Blog

บาห์เรนทุ่มทุนเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเยาวชนเอเชียนเกมส์ 2568

บาห์เรนทุ่มทุนกว่า 1,200 ล้านบาท
เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเยาวชนเอเชียนเกมส์ 2568.

ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนาเปิดเผยถึงรายละเอียดและรายงานข่าวการแข่งขันกีฬาเยาวชนเอเชียนเกมส์ 2568.บาห์เรนเจ้าภาพทุ่มทุนกว่า 1,200 ล้านบาท. 15,000,000 BD.

26 สิงหาคม 2568
อรวรรณ บุณยธาดา
ผู้อำนวยการ ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนาประเทศไทย
บรรณาธิการบริหาร ไทมส์ออฟบาห์เรน
เปิดเผยถึงรายละเอียดรายงานข่าวการแข่งขันกีฬาเยาวชนเอเชียนเกมส์ 2568.
ซึ่ง“บาห์เรนจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 22-31 ตุลาคม 2568 ”
โดยมีนักกีฬาชายและหญิงกว่า 4,000 คนจากคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติ ถึง45 ประเทศ
เข้าร่วมแข่งขันกีฬารวม24 ประเภท รวมถึงกีฬามวยสากลเป็นครั้งแรก กิจกรรมนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างเส้นทางให้นักกีฬารุ่นเยาว์ได้ผ่านเข้ารอบการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเยาวชนปี 2026 ที่กรุงดักการ์ และจะรวมถึงกิจกรรมต่างๆ ณ สถานที่จัดงานต่างๆ เช่น Isa Sports City, Khalifa Sports City และ Exhibition World Bahrain

ในด้าน ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนาได้มีการส่งนักศึกษานักเรียนที่เคยผ่านการเรียนการสอน การอบรม บุคคลที่มีจิตอาสา เข้ารับการคัดเลือกสอบสัมภาษณ์จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
จากนานาประเทศเพื่อเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในทีม “จิตอาสา”
ในกิจกรรมการแข่งขันกีฬาที่จะจัดแบบยิ่งใหญ่ในหนึ่งใน ประวัติศาสตร์บาห์เรน
ผู้ที่สามารถผ่านการสอบคัดเลือก สัมภาษณ์ และปฏิบัติงานครบ10 วัน จะได้รับใบประกาศนียบัตรเพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ตัวเองและวงศ์ตระกูล ในการปฎิบัติหน้าที่ งานใหญ่อีกงาน ทุ่มทุนกว่า 1,292 ล้านบาท 15,000,000 BD.ที่ต้องบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ บาห์เรน ตามตำแหน่งต่างๆ เช่น ต้อนรับ V.I.P
แผนกดูแล นักกีฬาจากนานานับประเทศ แผนกความปลอดภัย แผนกการสื่อสาร และอีกๆหลายๆแผนก ระยะเวลา ปฏิบัติภารกิจ10 วัน ในร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมค่าพาหนะ ในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมค่าพาหนะ ในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2568 รวม 5,000 ชุด และจัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชนบริการตรวจรักษาฟรี ณ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร
.
วันนี้ (วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ
นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก พร้อมด้วย นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ และนางชุติมา ตันติศิริวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการ จัดพิธีแจกข้าวสารพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค เนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2568 ให้กับประชาชนผู้ยากไร้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงรอบสุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตำบลโรงเข้ อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 5,000 ชุด พร้อมมอบค่าพาหนะคนละ 200 บาท ซึ่งในปีนี้จัดเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาทั้งชุดเครื่องอุปโภคบริโภคและค่าพาหนะ เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ยากไร้ สอดรับกับปริมาณผู้ที่มารอรับและค่าครองชีพในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้น โดยสิ่งของที่แจกประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำปลา น้ำมันพืช ขนม และ เสื้อผ้า บรรจุถุงผ้ามูลนิธิฯ โดยมี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ร่วมในพิธี ณ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตำบลโรงเข้ อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร
.
ภายในงาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้จัดเจ้าหน้าที่ – อาสาสมัครมูลนิธิฯ ดูแลอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มารอรับ พร้อมบริการอาหารและน้ำดื่ม รวมถึงจัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน (หน่วยแพทย์เคลื่อนที่) ออกบริการประชาชน โดยมีคณะอาสาสมัครเฉพาะกิจ และอาสาสมัครศิลปิน อาทิ นายธวัชชัย คชาอนันต์ (แฮ็ค ชวนชื่น) นายฐานัตถ์ จิรรัชชกิจ (บูม) นายรัชต์พงษ์ ทองทับ (น้าทูล) นายรชต โชติมิตรจตุรผล (ตั๊ก) นายปิยะวัฒน์ รัตนหรูวิจิตร (หรูหรา) ร่วมสร้างสีสันภายในงาน โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความอิ่มเอมใจทั้งผู้ให้และผู้รับ
.
นอกจากนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยังมีกำหนดการแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ยากไร้อีก 2 แห่ง ประกอบด้วย วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2568 ณ คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จังหวัดชลบุรี และ วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ รวมทั้งมอบให้แก่องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคเนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2568 แก่ประชาชนทั้งสิ้น 3 จังหวัด คิดเป็นมูลค่า 15.5 ล้านบาท
.
ประเพณีทิ้งกระจาด เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่ปฏิบัติสืบทอดมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยมูลนิธิฯ ได้ปฏิบัติสืบเนื่องมาทุกปีเป็นเวลาช้านานไม่ต่ำกว่า 80 ปี เพราะถือว่าเป็นประเพณีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่ล่วงลับไปแล้วทั้งที่เป็นญาติและไม่เป็นญาติพร้อมกับทำทานให้แก่ผู้ยากไร้ ในช่วงประเพณีแต่ละปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จะมีผู้มีจิตศรัทธานำเครื่องเซ่นไหว้ อาทิ ข้าวสารอาหารแห้ง และอื่น ๆ มากราบสักการะหลวงปู่ และองค์ไต่สือเอี้ย เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศล และสะเดาะเคราะห์ ซึ่งมูลนิธิฯ จะรวบรวมไว้ไปสมทบกับสิ่งของที่มูลนิธิฯ จัดซื้อเพิ่มเติม เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ โดยมูลนิธิฯ ได้มีการพัฒนาแจกจ่ายสิ่งของเครื่องใช้ ให้เข้ากับการใช้งานในแต่ละยุคแต่ละสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีพ.ศ. 2568 นี้ มูลนิธิฯ ได้มีการเพิ่มชุดเครื่องอุปโภคบริโภคเพิ่มมากขึ้น รวมถึงเพิ่มค่าพาหนะให้แก่ผู้มารับสิ่งของ เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ยากไร้ สอดรับกับปริมาณผู้ที่มารอรับและค่าครองชีพในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้น
.
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอบุญบารมีองค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ผู้มีจิตศรัทธา เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และครอบครัวของทุกท่าน ที่มีส่วนร่วมในงานมหาบุญมหากุศลนี้ มีความสุข ความเจริญ สุขภาพร่างกายแข็งแรงตลอดปี ตลอดไป
.
ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418
“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

รองประธานสภาผู้แทนราษฎร แสดงความยินดีในโอกาส ครบรอบ 60 ปี สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

ดร.ฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ร่วมแสดงความยินดีในโอกาส ครบรอบ 60 ปี สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

เมื่อวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุมทานตะวัน ชั้น 2 Cross Vibe Bangkok Srinakarin (โรงแรมคิงปาร์ค อเวนิว) ถนนศรีนครินทร์ ซอย 40 เขตประเวศ กรุงเทพฯ

ดร.ฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ซึ่งได้เดินทางมาเป็นประธานในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 และร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย โดยมี นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย พร้อมทั้งคณะกรรมการสมาคมฯ ที่ปรึกษาและสมาชิก ซึ่งเป็นสื่อมวลชนในสังกัดสมาคมฯ ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

จากนั้น ดร.ฉลาด ได้มอบโล่รางวัลเกียรติคุณแก่ 1. ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ดีเด่น 2. ส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสังคมดีเด่น และ 3. สื่อออนไลน์สร้างสรรค์สังคม และ​คุณสวิชย์
บำรุงสุข​ กรรมการสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ​ร่วมกล่าวแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย ครบรอบ 60 ปีอีกด้วย ในการจัดงานครั้งนี้ยังได้มีศิลปินมาให้ความบันเทิง อาทิ สัญญา พรนารายณ์, อร อรดี (เจ้าของบทเพลง “สาวบางกรวย”) ปิดท้ายด้วยคณะสาวงามจากเวที มิสเอิร์ธ ไทยแลนด์ ร่วมเดินบนเวที เพื่อสร้างสีสันและความสนุกสนานในงานครั้งนี้อีกด้วย


สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

“บอสชาตรี” เคลียร์จบครบประเด็นน่าสนใจผ่านรายการ The ONE Podcast

“บอสชาตรี” เคลียร์จบครบประเด็นน่าสนใจผ่านรายการ The ONE Podcast

บิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” ผู้ก่อตั้ง ประธาน และซีอีโอ วัน แชมเปียนชิพ (ONE) ร่วมพูดคุยในรายการ The ONE Podcast EP.24 เมื่อวันจันทร์ที่ 18 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยออกอากาศผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ ONE Championship Thailand โดยมีหลายประเด็นน่าสนใจ ซึ่งได้รวบรวมไว้ที่นี่แล้ว

ผลการตัดสิน 2 คู่มวยดรามา

จากความไม่สบายใจของแฟน ๆ กับผลการตัดสิน คู่เอกของศึก ONE ลุมพินี 119 “สมิงดำ เอ็นเอฟ.ลูกสวน” เอาชนะ “ซ่อนรัก แฟร์เท็กซ์” ไปด้วยคะแนนเอกฉันท์ และล่าสุดในศึก ONE ลุมพินี 120 “ยอดเหล็กเพชร อ.อัจฉริยะ” เบียดชนะ “ป้อมเพชร พานทองยิม” ไปด้วยคะแนนไม่เอกฉันท์

“บอสชาตรี” ยืนยันถึงความโปร่งใสและยุติธรรม โดยคู่มวยทั้งสองนั้นมีความสูสี และเป็นไปได้ที่กรรมการจะมีมุมมองแตกต่างกัน

ONE ก่อตั้งมาถึงวันนี้เป็นเวลา 14 ปี จัดการแข่งขันมาแล้วร่วม 3,000 ไฟต์ จากที่ผ่านมามีเพียงไม่ถึง 10 ไฟต์ที่ผลการแข่งขันออกมาเป็นที่ถกเถียง ซึ่งถือเป็นอัตราส่วนน้อยมากสำหรับการแข่งขันกีฬา

ในการแข่งขันกีฬาทุกประเภท เป็นธรรมดาที่จะเกิดความคิดเห็นหรือมุมมองที่แตกต่างกันได้ในกลุ่มผู้ชมด้วยกันเอง กรรมการ หรือระหว่างผู้ชมกับกรรมการ โดยในการแข่งขันกีฬามวยไทยมีหนึ่งปัจจัยที่สำคัญคือเรื่องการรับชมผ่านหน้าจอมือถือหรือโทรศัพท์ กับมุมที่นั่งของกรรมการ 3 ท่านในสนาม ทำให้ภาพที่แต่ละฝ่ายมองเห็นนั้นแตกต่างกันออกไปได้ ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจของกรรมการในเสี้ยววินาที

เล็งจัดรีแมตช์ทั้งสองคู่

เพื่อเป็นการคลี่คลายเกี่ยวกับเรื่องนี้ “บอสชาตรี” จึงตัดสินใจจะจัดไฟต์รีแมตช์ทั้ง 2 คู่ทันทีเมื่อนักกีฬาทั้งสองฝ่ายมีความพร้อม

นอกจากนี้ “บอสชาตรี” ยังแสดงความคิดเห็นในฐานะผู้ชมคนหนึ่ง โดยคู่ระหว่าง “สมิงดำ vs ซ่อนรัก” นั้นเห็นว่า “สมิงดำ” ทำผลงานได้ดีกว่าใน 2 ยกแรก ส่วน ซ่อนรัก ทำได้ดีกว่าในยกที่ 3 ดังนั้น “สมิงดำ” จึงสมควรเป็นฝ่ายชนะ สอดคล้องกับผลการตัดสินอันเป็นเอกฉันท์ (3 เสียง) ของกรรมการ

ขณะที่คู่ระหว่าง “ยอดเหล็กเพชร vs ป้อมเพชร” นั้นมองว่า “ป้อมเพชร” ทำได้ดีกว่าทุกยก และสมควรเป็นผู้ชนะ แต่ในฐานะผู้ชมก็ยอมรับการตัดสินของกรรมการที่มองว่า “ยอดเหล็กเพชร” ชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ (2:1 เสียง)

กรรมการ ONE เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ

สำหรับความเชื่อมั่นนับจากนี้ที่แฟน ๆ จะมีต่อกรรมการของ ONE “บอสชาตรี” ยืนยันอย่างชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า กรรมการของ ONE เป็นผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูง เป็นที่ยอมรับ และมีชื่อเสียงในแวดวงมวยไทยจากทั่วทุกมุมโลก เป็นบุคคลกลางที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย และไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของ ONE ดังนั้นจึงไม่สามารถแทรกแซงเรื่องผลการตัดสินได้ และเป็นไปได้ยากที่กรรมการจะถูกโน้มน้าวไปตามอิทธิพลใด ๆ เพราะเป็นความเสี่ยงสูงที่จะทำลายชื่อเสียงและความเชื่อถือที่สั่งสมมา

กรรมการของ ONE มีจำนวนหลายคน โดยทำหน้าที่หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไปในแต่ละอีเวนต์ที่ได้รับมอบหมาย ทั้งนี้การทำงานของกรรมการทุกคน ทุกไฟต์ ทุกอีเวนต์ จะได้รับการตรวจสอบอีกครั้งเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการทำงานอย่างแท้จริง ซึ่งหากพบว่ากรรมการท่านใดปฏิบัติหน้าที่ด้วยความไม่ซื่อตรง ไม่ยุติธรรม หรือส่อให้เห็นถึงความไม่โปร่งใส ก็สามารถที่จะตัดสินใจเลิกจ้างได้ทันที แต่ที่ผ่านมายังไม่เคยเกิดกรณีนี้

เตรียมเปลี่ยนนวมเพิ่มความปลอดภัยนักกีฬา

อีกหนึ่งเรื่องที่แฟน ๆ สอบถามกันเข้ามาจำนวนมาก คือ เรื่องของนวมที่ใช้ในกติกามวยไทย “บอสชาตรี” อธิบายเรื่องนี้ว่า ได้มีการปรับรูปแบบของนวมใหม่ เพื่อให้มีความสอดคล้องกับการใช้งาน และเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักกีฬาทั้งสองฝ่ายมากขึ้น

นวมรุ่นใหม่จะมีส่วนยื่นออกมาปกป้องบริเวณนิ้วโป้งมากขึ้น และเพิ่มความหนาบริเวณสันมือ ที่สำคัญคือ ตัวนวมถูกจัดรูปทรงให้นิ้วของนักกีฬามีความโค้ง และยากที่จะเหยียดนิ้วให้ตรงได้ ซึ่งจะช่วยลดปัญหานิ้วจิ้มตาในระหว่างแข่งขัน ซึ่งขณะนี้นวมรุ่นใหม่กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการผลิต หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพและการใช้งาน ก็จะนำออกมาใช้ในการแข่งขันได้อย่างสมบูรณ์

คอนเฟิร์ม “รถถัง vs น้องโอ๋” ลุยศึก ONE 173

จากที่ “บอสชาตรี” เคยเรียกเสียงฮือฮาจากแฟน ๆ ด้วยการโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Chatri Sityodtong สั้น ๆ เกี่ยวกับคู่มวย “น้องโอ๋ vs รถถัง” จนทำให้แฟน ๆ ต่างลุ้นกันใจจดใจจ่อว่าคู่มวยนี้จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่

ในโอกาสนี้ “บอสชาตรี” จัดเซอร์ไพรส์ประกาศออกกลางรายการว่า “น้องโอ๋ vs รถถัง” ถูกวางตัวในศึก ONE 173 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในวันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย.นี้

แฟนกีฬาการต่อสู้สามารถติดตามชมรายการ “The ONE Podcast” ไลฟ์ทุกวันจันทร์ เวลา 19.00 น. ผ่านทางเฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand โดยสามารถรับชมย้อนหลังได้ภายใน 24 ชั่วโมงเท่านั้น!

ติดตามข่าวสารอัปเดตของ ONE ได้ที่เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand เว็บไซต์ ONEFC.com อินสตาแกรม ONEChampTh และ TikTok ONEChampTH

โปรโมเตอร์พีรศิษย์สุดปลื้ม มวยรากหญ้ารอบภาค ได้รับผลตอบรับที่ดีเกินคาด

โปรโมเตอร์พีรศิษย์สุดปลื้ม มวยรากหญ้ารอบภาค ได้รับผลตอบรับที่ดีเกินคาด เผย มีแผนจะทำกาญจนบุรีเป็นเมืองมวย

โปรโมเตอร์พีรศิษย์ สุขสวัสดิ์ สุดปลื้ม ศึกสืบสานมวยไทย จากรากหญ้าสู่สากล
Authentic Muaythai ประจำปิงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ รอบ ๘ คนสุดท้าย โซนภาค ๑ + โชนภาค ๒ (ภาคกลางและภาคตะวันออก) ในระหว่างวันที่ ๑๕ – ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ณ ถนนคนเดิน ลานสกายวอล์ค กาญจนบุรี ผ่านไปด้วยดี จากความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งยังได้รับความสนใจจากทุกภาคส่วน รวมถึงค่ายมวย นักมวยและประชาชน
“ผมเคยมีความตั้งใจจะให้กีฬามวยไทย เป็นจุดตั้งต้นในการสร้าง Sport Tourism สำหรับกาญจนบุรี เนื่องจากมวยไทยเป็น Soft Power ที่สำคัญของชาติ จากการบริหารจัดการการแข่งขันชกมวยไทย 3 ครั้ง ครั้งแรกจากการชกกันระหว่างครูเป็ด เจริญทอง กับ สมจิตร จงจอหอ ที่เวทีมวยชั่วคราวหน้าโรบินสัน และอีก 2 ครั้ง ในนามคลัสเตอร์ 2-1 จากการวิเคราะห์ผลตอบรับทั้ง 3 ครั้ง พบว่ากาญาจนบุรีมีความพร้อมในการจัดการแข่งขันชกมวยไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ และที่เน้นย้ำผลลัพธ์ในการวิเคราะห์ซึ่งสำคัญมากๆ ก็คือ ในนามตัวแทนของจังหวัดกาญจนบุรี โดยการจัดการแข่งขันทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา มีผลให้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นพื้นที่ในการจัดการแข่งขันระดับภาค และทุกภาคส่วนของจังหวัดที่เกี่ยวข้อง ให้การตอบรับที่ดีมากๆ ซึ่งผมต้องขอกราบขอบพระคุณไปยังผู้ใหญ่ทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของจังหวัด ซึ่งท่านรองผู้ว่าฯ สิทธิวีร์ วรรณพฤกษ์ ได้ให้เกียรติเป็นตัวแทนของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด มาเป็นประธานกล่าวเปิดงาน ท่านวสันต์ ภูษิตกาญจนา นายกเทศมนตรีเมืองกาญจนบุรี ให้เกียรติมากล่าวต้อนรับ ท่านพลเอกอภิชาติ สุขแจ่ม พร้อมภริยา คุณกัญญามาศ สุขแจ่ม ได้ให้เกียรติในการช่วยบริหารจัดการ ประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดการแข่งขัน ท่านพลตรี อัษฎาวุธ ปันยารชุน ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 และท่านพลตรี ชนมากรณ์ ภิบาลชนม์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 17 ให้การสนับสนุนกำลังพล ซึ่งพันเอกพิเศษเชาว์ ธีรชาติ มากำกับดูแลด้วยตัวท่านเอง หรือแม้กระทั่งท่านปริวัฒน์ เศรษฐบุตร นายสนามมวยช่อง 7 HD พร้อมด้วยคณะกรรมการผู้ตัดสิน ครูหมู ผุดผาดน้อย วรวุฒิ ได้ให้เกียรติเดินทางมาร่วมในพิธีเปิดการแข่งขัน รวมถึงนักมวย ค่ายมวย เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนแม้จะไม้ได้กล่าวถึง ณ ที่นี้ สละเวลามาร่วมกันเป็นกำลังหลักสำคัญ ซึ่งผมต้องขอกราบขอบพระคุณไว้ ณ โอกาสนี้

และถึงแม้ว่าในรอบนี้ เราจะมีนักมวยที่ผ่านเข้ารอบคือธนูอินทร์ ส่วน.สมหวัง เข้ารอบเพียงคนเดียว แต่นักมวยในคลัสเตอร์ 2-1 ทุกคน คือบุคคลสำคัญที่ทำให้เราได้มาถึงตรงจุดนี้

ซึ่งในเร็วๆ นี้เราก็จะมีศึกมวยที่ยิ่งใหญ่อันเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดกาญจนบุรีเกิดขึ้นอีก 1 รายการ และเป็นรายการที่จะต้องได้รับการปักหมุดให้เกิดขึ้นปีละครั้งอย่างแน่นอน โดยในรายละเอียดเบื้องต้นอาจจะต้องขออุบไว้ก่อนจนกว่าจะถึงวันแถลงข่าวอน่างเป็นทางการ
ผมมั่นใจว่าในห้วงเวลา 3-5 ปี กาญจนบุรีจะเป็นเมืองมวยแห่งใหม่ของประเทศไทยแน่นอน“
คุณพีรศิษย์กล่าว

ข่าวโดย : รองอ๊อด สารคาม
ภาพโดย : ช่างภาพส่วนกลางสมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย และท้อปคิงส์ บ๊อกซิ่ง

บรูไน เชิญสวนนงนุชพัทยา เป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาภูมิทัศน์และพื้นที่สีเขียวของประเทศ

รัฐบาลบรูไนดารุสซาลาม เชิญคณะผู้แทนจากสวนนงนุชพัทยาประเทศไทย ร่วมเป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาภูมิทัศน์และพื้นที่สีเขียวของประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยาง เบอร์โฮมัต ดาโต๊ะ เสรี เซเตีย อาวัง ฮาจี มูฮัมหมัด จูอันดา บิน ฮาจี อับดุล ราชิด (Yang Berhormat Dato Seri Setia Awang Haji Muhammad Juanda bin Haji Abdul Rashid Minister of Development) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนา ได้ให้การต้อนรับ นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยาและคณะอย่างเป็นทางการ ซึ่งการเดินทางมีขึ้นระหว่างวันที่ 17 ถึง 20 สิงหาคม 2568
ซึ่งการเยือนครั้งนี้ทางคณะนายกำพล ตันสัจจา ได้พบท่านรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดีและผู้บริหารระดับสูง โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ของเมืองและการพัฒนาบุคลากรของกรมสิ่งแวดล้อมฯ เป็นความร่วมมือที่เรียกว่า เฟรนด์ชิพการ์เด้น โดยสวนนงนุชพัทยาได้นำทีมออกแบบภูมิทัศน์และผู้เชี่ยวชาญด้านพฤษศาสตร์ได้เข้าศึกษาพื้นที่พร้อมให้คำแนะนำเชิงลึก ทั้งในถนนสายหลักมากกว่า 12 สาย สวนสาธารณะ 4 แห่ง สวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์ เพื่อการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ใหม่ของเมือง พร้อมปลูกต้นไม้ร่วมกัน นอกจากนี้ยังได้จัดทำสรุปแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม
พร้อมกันนี้นายกัมพลฯ ได้เรียนเชิญท่านรัฐมนตรีฯ ให้รัฐบาลบรูไนส่งบุคคลากรมาศึกษาและปฎิบัติงานจริงที่สวนนงนุชพัทยา สำหรับการเตรียมความพร้อมในการปรับปรุงภูมิทัศน์ของประเทศ เพื่อรองรับการเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบ 60 ปี ที่จะเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2570
นอกจากนี้ คณะยังได้เข้าเยี่ยมคาราวะเอกอัครราชทูตไทยประจำบรูไนและพบปะหารือกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการพัฒนา เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน ความร่วมมือครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ในการยกระดับมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคและเสริมสร้างสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศอีกด้วย

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มุ่งสู่ภาคใต้ มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ สร้างอาชีพ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มุ่งสู่ภาคใต้ มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างยั่งยืนให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการประชาชนฟรี
.
วานนี้ (วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน จำนวน 33 ครัวเรือน รวมมูลค่า 760,740 บาท (เจ็ดแสนหกหมื่นเจ็ดร้อยสี่สิบบาทถ้วน) พร้อมจัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมบรรเทาสาธารณภัย (กู้ชีพ) และอาสาสมัครลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน กิจกรรมนันทนาการ ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผม ฯลฯ ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยมี นายวินิจ เทพนิต นายอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช และนายสามารถ สุวรรณมณี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี คณะมูลนิธิมหากุศลใต้เต็กเซี่ยงตึ๊งนครศรีธรรมราช เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี พร้อมด้วย อาสาสมัครศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวาทิต อิทธิฤทธิ์โสภา (วินน์) นายฐานัตถ์ จิรรัชชกิจ (บูม) และนางสาวอิงฟ้า เกตุคำ (อิงฟ้า) ร่วมในพิธี ณ ศาลาประชาคมอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช
.
โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยได้ดำเนินการไปแล้ว 3 ระยะ
ในกลุ่มเป้าหมายแรก ระยะที่ 1 ดำเนินการในพื้นที่ภาคกลางแล้วจำนวน 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ต่อมา ระยะที่ 2 ได้ดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือแล้วจำนวน 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน และระยะที่ 3 ได้ดำเนินการในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้วจำนวน 20 จังหวัด รวม 485 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังได้มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนผู้ประสบอุทกภัย ประจำปี พ.ศ.2567 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดเชียงราย อีกจำนวน 57 ครัวเรือน รวมจำนวนครัวเรือนยากจนที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้สร้างอาชีพ สร้างชีวิต ด้วยการมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแล้วทั้งสิ้น 870 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 17 ล้านบาท
.
ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
.
ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung
.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งให้การต้อนรับ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเข้าสักการะหลวงปู่ไต้ฮง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งให้การต้อนรับ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเข้าสักการะหลวงปู่ไต้ฮง และทำบุญชุดข้าวสาร เนื่องในงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2568 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ
.
วันนี้ (วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายณัฐวัตร ก้อนทอง หัวหน้าแผนกกฎหมายและคดี พร้อมด้วย นายอร่ามฤทธิ์ โกไศยกานนท์ เจ้าหน้าที่แผนกสื่อสารองค์กร (ไทย) / ผู้ประสานงานสื่อมวลชน มูลนิธิฯ ให้การต้อนรับ พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (พิทักษ์1) พร้อมด้วย พลตำรวจตรี วสันต์ เตชะอัครเกษม รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (น.2) พลตำรวจตรี วิชัย แดงประดับ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. และ ช่วยราชการกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล (ที่ปรึกษามูลนิธิฯ) และ พันตำรวจเอก อภิเชษฐ์ ทรัพย์ส่งเสริม (ผู้กำกับการ สน.พลับพลาไชย 1) เข้าสักการะหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) และทำบุญชุดข้าวสาร เนื่องในงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2568 โดยมี พนักงาน และอาสาสมัครมูลนิธิฯ ร่วมให้การต้อนรับ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ
.
ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung
.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินหน้าเป็นสะพานบุญปกป้องอธิปไตยไทยต่อเนื่อง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินหน้าเป็นสะพานบุญปกป้องอธิปไตยไทยต่อเนื่อง ..มอบเงินสนับสนุน 1 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บ รวมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงของฐานที่มั่นในการปกป้องอธิปไตยจากเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยปรับปรุงเส้นทางเคลื่อนย้ายยานเกราะฯ ณ อาคารอเนกประสงค์ ชั้น 2 สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เขตดินแดง กรุงเทพฯ
.
วันนี้ (วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นายนิพนธ์ โชคภิรมย์วงศา กรรมการปฏิคม และ นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ ร่วมในพิธีมอบความช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บ รวมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงของฐานที่มั่นในการปกป้องอธิปไตยจากเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมูลนิธิฯ มอบเงินจำนวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) เพื่อปรับปรุงเส้นทางเคลื่อนย้ายยานเกราะฯ โดยมี พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พลตรี ณัฐพงศ์ พรหมศร ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พร้อมคณะ เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และนายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัยมูลนิธิฯ ร่วมในพิธี ณ อาคารอเนกประสงค์ ชั้น 2 สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เขตดินแดง กรุงเทพฯ
.
เมื่อเกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ได้เร่งมอบหมายให้คณะกรรมการ นำทีมสาธารณภัยลงพื้นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ และศาลากลางจังหวัด และศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อมอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นให้แก่ผู้อพยพจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากนั้นได้เข้ามอบเงินปลอบขวัญ พร้อมกระเช้าสุขภาพ ให้แก่ประชาชน และทหารกล้าที่บาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่พักรักษาตัวภายในโรงพยาบาลต่างๆ พร้อมประสานงานต่อเนื่องเพื่อดำเนินการขยายการช่วยเหลือ
.
รวมงบประมาณที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อธารน้ำใจผู้มีจิตศรัทธา สู่ทหารกล้าและประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา นับตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบันคิดเป็นมูลค่ากว่า 4.89 ล้านบาท โดยมูลนิธิฯ ยังคงติดตามสถานการณ์เพื่อพิจารณาการให้ความช่วยเหลือตามนโยบายการดำเนินงานของแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งต่อไป
.
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคสมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป และขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่-อาสาสมัครทุกท่าน ทุกหน่วย ที่ปฏิบัติภารกิจ รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และขอให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ววัน
.
ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
.
ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung
.

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

ป่อเต็กตึ๊ง ยึดมั่นอุดมการณ์ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต

ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด

ตำรวจภูธรภาค 1 เตือนภัย นักดื่มแอลกอกอฮออล์พึงระวัง

“…. ตำรวจภูธรภาค 1 เตือนภัย นักดื่มแอลกอกอฮออล์พึงระวัง พลาดถูกจับ นอนคุก ขึ้นศาล เสียเวลา เสียเงิน เสียประวัติ พร้อมกับแจงข้อกฎหมายและโทษ ที่จะเกิดขึ้น หลังจากเมาแล้วขับ…” ตำรวจภูธร ภาค 1 เตือนประชาชน ที่อยู่หรือเข้ามาทำภารกิจ ในเขตพื้นที่ 9 จังหวัดซึ่งตำรวจภูธรภาค 1 รับผิดชอบ เมาแลัวขับ โดนเป่าเครื่องวัดแอลกอฮอลล์ เสี่ยงติดคุกและถูกปรับเงินพร้อมโทษทางอาญา ยังเช็คตัวอย่างที่กำลังเป็นข่าวดัง….”
พลตำรวจตรี ภัคพงศ์สายอุบล ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งควบคุมงานประชาสัมพันธ์ข่าวและแถลงข่าวเปิดเผยว่า พลตำรวจโท สุรพลเปรมบุตร ผบช.ภ.1 ได้ มีความห่วงใย ในการขับรถ ของประชาชนซึ่งเดิมแอลกอฮอล์ซึ่งอาจ จะก่อให้เกิดอันตรายแก่ ตนเองและ ประชาชนที่ใช้ ท้องถนนและ พื้นที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกัน อาจก่อให้เกิด อันตรายและเสียชีวิตได้
จึงให้ งานประชาสัมพันธ์ ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในเพจ Facebook ของ ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 2 เรื่อง คือ

1.) 🚨รู้หรือไม่ หากปฏิเสธการเป่าตรวจวัดแอลกอฮอล์ กฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า “เมาแล้วขับ”

”เมาขับ“ อันตรายถึงชีวิต ผิดกฎหมาย อาจต้องโทษสูงสุด จำคุก 10 ปี 🚨

🌡️ เช็กเลย ปริมาณ ”แอลกอฮอล์“ แค่ไหน = เมาแล้วขับ
▪️ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัม % ( สำหรับบุคคลทั่วไป )
▪️ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 20 มิลลิกรัม % ( สำหรับผู้ที่อายุน้อยกว่า 20 ปี หรือ มีใบอนุญาตขับรถชั่วคราว )
.
📍กฎหมายเกี่ยวกับเมาแล้วขับ ขับขี่ขณะดื่ม – เมาสุรา

เมาแล้วขับ – กระทำผิดครั้งแรก มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับ 5,000 – 20,000 บาท

เมาแล้วขับ – หากทำผิดซ้ำ ภายใน 2 ปี นับแต่กระทำผิดครั้งแรก เพิ่มโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับ 50,000 – 100,000 บาท ( ถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ )

เมาแล้วขับ – หากทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ หรือ เสียชีวิต โทษสูงสุด 10 ปี ปรับ 200,000 บาท เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
.
❗️ทั้งนี้หากต่อสู้ ขัดขวางเจ้าหน้าที่ ❗️
จะเข้าข่ายความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ( ป.อาญา ม.138 )

“เมาไม่ขับ“ ด้วยความห่วงใยจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เมาไม่ขับ #ขับขี่ปลอดภัย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

Royalthaipolice

2.) สภ.นครหลวง ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา

🚨⛑⛑ สวมหมวกนิรภัย ขับขี่ปลอดภัยในท้องถนน⛑⛑⛑
👮🚨🪖 ตำรวจ สภ.นครหลวง ร่วมกับนายก อบต.แม่ลา รับมอบหมวกกันน็อก จำนวน 70 ใบ จากบริษัทโรงผลิตไฟฟ้าเอกชน นิคมนครหลวง เพื่อสนับสนุนโครงการ “ขับขี่ปลอดภัยในท้องถนน” แจกจ่ายให้ประชาชน ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนความปลอดภัยบนท้องถนน👮🚨🪖

Cr.#ตำรวจทำดี