Blog

ผบช.ภ.1 ชูนโยบายการทำงานของตำรวจภูธรภาค 1 เพื่อประชาชน

ผู้บัญชาการต๋อง พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ชูนโยบายการทำงานของตำรวจภูธรภาค 1 เพื่อประชาชนคือ…….”ยุติธรรม มีวินัย โปร่งใส เป็นที่พึ่งของประชาชน”

พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการรับผิดชอบงานแถลงข่าว ประชาสัมพันธ์ข่าว และ IO ข่าวตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ได้มารับตำแหน่งเมื่อวันที่ื 1 ต.ค. 2568 ที่ผ่านมา และมีนโยบายในการขับเคลื่อนการทำงานของตำรวจภูธรภาค 1 ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านงานป้องกันและปราบปราม งานสืบสวน งานสอบสวน งานจราจร และงานอำนวยการ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความอุ่นใจและความปลอดภัยของประชาชนในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 พื้นที่รับผิดชอบ 9 จังหวัด ซึ่งประกอบด้วย1.ตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท (ภ.จว.ชัยนาท) 2.ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี (ภ.จว.นนทบุรี) 3.ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี (ภ.จว.ปทุมธานี) 4.ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา) 5.ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี (ภ.จว.ลพบุรี) 6.ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ (ภ.จว.สมุทรปราการ) 7.ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี (ภ.จว.สระบุรี) 8.ตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี (ภ.จว.สิงห์บุรี) 9.ตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง (ภ.จว.อ่างทอง)
และอีก 4 หน่วยงานคือ
1.กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 1 (บก.อก.ภ.1) 2.กองบังคับการกฎหมายและคดี ตำรวจภูธรภาค 1 (บก.กค.ภ.1) 3.กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 (บก.สส.ภ.1) 4.ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 1 (ศฝร.ภ.1)
โดยนโยบายการทำงานของ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน
ผบช.ภ.1 คือ ยุติธรรม มีวินัย โปร่งใส เป็นที่พึ่งของประชาชน
พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน กล่าวว่าหากประชาชนพบการกระทำความผิดในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 สามารถแจ้งได้ที่สถานีตำรวจท้องที่ที่เปิดเหตุรับผิดชอบนั้นๆ หรือแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 191 ซึ่งจะมีระบบรับข้อมูลซึ่งใช้ระบบเทคโนโลยีมาควบคุมการแจ้งข้อมูลของประชาชนและการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดต่อไป

ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ตรวจเยี่ยม สภ.ปลายบาง

วันนี้ 16 ตุลาคม 2568 เวลา 14.30 น.
👮‍♂️พล.ต.ต.เดชรพี คงดี
ผบก.ภ.จว.นนทบุรี
เดินทางมาตรวจเยี่ยม สภ.ปลายบาง
ได้พบ
พ.ต.อ. รักศักดิ์ เมฆจินดา
ผกก.สภ.ปลายบาง
พ.ต.ท.กฤษณะโชติ คำนิมิตร
รอง ผกก.ป.สภ.ปลายบาง
พ.ต.ท.เฉลียว แดงยิ้ม
รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ปลายบาง
พ.ต.ท.กรณรงค์ ศุภนันทนานนท์
รอง ผกก.สส. สภ.ปลายบาง
พ.ต.ท.เอกณัฐ หอมกลิ่น
สว.อก.สภ.ปลายบาง
ในโอกาสนี้ รับฟังบรรยายสรุปของสภ.ปลายบาง รายงานเหตุการณ์ปกติ จึงได้สอบถามถึงปัญหาขัอขัดข้อง พร้อมนี้มอบนโยบายดังนี้

  1. กำชับการปฏิบัติตามนโยบายของ ผบ.ตร. และ ผบช.ภ.1
  2. กำชับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม สิ่งผิดกฎหมาย ยาเสพติด บ่อนการพนัน บุหรี่ไฟฟ้า อบายมุข และเฝ้าระวังเหตุร้านทอง
  3. ปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใส สร้างภาพลักษณ์ของตำรวจที่ดี
  4. หารือการจัดหางบประมาณการปรับปรุงศูนย์บริการประชาชน

ณ ห้องประชุม ศปก.สภ.ปลายบาง

ตม.3 จับหนุ่มแดนมังกรหนีหมายจับ

“ผู้การโปรด ตม.3”สั่งลุยจับวันเดียวสองหมายหนุ่มแดนมังกรหนีหมายจับ ซุกไทยฟอกตัว

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568
พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3 เปิดเผยว่า :ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.หฤษฎ์ เอกอุรุ รอง ผบก.ตม.3 ได้สั่งการให้หน่วยในสังกัดได้แก่ กก.สส.บก.ตม.3, ตม.จว.สมุทรปราการ และ ตม.ชลบุรี สนธิกำลังร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาต่างชาติรายสำคัญ ซึ่งหนีหมายจับต่างประเทศดังนี้

สำหรับเคสที่ 1 ตน ร่วมกับ พ.ต.อ.สุเมธ เจนวงศ์พิทักษ์ ผกก.ตม.จว.สมุทรปราการ พร้อมด้วยชุดสืบสวนได้ร่วมกันจับกุมตัว ผู้ต้องหามีพฤติการณ์ เรียกรับสินบนจากผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งหลบหนีหมายจับจากประเทศจีน และเข้ามาพำนักในประเทศไทยนานหลายเดือน โดยมีพฤติกรรมหลบเลี่ยงการติดตามของเจ้าหน้าที่ ด้วยการเปลี่ยนที่พักและสถานอยู่ในหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางจนกระทั่งมาหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่สมุทรปราการ

เคสที่ 2 พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆสิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี สั่งการให้ พ.ต.ท.กวิณวัชร์ อารยะสุริวงศ์ รอง ผกก.ตม.จว.ชลบุรี ร.ต.อ.พงศ์เจริญ ทองไพบูลย์ รองสว.ตม.จว.ชลบุรี ด.ต.ชัชวาล คุ้มภัย ผบ.หมู่ตม.จว.ชลบุรี ร่วมกันสืบสวนจับกุม บุคคลสัญชาติจีน อายุ 56 ปี ซึ่งกระทำความผิดฐานฉ้อโกง และถูกกระทรวงความมั่นคงสาธารณะแห่งเขตซงเจียง นครเซี่ยงไฮ้ ออกประกาศสืบจับไว้

ด้าน พล.ต.ต.ทรงโปรด ผบก.ตม.3 เปิดเผยว่า ทาง บก.ตม.3 ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ทางการของประเทศจีน ทำให้ทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองรายนี้ได้ก่อเหตุในประเทศจีน และเมื่อทราบว่าตนน่าจะถูกหมายจับ จึงได้หลบหนีเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย ซึ่งในขณะนั้นทางการจีนยังไม่ได้ประกาศหมายจับลงในระบบตำรวจสากล จึงมิได้ห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร ต่อมาภายหลังจากได้รับข้อมูลการประสานงานแล้ว จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนไปดำเนินการสืบจับ

ตัวอย่างเช่น นายซุงทราบว่า ในช่วงปี พ.ศ. 2560–2562 ระหว่างที่ทำงานอยู่ในบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งในประเทศจีน ได้มีการเรียกรับเงินสินบนจากผู้รับเหมา รวมกว่า 800,000 หยวน (เป็นเงินไทยกว่า 3.6 ล้านบาท) โดยอ้างว่าเป็น “ค่าบริการทางเทคนิค” และ “ค่าความช่วยเหลือในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง” ก่อนจะหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกดำเนินคดี เป็นต้น

พล.ต.ต.ทรงโปรด ยังได้กล่าวอีกว่า ตนได้กำชับให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดประสานข้อมูล กับหน่วยงานต่างๆ เพื่อติดตามพฤติกรรมของคนต่างด้าวซึ่งแม้อาจเดินทางเข้ามาถูกต้องแล้ว โดยอาศัยสถานะนักท่องเที่ยวหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย แต่เมื่อตรวจสอบพบว่ามีประวัติการกระทำผิด ก็ให้ทำการควบคุมตัวและดำเนินการตาม พรบ.คนเข้าเมือง ตลอดจนกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันคนต่างชาติเหล่านี้ออกไป

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เชิญร่วมถือศีล กินเจ ประจำปี 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญชวนสาธุชนร่วมถือศีล อิ่มบุญ อิ่มใจ ละเว้นเนื้อสัตว์ เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2568 สักการะหลวงปู่ไต้ฮงเพื่อความเป็นสิริมงคล รับบริการอาหารเจฟรี พร้อมร่วมพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย
.
ระหว่างวันที่ 20 – 30 ตุลาคม 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ขอเชิญชวนศิษยานุศิษย์และสาธุชนทุกท่าน ร่วมถือศีล อิ่มบุญ อิ่มใจ ละเว้นเนื้อสัตว์ เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2568 สักการะหลวงปู่ไต้ฮง เพื่อความเป็นสิริมงคล ทำบุญประทีปโคมไฟ (เต็งลั้ง) ถวายหลวงปู่ไต้ฮงเพื่อความเจริญรุ่งเรือง และในวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม 2568 ขอเชิญร่วมพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์รอบนอกศาลเจ้าไต้ฮงกง ขอพรให้คุ้มครอง แคล้วคลาดปลอดภัย ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ
.
ระหว่างวันที่ 20 – 29 ตุลาคม 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดให้มีบริการอาหารเจ [บรรจุใส่ถุง] แก่ประชาชนฟรี วันละ 2 มื้อ (มื้อเช้า และ กลางวัน) โดยเริ่มบริการตั้งแต่มื้อกลางวันของวันที่ 29 ตุลาคม ณ บริเวณทางเข้าสำนักงานมูลนิธิฯ ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ขอความกรุณาประชาชนผู้เข้ารับบริการอาหารเจนำถุงหิ้ว/ถุงผ้ามาบรรจุอาหารด้วยทุกครั้ง
.
นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 19 – 30 ตุลาคม 68 ขอเชิญชวนประชาชนชมอุปรากรจีน (งิ้ว) ที่คณะลูกศิษย์หลวงปู่ไต้ฮงจัดถวายรวม 12 คืน ณ บริเวณฝั่งสำนักงาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ
.
และในวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม 2568 เวลา 18.00 น. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดจัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์รอบนอกศาลเจ้าไต้ฮงกง ตั้งจิตอธิษฐานขอพรจากเทพเจ้าเพื่อเป็นสิริมงคล โดยเชื่อว่าเมื่อรับพรจากเทพเจ้าแล้ว จะทำให้จิตใจเบิกบาน ผ่องแผ้ว มีแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรือง จึงขอเชิญชวนสาธุชน ร่วมพิธีในวันและเวลาดังกล่าว [ทั้งนี้ เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน ผู้มีจิตศรัทธาที่ประสงค์เข้าร่วมพิธี โปรดตรวจสอบสภาพอากาศก่อนการเดินทาง พร้อมจัดเตรียมอุปกรณ์ เตรียมพร้อมสำหรับการเข้าร่วมพิธี]
.
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ส่งผลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญตลอดไป
.
ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ https://facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418
.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

ช่างภาพไทยชนะเลิศ “การประกวดภาพข่าวอาเซียน 2025”

ช่างภาพไทยชนะเลิศ “การประกวดภาพข่าวอาเซียน 2025” ช่างภาพไทยคว้ารางวัลชนะเลิศ “การประกวดภาพข่าวอาเซียน 2025” และได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 อีกรางวัล ขณะเดียวกันช่างภาพคนเดียวกันยังคว้ารางวัลชนะเลิศ “การประกวดภาพท่องเที่ยวไทย 2025” และรองชนะเลิศอันดับ 1 ด้วยเช่นกัน ส่วนภาพจากฟิลิปปินส์ ได้รองชนะเลิศอันดับ 2 และชมเชยอีก 2 รางวัล

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 เวลา 13.30 น. นายนคร วีระประวัติ ประธานสมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ได้จัดการประกาศผลและมอบรางวัล “การประกวดภาพข่าวอาเซียน 2025” และ “การประกวดภาพท่องเที่ยวไทย 2025” ในโอกาสครบรอบ 45 ปี สมาพันธ์ฯ ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เขตปทุมวัน กทม. โดยมีนายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นผู้แทน รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานมอบรางวัล มีนายเทพชัย หย่อง ประธานจัดการประกวดภาพข่าวอาเซียน 2025 และนางสหัพย์ภัค โชควิจิตรกุล กก.ผจก.ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ บริษัท เอ็มบีเค เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยการสนับสนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ผลการประกวดภาพข่าวอาเซียน 2025 ปราฏว่าภาพขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ของ นายพิชญวัฒน์ ปรุงศักดิ์ จาก นสพ.เดลินิวส์ คว้ารางวัลชนะเลิศ ได้รับเกียรติบัตรและเงิน 1,000 เหรียญสหรัฐฯ รองชนะเลิศอันดับ 1 ภาพการแสดงโดรนเฉลิมพระเกียรติ ของนายพิชญวัฒน์ ปรุงศักดิ์ นสพ.เดลินิวส์ ได้รับเกียรติบัตรและเงิน 700 เหรียญสหรัฐฯ รองชนะเลิศอันดับ 2 ภาพช่างแกะสลักชิ้นงานพื้นเมือง ของนายเกรโกริโอ แดนเตส จากฟิลิปปินส์ ได้รับเกียรติบัตรและเงิน 500 เหรียญสหรัฐฯ นอกจากนี้มีภาพรางวัลชมเชย 2 รางวัล ได้แก่ภาพประเพณีในป่ากิล ลากูนา ของนายจอห์น ไรอัน เบลเดมาร์ จากฟิลิปปินส์ และภาพโคมไฟคริสต์มาส ของนายแอนดี้ ซาปาตา จากฟิลิปปินส์ ได้รับเกียรติบัตรและเงิน รางวัลละ 200 เหรียญสหรัฐฯ

ส่วนผลการประกวดภาพท่องเที่ยวไทย 2025 รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ภาพการแสดงโดรนเฉลิมพระเกียรติ ของนายพิชญวัฒน์ ปรุงศักดิ์ นสพ.เดลินิวส์ ได้รับเกียรติบัตรและงิน 10,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 ภาพขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ของ นายพิชญวัฒน์ ปรุงศักดิ์ จาก นสพ.ดลินิวส์ ได้รับเกียรติบัตรและเงิน 5,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 ภาพแห่เรือสะเดาะเคราะห์ของ นายอภินันท์ บัวหภักดี นักเขียน ช่างภาพอิสระ ประจำ อนุสาร อสท. ได้รับเกียรติบัตรและเงิน 3,000 บาท

นอกจากนี้มีภาพรางวัลพิเศษ “ภาพขวัญใจ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา” เป็นภาพการเก็บขยะใต้ทะเล ของนายพรอรัญ สุวรรณพลาย จากเว็บไซต์ สภท. และรางวัล “ภาพขวัญใจ ผู้ว่าการ ททท.” เป็นภาพเที่ยววิถีไทย ของ นายซ้อน คงไสยภาคิน จาก นสพ.ไทยรัฐ ได้รับเกียรติบัตรและเงินรางวัลละ 5,000 บาท

นายนคร วีระประวัติ ประธานสมาพันธ์สื่อมวลชนห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพชนะเลิศการประกวดภาพข่าวอาเซียน 2025 และภาพชนะเลิศการประกวดภาพท่องเที่ยว 2025 เป็นภาพของนายพิชญวัฒน์ ปรุงศักดิ์ ที่ได้ทั้งรางวัลชนะเลิศอาเซียนและรองชนะเลิศอันดับ 1 ภาพท่องเที่ยวไทยนั้น มุมมองของกรรมการแต่ละคณะต่างกัน กรรมการการประกวดภาพข่าวอาเซียน มองว่าภาพขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ผู้ถ่ายภาพมีความอดทนและความคิดในการพยายามถ่ายภาพให้เรือทั้ง 4 ลำ แล่นมาอยู่ในระดับเดียวกัน ตรงพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม เป็นภาพสวยงามที่คนทั่วโลกจดจำมาตลอดและถ่ายได้ไม่ง่าย ขณะที่คณะกรรมการประกวดภาพท่องเที่ยวไทยมองว่าภาพการแสดงโดรนเฉลิมพระเกียรติ มีความแปลกตาในยุคใหม่ มีภาพโดรนแปรภาพเหนือวัดพระศรีรัตนศาสดารามและพระปรางค์วัดอรุณฯ จึงตัดสินให้ได้รางวัลชนะเลิศ

“การจัดการประกวดภาพอาเซียน 2025 และการประกวดภาพท่องเที่ยวไทย 2025” ประสบความสำเร็จได้อีกปี ต้องขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไท (ททท.) และ ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นตอร์ ผู้สนับสนุนหลัก และยังมีผู้สนับสนุนได้แก่ บมจ. วิริยะประกันภัย , บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด, บมจ. บีซีพีจี, บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ), บมจ.เอสซีจี (SCG) บมจ. ซีพี ออลล์, แอร์เอเชีย, บริษัท ซีพีแรม จำกัด และโรงแรมเอเชีย” นายนครกล่าว./


สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย​(สภท.60ปี)​

นักศึกษามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ คว้ารางวัล Gold Award ที่ประเทศจีน

มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ได้รับรางวัล Gold Award ในฐานะตัวแทนประเทศไทย ในการแข่งขัน ICDL Asia Digital Challenge 2025 ที่มณฑลหนานจิง สาธารณรัฐประชาชนจีน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภัชรินทร์ ซาตัน คณบดีคณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ร่วมแสดงความยินดีกับนักศึกษาคนเก่งแห่งรั้วมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์
นายธนดล ศรีปัญญา (ตะวัน) นักศึกษาชั้นปีที่2 หลักสูตรวิทยาศาสตร์บัญฑิต สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ ทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ได้รับรางวัล Gold Award ในฐานะตัวแทนประเทศไทย ในการแข่งขัน ICDL Asia Digital Challenge 2025 ที่มณฑลหนานจิง สาธารณรัฐประชาชนจีน
และร่วมยินดีน้องๆนักศึกษานักเรียนคนเก่งจากประเทศไทยทั้ง6-7คนภูมิใจกับผู้ปกครองของน้องๆคนเก่งด้วยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ โรงเรียนด่านขุดทด โรงเรียนบัวขาว โรงเรียซางตาครู๊สคอนแวนท์ โรงเรียนเมืองเหนือ ฯลฯและได้ขอบคุณมายัง

  • ICDL
  • ท่านพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล ประธานกรรมการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ
  • ท่าน ผอ.จุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ
  • คุณต้น นางสาวกฤษฎิ์กัญญา กานต์จิรธันย์ กรรมการบริหาร ICDL Thailand
  • และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ส่งเสริมสนับสนุนให้

พี่ตะวันนักศึกษามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ On Stage รับถ้วยทอง ในงาน ICDL Asia Digital Literacy Day 2025 ; Jiangsu Nanjing, China.

นักศึกษามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์เก่งมากหากต้องการมีโอกาสอย่าพลาดสมัครเรียนกันได้ที่มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์

รวมพลซูเปอร์สตาร์! เปิดโปรแกรมเต็ม ONE 173

รวมพลซูเปอร์สตาร์! เปิดโปรแกรมเต็ม ONE 173 ญี่ปุ่น เล่นใหญ่ชิงเข็มขัดแชมป์ 7 คู่

ประวัติศาสตร์ต้องจารึก แฟนกีฬาการต่อสู้จาก 195 ประเทศทั่วโลก เตรียมพบกับปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่ในศึก ONE 173 ที่ยกขบวนจอมบู๊แถวหน้าจากทั่วมุมโลกมาประชันเดือดกันถึง 16 คู่ บนดินแดนซามูไร โดยมีการชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE รวม 7 คู่ ภายในวันเดียว จัดเต็มความมันต่อเนื่องตลอดรายการ โดยจะถ่ายทอดสดจากสนามอาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในวันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย.นี้ เริ่มเวลา 11.00 น.

นำทัพด้วยคู่เอกของรายการ “ซุปเปอร์บอน ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.) จะเปิดหน้าวัดฝีมือกับผู้ท้าชิง “มาซาอากิ โนอิริ” แชมป์โลกเฉพาะกาลขวัญใจเจ้าถิ่น เพื่อเฟ้นหาราชันหนึ่งเดียวของรุ่นนี้

ขณะที่คู่รองเป็นการชิงเข็มขัด ONE MMA รุ่นเฮฟวีเวต (225-265 ป.) ระหว่าง “รุง รุง” อูมาร์ คาน เจ้าบัลลังก์คนปัจจุบัน กับคู่ปรับเก่า “อนาโตลี มาลีคิน” อดีตแชมป์ชาวรัสเซีย ซึ่งเคยดวลกันมาแล้วในศึก ONE 169 เมื่อ พ.ย. 67 โดยวันนั้น “อูมาร์” เป็นฝ่ายคว้าชัยแบบไม่เอกฉันท์ ผงาดเป็นแชมป์โลกคนใหม่ของรุ่นนี้

รวมถึงศึกชิงแชมป์โลก ONE อัดแน่นอีก 5 คู่ ได้แก่ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) พบกับ “น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) เพื่อแย่งชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต ที่ว่างอยู่ ขณะที่ “นาดากะ” ลุ้นชิงโอกาสสร้างชื่อเป็นแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.) คนแรกในประวัติศาสตร์ กับ “หนุ่มสุรินทร์ ช.เกตุวีณา”

ร่วมด้วย “คริสเตียน ลี” แชมป์โลก ONE MMA รุ่นไลต์เวต (155-170 ป.) และรุ่นเวลเตอร์เวต (170-185 ป.) จะดวลเดือดกับ “อาลิเบก ราซูลอฟ” ในไฟต์รีแมตช์ป้องกันเข็มขัดรุ่นไลต์เวต สมทบความมันด้วยคู่ไฮไลต์เด็ด “นาบิล อานาน” จะขึ้นป้องกันตำแหน่งแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต ครั้งแรกจาก “โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นแบนตัมเวต ที่ปัจจุบันครองตำแหน่งผู้ท้าชิงอันดับ 2 ของแรงกิงรุ่นนี้อยู่ด้วย และ “ยูยะ วากามัตสึ” จะขึ้นสังเวียนป้องกันเข็มขัดแชมป์โลก ONE MMA รุ่นฟลายเวต เป็นครั้งแรก จาก “โจชัว พาซิโอ” แชมป์โลก ONE MMA รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.) ที่ปีนน้ำหนักขึ้นมาสู้ หวังก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์โลก 2 รุ่น

นอกจากนั้น ในศึกนี้ยังมีนักสู้ชาวไทยอีก 3 ราย ร่วมลงชิงชัยให้ติดตามเชียร์ เริ่มจาก “ซุปเปอร์เล็ก ซุปเปอร์เล็กมวยไทย” ที่จะประชันเพลงแข้งกับ “ยูกิ โยซะ” ตามด้วยการหวนขึ้นชกในรอบกว่า 2 ปี ของ “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” พบกับ “คานะ โมริโมโตะ” และ “เสือคิม สจ.โต้งปราจีน” ซัดเดือด “เจก พีค็อก” จากสหราชอาณาจักร-แคนาดา แถมด้วยการกลับมากู้ศรัทธาต่อหน้าแฟน ๆ เจ้าถิ่นของนักชกซูเปอร์สตาร์ “ทาเครุ เซกาวา” ปะทะ “เดนิส พูริช” จอมเก๋าจากบอสเนีย-แคนาดา และนักกีฬาระดับซูเปอร์สตาร์อีกมากมาย ห้ามพลาดชมด้วยประการทั้งปวง!

โปรแกรมการแข่งขันทุกคู่ ศึก ONE 173
คู่เอก ซุปเปอร์บอน ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์ vs มาซาอากิ โนอิริ (ชิงแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)
คู่รอง อูมาร์ คาน vs อนาโตลี มาลีคิน (ชิงแชมป์โลก ONE MMA รุ่นเฮฟวีเวต 225-265 ป.)
รถถัง จิตรเมืองนนท์ vs น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย (ชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
นาดากะ vs หนุ่มสุรินทร์ ช.เกตุวีณา (ชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)
คริสเตียน ลี vs อาลิเบก ราซูลอฟ (ชิงแชมป์โลก ONE MMA รุ่นไลต์เวต 155-170 ป.)
นาบิล อานาน vs โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี (ชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)
ยูยะ วากามัตสึ vs โจชัว พาซิโอ (ชิงแชมป์โลก ONE MMA รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
ทาเครุ เซกาวา vs เดนิส พูริช (คิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
มารัต กริกอเรียน vs รูคิยะ อันโปะ (คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)
ยูกิ โยซะ vs ซุปเปอร์เล็ก ซุปเปอร์เล็กมวยไทย (คิกบ็อกซิ่ง รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)
แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ vs คานะ โมริโมโตะ (คิกบ็อกซิ่ง รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)
จันคาร์โล โบโดนี vs ราฟาเอล โลวาโต จูเนียร์ (ปล้ำจับล็อก รุ่นมิดเดิลเวต 185-205 ป.)
เจก พีค็อก vs เสือคิม สจ.โต้งปราจีน (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)
อิตซูกิ ฮิราตะ vs ริตู โฟกาต (MMA รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)
ริวโก ทาเคอูชิ vs ชามิล เออร์โดกัน (MMA รุ่นเฮฟวีเวต 225-265 ป.)
เว่ย รุย vs ฮิโรกิ อากิโมโตะ (คิกบ็อกซิ่ง รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)
แฟนกีฬาสามารถซื้อบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง ONEFC.com/one173 และติดตามข่าวสารอัปเดตของศึกนี้ได้ที่เว็บไซต์ ONEFC.com รวมถึงโซเชียลมีเดียของ ONE ประเทศไทย ได้แก่ Facebook ONE Championship Thailand Instagram ONEChampTh และ TikTok ONEChampTH

“ยอดวิชา”ถล่มเข่าชนะน็อก”หลัว เชา”นักชกจีนในกติกาK1

“ยอดวิชา”ถล่มเข่าชนะน็อก”หลัว เชา”นักชกจีนในกติกาK1เพียงยกแรก
ป้องกันแชมป์ Emei Legend รุ่น 70KG Intercontinental Gold Belt ได้สำเร็จ

แชมป์มวยไทย ยอดวิชา(Yao Weichai )เอาชนะน็อก”หลัว เชา” Luo Chao นักชกจีน ป้องกันแชมป์ Emei Legend รุ่น 70KG Intercontinental Gold Belt ได้สำเร็จ ในการแข่งขัน Emei Legend 50 Fighting Championship เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ที่ Qionglai City Gymnasium ในมณฑลเสฉวนประเทศจีน

ยอดนักชกฝีมือดีจากไทย”ยอดวิชา”Yao weichai ขึ้นชกกับ นักชกจีน “หลัว เชา”Luo chao ในกติกาK1 กำหนด5 ยก โดยเกมส์ได้จบลงในยกแรกเท่านั้นกลังจากนักชกทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้าออกอาวุธใส่กันอย่างดุเดือดโดยหลัว เชา ใช้หมัดและเตะเป็นหลัก ขณะที่ ยอดวิชา ก็ตอบโต้ด้วยการเตะต่อยและเข่าอย่างรุนแรงโดยก่อนการแข่งขันแฟนมวยชาวจีน เชื่อกันว่าหลัวเชาน่าจะเป็นฝ่ายได้เปรียบในกติกา K1 แต่การแข่งขันผ่านไป 1 นาที 15 วินาที ยอดวิชาได้ปล่อยหมัดเข้าที่ปลายคางของหลัวเชาจนล้ม ก่อนที่ ยอดวิชาจะใช้เข่าถล่ม หลัวเชา จนล้มอีกครั้งไม่สามารถลุกขึ้นมาสู้ต่อได้เกมส์การชกจบลงเะยงแค่ 2 นาที 25 วินาทีของยกแรกเท่านั้น ยอดวิชา เป็นฝ่ายชนะ TKO และป้องกันแชมป์อินเตอร์คอนติเนนตัล รุ่น 70 กก. ของตำนานเอ๋อเหม่ยไว้ได้ และยังคงรักษาสถิติไร้พ่ายที่ประเทศจีนเอาไว้ได้อย่างสวยงาม

ทั้งนี้ หลัว เชา เป็นนักมวยสัญญาจ้างของรายการอู่หลินเฟิง ไชน่า และเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในรุ่น 70 กิโลกรัมของจีน โดย หลัว เชา ติดอันดับหนึ่งในสามนักมวยชั้นนำของจีน และเป็นตัวแทนระดับแนวหน้าของประเทศ ซึ่งก่อนการแข่งขัน หลัว เชา และทีมงานก็มีความมั่นใจ ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการคว้าชัยชนะและรักษาเข็มขัดทองคำตำนานเอ๋อเหม่ยไว้ในประเทศจีน

ขณะที่ ยอดวิชา คือยอดมวยไทยของประเทศไทย และเป็นดาวเด่นที่โด่งดังจากการเข้าร่วมรายการเอ๋อเหม่ย เลเจนด์ ยอดวิชา รักษาสถิติไร้พ่ายในการแข่งขันที่ประเทศจีนมาสิบปี และเป็นแชมป์โลกเอ๋อเหม่ย เลเจนด์ รุ่น 70 กก.ได้รับรางวัลจากการแข่งขันระดับนานาชาติมากมาย
ชัยชนะของ “ยอดวิชา”Yao Weichai จะเน้นย้ำถึงข้อได้เปรียบของเทคนิคมวยไทยในการเผชิญหน้าระยะประชิดโดยเฉพาะอาวุธที่ถนัด ขณะที่ความพ่ายแพ้ของ”หลัว เชา” Luo Chao ก็สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่เข้มข้น

หลังการแข่งขัน ยอดวิชา กล่าวว่าขณะนี้มีทีมฝึกซ้อมที่เป็นมืออาชีพมากและทุ่มเทการฝึกซ้อมอย่างหนักฝึกฝนกฎ K1 ได้อย่างเชี่ยวชาญ

อย่างไรก็ตามหลังจากเอาชนะน็อกหลัวเชาได้ ยอดวิชาได้ท้าทายนักชกคู่ปรับร่วมค่ายวู่หลินเฟิงอย่างโอวหยางเฟิงและหานเหวินเป่า ซึ่งปัจจุบันเป็นอันดับหนึ่งของจีนในรุ่นน้ำหนัก 70 กิโลกรัม หากสัญญานี้ผ่าน การต่อสู้ครั้งนี้จะถือเป็นหนึ่งในการต่อสู้ระหว่างจีน-ไทยที่สำคัญที่สุดในโลกในการต่อสู้ของจีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ที่แฟนมวยชาวจีนและทั่วโลกรอชม

เฟ้นหา“ศิลปินถิ่นสวรรค์” ปี 69

ขอเชิญชาวนครสวรรค์ ร่วมเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็น “ศิลปินถิ่นสวรรค์” ประจำปี 2569

สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ขอเชิญชวนหน่วยงาน องค์กร และประชาชนทั่วไป ร่วมสืบสานและเชิดชูเกียรติศิลปินในจังหวัดนครสวรรค์ โดยการเสนอชื่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเข้ารับการคัดเลือกเพื่อรับรางวัลเชิดชูเกียรติ “ศิลปินถิ่นสวรรค์” ประจำปี 2569

โครงการนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินท้องถิ่น รวบรวมองค์ความรู้และผลงานเพื่อเก็บไว้ในฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัย และเสริมสร้างความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของท้องถิ่นและของชาติ

ประเภทรางวัล การคัดเลือก “ศิลปินถิ่นสวรรค์” แบ่งออกเป็น 3 สาขา ดังนี้:

  • สาขาทัศนศิลป์ : ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานด้านจิตรกรรม, ประติมากรรม, ภาพถ่าย, สถาปัตยกรรม, ประณีตศิลป์ และอื่นๆ ที่เป็นที่ประจักษ์
  • สาขาศิลปะการแสดง : ศิลปินด้านการแสดง, การดนตรี, และการขับร้อง ทั้งดนตรีไทย-นาฏศิลป์ไทย และดนตรีสากล-นาฏศิลป์สากล ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของนครสวรรค์
  • สาขาเยาวชนผู้สืบสานศิลปวัฒนธรรม : นักเรียนหรือนักศึกษาผู้มีผลงานในการสืบสาน, อนุรักษ์, สร้างสรรค์ และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของนครสวรรค์

คุณสมบัติของผู้ถูกเสนอชื่อ (โดยสังเขป)

  1. เป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลสัญชาติไทย มีภูมิลำเนาในจังหวัดนครสวรรค์ และยังมีชีวิตอยู่
  2. มีความเชี่ยวชาญและมีผลงานเป็นที่ยอมรับในแวดวงศิลปะแขนงนั้น ๆ
  3. เป็นผู้สร้างสรรค์, พัฒนา และสืบทอดผลงานศิลปะอย่างต่อเนื่อง
  4. มีคุณธรรม จริยธรรม และไม่เคยได้รับรางวัล “ศิลปินถิ่นสวรรค์” มาก่อน

กำหนดการ

  • ระยะเวลาการเสนอรายชื่อ: 15 ตุลาคม – 21 พฤศจิกายน 2568
  • ประกาศผลการคัดเลือก: วันพุธที่ 7 มกราคม 2569

วิธีการเสนอรายชื่อ สามารถส่งเอกสารประวัติและผลงานได้ 3 ช่องทาง ดังนี้:

  1. ส่งด้วยตนเอง: ที่สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
  2. ส่งทางไปรษณีย์: จ่าหน้าซองถึง ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม ตามที่อยู่ด้านล่าง (โดยจะถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ)
  3. ส่งทางอีเมล: artculture@nsru.ac.th

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ 398 หมู่ 9 ถนนสวรรค์วิถี ตำบลนครสวรรค์ตก อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ 60000 โทรศัพท์: 056-219100-29 ต่อ 1138

ผ้าแดงห่มองค์พระสมุทรเจดีย์

ช่วงวันที่ 11-15  ตุลาคม 2568 ข้าราชการ หน่วยงานเอกชน ในจังหวัดสมุทรปราการ จัดงานผ้าแดงห่มองค์พระสมุทรเจดีย์ โดยมีเหล่ากาชาด  และประชาชน นักท่องเที่ยว ร่วมงาน

สำหรับงานนมัสการพระสมุทรเจดีย์ ประจำปี 2568
เป็นประเพณีอันโด่งดังของจังหวัดสมุทรปราการที่จัดขึ้นเป็นประจำในทุกปี จุดเด่น คือการเปลี่ยนผ้าแดงห่มองค์พระสมุทรเจดีย์

ทั้งนี้ พระสมุทรเจดีย์นั้นเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของจังหวัดสมุทรปราการ รู้จักกันอีกชื่อว่าพระเจดีย์กลางน้ำ สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ได้ทรงสร้างพระเจดีย์นี้ขึ้นบนเกาะกกลางปากแม่น้ำเจ้าพระยา และพระราชทานนามว่า  “พระสมุทรเจดีย์”  แต่การก่อสร้างนั้นมาแล้วเสร็จในยุคสมัยของรัชกาลที่ 3