Blog

สวนนงนุชพัทยาคึกคัก ประกวดถ่ายภาพครั้งยิ่งใหญ่ “Nongnooch Photo Contest ครั้งที่ 3”

สวนนงนุชพัทยาคึกคัก! ช่างภาพทั่วไทยแห่ร่วม Workshop สุดพิเศษ ก่อนส่งผลงานลงสนามประกวดถ่ายภาพครั้งยิ่งใหญ่ “Nongnooch Photo Contest ครั้งที่ 3”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สวนนงนุชพัทยา เปิดบ้านต้อนรับเหล่าช่างภาพทั่วฟ้าเมืองไทย จัดกิจกรรม Workshop สุดเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับผู้สมัครประกวดถ่ายภาพ “Nongnooch Photo Contest ครั้งที่ 3” ที่ปีนี้ได้รับความสนใจล้นหลาม มีผู้สมัครกว่า 200 คนทั่วประเทศและมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม Workshop มากถึง 169 คน ถือเป็นการรวมตัวของช่างภาพมืออาชีพและสมัครเล่น ระดับแนวหน้าของไทยมากที่สุดครั้งหนึ่งเลยทีเดียว!
กิจกรรม Workshop จัดขึ้นเพื่อให้ผู้สมัครได้ซึมซับแรงบันดาลใจ ฝึกฝนเทคนิคและสำรวจมุมถ่ายภาพสุดว้าวทั่วสวนนงนุช พร้อมเตรียมผลงานส่งเข้าประกวด โดยสวนนงนุช ได้เปิดพื้นที่กว่า 1,700 ไร่ พร้อมคัดสรร “มุมเด็ด” ไว้ให้เหล่าช่างภาพได้แสดงฝีมืออย่างเต็มที่
ซึ่งปีนี้คอนเซ็ปต์ “10 มุมว้าว 9 มุมลับ” กลายเป็นกระแสร้อนแรงในวงการถ่ายภาพ! เพราะสวนนงนุชจัดหนักจัดเต็มด้วยจุดถ่ายภาพน่าค้นหาหลากหลายสไตล์ อาทิ

  • มุมแปลกใหม่ล่าสุด สวนพีระมิดสุดล้ำ , พระธาตุประจำราศีเกิด และประติมากรรมพระพุทธรูปสุดวิจิตร ตระการตา
    -มุมพฤกษศาสตร์ ต้นไม้ยักษ์ , ต้นไม้ดัดทรงแปลกตาและพันธุ์ไม้หายากจากทั่วโลก
    -มุมศิลปะวัฒนธรรม เกษียรสมุทร , ช้างเอราวัณ , พระพิฆเนศ , พญานาคและอีกมากมาย
    -มุมพักผ่อน ห้องพักและรีสอร์ทท่ามกลางธรรมชาติ มีครบทั้งสระว่ายน้ำ สปา ฟิตเนส
    -มุมอลังการ โรงละครสกาลา , ลานแสดงช้าง , พิพิธภัณฑ์พระพุทธคุณ , พิพิธภัณฑ์หัวโขน
    -มุมหุบเขาไดโนเสาร์ จุดถ่ายภาพสุดอลังการที่พลาดไม่ได้ พร้อมกันนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษอีกมากมาย
    สำหรับหลักเกณฑ์การตัดสินผลงานถ่ายภาพ ผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะถูกพิจารณาอย่างรอบด้าน จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในวงการถ่ายภาพของประเทศไทย ซึ่งมีประสบการณ์ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ โดยจะพิจารณาจากองค์ประกอบหลักดังนี้ ความชัดเจนของเนื้อหาและเรื่องราวของภาพ องค์ประกอบภาพที่โดดเด่นและสื่อความหมายได้ดี ความคิดสร้างสรรค์และการมองมุมใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร ความสอดคล้องกับบรรยากาศและเอกลักษณ์ของสวนนงนุช เปิดรับผลงาน 3 ประเภท ส่งผลงานได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 10 กันยายน 2568 ภายในเวลา 18.00 น. เท่านั้น
    อัปโหลดและแก้ไขผลงานได้ตลอดเวลาที่ http://www.NongnoochPhotoContest.com

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม / รายงาน

ชาวบ้านนับหมื่นแห่ร่วมงาน ทิ้งทานวัดไผ่โรงวัวลุ้นรางวัลรถยนต์กระบะ

ชาวบ้านนับหมื่นแห่ร่วมงาน ทิ้งทานวัดไผ่โรงวัวลุ้นรางวัลรถยนต์กระบะ

วันที่ 10 ส.ค. 68 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายกองเอกเชษฐา ขาวประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.จังหวัดสุพรรณบุรี นายรัชกฤต พยัฆ์ นายอำเภอสองพี่น้อง “ทิ้งทานเทกระจาด ประจำปี หลวงพ่อขอม” หรือ พระครูอุภัยภาดาทร อดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่โรงวัว เป็นเจ้าอาวาสวัดไผ่โรงวัวรูปแรก ซึ่งวัดไผ่โรงวัว จัดงาน “ทิ้งทาน เทกระจาด ประจำปี หลวงพ่อขอม” ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 53 โดยพระครูอนุกูล ปัญญากร เจ้าอาวาสวัดไผ่โรงวัว รองเจ้าคณะอำเภอสองพี่น้อง พร้อมคณะกรรมการ ร่วมกันจัดงาน ปิดทองไหว้พระ และงาน “ทิ้งทาน เทกระจาด ประจำปี หลวงพ่อขอม” อดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่โรงวัว อย่างต่อเนื่องทุกปี
ก่อนทิ้งทาน จัดขบวนแห่รูปเหมือนหลวงพ่อขอม อดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่โรงวัว จากมณฑป มาประดิษฐานที่จุดทิ้งทาน โดยมีชาวบ้านจากทั่วสารทิศ จำนวนมากทั้งในจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียง และขบวนนางรำ ขบวนมังกรทอง ร่วมขบวนแห่รูปเหมือนหลวงพ่อขอม จำนวนมาก ส่องเลขทะเบียนป้ายแดงคันที่แจกและใช้แห่รูปเหมือน หลวงพ่อขอม เลข 1606 และเลขหางประทัดพิธีเปิดงานทิ้งทาน054-407-89-95 ไปเสี่ยงโชคงวดนี้

สำหรับงานทิ้งทานเทกระจาดของวัดไผ่โรงวัว จัดให้มีการ “ทิ้งทาน เทกระจาด ประจำปี หลวงพ่อขอม” อดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่โรงวัว มาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี แจกรางวัลใหญ่ มากมาย เช่น รางวัลที่ 1 เป็น รถยนต์กระบะโตโยต้าแชมป์ 1 คัน มูลค่า 580,000 บาท สนับสนุนรางวัลรถยนต์กระบะโตโยต้า โดยบริษัทสุวรรณโปรโมชั่น รางวัลรถไฟฟ้า 2 ล้อ จำนวน 20 คัน

นอกจากนี้ยังมีรางวัลข้าวสารถุงละ 5 กิโลกรัม รวมกว่า 2,000 ถุง และยังมีรางวัลข้าวของเครื่องใช้ เครื่องอุปโภคบริโภค อื่นๆ อีกมากมาย รวมกว่า 30,000 รางวัล สำหรับขั้นตอนการหวานทาน หรือทิ้งทานเทกระจาด ประธานพิธีจะนำรางวัลใหญ่ๆบรรจุในลุกบอลและนำมาคลุกเค้ากับลูกบอลที่ใส่รางวัลทั้งหมดที่เตรียมเอาไว้แล้ว จากนั้นก็จะเค้าลูกบอลให้เข้ากันแล้ว ตักใส่กระสอบลำเลียงกระจายไปตามจุดต่างๆทั้ง 4 ทิศ เพื่อจะได้หวานทาน ทิ้งกระจาด แจกรางวัลให้ชาวบ้านที่มารอลุ้นแย่งกันได้รางวัลทั่วถึงกัน ซึ่งมีประชาชนมารอลุ้นแย่งเก็บลูกบอลหวานทาน ทิ้งกระจาด กันเต็มลานบริเวณวัดไผ่โรงวัว

ส่วนผู้โชคดีได้รางวัลที่ 1 รถยนต์กระบะโตโยต้า 1 คัน มูลค่า 580,000 บาท คือน.ส.รัตนาภรณ์ ชูโพธิ์ อายุ 30 ปี มีอาชีพขายปลาเป็นชาว ตำบลศรีสำราญ อำเภอสองพี่น้องจังหวัดสุพรรณบุรี น.ส.รัตนาภรณ์ ผู้โชคดีได้รถกระบะ จะมางานทิ้งกระจาด วัดไผ่โรงวัว เป็นประจำทุกปี และปีนี้ได้มากราบไหว้ขอพร หลวงพ่อขอม ก่อนมาแย่งทาน พร้อมกับครอบครัวและเพื่อนบ้านและบอกกับแม่ย่านางรถกระบะคันเก่าว่าถ้ามีเงินจะทำสีรถให้ใหม่ปรากฎว่าโชคดีได้รางวัลที่ 1 รถกระบะขับกลับบ้าน รู้สึกดีใจมาก

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เปิดสนามแรก “ไนท์รัน 2025”

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เปิดสนามแรก “ไนท์รัน 2025” ที่ลำพูน นักวิ่งร่วมกว่า 500 คนลำพูน –

วันที่ 9 ส.ค. 2568 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง จัดกิจกรรม “ล้านนาแห่งสีสัน ไนท์รันเพื่อสุขภาพ (Night Run for Wellness Tourism)” สนามที่ 1 ณ ศาลากลางจังหวัดลำพูน (หลังเก่า) อ.เมืองลำพูนพิธีเปิดมี นางศกุลรัตน์ จันทร์มณี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน, นายวรวิทย์ วีระเชวงกุล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง, นายปฏิการณ์ ขันพันธุ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน พร้อมผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการและแขกผู้มีเกียรติ ร่วมงานคึกคัก

นายวรวิทย์กล่าวว่า การท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical & Wellness Tourism) เป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่ช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ เชื่อมโยงที่พัก การขนส่ง กิจกรรมท่องเที่ยว อาหาร และงานฝีมือ รวมถึงสร้างความสมดุลให้ร่างกายและจิตใจ

สำหรับ ไนท์รัน 2025 จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 เพื่อพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสุขภาพในภาคเหนือตอนบน 1 สนามลำพูนปีนี้มีนักวิ่งกว่า 551 คน ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ร่วมวิ่งใน 2 ระยะ (5 กม. และ 10 กม.) ผ่านเส้นทางเมืองเก่า ชมอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี วัดพระธาตุหริภุญชัย

พร้อมสัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนของลำพูนงานนี้ดำเนินการโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: Night Run for Wellness Tourism “ล้านนาแห่งสีสัน ไนท์รันเพื่อสุขภาพ”

#ไนท์รัน2025 #ลำพูน #วิ่งเพื่อสุขภาพ #ท่องเที่ยวเชิงกีฬา #MedicalWellnessTourism #ล้านนาแห่งสีสัน

อบรม เสริมทักษะทนายความเรื่อง เทคนิคและวิธีการเขียนคำให้การแก้ข้อกล่าวหา ในชั้นป.ป.ช

ที่โรงแรมรายาแกรนด์จังหวัดนครราชสีมา วันที่ 9 สิงหาคม ว่าที่ร้อยตรี ดร. ถวัลย์ รุยาภรณ์เลขาธิการเนติบัณฑิตยสภาอดีตนายกสภาทนายความ ไปเปิดอบรม เสริมทักษะทนายความเรื่อง เทคนิคและวิธีการเขียนคำให้การแก้ข้อกล่าวหา ในชั้นป.ป.ช และการ เขียนคำให้การจำเลย บัญชีชี้ช่อง คำร้องคำแถลงปิดคดี ในศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ มีนายพรเทพ เจริญพงษ์อนันต์ประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา ให้การต้อนรับมีทนายความเข้าฟังกว่า 300 คน

ว่าที่รต.เร.ถวัลย์ รุยาพรเปิดเผยว่า ทนายความจำต้องมีความรู้ในเรื่องของกฎหมายใหม่ๆ เพื่อให้ทันโลกทันสถานการณ์ เนื่องจากปัจจุบัน กฎหมายมีความซับซ้อนและศาลไทยใช้ระบบไต่สวนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคดีป.ป.ช คดั ปปท.คดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีการเลือกตั้ง ซึ่งพยานหลักฐานส่วนใหญ่ เกิดขึ้นในชั้นพนักงานสอบสวนปปช. ทนายความจะต้องมีความรู้เข้านำพยานหลักฐานไปซักคานตั้งแต่ในสมัยชั้นสอบสวน เนื่องจากเมื่อคดีถึงศาลแล้วศาลจะไต่สวนอย่างเดียว หากทนายความจับไปซักค้านในเวลานั้นคงไม่ทันรูปคดีจะเสียหายแก่ตัวความได้ ปัจจุบันนี้คดียาเสพติดได้ลดน้อยลง เนื่องจากมีการใช้พระราชบัญญัติปราบปรามยาเสพติดที่มีประสิทธิภาพ แต่คดีทุจริต ประพฤติมิชอบในวงราชการกับเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีคดีตรวจสอบทรัพย์สิน บัญชี ทรัพย์สินการยื่นบัญชีต่างๆ การยื่นบัญชีเท็จหรือไม่ยื่นคดีร่ำรวยผิดปกติ ก็เริ่มมากขึ้น มีการเลือกตั้งท้องถิ่นมากขึ้น และอบต ของเมืองไทยมีถึง 7 พันกว่าแห่ง ดังนั้นทนายความจริงมีความจำเป็นต้องปรับตัว มีความรู้ความเข้าใจสำนวนของป.ป.ชอย่างถ่องแท้ ซึ่ง ตนขอรับอาสาทำหน้าที่เป็นนายกสภาทนายความ อีกสมัย ก็จะเปิดอบรมทนายความให้มากยิ่งขึ้น โดยได้หมายเลข 2 ส่วนทีมงานหมายเลข 3 ถึง 24 โดยจะมีการลงคะแนนในวันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคมนี้ที่สภาทนายความและที่ศาลจังหวัดทั่วประเทศ

“บิ๊กอัจฉริยะ”แถลงส่งมวยชกทุกศึก

“บิ๊กอัจฉริยะ”แถลงข่าวส่งมวยชกทุกศึก
วันนี้(9 ส.ค.2568)ที่เวทีสยามอ้อมน้อย(9 ส.ค.2568) “บิ๊กอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์” โปรโมเตอร์ป้ายแดง ศึกท็อปแฟรี่ยิม แถลงข่าวพร้อมส่งนักมวยในเครือท็อปแฟรี่ยิมชกทุกศึก และให้”ดอกไม้ป่า”สละแชมป์ลุยชิงเวทีราชดำเนินกับ”เพชรสมาน ส.สมานการ์เม้นท์”วางอนาคตหลังถูกทาบทามจากรัฐบาลให้นั่งที่ปรึกษา มวยไทยSoft Power พร้อมพัฒนาวงการมวยให้ดีขึ้นโดยเฉพาะสวัสดิการนักมวยไทยต้องดีขึ้น และเตรียมจัดศึกท็อปแฟรี่ยิมทุกเดือน ที่เวทีเยาวชนกองทัพอากาศทุกเดือน
โดยวางนโยบายนักมวยทุกคู่ที่ชกกันกรรมการต้องกล้าตัดสินชี้ชนะ-แพ้ ต้องไม่มีเสมอ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซับน้ำตา บรรเทาทุกข์ ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุโรงงานพลุระเบิด

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซับน้ำตา บรรเทาทุกข์ – เยียวยาผู้บาดเจ็บ และมอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุโรงงานพลุระเบิด ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี
.
วานนี้ (วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2568) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ นำทีมแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และ นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย เข้าเยี่ยมเยียนพร้อมให้กำลังใจแก่ผู้บาดเจ็บและญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุโรงงานพลุระเบิด ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมอบเงินปลอบขวัญจำนวน 1 รายๆ ละ 5,000 บาท และมอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต รวม 9 รายๆ ละ 20,000 บาท รวมงบประมาณการช่วยเหลือทั้งสิ้น 185,000 บาท (หนึ่งแสนแปดหมื่นห้าพันบาทถ้วน) โดยมี นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธี ณ ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี
.
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอแสดงความเสียใจ และขอส่งกำลังใจไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวทุกท่านมา ณ ที่นี้
.
ตลอดระยะเวลา 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้ช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจากสาธารณภัย และพัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
.
ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung
.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

“ที แอนด์ บี” กับผลงานที่ไม่หยุดนิ่ง เดินหน้าส่งคอนเทนต์ไทยโกอินเตอร์

ล่าสุดแอนิเมชัน องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ ได้รับการคัดเลือกเข้าฉายในงาน ASEAN Film Festival ที่ฮ่องกง

​บริษัท ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) หนึ่งในบริษัทผู้สร้างสรรค์ผลงานแอนิเมชันระดับโลกโดยล่าสุดผลงานแอนิเมชัน องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ Out Of the Nest ได้รับการคัดเลือกให้เข้าฉายในงานที่ ASEAN Film Festival 2025 ที่ Hong Kong Arts Centre ณ เขตปกครองพิเศษฮ่องกง ในวันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม ศกนี้ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากการลงทะเบียนเข้าชมเต็มในทุกที่นั่ง และยังจะได้ร่วมรับฟัง Post-Screening Talk สุดพิเศษ นำโดย Dr. Qing Liu และ Ms. Miriam Shah จาก Yew Chung College of Early Childhood Education

​งาน ASEAN Film Festival 2025 เป็นงานที่จัดขึ้นโดยการรวมภาพยนตร์จาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน นำมาให้ผู้ร่วมงานเข้าชม ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-31 สิงหาคม 2025 ซึ่งมีภาพยนตร์ให้ชมกว่า 20 เรื่อง และไม่มีค่าใช้จ่ายซึ่งต้องลงทะเบียนเข้าชมล่วงหน้า และในปีนี้ยังได้เพิ่มภาพยนตร์อีก 4 ประเทศ ในเขต Belt and Road ได้แก่ อียิปต์ ฮังการี คาซัคสถาน และ ตุรกี

ดร.ณัฐวัฒน์ อริยวรารมย์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “นับเป็นนิมิตหมายที่ดีที่แอนนิเมชันไทยได้ก้าวเข้าไปสู่ระดับโกลบอลและได้รับการยอมรับมากขึ้นในการสร้างสรรค์ไม่ว่าจะเป็นด้าน Production หรือ ด้านเนื้อหาที่สอดแทรกเข้าไป ซึ่งใน Out of the Nest องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ เราก็สอดแทรกในเรื่องของการสร้างแรงบันดาลใจในการรู้จักตัวเองและเชื่อมั่นในตัวเอง ซึ่งในงาน ASEAN Film Festival นี้ก็จะเป็นหนึ่งเวทีที่เราจะได้เผยแพร่ผลงานจากประเทศไทย โดยแอนิเมชันเรื่องนี้ก็ได้มีการขายลิขสิทธิ์ไปฉายในกว่า 90 ประเทศทั่วโลก และยังได้รับคัดเลือกไปฉายในงานเทศกาลต่างๆ ในต่างประเทศมาแล้ว ซึ่งเชื่อว่าแอนิเมชันเรื่องนี้จะได้เดินทางไปยังอีกหลายประเทศอีกแน่นอน”

​นอกจากนี้ในเดือนที่ผ่านมา องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ Out Of the Nest ก็ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ สหรัฐอเมริกา ซึ่งในปีที่ผ่านมาก็ได้รับการคัดเลือกเข้าฉายในงาน Creative Talent Network Expo (CTNX) ที่สหรัฐอเมริกา โดยได้รับการคัดเลือกให้เป็น Featured Showcase เนื่องจากเป็นผลงานที่มีความโดดเด่นด้านศิลปะและการเล่าเรื่อง

เทศบาลตำบลหนองมะโมง จัดที่ดินทำกินให้ชุมชน

วันที่ 8 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมหลวงปู่ศุข (401) ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดชัยนาท นายกชูชีพ สุพบุตร นายกเทศมนตรีตำบลหนองมะโมง ร่วมกับ นางเกษร สุขุประการ รองปลัด ฯ รักษาราชการปลัดเทศบาลตำบลหนองมะโมง นายทวีศักดิ์ คำโต ผอ.กองช่างเทศบาลตำบลหนองมะโมง และ สท.นิพนธ์ โนนทิง สมาชิกสภาเทศบาลตำบลหนองมะโมง เข้าร่วมประชุมคณะทำงานจัดที่ดินภายใต้คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดชัยนาท มีนางนุกานต์ชนก ชูประดิษฐ์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชัยนาท คณะทำงานและเลขานุการ คณะจัดที่ดินฯ และ นายมารุต แก้วกระจาย นักวิชาการที่ดินชำนาญการพิเศษ เป็นผู้นำเสนอ เพื่อให้ที่ประชุมร่วมพิจารณา ตรวจสอบ และ รับรองคุณสมบัติของพี่น้องที่เข้าร่วมโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล(คทช.)ในพื้นที่สาธารณประโยชน์ “แปลงดอนเขารัก (บางส่วน) ” บ้านหนองมะโมง ตำบลหนองมะโมง อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท ซึ่งที่ประชุมมีการแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง ผลการพิจารณา พี่น้องมีคุณสมบัติ ครบถ้วน ทุกคน ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการนำเสนอรายชื่อทั้งหมด เสนอที่ประชุม คณะต่อไป เพื่อพิจารณา ในวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ที่จะถึงนี้

เข้าใจ กันด้วยดี

แชมป์ เข้าคารวะ ขอโทษ เสี่ยแขก
เคลียร์ใจ..เข้าใจ กันด้วยดี

โปรเดียร์ ทีมงานเกียรติเพชร พาแชมป์เปี้ยน เข้าขอโทษ เสี่ยแขก หัวกย้าค่ายพีเค.มวยไทยยิมด้วยตัวเอง จากกรณีที่เป็นข่าวหลายวันที่ผ่านมา โดยเสี่ยแขก ได้มอบผ้ายันต์เจ้าคุณธงชัยวัดไตรมิตร ให้ทีมงานเกียรติเพชรคืนเป็นสิริมงคล

ผบก.อก.ภ.1 ประเมินโครงการศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 สมุทรปราการ

ผบก.อก.ภ.1 นำทีม บก.อก.ภ.1 ออกตรวจประเมินโครงการศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191พื้นที่ ภ.จว.สมุทรปราการเพื่อดูแลความเรียบร้อยของประชาชน

วันที่ 8 ส.ค.68 เวลา 10.00 น. นำโดย พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รอง ผบก.อก.ภ.1 พ.ต.อ.ฉัตรชัย จันอ้น ผกก.ฝอ.6 บก.อก.ภ.1 พร้อมคณะตรวจฯ ได้เดินทางตรวจประเมินศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ภ.จว.สมุทรปราการ ตามแผนละกรอบระยะเวลาที่ ตร. กำหนด พบ พ.ต.อ.นิรันดร์ ปิตะกาด รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.ท.ปริยพล แสนเสน สว.กก.สส.ภ.จว./หัวหน้าศูนย์ฯ 191 และเจ้าหน้าที่

รอรับการตรวจประเมิน จากคณะตรวจฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเหตุการณ์ปกติประโยชน์ของการรับแจ้งเหตุตำรวจ 191 มีหลายด้าน ทั้งต่อประชาชนและต่อการทำงานของตำรวจดังนี้

1. เพื่อความปลอดภัยและช่วยเหลือเร่งด่วนประชาชนสามารถแจ้งเหตุฉุกเฉินได้ทันที เช่น เหตุทะเลาะวิวาท, ลักทรัพย์, อุบัติเหตุ, เหตุเพลิงไหม้, การพบวัตถุต้องสงสัยทำให้ตำรวจสามารถจัดกำลังเข้าช่วยเหลือหรือระงับเหตุได้รวดเร็ว ลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

2. เป็นช่องทางติดต่อสื่อสารที่ง่ายและจำง่ายเบอร์ 191 เป็นหมายเลขกลางที่ประชาชนจำได้ง่าย ใช้ได้ทั่วประเทศไม่ต้องค้นหาหมายเลขสถานีตำรวจเฉพาะพื้นที่

3. การประสานงานอย่างเป็นระบบศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 มีระบบบันทึกข้อมูล, ระบุตำแหน่ง, และประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจจราจร, สืบสวน, สายตรวจ, หน่วยกู้ภัยช่วยให้การทำงานเป็นขั้นตอนและไม่ซ้ำซ้อน

4. เก็บข้อมูลเพื่อใช้ในการวิเคราะห์และวางแผนป้องกันอาชญากรรมข้อมูลการแจ้งเหตุจาก 191 สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อดูพื้นที่เสี่ยง, ช่วงเวลาที่เกิดเหตุบ่อย, และวางแผนป้องกันในอนาคต

5. เพิ่มความมั่นใจและสร้างความอุ่นใจให้ประชาชนทำให้ประชาชนรู้ว่ามีช่องทางขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมงสร้างความเชื่อมั่นในระบบรักษาความปลอดภัยของรัฐ