Blog

รอง ผบ.ตร.เปิดโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากร

รอง ผบ.ตร.เปิดโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากร กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางอาญา สำหรับหน่วยงานในส่วนกลาง

วันนี้ (14 สิงหาคม 2568) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นประธานพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากร กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางอาญา ประจำปี พ.ศ.2568 ณ ห้องแจ้งยอดสุข อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

โครงการฝึกอบรมฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 15 สิงหาคม 2568 ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ที่บัญญัติให้จัดตั้งกองทุนขึ้นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียกว่า “กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้จ่ายในงานสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรของกองทุน จึงได้อนุมัติให้สำนักงานงบประมาณและการเงิน โดยกองการเงิน ดำเนินการจัดโครงการฝึกอบรม เพื่อพัฒนาบุคลากรของกองทุน ให้มีความรู้ความเข้าใจในระเบียบ หลักเกณฑ์ และวิธีการในการรับ เก็บรักษา การจ่ายเงินกองทุน รวมถึงแนวทางปฏิบัติในการเบิกจ่ายเงินกองทุนได้อย่างถูกต้อง และลดข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงาน โดยในระหว่างเดือนมีนาคม 2568 ถึงปัจจุบัน กองทุนได้ดำเนินการจัดฝึกอบรมให้กับบุคลากรของกองทุนในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1 – 9 ไปแล้วรวมทั้งสิ้น 7,458 คน โดยในวันนี้เป็นการจัดอบรมให้กับหน่วยงานในส่วนกลาง จำนวน 383 คน จากหน่วยงานกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, กองบัญชาการตำรวจสันติบาล, กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และผู้สังเกตการณ์จากสำนักงานตรวจสอบภายใน

พล.ต.อ.กรไชยฯ กล่าวว่า กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา ถือว่าเป็นทุนหมุนเวียนในกำกับดูแลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นกองทุนหลักที่ช่วยสนับสนุนงานด้านการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างแท้จริง ขอให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกท่านซึ่งเป็นกำลังหลักขับเคลื่อนการเบิกจ่ายเงินกองทุน นำความรู้ที่ได้รับจากการฝึกอบรมไปปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพ บรรลุตามวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการฝึกอบรม และให้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดของหน่วยบริหารกองทุน ให้ความสำคัญในการตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินให้เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อลดข้อผิดพลาดจากการเบิกจ่ายเงิน ซึ่งกองทุนดังกล่าวจะช่วยเสริมการปฏิบัติหน้าที่งานสืบสวน สอบสวน ปราบปราม ของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ถั่วแระ เชิญยิ้ม จัด”รวมพลคนอาสาช่วยทหารปกป้องชายแดนไทย”

ถั่วแระ เชิญยิ้ม จัด”รวมพลคนอาสาช่วยทหารปกป้องชายแดนไทย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 สิงหาคม 2568 นายศรสุทธา กลั่นมาลีหรือ ถั่วแระ เชิญยิ้ม พร้อมกลุ่มดาราศิลปิน นักร้อง นักแสดง พร้อมนายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี ได้ร่วมกันทำกิจกรรม”รวมพลังเพื่อราชอาณาจักรไทย” ในการขอรับบริจาค ข้าวสาร อาหารแห้ง ถุงเท้า เสื้อผ้า กางเกงในชาย และแมสสีดำ ณ.บริเวณตลาดท่าน้ำนนท์ ซึ่งมีประชาชนและพี่น้องชาวจังหวัดนนทบุรี ร่วมด้วยช่วยกันมอบสิ่งของอาหารแห้ง น้ำดื่มและร่วมสมทบทุนกับการทำกิจกรรมที่ถั่วแระ เชิญยิ้ม จัดขึ้นในครั้งนี้ถือว่าเป็นการ”รวมพลคนอาสาช่วยทหารปกป้องชายแดนไทย”เพื่อนำสิ่งของที่รับบริจาคไปมอบให้กับทหารกล้าและเป็นการส่งกำลังใจไปให้ทหารแนวหน้าและประชาชนที่เดือดร้อนตามชายแดนที่มีเหตุการณ์สู้รบกันระหว่างไทยกับเขมร

นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงดนตรีลูกทุ่งจากนักร้องดังอาทิ สดใส รุ่งโพธิ์ทอง , เพ็ญนภา มุกดามาศ , นุชจรี ศรีราช , ดิว สีธันยา โจอี้ เชิญยิ้ม และคณะ รวมทั้งยังมี ดร.เอกณัฏฐ์ เรืองเดชธธนาวุฒิ นายกสมาคมแพทย์อาสา (พ.อ.ส.) พว.สคราญ นิ่มศรีกุล นำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่มาออกหน่วยวัดสายตาฟรีให้กับผู้มาร่วมกิจกรรมของงานในครั้งนี้อีกด้วย

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม รายงาน

ร่วมส่งพลังน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ชายแดนไทย–กัมพูชา

เอ็ม บี เค และธุรกิจในเครือ ร่วมส่งพลังน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ชายแดนไทย–กัมพูชา

จากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในพื้นที่อย่างมากรวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และกลุ่มธุรกิจในเครือ ร่วมส่งพลังน้ำใจและความห่วงใยต่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมส่งมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ผ่านความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ นางสาวพุทธชาด ศรีนิศากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด และ นางสาวศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ร่วมมอบข้าวมาบุญครอง ขนาด 1 กิโลกรัม จำนวน 400 ถุง รวมทั้งของใช้จำเป็น เสื้อยืดทหาร 300 ตัว ถุงเท้า 600 ชิ้น กางเกงใน 300 ตัว และเครื่องอุปโภคบริโภค อาทิ ยารักษาโรค สบู่ ยาสีฟัน แชมพู ผ้าอนามัย ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และหน้ากากอนามัย เป็นต้น ให้แก่ สถานีโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) โดยมี พล.ต. บงกช ศรีสังข์ รองผู้อำนวยการใหญ่สายงานปฏิบัติการ พร้อมด้วย พล.อ. สรรเพชญพิเนตรบูรณะ ที่ปรึกษากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และ พล.ท. ชัยสิทธิ์ ภาวศุทธิกุล ที่ปรึกษากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) รับมอบเพื่อนำไปแพ็คเป็นถุงยังชีพเพื่อส่งต่อให้กับเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

รวมถึงยังได้มอบข้าวมาบุญครองจำนวน 250 กิโลกรัม และน้ำดื่มจำนวน 360 ขวด ให้แก่มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.) นำไปมอบให้ศูนย์อพยพประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา จังหวัดศรีสะเกษ ต่อไป

ขณะเดียวกัน กลุ่มธุรกิจในเครือเอ็ม บี เค ในพื้นที่ริเวอร์เดล ดิสทริค จังหวัดปทุมธานี ได้แก่ บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ สนามริเวอร์เดล กอล์ฟ คลับ สนามบางกอก กอล์ฟ คลับ โรงแรมทินิดี โฮเต็ล บางกอก กอล์ฟ คลับ บริษัท แอพเพิล ออโต้ ออคชั่น (ไทยแลนด์) และ บริษัท เอ็ม บี เค แอสเซท โซลูชั่น จำกัด ร่วมสนับสนุนข้าวมาบุญครอง ขนาด 5 กิโลกรัม จำนวน 200 ถุง น้ำดื่ม 3,000 ขวด พร้อมด้วยเครื่องอุปโภคบริโภค บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป คัพโจ๊ก ปลากระป๋อง นม และผ้าอนามัย ผ่าน เทศบาลบางกะดี โดยมี นายธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีเมืองบางกะดี รับมอบ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ศูนย์ช่วยเหลือ อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีษะเกษ

พร้อมกันนี้ บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ยังสนับสนุนข้าวมาบุญครอง ผ่าน ผ่านอินฟลูเอนเซอร์นักข่าว BoyEntertain (บอยเอ็นเตอร์เทน) และ มูลนิธิไทยพีบีเอส เพื่อนำไปช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัยชายแดนไทย–กัมพูชา อีกเช่นกัน

เอ็ม บี เค และธุรกิจในเครือ ขอเป็นอีกหนึ่งแรงใจเคียงข้างพี่น้องผู้ประสบภัยในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ พร้อมเชื่อมั่นว่า พลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะช่วยให้ทุกคนก้าวผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ไปได้อย่างเข้มแข็ง


สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

GDM รุกตลาด”มวยไทย”สร้างสะพานเชื่อมสัมพันธ์นักสู้จีน-ไทย

GDM รุกตลาด”มวยไทย”สร้างสะพานเชื่อมสัมพันธ์นักสู้จีน-ไทย

GDM มุ่งมั่นพัฒนาวงการมวยไทยมายาวนาน 14 ปี สร้างแฟลตฟอร์มครอบคลุมจัดการแข่งขันมากถึง 1,000 รายการ มีผู้ติดตาม 80 ล้านคน วางอนาคตเตรียมเปิดตลาดแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมศิลปะการต่อสู้จีนและไทย
เพื่อช่วยให้กิจกรรมของชาวจีนได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติมากขึ้นเพื่อช่วยดึงดูดนักมวยไทยชั้นนำให้มาแข่งขันในประเทศจีน โดย GDM ได้จัดตั้งศูนย์รวมความร่วมมือและการคัดเลือกนักมวยไทยขึ้นที่กรุงเทพฯ ภายในสิ้นปี พ.ศ. 2568

คุณนีสัน โห่ว ชวงเย่ ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ GDM (Fighting Fans ) กล่าวว่าปัจจุบัน GDM (Fighting Fans) เป็นสื่อศิลปะการต่อสู้ชั้นนำของจีน มีผู้ติดตามมากกว่า 30 ล้านคนในประเทศจีน GDM ได้ให้การฝึกอบรมระดับรากหญ้าแก่อุตสาหกรรมศิลปะการต่อสู้มาอย่างยาวนาน และยังให้บริการระดับมืออาชีพที่ครอบคลุมสำหรับการจัดงานแข่งขันระดับโลกในประเทศจีน เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 GDM ประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน WHS ในประเทศจีน ณ สนามมวยลุมพินี ประเทศไทย ซึ่งยิ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นของ GDM ในความร่วมมือระหว่างประเทศ ในอนาคต GDM จะยังคงบูรณาการทรัพยากรเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างศิลปะการต่อสู้จีนและไทย ส่งเสริมให้มีการจัดงานแข่งขันมวยไทยที่เป็นศูนย์กลางของชาวจีนมากขึ้น และขยายขอบเขตไปในระดับสากล พร้อมกับดึงดูดนักสู้ไทยชั้นนำให้เข้าร่วมการแข่งขันในประเทศจีนมากขึ้น
คุณนีสัน โห่ว ชวง เย่ กล่าวต่อว่า จุดสูงสุดของ GDM เริ่มต้นจากการช่วย UFC เปิดตลาดจีน การช่วยเหลือ THAI FIGHT เข้าสู่ตลาดจีน และจากการบริหารจัดการแฟนมวย 20 ล้านคน ไปจนถึงการโปรโมตการแข่งขันมวยไทยในท้องถิ่นของจีนสู่สนามมวยลุมพินี ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของมวยไทย GDM กำลังก้าวข้ามพรมแดนประเทศด้วยรากฐานอุตสาหกรรมที่เน้นการปฏิบัติจริง เป็นมืออาชีพ และซื่อสัตย์

“ทั้งนี้ นักข่าวสายกีฬาชื่อดังของไทยสังกัด SMM มวยไทยรายวัน “รองอ๊อด สารคาม” ก็ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับผมซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ GDM (Fighting Fans) โดยเมื่อได้สำรวจว่าแพลตฟอร์ม GMD (Fighting Fans) สามารถสร้างสะพานเชื่อมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการต่อสู้ระหว่างจีนและไทยได้อย่างไร ผมก็ให้คำมั่นว่าจะ “ทำให้ทุกหมัดในทุกแมตช์เป็นเหรียญแห่งการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม”

คุณนีสัน โห่ว ชวงเย่ กล่าวด้วยว่า ความสำเร็จในการเปิดตัวแบรนด์อีเวนต์จีนแบรนด์แรกของ GDM ที่สนามมวยลุมพินี ประเทศไทย ปรัชญาการดำเนินธุรกิจใดที่นำไปสู่ความสำเร็จนี้นั้น GDM มุ่งมั่นพัฒนาวงการมวยไทยมายาวนานถึง 14 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2554 GDM ได้พัฒนาจนกลายเป็นแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมทั้งการจัดจำหน่ายสื่อ การดำเนินงานอีเวนต์ และการบริหารจัดการนักสู้ เราให้บริการอีเวนต์กว่า 100 รายการทั่วโลก (รวมถึงแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง UFC, ONE Championship และ GLORY) เชื่อมต่อกับยิมกว่า 8,000 แห่ง และมีผู้ติดตามกว่า 30 ล้านคนทั่วทั้งเครือข่าย พูดง่ายๆ ก็คือ GDM เป็นทั้งผู้สร้างสถิติและพลังขับเคลื่อนของวงการ ความสามารถที่ครอบคลุมของห่วงโซ่อุตสาหกรรมนี้เองที่สนับสนุนความพยายามของเราในการส่งเสริมอีเวนต์จีนให้กลายเป็นศูนย์กลางของมวยไทย”

เมื่อถูกถามว่าแพลตฟอร์ม GDM ใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบทางธุรกิจเฉพาะด้านใดเพื่อรองรับระบบขนาดใหญ่เช่นนี้ คุณนีสัน ซีอีโอ อธิบายว่า “ความสามารถหลักสี่ประการของ GDM ถือเป็นหัวใจสำคัญ GDM Fight Fans ประสบความสำเร็จในการจัดงานแข่งขันมากกว่า 1,000 รายการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินงานเฉพาะของ UFC China ตั้งแต่ปี 2015 ถึง 2018 ตั้งแต่การพัฒนาเว็บไซต์อย่างเป็นทางการและการดำเนินงานบนโซเชียลมีเดีย (ซึ่งมีผู้ติดตามบน Toutiao มากกว่า 500,000 คน) ไปจนถึงการเข้าถึงแฟนๆ และการขายตั๋วสำหรับการเปิดตัว UFC ในประเทศจีนในปี 2017 เพียงปีเดียว GDM ช่วยเพิ่มฐานผู้ใช้ชาวจีนได้ถึง 50 เท่า นอกจากนี้ เรายังให้บริการด้านการสร้างแบรนด์ การโปรโมต และการดำเนินการในระยะยาวสำหรับงานกว่า 20 งาน รวมถึง ONE Championship, Kunlun Fight และ Wulin Feng”
GDM (Fight Fans) ยังบริหารแพลตฟอร์มหลัก 12 แห่งอย่างอิสระ (รวมถึง TikTok ที่มีผู้ติดตามกว่า 8 ล้านคน และ Toutiao ที่มีผู้ติดตามกว่า 6 ล้านคน) โดยผลิตคอนเทนต์ระดับมืออาชีพมากกว่า 5,000 ชิ้นต่อปี ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์อย่างเป็นทางการของสื่อและ TikTok/Kuaishou เรามีศักยภาพในการบ่มเพาะอินฟลูเอนเซอร์กีฬามากกว่า 45 คน และเข้าถึงผู้เข้าชมมากกว่า 80 ล้านคน
นับตั้งแต่ปี 2017 เราได้จัด ‘เทศกาลต่อสู้ประจำปี’ ติดต่อกันทสี่ครั้ง ซึ่งดึงดูดผู้บริหารจากการแข่งขันระดับนานาชาติ เช่น UFC และ ONE Championship ซูเปอร์สตาร์มวยสากล และแฟนกีฬาต่อสู้ เทศกาลนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘ออสการ์แห่งวงการกีฬาต่อสู้’ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการผสานรวมทรัพยากรของ GDM Fight Fans
ในส่วนของการส่งเสริมนักมวยและตลาดการบริหารจัดการ คุณนีสัน กล่าวว่า “GDM ไม่เพียงแต่ดูแลการนำเสนอนักมวย UFC ระดับแนวหน้าบนโซเชียลมีเดียอย่างคุณจาง เหว่ยลี่ และคุณหลี่ จิงเหลียง เท่านั้น แต่ยังส่งเสริมซูเปอร์สตาร์ของไทยอย่างครอบคลุมผ่านเครือข่ายกระจายความสามารถระดับโลกของ GDM อีกด้วย เราส่งนักมวยกว่า 50 คนไปแข่งขันระดับนานาชาติทุกปี เพื่อสร้างแพลตฟอร์มสำหรับการแลกเปลี่ยนระหว่างนักมวยจากจีน ไทย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ยกตัวอย่างเช่น คงพิกาต ส. ตะวันรุ่ง และพิเชษฐ์ สบายสบาย กะลาออก นักมวยไทยที่เข้าร่วมการแข่งขัน WHS League ปีนี้ ได้รับการคัดเลือกจากเราเป็นพิเศษ”
ในแผนงานในอนาคต GDM จะยังคงบูรณาการทรัพยากรเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างศิลปะการต่อสู้จีนและไทย เพื่อช่วยให้กิจกรรมของชาวจีนได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติมากขึ้น และจัดขึ้น ณ ศูนย์กลางมวยไทยของประเทศไทย สิ่งนี้จะช่วยดึงดูดนักมวยไทยชั้นนำให้มาแข่งขันในประเทศจีน GDM ได้จัดตั้งศูนย์รวมความร่วมมือและการคัดเลือก

ผบก.สมุทรปราการ เปิดกิจกรรมกิจกรรม “รวมพลคนแตร์ ประจำปี 2568”

วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ.2568 เวลา 09:30 น.

🔶 พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ
🔸พ.ต.อ.ชูตระกูล ยศมาดี รอง ผบก.ฯ
🔸พ.ต.อ.ยศวัจน์ งามสง่า รอง ผบก.ฯ
🔸 พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รอง ผบก.ฯ
พร้อมด้วย ผกก.ในสังกัด ภ.จว.สมุทรปราการ

ภารกิจ เป็นประธานเปิดกิจกรรมกิจกรรม “รวมพลคนแตร์ ประจำปี 2568” ทั้งนี้ได้มอบโล่รางวัลเกียรติคุณให้กับ ผู้แทนองค์การบริหารส่วน จังหวัดสมุทรปราการ และผู้แทนห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล สำโรงและชมกิจกรรมการเเสดงภายในงาน

📍ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ชั้น 6 ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล สำโรง อ.เมือง จว.สมุทรปราการ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ถวายแจกันดอกไม้และลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ
.
วันนี้ (วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก และนายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ กรรมการ นำคณะผู้บริหารมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และหน่วยงานในเครือ นำแจกันดอกไม้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 สิงหาคม2568 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ

คนไทยในสวีเดน ให้ขวัญกำลังใจทหารไทย ที่อยู่แนวชายแดน

คนไทย ประเทศสวีเดนเมืองหลวง Stock Home รวมตัวกันเคารพธงชาติเพื่อให้ขวัญกำลังใจเหล่าทหารไทยทุกท่าน ที่อยู่แนวชายแดน

รายงานข่าวโดย Miss PR มหานครข่าวอินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศสวีเดน

อรนี สุภาพ พาสมะ

ตำรวจ ปทุมธานี กำชับกำลังพล

“บิ๊กหน่อง/พล.ต.ต..ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1รรท.ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เรียกประชุมมอบนโยบายการปฎิบัติ งานของตำรวจในสังกัด หลัง มารักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ” พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าศูนย์ ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 1 และหัวหน้าฝ่าย อำนวยการตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งรับผิดชอบงานแถลงข่าว และประชาสัมพันธ์ข่าวเปิดเผยว่า

วันนี้ ( 9 ส.ค. 68 ) พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ฯ รรท.ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี

  • ประชุมมอบนโยบายบริหารราชการ แก่
    รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี และ หัวหน้า สภ. ในสังกัด ภ.จว.ปทุมธานี โดยได้มีข้อราชการกำชับการปฏิบัติของกำลังพล ดังนี้

🔸1. ให้ผู้บังคับบัญชากำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ปฏิบัติตนอยู่ในกรอบระเบียบวินัย ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักกฎหมายเป็นสำคัญ และให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดมีความรัก สามัคคี ในหมู่คณะ

🔸2. กวดขันจับกุมและป้องกันลักลอบเล่นการพนัน สถานบริการ กำชับตำรวจไม่ให้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือ เรียกรับผลประโยชน์

🔸3. ให้ทุกสถานีตำรวจในสังกัด เร่งรัดและเข้มงวดกวดขันการตรวจสอบสถานบริการ ให้กำหนดเวลาปิด–เปิด ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด ,ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่ากฎหมายกำหนด เข้าใช้บริการโดยเด็ดขาด และหากมีการมั่วสุมยาเสพติดทุกประเภท ภายในสถานบริการ ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ฝ่าฝืนทั้งผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้อง

🔸4. ให้ดำเนินการตามนโยบาย “No Drugs No Dealers” ของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นการป้องกันและปราบปรามการแพร่ระบาดของยาเสพติดในทุกมิติ และทำลายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จับมือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดคอร์ส “รู้ทันภัยไซเบอร์”

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จับมือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดคอร์ส “รู้ทันภัยไซเบอร์” บน Thai MOOC เรียนฟรี พร้อมรับ 1 หน่วยกิต

วันนี้ (9 สิงหาคม 2568) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ออนไลน์ผ่านระบบ Thai MOOC ภายใต้ชื่อ “รู้ทันภัยไซเบอร์” เพื่อยกระดับความรู้และทักษะในการป้องกันภัยคุกคามจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการหลอกลวงในรูปแบบคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อประชาชนอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน

หลักสูตรนี้มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจพฤติกรรมของมิจฉาชีพออนไลน์ วิเคราะห์รูปแบบการโจมตี และเรียนรู้วิธีการป้องกันภัยไซเบอร์อย่างมีประสิทธิภาพ เรียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมรับใบประกาศนียบัตร และนับเป็นหน่วยกิตทางวิชาการได้ 1 หน่วยกิต โดยหลังสูตรดังกล่าวได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แก่ พ.ต.อ.ก้องกฤษฎา กิตติถิระพงษ์ รองผู้บังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบก.ตอท. บช.สอท.) , พ.ต.อ.เกรียงไกร พุทไธสง ผู้กำกับการ กลุ่มงานสนับสนุนทางไซเบอร์ บก.ตอท.บช.สอท. และ พ.ต.ต.พากฤต กฤตยพงษ์ สารวัตรฝ่ายอำนวยการ บก.สอท.2

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา โดยเฉพาะระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่สามารถนำไปเทียบโอนเป็นหน่วยกิตในการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาได้ รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ต้องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์ให้กับตนเองและครอบครัว สมัครเรียนฟรีผ่านระบบ Thai MOOC เว็บไซต์ https://thaimooc.ac.th คลิกเลือกหมวดหมู่รายวิชา “ทักษะชีวิตและการพัฒนาตนเอง” จากนั้นคลิกเลือกวิชา “อาชญากรรมทางเทคโนโลยีเบื้องต้น” หรือคลิกลิงก์ https://learn.thaimooc.ac.th/courses/course-v1:CU+00868+0/about

ผบช.ภ.1 ระดมกวาดล้าง อาชญากรรมทุกประเภท

ผบช.ภ.1 สั่งการตำรวจภูธรภาค 1 ในพื้นที่รับผิดชอบ ทั้ง 9 จังหวัด ระดมกวาดล้างสถานบริการผิดกฎหมายยาเสพติด ค้ามนุษย์ ค้าประเวณี อาชญากรรมข้ามชาติ และการกระทำผิดกฎหมายที่เป็นภัยต่อประชาชน ทุกกฏหมายทุกประเภทกฎหมายพิเศษเฉพาะทาง พร้อมเป็นเจ้าภาพหลักและสนับสนุนร่วมในการตรวจระดมกวาดล้างแบบบูรณาการหน่วยงานร่วมกัน รวมใจหน่วยงานความมั่นคงเป็นหนึ่งเดียวกัน จับมือไว้แล้วทำงานไปด้วยกัน พร้อมสายด่วนเเจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 กับระบบควบคุมสั่งการตรวจสอบด้วยระบบเทคโนโยลี เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน

พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการ ตำรวจภูธรภาค 1 และหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 1 ควบคุม งานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าวตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า 1เปิดเผยว่า ทางด้าน พลตำรวจโท สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และ คณะผู้บริหารระดับสูง ได้สั่งการให้ ผู้บังคับการตำรวจจังหวัดในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ก็คือ สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรีพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท ลพบุรีสระบุรี สิงห์บุรี และกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ระดมกวาดล้างและ จับกุม เป้าหมาย ที่มีการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1

โดยเฉพาะ สถานบริการต่างๆ ซึ่งเปิดอย่างผิดกฎหมายและ มีเรื่องของยาเสพติดซึ่งทำลาย สุขภาพ ของประชาชน และเศรษฐกิจตลอดจนความมั่นคงของประเทศไทย โดย หา ดประชาชน ท่านใด พบแต่ความผิดหรือแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับ การกระทำความผิดต่างๆที่เกิดขึ้นในพื้นที่ทางภาค 1 สามารถแจ้งได้ที่ที่ทำการของ ตำรวจ ภูธร ณ สถานีนั้นๆหรือจังหวัดนั้นๆหรือสามารถโทรแจ้ง สายด่วนแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ได้ทุกที่ทุกจังหวัดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งในระบบจะมีการบันทึกการแจ้ง การกระทำความผิดต่างๆไว้ ด้วยเทคโนโลยีที่จะสามารถ ตอบรับ การทำงานเข้าช่วยเหลือ เหตุต่างๆของประชาชนหรือรับ เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องการแจ้งเบาะแสเพื่อดำเนินการ สืบสวนสอบสวนหาข่าวเข้าไปจับกลุ่ม อย่าง โดยด่วนที่สุดต่อไป