Blog

นักศึกษาหลักสูตร วสช.กิจกรรมเพื่อสังคม “Life Vaccine for Social”

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล นักศึกษาหลักสูตร วสช.รุ่น 1 ในฐานะ คณะกรรมการฝ่าย แถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าวเปิดเผยว่า

กิจกรรมเพื่อสังคม “Life Vaccine for Social” คณะนักศึกษา หลักสูตรวัคซีนชีวิต เพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 ได้จัดกิจกรรมดีๆ CSR ภาคเหนือ เป็นครั้งที่ 2 โดยมอบอุปกรณ์การศึกษาการกีฬาและทุนการศึกษาให้แก่ นักเรียน โรงเรียน ตชด.พร้อมมอบถุงยังชีพให้แก่พี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาสในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีและเชียงใหม่ พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้แก่ทหารอากาศกองบิน 41 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และ ตำรวจตระเวนชายแดน กก.33 เชียงใหม่ และตำรวจภูธรสิงห์บุรีระหว่างวันที่ 22-25 สิงหาคม 2568

เมื่อวันศุกร์ ที่ 22 – 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568 คณะผู้เข้ารับการศึกษาในหลักสูตร “วัคซีนชีวิตเพื่อสังคม (Life Vaccine for Social)” สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 นำโดย พล.ต.อ. สมพงษ์ ชิงดวง รองนายกสมาคมตำรวจ/ประธานหลักสูตรฯ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นางจุรีภรณ์ เมฆินไกรราช ในฐานะผู้แทนนักศึกษา วชส.1 ร่วมกับ สมาคมตำรวจ, และ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)

ได้จัดกิจกรรมศึกษาดูงานในพื้นที่ภาคเหนือ ครั้งที่ 2 พร้อมทั้งดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) รุดเยี่ยมให้กำลังใจ บำรุงขวัญมอบถุงยังชีพ และ เครื่องตัดหญ้า เครื่องกีฬา ให้แก่ทหารอากาศ กองบิน 41 ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่และตำรวจภูธรสิงห์บุรี

พร้อมจัดทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยการมอบถุงยังชีพให้แก่ชาวบ้านที่ขาดโอกาส พร้อมมอบอุปกรณ์การศึกษา การกีฬา ให้แก่นักเรียนและพี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาสในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี – จ.เชียงใหม่ รวม 500 ชุด อุปกรณ์การศึกษาการกีฬาทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนยากจน 150 ชุด โดยได้รับการสนับสนุนจากคณะผู้เข้ารับการอบรมวัคซีนชีวิต เพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 (วชส.1)ทุกๆ ท่าน

สุดอาลัย

เเจ้งข่าว มารดา ของ พ.ต.อ.แดนไทย ปลั่งดี รอง ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี และปฎิบัติราชการ สง.ผบช.ภ.1 เสียชีวิต

นักผจญภัยทางอากาศ


โดย อรวรรณ บุณยธาดา

Travel Report &Touch the clouds by Orawan Boonyathada
Explore the latest Travel news

พาราไกลดิ้งกีฬาผาดโผนที่นิยมมากที่โอลูเดนนิส
พาราไกลดิ้งแตกต่างจากพาราเซลลิ่งอย่างไร?

พาราเซลลิ่ง (Parasailing) เป็นกิจกรรมสันทนาการทางชายหาดที่กำลังเป็นที่นิยม

ในพาราไกลดิ้ง จะใช้ร่มชูชีพเพิ่มเติมสำหรับทั้งนักบินและผู้โดยสาร
ในขณะที่พาราเซลลิ่ง ผู้เข้าร่วมจะต้องสวมเพียงเสื้อชูชีพ แม้ว่าจะมีระดับความสูงในการบินสูงก็ตาม

พาราไกลดิ้งมอบโอกาสพิเศษในการเลือกระหว่างการบินที่ราบรื่นและสงบนิ่ง หรือการเหินฟ้าสุดตื่นเต้นเร้าใจ ความแตกต่างเหล่านี้ทำให้กีฬา2ประเภทนี้มีเอกลักษณ์และประสบการณ์ที่แตกต่างกันสำหรับนักผจญภัยทางอากาศ

Spirit of Partnership 2025 โครงการพันธมิตรอาสาสมัครกาชาด สภากาชาดไทย

Spirit of Partnership 2025 โครงการพันธมิตรอาสาสมัครกาชาด สภากาชาดไทย
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม Wonder Kids Club ได้เข้ารับมอบ ป้ายพันธมิตรอาสาสมัครกาชาด อย่างเป็นทางการ นำโดย นางสาวฉัตรปวีณ์ รชตดำรงกุล และ นางสาวชมพูนุท จินตอาจารีย์
พร้อมด้วยคณะสมาชิกชมรมฯ และผู้สนับสนุน ฟาร์มฝันแม่ เกษตรอินทรีย์, เติมสุข ออร์แกนิก สเตชั่น

ภายในงาน ชมรมยังได้ร่วมจัด บูธนิทรรศการผลงานกว่า 15 โครงการ ที่ผ่านมา เพื่อสะท้อนถึงพลังเยาวชนในการสร้างสรรค์สังคม ทั้งด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาชุมชน

งานนี้จัดขึ้น ณ โรงแรมเดอะ เบอเคลิร์ย ประตูน้ำ กรุงเทพฯ ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยมิตรภาพและการสร้างเครือข่ายพันธมิตร เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น

✨ ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนที่ทำให้ Wonder Kids Club ก้าวสู่การเป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรอาสาสมัครกาชาด เราจะเดินหน้าสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ เพื่อสังคมต่อไป

WonderKidsClub #SpiritOfPartnership #พันธมิตรอาสาสมัครกาชาด

ผบก.อก.ภ.1 ไรวจเยี่ยมการอบรมจาก ภ.จว.สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี

วันที่ 20 ส.ค. 68 เวลา 10.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 นำโดย พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ฯ ช่วยราชการ ภ.1 เรื่อง โครงการฝึกอบรมสำหรับข้าราชการตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ ของ ภ.1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ได้มาตรวจเยี่ยม ผู้เข้ารับการอบรมจาก ภ.จว.สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี โดยมี พ.ต.อ.สมภพ เชาว์ เพชรไพโรจน์ ผกก.ฝอ.3 บก.อก.ภ.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติหน้าที่เหตุการณ์ทั่วไปปกติ แนะแนวทางในการปฏิบัติงาน กำชับให้ปฏิบัติตามนโยบายของ ตร. และ ภ.1 โดยเคร่งครัด
ณ ลานฝึกยุทธวิธี “ปราบไพรีอริศัตรุพ่าย” ตำรวจภูธรภาค 1

ศูนย์ ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตามล่าเอาเงินคืนให้ผู้เสียหาย

ศูนย์ War Room ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตามล่าเอาเงินคืนให้ผู้เสียหาย
“MONEY CASH BACK ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน”

วันนี้ (21 สิงหาคม 2568) เวลา 11.30 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้บัญชาการ ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (ผบ.ศกค.) หรือ International Anti-Scam and Human Trafficking Syndicate Command Center (IAC) และผู้อำนวยการศุนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปอส.ตร.) แถลงข่าว “ศูนย์ Warroom ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตามล่าเอาเงินคืนให้ผู้เสียหาย MONEY CASH BACK ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน” โดยมี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท., พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท./รอง ผบ.ศกค., พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.ทท./รอง ผบ.ศกค., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. และ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ณ ห้อง “Warroom IAC” ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 7 อาคารศูนย์ฝึกอบรมตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สืบเนื่องจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ เป็น ผบ.ศกค. ได้เดินหน้าขับเคลื่อน “Warroom IAC” ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและการเงินทั้งในประเทศ และหน่วยงานระหว่างประเทศ อาทิ UNODC, FBI และ Interpol เพื่อจัดการปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างบูรณาการ โดยครอบคลุมตั้งแต่การกวาดล้างเครือข่าย การระงับบัญชี ติดตามเส้นทางการเงิน ไปจนถึงการคุ้มครองเหยื่อ โดยเน้นมาตรการเชิงรุกภายใต้แนวคิด “ปิดประตูทุบหม้อข้าว” เพื่อมุ่งสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนภายใน 3 เดือน โดยเฉพาะการตัดวงจรเครือข่ายใหญ่ในกัมพูชา ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการหลอกลวงประชาชนไทยและต่างประเทศ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดดำเนินการตามโครงการ “MONEY Cash Back ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน” อย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ สามารถจับกุมเครือข่ายบัญชีม้าของขบวนการหลอกลวงออนไลน์ และสามารถติดตามนำคืนให้แก่ผู้เสียหายตามขั้นตอนในโครงการ “MONEY CASH BACK” ไปแล้วหลายครั้ง รวมจำนวนเงินกว่า 232.2 ล้านบาท โดยล่าสุด สามารถติดตามอายัดเงินของผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงออนไลน์ได้เพิ่มเติมอีก 2 ราย มีรายละเอียด ดังนี้

กรณีที่ 1 รวบเครือข่ายหลอกเทรดหุ้นออนไลน์ ลวงอดีตข้าราชการลงทุนสูญเงินกว่า 8 ล้าน อายัดทัน 1.2 ล้าน นำคืนผู้เสียหาย

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือน ธ.ค.67 ผู้เสียหายเป็นอดีตข้าราชการได้พบเพจเฟซบุ๊กปลอมบัญชีหนึ่ง ได้โฆษณาเกี่ยวกับการลงทุนเทรดหุ้นออนไลน์ จึงเกิดความสนใจ ต่อมาได้ถูกดึงเข้ากลุ่มไลน์ชื่อ (LINE Globaledgemax)
โดยช่วงแรกเริ่มจากลงทุนจากยอดจำนวนน้อย ปรากฏว่าสามารถถอนเงินกำไรออกมาได้จริง จึงได้ลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อโอนเงินลงทุนในยอดเงินที่สูงขึ้น กลับไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ รวมมูลค่าความเสียหาย จำนวน
8,076,559.46 บาท จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ บช.สอท. ในเวลาต่อมา

จากกรณีดังกล่าว กก.3 บก.สอท.1 ได้รวบรวมพยานหลักฐานและสืบสวนติดตามผู้ต้องหาในขบวนการได้แล้วบางส่วน โดยดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น,ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนอันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา,เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ต้นเกี่ยวข้องโดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถอายัดเงินในบัญชีธนาคารของนายจักริชฯ หนึ่งในผู้ต้องหาไว้ได้ ซึ่งผู้เสียหายได้โอนเข้าบัญชีดังกล่าวเพื่อลงทุนตามที่ถูกหลอกลวง จำนวน 1 ครั้ง เป็นเงิน 1,261,105.36 บาทซึ่งอายัดได้ทันทั้งจำนวน

กรณีที่ 2 รวบเครือข่ายหลอกหญิงสูงวัยหารายได้พิเศษ โดนไป 5 แสน อายัดทันทั้งหมด นำคืนผู้เสียหาย
เมื่อช่วงเดือน ก.พ.68 ผู้เสียหายเป็นหญิงสูงวัยรายหนึ่ง ได้พบเจอโฆษณาบนแอปพลิเคชัน TikTok อ้างว่าสามารถหารายได้พิเศษได้ เมื่อผู้เสียหายสนใจจึงติดต่อไป จากนั้นจึงถูกเชิญเข้าร่วมกลุ่มไลน์ปลอม ที่มีหน้าม้าคอยจัดฉากให้ดูน่าเชื่อถือ มีการโพสต์ข้อความแสดงผลกำไร และมีสมาชิกในกลุ่มร่วมยืนยันว่าลงทุนแล้วได้เงินจริง เพื่อสร้างความไว้วางใจ

ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินเพื่อลงทุนเป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท เข้าบัญชีธนาคารของ นายกิตตินันท์ฯ
ซึ่งถูกใช้เป็นบัญชีรับโอนเงินจากเหยื่อ หลังโอนเงินเสร็จสิ้น ผู้เสียหายไม่สามารถถอนเงินคืนได้ จึงรู้ตัวว่าตกเป็นเหยื่อและได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ในเวลาต่อมา

ในขณะเดียวกัน ทางธนาคารเจ้าของบัญชีของ นายกิตตินันท์ฯ ได้ตรวจสอบรายการเดินบัญชีดังกล่าว พบว่า เมื่อวันที่ 1 ก.พ.68 เวลาประมาณ 10.44 น. ยอดเงินในบัญชีคงเหลือ 70 บาท จากนั้นเวลาประมาณ 10.51 น. ได้มีบัญชีธนาคาร ของผู้เสียหาย โอนเงินเข้าไปจำนวน 500,000 บาท จึงทำให้ยอดเงินคงเหลือเพิ่มขึ้นเป็น 500,070 บาท

เมื่อธนาคารตรวจสอบพบความผิดปกติ และพบว่าอาจเข้าข่ายเป็นบัญชีต้องสงสัยที่ใช้ในการกระทำความผิด จึงได้ระงับการทำธุรกรรมและอายัดเงินในบัญชีดังกล่าวไว้ได้จำนวน 500,070 บาท และได้รับการประสานงานจาก กก.3 บก.สอท.1 ในเวลาต่อมา จนมีหลักฐานว่าเป็นยอดเงินที่ได้มาจากการกระทำผิดจริง

จากการสอบถามผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ต่างให้ถ้อยคำว่า ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินที่อายัดไว้ ไม่โต้แย้งในกรรมสิทธิ์ และยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งมอบเงินในบัญชีตามจำนวนดังกล่าวคืนให้แก่ผู้เสียหาย

โดยวันนี้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช. ในฐานะ ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท.
พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดติดตามคดี จึงได้ร่วมกันนำเงินจำนวน 1,761,105.36 บาท คืนให้แก่ผู้เสียหายทั้ง 2 ราย ตามโครงการ “MONEY Cash Back ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน”

พล.ต.ท. ธนพล ศรีโสภา รองจเรตำรวจแห่งชาติ ตรวจเยี่ยม กำลังพลภาค 1

วันที่ 19 ส.ค. 68 เวลา 09.00 น. พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ฯ ช่วยราชการ ภ.1 ประธานพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมสำหรับข้าราชการตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ ของ ภ.1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
โดยมี พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 , รอง ผบก.ฯ ที่รับผิดชอบฯ, ผู้เข้ารับการอบรมจาก ภ.จว.สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี จำนวน 510 นาย พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมพิธีฯ จากนั้นเวลา 11.00 น. พล.ต.ท.ธนพล ศรีโสภา รอง จตช. พร้อมคณะฯ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของให้แก่ผู้เข้ารับการอบรมฯ โดยมี พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ฯ ช่วยราชการ ภ.1,
พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1, รอง ผบก.ฯ ที่รับผิดชอบฯ, ผู้เข้ารับการอบรมฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ
ณ ลานฝึกยุทธวิธี “ปราบไพรีอริศัตรุพ่าย” ตำรวจภูธรภาค 1

รอง ผบช.ภ.1 เปิดฝีกอบรมทบทวนข้าราชการตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะของ ภ.1

วันนี้(19 ส.ค.68) เวลา 09.00 น.
พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ภ.1 เป็นประธานเปิดการฝีกอบรมตามโครงการฝึกทบทวนข้าราชการตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะของ ภ.1
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568
ณ ลานฝึกยุทธวิธี ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย ภ.1
โดยมี พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 , รอง ผบก.ทุก ภ.จว.และกำลังพลกองร้อยคฝ.ภ.จว.สมุทรปราการ , นนทบุรี และปทุมธานี จำนวน 510 นายเข้าร่วมพิธีเปิดการฝึกอบรม โดยจะทำการฝึกทบทวนตั้งแต่วันที่ 19 – 20 ส.ค.68

รถถัง ฟาด น้องโอ๋ ที่โตเกียว ศึก ONE173

บอสชาตรี ประกาศยืนยันผ่าน The ONE Podcast ว่า ไฟต์ระหว่าง “รถถัง จิตรเมืองนนท์” กับ “น้องโอ๋” ในศึกชิงแชมป์โลกมวยไทยรุ่นฟลายเวต จะบินไปชกที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 16 พ.ย.นี้

ทม.ท่าโขลง วางศิลาฤกษ์เตรียมสร้างโรงพยาบาล

ปทุมธานี ทม.ท่าโขลง วางศิลาฤกษ์เตรียมสร้าง”โรงพยาบาล”รองรับผู้ป่วยทุกสิทธิ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ “โรงพยาบาลเทศบาลท่าโขลง” ที่ บริเวณสถานที่ก่อสร้างโรงพยาบาลท่าโขลง ใกล้ศูนย์การเรียนรู้และสวนสาธารณะฯ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยมี นางสาวอภิสรา เกษอินทร์ นายอำเภอคลองหลวง นายสุเทพ วงษ์แจ้ง นายกเทศมนตรีเมืองท่าโขลง นายองอาจ ณฐ ธรรมนิทา โฆษกวัดพระธรรมกาย ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองท่าโขลงและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธีบริเวณ มณฑลพิธีสถานที่ก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลเทศบาลท่าโขลง กันเป็นจำนวนมาก
นายสุเทพ วงษ์แจ้ง นายกเทศมนตรีเมืองท่าโขลง กล่าวว่า การก่อสร้างโรงพยาบาลเทศบาลท่าโขลงนั้น เนื่องมาจากว่า ศูนย์บริการในเรื่องสุขภาพที่ให้บริการพี่น้องชาวท่าโขลงมันอยู่ห่างไกล อยู่ที่คลอง 6 คนที่ใช้สิทธิ์บัตรทอง ก็อยู่ที่โรงพยาบาลสามโคก ซึ่งจะใช้สิทธิ์บัตรทองได้ 2 ที่ ในกรณีตรวจรักษาโรคทั่วไป โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ก็ไม่ได้รับสิทธิ์บัตรทอง แต่เป็นการรับส่งต่อ เพราะฉะนั้น เมื่อเห็นว่าชาวบ้านหลังจากเกิดวิกฤตโควิดที่ผ่านมา การเข้าถึงสถานบริการยากมากรวมถึงประชากรในเขตเทศบาลเมืองท่าโขลงมีจำนวนมาก ตามทะเบียนบ้านในปัจจุบัน 75,000 กว่าคน ส่วนประชากรแฝงที่มาทำงานประกอบกิจการอีกเป็นแสนคน ที่อยู่ในเขตพื้นที่เมืองท่าโขลง
เพราะฉะนั้น เมื่อสถานพยาบาลอยู่ไกล รวมถึงงบประมาณที่มีสำหรับเทศบาลเมืองท่าโขลงเพียงพอสำหรับการสร้างโรงพยาบาล ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ ดังนั้นตนเองและคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา รวมถึงพนักงานเทศบาลทุกคน ก็ได้ร่วมกันจัดสร้างโรงพยาบาลท่าโขลงขึ้น ร่วมกับพี่น้องประชาชน ซึ่งเขื่อว่าการจัดสร้างโรงพยาบาลแห่งนี้ จะเป็นประโยชน์กับประชาชนเพราะโรงพยาบาลนี้ใช้เงินภาษีของพี่น้องชาวท่าโขลงทั้งหมด
โดยพื้นที่ในการก่อสร้าง เราใช้ในพื้นที่ 40 ไร่ที่มีอยู่ แต่จะสร้างเป็นบางส่วนก่อน ในขั้นแรกจะเป็นตึก 6 ชั้น มีเตียงสำหรับพักนอนของผู้ป่วย ช่วงแรก 59 เตียง ซึ่งในอนาคตถ้ามีผู้ป่วยมากขึ้น มีผู้ป่วยที่นอนค้างคืนมากขึ้น ก็จะพิจารณาขยายเตียงในลำดับต่อไป และในขณะที่ผู้ป่วยที่เป็นผู้ป่วยนอก เราคิดไว้ระหว่าง 500-1,000 คน ในการตรวจแต่ละวัน นอกจากนี้ที่โรงพยบาลท่าโขลงแห่งนี้จะมีห้องผ่าตัดใหญ่ 3 ห้อง รวมถึงบริการจุดฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง พร้อมกับการบริการส่งเสริมสุขภาพในเรื่องอื่น ๆ เช่น ทันตกรรม สำหรับผู้ป่วยโรคไต เราจะมีศูนย์ฟอกไตเทียม ผ่าตัดเส้นเลือดสำหรับที่จะฟอกไตได้เลยที่นี่และก็จะบริการคลินิกเฉพาะทางในอนาคตเพราะอยู่ในแผนที่จะทำเข่นกัน
นายสุเทพ วงษ์แจ้ง นายกเทศมนตรี ฯ ยังกล่าวอีกว่า โรงพยาบาลท่าโขลงแห่งนี้นั้นจะสร้างเสร็จตามสัญญาประมาณ 1 ปีและคิดว่าในการที่จะให้บริการได้นับจากวันนี้ ประมาณ 1 ปี 6 เดือน โดยต้องวางระบบเรื่องคอมพิวเตอร์ เรื่องบุคลากรต่าง ๆ ทั้งหมดเลย ที่จะช่วยกันบริหารโรงพยาบาลนี้ ให้เป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง และมีคุณภาพในการรักษาพยาบาลของคนท่าโขลงทั้งหมด อีกทั้งที่นี่จะรักษาทุกโรค เป็นผู้ป่วยทุกโรคและถ้าเกินศักยภาพ เราก็จะส่งต่อ โดยหลัก ๆ แล้วสิทธิ์บัตรทองจะใช้หลักที่นี่ รวมถึงประกันสังคมและสิทธิ์รักษาพยาบาลข้าราชการบำนาญ รวมถึงผู้ป่วยที่ walk in เข้ามา ในการรักษาพยาบาล

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม