
วันนี้ ( 31 ม.ค.68 ) เวลา 10.00 น. ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1
ชุดตรวจค้น นำโดย พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1,พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.วิศิษฎ์ มะอักษร รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.จิรายุส วานิชกุล ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.นภธร วาชัยยุง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ, พ.ต.ท.พูนสุข เตชะประเสริฐพร รอง ผกก.สส.1บก.สส.ภ.1, พร้อมกับเจ้าพนักงานตำรวจ บก.สส.ภ.1, เจ้าพนักงานตำรวจ กก.สส.ภ.จว.สมุทรปราการ, เจ้าพนักงานตำรวจ สภ.พระประแดง, เจ้าพนักงานตำรวจ บก.สส.สตม.,
เจ้าพนักงานตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้นำหมายค้นศาลอาญา ลงวันที่ 30 มกราคม 2568 เข้าทำการตรวจค้นห้องพักย่าน รามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานตร
สืบเนื่องจากเจ้าพนักงานตำรวจ บก.สส.ภ.1 สืบสวน โดยคนร้ายใช้หมายเลขโทรศัพท์มือถือ โทรหาผู้เสียหาย แอบอ้างข่มขู่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดให้โอนเงินไปตรวจสอบ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินไป เป็นจำนวน 20,000 บาท เมื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงของเบอร์โทรศัพท์พบว่ามีความเชื่อมโยงกับคดีอื่นๆในลักษณะเดียวกันอีก จำนวน 3 คดี มูลค่าความเสียหายจำนวนมาก
ผลการตรวจค้นพบ
1.เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์แบบใส่ซิมการ์ด ( gsm gateway ) จำนวน 5 เครื่อง( ซึ่งสามารถใส่ซิมการ์ดได้ 64 ช่อง/เครื่อง )
2.โมเด็มต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ต จำนวน 3 เครื่อง
3.กล้องวงจรปิด จำนวน 1 ตัว
จึงได้ทำการตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระประแดง ท้องที่ที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ซึ่งจากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่ามีชายชาวไทย 2 คน มาขอเช่าห้องพัก ดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2567 ค่าเช่าเดือนละ 3,700 บาท ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าว กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง มีความผิดฐาน “ร่วมกันทำ มีใช้ นำเข้า นำออกหรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต, ร่วมกันตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต”
เจ้าพนักงานตำรวจชุดตรวจค้นจะได้ทำการสืบสวนขยายผลดำเนินคดี บุคคลที่เกี่ยวข้อง ตามกฎหมาย ต่อไป
นอกจากนั้นยังขยายผล หาตัวผู้ร่วมกระทำความผิด ในการร่วมกันนำเครื่องซิมบล็อก ของกลางที่ตรวจยึดได้ดังกล่าวมาติดตั้ง ให้แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ โดย ชุดสืบสวนและ พนักงานสอบสวน จะดำเนินการรวบรวม พยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับ และติดตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป