเกมส์ 2 สมัย โตเกียวและปารีส ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมถึงการเตรียมทีมและความพร้อมของการแข่งขันซีเกมส์ และอาเซียนพาราเกมส์

นอกจากนี้ในงานยังมีร้านเด็ด ๆ มากมาย อย่าง สายกินฟิน! กับร้านเด็ดที่ต้องลอง อาทิ “กุยช่ายน้องหมี” กุยช่ายโบราณกรอบนอกนุ่มใน ไส้แน่นเต็มคำ รูปทรงน้องหมีน่ารักจนต้องลอง “ต้องจิตฟู้ด” น้ำพริกน้ำย้อยกุ้งและน้ำพริกเห็ดกรอบ รสแซ่บถึงใจ “ขนมไทยบ้านคุณยายเพิ่ม” ขนมไทยสูตรดั้งเดิม ที่ทำสดใหม่ต่อวัน เช่น ขนมเปียกปูน ขนมต้ม ขนมชั้น “ตวงพรขนมไทย” การันตีความอร่อยในราคาย่อมเยา โดย “โอ้ ศาธนันท์” อดีตคอลัมนิสต์ฟุตบอลชื่อดัง ที่ผันตัวมาปรุงความอร่อยแบบตั้งใจให้ทุกคนได้ชิม “All Food All Drink” ขนมฟิวชันน่าลอง ทาร์ตไต้หวัน คุกกี้ช็อกโกแลต ขนมเปี๊ยะนุ่ม ๆ “Hugekof” ร้านกาแฟและเครื่องดื่มสูตรพิเศษ ทั้งชาไทย โกโก้ และกาแฟ ที่คัดสรรเมล็ดกาแฟคุณภาพเยี่ยม รับรองคอกาแฟลองแล้วติดใจ

ใครสายช้อปต้องมา! สินค้ามือ 1 มือ 2 ของดีมีคุณภาพ อาทิ ร้าน “บ้านวันใหม่” เสื้อผ้าแฟชั่นมือสองคุณภาพเยี่ยม ให้เลือกหลากหลายแบบ หากมองหาความยูนีคแบบมีสไตล์ต้องแวะที่ร้าน “มาหาสิน” ที่รวมเอาสินค้า พรีเมียม งานอาร์ตทอยแรร์ ๆ และของแต่งบ้านสไตล์ชิค ๆ มาไว้ในบูธเดียว หรือกระเป๋าผ้างานฝีมือเย็บมือสุดปราณีต ที่ผสมผสานความเป็นงานคราฟต์แบบไทย ๆ กับดีไซน์ทันสมัย กับร้าน “Mind Craft & Carry มายด์ คราฟ แอนด์ แคร์รี่” ส่วนคนรักของเก่าและแฟนจักรยานไม่ควรพลาดกับร้านจักรยานโบราณ ที่คัดสรรจักรยานรุ่นคลาสสิก หายาก และมีเสน่ห์เฉพาะตัวมาให้เลือกจากร้าน “คุณเขียด” และคนที่อยากเพิ่มพื้นที่สีเขียวที่บ้าน ต้องมาที่ร้าน “สวนกระบองเพชรสุขล้ำ คลอง 15” ที่นำต้นกระบองเพชรหลากสายพันธุ์มาจำหน่ายในราคาย่อมเยา เหมาะทั้งสำหรับมือใหม่อยากเริ่มเลี้ยง ไปจนถึงนักสะสมที่อยากหาต้นหายาก หรือสายมูต้องไม่พลาด! กับมุมดูดวงดูดวง ทำนายไพ่ และเบอร์มงคลจาก “อ.จุ้ย​ ตำหนักเซียน” และ “tuk ตาพยากรณ์” หากใครต้องการเสริมสร้างเสน่ห์ปัดเป่าสิ่งไม่ดี ด้วยวัตถุมงคลสุดขลัง พกไว้อุ่นใจ ต้องมาร้าน “ถ้ำเสือ”

เรียกว่างานนี้ไม่ใช่แค่มาช้อป มาชิม แต่งานนี้ยังได้ใกล้ชิดนักข่าวกีฬาตัวจริงเสียงจริง และนักกีฬาทีมชาติไทยที่หมุนเวียนสลับกันมาร่วมงาน ใครเป็นแฟนใคร เตรียมมือถือไว้เซลฟี่กันได้เลย! แล้วพบกันในงาน “ตลาดนัดคนข่าวกีฬา ปีที่ 4” ระหว่างวันศุกร์ที่ 3 – วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 น. – 20.00 ณ ลานรอยัล พาร์ค พลาซ่า ชั้น 1 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค

​สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.60 ปี)​

ลำพูน จัดงาน “โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน ประจำปี 2568”

จังหวัดลำพูน แถลงข่าวการจัดงาน “โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน ประจำปี 2568”

วันนี้ (3 ตุลาคม 2568) ณ ลานวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน พระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัดลำพูน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร พร้อมด้วย นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน นายประภัสร์ ภู่เจริญ นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน และนายพงษ์เทพ มนัสตรง ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน ประจำปี 2568”

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ กำหนดจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2568 ไปจนถึงเดือนมกราคม 2569 ณ วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร และอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามของชาวล้านนา ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

กิจกรรมสำคัญ อาทิ พิธีเปิดงานเทศกาลโคมแสนดวง วันที่ 24 ตุลาคม 2568 ขบวนแห่โคมล้านนาและพิธีถวายโคมแด่องค์พระธาตุหริภุญชัย ในช่วงประเพณียี่เป็ง เทศกาลดนตรีและศิลปะ “Lamphun Art & Music Festival” งานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ตลอดจนกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ “ลำพูน ลานบุญ ล้านนา”

จังหวัดลำพูนขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เข้าร่วมงาน “โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน ประจำปี 2568” เพื่อร่วมสืบสานวัฒนธรรมล้านนา และสัมผัสบรรยากาศแห่งศรัทธาและความงดงามของโคมล้านนาที่ส่องแสงสว่างทั่วเมืองลำพูน

แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าว จังหวัดลำพูน รายงาน

เทศบาลตำบลหนองมะโมง จัดกิจกรรม “การปลูกข้าวปลอดสารพิษ ทุกชีวิตปลอดภัย”

28 มิถุนายน 2568 เวลา 09.00 น. ณ ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารน้ำใต้ดิน (ภาคกลาง) หมู่ที่ 1 ตำบลหนองมะโมง อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท เทศบาลตำบลหนองมะโมง จัดกิจกรรม “การปลูกข้าวปลอดสารพิษ ทุกชีวิตปลอดภัย” ด้วยสารสกัด Mbio รับรองโดย NiAสำนักงานนวตกรรมแห่งชาติโดยได้รับเกียรติจาก ดร.ชนยา พูลภักตร์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส โครงการบริหารจัดการนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นประธานในพิธีเปิด
ในการนี้ ณ.วันที่3ตุลาคม2568 แปลงนาข้าวสายพันธุ์หอมมลิ105ครบ 3เดือน 5วัน ต้นข้าวเริ่มตั้งท้องแล้วตามภาพดังกล่าวนี้

กีฬา – กรีฑา นักเรียน หนองมะโมงเกมส์ ครั้งที่ 21

วันที่ 3 ตุลาคม 2568 เวลา 15.45 น. นายกชูชีพ สุพบุตร นายกเทศมนตรีตำบลหนองมะโมง เป็นประธานในพิธีปิด การแข่งขันกีฬา – กรีฑา นักเรียน รายการ หนองมะโมงเกมส์ ครั้งที่ 21 ประจำปีการศึกษา 2568 ที่จัดขึ้นในวันที่ 30 กันยายน 2568 – 3 ตุลาคม 2568

โดยมี ผอ.จำนงค์ คลังสิน หัวหน้าศูนย์ประสานงานทางการศึกษาอำเภอหนองมะโมง เป็นผู้กล่าวรายงาน ในการนี้ นายกชูชีพ สุพบุตร นายกเทศมนตรีตำบลหนองมะโมง ได้กล่าวชื่นชมคณะกรรมการจัดการแข่งขัน คณะครู นักเรียน และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน ทึ่จัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้อย่างสมบูรณ์ และแสดงความยินดีกับนักกีฬาทุกคน ที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันด้วยความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย คือหัวใจนักกีฬา

‘สืบภาค1’ลุยค้น รวบแก๊งปลอมป้ายต่อภาษีรถยนต์ขายผ่านออนไลน์


2 ตุลาคม 2568 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 (ผบก.สส.ภ.1) , พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล ฐ พ.ต.อ.พีรศักดิ์ รอดบน รอง ผบก.สส.ภ.1 , พ.ต.อ.มณเทียร เบ้าทอง รอง ผบก.ปฏิบัติราชการ บก.สส.ภ.1 , พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มะอักษร , พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส.ภ.1 ชุดตรวจค้นนำโดย พ.ต.อ.นภธร วาชัยยุง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1 , พ.ต.ต.เกริกเกียรติ ฮวดกุล สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1 พร้อมกำลัง กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1 นำหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการ ลงวันที่ 30 ก.ย.68 เข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ

พร้อมจับกุมชาย ในความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารราชการ โดยการจัดทำและจำหน่ายป้ายต่อภาษีรถยนต์ขายผ่านออนไลน์
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ บก.สส.ภ.1 สืบสวนพบว่ามีการกระทำความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารราชการ โดยการจัดทำและจำหน่ายป้ายต่อภาษีรถยนต์ ผ่านช่องทางเข้าเว็บไซต์ มีพฤติการณ์ประกาศโฆษณาและรับปลอมแปลงแผ่นป้ายทะเบียนและแผ่นป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษี ผ่านสื่อออนไลน์ซึ่ง ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึง จึงได้ทำการล่อซื้อแผ่นป้ายทะเบียนและแผ่นป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษี และได้โอนเงินชำระค่าสินค้า จากบัญชีธนาคารกรุงไทยซึ่งเป็นบัญชีของสายลับ ไปยังบัญชีธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชีนี้ เมื่อวันที่ 14 ก.ย.68 เป็นจำนวนเงิน 4,500 บาท เมื่อได้ทำเอกสารเสร็จแล้ว ตนจะเรียกไรเดอร์นำเอกสารราชการปลอมไปส่งพัสดุที่ร้านที่เคยส่งประจำ
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านพัก พบรถยนต์ยี่ห้อทะเบียนกรุงเทพมหานคร ที่ใช้ขับไปส่งพัสดุให้กับไรเดอร์และใช้ขับในชีวิตประจำวัน จอดอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว ทำให้เชื่อว่า พักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อขออนุมัติหมายค้น

ซึ่งศาลจังหวัดสมุทรปราการ อนุมัติหมายค้น ต่อมาวันที่ 1 ต.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการ เข้าตรวจค้นบ้านพัก พบ อยู่ในบ้าน จึงทำการตรวจค้นพบของกลางหลายรายการ เช่น แบบฟอร์มของป้ายภาษีรถยนต์ , บัตรประชาชน และใบอนุญาตขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยใช้โปรแกรมแต่งภาพในคอมพิวเตอร์
เจ้าหน้าที่ยังได้ทำการตรวจสอบป้ายแสดงการเสียภาษีกรมขนส่งทางบกของรถยนต์ พบว่ามีลักษณะการติดกระดาษปี 2568 ทับปี 2566 (เลขเดิม) อันมีเจตนาหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้อมูลการเสียภาษีของรถยนต์คันดังกล่าวพบว่าสิ้นสุดเสียภาษีวันที่ 23 พ.ย.2566
จากการสอบถาม ยอมรับว่า ตนทำการปลอมเอกสารราชการและใช้ป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์อันเป็นเอกสารราชการปลอมจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ตรวจยึดสิ่งของดังกล่าวไว้เป็นของกลางได้แจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาให้ ทราบว่า กระทำความผิดฐาน “ปลอมและใช้เอกสารทางราชการปลอม” พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ปทุมธานี ผู้ว่าฯคนใหม่รับงานวันแรกลงลุยน้ำท่วม 2 อำเภอ

ปทุมธานี ผู้ว่าฯคนใหม่รับงานวันแรกลงลุยน้ำท่วม 2 อำเภอ ให้กำลังใจชาวบ้านและเจ้าหน้าที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 สถานการณ์น้ำท่วม ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ยังพบว่าน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาวันนี้ น้ำได้เอ่อสูงขึ้นกว่าทุกวันที่ผ่านมา โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอสามโคก หลายๆตำบล และพื้นที่ของอำเภอเมืองปทุมธานี ที่มีบ้านเรือนอยู่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยังคงได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีหน่วยงาน ทีองถิ่นทั้งในส่วนของพื้นที่ทั้งภาครัฐและเอกชน ก็ได้มีการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นการมอบถุงยังชีพ หรือของใช้ที่จำเป็นในครัวเรือน รวมทั้งบางพื้นที่ชาวบ้านก็ต้องการสะพานไม้ ไว้สำหรับเป็นทางเดินเพือความสะดวก
ล่าสุดเมื่อช่วงสายวันนี้ (2 ต.ค.68) นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ที่พึ่งจะมารับตำแหน่งเมื่อวานนี้ พร้อมนายดงพล รุจิธรรมธัช ปลัดจังหวัดปทุมธานี ได้ลงพื้นที่บริเวณชุมชนวัดเจดีย์ทอง หมู่ที่ 1 และ หมู่ที่ 4 ตำบลคลองควาย และ ชุมชนวัดกร่าง หมู่ที่ 1 – 3 ตำบลบางกระบือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี เพื่อมาเยี่ยม ประชาชน ผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ รวมทั้ง มาเพื่อให้กำลังใจกับชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ ที่คอยให้ความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานจาก ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่น สาธารณสุข อสม. และทหารจากกองทัพบก นอกจากนี้ยังนำถุงยังชีพมามอบให้กับผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มผู้เปราะบาง โดยมี นายศรัณย์ เกตุทอง นายอำเภอสามโคก นายยอด ภู่เฉลิมตระกูล นายก อบต.คลองควาย นายสายชล ภู่เฉลิมตระกูล กำนันตำบลคลองควาย นางสาววันเพ็ญ ก้อนทอง นายก อบต.บางกระบือ นางรัชนี นิ่มพฤติ กำนันตำบลบางกระบือ และหัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้นำพาและรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เพื่อให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ได้รับทราบ
สำหรับในพื้นที่ชุมชน วัดเจดีย์ทอง ซึ่งมีบ้านเรือน หยุดใต้ริมแม่น้ำ เจ้าพระยาที่ได้รับผลกระทบ จาก น้ำท่วมในครั้งนี้มานานกว่า 1 เดือน โดยเฉพาะบริเวณทางเดิน น้ำท่วมสูงถึง 3 เมตร โดยบริเวณดังกล่าว มีบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ ประมาณ 60 – 70 ครัวเรือน และถ้ารวมถึงในเขตพื้นที่ ของชุมชนวัดกร่าง มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนนับร้อยหลังคาเรือน แต่ส่วนใหญ่ ชาวบ้านนั้น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้อยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นการยกของขึ้นที่สูงและคอยติดตามข่าวคราว จากทางราชการตลอดเวลา นอกจากนี้ชาวบ้านยังขอให้ทางผู้ว่าการจังหวัดปทุมธานีได้มีการประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ เรือบรรทุก เรือลากจูง ขอให้ลดความเร็ว เนื่องจาก แรงคลื่นของเรือ ได้สร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำเป็นจำนวนมาก
หลังจากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ก็ได้เดินทางต่อไปยัง วัดชินวรารามวรวิหาร ตำบลบางขะแยง อำเภอเมืองปทุมธานี เพื่อไปเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจชาวบ้าน ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม เช่นกัน

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม รายงาน