ตำรวจไซเบอร์เปิดยุทธการตัดวงจรความเสียหายขบวนการหลอกลวงระดมทุน พบเงินหมุนเวียนว่า 1,400 ล้านบาท ”

“ ตำรวจไซเบอร์เปิดยุทธการตัดวงจรความเสียหายขบวนการหลอกลวงระดมทุน พบเงินหมุนเวียนว่า 1,400 ล้านบาท ”
ตามนโยบายของรัฐบาล โดย ฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการป้องกันและปราบปราม
อาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการชักชวนหลอกลวงให้ลงทุน
ออนไลน์ซึ่งได้สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมากนั้น
วันนี้(1 ก.ค.65) เวลา 14.00 น. กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบอาญชกรรมทางเทคโนโลยี
(บช.สอท.) ภายใต้การนำของ พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์
รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.มนเทียร พันธ์อิ่ม รอง ผบช.สอท.,
พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย ผบก.สอท.4และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวกรณีจับกุมผู้ต้องหาราย
สำคัญที่ได้หลอกลวงชักชวนผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนออนไลน์ ดังนี้
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหา กับพวก มีพฤติการณ์การโฆษณาชักชวนประชาชนทั่วไปทางสื่อสังคม
ออนไลน์ ให้มาสมัครเป็นสมาชิกในลักษณะการระดมทุน ซึ่งอ้างว่าจะนำเงินลงทุนของสมาชิกไปทำการ
ลงทุนต่างๆ เช่น ซื้อขายทรัพย์สินดิจิทัล ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ ซื้อขาย
ทองคำ ธุรกิจค้าขายอสังหาริมทรัพย์ ซื้อขายรถยนต์มือสอง และทำการค้าอัญมณีเป็นต้น
โดยจะให้ผลตอบแทนแก่สมาชิกในอัตราที่สูงสุดถึง 180% ต่อปี การลงทุนจะแบ่งเป็น 5 แพ็กเกจ
เช่น แพ็กเกจแรก เริ่มต้นลงทุนที่ 4,000 บาท ครบ 10 เดือน รับผลตอบแทน 6,000 บาท ไล่เรียงไปตาม
จำนวนเงินลงทุน ไปจนถึงแพ็กเกจสุดท้าย ลงทุนสูงสุดที่ 400,000 บาท ครบ 10 เดือน รับผลตอบแทน
ถึง 600,000 บาท โดยมีสมัครสมาชิกสนใจสมัครเข้าร่วมลงทุนในแพ็กเกจต่างๆ กว่า 90,000 รายการ มี
เงินหมุนเวียนกว่า 1,400 ล้านบาท ซึ่งไม่ได้มีการนำเงินลงทุนของสมาชิกไปลงทุน หรือทำธุรกิจตามที่
กล่าวอ้างแต่อย่างใด แต่เป็นการหลอกลวงลงทุนในลักษณะของแชร์ลูกโซ่ อันเป็นความผิดตามกฎหมาย

กระทั่งเมื่อ 28 มิ.ย. 65 เวลาประมาณ 10.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สังกัด บก.สอท.4 ได้เปิด
ยุทธการตัดวงจรความเสียหายหลอกระดมทุน เข้าตรวจค้นเป้าหมายจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย ตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่
ในข้อหา “ ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตาม ม.4, 12แห่ง พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็น
การฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 (มีอัตราโทษจ าคุกตั้งแต่ 5 ปี – 10 ปี ปรับตั้งแต่ 500,000 บาท –
1,000,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่) และร่วมกันทุจริต หรือ
หลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือ
บางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ตาม
มาตรา 14(1) แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระท าความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 (มีอัตราโทษจ าคุก
ไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) ”
ตรวจยึดทรัพย์สินหลายรายการมูลค่า 32.27 ล้านบาท ได้แก่ โฉนดที่ดิน 7 แปลง รถยนต์ ยี่ห้อ
เบนซ์ 2 คัน กระเป๋าแบรนด์เนม กว่า 10 ใบ และสามารถทำการอายัดเงินในบัญชีของกลุ่มผู้ต้องหาได้
16.74 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า49 ล้านบาท นำตัวผู้ต้องหาส่ง พงส.บก.สอท.4 ดำเนินคดีตาม
กฎหมาย ซึ่งจะได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและ
ปราบปรามการฟอกเงินต่อไป

ใส่ความเห็น