Blog

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อัญเชิญขบวนเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จากหาดใหญ่

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีต้อนรับและอัญเชิญขบวนเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจากหาดใหญ่
ประดิษฐาน ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ
.
วานนี้ (วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ นายนิพนธ์ ลีละศิธร กรรมการ นายนิพนธ์ โชคภิรมย์วงศา กรรมการปฏิคม และนายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ พร้อมด้วย ผู้ช่วยกรรมการ และคณะผู้บริหาร จัดพิธีต้อนรับและอัญเชิญเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว องค์ฮกเต็กแป๊ะกง องค์นาจาไท้จื้อ (เทพโกมินทร์) และองค์หลวงปู่ไต้ฮง จาก มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ เข้าประดิษฐาน ณ บริเวณลานสำนักงานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ โดยมี นายอรุณชัย ศิริมหาชัย ประธานมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ พร้อมด้วย คณะกรรมการ เป็นผู้นำคณะและอัญเชิญมายังมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย พร้อมด้วยสาธุชนร่วมพิธีรับคณะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวกันอย่างเนืองแน่น
.
ทั้งนี้ ระหว่างวันนี้ – 3 มีนาคม 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ ขอเชิญศิษยานุศิษย์ และสาธุชนที่เลื่อมใส ร่วมสักการะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจากหาดใหญ่ องค์ฮกเต็กแป๊ะกง และองค์นาจาไท้จื้อ (เทพโกมินทร์) ณ บริเวณลานสำนักงาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ โดยในวันเสาร์ที่ 1 มีนาคม – วันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเปิดให้ผู้มีจิตศรัทธาเข้าสักการะตั้งแต่เวลา 06.00 – 21.00 น. สำหรับวันจันทร์ที่ 3 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 18.30 น. จะมีพิธีส่งเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวกลับหาดใหญ่
.
ติดต่อสอบถาม รวมถึงติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418, เว็บไซต์ http://www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ http://www.facebook.com/atpohtecktung
.

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

สายด่วนและแอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

ผู้ช่วย ผบ.ตร.(บร2)ประชุมคณะกรรมการการฌาปนกิจสงเคราะห์ ตร.

ตามคำสั่ง ตร. ที่ 578/2567 ลง 26 พ.ย.2567 และ คำสั่ง ตร. ที่ 609/2567 ลง 20 ธ.ค.2567 เรื่อง กำหนดลักษณะงานและการมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบให้ รอง ผบ.ตร. จตช. ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ รอง จตช. (เพิ่มเติม) ประกอบบันทึกสั่งการ ผบ.ตร. ลง 24 ธ.ค.2567 ท้ายหนังสือ สง.รอง ผบ.ตร.(บร) ที่ 0001(บร)/20 ลง 23 ธ.ค.2567 เรื่อง การมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบในงานบริหาร

วันนี้(วันศุกร์ที่ 28 ก.พ.68) เวลา 13.30 น.

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
ผบ.ตร.
พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง
รอง ผบ.ตร.(บร)

มองหมายให้
พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์
ผู้ช่วย ผบ.ตร.(บร2)

เป็นประธาน
“การประชุมคณะกรรมการการฌาปนกิจสงเคราะห์ ตร. ครั้งที่ 1/2568”

โดยมี
พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ
รอง ผบช.สกพ./กรรมการ
พล.ต.ต.(หญิง)ณัฏฐนันท์ อินทรัตน์ชัยกิจ
ผบก.กง./กรรมการ
พล.ต.ต.เศรษฐศักดิ์ ยิ้มเจริญ
ผบก.สก./กรรมการ
พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

โดยมีข้อสั่งการดังนี้

  1. ให้ฝ่ายเลขา ทำหนังสือแจ้งเวียนขอความร่วมมือให้หน่วยแจ้งสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ เปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ และที่อยู่ให้เป็นปัจจุบัน
  2. ให้ฝ่ายเลขา ดำเนินการแจ้งสมาชิก กรณีที่สมาชิกขาดส่งเงินสงเคราะห์ติดต่อกันเกินกว่า 120 วัน โดยให้ทำหนังสือแจ้งการพ้นสภาพการเป็นสมาชิก
  3. ให้ฝ่ายเลขา แจ้งหน่วยให้ตรวจสอบเอกสารการแจ้งการเสียชีวิตให้ครบถ้วน ถูกต้อง ก่อนที่จะนำส่งมายัง สก. เพื่อที่จะดำเนินการจ่ายเงินให้กับผู้มีสิทธิรับเงินได้เร็ว
  4. ให้ฝ่ายเลขา ทำหนังสือแจ้งหน่วยงานในสังกัด ตร. ที่มีสมาชิกฌาปนกิจ ตร.ที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และจะพ้นจากราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ.2568 เลือกวิธีการชำระเงินสงเคราะห์แบบหักจากบำนาญ และหักเงินจากบัญชีธนาคารกรุงไทย เพื่อจะได้หักเงินได้อย่างต่อเนื่องและไม่พ้นสิทธิ์การเป็นสมาชิกฯ

ณ ห้องประชุม ศทก. ชั้น 2 อาคาร 5 ตร. แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กทม.

ผู้ช่วย ผบ.ตร.(บร2)ประชุมคณะกรรมการโรงพิมพ์ตำรวจ

ตามคำสั่ง ตร. ที่ 578/2567 ลง 26 พ.ย.2567 และ คำสั่ง ตร. ที่ 609/2567 ลง 20 ธ.ค.2567 เรื่อง กำหนดลักษณะงานและการมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบให้ รอง ผบ.ตร. จตช. ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ รอง จตช. (เพิ่มเติม) ประกอบบันทึกสั่งการ ผบ.ตร. ลง 24 ธ.ค.2567 ท้ายหนังสือ สง.รอง ผบ.ตร.(บร) ที่ 0001(บร)/20 ลง 23 ธ.ค.2567 เรื่อง การมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบในงานบริหาร

วันนี้(วันศุกร์ที่ 28 ก.พ.68) เวลา 10.00 น.

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
ผบ.ตร.
พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง
รอง ผบ.ตร.(บร)

มอบหมายให้
พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์
ผู้ช่วย ผบ.ตร.(บร2)

เป็นประธาน
“การประชุมคณะกรรมการโรงพิมพ์ตำรวจ ครั้งที่ 2/2568”

โดยมี
ผศ.ดร.ทิพวรรณ ปินวนิชย์กุล
ผู้ทรงคุณวุฒิ/กรรมการ
ผศ.ดร.ธีรศานต์ สหัสสพาศน์
ผู้ทรงคุณวุฒิ/กรรมการ
รศ.ดร.อัศม์เดช วานิชชินชัย
ผู้ทรงคุณวุฒิ/กรรมการ
พล.ต.ต.(หญิง)ณัฏฐนันท์ อินทรัตน์ชัยกิจ
ผบก.กง./กรรมการ
พล.ต.ต.ภัทรภวัต สุขแสง
ผบก.คด./กรรมการ
พล.ต.ต.ปราโมทย์ สิมหลวง
ลก.ตร./กรรมการ
พล.ต.ต.ดนุ กล่ำสุ่ม
ผบก.กม./กรรมการ
พล.ต.ต.เชิดชัย โชติสุทธิ์
ผบก.พธ./กรรมการ
นายทวีศักดิ์ พันธุวัฒนา
ผู้อำนวยการโรงพิมพ์ตำรวจ
พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและผ่านทางระบบออนไลน์(Zoom)

โดยมีข้อสั่งการดังนี้
​1.ข้อสั่งการในคราวประชุม 2 ครั้งที่ผ่านมา และข้อสั่งการที่ได้ไปตรวจเยี่ยม ขอให้ทางโรงพิมพ์ สิ่งไหนยังมิได้เสนอขึ้นมา ฝากทาง ผอ. และผู้รับผิดชอบ เร่งรัด ดำเนินการเพื่อสั่งการต่อไปอย่าให้เกิดความล่าช้า
​2.กรณีตัวชี้วัด ITA(การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส่ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ) ของโรงพิมพ์ฯ เน้นย้ำทาง ผอ. และผู้รับผิดชอบ ให้ประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบของตัวชี้วัดโดยตรง เช่น หน่วยงานที่รับผิดชอบตัวชี้วัดของรัฐวิสาหกิจ หรือ สำนักงาน ป.ป.ช. หรือ สำนักงาน ป.ป.ท. มาให้ความรู้ เพื่อจักได้เข้าใจแนวทางในการประเมิน อันจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อลูกค้าต่อไป
​3.กรณีคณะอนุกรรมการฯ ที่ได้รับการแต่งตั้งไปแล้ว มีการประชุมไปแล้วทุกคณะ ขอขอบคุณ และฝากสานต่องานในความรับผิดชอบให้เร่งรัดดำเนินการขับเคลื่อนต่อไป
​4.หากทางคณะกรรมการฯ , ผอ.โรงพิมพ์ หรือเจ้าหน้าที่โรงพิมพ์ฯ ต้องการเสนอเรื่องอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารงานของโรงพิมพ์แล้วให้เสนอความเห็นเข้ามาได้ เพื่อจักได้ช่วยกันทำให้เป้าหมายที่วางไว้สำเร็จผลต่อไป
​5.ขอให้พนักงาน เจ้าหน้าที่โรงพิมพ์ตำรวจ และผู้เกี่ยวข้องทุกคน มีความตั้งใจ ตื่นตัว กระฉับกระเฉงในการทำงาน ให้มีการระดมข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นใหม่ ๆ ในการทำงาน เพื่อพัฒนาการทำงาน รองรับการทำงานที่ยากขึ้น เช่น การผลิตบัตรเลือกตั้ง ใบเสร็จทางด่วน ป้ายเสียภาษีรถประจำปี หรือสิ่งพิมพ์กันปลอมอื่น ๆ ในอนาคต ขอให้ทุกคนร่วมกันเสนอขึ้นมา
​6.ขอให้พนักงาน เจ้าหน้าที่โรงพิมพ์ตำรวจ และผู้เกี่ยวข้องทุกคน รักษาระเบียบวินัย โดยเฉพาะเวลาการทำงาน ความตรงต่อเวลา การขาด ลา มาสาย ให้มีเอาใจใส่งานในที่ได้รับมอบหมาย โดยให้ผู้บังคับบัญชาในแต่ละสายงานตามลำดับไปดูแลสอดส่งผู้ใต้บังคับบัญชาในเรื่องดังกล่าวอย่าให้เกิดความเสียหาย

ณ ห้องประชุม 2 อาคาร 1 ตร. แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กทม.

เร่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดเพื่อค่าไฟที่เป็นธรรมและทันท่วงที

RE100 ร่วมกับมูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน, กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน และบริษัท Terrapinn จำกัดจัดงานเสวนา หัวข้อ “เร่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดเพื่อค่าไฟที่เป็นธรรมและทันท่วงที”

วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 13.00 น. ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร EH 98 Theatre 4: Future Energy and Net Zero ภายใน HALL จัดงาน Solar and Storage Live 2025 โดยคุณวีระเดช เตชะไพบูลย์ นายกสมาคมพลังงานหมุนเวียนไทย(อาร์อี100) ได้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดงานเสวนาในครั้งนี้

ซึ่งรับเกียรติจาก ดร.สุวิทย์ ธรณินทร์พานิช ประธานกรรมการมูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน เป็นประธานกล่าวเปิดงานเสวนา ภายในงานได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการที่มีเป้าหมายสำคัญ ในนโยบายของบริษัท เพื่อมุ่งสู่การเป็น RE100 และCarbon Neutrality ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมฟังการบรรยายกว่า 100 คนสำหรับการเสวนา “เร่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดเพื่อค่าไฟที่เป็นธรรมและทันท่วงที” มีวิทยากรแม่เหล็กที่มากด้วยความสามารถและความเชี่ยวชาญด้านพลังงานถึง 10 ท่านที่มาแลกเปลี่ยนและมุมมองที่หลากหลาย ดังนี้

1. คุณกวิน ทังสุพานิช​ อดีตเลขาธิการ สนง.คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กิจการพลังงาน),

2. ผศ.ดร.ปิติ เอี่ยมจำรูญลาภ ผอ.หลักสูตรนิติศาสตร์มหาบัณฑิต (สาขากฎหมายธุรกิจ) หลักสูตรนานาชาติ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (กฎหมายกับพลัง(งาน)ในมือประชาชน),

3. ดร.อารีย์พร อัศวินพงศ์พันธ์​ นักวิจัยด้านนโยบายพลังงาน TDRI (โครงสร้างค่าไฟและเปิดเสรี RE),

4. คุณอาทิตย์ เวชกิจ​รองประธานมูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน, กรรมการสมาคมพลังงานหมุนเวียนไทย (อาร์อี 100) (Solar Power & Smart Energy),

5. คุณทวี จงควินิต รองประธาน-ด้านพลังงานขยะ กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน (Waste to Energy),

6. ดร.เสกสรรค์ พรหมนิช​ ประธานคณะทำงานพัฒนาอุตสาหกรรมเอทานอล (เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน SAF),

7. คุณพิชัย ถิ่นสันติสุข ​ที่ปรึกษาสมาคมการค้าพลังงานขยะ (ถ่านชีวภาพ Biochar),

8. คุณวัชรพงศ์ เข็มแก้ว​นายกสมาคมพลังงานลม (ประเทศไทย) (Wind Power),

9. คุณศุภฤกษ์ ยิ้มกอบกิจ​นายกสมาคมการค้าก๊าซชีวภาพไทย (Biogas & Biomethane) และดำเนินรายการ โดย​ คุณนที สิทธิประศาสน์​ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ส.อ.ท. (Biomass and Moderator)_______

#สมาคมพลังงานหมุนเวียนไทย#มูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน#กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

สืบสานวัฒนธรรมนำสู่ศตวรรษ ที่ 21

โรงเรียนจัตุรัสวิทยานุกูล จ.ชัยภูมิ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ศาสตราจารย์ ดร.สามารถ จับโจร ผู้ทรงคุณวุฒิสายทัศนศิลป์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏ นครราชสีมาไปเป็นประธานพิธีเปิดงาน “Chatturatwittayanukul open house 2025 สืบสานวัฒนธรรมนำสู่ศตวรรษ ที่ 21” ให้นายจิรายุส ทะนสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะผู้บริหารโรงเรียน มี ผศ.ทองไมย์ เทพราม สาขาทัศนศิลป์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา อ.ดร.กิติศักดิ์ จันทร์ขามป้อม ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนจัตุรัสวิทยานุกูล
สิบเอกสมเกียรติ บุญสูงเนิน รอง ผอ.สพป.ชัยภูมิเขต 3 และคณะผู้บริหารสถานศึกษา ครูและนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ร่วมกิจกรรม
ในการนี้มีหน่วยงานสถานศึกษาอาชีวะชั้นนำ ประกอบด้วย วิทยาลัยชัยภูมิบริหารธุรกิจ(C-Bac),วิทยาลัยอาชีวศึกษาเมืองชัยภูมิ ,วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชัยภูมิ ,วิทยาลัยการอาชีพบำเหน็จณรงค์ ,มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ,วิทยาลัยเทคนิคชัยภูมิ ร่วมจัดนิทรรศการแนะแนวการศึกษาต่อ หน่วยงานภายนอก ภาคเอกชน บริษัทน้ำดื่ม ABC จำกัด สนับสนุนน้ำดื่มจำนวน 4,800 ขวด เป็นภาคีเครือข่ายที่ยิ่งใหญ่และ การจัดกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยยิ่งใหญ่อลังการ สมกับเป็นโรงเรียนชั้นนำประจำอำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ

ยังไร้วี่แวว! เปิดภารกิจค้นหา “น้องแตงโม”

เชียงใหม่ – ภารกิจค้นหา “น้องแตงโม” เด็กออทิสติกวัย 19 ปี ที่หายตัวไปจากสวนลำไย หมู่บ้านแม่งูด ต.นาคอเรือ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2568 ยังคงเดินหน้าต่อ แม้จะล่วงเลยเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงไม่ยอมแพ้

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 68 ภายใต้คำสั่งของ พล.ต.ต. ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้มีการระดมกำลังค้นหาอีกครั้ง โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมปฏิบัติการ อาทิ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ, สภ.ฮอด, เจ้าหน้าที่กู้ภัย, ประดาน้ำภาค 5, หน่วยกู้ภัยตอบโต้ภัยพิบัติจอมทอง อบต.นาคอเรือ, มูลนิธิเพื่อสันติภาพ, สมาคมกู้ภัยรวมใจ จุดแม่แฝก, กองร้อย อส. อำเภอฮอด สืบตำรวจฮอด ชาวบ้านแม่งูด และทีมสุนัขดมกลิ่น ตชด.33 เชียงใหม่ ร่วมกันปูพรมค้นหาในพื้นที่ต้องสงสัย

📌เจ้าหน้าที่ได้กำหนด 5 พื้นที่เป้าหมายสำคัญในการค้นหา

1️⃣ ชายป่าใกล้จุดเกิดเหตุ – ใช้สุนัขดมกลิ่นตรวจสอบในรัศมี 5 กิโลเมตร แต่ยังไม่พบร่องรอยที่ชัดเจน
2️⃣ บริเวณสวนลำไยและลำห้วยโดยรอบ – ตรวจสอบตามเนินดอยและแหล่งน้ำใกล้เคียง แต่ยังไม่พบตัว
3️⃣ น้ำตกใกล้หมู่บ้าน (ห่างจุดเกิดเหตุ 1 กิโลเมตร) – ค้นหาใต้น้ำและบริเวณโดยรอบ แต่ไม่พบเบาะแสใดๆ
4️⃣ ป่าช้าหมู่บ้าน – เข้าตรวจสอบแต่ไม่พบร่องรอยที่เกี่ยวข้อง
5️⃣ บ่อน้ำต้องสงสัย 2 แห่ง – หน่วยประดาน้ำลงตรวจสอบบ่อน้ำใกล้หมู่บ้านแห่งหนึ่ง แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ ส่วนบ่อน้ำอีกแห่ง (ห่างจากหมู่บ้าน 1 กิโลเมตร) พบคราบมันลอยเต็มผิวน้ำและพบถุงใส่ลอยอยู่ เมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นเศษซากจากการชำแหละวัวของชาวบ้าน

แม้การค้นหาจะยังไม่พบตัว “น้องแตงโม” แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าตรวจสอบเบาะแสต่อไป พร้อมประสานชาวบ้านในพื้นที่ให้ช่วยกันสอดส่องข้อมูลเพิ่มเติม

ทอแทน#รายงาน

บวชชีหญิงชาวอินเดีย ครั้งที่ 2

วันที่ 27 ก.พ.68 พระธรรรมจารย์ ชินมงกุฎ อัครอนันตชิน วัดกวงหมิงซัน ไทเป ไต้หวัน ประธานมูลนิธิพระหัตถ์ของกวงอิมโพธิสัตว์ เพื่อช่วยเหลือผู้สัญจรบนมรรควิถีแห่งสภาวะทุกข์
เปิดเผยว่าได้จัดทำ “โครงการเผยแผ่พระพุทธศานา ร้อยดวงใจสองแผ่นดินเดียวกัน อินเดีย-ไทย ปลุกหน่อพุทธสาวิกาน้อมนำพุทธธรรมสู่มาตุภูมิ เพื่อสันติภาพโลก”
ระหว่างวันเสาร์ที่ 12 เมษายน 2568 ถึง วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม 2568
ณ วัดป่ามะไฟ ตำบลโคกไม้ลาย อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี

มีพระครูภาวนาธรรมธารี วิ.เจ้าคณะอำเภอเมืองปราจีนบุรี
เจ้าอาวาสวัดป่ามะไฟ เป็นประธานฝ่ายเถรวาท

โดย ที่ปรึกษาโครงการ พระเทพวชิรโสภณเจ้าคณะภาค 12
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร

มี อาจารย์พรเทพ ศรีนฤหล้า
นายกก่อตั้ง
สมาพันธ์วีแกนกรุงเทพฯนานาชาติ
‘BIVA’ Bangkok International VEGAN Alliance

เป็นประธานจัดงาน และ
เป็นวิทยากรด้านอาหารมังสวิรัติ

มีวัตถุประสงค์
เพื่อศึกษาธรรมะเพื่อนำกลับไปเผยแผ่ต่อที่อินเดีย

สำหรับการบวชแม่ชี 2 แผ่นดิน ครั้งที่ 1 ที่ผ่านมา มีหญิงอินเดีย 72 คน มาบวชชีที่ไทย ศึกษาธรรมะเพื่อนำกลับไปเผยแผ่ต่อที่อินเดีย
โดยมี พระพรหมวชิรากรณ์ เมตตาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในโครงการร้อยใจสองแผ่นดินเดียวกัน เฉลิมฉลองมิตรภาพ 150 ปี ไทย-อินเดีย “บวชธรรมะจาริณี 72 รูป” ที่ พุทธมณฑล จ.นครปฐม ซึ่งจัดขึ้นเมื่อ วันที่ 2 เมษายน 2567


จึงขอเชิญผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคไว้ใช้ในโครงการและสนับสนุนกิจกรรมสาธารณะสงเคราะห์อื่นๆของมูลนิธิได้ที่ 0658955527 ธ.กสิกรไทย

โทรศัพท์ 0945982329 พระธรรมจารย์ ชินมงกุฎ อัครอนันตชิน

ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1)ตรวจเยี่ยม ศพฐ.9

ตามคำสั่ง ตร. ที่ 578/2567 ลง 26 พ.ย.2567 และคำสั่ง ตร. ที่ 609/2567 ลง 20 ธ.ค.2567 ประกอบบันทึกสั่งการ ผบ.ตร. ลง 24 ธ.ค.2567 ท้ายหนังสือ สง.รอง ผบ.ตร.(สส) ที่ 0001(สส)/302 ลง 23 ธ.ค.2567 เรื่อง การมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบในงานสืบสวนสอบสวน มอบหมายให้ พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1) รับผิดชอบกำกับการบริหารราชการ สพฐ.ตร. รวมทั้งสั่งและปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ในลักษณะงานพิสูจน์หลักฐาน

วันนี้(วันพุธ ที่ 26 ก.พ.68) เวลา 14.00 น.

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
ผบ.ตร.
พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์
รอง ผบ.ตร.(สส)

มอบหมายให้
พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์
ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1)

ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติราชการตามนโยบายของ ผบ.ตร. ณ ศพฐ.9

จากนั้นเป็นประธานในการประชุมเพื่อติดตาม แนะนำ ชี้แจงแนวทางการปฏิบัติราชการให้เป็นไปตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา

โดยมี
พล.ต.ต.ภาณุ พิทยาเวชวิวัฒน์ ผบก.ศพฐ.9
พ.ต.อ.หญิง อนุช หัสคุณไพศาล
นวท.(สบ 4) กนฝ.ศพฐ.9
พ.ต.อ.หญิง นิศากร คชรัตน์
นวท.(สบ 4) กคม.ศพฐ.9
พ.ต.อ.เนติธร วัตตธรรม
นวท.(สบ 4) กสก.ศพฐ.9
พ.ต.อ.นพสิทธิ์ อัครนพหงส์
นวท.(สบ 4) กอป.ศพฐ.9
พ.ต.อ.หญิง ศิริลักษณ์ กุณฑโร
นวท.(สบ 4) กยส.ศพฐ.9
พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ โจมสติ
นวท.(สบ 4) กชช.ศพฐ.9
พ.ต.อ.หญิง สุนิชา รัตนคช
นวท.(สบ 4) กอส.ศพฐ.9
พ.ต.อ.ธนาคม ปรีชาหาญ
นวท.(สบ 4) กคพ.ศพฐ.9
พ.ต.อ.หญิง ขจรศรี แก้วคล้าย ผกก.ฝอ.ศพฐ.9
พ.ต.อ.ภิญโญ อุ่นแดง
นวท.(สบ 4) พฐ.จว.ตรัง
พ.ต.อ.หญิง ทัศนีย์ ขวัญพรหม นวท.(สบ 4) พฐ.จว.พัทลุง
พ.ต.อ.ฐิติกร กัณฐตุริต
นวท.(สบ 4) พฐ.จว.สตูล

พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมประชุมทางไกล(ผ่านระบบทางไกลวีดีโอ Conference)
และข้าราชการตำรวสังกัด ศพฐ.9 รอรับการตรวจเยี่ยมและเข้าร่วมการประชุม

ได้กำชับให้ปฏิบัติดังนี้
1.กำชับทุกศูนย์พิสูจน์หลักฐานต้องจัดชุดปฏิบัติการให้พร้อมปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนหน่วยงานพื้นที่ได้ทันที เมื่อได้รับการประสาน ไม่ต้องรอสั่งการ เมื่อมีเหตุหรือคดีสำคัญ ให้หัวหน้าศูนย์และ ผบก.ศพฐ. ไปอำนวยการควบคุมตรวจที่เกิดเหตุด้วยตนเอง พร้อมรายงานผลให้ทราบ
2.งานพิสูจน์หลักฐานเป็นงานที่สร้างความเชื่อมั่นให้องค์กร เนื่องจากผลการตรวจพสูจน์เป็นพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งศาลรับฟังอย่างมีน้ำหนัก กำชับให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นมืออาชีพ ดำรงความยุติธรรมแก่กระบวนการอาญา ไม่ให้มีช่องว่างให้ผู้กระทำความผิดหลุดรอดไปได้
3.เมื่อออกไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ หรือได้รับพยานหลักฐาน ให้เร่งการตรวจพิสูจน์ ให้สามารถออกผลการตรวจด้วย ความรวดเร็ว และออกผลการตรวจอย่างมีคุณภาพ ซึ่งเมื่อผลตรวจพิสูจน์ออกแล้ว ให้แจ้งผล และเร่งรัดติดตามพนักงานสอบสวนมารับผลการตรวจพิสูจน์โดยเร็ว
4.บริหารคดีแบบ 3 เสาหลัก “Three Pillars” การบริหารคดีให้มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล งานสืบสวน งานสอบวน นิติวิทยาศาสตร์ ต้องทำงานแบบบูรณาการร่วมกันมีการประสานความร่วมมือและข้อมูลซึ่งกันและกัน
5.ให้เตรียมความพร้อมสามารถออกปฏิบัติหน้าที่ได้ตลอดเวลา สนับสนุนชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ในกรณีที่เจ้าหน้าที่เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดใน พื้นที่ไม่มีความชำนาญในเทคโนโลยีหรือ
รูปแบบของระเบิดที่ใช้ในครั้งนั้น ๆ
6.การตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลให้ประสานฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการพิสูจน์อาทิ เช่น คณะแพทย์ ทันตแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ ด้านลายพิมพ์นิ้วมือ และผู้เชี่ยวชาญในสาขา ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ให้เรียบร้อย ครบถ้วน
7.งานตรวจประวัติบุคคล ต้องให้บริการประชาชนด้วยจิตใจบริการ ด้วยความรวดเร็ว เป็นธรรม โปร่งใส อย่าล่าช้า
8.กำชับงานทะเบียนประวัติอาชญากรให้บันทึกข้อมูลประวัติอาชญากร ข้อมูลหมายจับให้ เป็นระบบ และเป็นปัจจุบัน รวมถึงรักษาข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นความลับทางราชการ
9.ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ควบคุม กำกับดูแล กวดขันความประพฤติ และระเบียบวินัยข้าราชการตำรวจ ตามคำสั่ง ตร. ที่ 1212/2537 โดยมีการออกคำสั่งให้มีการรับผิดชอบในแต่ละระดับ
10.ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ต้องประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งด้านครองตน ครองคน และครองงาน เน้นย้ำมีความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ อย่าเอาเปรียบผู้ใต้บังคับบัญชา

“นิติวิทยาศาสตร์เปรียบเสมือนเขี้ยวเล็บของงานสืบสวน”

ณ ห้องประชุม ชั้น 3 ศพฐ.9 ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1)ประชุมขับเคลื่อนการปฏิบัติราชการงานสืบสวน ตำรวจในสังกัด ภ.9

ตามคำสั่ง ตร. ที่ 578/2567 ลง 26 พ.ย.2567 และคำสั่ง ตร. ที่ 609/2567 ลง 20 ธ.ค.2567 ประกอบบันทึกสั่งการ ผบ.ตร. ลง 24 ธ.ค.2567 ท้ายหนังสือ สง.รอง ผบ.ตร.(สส) ที่ 0001(สส)/302 ลง 23 ธ.ค.2567 เรื่อง การมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบในงานสืบสวนสอบสวน มอบหมายให้ พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1) รับผิดชอบกำกับการบริหารราชการ ภ.9 (เฉพาะ บก.สส.) รวมทั้งสั่งและปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ในลักษณะงานสืบสวนคดีอาญา และงานสอบสวนคดีอาญา

วันนี้(วันพุธที่ 26 ก.พ.68) เวลา 10.30 น.

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
ผบ.ตร.
พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์
รอง ผบ.ตร.(สส)

มอบหมายให้
พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์
ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1)

เดินทางมาประชุมขับเคลื่อนพร้อมทั้งแนะนำชี้แจงแนวทางการปฏิบัติราชการงานสืบสวน และงานสอบสวน ให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.9 เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของ ผบ.ตร. และ รอง ผบ.ตร.(สส)

โดยมี
พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี
ผบช.ภ.9
พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ
รอง ผบช.ภ.9
พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ
รอง ผบช.ภ.9
พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์
รอง ผบช.ภ.9
พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ ไชยโยธา
ผบก.สส.ภ.9
พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล
ผบก.สส.จชต.
พล.ต.ต.นิพล เหมสลาหมาด
ผบก.กค.ภ.9
รอง ผบก.ฯ ที่รับผิดชอบงานสืบสวนสอบสวนแต่ละ ภ.จว. ในสังกัด ภ.9
และข้าราชการตำรวจสังกัด ภ.9
เข้าร่วมการประชุม

ได้กำชับให้ปฏิบัติดังนี้
ข้อสั่งการงานสืบสวน
1.การรายงานเหตุให้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น “ทันทีเมื่อมีเหตุเกิดขึ้น” โดยให้รายงานทางโทรศัพท์ ทางไลน์ หรือช่องทางที่สามารถทำได้ แล้วจึงรายงานทางเอกสารตามประมวลระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 18 บทที่ 1 ด้วย
2.ให้จัดทำแฟ้มหมายจับ และมีเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบแต่ละหมายจับให้ชัดเจนในแฟ้มต้องมีข้อมูลครบถ้วนถูกต้องสมบูรณ์มีการเคลื่อนไหวเป็นปัจจุบันตลอดเวลา โดยให้ผู้บังคับบัญชาควบคุม สั่งการ เร่งรัดคดีทุกระยะ จนกว่าจะสืบสวนคลี่คลายคดีหรือปิดคดีได้ ตรวจสอบทุกหมายว่าขาดอายุความหรือถอนหมายแล้วหรือไม่ทุกครั้ง
3.ให้เร่งรัดจับกุมตามหมายจับ โดยเฉพาะหมายที่ใกล้หมดอายุความโดยใช้แนวคิด “กัดไม่ปล่อย ล่าไม่ถอย คอยไม่เลิก”
4.เมื่อมีเหตุเกิดขึ้นฝ่ายสืบสวนทุกระดับ ต้องลงไปในพื้นที่เกิดเหตุทันที ไม่ต้องรอ สั่งการ ให้ออกไปพื้นที่เกิดเหตุโดยเร็ว โดยให้ผู้บังคับบัญชาระดับภาคและ ภ.จว. ลงไปเป็นผู้อำนวยการสั่งการด้วยตนเอง
5.ต้องมีข้อมูลท้องถิ่นครบถ้วน
-แผนที่เดินดิน สถานที่สำคัญ
-ข้อมูลบุคคลพ้นโทษ
-ข้อมูลกล้อง CCTV
-ข้อมูลอาชญากรรม
6.การทำงานต้องมีการบูรณาการร่วมกัน ระหว่าง สืบสวนภาค สืบสวนจังหวัด และสืบสวนโรงพัก ให้มีการประสานงานกัน มีการแบ่งหน้าที่กันทำ และทำงานกันเป็นทีม ”ยุคนี้ไม่มีเด็ดยอดหรืออาบัง
เป็นผลงานภาพรวมทุกหน่วย“
7.การให้ข่าวหรือการสัมภาษณ์ในคดีต่าง ๆ ห้ามให้ข่าวเกี่ยวกับรายละเอียดของคดีเพราะอาจทำให้เสียหายต่อรูปคดี “นักสืบต้องพูดให้น้อย ทำงานให้มาก”
8.การบริหารคดีให้มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล
งานสืบสวน งานสอบสวน และนิติวิทยาศาสตร์
ต้องทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน มีการประสานความร่วมมือและข้อมูลซึ่งกันและกัน

  1. กรณีชาวต่างชาติเข้ามากระทำความผิดในราชอาณาจักร ตำรวจพื้นที่ต้องเข้มข้นเรื่องบังคับใช้กฎหมายและ สตม. ต้องผลักดันออกทุกราย เรากำลังอยู่ในโลกโซเชียล ดังนั้งเมื่อตำรวจพื้นที่ตรวจสอบและจับกุม ต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและสังคมรับรู้รับทราบ ส่วน สตม. ก็ต้องดำเนินการเช่นเดียวกัน เมื่อผลักดันออกก็ต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและสังคมได้เห็น รับรู้รับทราบด้วย
    10.ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ตรวจสอบควบคุม กำกับ ดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด หากพบว่ามีการกระทำความผิดให้ดำเนินการทั้งคดีอาญาทางวินัยและทางปกครองอย่างถึงที่สุด การทำงานของนักสืบต้องยึดกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับ นโยบายของผู้บังคับบัญชาโดยเคร่งครัด

ข้อสั่งการงานสอบสวน
1.พนักงานสอบสวนต้องรวบรวบพยานหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องเท่าที่จะรวบรวมได้เพื่อพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา ผู้บังคับบัญชาทุกระดับต้องควบคุม ตรวจสอบเสนอแนะ พนักงานสอบสวน ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ที่เกี่ยวข้อง เป็นที่พึ่งของน้อง ๆ
2.กำซับให้พนักงานสอบสวนรวมทั้งผู้บังคับบัญชา ทุกระดับ ปฏิบัติตามคำสั่ง ตร. ที่ 419/2556 ลง
1 ก.ค.2556 เรื่อง การอำนวยความยุติธรรมในคดีอาญา การทำสำนวน การสอบสวนและมาตรการควบคุมตรวจสอบเร่งรัดการสอบสวนคดีอาญา อย่างเคร่งครัด “อย่าปล่อยให้พนักงานสอนสวนทำงานอย่างโดดเดี่ยว”
3.กำชับพนักงานสอบสวน ให้รับเลขรับคำร้องทุกข์ให้เป็นไปตามระเบียบ อย่าให้เกิดข้อร้องเรียนว่าพนักงานสอบสวนไม่รับคำร้องทุกข์ ห้ามมิให้พนักงานสอบสวนปฏิเสธการรับคำร้องทุกข์ โดยเหตุว่าการกระทำความผิดอาญานั้นมิได้เกิดใน ท้องที่รับผิดชอบของตน ให้รับคำร้องทุกข์แล้วเสนอ ผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาส่งสำนวนการสอบสวนไปยังท้องที่รับผิดชอบตามกฎหมายโดยเร็ว
4.กำชับการสั่งปล่อยตัวชั่วคราวพิจารณาด้วยความรวดเร็ว จะเรียกประกันหรือหลักประกันเกินควรแก่กรณีไม่ได้ คดีความเสียหายเกี่ยวกับทรัพย์ให้พิจารณาประกันหรือหลักประกันเป็นไปด้วยความรอบคอบได้สัดส่วนในความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งนี้เป็นไปตามข้อบังคับประธานศาล ฎีกา รวมทั้งคำสั่ง ตร. ที่กำหนดไว้
5.กรณีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมในคดีสำคัญหรือ คดีที่เป็นที่น่าสนใจ ตร. อาจให้นำสำนวนมาพบ เพื่อติดตามเร่งรัด การสอบสวนให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ คำสั่งที่เกี่ยวข้อง
6.การออกหมายจับ
-ออกเฉพาะหมายจับคุณภาพ
-กรอกข้อมูลหมายในระบบ
-ตรวจสอบหมายไม่มีคุณภาพ
7.การกระทำความผิดในลักษณะมีความต่อเนื่องหลายพื้นที่ สลับซับซ้อน ประชาชนให้ความสนใจเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล หรือคดีที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านหากพิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อประโยชน์ในการรวบรวมพยานหลักฐาน เห็นสมควรโอนคดีให้ส่วนกลางหรือให้ส่วนกลางตังคณะทำงาน ให้เร่งรัดดำ

รอง ผบ.ตร.(บร)ประชุมนโยบายตำรวจแห่งชาติด้านสื่อสารมวลชน

การ
“คณะอนุกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติด้านสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ ครั้งที่ 1/2568”

วันนี้(วันอังคารที่ 25 ก.พ.68) เวลา 14.30 น.

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
ผบ.ตร.

มองหมายให้
พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง
รอง ผบ.ตร.(บร)
พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์
ผู้ช่วย ผบ.ตร.(บร2)

เข้าร่วมการประชุม
“คณะอนุกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติด้านสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ ครั้งที่ 1/2568”

โดยมี
ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ
ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ/ประธาน อ.ก.ต.ช.สื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ
เป็นประธาน

พร้อมด้วย
นางสาวถนิมรัตน์ แกล้วทนงค์
ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการประชาสัมพันธ์
นายชัยชนะ มิตรพันธ์
อนุกรรมการ
นายสิโรตม์ รัตนามหัทธนะ
อนุกรรมการ
พล.ต.ต.ฐายุฎร์ จันทร์ถาวร
รอง ผบช.สง.ก.ตร./อนุกรรมการ
พล.ต.ต.ดุสกร ยุวนากร
ผบก.ศทก./อนุกรรมการ
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ
ผบก.สอท.1/(ผู้แทนโฆษก)
พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและผ่านทางระบบออนไลน์(Zoom)

ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 ตร. แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กทม.