Blog

สคบ.ทลายร้านลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าตามนโยบาย “กวาดให้เกลี้ยง” ของรัฐมนตรีสันติ ปิยะทัต

สคบ. เปิดปฏิบัติการบุกทลายร้านลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าย่านปู่เจ้าฯ เดินหน้าตามนโยบาย “กวาดให้เกลี้ยง” ของรัฐมนตรีสันติ ปิยะทัต
 
เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.55 น. บรรยากาศย่านถนนปู่เจ้าสมิงพราย อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ต้องสะเทือน เมื่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดฉากปฏิบัติการเข้มข้นแบบ “ล็อกเป้า – ลุยทันที – ไม่มีเตือน” ตามยุทธศาสตร์ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ของนายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 

หลังประชาชนส่งเบาะแสเข้ามาเพียงไม่นาน นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้สั่งการแบบสายฟ้าฟาดให้ชุดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ทันที เพื่อสกัดกั้นการแพร่กระจายของบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายที่กำลังระบาดหนักในหลายพื้นที่
                   
ชุดปฏิบัติการนำโดย นายประยงค์ เฉลิมทิศ นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ พร้อมกำลัง
พนักงานเจ้าหน้าที่ สคบ. เดินหน้าลุยแบบไม่เสียจังหวะ เมื่อไปถึงสถานที่เป้าหมาย สิ่งที่พบคือ ของกลางวางเต็มพื้นที่ พร้อมขายอย่างท้าทายต่อกฎหมาย ทันทีที่ประตูร้านเปิดออก เจ้าหน้าที่แสดงตัวและเข้าควบคุม
สถานการณ์ ก่อนกวาดยึดบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาแบบ ยกล็อต รวมจำนวน 472 ชิ้น มูลค่ากว่า 212,000 บาท ตัดตอน “แหล่งขายสำคัญ” ที่ลักลอบจำหน่ายให้เยาวชนและผู้บริโภคทั่วไป โดยการปฏิบัติการ เริ่ม 14.55 น. และปิดภารกิจเวลา 17.00 น. ซึ่งการดำเนินเป็นไปด้วยความเข้มงวดและแม่นเป้าหมาย พร้อมเตรียมส่งผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายทันที
                   
นายรณรงค์ฯ เปิดเผยว่า นี่ไม่ใช่ปฏิบัติการครั้งสุดท้าย แต่เป็นเพียง “หนึ่งในหลายระลอก” ที่กำลังจะตามมาในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ภายใต้นโยบายหนักแน่นของรัฐมนตรีสันติ ที่ประกาศชัดว่า “ผู้ค้าบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย…ไม่มีวันได้พัก” ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานที่จริงจัง เข้มข้น และไร้ช่องว่างของ สคบ. เพื่อปกป้องผู้บริโภคจากสินค้าที่เป็นภัยต่อสุขภาพ พร้อมย้ำว่า เบาะแสจากประชาชนคือ พลังสำคัญในการเปิดโปงร้านลักลอบขายที่ซ่อนตัวอยู่ตามชุมชนต่างๆ พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นการจำหน่ายหรือโฆษณาบุหรี่ไฟฟ้า สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ ได้ที่สายด่วน 1166 ร้องเรียนผ่านแอปพลิเคชัน OCPB Connect หรือ เว็บไซต์ www.ocpb.go.th
 

ผบก.ภ.จว.ชัยนาท ประชุมกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ ประจำเดือน พฤศจิกายน 2568


🗓️วันนี้ 27 พฤศจิกายน 2568

⏰เวลา 09.30 น.

👮‍♀️พล.ต.ต.สมพล วงศ์ศรีสุนทร
ผบก.ภ.จว.ชัยนาท
และ หัวหน้าสถานีตำรวจในสังกัด ภ.จว.ชัยนาท

📚 ประชุมกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ ประจำเดือน พฤศจิกายน 2568

โดยมี
👮นาย วิทยา ชพานนท์
รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เป็นประธาน
🔹รองผู้ว่าราชการ ,
หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดชัยนาท และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

🛕ณ ห้องประชุมธรรมจักร 501 ศาลากลางจังหวัดชัยนาท

ชี้แจงการขอรับค่าตอบแทนและเงินช่วยเหลือการปฏิบัติงานยาเสพติด

วันที่ 27 พ.ย. 68 เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ได้ตรวจความเรียบร้อยประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อชี้แจงการขอรับค่าตอบแทนและเงินช่วยเหลือการปฏิบัติงานยาเสพติดประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยมี พ.ต.อ.สมภพ เชาว์เพชรไพโรจน์ ผกก.ฝอ.3 บก.อก.ภ.1 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรับผิดชอบโดย ฝอ.3 ร่วมตรวจสถานที่ และได้กำชับการปฏิบัติ ควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติ และผลการปฏิบัติเป็นที่เรียบร้อยดี ณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารอเนกประสงค์ ภ.1

รอง ผบช.ภ.1 ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม สภ.เมืองปทุมธานี

วันที่ 27 พ.ย.68 เวลา11.00น. พล.ต.ต.ภัทรภวัต สุขแสง รอง ผบช.ภ.1 ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม สภ.เมืองปทุมธานี โดยมี พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี , พ.ต.ท.ขจร ฉัตรแก้วมณี รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองปทุมธานี ,

พ.ต.ท.เกษม ศรีจันทร์อินทร์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองปทุมธานี, พ.ต.ท.ธไท ศลิษฏานนท์ รอง ผกก.สส. สภ.เมืองปทุมธานี
พ.ต.ท.สามารถ เปาจีน รอง ผกก.จร.สภ.เมืองปทุมธานี ข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี ให้การต้อนรับ โดยได้มีข้อกำชับ ดังนี้
1. ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ,ผบ.ตร. และ ผบช.ภ.1 อย่างเคร่งครัด
2. ควบคุมกำกับดูแล งานสอบสวน อย่าให้พนักงานสอบสวนต้องทำงานเพียงลำพัง

  1. ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ดูแลกำกับการปฏิบัติหน้าที่ ของผู้ใต้บังคับบัญชา ให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย อย่าให้เกิดภาพลักษณ์ ที่ไม่ดีต่อองค์กร เป็นอันขาด
  2. ให้ข้าราชการตำรวจทุกนายตระหนักในหน้าที่ และการดูแลประชาชนด้วยความเต็มใจ
    5.ให้ข้าราชการตำรวจทุกนายใส่ใจการแต่งกายในเครื่องแบบ และนอกเครื่องแบบให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และพร้อมสำหรับการปฎิบัติหน้าที่และเป็นไปตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
    จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

หลักสูตรวัคซีนชีวิตเพื่อสังคม (วชส.) รุ่นที่ 1 บริจาคเงินสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมทางภาคใต้

📍📍หลักสูตรวัคซีนชีวิตเพื่อสังคม (วชส.) รุ่นที่ 1 ย้ำจิตสำนึกเพื่อสังคม! 📍📍
ร่วมกันบริจาคเงินสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมทางภาคใต้ จำนวน 250,000 บาท
เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ทางสมาคมตำรวจ ร่วมกับภาคเอกชน ได้จัดพิธีปิดและ มอบใบประกาศนียบัตรหลักสูตรวัคซีนชีวิตเพื่อสังคมสำหรับผู้บริหารชั้นสูง (วชส.) รุ่นที่ 1 (Vaccine for Life and Social) อย่างสมบูรณ์แบบ ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เมื่อวันที่ 26 พ.ย 68 เวลาประมาณ 14.00 น. : ฯพณฯ ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ให้เกียรติเดินทางมาบรรยายพิเศษในหัวข้อ “คุณธรรมสำหรับผู้นำ”
จากนั้น พลตำรวจเอก สมพงษ์ ชิงดวง ประธานหลักสูตรและรองนายกสมาคมตำรวจ , พลตำรวจตรี สุรศักดิ์ เลาหพิบูลย์กุล ผู้อำนวยการหลักสูตร ,พลตำรวจเอก ปัญญา มาเม่น ผู้แทน นายกสมาคมตำรวจ พลเรือเอกวรวุฒิ พฤษารุ่งเรือง ประธานรุ่น คุณจุรีภรณ์ เมฆินไกรลาศ และคณะผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรวัคซีนชีวิตเพื่อสังคมสำหรับผู้บริหารชั้นสูง (วชส.) รุ่นที่ 1 ได้ร่วมกันบริจาคเงินสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมทางภาคใต้ จำนวน 250,000 บาท ผ่าน ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทางภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ แสดงถึงความมุ่งมั่นในการทำกิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์ร่วมกัน ตลอดจนความรับผิดชอบและจิตสำนึกต่อสังคมของคณะผู้บริหารระดับสูง
ต่อมาเวลาประมาณ 16.00 น. : ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ท่าน พลตำรวจโท โสภณรัชค์ สิงหอารุ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีมอบ ใบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้เข้าอบรมหลักสูตรวัคซีนชีวิตเพื่อสังคมสำหรับผู้บริหารชั้นสูง (วชส.) รุ่นที่ 1 (Vaccine for Life and Social) จำนวน 150 คน
เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการรับมอบใบประกาศนียบัตรแล้ว ท่านประธานในพิธีได้ให้เกียรติถ่ายภาพเพื่อเป็นระลึกร่วมกันกับคณะผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรวัคซีนชีวิต รุ่นที่ 1 ด้วยความประทับใจยิ่ง

บก.ตม.6 เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่นัำท่วมจังหวัดในภาคใต้

“สนองนโยบาย นรม./สร.1 และ ผบ.ตร. พิทักษ์1 ตำรวจ บก.ตม.6 ของประชาชนในยามทุกข์ยากประสพภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ ออกช่วยเหลือประชาชน” กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 โดย กก.สส.บก.ตม.6 เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่นัำท่วมจังหวัดในภาคใต้
วันนี้ เวลา 13.00 น. พ.ต.อ.เจรืญพงษ์ ขันติโล ผกก.ตม.จว.สตูล บก.ตม.6 ในฐานะ รองโฆษก บก.ตม.6 ปฎิบัตืหน้าที่แทนโฆษก บก.ตม.6 เปิดเผยว่า
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ตม.6, ว่าที่ พ.ต.อ.วุฒิภัทร นภาโชติ ผกก.สส.บก.ตม.6

นำกำลังเจ้าหน้าที่ ให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ โดยจัดหาผ้าห่ม ของบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้น และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ตามศูนย์พักพิง และผู้ที่ติดค้างภายในสนามบินนานาชาติหาดใหญ่ พร้อมทั้งให้คำแนะนำ อำนวยความสะดวกแก่ชาวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบในการเดินทางกลับประเทศ

ประธานคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรีช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย


วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568
เวลา 13.00 น.

🔘 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรีในการติดตามการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเขตตรวจราชการที่ 1 มอบให้ นายวราดิศร อ่อนนุช รรท.ผวจ.สิงห์บุรี เป็นผู้แทนฯ
🔘 <✵✵ 》พล.ต.ต.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี
🔶 ร่วมรับฟังสถานการณ์อุทภัยในพื้นที่และมอบถุงยังชีพ
📍ณ อบต.ประศุก อ.อินทร์บุรี จว.สิงห์บุรี

เทศบาลตำบลบ้านกลาง จังหวัดลำพูน จัดพิธีบวงสรวงพระนางจามเทวี

เทศบาลตำบลบ้านกลาง จังหวัดลำพูน จัดพิธีบวงสรวงพระนางจามเทวี เนื่องในวันพระแม่นั่งเมือง ประจำปี 2568

เช้าวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.09 น. เทศบาลตำบลบ้านกลาง จังหวัดลำพูน จัดพิธีบวงสรวงสักการะพระนางจามเทวี เนื่องในวันพระแม่นั่งเมือง ประจำปี 2568 ณ ศูนย์กีฬาและนันทนาการจามเทวี โดยมี ว่าที่ร้อยตรี วัชระ กันแจ่ม นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยรองนายกเทศมนตรี ปลัดเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล พนักงาน และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึง พระนางจามเทวี ปฐมกษัตรีย์แห่งนครหริภุญชัย ตามคติความเชื่อ “วันพระแม่นั่งเมือง” ซึ่งตรงกับวันที่ 28 พฤศจิกายนของทุกปี อันมีที่มาจากตำนานที่กล่าวว่า พระนางจามเทวีเสด็จขึ้นนั่งเมืองได้ 7 วัน ก็ประสูติพระราชโอรสฝาแฝด ในวันเพ็ญเดือน 3 ถือเป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาวลำพูน

ภายในพิธีมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง อาทิ การฟ้อนรำลึกพระนางจามเทวี ฟ้อนขันดอก และฟ้อนเล็บ โดยพนักงานเทศบาลและผู้มีจิตศรัทธา ร่วมกันแสดงความเคารพสักการะอย่างงดงามและสมพระเกียรติ บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบ ศรัทธา และความศักดิ์สิทธิ์

ประวัติพระนางจามเทวี (โดยสรุป)

พระนางจามเทวีเป็นปฐมกษัตรีย์ผู้วางรากฐานนครหริภุญชัย ทรงได้รับอัญเชิญมาจากเมืองละโว้ (ลพบุรี) ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการปกครอง การศาสนา และวัฒนธรรม ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ส่งเสริมบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรือง
พระราชโอรสฝาแฝดทั้งสองพระองค์ ได้แก่ พระมหันตยศ และ พระเจ้าอนันตยศ ซึ่งสืบทอดราชบัลลังก์ต่อมา พระองค์ทรงเป็นบุคคลสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ลำพูนกว่า 1,300 ปี ชาวลำพูนยังคงสักการะและรำลึกถึงพระองค์อย่างต่อเนื่อง

ประวัติอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ณ เทศบาลตำบลบ้านกลาง

อนุสาวรีย์แห่งนี้เดิมประดิษฐานอยู่ที่บ้านท่าล้อ–ศรีคำ หมู่ 2 ตำบลบ้านกลาง สร้างโดยบริษัทศิริมณี จำกัด และอัญเชิญมาประดิษฐานที่ลำพูนเมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2538 ก่อนจะมอบให้จังหวัดลำพูนในวันที่ 5 มีนาคมปีเดียวกัน
ต่อมาในปี พ.ศ. 2561 เทศบาลตำบลบ้านกลางได้อัญเชิญองค์อนุสาวรีย์มาประดิษฐาน ณ ลานอนุสาวรีย์แห่งใหม่ ภายในศูนย์กีฬาและนันทนาการจามเทวี และใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญต่าง ๆ ของชุมชน เช่น วันพระแม่นั่งเมือง วันสงกรานต์ และวันครบรอบการสวรรคตตามปฏิทินจันทรคติ

พิธีบวงสรวงในครั้งนี้นับเป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันทรงคุณค่าของชาวลำพูน แสดงออกถึงความกตัญญูต่อปฐมกษัตรีย์ผู้วางรากฐานความรุ่งเรืองให้แก่เมืองหริภุญชัย และเป็นการรวมพลังศรัทธาของชุมชนในการรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมให้คงอยู่สืบไป

ผู้สื่อข่าว : แทน ต่อมสังข์

ภาคประชาชน–ภาครัฐ ผนึกกำลัง ส่งมอบนม 7,000 กล่อง ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่

ภาคประชาชน–ภาครัฐ ผนึกกำลัง ส่งมอบนม 7,000 กล่อง ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่

คณะส่งเสริมข้าราชการตำรวจไทยดีเด่น ร่วมกับ กลุ่มบ้านสีขาว ภายใต้การนำของ ดร.สกุลรัตน์ ทิพย์วรรณงาม ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมมอบนมจำนวน 7,000 กล่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งยังมีประชาชนจำนวนมากติดค้างในที่พักอาศัยและประสบปัญหาการเข้าถึงอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน
การดำเนินงานในครั้งนี้สะท้อนถึงพันธกิจของคณะฯ ในการสนับสนุนงานสาธารณะ ประสานพลังภาคประชาชน และส่งเสริมสังคมให้เกิดความสงบสุข ปลอดภัย และพร้อมยืนหยัดดูแลกันในยามเกิดภัยพิบัติ

ในการนี้ ดร.พรหมภัสสร เกี่ยวข้อง เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) ได้ให้เกียรติเป็นผู้แทนรับมอบสิ่งของบริจาคดังกล่าว เพื่อส่งต่อถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในพื้นที่ โดยเป็นการผนึกกำลังอย่างมีประสิทธิภาพระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที สิ่งของทั้งหมดจะถูกนำส่งไปยัง ศูนย์ภัยพิบัติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบริหารจัดการและกระจายความช่วยเหลือสู่พื้นที่ต่าง ๆ ของอำเภอหาดใหญ่และจังหวัดใกล้เคียง ด้วยศักยภาพด้านบุคลากร ระบบประสานงาน และสถานที่ที่เอื้อต่อการรับ–ส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์

ทั้งนี้ พิธีมอบสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 15.00 น. ณ กระทรวงมหาดไทย

คณะผู้จัดกิจกรรมขอขอบพระคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันแสดงพลังแห่งน้ำใจ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว และเป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน


คณะส่งเสริมข้าราชการตำรวจไทยดีเด่น

กลุ่มบ้านสีขาว

กระทรวงมหาดไทย

สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

รวมพลังน้ำใจคนไทยให้โลหิต พ้นวิกฤติมหาอุทกภัยภาคใต้

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนคนไทยทั่วประเทศ รวมพลังน้ำใจคนไทยให้โลหิต พ้นวิกฤติมหาอุทกภัยภาคใต้ ช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องการโลหิตในโรงพยาบาลพื้นที่ภาคใต้กว่า 135 แห่ง บริจาคโลหิต ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 11 จังหวัด ทั่วประเทศ

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 3 แห่งในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 12 จังหวัดสงขลา และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ จังหวัดภูเก็ต ตลอดจนโรงพยาบาลอีก 135 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ไม่สามารถออกหน่วยไปรับบริจาคโลหิตยังพื้นที่ต่างๆ ได้ เนื่องมาจากเกิดสถานการณ์วิกฤติน้ำท่วมอย่างหนักในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ หลายพื้นที่มีระดับน้ำท่วมขึ้นสูงเป็นบริเวณกว้าง และยังมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ที่จะเดินทางเข้ามาบริจาคโลหิตที่ โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติ และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 3 แห่ง ในพื้นที่ภาคใต้ เป็นไปด้วยความยากลำบาก ทำให้โลหิตที่ได้รับบริจาคลดลง จึงมีไม่โลหิตสำรองคงคลัง ส่งกระทบต่อการรักษาผู้ป่วยอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ป่วยผ่าตัด ผู้ป่วยฉุกเฉิน และผู้ป่วย โรคเรื้อรัง ที่จำเป็นต้องได้รับโลหิตในการรักษาอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลบางแห่ง จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ไปรักษาตัวในโรงพยาบาลใหญ่ในพื้นที่ใกล้เคียง

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จึงขอเชิญชวนคนไทยรวมใจเป็นหนึ่งเดียว “รวมพลังน้ำใจคนไทยให้โลหิต พ้นวิกฤติมหาอุทกภัยภาคใต้” เพื่อส่งต่อโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่ภาคใต้

สามารถบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วย ได้ที่

  • ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถ.อังรีดูนังต์
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 11 จังหวัด ทั่วประเทศ ได้แก่ ได้แก่ ลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช และภูเก็ต

ขอบคุณที่ท่านได้กรุณาเผยแพร่ข่าวนี้
ฝ่ายจัดหาผู้บริจาคโลหิตและสื่อสารองค์กร ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
โทรศัพท์ 0 2256 4300, 0 2263 9600-99 ต่อ 1760, 1761