Blog

The Blue Lagoon จุดไฮไลท์ ที่ผู้คนทั่วโลกหลั่งไหลมา

The Blue Lagoon
อีกจุดไฮไลท์ ที่ผู้คนทั่วโลกหลั่งไหลมาที่นี่ The Blue Lagoon เพื่อมารักษาสุขภาพ แช่ตัวในทะเลที่มีหลายๆแร่ธาตุจากธรรมชาติ Mineral Sea water Therapy.ช่วยเรื่องกระดูกแข็งแรง ตั้งอยู่ใน Oludeniz ค่าเข้า 1 BD, 100 บาทไทย สามารถนั่งรถกอล์ฟเข้าไปได้ ค่าบริการ ต่อคน 120 บาทไทย 1.2 BD โดยประมาณ #bluelagoon

สตช.ย้ำปราบปรามแข่งรถในทางอย่างเข้มงวด

สำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำปราบปรามแข่งรถในทางอย่างเข้มงวด กรณีเกิดอุบัติเหตุรถชน 11 คัน บนทางด่วนศรีรัช–อุดรรัถยา เร่งตรวจสอบ พบความผิดใด ดำเนินคดีทุกกรณี

วันนี้ (17 สิงหาคม 2568) พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร และหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจงานป้องกันปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากกรณีวันที่ 16 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 00.30 น. ศูนย์วิทยุ สภ.ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกันหลายคัน บนทางด่วนศรีรัช – อุดรรัถยา ขาออก มุ่งหน้า จังหวัดปทุมธานี พื้นที่ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมหน่วยกู้ภัยการทางพิเศษเร่งเข้าตรวจสอบ พบรถยนต์เสียหายรวมทั้งสิ้น 11 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวน 3 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่ทั้งหมด ผลการตรวจไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย

อย่างไรก็ตาม จากพฤติการณ์เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการขับรถด้วยความประมาท ใช้ความเร็วสูง เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุติดต่อกันหลายคันขึ้นในครั้งนี้ ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการสืบสวนและสอบสวนทุกมิติ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน โดยมีกองบังคับการตำรวจจราจรร่วมรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องบนทางด่วนในเขตพื้นที่รับผิดชอบ มาประกอบสำนวนการสอบสวนด้วย หากจากการสอบสวนพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เข้าข่ายความผิดฐานแข่งรถในทาง ก็จะดำเนินคดีในข้อหา ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป

พล.ต.ท.นิธิธรฯ กล่าวว่า พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ทุกพื้นที่ดำเนินการเข้มงวดกวดขันวินัยจราจรอย่างเคร่งครัด รวมถึงการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทางอย่างจริงจัง เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวสร้างความเดือดร้อน และก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนโดยปกติวิสัยเป็นอย่างมาก

ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. กำกับดูแลงานป้องกันปราบปราม ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง ดำเนินการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกองบังคับการตำรวจจราจร ในการร่วมรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องบนทางด่วนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร, ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี รับผิดชอบรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องบนทางด่วนในเขตที่ต่อเนื่องจากพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล, กองพิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการสืบสวนและสอบสวนทุกมิติ เพื่อดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดทุกรายได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และตรงไปตรงมา หากการรวบรวมพยานหลักฐาน สืบสวนและสอบสวนแล้วพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าว เข้าข่ายความผิดฐานใด ก็จะดำเนินคดีในทุกฐานความผิดที่ตรวจพบ โดยข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่จะดำเนินการตรวจสอบในครั้งนี้ ซึ่งมีบทบัญญัติของกฎหมายที่มีการกำหนดบทลงโทษไว้อย่างชัดเจน ได้แก่

  • การแข่งรถในทาง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับ 5,000 – 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • การเป็น ผู้จัด สนับสนุน หรือส่งเสริมการแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับ 10,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • พยายามแข่งรถในทาง ต้องระวางโทษ 2 ใน 3 ของความผิดฐานแข่งรถในทาง
  • ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 5,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 บัญญัติไว้เกี่ยวกับการริบทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด โดยศาลมีอำนาจสั่งริบทรัพย์สินที่ผู้กระทำความผิดได้ใช้ หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด ซึ่งรถทั้งหมดทุกคันจะต้องถูกเสนอความเห็นของพนักงานสอบสวนยื่นฟ้องต่อพนักงานอัยการให้มีความเห็นต่อศาลให้ริบรถ หากตรวจพบว่าเป็นรถที่ใช้ในการกระทำผิดตามข้อหาดังกล่าวข้างต้น

หากประชาชนพบอุบัติเหตุ พบเห็นหรือมีเบาะแสการแข่งรถในทางสาธารณะ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 191 หรือ 1599 ทั่วประเทศ , พื้นที่กรุงเทพมหานครแจ้งได้ที่สายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197 , พื้นที่ถนนหลวงทั่วประเทศแจ้งได้ที่สายด่วนกองบังคับการตำรวจทางหลวง 1193

ตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง เอกซเรย์พื้นที่ ปราบปรามยาเสพติด

พล.ต ต.กิตติ สกุณี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง และผู้ว่า ราชการจังหวัดอ่างทองผนึกกำลัง ระดมกวาดล้าง และเอกซเรย์พื้นที่ ในจังหวัดอ่างทอง ปราบปรามยาเสพติด สถานบริการ เริงรมย์ที่ผิดกฎหมายเป็นอันตรายต่อประชาชนเด็กและเยาวชน ทั้งในด้าน ยาเสพติด ค้ามนุษย์ค้าประเวณี อาชญากรรมข้ามชาติ และอาชญากรรมอื่นๆทุกรูปแบบ

พลตำรวจตรี กิตติ สกุณีผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ด้านการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด และ มาตรการกวดขันสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะคล้ายกับสถานบริการ ภ.จว.อ่างทอง

ขอรายงานผลปฏิบัติ การตรวจ ดังนี้

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 เวลา 21.00 น.ภายใต้การนำของ⭐️นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง🔶พล.ต.ต.กิตติ สกุณี ผบก.ภ.จว.อ่างทอง🔷พ.ต.อ.ภาคภูมิพิพัฒน์ พูลศิริโภคา รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง🔷พ.ต.อ.เมธา วงศ์อนันต์นนท์ รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง นายรักศักดิ์ เทียนไชยนายอำเภอเมืองอ่างทอง พ.ต.อ .ทศพล ทองใบ ผกก.สภ.เมืองอ่างทอง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองอำเภอเมืองอ่างทอง เจ้าพนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองอ่างทอง รวม 90 นาย ร่วมกันเข้าตรวจสอบร้านคล้ายสถานบริการ

สภ.เมืองอ่างทอง🔸 จำนวน 3 ร้าน🔹 ผลการปฏิบัติ• ไม่พบสารเสพติด ในปัสสาวะ กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ พนักงานในร้าน และการกระทำความผิดกฎหมาย แต่อย่างใด ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการทราบ ดังนี้

1. ห้ามให้มีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้บริการ

2.ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี

3.ห้ามให้มีการพกพาอาวุธและยาเสพติดเข้ามาในร้าน

4.ห้ามลักลอบเล่นการพนันทุกชนิด

5.ห้ามจัดให้มีการค้าประเวณีและแสดงลามกหรือส่อไปในทางลามก

6.ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด

7.ห้ามเปิดเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ทุกร้าน รับทราบ เข้าใจดีแล้วรับไปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เหตุการณ์ทั่วไปปกติ

สภ.ป่าโมก กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าโมก ร่วมกับฝ่ายปกครอง รวม 20 นาย ตรวจสอบ🔸 จำนวน 3 ร้าน🔹 ผลการปฏิบัติ • ตรวจปัสสาวะผู้ใช้บริการ พบสารเสพติด 1 ราย ดำเนินคดีตามกฏหมาย • ตรวจปัสสาวะพนักงาน ไม่พบสารเสพติด ประชาสัมพันธ์ให้ปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด

สภ.โพธิ์ทอง กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 6 นาย ฝ่ายปกครอง 4 นายรวม 10 นาย ตรวจสอบ🔸 จำนวน 3 ร้าน 🔹 ผลการปฏิบัติ• ไม่พบการกระทำผิด และสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด ประชาสัมพันธ์ให้ปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด

สภ.สามโก้ กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอ ตรวจสอบ 🔸 จำนวน 5 ร้าน🔹 ผลการปฏิบัติ• ไม่พบการกระทำผิด และสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด ประชาสัมพันธ์ให้ปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด

สภ.วิเศษชัยชาญ กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับฝ่ายปกครอง รวม 20 นาย ตรวจสอบ🔸 จำนวน 1 ร้าน 🔹 ผลการปฏิบัติ• ไม่พบการกระทำผิด และสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด ประชาสัมพันธ์ให้ปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด

สภ.แสวงหา กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอ ตรวจสอบ🔸 จำนวน 1 ร้าน🔹 ผลการปฏิบัติ• ไม่พบการกระทำผิด และสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด ประชาสัมพันธ์ให้ปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด

สภ.เกษไชโย กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอ ตรวจสอบ 🔸 จำนวน 1 ร้าน 🔹 ผลการปฏิบัติ• ไม่พบการกระทำผิด และสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด ประชาสัมพันธ์ให้ปฏิบัติตาม กฏหมายอย่างเคร่งครัด

สภ.ไชโย🔸 ไม่มีสถานบริการ หรือร้านอาหารที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการคาราโอเกะ(ที่มีลักษณะล่อแหลม

สภ.บางจัก🔸 ไม่มีสถานบริการ หรือร้านอาหารที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการคาราโอเกะ(ที่มีลักษณะล่อแหลม)

สภ.รำมะสัก 🔸 ไม่มีสถานบริการ หรือร้านอาหารที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการคาราโอเกะ(ที่มีลักษณะล่อแหลม)

สภ.สีบัวทอง 🔸 ไม่มีสถานบริการ หรือร้านอาหารที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการคาราโอเกะ(ที่มีลักษณะล่อแหลม)

งาน “Social Enterprise Ecosystem Forum 2025 “

สวส. แถลงข่าว จัดงาน “Social Enterprise Ecosystem Forum 2025 ” ระหว่าง 11-12กันยายน 68 ณ ห้องประชุมเบญจพัชร ททบ.5

(15 ส.ค.68) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม (สวส.) แถลงข่าวการจัดงาน Social Enterprise Ecosystem Forum 2025 (ประชุมสมัชชาวิสาหกิจเพื่อสังคม ประจำปี 2568) ณ อาคารเอนกประสงค์
สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) โดย นายธนาวุฒิ ศุภางคะรัตน์ หัวหน้าส่วนส่งเสริมและยกระดับวิสาหกิจเพื่อสังคม เลขานุการการประชุมสมัชชาวิสาหกิจเพื่อสังคม ประจำปี 2568 สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม และ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สันติ เติมประเสริฐสกุล รองอธิการบดีฝ่ายการคลังและทรัพย์สิน รักษาการแทนคณบดีคณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ร่วมแถลงข่าวการจัดงานประชุม

นายธนาวุฒิ (สวส.) เปิดเผยว่า “สวส. ในฐานะหน่วยงานหลักในการส่งเสริมสนับสนุน และพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคม และกลุ่มกิจการเพื่อสังคม ซึ่งกระบวนการสมัชชา ถือเป็นกลไกหนึ่งในการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคมและ
กลุ่มกิจการเพื่อสังคมให้สอดรับกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อกำหนดนโยบายและแนวทาง ที่จะส่งผลต่อการพัฒนา ในการประกอบกิจการวิสาหกิจเพื่อสังคมและกลุ่มกิจการเพื่อสังคมให้มีความก้าวหน้าและทันสมัยรองรับต่อการเติบโตของประเทศ

โดยปีนี้ สวส. เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา สถาบันการเงิน รวมถึง ประชาชนทั่วไป
ได้เข้ามีส่วนร่วมเพื่อยกระดับและขยายเครือข่ายสมาชิกเพื่อให้การดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมมีความเข้มแข็ง และเป็นประโยชน์ต่อสังคมในทุกมิติเนื่องจากวิสาหกิจเพื่อสังคมและกลุ่มกิจการเพื่อสังคม ถือป็นกลไกลสำคัญของการประกอบธุรกิจในการดูแลสังคมและชุมชนให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

งาน Social Enterprise Ecosystem Forum 2025 (ประชุมสมัชชาวิสาหกิจเพื่อสังคม ประจำปี 2568) ในปีนี้จัดภายใต้แนวคิด Driving Sustainable Impact Together โดยมีกำหนดจัดงานในระหว่างวันที่ 11-12 กันยายน 2568 ณ ห้องเบญจพัชร ชั้น 2 อาคารเอนกประสงค์ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5)
และสามารถติดตามรับชมกิจกรรมครั้งนี้ได้ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่าน Facebook Page สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม (สวส.)
นายธนาวุฒิ กล่าวทิ้งทาย

“วิสาหกิจเพื่อสังคมสร้างสรรค์ ผลลัพธ์ทางสังคมสู่ความยั่งยืนไปด้วยกัน”

ภาพ/ข่าว
โดย ชยุต เมธาวิชิตชัย
และทีมงาน

T&B Media Global เปิดตัวโปรเจกต์ “Chicks N Shell”

T&B Media Global เปิดตัวโปรเจกต์ “Chicks N Shell”
รวมคาแรกเตอร์ดังสู่เพลงเด็กคุ้นหู สร้างความสุขและพัฒนาการอย่างสร้างสรรค์

T&B Media Global บริษัทชั้นนำด้าน Media Entertainment ที่มุ่งมั่นในพันธกิจ “Vibrate Happiness” เดินหน้าส่งต่อความสุขสู่ครอบครัวทั่วโลก ด้วยการเปิดตัว โปรเจกต์ “Chicks N Shell” โปรเจกต์พิเศษที่ผสมผสานคาแรกเตอร์ยอดนิยมจากจักรวาล T&B เข้ากับบทเพลงเด็ก แนว Nursery Rhyme เพื่อมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่ทั้งสนุก เพลิดเพลิน และส่งเสริมพัฒนาการของเด็กเล็กอย่างรอบด้าน ผ่านช่อง YouTube T&B KIDS

จากคาแรกเตอร์สู่บทเพลงคุ้นเคย โปรเจกต์ “Chicks N Shell” เกิดจากความตั้งใจให้เด็กๆ ได้ทำความรู้จักและผูกพันกับคาแรกเตอร์ของ T&B ผ่านบทเพลงที่คุ้นหูและร้องตามได้ง่าย โดยนำ IP ที่ได้รับความนิยมของบริษัทและพันธมิตร อาทิ Out of the Nest, Shelldon, FriendZSpace, Food Truckers และ The Meeps มารวมกันในจักรวาลแห่งความสุขเดียวกัน เพื่อสร้างโลกจินตนาการที่เด็กๆ สามารถเติบโตไปพร้อมรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
“เราอยากให้เด็กๆ รู้จักและผูกพันกับคาแรกเตอร์ของ T&B ผ่านเสียงเพลงที่คุ้นเคย ทั้งสนุก เพลิดเพลิน และได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน” – คุณอัครวัฒน์ เรืองกิตต์อัคร Group Chief Investment Officer บริษัท T&B Media Global
ทีม In-House กับมาตรฐานการสร้างสรรค์ระดับสากล ผลงานทุกชิ้นในโปรเจกต์นี้ถูกพัฒนาโดยทีม In-House ที่มีความเชี่ยวชาญครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบคาแรกเตอร์ แอนิเมชัน ไปจนถึงการผลิตดนตรี โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และความเหมาะสมต่อพัฒนาการของเด็กในทุกขั้นตอน
ด้านการออกแบบและโปรดักชัน คาแรกเตอร์และแอนิเมชัน ถูกสร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมจินตนาการของเด็กใช้โทนสี แสง และจังหวะภาพที่เหมาะสมกับวัย เน้นความอ่อนโยน น่ารัก และเป็นมิตรต่อการเรียนรู้
ด้านดนตรี ตัวอย่างเช่น Baa Baa Black Sheep ผสานเสียง Pink Noise เพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลายและช่วยเพิ่มสมาธิ, ABC Song ถ่ายทอดด้วยสำเนียงภาษาอังกฤษแบบสากล เพื่อให้เด็กสามารถเรียนรู้และจดจำได้ง่ายในทุกบริบททางวัฒนธรรม

โดยทาง T&B Media Global พร้อมมุ่งสู่เวทีระดับโลก ด้วยแนวคิด “Vibrate Happiness” ตั้งเป้าส่งต่อคอนเทนต์เด็กคุณภาพจากประเทศไทยสู่ครอบครัวทั่วโลก ไม่เพียงมอบความบันเทิง แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจและผลกระทบเชิงบวกทั้งในระดับจิตใจและสังคม ผ่านทุกเฟรมของแอนิเมชันและทุกโน้ตของบทเพลง โปรเจกต์ “Chicks N Shell” จึงไม่ใช่เพียงโปรเจกต์เพลงเด็ก แต่เป็นก้าวสำคัญในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ทำให้ความสุข จินตนาการ และการเรียนรู้ เดินไปพร้อมกันอย่างกลมกลืน สามารถติดตามโปรเจกต์ “Chicks N Shell” ได้ทาง

YouTube : T&B Kids https://youtube.com/playlist?list=PLQNzRU2GgcbUTsLtIBvXl67xKOJ2_JVN&si=w4iCvJF8sKKMJ588

ตร.ปากคลองรังสิต ตรวจฉี่นักเที่ยว

ปทุมธานี ตร.ปากคลองรังสิต ตรวจฉี่นักเที่ยวร่วม100คนที่รังสิต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 00.05 น. วันที่ 16 ส.ค. 68 พ.ต.อ พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต พร้อมด้วย พ.ต.ท.กันณพงศ์ พุทธชาติ รอง ผกก.ป.ฯ พ.ต.ท สิรภพ บัวหลวง รอง ผกก.สส.ฯ พ.ต.ต.สันติภาพ ศิริมาตย์ สวป.ฯ พ.ต.ต.อิทธิพล พุทธรักษา สว.สส.ฯ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและชุดสืบสวน กว่า 50 นาย เข้าตรวจ สถานบันเทิง ใน จ.ปทุมธานี
เมื่อไปถึงพบว่าที่สถานบันเทิงดังกล่าว มีนักเที่ยวนักดื่มทั้งชายและหญิง จำนวน 100 กว่าคน กำลังเพลิดเพลินกันกับเสียงเพลง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขึ้นไปบนเวทีพร้อมกับให้ทางนักดนตรีหยุดทำการแสดง พร้อมขอให้เปิดไฟในร้านให้สว่าง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งความประสงค์และประกาศให้นักดื่มทุกคนได้รู้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบความเรียบร้อยและจัดระเบียบสังคมตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ซึ่งจากการเข้าตรวจสอบ ในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจปัสสาวะกับนักท่องเที่ยวร่วม 100 คน พร้อมกับตรวจบัตรประชาชนตรวจค้นอาวุธและยาเสพติด โดยใช้เวลา ประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งจากการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายและไม่พบบุคคลที่อายุต่ำกว่า 20 ปีเข้ามาใช้บริการ


พ.ต.อ พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต กล่าวว่า การที่เข้าตรวจสถานบันเทิงในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและทางผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดกวดขัน เกี่ยวกับสถานบันเทิงที่มีนักท่องเที่ยว เข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก

โดยเน้นในการตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้าและอาวุธ รวมไปถึงตรวจสอบผู้ที่มีอายุไม่ถึง 20 ปีเข้ามาใช้บริการ และในการตรวจสอบครั้งนี้ ก็ได้รับความร่วมมือ กับทางผู้ประกอบการและนักเที่ยวทุกคนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ไม่มีใครมาเอ๊ะอะโวยวายหรือขัดขวางในการ ทำงานของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ ซึ่งผลจากการตรวจปัสสาวะ หาสารเสพติดจำนวน 100 กว่าคน ก็ไม่พบว่ามีใครฉี่ม่วง และไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมกันนี้ก็ได้ให้ทางร้านเข้มงวดเกี่ยวกับเรื่อง การเปิดปิดให้ตรงตามเวลาที่กฎหมายกำหนด อีกด้วย

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม / รายงาน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ประชุม พิจารณาเพื่ออนุญาตให้ประชาชนใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ

วันที่ 15 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม 501 ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดชัยนาท นายวิษณุ วิทยวราวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการพิจารณาเพื่ออนุญาตให้ประชาชนใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ โดยนายกชูชีพ สุพบุตร นายกเทศมนตรีตำบลหนองมะโมง ร่วมกับ นางเกษร สุขุประการ รองปลัด ฯ รักษาราชการปลัดเทศบาลตำบลหนองมะโมง นายทวีศักดิ์ คำโต ผอ.กองช่างเทศบาลตำบลหนองมะโมง , สท.นิพนธ์ โนนทิง สมาชิกสภาเทศบาลตำบลหนองมะโมง , นายปรัชญา บุญญาประสิทธิ ปลัดอำเภอหนองทะโมง และ นายทัศ เพ็งพัด กำนันตำบลหนองมะโมง ได้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ มีนางนุกานต์ชนก ชูประดิษฐ์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชัยนาท คณะทำงานและเลขานุการ คณะจัดที่ดินฯ และ นายมารุต แก้วกระจาย นักวิชาการที่ดินชำนาญการพิเศษ เป็นผู้นำเสนอ เพื่อให้ที่ประชุมร่วมพิจารณา ตรวจสอบ และ รับรองคุณสมบัติของพี่น้องที่เข้าร่วมโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล(คทช.)ในพื้นที่สาธารณประโยชน์ “แปลงดอนเขารัก (บางส่วน) ” บ้านหนองมะโมง ตำบลหนองมะโมง อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท ซึ่งที่ประชุมมติ รับรองคุณสมบัติ ของพี่น้อง ทั้ง 62 หลังคาเรือน ครบถ้วน ทุกคน ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการนำรายชื่อทั้งหมด เสนอที่ประชุม คทช.จังหวัด เพื่อพิจารณา ในวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่จะถึงนี้

ช่วยผู้ป่วยติดเตียง

15/สค/68 นำข้าวสาร, แพมเพิส จำนวน 12 กล่อง(กล่องล่ะ 10 ชิ้น) ,กล่องชุดพลาสติกสำหรับใส่อาหาร , ทิชชูเปียก 12 โหล เงินข่วยค่ากับข้าว มอบให้ นางกาแฟ อายุ 27 ปี(กระดูกทับเส้น) สัญชาติกะเหรี่ยง ซึ่งป่วยติดเตียงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ มานาน 10 ปี ที่หมู่บ้านเขมรโรง ม.1.ต.องค์พระ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวนครราชสีมา

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวนครราชสีมา มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ พร้อมมอบวีลแชร์แก่ผู้พิการ และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรี ณ โรงเรียนสุรนารีวิทยา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
.
วานนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก พร้อมด้วย นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และ นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ฐานะยากจน ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ จำนวน 22 ราย คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 436,010 บาท พร้อมมอบรถเข็นวีลแชร์แก่ผู้พิการ จำนวน 15 ราย คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 45,000 บาท คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 481,010 บาท (สี่แสนแปดหมื่นหนึ่งพันสิบบาทถ้วน) นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมบรรเทาสาธารณภัย (กู้ชีพ) และอาสาสมัคร ออกหน่วยให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยาตามอาการ คัดกรองเบาหวานเบื้องต้น แจกแว่นสายตา บริการตัดผมชาย-หญิง และบริการทันตกรรม โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ โดยมี นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว และนางสาวขนิษฐา บำรุงรัตน์ ผู้อำนวยการสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์ จังหวัดนครราชสีมา ร่วมในพิธี ณ โรงเรียนสุรนารีวิทยา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
.
นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ เปิดเผยว่า โครงการ ส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวและสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ จำนวน 12 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ชลบุรี สงขลา สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา ศรีสะเกษ ขอนแก่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย และพิษณุโลก โดยการคัดกรองผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม เสริมทักษะอาชีพ ส่งมาให้มูลนิธิฯ พิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยมูลนิธิฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินการโครงการดังกล่าวนี้ จะมีส่วนสนับสนุน ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป
.
ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
.
ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung
.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

สภ.หนองม่วง จ.ลพบุรี ช่วยเหลือประชาชน

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ควบคุมงานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค1 เปิดผยว่า

วันที่ 14 ส.ค. 68 งานประชาสัมพันธ์ ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในเพจ Facebook ของ ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 4 เรื่อง คือ

1.) #ตรวจเยี่ยมสายตรวจ #ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี
.
🗓️ วันที่ 13 ส.ค. 68
👮‍♂️ พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1
▶️ ตรวจเยี่ยมสายตรวจ สภ.เสาไห้, สภ.วังม่วง และ สภ.มวกเหล็ก
.
แนะแนวทางในการปฏิบัติงาน กำชับให้ปฏิบัติตามนโยบายของ ตร. และ ภ.1 โดยเคร่งครัด
พร้อมมอบรางวัลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่
.
📍 สภ.เสาไห้

  • มอบรางวัลให้แก่สายตรวจที่สามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย 2 คดี, นำวัตถุดิบมาสนับสนุนตาม “โครงการอาหารกลางวันสถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1”, เลี้ยงอาหารกลางวันแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และชมการสาธิตฝึกทบทวนการระงับเหตุบุคคลคลุ้มคลั่ง โดยมี พ.ต.อ.สุวัฒน์ ฉัตรเจริญพร ผกก.สภ.เสาไห้, พ.ต.ท.สุขณัฐพล โชติกิจไพบูลย์ รอง ผกก.ป.ฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ สภ.เสาไห้
    .
    📍 สภ.วังม่วง
  • มอบรางวัลให้แก่สายตรวจที่สามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย 2 คดี, นำวัตถุดิบมาสนับสนุนตาม “โครงการอาหารกลางวันสถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1” และชมการสาธิตฝึกทบทวนการระงับเหตุบุคคลคลุ้มคลั่ง โดยมี พ.ต.ท.ชูเกียรติ สุขประเสริฐ รอง ผกก.ป.สภ.วังม่วง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ สภ.วังม่วง
    .
    📍 สภ.มวกเหล็ก
  • มอบรางวัลให้แก่สายตรวจที่สามารถจับกุมผู้ต้องหา 8 ราย 8 คดี, และชมการสาธิตฝึกทบทวนการระงับเหตุบุคคลคลุ้มคลั่ง โดยมี พ.ต.อ.นรินทร์ เรืองศรี ผกก.สภ.มวกเหล็ก, พ.ต.ท.ทวี เหลาเคน รอง ผกก.ป.ฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ สภ.มวกเหล็ก
    .

ฝ่ายอำนวยการ5 #ตำรวจภูธรภาค1 #สํานักงานตํารวจแห่งชาติ

2.) สภ.หนองม่วง ภ.จว.ลพบุรี

ช่วยเหลือประชาชน

.
🚍🔧ตำรวจยินดีรับใช้ รถเสีย น้ำมันหมด แบตหมด ตำรวจยินดีครับ🚨
.
👮🚨🚍ตำรวจสายตรวจจราจร สภ.หนองม่วง ช่วยเหลือประชาชนรถนํ้ามันหมด ช่วยเหลือจนเดินทางต่อไปได้ 🚨🚍
.
Cr.#ตำรวจทำดี

3.) สภ.เขาแก้ว ภ.จว.ชัยนาท

ช่วยเหลือประชาชน

.
📅 วันที่ 13 ส.ค. 68 เวลา 10:00 น.
👮🏻พ.ต.ท.สมนึก ดอนแนไพร สว.สภ.เขาแก้ว, ส.ต.ต.พัสกร ชัยชนะ ผบ.หมู่ ผช.พงส. สภ.เขาแก้ว, ส.ต.ต.ชินภัทร เปี่ยมเจริญ ผบ.หมู่ (ป.)
🚨 ขณะออกสืบสวนหาข่าวในเขตพื้นที่รับผิดชอบ พบเห็นประชาชนรถยางระเบิด
✅ จึงได้ทำการช่วยเหลือนำรถส่งอู่ซ่อมรถบริเวณใกล้เคียง
.

ฝ่ายอำนวยการ5 #ตำรวจภูธรภาค1 #สํานักงานตํารวจแห่งชาติ

4.) พล.ต.อ.อัคราเดช นำเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรม “ฟ้ารุ่งกรุงละโว้”
.
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ /ผอ.ศนรด.ตร. ,พล.ต.ต.ทิฆัมพร ศรีสังข์ ผทค.ตร./หัวหน้าส่วนปฏิบัติการ ร่วมกำกับและติดตามผลการปฏิบัติการภายใต้ยุทธการ “ฟ้ารุ่งกรุงละโว้” ระดมกวาดล้างจับกุมการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้มีผลเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี
.
รวมทั้งปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง กลุ่มฮั้วประมูล ผู้ค้าอาวุธปืน และหมายจับคดีค้างเก่า ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในพื้นที่ จว.ลพบุรี
.
ทั้งนี้มี พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา ผบก.ภ.จว.ลพบุรี
พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.ภูการวิก โชติกเสถียร รอง ผบก.ภ.จว.ลพบุรี พ.ต.อ.วิชัยนาวิน อนันต์ รอง ผบก.ภ.จว.ลพบุรี พ.ต.อ.อาสาฬห์ ถมยา รอง ผบก.ภ.จว.ลพบุรี พ.ต.อ.นิทัศน์ จิตตวิทยานุกูล รอง ผบก.ภ.จว.ลพบุรี พ.ต.อ.วรพันธุ์ พิสุทธานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.ลพบุรี พ.ต.อ.พงศ์สุริยะ สุวรรณพันธ์ รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง ช่วยราชการ ภ.จว.ลพบุรี ฯ ร่วมด้วย
.
สรุปผลการปฏิบัติ ตรวจค้นเป้าหมาย 50 เป้าหมาย จับกุมผู้ต้องหา 50 คน และตรวจยึดของกลาง อาวุธปืน ยาเสพติด จำนวนมาก
.
การปฏิบัติการในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพและเต็มความสามารถ จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางได้ตามวัตถุประสงค์ เป็นการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ
.
ทั้งนี้ ได้จัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับกำลังพล และร่วมรับประทานอาหารกับข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.ลพบุรี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ฟ้ารุ่งกรุงละโว้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

Royalthaipolice