Blog

“มวยไทย” กระหึ่ม สังเวียนนักรบ เวโรนา อิตาลี

“มวยไทย” กระหึ่ม ในสังเวียนนักรบ เวโรนา 2 พันปี
“สรวงศ์ – พิมล” เปิดงาน “อะเมซิ่งมวยไทย” อิตาลี

เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่ง เมิ่อ “มวยไทย” ศิลปะการต่อสู้ประจำชาติไทย เข้าไปทำพิธีแปิดในสังเวียนประวัติศาสตร์ “เวโรนา อารีนา” อัฒจันทร์โบราณอายุ 2,000 ปี ที่เคยใช้เป็นเวทีต่อสู้ของเหล่านักรบกลาดิเอเตอร์ (Gladiators) ในอดีต ในวาระฉลองความสัมพันธ์ไทย – อิตาลี 157 ปี

เมื่อช่วงเย็น วันที่ 25 มิ.ย.68 (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่ “เวโรนา อารีนา” (Arena de Verona) เมืองเวโรนา ประเทศอิตาลี นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายพิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย และ ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา , นายมัวริซิโอ สุไลมาน ประธานสภามวยโลก (WBC) ,นายเปาโล ดีโอนีซี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย, นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา , นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย , พล.ต.ธนพล ภักดีภูมิ ประธานสภามวยโลกมวยไทย (WBC มวยไทย) นำนักกีฬาจากทั่วทุกมุมโลก ชักธงร่วมพิธีเปิดงาน “อะเมซิ่งมวยไทยเวิลด์เฟสติวัล 2025” (Amazing MuayThai World Festival 2025) เพื่อฉลองความสัมพันธ์ไทย – อิตาลี 157 ปี อย่างเป็นทางการ

นายสรวงศ์ กล่าวว่า “ในวาระฉลอง ความสัมพันธ์ระหว่างไทย กับ อิตาลี 157 ปี ซึ่งกีฬามวยไทย ศิลปะประจำชาติไทย และ ซอฟต์พาวเวอร์ของไทย เป็นไฮไลน์เปิดพิธี รู้สึกยินดีมาก ที่ต่างฝ่ายต่างส่งเสริมซึ่งกันและกัน ซึ่งทางอิตาลีก็เชื่อว่า เวโรนา อารีนา จะได้รับการเผยแพร่ให้ชาวโลกรับรู้มากขึ้น โดยมีมวยไทย เป็นจุดเชื่อมความสัมพันธ์อันดี”

นายพิมล กล่าว่า “พวกเรามีความยินดีอย่างยิ่ง ที่ทุกท่านให้การยอมรับมวยไทย ร่วมแข่งขันมวยไทย เรียนรู้มวยไทย รวมถึงสิ่งอื่นๆที่เป็นของไทย ทำให้วัฒนธรรมไทยกว้างขวางมากขึ้น เราเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ไทยกับอิตาลี จะทำงานร่วมกันต่อไปอีกในอนาคต”

ด้าน พล.ต.ธนพล กล่าวว่า “งานนี้ตรงตามคอนเซปต์ของเราที่ต้องการโปรโมทมวยไทย ให้เป็นกีฬาสากลของโลก ซึ่งครั้งนี้มวยไทยได้มาแสดง “เวโรนา อารีนา” ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนาน 2,000 ปี ใกล้เคียงกับประวัติศาสตร์ของมวยไทย และใหญ่ติด 1 ใน 3 ของอิตาลี จุคนได้ราว 15,000 คน โดยทั้งหมดนี้เราพร้อมจะส่งเสริมให้มวยไทย ให้สามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัย ซึ่งก็ทำให้มวยไทยเผยแพร่มากยิ่งขึ้นในตลาดสากล”

สำหรับงาน “อะเมซิ่งมวยไทยเวิลด์เฟสติวัล 2025” ณ เมืองเวโรน่า ประเทศอิตาลี จะจ้ดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 29 มิ.ย.68 โดยวันที่ 25 เป็นพิธีเปิด ส่วนวันที่ 26 -29 เป็นการแข่งขัน ที่ AGSM Forum ซึ่งภายในงานยังมี การอบรมผู้ตัดสินมวยไทย ,สาธิตมวยโบราณ ,เปิดอบรมคลินิกมวยไทยโดยนักมวยที่มีชื่อเสียง และที่พิเศษคือ ทางสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำอิตาลี และทีมไทยแลนด์ประเทศอิตาลี ได้มาร่วมจัดงาน Thai Village ณ บริเวณสนามแข่งขัน ซึ่งจะมีการแสดงวัฒนธรรมไทย, นิทรรศการผ้าไหมไทย, บริการนวดแผนไทย และการออกร้านอาหารไทย ซึ่งจะช่วยให้งานนี้ เป็นเทศกาลที่จะช่วย เสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทย และส่งเสริมมวยไทยเพื่อการท่องเที่ยว ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน

สำหรับนักมวยเยาวชนไทย 8 คน ที่สู้ศึกนี้ ประกอบด้วย ธานีจูเนียร์ ช.ไทยเศรษฐ์, ขวัญข้าว ลูกพ่อเสือ, เพชรแท้ เกียรติบุรินท์, ฐานทัพ อัครเทวา, เจริญลาภ ส.ทะแกล้วพันธุ์, เพชรมรกต ศิษย์สองพี่น้อง , เอกพยัคฆ์ ทต.พลับพลานารายณ์ และตะวันฉาย ส.ศิริลักษณ์ โดยมี สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง นักมวยไทยชื่อดัง เป็นกัปตันทีม และ อ.มนฤทธิ์ ศิษย์สองพี่น้อง เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน

Influencer Awards Winner 2025,Thailand

June 25, 2025, Mr. Siroj Mingkwan, President of the Crime Journalists Association of Thailand and Founder of the Research and Development Reporter Training Center, Communication Innovation Organization presided Social media Award Winner to
Mr. Saohrit Lertsetthakan (Boss Bell), The owner of the Facebook page Bangsaen Fight Club, which has 210,000 followers, who won
“Influencer Awards” for 2025,Thailand

เข้าแถวยาวซื้อทุเรียนลูกละ40บาท ตลาดรังสิต ในงาน Thai Fruit Festival 2025

ปทุมธานี ประชาชนเข้าแถวยาวซื้อทุเรียนลูกละ40บาท ตลาดรังสิต ในงาน Thai Fruit Festival 2025
ผู้สืรอข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 ศูนย์ AFC ร่วมมือกับ กรมการค้าภายใน (DIT) กระทรวงพาณิชย์ สมาคมตลาดสดไทย และตลาดรังสิต จัดงาน Thai Fruit Festival 2025 ณ ตลาดรังสิต เพื่อร่วมส่งเสริมและรณรงค์การบริโภคผลไม้ไทยคุณภาพเยี่ยมจากเกษตรกรทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายในการกระตุ้นเศรษฐกิจและสนับสนุนผลผลิตของไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายยิ่งขึ้น
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก ประชาชนและผู้บริโภคจำนวนมากหลั่งไหลมาร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อสัมผัสประสบการณ์การเลือกซื้อผลไม้สดใหม่ส่งตรงจากสวน พร้อมกิจกรรมไฮไลต์สุดพิเศษที่เรียกเสียงฮือฮาได้อย่างล้นหลาม นั่นคือ โปรนาทีทอง ทุเรียนลูกละ 40 บาท ซึ่งจัดขึ้นถึง 2 รอบ โดยในแต่ละรอบมีการจำหน่ายทุเรียนคุณภาพดีจำนวน 150 ลูก รวมทั้งสิ้น 300 ลูก สร้างความตื่นเต้นและรอยยิ้มให้กับผู้ที่มารอคิวอย่างใจจดใจจ่อ
นอกจากทุเรียนราคาพิเศษแล้ว ผู้เข้าร่วมงานยังได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมด้วยการ แจกฟรีคูปองส่วนลด 50 บาท สำหรับใช้ซื้อผลไม้ทุกชนิดภายในตลาดรังสิต (โดยไม่มีกำหนดขั้นต่ำในการซื้อ จำกัดสิทธิ์ 1 คนต่อ 1 สิทธิ์) เพื่อกระจายโอกาสให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลองความอร่อยของผลไม้ไทยหลากหลายชนิด
กิจกรรม Thai Fruit Festival 2025 ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยกระตุ้นยอดขายผลไม้ไทย แต่ยังเป็นการสร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าและคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตรของไทย การตอบรับอย่างล้นหลามจากประชาชนในวันนี้ ตอกย้ำถึงความสำเร็จของการจัดงาน และความนิยมในผลไม้ไทยที่ยังคงครองใจผู้บริโภคเสมอมา

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม / รายงาน

ประชุมสภาเทศบาลตำบลหนองมะโมง

วันพุธ ที่ 25 มิ.ย.2568 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลหนองมะโมง มีการประชุมสภาเทศบาลตำบลหนองมะโมง สมัยประชุม สามัญ ประจำปี 2568 สมัย 2 ครั้งที่ 2 มีวาระในการประชุมหลายวาระ มีวาระแจ้งเพื่อทราบ โดยเจ้าหน้าที่จาก กรมทรัพยากรน้ำบาดาล สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 2 สุพรรณบุรี เข้าชี้แจง กรณีการก่อสร้าง โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน งบประมาณในการดำเนินโครงการ 5,479,700 บาท ติดตั้งที่ บ้านบ่อยายส้ม หมู่ที่ 3 ตำบลหนองมะโมง ในโครงการดังกล่าว ประกอบไปด้วย บ่อน้ำบาดาล จำนวน 2 บ่อ ,หอถังสูง ขนาด 100 ลบ.ม. ,ถังทรายกรองน้ำขนาดใหญ่ , อาคารระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำ ระบบน้ำ RO. , จุดจ่ายน้ำแบบงวงช้าง และ ท่อเมนขนาด 6 นิ้ว ซึ่งโครงการดังกล่าว เป็นการแก้ปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำประปา เพื่ออุปโภค และ บริโภค ในชุมชน ประสานงานโดย นายกชูชีพ สุพบุตร นายกเทศมนตรีตำบลหนองมะโมง , ผอ.ทวีศักดิ์ คำโต ผอ.กองช่างฯ , นางเกษร สุขุประการ รองปลัดเทศบาลฯ รักษาราชการปลัดเทศบาลตำบลหนองมะโมง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขยายโอกาส สร้างอาชีพ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงบกว่า 5 แสนบาท ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียม แก่ชาวขอนแก่นต่อเนื่อง
มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ มอบวีลแชร์แก่ผู้พิการ มอบจักรยานให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบท และมอบหุ่นจำลองช่วยฟื้นคืนชีพผู้ใหญ่และเครื่องช่วยสาธิตกระตุกไฟฟ้าหัวใจ พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรี
.
วานนี้ (วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่นอีกครั้ง โดยมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ฐานะยากจน ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ จำนวน 20 ราย คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 397,610 บาท เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังจัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมบรรเทาสาธารณภัย (กู้ชีพ) และอาสาสมัครออกหน่วยให้บริการประชาชนในพื้นที่ฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน กิจกรรมนันทนาการ ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผม ฯลฯ พร้อมกันนี้ มูลนิธิฯ ยังได้มอบหุ่นจำลองช่วยฟื้นคืนชีพผู้ใหญ่และเครื่องช่วยสาธิตกระตุกไฟฟ้าหัวใจ จำนวน 2 ชุด (4 ชิ้น) ในโครงการ “สนับสนุนเครื่องมือทางการแพทย์” ให้แก่ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวรัตนาภา เพื่อใช้ในหลักสูตรฝึกอบรมทักษะอาชีพดูแลผู้สูงอายุ รวมทั้ง มอบรถเข็นวีลแชร์แก่ผู้พิการ จำนวน 10 ราย และมอบรถจักรยานแก่โรงเรียนชนบทที่ขาดแคลน จำนวน 2 โรงเรียน รวม 20 คัน เพื่อให้นักเรียนที่ประสบปัญหาในการเดินทางได้ยืมเรียน รวมถึงเป็นการแบ่งเบาภาระค่าพาหนะแก่ผู้ปกครองได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเสริมสร้างให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย เรียนรู้กฎจราจร เรียนรู้การแบ่งปัน และดูแลรักษาสาธารณสมบัติร่วมกัน รวมมูลค่าการดำเนินการช่วยเหลือชาวขอนแก่นในครั้งนี้ทั้งสิ้น 596,362 บาท (ห้าแสนเก้าหมื่นหกพันสามร้อยหกสิบสองบาทถ้วน) โดยมี ผศ.ดร.พนธ์พันธ์ เลิศจันทรางกูร ที่ปรึกษาอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พร้อมด้วย นายสงวน สุธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 5 นางสาวศุภวรรณ ขูดแก้ว ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ และอาสาสมัครเฉพาะกิจมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมในพิธี ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวรัตนาภา จังหวัดขอนแก่น
.
นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ เปิดเผยว่า โครงการ ส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ ในการประกอบอาชีพ โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวและสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ จำนวน 12 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ชลบุรี สงขลา สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา ศรีสะเกษ ขอนแก่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย และพิษณุโลก ในการคัดกรองผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม เสริมทักษะอาชีพ โดยมูลนิธิฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการดำเนินการโครงการดังกล่าวนี้ จะมีส่วนสนับสนุน ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป
.
ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
.
ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เว็บไซต์ http://www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ http://www.facebook.com/atpohtecktung
.

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

The Media รุ่นที่ 6 จัดงานเลี้ยงฉลองจบหลักสูตรอย่างยิ่งใหญ่

The Media รุ่นที่ 6 จัดงานเลี้ยงฉลองจบหลักสูตรอย่างยิ่งใหญ่ ณ เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท

24 มิถุนายน 2568 – หลักสูตร “The Media รุ่นที่ 6” จัดงานเฉลิมฉลองพิธีมอบประกาศนียบัตรและรางวัลสำคัญ ให้แก่ผู้เข้าอบรมอย่างสมเกียรติ ณ เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท ชั้น19 โดยหลักสูตรนี้พัฒนาขึ้นร่วมกับสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ภายใต้การดูแลของ ดร.ธีรพล มั่นพิริยะกุล ผู้อำนวยการหลักสูตร และ ดร.ยุคลวัชร์ ภักดีจักริวุฒิ์ รองผู้อำนวยการหลักสูตร

ภายในงานมีกิจกรรมการประกวด “โครงการเพื่อสังคม” โดยผู้เข้าอบรมในแต่ละกลุ่มได้จัดทำคลิปวิดีโอเสนอผลงานที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ การรวมพลังทำงานร่วมกันเป็นทีม และความตั้งใจที่จะส่งมอบน้ำใจและสร้างสรรค์สิ่งดีๆกลับคืนสู่สังคม ผู้เข้าอบรมยังได้แสดงศักยภาพในการนำเสนอเนื้อหาที่สร้างสรรค์และทันสมัย รวมทั้งวิธีการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ ภายใต้คำแนะนำของวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญตลอดเกือบ 4 เดือนของการอบรม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของหลักสูตร นอกจากนี้ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้การบริหารงาน บริหารทีม การทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน และการใช้สื่อที่ทันสมัย อย่างเหมาะสมและรวดเร็วให้ทันต่อกระแสที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา เพื่อให้สอดรับกับทุกโอกาสในการทำธุรกิจ รวมทั้งเรื่องการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการทำงานและชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งขยายเครือข่ายกับผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญจากหลายวงการ ผ่านกิจกรรมต่างๆ ตลอดหลักสูตร ก่อนจะปิดท้ายงานด้วยปาร์ตี้คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมากมาย ด้วยบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความสุข ความสนุก รอยยิ้ม และมิตรภาพระหว่างกันได้อย่างน่าประทับใจ

โดยหลักสูตร “เดอะมีเดีย” เตรียมเปิดรับสมัครรุ่นที่ 7 และจะเริ่มเรียนในเดือนกันยายน 2568 เพื่อพัฒนาความรู้และศักยภาพของผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจ รวมทั้งยกระดับเครือข่ายในระดับประเทศจากทุกวงการเพื่อต่อยอดธุรกิจให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

รางวัลอินฟลูเอนเซอร์ อวอร์ด “Influencer Awards” ประจำปี 2568

วันที่ 25 มิ.ย. 2568 นายศิโรจน์ มิ่งขวัญ นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย และผู้ก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา สำนักนวัตกรรมการสื่อสาร ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ให้นายเสาหฤท เลิศเศรษฐการ (บอสเบลล์) เจ้าของเฟสบุ๊ค Bangsaen Fight Club ผู้ติดตาม 2.1 แสนคน ซึ่ง
ได้รับรางวัลอินฟลูเอนเซอร์ อวอร์ด “Influencer Awards” ประจำปี 2568

นายศิโรจน์ มิ่งขวัญ กล่าวอีกว่าในยุคดิจิตอลได้เกิดรูปแบบการสื่อสารแนวใหม่ เรียกว่า โซเชียลมีเดีย (สื่อสังคมออนไลน์) มีผู้ประกอบการ ที่เป็น
เจ้าของแฟลตฟอร์ม หรือ แอปพลิเคชัน (Application) อย่าง Facebook , X, Instagram,TikTok,Youtube,Line ฯ
โดยเป็นแหล่งรวมตัวกันของผู้ใช้ทั่วโลก ทุกชาติ ทุกเพศ ทุกวัย ข้อมูล ณ ต้นปี2568 ประชากรโลกมีอยู่ราวๆ 8,100 ล้านคน มีคนประมาณ 5,000 ล้านคน ใช้โซเชียลมีเดีย เมื่อคำนวณแบบคร่าวๆ ก็ประมาณ 50-60 %
ส่วนประเทศไทยเอง จัดว่าใช้สื่อสังคมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย เป็นอันดับต้นๆ ของโลก
ทั้งนี้เพื่อให้ เข้ายุค เข้าสมัย ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าว วิจัยและพัฒนา สำนักนวัตกรรมการสื่อสาร ภายใต้สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย จึงจัดทำโครงการจัดงานมอบรางวัล อินฟลูเอนเซอร์ อวอร์ด “Influencer Awards”
ขึ้น
มีวัตถุประสงค์
1.เพื่อพัฒนาการเผยแพร่ข้อมูล ในสื่อโซเชียลมีเดีย
2.เพื่อส่งเสริม “Influencer” อินฟลูเอนเซอร์
3.เพื่อพัฒนาการประชาสัมพันธ์ ผู้สนับสนุน ในสื่อโซเชียลมีเดีย

โดยกำหนดหลักเกณฑ์“Influencer” อินฟลูเอนเซอร์ หมายถึง
มีความโดดเด่น ด้านยอดผู้ติดตาม ความเสมอต้น เสมอปลาย ความต่อเนื่อง

มีอิทธิพลทางความคิดอย่างแท้จริง ภายใต้ความสร้างสรรค์
ทั้งระดับชาติ และระดับนานาชาติ

ด้านนายเสาหฤท เลิศเศรษฐการ กล่าวว่า รู้สึกดีใจ กับการได้รางวัลซึ่งการได้รางวัลก็แสดงว่ามีคนเห็นว่าสิ่งที่เราทำไปเป็นสิ่งที่ดี รางวัลก็เหมือนการชื่นชมก็เป็นกำลังใจที่ดีครับ

ก.พ.แจงแนวทางจัดสอบวัดความรู้ ปี 2568

ก.พ. ประชุมชี้แจงแนวทางจัดสอบวัดความรู้ฯ ปี 2568 – เตรียมรับผู้สมัครกว่า 450,000 คนทั่วประเทศ
เมื่อวันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568 นายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เป็นประธานมอบนโยบายในการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานของศูนย์สอบการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ประจำปี 2568 ณ ห้องแคทารียา 1 โรงแรมรามา การ์เด้นส์ กรุงเทพฯ
โดยมี นางสาวกำไล อ่างแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์สรรหาและเลือกสรร สำนักงาน ก.พ. พร้อมด้วย ดร.พีรพัฒน์ มั่งคั่ง ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา และผู้แทนจากศูนย์สอบทั้ง 14 แห่งทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุม
สำหรับการสอบในปีนี้จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 ครอบคลุมสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ ผู้สมัครสอบมีจำนวนมากกว่า 450,000 คน โดยผลสอบจะประกาศในวันที่ 9 ตุลาคม 2568
ศูนย์สอบทั้ง 14 แห่ง ประกอบด้วย:
กรุงเทพมหานครและนนทบุรี, นครปฐม, ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา, ราชบุรี, ชลบุรี, เชียงใหม่, พิษณุโลก, นครราชสีมา, อุดรธานี, อุบลราชธานี, ขอนแก่น, สุราษฎร์ธานี และสงขลา
การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมในการดำเนินการสอบให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย มีมาตรฐาน และโปร่งใส เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เข้าสอบทุกคน

การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป

25 มิ.ย. 68 ที่ โรงแรมรามาการ์เด้น กทม. ดร.พีรพัฒน์ มั่งคั่ง ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา แถลง นโยบายเกี่ยวกับการสอบ ก.พ.

เจ้าหน้าที่ไม่รอบคอบ ยื่น ป.ป.ท. สอบได้

จากกรณี นายอนุวัต เฟื่องทองแดง ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง หรือที่รู้จักกันในนาม “อนุวัต จัดให้” ที่ผ่านมา เจ้าตัวมีการโพสต์เตือนภัยมิจฉาชีพรูปแบบต่างๆ ทั้งคอลเซ็นเตอร์ และที่เอารูปเอาคลิปไปตัดต่อหลอกเหยื่อให้เงินกู้ หวังเตือนประชาชนจะได้ไม่ถูกหลอก

แต่กลับกลายเป็นว่านายอนุวัต ถูกดำเนินคดี ข้อหาฉ้อโกง จากสถานีตำรวจแห่งหนึ่งใน จ.บึงกาฬ ซึ่งนายอนุวัต ได้ออกมาทำคลิปตัดพ้อ จนผู้บังคับบัญชาระดับสูงใน จ.บึงกาฬ ลงไปตรวจสำนวนแล้วแจ้งยุติการดำเนินคดีไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นาย สุทิน บัวตูม อดีต อนุกรรมการด้านการข่าวกรองเพื่อต่อต้านการทุจริต (ปปช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และที่ปรึกษาสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่ากรณีนี้ พนักงานสอบสวนต้องตรวจ บุคคล ข้อเท็จจริงและความเป็นไปได้ไหมว่าคนๆนั้นจะเป็นผู้กระทำผิด เพราะขนาดนายอนุวัฒน์ เฟื่องทองแดง ผู้มีชื่อเสียงช่วยเหลือประชาชนมาอย่างต่อเนื่องยาวนานยังโดนแอบอ้าง โดยพนักงานสอบสวนต้องดูให้รอบคอบก่อน

ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นได้สร้างความเสียหายแก่นายอนุวัฒน์เป็นอย่างมาก ซึ่งนายอนุวัฒน์อาจจะยื่นหลักฐานเพื่อร้องทุกข์แก่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ก็ได้