Blog

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ระดับชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก สายสะพายสาย 2 (สีเเดง)

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ตำแหน่งผู้บังคับการ สังกัดตำรวจภูธรภาค 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ระดับชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก สายสะพายสาย 2 (สีเเดง) โดยมีพลตำรวจโทวัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เป็นประธานในพิธีและร่วมในพิธีเพื่อแสดงความยินดีและ แสดงความจงรักภักดี ต่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีดังกล่าว

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 แถลงจับยาเสพติดรายสำคัญ

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะรองโฆษก ตำรวจภูธรภาค 1 และ หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ควบคุมงานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค1 เปิดเผยว่า

วันที่ 27 พ.ค. 69 เวลา 15.00 น.
พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1
นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.1
พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1
พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา
นางสาวศศิรัศมิ์ นามวงษ์ ผอ.บก.ปปส.ภ.1
ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญเครือข่ายโกดังยาเสพติด “นักบิน ชนแดน”
จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ประมาณ 6,800,000 เม็ด, โทรศัพท์เคลื่อนที่ 6 เครื่อง, รถยนต์กระบะ 2 คัน, อาวุธปืนดัดแปลง(แบลงค์กัน) 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน ขนาด .380 จำนวน 51 นัด
โดยมี รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวฯ ณ ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา

ในการจับกุมในครั้งนี้ เป็นการยับยั้งการแพร่กระจายของยาเสพติดไปสู่ประชาชนได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งยาเสพติดของกลางหากถูกนำออกขายสู่ท้องตลาดจะมีมูลค่ากว่า 200 ล้านบาทเศษ ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะได้ขยายผลถึงกลุ่มลูกค้า ผู้สั่งการ และบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด รวมถึงทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด โดยจะนำมาตรการสมคบ สนับสนุนช่วยเหลือ ฟอกเงิน และยึดทรัพย์สิน มาใช้ดำเนินการกับบุคคลในเครือข่ายยาเสพติดต่อไป

คณะ กต.ตร.ปราจีนบุรี เชิญชมคอนเสิร์ตการกุศล

คณะ กต.ตร.ปราจีนบุรี เชิญชมคอนเสิร์ตการกุศล รวมใจเพื่อสังคม นำโดยวงคาราบาวและนักร้องศิลปินชื่อดังคับคั่ง 24 กรกฎาคม 2569 เปิดเวทีแห่งความสุข สร้างรอยยิ้ม สู้สังคม สนุก มันส์ ฮา เต็มอิ่มตลอดงาน สอบถามรายละเอียดที่ FB: เพจชมเจริญพาณิชย์

“ไอ้ปะ” ปะทะ “ไผ่เงิน”

“เล่น “คุณปะ” แล้วช้ำใจ”
ไผ่เงิน ส.สิงหราชนคร (แดง) เป็นดาวรุ่งฟอร์มสดขึ้นมาพิสูจน์หัวใจกับ “ไอ้ปะ” ธงเพชร ณ นนทชัย ไผ่เงินอาศัยรูปร่างสูงยาวกว่าเดินหน้าแล้วแทงเข่า ปล้ำตีเข่าธงเพชรทำแอ๊คท่า เหนือชั้น นานๆ จะฮึดสู้แทงเข่าจนพวกเล่นถือหางข้างธงเพชรปวดร้าวรานใจ แม้จะตะโกนให้ธงเพชรออกอาวุธบ้างแต่ธงเพชรเอาหูทวนลม ครบยกไผ่เงินชนะคะแนนไปอย่างขาดลอย ท่ามกลางความปวดร้าวใจของพวกเล่นไอ้ปะ…ที่ รดน. (19 ก.พ.33)

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวสงขลา

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวสงขลา ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ยากไร้ และนำหน่วยแพทย์ลงพื้นที่บริการประชาชนฟรี
.
วันนี้ (วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นายพิทักษ์พนธ์ ถูกจิตต์ รักษาการผู้ช่วยหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนางสุชาดา น้อยจีน รักษาการผู้ช่วยหัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ฐานะยากจน ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ รวมจำนวน 15 คน คิดเป็นมูลค่า 295,790 บาท (สองแสนเก้าหมื่นห้าพันเจ็ดร้อยเก้าสิบบาทถ้วน) นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมกู้ชีพ และอาสาสมัคร ออกหน่วยให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป แจกแว่นสายตา บริการตัดผมชาย-หญิง และกิจกรรมนันทนาการเด็ก แก่ประชาชนในพื้นที่ฟรี โดยมี นางพรนิภา มาสิลีรังสี รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นายอัฐชัย ดุลยพัชร์ ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรี และครอบครัวภาคใต้ จังหวัดสงขลา และนายไพโรจน์ ศรีละมุล นายอำเภอรัตภูมิ ร่วมในพิธี ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคใต้ จังหวัดสงขลา
.
นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ เปิดเผยว่า โครงการ ส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถแต่ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ โดยในปี พ.ศ. 2569 ได้รับความร่วมมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว และสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ รวม 12 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ชลบุรี นครราชสีมา สงขลา สุราษฎร์ธานี ศรีสะเกษ ขอนแก่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย และพิษณุโลก คัดกรองผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม เสริมทักษะอาชีพ ส่งมาให้มูลนิธิฯ พิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยมูลนิธิฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินการโครงการดังกล่าวนี้ จะมีส่วนสนับสนุน ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป
.
ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
.
ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung
.
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน #แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

จัดตั้ง ศูนย์การเรียนรู้ผลิตโคเนื้อคุณภาพครบวงจร

ศ.สามารถ จับโจร ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย ลงนาม MOU จัดตั้ง “ศูนย์การเรียนรู้ผลิตโคเนื้อคุณภาพครบวงจร ณ ลุงก้านฟาร์ม

วันที่27 พฤษภาคม 2569(
ณ ลุงก้านฟาร์ม ตำบลพันชนะ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา

ศาสตร์ตราจารย์ ดร.สามารถ จับโจร ผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สายสุนีย์ จับโจร ผู้อำนวยการสำนักคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา หัวหน้าโครงการวิจัย พร้อมด้
วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เบญจภัค จงหมื่นไวย์ รองผู้อำนวยการสำนักคอมพิวเตอร์ ผู้ร่วมวิจัย

ดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการวิจัย “การถ่ายทอดนวัตกรรมระบบบริหารจัดการฟาร์มอัจฉริยะ (AI FARM) เพื่อยกระดับรายได้ครัวเรือนของผู้เลี้ยงโคขุนตลอดห่วงโซ่อุปทาน” โดยจัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้และติดตามการใช้งานระบบบริหารจัดการฟาร์มอัจฉริยะแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

ภายในกิจกรรมได้รับความสนใจจากเกษตรกรและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ นำโดย นายกฤษฎา โพธิ์ภัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองขาม นายณัชทิวัตถ์ คอนงูเหลือม ปศุสัตว์อำเภอจักราช รวมถึงเกษตรกรตำบลหนองขาม อำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา เข้าร่วมกว่า 90 คน เพื่อเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้ระบบบริหารจัดการฟาร์มอัจฉริยะ (AI FARM) สำหรับการเลี้ยงโคขุนต้นน้ำ การจัดเก็บข้อมูลสายพันธุ์ การวางแผนการผลิต การจัดการอาหารสัตว์ การดูแลสุขภาพโค และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

ไฮไลต์สำคัญของงาน คือ พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) จัดตั้ง “ศูนย์การเรียนรู้การผลิตโคเนื้อคุณภาพครบวงจรสายพันธุ์แองกัส–วากิว อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา”

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาเรียนรู้ ถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการผลิตโคเนื้อคุณภาพครบวงจร รวมถึงเป็นสถานที่ฝึกอบรม ศึกษาดูงาน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้าน

การปรับปรุงพันธุ์โคเนื้อ
การจัดการฟาร์มและการวางแผนการผลิต
การจัดการอาหารสัตว์อย่างมีประสิทธิภาพ
การดูแลสุขภาพสัตว์และการป้องกันโรค
การใช้ระบบบริหารจัดการฟาร์มอัจฉริยะ (AI FARM)
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของเกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการเลี้ยงโคขุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชน อันนำไปสู่การเพิ่มรายได้ครัวเรือนของผู้เลี้ยงโคขุนอย่างยั่งยืน

ผู้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ประกอบด้วย

นายก้าน ชามขุนทด
เจ้าของศูนย์การเรียนรู้การผลิตโคเนื้อคุณภาพครบวงจรสายพันธุ์แองกัส–วากิว อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สายสุนีย์ จับโจร
ผู้อำนวยการสำนักคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

นายพศวีร์ สมใจ
ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา

นายสมิง สำราญพันธ์
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพันชนะ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้รับฟังการบรรยายพิเศษจาก นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้ถ่ายทอดแนวคิด ทิศทางการพัฒนาภาคการเกษตรไทย การยกระดับคุณภาพการผลิตโคเนื้อ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทยในอนาคต

การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเกษตรกร ในการร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโคเนื้อคุณภาพของจังหวัดนครราชสีมาให้เติบโตอย่างมั่นคง พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างอาชีพ และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

เข้าเฝ้ากราบสมเด็จพระสังฆราชฯ

๗เดือน๑๗วัน ๒๗พค.๖๑ เข้าเฝ้ากราบสมเด็จพระสังฆราชฯเพื่อสิริมงคลชีวิต ทรงประทานหนังสือพระประวัติ-พรหมน้ำพุทธมนต์ ได้ทูลถวายผ้าไตร-พระท่ากระดานของสมาคมชาวกาญจนบุรีและวัดท่ากระดาน-วารสารจดหมายเหตุสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติฯ นำบุญกุศลอนุโมทนามายังโยมๆทุกๆท่านเจริญพร

นายกสมาคมผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท มอบทุนการศึกษา

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569
นายสันติ ชูเชิด นายกสมาคมผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ผู้ตรวจการเลือกตั้งจังหวัดสุพรรณบุรี และผู้สื่อข่าวไทยรัฐกรุ๊ป จังหวัดสุพรรณบุรี ที่ปรึกษา เว็ปมหานครข่าว ภายใต้เจตนารมณ์ “ขอเป็นที่พึ่งของสังคม” ได้มอบทุนการศึกษา จำนวน 10 ทุน ให้แก่นักเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษา ที่มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ณ โรงเรียนบ้านหนองโพธิ์ ตำบลศรีสำราญ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

โดยมีนางโสภา วงษ์นาคเพ็ชร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองโพธิ์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 2 ให้การต้อนรับ

สำหรับคุณสันติ ชูเชิด เป็นศิษย์เก่า โรงเรียนบ้านหนองโพธิ์ ทางโรงเรียนบ้านหนองโพธิ์ขอขอบพระคุณและขออำนวยอวยพรให้ท่านได้มีสุขภาพที่แข็งแรง ร่ำรวย มีหน้าที่การงานที่สูงขึ้น

การมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ท่ามกลางสถานการณ์ค่าครองชีพและราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและสร้างกำลังใจให้แก่เด็กนักเรียนในการตั้งใจศึกษาเล่าเรียนต่อไปในอนาคต 🙏

เปิดตัว “Collectible Con” แพลตฟอร์มอีเวนต์สุดยิ่งใหญ่ยกระดับประสบการณ์การสะสมยุคใหม่ ผสานโลกดิจิทัล

ครั้งแรกในกรุงเทพฯ! เปิดตัว “Collectible Con” แพลตฟอร์มอีเวนต์สุดยิ่งใหญ่
ยกระดับประสบการณ์การสะสมยุคใหม่ ผสานโลกดิจิทัล
ณ True Digital Park 23-24 พ.ค. นี้

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – เตรียมพบกับปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของวงการของสะสม เมื่อ “Collectible Con” แพลตฟอร์มและอีเวนต์รูปแบบใหม่สำหรับการ์ดเกม (Trading Card Games: TCG) ของสะสม และประสบการณ์ดิจิทัล ประกาศจัดงานเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 23–24 พฤษภาคม 2569 ณ True Digital Park (West) ชั้น 3 มุ่งพลิกโฉมวงการด้วยการเปิดประสบการณ์การสะสมยุคใหม่ พร้อมเชื่อมโยงนักสะสม แบรนด์ครีเอเตอร์รุ่นใหม่ และผู้นำอุตสาหกรรมระดับโลกไว้ในที่เดียว

งาน Collectible Con ในครั้งนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ระบบนิเวศของโลกแห่งการสะสมอย่างครบวงจร โดยเป็นมากกว่าพื้นที่จัดงานทั่วไป แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้แบรนด์ทั้งในและต่างประเทศสามารถเชื่อมต่อกับคอมมูนิตี้ของผู้สนับสนุนได้โดยตรง ผ่านสินค้าหายาก ประสบการณ์แบบอินเตอร์แอคทีฟ (Interactive) และนวัตกรรมดิจิทัลที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนด้านความโปร่งใสและการเข้าถึงที่ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมของสะสมและ IP (Intellectual Property) ระดับโลกให้ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยมีไฮไลต์สำคัญในงานคือ Exclusive Exhibition สัมผัสการจัดแสดงสินค้า ของสะสมสุดพิเศษจากแบรนด์ชั้นนำและครีเอเตอร์ชื่อดังทั่วโลก / Interactive Zones ตื่นตาตื่นใจไปกับโซนกิจกรรมรูปแบบใหม่ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้มีส่วนร่วมและสัมผัสประสบการณ์แบบผสานโลกจริงและโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน /Insightful Panel Sessions ร่วมฟังวิสัยทัศน์เจาะลึกอนาคตและเทรนด์การสะสมจากผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าในอุตสาหกรรม บนเวทีเสวนาหัวข้อสำคัญ อาทิ การพัฒนา IP ในอุตสาหกรรมของสะสม, แนวทางการเริ่มต้นสะสมอย่างมีประสิทธิภาพ และการผสานรวมระหว่างของสะสมดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัล

พร้อมกระทบไหล่กูรูและผู้นำอุตสาหกรรมระดับโลก ร่วมรับฟังมุมมองและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากสปีกเกอร์ชั้นนำ นำโดย คุณกสิษฐ์ งามทวี (อ๋อง) CEO จาก SASOM (สะสม) แพลตฟอร์มซื้อขายของสะสมชั้นนำของประเทศไทย Mr. Simon Kim CEO & Managing Partner จาก Hashed กองทุนและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระดับโลก และตัวแทนจาก Southeast Asia Blockchain Week (SEABW) ที่จะมาแบ่งปันข้อมูลอินไซต์เกี่ยวกับระบบดิจิทัลที่จะเข้ามาสนับสนุนการเติบโตของคอมมูนิตี้นักสะสม

งาน Collectible Con ได้ผนึกกำลังพาร์ทเนอร์ชั้นนำ เพื่อร่วมขับเคลื่อน Ecosystem ให้แข็งแกร่ง ได้แก่ True Digital Park ศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในฐานะสถานที่จัดงานหลัก (Official Venue) ที่พร้อมรองรับผู้เข้าร่วมงานทั้งไทยและต่างประเทศ (truedigitalpark.com) / Southeast Asia Blockchain Week (SEABW) พันธมิตรผู้ช่วยเชื่อมโยงกลุ่มนักสะสมแบบดั้งเดิมเข้าสู่ระบบดิจิทัลรูปแบบใหม่ เน้นการใช้งานจริงที่เข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน (seablockchainweek.org) และ SASOM (สะสม) แพลตฟอร์มซื้อขายของสะสมชั้นนำของไทย มีความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบความแท้จริงและการรับรองสินค้า ตั้งแต่การ์ดสะสมไปจนถึงสินค้าแฟชั่นระดับพรีเมียม (sasom.co.th)

งานนี้ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักสะสมระดับมืออาชีพที่มองหาไอเทมหายาก หรือผู้เริ่มต้นที่ต้องการค้นหาแรงบันดาลใจและก้าวเข้าสู่วงการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้ การค้นพบ และการสร้างคอมมูนิตี้ที่ยั่งยืน

เกี่ยวกับ Collectible Con
Collectible Con เป็นแพลตฟอร์มอีเวนต์ระดับนวัตกรรมที่มุ่งเชื่อมโยงอุตสาหกรรมการ์ดเกมและของสะสมระดับโลก เข้ากับโอกาสใหม่ๆ ในการสร้างคอมมูนิตี้ การจัดจำหน่าย และการมีส่วนร่วม โดยมีเป้าหมายหลักในการสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมสร้างประสบการณ์เหนือระดับที่เชื่อมต่อระหว่างโลกทางกายภาพและโลกดิจิทัลเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

รองผู้ว่าฯ ลำพูน ลงพื้นที่อำเภอลี้ ส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น

🌻🍂รองผู้ว่าฯ ลำพูน นำคณะลงพื้นที่อำเภอลี้ ประเมินคัดเลือกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบ ส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น

ลำพูน – เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นำคณะกรรมการคัดเลือกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่นระดับจังหวัดลำพูน ลงพื้นที่เทศบาลตำบลก้อ และองค์การบริหารส่วนตำบลนาทราย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของชุมชนที่ผ่านการคัดเลือกเบื้องต้น

สำหรับการคัดเลือกครั้งนี้ มีชุมชนเข้าร่วมทั้งหมด 6 แห่ง โดยผ่านการคัดเลือกในรอบแรกจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ วัดบ้านเก่ากลางน้ำ อำเภอลี้ ชุมชนนาทราย อำเภอลี้ และชุมชน 3 ไต อำเภอบ้านธิ ซึ่งคณะกรรมการฯ มีกำหนดลงพื้นที่ประเมินเพิ่มเติมอีกครั้ง ในวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ณ ชุมชน 3 ไต อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์ท้องถิ่น สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน และอนุรักษ์วิถีวัฒนธรรมพื้นถิ่นให้คงอยู่สืบไป