Blog

สงกรานต์บ้านกลาง จัดใหญ่รดน้ำดำหัว-เปิดแลนด์มาร์คใหม่ “คลองคอยรัก” รับปี๋ใหม่เมือง

สงกรานต์บ้านกลางคึกคัก! จัดใหญ่รดน้ำดำหัว-เปิดแลนด์มาร์คใหม่ “คลองคอยรัก” รับปี๋ใหม่เมือง

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 เวลา 13.30 น. ณ ศูนย์กีฬาและนันทนาการจามเทวี เทศบาลตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน จัดงานสืบสานประเพณีสงกรานต์และรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีงาม และยกย่องผู้สูงอายุซึ่งเป็นบุคคลสำคัญของชุมชน

โดยมี นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางณัษฐพร ชูวงศ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน นายรุ่งโรจน์ สุนทร ท้องถิ่นจังหวัดลำพูน นายดลภาค เนตรใส นายอำเภอเมืองลำพูน ว่าที่ร้อยตรี วัชระ กันแจ่ม นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

ภายในงานจัดให้มีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ พิธีสามีจิกรรมพระสงฆ์ กิจกรรมมอบเกียรติบัตรผู้สูงอายุ การรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุจากทั้ง 12 หมู่บ้าน รวม 120 คน รวมถึงกิจกรรมสร้างความสามัคคีในชุมชน เช่น การแข่งขันส้มตำลีลา รำวงย้อนยุค ทอดแหบก ปีนเสาน้ำมัน และชกมวยทะเล โดยมีประชาชนและกลุ่มพลังมวลชนเข้าร่วมกว่า 400 คน

นอกจากนี้ ยังมีพิธีรดน้ำดำหัวผู้บริหารเทศบาล สมาชิกสภา และข้าราชการอาวุโส เพื่อแสดงความเคารพและขอพรเนื่องในวันปี๋ใหม่เมือง ซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรมความกตัญญูและความผูกพันในสังคมไทย

ว่าที่ร้อยตรี วัชระ กันแจ่ม นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง กล่าวว่า โอกาสเดียวกันนี้ เทศบาลตำบลบ้านกลางได้เปิด “คลองคอยรัก” (LOVE) แลนด์มาร์คแห่งใหม่สำหรับเล่นน้ำสงกรานต์ รองรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนและคลายร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมถึงแรงงานในนิคมอุตสาหกรรมลำพูนที่ไม่ได้เดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาล

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสืบสานประเพณีอันดีงาม เสริมสร้างความสามัคคีในชุมชน และสร้างพื้นที่แห่งความสุขให้กับประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ถือเป็นรากฐานสำคัญของสังคม

แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งมอบความสุข และความห่วงใย แจกจ่าย “ชุดของขวัญคลายร้อน”

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งมอบความสุข และความห่วงใย แจกจ่าย “ชุดของขวัญคลายร้อน” พร้อมรณรงค์และให้ความรู้ด้านการช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ประชาชนที่เดินทาง-ท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวมทั้งลงพื้นที่ให้กำลังใจ และมอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นแก่ผู้สูงวัยในสถานสงเคราะห์ เนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปี 2569
.
ระหว่างวันที่ 9-11 เมษายน พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งความสุข ห่วงใยประชาชนที่สัญจร เดินทางกลับภูมิลำเนา-ท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นการเดินทางในช่วงสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อน – ร้อนมาก รวมถึง ใส่ใจผู้สูงวัยในสถานสงเคราะห์ ฯลฯ จึงมอบหมายให้คณะกรรมการ นำโดย นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก พร้อมด้วย นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่ นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล รักษาการผู้จัดการฝ่ายสาธารณภัย นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย รักษาการผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์และหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนางสุทิศา ยกสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายบุคคลและฝึกอบรม จัดโครงการ “ป่อเต็กตึ๊ง คลายร้อน” ครั้งที่ 4 นำทีมลงพื้นที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) และ สถานีรถไฟนครปฐม มอบพัดลมมือถือ และยาดม รวม 2,800 ชุด ให้แก่ประชาชนที่สัญจรกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางไปยังต่างจังหวัด โดยที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับมูลนิธิเมาไม่ขับ รณรงค์สงกรานต์ปลอดภัย ร่วมใจลดอุบัติเหตุทางถนน จัดบูธกิจกรรมให้ความรู้ในการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) โดยทีมบรรเทาสาธารณภัย อาสาสมัคร และทีมฝึกอบรม และแจกจ่ายชุดเครื่องเขียนให้กับเด็กและเยาวชน โดยทีมหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นายยุทธนา ทาโคตร์ รักษาการหัวหน้าแผนกบรรเทาสาธารณภัย นายสุชีพ บุญเส็ง หัวหน้าแผนกอาสาสมัคร นำทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ และอาสาสมัครศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายกวินรัฏฐ์ ยศอมรสุนทร (หยวน-กวินรัฏฐ์) นางสาวอธิชา เทศขำ (เมย์-อธิชา) นางสาวพัชรมัย บุญเลิศกุล (แพรว พัชรมัย) นางสาวพรชดา วราพชระ (มะเหมี่ยว-พรชดา) ฯลฯ กระจายกำลังสร้างความสุขให้กับประชาชนทั้ง 2 แห่ง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น
.
พร้อมกันนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดโครงการ “ป่อเต็กตึ๊ง สร้างสุข ใส่ใจ ผู้สูงวัย” ลงพื้นที่มอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น อาทิ ผ้าอ้อมสำเร็จรูป น้ำยาฆ่าเชื้อโรค แผ่นรองซับ ผงซักฟอก ทิชชูเปียก ปิโตรเลียมเจลลี่ (สำหรับผู้ป่วยติดเตียง) ให้แก่ผู้สูงวัย ณ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุปทุมธานี สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งชายธัญบุรี และสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี จ.ปทุมธานี สถานสงเคราะห์หญิงชราไร้ที่พึ่ง บ้านสุทธาวาส เฉลิมพระเกียรติฯ จ.นครนายก ศูนย์สงเคราะห์ผู้สูงอายุ คามิลเลียน จ.ปราจีนบุรี สถานสงเคราะห์คนชราเฉลิมราชกุมารี (หลวงพ่อลำใยอุปถัมภ์) จ.กาญจนบุรี สถานสงเคราะห์คนชรานครปฐม และสถานสงเคราะห์คนชราเฉลิมราชกุมารี (หลวงพ่อเปิ่นอุปถัมภ์) จ.นครปฐม สถานสงเคราะห์คนชราบ้านเขาบ่อแก้ว จ.นครสวรรค์ และ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุวาสนะเวศม์ จ.พระนครศรีอยุธยา รวม 10 แห่ง คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 634,580 บาท (หกแสนสามหมื่นสี่พันห้าร้อยแปดสิบบาทถ้วน) เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้สูงวัย เนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปี 2569
.
เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอให้ทุกท่านเดินทางขับขี่ปลอดภัย ท่องเที่ยวโดยสวัสดิภาพตลอดช่วงเทศกาล ทั้งนี้ หากท่านพบ ประสบเหตุฉุกเฉิน ต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเหตุผ่านสายด่วนและแอปพลิเคชัน ป่อเต็กตึ๊ง 1418 ทุกที่ ทั่วประเทศ ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ววันนี้ ทั้งในระบบ Play Store และ App Store
.
ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung
.
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน #แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

เกษตรกรพบผู้ซื้อ ยกระดับการเลี้ยงโคต้นน้ำ สู่คุณภาพรายได้ที่ยั่งยืน

“ศ.สามารถ จับโจร นำเกษตรกรพบผู้ซื้อ แลกเปลี่ยนเรียนรู้จริง ยกระดับการเลี้ยงโคต้นน้ำ สู่คุณภาพรายได้ที่ยั่งยืน”

ผู้สื่อข่าวรายงานวันที่ 10 เมษายน 2569 ว่า ที่ฟาร์มอุดรวากิว ต.เวียงคำ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ศาสตราจารย์ ดร.สามารถ จับโจร ผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พร้อมด้วย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สายสุนีย์ จับโจร ผู้อำนวยการสำนักคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา นำเกษตรกรในโครงการกลุ่มเลี้ยงโคขุนต้นน้ำ เข้าร่วมศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงโคขุนต้นน้ำอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การวางแผนการผสมพันธุ์ การให้อาหารในแต่ละช่วงวัย การดูแลสุขภาพโค รวมถึงแนวทางการลดต้นทุนการเลี้ยง

โดยมุ่งเน้นให้เกษตรกรสามารถยกระดับการเลี้ยงเพื่อให้ได้เนื้อโคขุน ลูกโคขุนที่มีคุณภาพสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าและราคาจำหน่ายให้กับเกษตรกร

บริษัทอุดรวากิว และนายอนุชิต เครือเนตร ผู้จัดการฟาร์มได้ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับราคาตลาดรับซื้อโคตัวเป็นฯในราคาสูงถึง 120–130 บาท/กิโลกรัม

โดยกระบวนการเลี้ยงโคขุน เริ่มตั้งแต่การผสมพันธุ์ที่ต้องใช้น้ำเชื้อ “ซามูไร” และการเลี้ยงโคขุน จนกระทั่งมีอายุ 10–12 เดือน
หากได้ลูกโคขุนน้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม จะสามารถจำหน่ายได้ในราคาประมาณตัวละ 30,000 บาท ซึ่งถือเป็นการยกระดับการเลี้ยงโคขุนให้มีราคาสูงขึ้น โดยใช้เวลาไม่เกิน 2 ปี โดยเริ่มตั้งแต่การผสมพันธุ์จนถึงอายุโคขุน10–12 เดือน ส่งผลให้เกษตรกรสามารถมีรายได้เพิ่มขึ้น เฉลี่ยประมาณ 5,000 บาท ต่อเดือน

นอกจากนี้ เกษตรกรยังสามารถลดต้นทุนด้านอาหารสัตว์ และสามารถสร้างรายได้เสริมจากการแปรรูปมูลโค”อัดเม็ด “เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับสวนผัก เช่น สวนมะเขือเทศ และพืชผักสวนครัวอื่นฯซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ในแต่ละเดือน ให้กับกลุ่มเกษตรกร อีกทั้งยังมีการ พบปะกับผู้รับซื้อโดยตรง เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการตลาดและการกำหนดราคาเพื่อช่วยสร้างโอกาสในการทำ สัญญาซื้อขายโคกับบริษัทอุดรวากิว อันเป็นการยกระดับรายได้ของครัวเรือนเกษตรกรให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม

พร้อมทั้งมีการนำ ระบบบริหารจัดการฟาร์มอัจฉริยะ (AI FARM) มาใช้ในการบันทึกและติดตามข้อมูลสำคัญ เช่น
การถ่ายพยาธิ การให้อาหาร การติดตามกระบวนการเลี้ยง
เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนและติดตามการเลี้ยงได้อย่างแม่นยำ ภายใต้โครงการ
“การถ่ายทอดนวัตกรรมระบบบริหารจัดการฟาร์มอัจฉริยะ (AI FARM)”
เพื่อยกระดับรายได้ครัวเรือนของกลุ่มผู้เลี้ยงโคขุน ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งใด้รับการสนับสนุนจาก บพท.

กิจกรรมในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญ ในการพัฒนาเกษตรกรให้มีรายได้มั่นคงพร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ในระยะยาวต่อไป

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ประธานพิธีสรงน้ำพระ และรดน้ำขอพรผู้บังคับบัญชา

ตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1/โฆษก ตร.ภ.1 พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 พล.ต.ต.ฤทธินันท์ ปุ๋ยพันธวงศ์ ผบก.กค.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 vเปิดเผยว่าทาง พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ได้มีการ ต้องการให้ช่วยประชาสัมพันธ์ นโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดังนี้

🗓️ วันที่ 9 เม.ย. 69 เวลา 10.30 น. 👮‍♂️ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ประธานพิธีฯพล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.1พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา รอง ผบช.ภ.1พล.ต.ต.ภัทรภวัต สุขแสง รอง ผบช.ภ.1พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ รอง จตร. ช่วยราชการ ภ.1พล.ต.ต.สุวรรณ์ เชี่ยวนาวินธวัช รอง จตร. ช่วยราชการ ภ.1 ▶️

ร่วมกิจกรรมพิธีสรงน้ำพระ และรดน้ำขอพรผู้บังคับบัญชา ภ.1 เนื่องในประเพณีวันสงกรานต์ ประจำปี 2569

โดยมี ผบก.ในสังกัด และข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.1 ร่วมพิธีฯ ณ ลานตำรวจกล้า ภ.1

ตำรวจ สมุทรปราการ เปิดโครงการฝึกอบรมสัญญาณขอความช่วยเหลือแบบสากล การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

วันนี้ (9 เม.ย.69) 🕙 เวลา 09.00 น. 👮🏻‍♀️ พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุตผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ▶️ เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมสัญญาณขอความช่วยเหลือแบบสากล SOS, การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) ของตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ✨

โดยมี คุณวรรณวิภา สิงหสุต ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ, พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ, ผกก.สภ.ในสังกัด ภ.จว.สมุทรปราการ, คณะวิทยากร, เจ้าหน้าที่ตำรวจสายงานจราจร ผู้เข้ารับการฝึกอบรม (รุ่นที่ 1 จำนวน 152 นาย), คณะแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ 📍ณ มูลนิธิร่วมกตัญญู สำนักงานบางพลี จว.สมุทรปราการ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งให้การต้อนรับ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งให้การต้อนรับ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ
.
วานนี้ (วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก พร้อมด้วย คณะกรรมการมูลนิธิฯ ให้การต้อนรับ นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และคณะ เข้าพบคณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สักการะหลวงปู่ไต้ฮง ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย พร้อมเยี่ยมชมภารกิจมูลนิธิฯ หอประวัติมูลนิธิฯ และภารกิจด้านบรรเทาสาธารณภัย และอุปกรณ์ด้านกู้ชีพ กู้ภัย ฯลฯ โดยมี คณะผู้บริหาร และพนักงานมูลนิธิฯ ร่วมให้การต้อนรับ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ
.
ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ http://www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ http://www.facebook.com/atpohtecktung
.
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

แอปพลิเคชันและสายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

ตำรวจ ขวัญใจแม่ค้า แม่ขาย

ย้อนกลับไป เมื่อปี พ.ศ. 2555 แม่ค้า แม่ขายในกรุงเทพ ต่อให้ไม่ได้ทำความผิดแล้วโดนจับ หรือไม่มีธุระอะไร ก็พยามหาเรื่องไป กก.3 บก.ปอศ. (รับผิดชอบความผิดเกี่ยวกับลิขสิทธิ์พื้นที่กรุงเทพฯ) กันน่าดู เพราะยุคนั้น มี ผกก.หนุ่มหล่อ มาดเนี้ยบ งานเยี่ยม ใจดี ชื่อ “พ.ต.อ.กฤษฏา กาญจนอลงกรณ์” แถมยังมี รอง ผกก.ชื่อ “พ.ต.ท.ทรงโปรด สิริสุขะ” ก็ไม่แปลกที่จะเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาแม่ค้าทั้งหลายกันครับ

การปฏิบัติหน้าที่ ของข้าราชการตำรวจในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ในภาวะการถูกจับจ้องของสื่อโซเชียลในยุคปัจจุบัน

วันที่ 8 เม.ย.69 เวลา 08.30 น.
พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1
ได้รับการเรียนเชิญ จาก พล.ต.ต.กิตติ สกุณี ผบก.ภ.จว.อ่างทอง
ให้เป็นวิทยากรบรรยายในพิธีประดับยศของข้าราชการตำรวจผู้สำเร็จการฝึกอบรม ข้าราชการตำรวจ ชั้นประทวน ยศ ด.ต. อายุ ๕๓ ปี เพื่อเลื่อนตำแหน่งสัญญาบัตร
ในหัวข้อ “การปฏิบัติหน้าที่ ของข้าราชการตำรวจในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ในภาวะการถูกจับจ้องของสื่อโซเชียลในยุคปัจจุบัน”
ณ ห้องประชุม ศปก.ภ.จว.อ่างทอง
ผลการดำเนินการเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ข้าราชการตำรวจที่เข้ารับการอบรมได้รับความรู้ความเข้าใจในการบรรยายดังกล่าว และจะนำความรู้ที่ได้จากการบรรยายไปปรับใช้กับการทำงานในหน้าที่ของตนเองต่อไป

“เมาไม่ขับ” ปีใหม่ไทย = สงกรานต์ 2569

ตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1/โฆษก ตร.ภ.1 พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 พล.ต.ต.ฤทธินันท์ ปุ๋ยพันธวงศ์ ผบก.กค.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 vเปิดเผยว่าทาง พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ได้มีการ ต้องการให้ช่วยประชาสัมพันธ์ นโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดังนี้

ด้วยกองสารนิเทศ (สท.) ได้จัดทำสปอร์ตประชาสัมพันธ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้แนวคิดสื่อ ✅✨ รณรงค์ “เมาไม่ขับ” ปีใหม่ไทย = สงกรานต์ 2569 ก้าวสู่ปีใหม่ไทย 2569 ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงดลบันดาลให้ทุกท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญรุ่งเรือง สุขภาพแข็งแรง และสัมฤทธิ์ผลในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการ ด้วยความปรารถนาดีจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติในการนี้ สท. ขอความร่วมมือจากหน่วยของท่าน โปรดพิจารณาเผยแพร่สปอร์ตดังกล่าวไปยังข้าราชการตำรวจในสังกัดทุกระดับ จนถึงระดับสถานีตำรวจ/กองกำกับการ รวมทั้งเผยแพร่สู่ประชาชนผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของหน่วยงาน อาทิ Facebook, TikTok หรือสื่อออนไลน์อื่นของหน่วยงานทั้งนี้ ขอความกรุณารายงานผลการดำเนินการให้ สท. ทราบ เพื่อจักได้นำเรียนผู้บังคับบัญชาต่อไปจึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา และขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

📍ขออนุญาตแนบลิงก์สำหรับเผยแพร่ ดังนี้ 👇https://www.facebook.com/share/v/1DMgohTfzU/?mibextid=wwXIfrhttps://vt.tiktok.com/ZSHm2DwVd/

แฉขบวนการแอบอ้างลิขสิทธิ์เพลง รีดเงินเหยื่อทั่วประเทศ พุ่งเกือบ 600 คดี เตรียมร้องตำรวจภาค 5 เอาผิดทั้งเครือข่าย

ช็อกวงการลูกทุ่ง “ธงชัย สว่างวงศ์” เปิดใจทั้งน้ำตา แฉขบวนการแอบอ้างลิขสิทธิ์เพลง “รักสาวลูกสอง” รีดเงินเหยื่อทั่วประเทศ พุ่งเกือบ 600 คดี เตรียมร้องตำรวจภาค 5 เอาผิดทั้งเครือข่าย

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 8 เมษายน 2569 ที่ เดอะการ์เด้น จังหวัดเชียงใหม่ ธงชัย สว่างวงศ์ ศิลปินนักร้องชื่อดัง เจ้าของบทเพลง “รักสาวลูกสอง” ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเปิดเผยข้อเท็จจริง กรณีเกิดกระแสดราม่าลิขสิทธิ์เพลงที่ลุกลามไปทั่วประเทศ จนมีผู้เสียหายจำนวนมาก

บรรยากาศภายในห้องประชุมเป็นไปอย่างตึงเครียด โดยมีทั้งนักร้อง ผู้ประกอบการ และผู้เสียหายเข้าร่วมรับฟังข้อมูล พร้อมเปิดเผยตัวเลขที่สร้างความตกใจให้กับวงการ เมื่อพบว่ามีผู้ถูกดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับเพลงดังกล่าวกระจายอยู่ทั่วประเทศมากถึงเกือบ 600 คดี และหลายรายต้องเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาที่จังหวัดน่านกับพนักงานสอบสวนรายเดียวกัน

ธงชัย สว่างวงศ์ เปิดใจทั้งน้ำตา ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าตนคือเจ้าของลิขสิทธิ์เพลง “รักสาวลูกสอง” โดยชอบธรรม พร้อมเล่าย้อนถึงที่มาของบทเพลงว่า แต่งขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2543 ขณะทำงานอยู่ที่สถานีวิทยุกองทัพภาคที่ 3 ภายใต้ชื่อเดิม “หัวใจถลำรัก” ก่อนจะนำไปบันทึกเสียง และเปลี่ยนชื่อเป็น “รักสาวลูกสอง” ในวันที่ 8 มกราคม 2544 ซึ่งตรงกับวันเกิดของบุตรสาว โดยตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานจากความรักและมอบให้ครอบครัว

เจ้าตัวยืนยันว่า ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการไล่จับลิขสิทธิ์หรือการเรียกรับเงินจากผู้ใดตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมระบุว่า ความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นทำให้ตนได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ทั้งถูกสังคมโจมตี ถูกยกเลิกงานแสดงในช่วงเทศกาลสงกรานต์เกือบ 20 งาน และสูญเสียรายได้จำนวนมาก

“ผมแต่งเพลงเพื่อให้คนฟังมีความสุข ไม่ใช่ให้ใครนำไปใช้เป็นเครื่องมือเรียกรับเงิน” ธงชัยกล่าว พร้อมแสดงความเสียใจต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้

จากการเปิดเผยข้อมูล พบว่ามีผู้เสียหายจำนวนมาก ทั้งนักร้อง ผู้ประกอบการ รวมถึงประชาชนทั่วไป ถูกดำเนินคดีจากการนำเพลงไปคัฟเวอร์ ร้องสด หรือเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ โดยบางรายถูกกดดันให้จ่ายเงินหลักหมื่นถึงหลักแสนบาทเพื่อยุติคดี

นอกจากระดับผู้บริหารค่ายเพลงแล้ว ยังมีกลุ่มนักร้องและข้าราชการที่ตกเป็นเหยื่ออย่างไม่เป็นธรรม เช่น “ครูเก่ง” (สงวนชื่อจริง) ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับกุมตัวถึงบ้านพักใน จ.กำแพงเพชร เมื่อวันที่ 25 มี.ค 69 ตามหมายจับศาลจังหวัดน่าน (สาขาปัว) โดยครูเก่งระบุว่า ก่อนนั้นตนได้นำเพลงรักสาวลูกสอนคอบเวอร์ใหม่ทำเป็นสื่อการสอนดนตรีให้ลูกศิษย์ในโรงเรียนและเผยแพร่ผ่านช่องทางยูทูปเมื่อนานมาแล้ว สมัยนั้นยังไม่ได้รับความนิยม ก็ถูกดำเนินคดี แล้วมีผู้มาเจรจาไกล่เกลี่ยกดดันให้จ่ายเงินหลักแสนเพื่อจบเรื่อง แต่เมื่อไม่มีจ่ายกลับถูกคุมขังและถูกจำกัดการติดต่อกับครอบครัว จนต้องใช้เงินสด 20,000 บาท ประกันตัวออกมาสู้คดี ซึ่งครูเก่งเป็นเพียงหนึ่งในเหยื่อจำนวนมหาศาลที่ถูกขบวนการนี้ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเข้าคุกคาม และในวันที่ 14 พ.ค.69 จะต้องลาราชการเดินทางไปขึ้นศาลที่ อ.บัว จ.น่าน ข้าราชการครูคนหนึ่งใน จ.กำแพงเพชร

นอกจากนี้ ยังมีกรณีของผู้พิการทางสายตาที่นำเพลงไปร้องตามสถานที่สาธารณะ เช่น ถนนคนเดิน หรือลานแสดงต่าง ๆ ก็ถูกดำเนินคดีในลักษณะเดียวกัน และบางรายยอมจ่ายเงินเพื่อยุติปัญหา

ขณะเดียวกัน นายห้าง สุพจน์ ขันติยศ ประธานบริษัทคนเมืองเรคคอร์ด เปิดเผยว่า บริษัทของตนได้รับอนุญาตจากธงชัยอย่างถูกต้องในการนำเพลงไปผลิตเป็นมิวสิควิดีโอและเผยแพร่ผ่านช่องยูทูบของบริษัท แต่กลับถูกอีกบริษัทหนึ่งเรียกร้องค่าเสียหายสูงถึง 1 ล้านบาท โดยอ้างว่าละเมิดลิขสิทธิ์

นายห้างสุพจน์ระบุว่า บริษัทได้ดำเนินการอย่างถูกต้องทุกขั้นตอน มีเอกสารอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของเพลง และยืนยันว่านี่เป็นคดีแรกในรอบเกือบ 30 ปี ที่บริษัทถูกกล่าวหาละเมิดลิขสิทธิ์

ในขณะที่แถลงข่าวอยู่นั้น นายบัญชา ชุ่มศรี หรือ “ไวท์” นักร้องนำวง SL Music (เอสแอลมิวสิค) พร้อมสมาชิกในวง ได้เดินทางมาร่วมให้ข้อมูลและแสดงตัวเป็นหนึ่งในผู้เสียหายที่ถูกขบวนการนี้คุกคามเช่นกัน โดยตนเองได้นำเพลงของ อ.ธงชัยมาร้อง เพราะผมเองสนิทกับ อ.ธงชัย ซึ่งได้รับความยินยอมโดยวาจาให้สามารถนำเพลงนี้ไปร้องเพื่อแสดงและนำเสนอความบันเทิงต่อไปได้

ด้านธงชัยยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาตนเคยอนุญาตให้มีการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เฉพาะในส่วนของต้นฉบับวัสดุ เช่น แผ่นบันทึกเสียง (CD) แต่ไม่ได้หมายความว่าการนำเพลงไปคัฟเวอร์ ร้องสด หรือแสดงบนเวทีจะเป็นความผิดแต่อย่างใด

ขณะนี้ นายธงชัยและทีมกฎหมายกำลังรวบรวมข้อมูลจากผู้เสียหายทั่วประเทศ เพื่อเตรียมดำเนินคดีกลับกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างสิทธิ์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับผู้บริสุทธิ์ และยุติขบวนการที่ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายในการเรียกรับผลประโยชน์

ทั้งนี้ มีรายงานว่า กลุ่มศิลปินและผู้เสียหายเตรียมเข้ายื่นเรื่องต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 5 เพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับขบวนการดังกล่าวอย่างถึงที่สุด

กรณีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนที่สะท้อนปัญหาการบังคับใช้กฎหมายลิขสิทธิ์ในประเทศไทย และกำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากทั้งวงการบันเทิงและสังคมโดยรวม

ผู้สื่อข่าว แทน ต่อมสังข์