Blog

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยสุขภาพ ลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยสุขภาพ ลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนในส่วนภูมิภาค ลงพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ แจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่ผู้ได้รับผลกระทบ รวม 440,000 แสนชิ้น ฝ่าวิกฤตมหันตภัยจมฝุ่นพิษ [PM2.5เกินมาตรฐาน]
.
ระหว่างวันที่ 4-7 เมษายน พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล รักษาการผู้จัดการฝ่ายสาธารณภัย นำเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย และแผนกบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่ประสบภัยฝุ่นพิษ [PM2.5เกินมาตรฐาน] อาทิ อำเภอเมือง หางดง แม่ริม สันทราย ดอยสะเก็ด และสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง และอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย แจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ รวม 440,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 แสนบาท โดยมี มูลนิธิเชียงใหม่สามัคคีการกุศล จังหวัดเชียงใหม่ มูลนิธิลำพูนสามัคคีการกุศล จังหวัดลำพูน และมูลนิธิลําปางสงเคราะห์ จังหวัดลำปาง และมูลนิธิสาธารณกุศลสงเคราะห์เชียงราย เป็นผู้ประสานงานและร่วมแจกจ่ายในพื้นที่
.
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ตระหนักถึงวิกฤตการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก [PM2.5] โดย ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง บูรณาการการจัดการเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นการลดจำนวนกระถางธูปสักการบูชา การงดการเผากระดาษชุดเครื่องสักการะที่ศาลเจ้าฯ รวมถึงติดป้ายรณรงค์ขอความร่วมมือผู้มีจิตศรัทธางดจุดธูป-เทียน และแจ้งการจัดเก็บธูป-เทียนที่จุดแล้วเร็วขึ้น และจัดเจ้าหน้าที่ออกแจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ด้วยความห่วงใย และ ตระหนักถึงสุขภาพประชาชนผู้มีจิตศรัทธาและสิ่งแวดล้อมส่วนรวม โดยตลอดระยะเวลากว่า 116 ปีของการก่อตั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มูลนิธิฯ ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
.
ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ http://www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ http://www.facebook.com/atpohtecktung
.
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

แอปพลิเคชันและสายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

“นิทรรศการ ทัสสนานุตตริยะ พระบรมสารีริกธาตุ วัดปทุมวนาราม”

สงกรานต์ เริ่มต้นกับชีวิตที่ดีๆ เริ่มตั้งแต่วันที่ 6-30 เมษายน 2569 ณ “นิทรรศการ ทัสสนานุตตริยะ พระบรมสารีริกธาตุ วัดปทุมวนาราม” ศาลาบูรพาจารย์ วัดปทุมวนาราม เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เวลา 9.00 น.-18.00 น. มีโอกาสเข้ามากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธเจ้า 5 พระองค์และพระอรหันตธาตุ ของพระอรหันต์สมัยพุทธกาล สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช และสมัยรัตนโกสินทร์ สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บุคคสำคัญของโลก ได้ถึงวันที่30 เมษานี้นะคะ

พรินทรศ์ /มหานครข่าวรายงาน

ภาพและข้อมูล/คุณ Sunun

พัฒนาโคขุนโคราชพรีเมียม ด้วยนวัตกรรม AI FARM

ศ.สามารถ จับโจร ต่อยอดแนวคิดพัฒนาโคขุนโคราชพรีเมียม ถ่ายทอดนวัตกรรม AI FARM สู่เกษตรกรห้วยแถลง
วันที่8เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก ศาสตราจารย์ดร.สามารถจับโจร ผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาว่า
ได้มีกิจกรรมต่อยอดพัฒนาโคขุน ที่ห้องประชุมศูนย์เรียนรู้ สำนักงานปศุสัตว์ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา

โดยมีการจัดกิจกรรม เสวนาวิชาการและการถ่ายทอดนวัตกรรมระบบบริหารจัดการฟาร์มอัจฉริยะ “AI FARM”
เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุน ให้สามารถนำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม AI ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการฟาร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน
อันนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานการผลิตโคขุน และผลักดันให้กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในพื้นที่ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา
ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตเนื้อโคขุนคุณภาพของประเทศไทย

ในการนี้ มีผศ.ดร.สายสุนีย์ จับโจร ผอ.สำนักคอมพิวเตอร์ มรภ.นครราชสีมาและคณะไปร่วมงาน
ศาสตราจารย์ ดร.สามารถ จับโจร ผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และ
นายพศวีร์ สมใจ ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา
นายก้าน ชามขุนทด ตัวแทนเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงโคขุนอำเภอด่านขุนทด
และ นายบุญเลิศ นามบัณฑิต พิธีกรในการเสวนา

กิจกรรมดังกล่าวดำเนินการภายใต้โครงการ
“การถ่ายทอดนวัตกรรมระบบบริหารจัดการฟาร์มอัจฉริยะ (AI FARM) เพื่อยกระดับรายได้ครัวเรือนของผู้เลี้ยงโคขุนตลอดห่วงโซ่อุปทาน”

โดยมีเกษตรกรและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคขุนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างคึกคัก
เพื่อเรียนรู้แนวทางการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นการ ต่อยอดองค์ความรู้จากโครงการถ่ายทอดนวัตกรรม
และเชื่อมโยงสู่การพัฒนาในระดับพื้นที่
รวมถึงสอดคล้องกับการขับเคลื่อนกิจกรรม “เทศกาลงัวขุนโคราช”
ที่มุ่งยกระดับศักยภาพสินค้าเกษตรและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเนื้อโคขุนในจังหวัดนครราชสีมา

ทั้งนี้ การนำเทคโนโลยี AI FARM มาใช้ จะช่วยให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการฟาร์มได้อย่างแม่นยำ
ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และยกระดับคุณภาพเนื้อโคขุนสู่มาตรฐานพรีเมียม

นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาเกษตรกรรมไทย
ที่ผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่น
เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

หางดงบูรณาการกำลัง 101 นาย ควบคุมไฟป่าพื้นที่บ้านปงได้สำเร็จ

วันที่ 7 เมษายน 2569 ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ รายงานผลการปฏิบัติงานประจำวัน ภายใต้การอำนวยการของ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการฯ จังหวัดเชียงใหม่

โดยนายจักรินทร์ สิรินทรภูมิ นายอำเภอหางดง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการฯ อำเภอหางดง เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 06.30 น. จากการบูรณาการตรวจสอบร่วมกันระหว่างสถานีควบคุมไฟป่าภูพิงค์ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย และฝ่ายปกครองตำบลบ้านปง พบจุดไฟป่าจำนวน 3 จุด ในพื้นที่หมู่ 7 บ้านปางยาง หมู่ 10 บ้านใหม่สันคะยอม และหมู่ 11 บ้านใหม่ห้วยลึก ซึ่งเป็นกลุ่มไฟเดียวกันที่ลุกลามลงมาจากหน้าผาในพื้นที่ภูเขาสูงชัน

ต่อมา ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดเชียงใหม่ ได้แจ้งข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 พบในพื้นที่อำเภอหางดงจำนวน 2 จุด โดยสามารถควบคุมได้แล้ว 1 จุด เหลือพื้นที่หมู่ 7 บ้านปางยาง และหมู่ 11 บ้านใหม่ห้วยลึก ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยง

นายอำเภอหางดงได้ลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ด้วยตนเอง พร้อมบูรณาการกำลังจากทุกภาคส่วน เข้าดำเนินการควบคุมเพลิง โดยใช้วิธีการทำแนวกันไฟล้อมพื้นที่ทั้งสองจุด จนสามารถควบคุมและดับไฟได้สำเร็จ เมื่อเวลา 17.00 น.

ภายหลังการควบคุมเพลิง ได้มอบหมายให้ชุดดับไฟหมู่บ้านเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการปะทุซ้ำจากเชื้อเพลิงที่ยังคงมีความร้อนสะสม

สำหรับการปฏิบัติการครั้งนี้ ใช้กำลังพลรวมทั้งสิ้น 101 นาย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย สถานีควบคุมไฟป่าภูพิงค์ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอหางดง ชุดปกครองสิงห์ไฟบ้านปง ชุดเสือไฟ กำลังทหารจากมณฑลทหารบกที่ 33 ทหารพราน และเจ้าหน้าที่ศูนย์บัญชาการควบคุมไฟป่า (ส่วนหน้า) กรมป่าไม้

ทั้งนี้ การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้พื้นที่จะเป็นภูเขาสูงชันและเข้าถึงยาก โดยเจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่าซ้ำและลดผลกระทบจากฝุ่นละออง PM2.5 ต่อสุขภาพของประชาชน

มอบโล่เกียรติคุณให้แก่ คณะ กต.ตร.จังหวัดสมุทรปราการ

วันนี้ (7 เม.ย.69) 🕙 เวลา 10.30 น. 👮🏻‍♀️ พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ
👨🏻‍⚖️นายพงษ์พันธ์ ยอดจันทร์
อัยการจังหวัดสมุทรปราการ
👮🏻‍♀️ พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล
ผบก.อก.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1
พร้อมด้วย รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ, ผู้แทน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11, รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ, ผอ.สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสมุทรปราการ, หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสมุทรปราการ, หัวหน้า ปภ. จังหวัดสมุทรปราการ, ผกก.สภ.ในสังกัด ภ.จว.สมุทรปราการ, ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรปราการ, ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรปราการ, ที่ปรึกษา กต.ตร.จังหวัดสมุทรปราการ และคณะ กต.ตร.จังหวัดสมุทรปราการ

ร่วมประชุม กต.ตร.จังหวัดสมุทรปราการ ครั้งที่ 2/2569 พร้อมมอบโล่เกียรติคุณให้แก่ คณะ กต.ตร.จังหวัดสมุทรปราการ ณ ห้องประชุมชูวงศ์ ชั้น 5 ภ.จว.สมุทรปราการ (แห่งเดิม)

“รองอธิบดีกรมการปกครอง” ลงพื้นที่พร้าว ติดตามสถานการณ์ไฟป่า

ภาคเหนือ – เชียงใหม่ “รองอธิบดีกรมการปกครอง” ลงพื้นที่พร้าว ติดตามสถานการณ์ไฟป่า ให้กำลังใจแนวหน้า

วันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 10.30 น. ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ รายงานว่า นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

โดยมี นางพัทธนันท์ พิทาคำ นายอำเภอพร้าว พร้อมด้วยปลัดอำเภอ และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอพร้าวที่ 12 ให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปสถานการณ์ไฟป่า ณ ห้องประชุมชั้น 2 ที่ว่าการอำเภอพร้าว

จากนั้น คณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจชุดอาสาดับไฟป่าในพื้นที่ตำบลป่าตุ้ม พร้อมมอบสิ่งของสนับสนุนการปฏิบัติงาน ณ จุดคัดกรองคนเข้า-ออกป่า บริเวณปากทางเข้าบ้านปางฟาน เพื่อเสริมขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครแนวหน้าที่ปฏิบัติภารกิจอย่างเข้มแข็ง

สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยทุกภาคส่วนยังคงบูรณาการกำลังในการป้องกันและควบคุมไฟป่าอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ ผลการปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ผู้สื่อข่าว : แทน ต่อมสังข์

T&B Media Global นำผลงาน เข้าร่วมงาน Hong Kong Film Mart 2026

T&B Media Global ร่วมงาน Hong Kong Film Mart 2026 เดินหน้าขยายความร่วมมือระดับสากล

บริษัท T&B Media Global (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมงาน Hong Kong International Film and

TV Market 2026 (FILMART) ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 30 โดยเป็นหนึ่งในคณะผู้ประกอบการไทยจำนวน 38 ราย ภายใต้การสนับสนุนของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ภายในงาน บริษัทได้นำเสนอผลงานภาพยนตร์และแอนิเมชัน ได้แก่ Out of the Nest, FriendZspace, สติมา เณรน้อยอัจฉริยะ, Shelldon และ Start It Up รวมถึงโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา เช่น Looking for Gods

นอกจากนี้ T&B Media Global ยังนำเสนอผลงานจากพันธมิตร ได้แก่ Achilles Curse and The Curse of Treasure จากบริษัท OKAYD, ภาพยนตร์เรื่อง มันแอบในจอ (Televil) และ Delivery Man จาก Night Edge Pictures รวมถึง Amulet Game ซึ่งบริษัททำหน้าที่เป็นตัวแทนจัดจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ

นายอัครวัฒน์ เรืองกิตต์อัคร Group Chief Investment Officer เปิดเผยว่า “บริษัทได้รับความสนใจจากพันธมิตรในหลายประเทศ อาทิ จีน ญี่ปุ่น รัสเซีย อุซเบกิสถาน มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไต้หวัน โดยอยู่ระหว่างการหารือเพื่อพัฒนาโอกาสทางธุรกิจในด้านการร่วมผลิต (co-production) การจัดจำหน่าย และการลงทุนในคอนเทนต์”

งาน FILMART ถือเป็นตลาดซื้อขายคอนเทนต์ระดับนานาชาติที่สำคัญ ครอบคลุมทั้งภาพยนตร์ โทรทัศน์ และคอนเทนต์รูปแบบใหม่ โดยประเทศไทยยังคงมีศักยภาพในฐานะฐานการผลิตที่ได้รับความสนใจจากต่างประเทศ จากความหลากหลายของสถานที่ถ่ายทำ บุคลากรมืออาชีพ และมาตรการส่งเสริมการลงทุน

การเข้าร่วมงานครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับโลก ผ่านกิจกรรมเจรจาธุรกิจ การจับคู่พันธมิตร และเวทีอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดสากลในระยะยาว

อส.ขอนแก่น ผนึกกำลังท้องถิ่น ลุยทำแนวกันไฟ

🔥 เร่งสกัดไฟ! อส.ขอนแก่น ผนึกกำลังท้องถิ่น ลุยทำแนวกันไฟบ้านห้วยละ 🔥

📍 วันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 13.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำลังกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดขอนแก่น ชุดที่ 1 และชุดที่ 2 ได้ลงพื้นที่ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน เร่งดำเนินการทำแนวกันไฟ ในพื้นที่บ้านห้วยละ อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน

🚒 การปฏิบัติงานครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมและป้องกันการลุกลามของไฟป่าในพื้นที่เสี่ยง โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังเร่งเปิดแนวกันไฟ เพื่อสกัดไม่ให้ไฟขยายวงกว้างเข้าสู่พื้นที่ชุมชน

💪 บรรยากาศการทำงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนและพื้นที่ลาดชัน แต่ทุกภาคส่วนยังคงร่วมแรงร่วมใจ ปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลัง เพื่อควบคุมสถานการณ์ไฟป่าให้ได้โดยเร็วที่สุด

🔥 แนวกันไฟยังเดินหน้า! ความหวังคือหยุดไฟก่อนถึงชุมชน

ลำพูน ระดม อส. 300 นาย ยกระดับมาตรการลดผลกระทบจากสถานการณ์ PM 2.5

“ลำพูนไม่รอแล้ว!” ระดม อส. 300 นาย เสริมแนวหน้า

ปลัด มท. สั่งการ”ด่วนที่สุด” ให้ผู้ว่าฯ 17 จังหวัดภาคเหนือ ดำเนิน 4 มาตรการ “ยกระดับมาตรการลดผลกระทบจากสถานการณ์ PM 2.5 อย่างจริงจังและต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ

สืบเนื่องด้วย วันที่ 31 มี.ค. 69 เวลา 00.05 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในภาพรวมของประเทศที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ กำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก นครสวรรค์ น่าน พะเยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน สุโขทัย อุตรดิตถ์ และจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งหลายจังหวัดมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานและอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน
.
“เพื่อให้การแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) จึงได้สั่งการให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด ยกระดับการดำเนินงานตามมาตรการเพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) รวม 4 แนวทาง อย่างจริงจังและต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ ได้แก่ 1. ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน แก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในทุกมิติ 2. หากพบจุดความร้อน (Hotspot) ที่เกิดจากการกระทำของบุคคล ให้บังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด 3. ระดมทรัพยากรบุคลากร และอุปกรณ์ทุกชนิดในการดับไฟป่า เพื่อบรรเทาความรุนแรง ทำให้เข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว และ 4. ประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยระดมสรรพกำลังในทุกด้าน และหากเกินกำลังของจังหวัดให้ขอรับการสนับสนุนการแก้ไขปัญหามายังกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติโดยเร็ว”

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด รายงานสถานการณ์และการดำเนินการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ให้กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติทราบผ่านกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (ปภ.) อย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นสถานการณ์ไฟป่า สามารถแจ้งสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งมีเจ้าหน้าที่สแตนด์บายเข้าดำเนินการระงับเหตุโดยทันที

วันนี้โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดลำพูน ยังมีจุด FM 2.5

ได้รับการประสานจาก บก.อส. ส่วนกลาง ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะได้ดำเนินการสั่งใช้กำลังสมาชิก อส. จากทั่วประเทศมาช่วยภารกิจแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดลำพูน จำนวน 300 นาย โดยได้นำเรียนหารือกับท่าน ผวจ.ลำพูน รองฯ ผวจ.ลำพูน ปจ.ลำพูน ปภ.จังหวัดลำพูน เบื้องต้นแล้ว ได้ข้อสรุปดังนี้
1.เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมในเมื่อวันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569 เวลา 14.00 น.ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม POC ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดลำพูน

มอบหมายให้นายอำเภอเมืองลำพูน ลี้ แม่ทา บ้านโฮ่ง กำหนดแผนและแถลงชี้แจงการมอบหมายภารกิจการใช้กำลัง อส. ในวันประชุม ให้ ปภ. ศึกษาระเบียบ ชี้แจงข้อสั่งการเกี่ยวกับการประกอบเลี้ยงอาหาร และจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงสนับสนุนกำลังพลสมาชิก อส. ในการปฏิบัติภารกิจ
กำหนดจัดกำลังสมาชิก อส. ลงพื้นที่จังหวัดลำพูน รวม 300 นาย ดังนี้
1.อำเภอลี้ 150 นาย
2.อำเภอเมืองลำพูน 50 นาย
3.อำเภอแม่ทา 50 นาย
4.อำเภอบ้านโฮ่ง 50 นาย

ล่าสุด วันที่ 6 เมษายน 2569 ตั้งแต่เวลา 13.30 น. โดยการอำนวยการของนายกองเอก นาย ปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดลำพูน (ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน) มอบหมายให้ นายกองเอก โยธิน ประสงค์ความดี รองผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดลำพูน ( รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน

พบปะ ให้โอวาทและแนวทางการดำเนินการเตรียมความพร้อมการปฏิบัติภารกิจแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่จังหวัดลำพูน เพื่อบูรณาการความพร้อมของทุกภาคส่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM 2.5 ให้กับสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดหนองบัวลำภู จำนวน 50 นาย

สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 50 นาย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดอุดรธานี จำนวน 50 นาย โดยมี นายกองเอก ปรีชา สมชัย หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดลำพูน นายกองโท ประเชิญ สมของดี ผบ.ร้อย.อส.อ.ลี้ที่ 5 นายอดิศักดิ์ หน่อแก้ว หน.อุทยานแห่งชาติแม่ปิง
นายธนัช มูลใจ นายกเทศบาลตำบลก้อ
ร้อยตำรวจโท สุชาติ วิศิษฏ์ชัยยศ รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.ก้อ

นาย พิเชษฐ์ ใจปวน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านก้อจัดสรร กำนันตำบลแม่ลาน กำนันตำบลก้อ และหน่วยที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ โรงเรียนบ้านก้อจัดสรร ต.ก้อ อ.ลี้ จ.ลำพูน

ผวาทั้งหอพัก! ตม.สมุทรสาคร รวบเมียนมาพกปืนโชว์กร่าง ข่มขู่แรงงานต่างด้าว

ผวาทั้งหอพัก! ตม.สมุทรสาคร รวบเมียนมาพกปืนโชว์กร่าง ข่มขู่แรงงานต่างด้าว

พล.ต.ท.ภานุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุเมธ เจนวงศ์พิทักษ์ ผกก.ตม.จว.สมุทรสาคร จับกุม เมียนมา ครอบครองอาวุธปืน ใช้อาวุธปืนข่มขู่ สร้างความหวาดกลัวในหอพักคนงานต่างด้าว

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.สมุทรสาคร ได้รับการร้องเรียนจากผู้ดูแลหอพักแรงงานต่างด้าว ว่ามีสองผัวเมียพม่าที่เช่าห้องอยู่ในหอพัก มีพฤติกรรมก้าวร้าวชอบนำอาวุธปืนมาข่มขู่ โชว์กร่างในหอพักเป็นประจำสร้างความหวาดกลัวให้กับพี่น้องประชาชนและแรงงานที่พักอาศัย

วันที่ 5 เม.ย.69 เวลา 20.00 น. เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังชุดสืบสวน เข้าตรวจค้นห้องพักดังกล่าวพบ สาว สัญชาติเมียนมา พร้อมด้วยของกลาง
1.ปืนพกสั้น ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก
2.แม็กกาซีน 2 อัน
3.เครื่องกระสุนปืน ขนาด .380
4.ชุดทำความสะอาดปืน จำนวน 1 ชุด
จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนใว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย“ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. มีนโยบายป้องกันและปราบปรามคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองและกระทำผิดกฎหมาย โดยให้ สตม. วางมาตรการเชิงรุก สกัดกั้น ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับคนต่างด้าว รวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของประเทศ และความปลอดภัยของประชาชนและชาวต่างชาติในประเทศไทย