
โลกยิ่งวุ่นวาย…ยิ่งต้องใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท
ลองหยุดทุกอย่างสักครู่…
แล้วมองโลกใบนี้ให้ดี
โลกวันนี้…ไม่ได้กำลังง่ายขึ้น
แต่มันกำลังเร็วขึ้น ซับซ้อนขึ้น แพงขึ้น กดดันขึ้น
และอันตรายในรูปแบบที่เราอาจมองไม่เห็น
เมื่อก่อน…
เราเดินทางก็ระวังโจร
ทำธุรกิจก็ระวังคนโกง
ออกจากบ้านก็ระวังอุบัติเหตุ
แต่วันนี้…
เราต้องระวังทั้งโจร
ทั้งมิจฉาชีพ
ทั้งมิจฉาชีพออนไลน์
ทั้งข่าวปลอม
ทั้งการหลอกลงทุน
ทั้งข้อมูลปลอม
ทั้งคนที่สร้างภาพเก่งกว่าความจริง
บางคนไม่ได้เข้ามาขโมยเงินจากกระเป๋าเรา
แต่เข้ามาขโมยเงินจาก “ความโลภ” ของเรา
บางคนไม่ได้หลอกด้วยกำลัง
แต่หลอกด้วยคำพูด
บางคนไม่ได้ใช้มีดหรือปืน
แต่ใช้ความไว้ใจของเราเป็นอาวุธ
นี่แหละ…
ภัยของโลกยุคใหม่
มันไม่ได้เดินเข้ามาหาเราในชุดคนร้าย
บางครั้งมันมาในชุดของ
“โอกาส”
“ความรัก”
“กำไร”
“ความหวัง”
“คนรู้จัก”
หรือแม้แต่คำว่า…
“เชื่อผมเถอะ”
วันนี้หาเงินยากขึ้น
แต่สิ่งที่ยากกว่าการหาเงิน…
คือ รักษาเงินที่หามาได้
ทำธุรกิจยากขึ้น
แต่สิ่งที่ยากกว่าการทำธุรกิจ…
คือ รักษาชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และคนที่ร่วมเดินทางกับเรา
เลี้ยงลูกยากขึ้น
เพราะพ่อแม่ไม่ได้แข่งกับแค่สังคมรอบตัวลูก
แต่กำลังแข่งกับ
โทรศัพท์หนึ่งเครื่อง
อินเทอร์เน็ตหนึ่งโลก
และคนแปลกหน้าหลายล้านคน
ที่สามารถเดินเข้ามาในห้องนอนของลูกได้โดยไม่ต้องเคาะประตู
สุขภาพก็เช่นกัน
เราไม่ได้เจ็บป่วยเพราะอาหารเพียงอย่างเดียว
แต่เพราะการนอน
ความเครียด
มลพิษ
พฤติกรรม
ความเร่งรีบ
การนั่งนาน
การไม่ออกกำลังกาย
และชีวิตที่เร่งจนไม่มีเวลาแม้แต่จะถามตัวเองว่า…
“ฉันกำลังทำร้ายตัวเองอยู่หรือเปล่า?”
และสิ่งที่น่ากลัวที่สุด…
อาจไม่ใช่โลกที่อันตรายขึ้น
แต่คือ…
มนุษย์จำนวนมากยังใช้ชีวิตเหมือนโลกใบนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ยังประมาท
ยังคิดว่า…
“ไม่เป็นไรหรอก”
“คงไม่เกิดกับฉัน”
“เอาไว้ก่อน”
“พรุ่งนี้ค่อยทำ”
“เดี๋ยวค่อยดู”
“คนนี้ไว้ใจได้”
“เงินก้อนนี้คงไม่หาย”
“สุขภาพยังดีอยู่”
“เรายังหนุ่มยังสาว”
“ยังมีเวลา…”
แต่ชีวิตจริงไม่เคยรับปากเราเลยว่า…
“พรุ่งนี้จะยังเป็นของคุณ”
จำเอาไว้ให้ดี
โรคไม่เคยส่งข้อความมาบอกก่อนว่า
“พรุ่งนี้ฉันจะมา”
อุบัติเหตุไม่เคยโทรศัพท์มาถามว่า
“วันนี้คุณพร้อมหรือยัง?”
คนโกงไม่เคยเดินเข้ามาพร้อมป้ายว่า
“ระวังนะ ฉันกำลังจะหลอกคุณ”
ภัยธรรมชาติไม่เคยถามว่า
“คุณเก็บของทันหรือยัง?”
และความตาย…
ไม่เคยพูดว่า
“จัดการธุระให้เสร็จก่อนนะ
แล้วฉันค่อยมารับ”
ไม่มี…
บางคนใช้ชีวิตเหมือนมีเวลาเป็นร้อยปี
แต่กลับใช้สุขภาพเหมือนมันไม่มีวันหมด
ใช้เงินเหมือนหาใหม่ได้เสมอ
ใช้คำพูดเหมือนไม่มีใครเจ็บ
ใช้ความรักเหมือนอีกฝ่ายจะอยู่กับเราตลอดไป
ใช้ชีวิตเหมือนความตายเป็นเรื่องของคนอื่น
จนกระทั่งวันหนึ่ง…
เงินหมด
สุขภาพพัง
ครอบครัวแตก
คนรักเดินจากไป
ธุรกิจล้ม
พ่อแม่จากไป
ลูกไม่อยากคุยด้วย
เพื่อนหายไป
และเมื่อหันกลับมามอง…
เราจะพบว่า
บางอย่างไม่ได้หายไปเพราะมันไม่มีค่า
แต่มันหายไป…
เพราะเรา ประมาทเกินไปที่จะเห็นคุณค่าของมันตอนที่ยังมีอยู่
เงินหาย…หาใหม่ได้
บ้านพัง…สร้างใหม่ได้
ธุรกิจล้ม…เริ่มใหม่ได้
ของเสีย…ซื้อใหม่ได้
แต่…
สุขภาพบางอย่างซื้อคืนไม่ได้
เวลาบางช่วงเอาคืนไม่ได้
โอกาสบางครั้งไม่มีรอบสอง
ความสัมพันธ์บางความสัมพันธ์ เมื่อแตกแล้ว ต่อให้ขอโทษเป็นร้อยครั้ง ก็อาจกลับไปเหมือนเดิมไม่ได้
และคนบางคน…
เมื่อจากเราไปแล้ว
ต่อให้เรามีเงินทั้งโลก
ก็ซื้อเวลาอีกหนึ่งนาทีให้เขากลับมานั่งข้างเราไม่ได้
นี่คือความจริงที่มนุษย์มักรู้…
ตอนที่สายเกินไป
เพราะฉะนั้น…
อย่ารอให้ป่วย
แล้วค่อยรักสุขภาพ
อย่ารอให้พ่อแม่แก่
แล้วค่อยกลับไปกอด
อย่ารอให้ลูกโต
แล้วค่อยอยากใช้เวลากับลูก
อย่ารอให้คนรักเดินจากไป
แล้วค่อยบอกว่า “รัก”
อย่ารอให้เงินหมด
แล้วค่อยรู้จักวางแผน
อย่ารอให้ถูกโกง
แล้วค่อยรู้จักตรวจสอบ
อย่ารอให้เกิดภัย
แล้วค่อยคิดถึงการเตรียมตัว
และอย่ารอให้ความตายมายืนตรงหน้า…
แล้วค่อยถามตัวเองว่า
“ชีวิตที่ผ่านมา…ฉันใช้มันไปกับอะไร?”
คำว่า “ไม่ประมาท”
ไม่ได้แปลว่าให้เราใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัว
แต่แปลว่า…
รู้ว่าอะไรควรระวัง
รู้ว่าอะไรควรทำ
รู้ว่าอะไรไม่ควรทำ
และรู้ว่าทุกการกระทำมีราคาที่ต้องจ่าย
กิน…ก็รู้ว่ากำลังกินอะไร
ใช้เงิน…ก็รู้ว่าเงินกำลังไหลไปไหน
ลงทุน…ก็รู้ว่าความเสี่ยงอยู่ตรงไหน
คบคน…ก็ใช้เวลาเรียนรู้คน
เชื่อ…ก็ตรวจสอบก่อนเชื่อ
พูด…ก็คิดว่าคำพูดนั้นจะทำร้ายใครหรือไม่
โกรธ…ก็รู้ว่าอารมณ์กำลังพาเราไปไหน
รัก…ก็รู้ว่าความรักไม่ใช่ใบอนุญาตให้ทำร้ายกัน
และมีชีวิตอยู่…
ก็ต้องรู้ว่า
วันหนึ่งชีวิตนี้จะสิ้นสุด
โลกอาจเต็มไปด้วยความโลภ
แต่เราไม่จำเป็นต้องโลภตามโลก
โลกอาจเต็มไปด้วยการโกหก
แต่เราไม่จำเป็นต้องโกหกเพื่อเอาตัวรอด
โลกอาจเต็มไปด้วยการแข่งขัน
แต่เราไม่จำเป็นต้องเหยียบคนอื่นเพื่อให้ตัวเองสูงขึ้น
โลกอาจเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
แต่เราไม่จำเป็นต้องเอาความเกลียดชังกลับไปเลี้ยงหัวใจตัวเอง
โลกอาจวุ่นวายแค่ไหนก็ได้…
แต่ขออย่างเดียว
อย่าปล่อยให้ความวุ่นวายของโลก
กลายเป็นความวุ่นวายในใจเรา
เพราะคนที่น่ากลัวที่สุด…
ไม่ใช่คนที่อยู่ในโลกอันตราย
แต่คือคนที่อยู่ในโลกอันตราย…
แล้วไม่รู้ว่าโลกกำลังอันตราย
คนที่น่ากลัวที่สุด…
ไม่ใช่คนที่ไม่มีเงิน
แต่คือคนที่ใช้เงินโดยไม่คิดถึงวันข้างหน้า
ไม่ใช่คนที่ไม่มีความรู้
แต่คือคนที่มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองยังไม่ได้ตรวจสอบ
ไม่ใช่คนที่ไม่เคยผิด
แต่คือคนที่ผิดแล้วไม่ยอมเรียนรู้
และไม่ใช่คนที่เจอปัญหา
แต่คือคนที่เจอปัญหาซ้ำแล้วซ้ำอีก…
แต่ยังใช้วิธีเดิม
จำประโยคนี้ไว้ให้ดี…
คนประมาทไม่ได้แพ้เพราะโง่
บางครั้งเขาแพ้เพราะ
คิดว่าตัวเองยังมีเวลา
ไม่ได้แพ้เพราะไม่มีความสามารถ
แต่แพ้เพราะ
ไม่เห็นภัยก่อนภัยจะมาถึง
ไม่ได้แพ้เพราะไม่มีโอกาส
แต่แพ้เพราะ
ปล่อยโอกาสผ่านไปโดยคิดว่าเดี๋ยวค่อยทำ
และความผิดพลาดบางอย่าง…
ไม่ได้เรียกเก็บเงินเป็นบาท
แต่มันเรียกเก็บด้วย
เวลา
สุขภาพ
ความสัมพันธ์
ชื่อเสียง
อนาคต
และบางครั้ง…
ด้วยชีวิต
ดังนั้น…
ก่อนจะเชื่อ — หยุดคิด
ก่อนจะโอนเงิน — ตรวจสอบ
ก่อนจะลงทุน — ศึกษาความเสี่ยง
ก่อนจะไว้ใจ — ดูการกระทำ ไม่ใช่แค่คำพูด
ก่อนจะโกรธ — หยุดตัวเอง
ก่อนจะพูด — คิดถึงหัวใจคนฟัง
ก่อนจะตัดสินใคร — ถามตัวเองว่าเรารู้ความจริงทั้งหมดแล้วหรือยัง
ก่อนจะใช้ชีวิตตามคนอื่น — ถามตัวเองว่า นี่คือชีวิตที่เราต้องการจริงหรือไม่
และก่อนจะบอกว่า…
“พรุ่งนี้ค่อยทำ”
ลองถามตัวเองสักครั้งว่า…
“ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีเรา…สิ่งที่เราผัดไว้วันนี้ จะเหลืออะไร?”
วันนี้คุณยังมีลมหายใจ
ยังมีคนที่รักคุณ
ยังมีโอกาสแก้ไข
ยังมีโอกาสขอโทษ
ยังมีโอกาสกลับบ้าน
ยังมีโอกาสเริ่มต้นใหม่
ยังมีโอกาสดูแลสุขภาพ
ยังมีโอกาสทำความดี
ยังมีโอกาสเปลี่ยนชีวิต
เพราะฉะนั้น…
อย่ารอให้ชีวิตสอนด้วยความสูญเสีย
ถ้ารู้วันนี้…
ก็เปลี่ยนวันนี้
ถ้ารู้ว่าผิด…
ก็หยุดวันนี้
ถ้ารู้ว่าใครสำคัญ…
ก็บอกเขาวันนี้
ถ้ารู้ว่าสุขภาพสำคัญ…
ก็ดูแลวันนี้
ถ้ารู้ว่าชีวิตมีค่า…
ก็ใช้วันนี้ให้มีความหมาย
และจงจำไว้ว่า…
ความไม่ประมาท
ไม่ใช่การกลัวตาย
แต่คือการรู้ว่า…
“เรายังมีชีวิตอยู่
และชีวิตนี้มีค่าเกินกว่าจะใช้มันอย่างเลื่อนลอย”
หาเงินให้เต็มกำลัง…
แต่ไม่ขายชีวิตให้เงิน
สร้างอนาคต…
แต่ไม่ทำลายปัจจุบัน
รักให้เต็มหัวใจ…
แต่ไม่ทำร้ายตัวเองและคนที่รัก
มีความฝัน…
แต่ไม่หลงจนลืมความจริง
ใช้เทคโนโลยี…
แต่อย่าให้เทคโนโลยีใช้ชีวิตแทนเรา
อยู่กับโลก…
แต่อย่าให้โลกครอบงำใจ
โลกยิ่งวุ่นวาย
เรายิ่งต้องมีสติ
โลกยิ่งอันตราย
เรายิ่งต้องมีปัญญา
โลกยิ่งหลอกลวง
เรายิ่งต้องมีศีล
โลกยิ่งเร่งรีบ
เรายิ่งต้องรู้จักหยุด
โลกยิ่งเต็มไปด้วยความโลภ
เรายิ่งต้องรู้จักพอ
โลกยิ่งเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
เรายิ่งต้องรักษาความเมตตา
และ…
โลกยิ่งไม่มีอะไรแน่นอน
เรายิ่งต้องไม่ประมาท
เพราะสุดท้ายแล้ว…
เราไม่ได้รู้หรอกว่า
เราจะมีพรุ่งนี้อีกกี่ครั้ง
เราไม่รู้ว่า
จะได้กอดคนที่รักอีกกี่ครั้ง
เราไม่รู้ว่า
จะได้กลับบ้านอีกกี่ครั้ง
เราไม่รู้ว่า
จะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นอีกกี่ครั้ง
เราไม่รู้ว่า
โอกาสที่เรากำลังมีอยู่ในมือวันนี้…
จะยังอยู่กับเราในวันพรุ่งนี้หรือไม่
เพราะฉะนั้น…
อย่าประมาทกับชีวิต
อย่าผลัดความดี
อย่าผลัดคำขอโทษ
อย่าผลัดการดูแลคนที่รัก
อย่าผลัดการดูแลตัวเอง
อย่าผลัดการแก้ไขสิ่งผิด
และอย่าผลัดการตื่นรู้…
เพราะบางครั้ง
สิ่งที่เราคิดว่า “ไว้พรุ่งนี้ค่อยทำ”
อาจกลายเป็น
“รู้อย่างนี้…ทำตั้งแต่วันนั้นก็ดี”
และคำว่า “รู้อย่างนี้”…
เป็นคำที่คนจำนวนมากต้องพูด
ในวันที่…
สายเกินไปแล้ว
ดังนั้น วันนี้…
ถ้ายังหายใจอยู่
จงตื่น
ตื่นจากความประมาท
ตื่นจากความหลง
ตื่นจากความโลภ
ตื่นจากความโกรธ
ตื่นจากการใช้ชีวิตตามกระแส
ตื่นจากคำว่า “เดี๋ยวก่อน”
และตื่นจากความคิดที่ว่า…
“เรายังมีเวลา”
เพราะความจริงที่เจ็บที่สุดของชีวิตคือ…
เราไม่รู้เลยว่า
ลมหายใจที่กำลังมีอยู่ตอนนี้
จะเป็นลมหายใจที่เท่าไรของเรา
ดังนั้น…
จงใช้ชีวิตอย่างเต็มที่
แต่อย่าใช้ชีวิตอย่างประมาท
เพราะโลกไม่ได้สัญญาว่าจะปลอดภัย
ชีวิตไม่ได้สัญญาว่าจะยาว
และพรุ่งนี้…
ไม่ได้สัญญาว่าจะมาถึงทุกคน
โลกยิ่งวุ่นวาย…ยิ่งต้องมีสติ
ชีวิตยิ่งไม่แน่นอน…ยิ่งต้องมีปัญญา
และเพราะเรารู้ว่าวันหนึ่งต้องจากโลกนี้ไป…
เราจึงควรใช้ทุกวันที่ยังอยู่
ให้มีคุณค่าที่สุด
นี่แหละ…
คือการใช้ชีวิตอย่าง “ไม่ประมาท”
ธรรมะเทศนาโดย พระธรรมจารย์เต้าฝ่า
วัดกวงหมิงซัน เมืองไทเป ประเทศไต้หวัน
ประธานมูลนิธิพระหัตถ์ของกวงอิมโพธิสัตว์
เพื่อช่วยเหลือผู้สัญจรบนมรรควิถีแห่งสภาวะทุกข์