ความคิดปรุงแต่ง
ผู้สร้างโลกทั้งใบของเรา
ลองมองโลกใบนี้สักครั้งหนึ่ง
โดยไม่เอา “เรา” เข้าไปเกี่ยวข้อง
ลองนึกภาพว่า
เราเดินทางไปต่างประเทศ
เราเห็นภูเขา
เห็นแม่น้ำ
เห็นฝนตก
เห็นฟ้าร้อง
เห็นผู้คนเดินไปมา
เห็นบ้านเมือง
เห็นรถยนต์
เห็นร้านค้า
เห็นคนกำลังทำงาน
เห็นคนกำลังหัวเราะ
เห็นคนกำลังร้องไห้
ทุกอย่างกำลังดำเนินไปของมัน
ฝนไม่ได้ตกเพราะเรา
ฟ้าไม่ได้ร้องเพราะเรา
แม่น้ำไม่ได้ไหลเพื่อเรา
ผู้คนเหล่านั้นไม่ได้เกิดมาเพื่อเรา
เขามีชีวิตของเขา
มีเหตุปัจจัยของเขา
มีความคิดของเขา
มีครอบครัวของเขา
มีความทุกข์ของเขา
และกำลังดำเนินชีวิตไปตามเหตุและปัจจัยของธรรมชาติ
เราเป็นเพียง “ผู้เห็น”
เห็นแล้วก็ผ่านไป
ถ้าเราไม่เข้าไปปรุงแต่ง
สิ่งเหล่านั้นก็เป็นเพียงสิ่งที่กำลังเป็นไป
แต่ทันทีที่เราเอา “ความคิด” ของเราเข้าไป
ทุกอย่างก็เปลี่ยนทันที
ฝนตก…
คนหนึ่งคิดว่า
“โรแมนติกจัง”
อีกคนคิดว่า
“เซ็ง รถติดแน่เลย”
คนหนึ่งเห็นบ้านหลังหนึ่งแล้วคิดว่า
“สวย อยากมี”
อีกคนเห็นแล้วคิดว่า
“ทำไมชีวิตเราไม่มีแบบเขา”
คนหนึ่งเห็นรถหรูแล้วคิดว่า
“สักวันฉันต้องมีให้ได้”
อีกคนเห็นแล้วคิดว่า
“คนรวยก็มีแต่คนอวด”
สิ่งเดียวกัน…
แต่คนละความคิด
และเมื่อความคิดเกิด
อารมณ์ก็เกิด
เมื่ออารมณ์เกิด
ความชอบก็เกิด
ความไม่ชอบก็เกิด
ความอยากก็เกิด
ความกลัวก็เกิด
ความอิจฉาก็เกิด
ความโกรธก็เกิด
ความหลงก็เกิด
จากนั้นเราก็เริ่ม “เอาสิ่งนั้นเข้ามาเป็นเรื่องของเรา”
ทั้งที่เดิมที…
มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเราเลย
ลองมองสังคมในปัจจุบัน
เราเปิดโทรศัพท์ขึ้นมา
เห็นคนอายุเท่ากัน
ไปเที่ยวต่างประเทศ
เห็นเพื่อนมีบ้าน
เห็นเพื่อนมีรถ
เห็นคนแต่งงาน
เห็นคนมีลูก
เห็นคนประสบความสำเร็จ
เห็นคนมีเงิน
เห็นคนมีธุรกิจ
เห็นคนมีผู้ติดตามเป็นล้าน
เราไม่ได้ทุกข์เพราะสิ่งที่อยู่ในโทรศัพท์
แต่เราทุกข์เพราะ “ความคิดของเรา”
ที่เกิดขึ้นหลังจากเห็นสิ่งเหล่านั้น
“ทำไมเราไม่มี?”
“ทำไมชีวิตเรายังไม่ดีเท่าเขา?”
“เราต้องมีบ้าง”
“เราต้องประสบความสำเร็จ”
“เราต้องมีเงิน”
“เราต้องมีบ้าน”
“เราต้องมีรถ”
“เราต้องมีแฟน”
“เราต้องแต่งงาน”
“เราต้องมีลูก”
“เราต้องมีบริษัท”
“เราต้องมีชื่อเสียง”
คำว่า “ต้อง”
เริ่มเกิดขึ้นในใจ
แล้วชีวิตทั้งชีวิตก็เริ่มวิ่งตามคำว่า “ต้อง”
เราเรียนหนังสือ…
เพราะคิดว่า
เรียนแล้วจะได้งาน
ทำงาน…
เพราะคิดว่า
ทำงานแล้วจะได้เงิน
หาเงิน…
เพราะคิดว่า
มีเงินแล้วจะมีความสุข
ซื้อบ้าน…
เพราะคิดว่า
มีบ้านแล้วชีวิตจะมั่นคง
ซื้อรถ…
เพราะคิดว่า
มีรถแล้วชีวิตจะสะดวก
มีแฟน…
เพราะคิดว่า
มีคนรักแล้วเราจะไม่เหงา
แต่งงาน…
เพราะคิดว่า
ครอบครัวจะทำให้เราสมบูรณ์
มีลูก…
เพราะคิดว่า
ชีวิตจะมีความหมาย
สร้างธุรกิจ…
เพราะคิดว่า
ถ้าประสบความสำเร็จ เราจะมีคุณค่า
สร้างชื่อเสียง…
เพราะคิดว่า
ถ้าคนยอมรับ เราจะมีความสุข
แล้วเราก็วิ่ง…
วิ่งทั้งชีวิต
จากความอยากหนึ่ง
ไปสู่อีกความอยากหนึ่ง
ได้สิ่งนี้แล้ว
ก็อยากได้สิ่งใหม่
มีบ้านแล้ว
ก็อยากได้บ้านใหญ่ขึ้น
มีรถแล้ว
ก็อยากได้รถที่ดีขึ้น
มีเงินแล้ว
ก็อยากมีมากขึ้น
มีชื่อเสียงแล้ว
ก็กลัวเสียชื่อเสียง
มีความรักแล้ว
ก็กลัวเขาไม่รัก
มีครอบครัวแล้ว
ก็กลัวครอบครัวแตก
มีลูกแล้ว
ก็กลัวลูกไม่เป็นอย่างที่หวัง
มีธุรกิจแล้ว
ก็กลัวธุรกิจล้ม
มีทุกอย่างมากขึ้น…
แต่ความกลัวก็เพิ่มขึ้นด้วย
นี่คือจุดที่เราต้องกลับมาถามตัวเองว่า
ตกลงแล้วเราเป็นทุกข์เพราะโลกจริง ๆ
หรือเราเป็นทุกข์เพราะ “ความคิดของเราเกี่ยวกับโลก”?
โลกก็ยังเป็นโลก
ฝนก็ยังตก
คนก็ยังเกิด
คนก็ยังแก่
คนก็ยังเจ็บ
คนก็ยังตาย
สิ่งของก็ยังเสื่อม
ความสัมพันธ์ก็ยังเปลี่ยน
เงินก็ยังขึ้นลง
ธุรกิจก็ยังเกิดและดับ
ไม่มีอะไรผิดธรรมชาติเลย
แต่ใจของเรา…
เข้าไปบอกว่า
“ฉันไม่เอาแบบนี้”
“ฉันต้องการแบบนั้น”
“ฉันชอบคนนี้”
“ฉันไม่ชอบคนนั้น”
“ฉันอยากได้สิ่งนี้”
“ฉันกลัวจะเสียสิ่งนั้น”
แล้วเราก็เอาทุกอย่างมาเป็น “เรื่องของเรา”
นี่แหละ…
ความคิดปรุงแต่ง
มันเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ
เห็น…
แล้วคิด
คิด…
แล้วรู้สึก
รู้สึก…
แล้วชอบหรือไม่ชอบ
ชอบ…
ก็อยากได้
ไม่ชอบ…
ก็อยากหนี
อยากได้…
ก็แสวงหา
อยากหนี…
ก็ต่อสู้
จากนั้นจึงเกิดการกระทำ
จากการกระทำ
จึงเกิดผล
และผลที่เกิดขึ้น
ก็กลับมาสร้างความคิดใหม่
กลายเป็นวงจร
เห็น → คิด → รู้สึก → อยาก → ยึด → ทำ → ได้ผล → คิดใหม่ → อยากใหม่
แล้วชีวิตก็หมุนอยู่ในวงจรนี้
วันแล้ววันเล่า
ปีแล้วปีเล่า
บางคนหมุนอยู่จนหมดชีวิต
ลองถามตัวเองดู
ถ้าวันนั้นเราไม่ได้เห็นโพสต์นั้น…
เราจะอิจฉาไหม?
ถ้าวันนั้นเราไม่ได้เจอคนนั้น…
เราจะหลงรักไหม?
ถ้าวันนั้นเราไม่ได้เห็นรถคันนั้น…
เราจะอยากซื้อไหม?
ถ้าวันนั้นเราไม่ได้เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น…
เราจะรู้สึกว่าตัวเองด้อยไหม?
ถ้าเราไม่คิดว่า
“ชีวิตฉันต้องเป็นแบบนั้น”
เราจะต้องดิ้นรนขนาดนั้นไหม?
หลายครั้ง…
สิ่งที่เราเรียกว่า “ชีวิตของเรา”
อาจเป็นเพียงชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นจาก
ความคิดและอารมณ์ของเราเอง
แล้วลองมองให้ลึกลงไปอีก
ครอบครัวเกิดจากอะไร?
ความรักเกิดจากอะไร?
การแต่งงานเกิดจากอะไร?
บ้านเกิดจากอะไร?
รถเกิดจากอะไร?
ธุรกิจเกิดจากอะไร?
บริษัทเกิดจากอะไร?
ตำแหน่งเกิดจากอะไร?
ชื่อเสียงเกิดจากอะไร?
ทรัพย์สินเกิดจากอะไร?
แม้กระทั่งการมีลูก
การมีหลาน
การสร้างวงศ์ตระกูล
การสร้างอนาคต
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?
ก่อนที่จะมีสิ่งเหล่านี้ในโลกภายนอก
มันต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นในโลกภายในก่อน
นั่นคือ…
ความคิด
และตามมาด้วย…
ความรู้สึก
และตามมาด้วย…
ความอยาก
จากความอยาก
จึงเกิดการกระทำ
จากการกระทำ
จึงเกิดสิ่งต่าง ๆ ที่เราเรียกว่า “ชีวิต”
ดังนั้นโลกที่เราใช้ชีวิตอยู่
ส่วนหนึ่งจึงเป็นโลกที่ถูกสร้างขึ้นจากความคิดของเราเอง
แต่มีคำถามสำคัญที่สุดอยู่ตรงนี้
เมื่อเราสร้างทุกอย่างขึ้นมาแล้ว…
วันหนึ่งเราต้องทิ้งทุกอย่างไว้
บ้าน…
รถ…
เงิน…
บริษัท…
ตำแหน่ง…
ชื่อเสียง…
ความสัมพันธ์…
ร่างกาย…
สุดท้ายแม้แต่ชื่อของเราเอง
ก็อาจไม่มีใครพูดถึงอีกต่อไป
สิ่งที่เราใช้เวลาทั้งชีวิตสร้าง
สุดท้ายก็อยู่ต่อโดยไม่มีเรา
เราไม่ได้เอาบ้านไปด้วย
เราไม่ได้เอารถไปด้วย
เราไม่ได้เอาเงินไปด้วย
เราไม่ได้เอาบริษัทไปด้วย
เราไม่ได้เอาตำแหน่งไปด้วย
เราไม่ได้เอาชื่อเสียงไปด้วย
และสุดท้าย…
เราไม่ได้เอาร่างกายนี้ไปด้วย
ถ้าอย่างนั้น…
สิ่งที่เราวิ่งไล่ทั้งชีวิตคืออะไร?
เราเหนื่อยเพื่ออะไร?
เราแข่งขันเพื่ออะไร?
เราโกรธเพื่ออะไร?
เราเกลียดเพื่ออะไร?
เราอิจฉาเพื่ออะไร?
เราทะเลาะกันเพื่ออะไร?
เราแบกเรื่องของคนอื่นไว้ในใจเพื่ออะไร?
เราเอาความสุขของเราไปผูกไว้กับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้เพื่ออะไร?
บางที…
เราไม่ได้ทุกข์เพราะโลก
เราอาจกำลังทุกข์เพราะ
สิ่งที่ใจของเราไปสร้างขึ้นเกี่ยวกับโลก
เพราะฉะนั้น…
คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ว่า
“ทำอย่างไรจึงจะได้ทุกอย่างที่อยากได้?”
แต่อาจต้องถามกลับว่า
“ทำอย่างไรเราจึงไม่ต้องอยากทุกอย่าง?”
ไม่ได้หมายความว่า
เราต้องหนีโลก
ไม่ได้หมายความว่า
ห้ามมีบ้าน
ห้ามมีรถ
ห้ามมีครอบครัว
ห้ามทำงาน
ห้ามทำธุรกิจ
ห้ามมีความรัก
ไม่ใช่เช่นนั้น
เรายังใช้ชีวิตได้
ยังทำงานได้
ยังรักคนได้
ยังสร้างครอบครัวได้
ยังสร้างธุรกิจได้
แต่สิ่งสำคัญคือ…
อย่าให้สิ่งที่เราสร้าง กลับมาสร้างเรา
อย่าให้บ้านกลายเป็นเจ้าของใจเรา
อย่าให้เงินกลายเป็นเจ้าของใจเรา
อย่าให้ความรักกลายเป็นเจ้าของใจเรา
อย่าให้ชื่อเสียงกลายเป็นเจ้าของใจเรา
อย่าให้ความสำเร็จกลายเป็นเจ้าของใจเรา
และอย่าให้ความคิดของเรา
กลายเป็นเจ้านายของเรา
เพราะถ้าเรามองเห็นว่า
“นี่คือความคิด”
“นี่คืออารมณ์”
“นี่คือความอยาก”
“นี่คือความไม่พอใจ”
“นี่คือความกลัว”
แล้วเราไม่จำเป็นต้องวิ่งตามมันทุกครั้ง…
วงจรจะเริ่มหยุด
เมื่อไม่วิ่งตามความอยาก
การกระทำบางอย่างก็ไม่เกิด
เมื่อการกระทำไม่เกิด
ผลบางอย่างก็ไม่เกิด
เมื่อไม่สร้างเหตุใหม่
วงจรบางอย่างก็จบลง
และเมื่อใจไม่ต้องเอาทุกสิ่งมาเป็น “ของฉัน”
ความเบาก็เกิดขึ้น
ความสงบก็เกิดขึ้น
สุดท้าย…
ปัญหาในชีวิตไม่ได้เกิดจากสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด
แต่เกิดจาก ใจของเราเข้าไปปรุงแต่งต่อสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร
โลกอาจยังมีฝน
ยังมีแดด
ยังมีความรัก
ยังมีการพลัดพราก
ยังมีคนเกิด
ยังมีคนตาย
ยังมีความสำเร็จ
ยังมีความล้มเหลว
ธรรมชาติก็ยังดำเนินไปตามเหตุและปัจจัยของมัน
แต่ถ้าเราไม่เข้าไปยึดว่า
“นี่คือฉัน”
“นี่คือของฉัน”
“ฉันต้องได้”
“ฉันต้องมี”
“ฉันต้องเป็น”
“ฉันต้องรักษาไว้”
ใจจะเริ่มเป็นอิสระ
และบางที…
ประตูทางออกของชีวิต
ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกลเลย
มันอยู่ตรงจุดที่เราเห็นความคิดของตัวเอง
แล้วไม่จำเป็นต้องเชื่อทุกความคิด
เห็นอารมณ์ของตัวเอง
แล้วไม่จำเป็นต้องเดินตามทุกอารมณ์
เห็นความอยากของตัวเอง
แล้วไม่จำเป็นต้องทำตามทุกความอยาก
เพราะทันทีที่เราไม่ถูกความคิดลากไป…
เราก็เริ่มหยุดการสร้างโลกใบใหม่ขึ้นมาบนความทุกข์
และเมื่อการปรุงแต่งดับลง…
สิ่งที่เหลืออยู่
อาจไม่ใช่ “ชีวิตที่ได้ทุกอย่าง”
แต่อาจเป็น…
ชีวิตที่ไม่ต้องแบกทุกอย่างอีกต่อไป
นี่ต่างหาก…
อาจเป็นความหมายของคำว่า
“พ้นทุกข์”