Blog

สภ.สองพี่น้อง(ครูตำรวจแดร์)ให้ความรู้

ตำรวจ สภ.สองพี่น้อง
วันที่ 13 พ.ย.68
เวลา 13.00 – 14.00 น.
ภายใต้การอำนวยการ ของ
พ.ต.อ.วรภพ จำปาเงิน ผกก.สภ.สองพี่น้อง
พ.ต.ท.ผจญ หว่างอิ้ง รอง ผกก.ป.สภ.สองพี่น้อง
พ.ต.ท.นาวิน กันพิพิช สวป.สภ.สองพี่น้อง
มอบหมายให้
ด.ต.หญิงพันธนันท์ สินพูนผล ผบ.หมู่ ป.สภ.สองพี่น้อง
(ครูตำรวจแดร์)
ดำเนินการให้ความรู้โครงการ “การศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน D.A.R.E.” ให้กับเด็กนักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนวัดสองพี่น้อง
//
สันติ ชูเชิด รายงาน

มอบรางวัล International

เมื่อวันที่ 13 พ.ย..2568 ที่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร นายศิโรจน์ มิ่งขวัญ นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ได้มีการมอบโล่รางวัล โล่เกียรติคุณแก่ดร.อรวรรณ บุณยธาดา ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนาที่ได้สนับสนุนโครงการ มอบรางวัล ”สุดยอดเกียรติยศตำรวจไทย“ และยังดำรงตำแหน่งบรรณาธิการบริหารสื่อตะวันออกกลาง Times of Bahrain อีกด้วย

ต่อจากนั้น ได้มอบรางวัลแด่องค์กรที่ให้ความร่วมมือที่ดีเยี่ยม (Excellent Collaboration) แก่ หนังสือพิมพ์ Arpan Weekly Newspaper Nepal. จากประเทศเนปาล และคุณ Mr. Chiran Shakya ทูตประชาสัมพันธ์นานาชาติ ตัวแทนรับมอบ

รวมถึง นางสาว ปารมี แสงสุวรรณ ทูตประชาสัมพันธ์นานาชาติ เข้ารับเกียรติบัตรหลังจากได้รับการฝึกอบรม ด้าน ผ่านการอบรมทักษะ “การบริหารองค์กรสื่อเบื้องต้น“จากศูนย์อบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา คุณอรวรรณ บุณยธาดา บรรณาธิการบริหาร นักข่าวอาวุโสสื่อตะวันออกกลาง ในนาม Times of Bahrain Thai

และ อาจารย์ ดร.พศิน อินทรสกุล คณะบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ให้เกียรติ เข้าร่วมงานในครั้งนี้

นายศิโรจน์ มิ่งขวัญ นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รางวัล International มอบให้กับองค์กรที่ให้ความร่วมมือที่ดีเยี่ยม (Excellent Collaboration) ประกอบด้วย

1. Times of Bahrain Thai .

2. Arpan Weekly Newspaper Nepal.บุคคลผู้ที่ให้ความร่วมมือที่ยอดเยี่ยม

(Excellent Collaborator)

1. Mr. Chiran Shakya

2.Mrs. Chollakorn Achermann

3. Pong’s Thai Restaurant

4. Aroy Dee Thai

สำหรับรางวัลสุดยอดนักข่าวประจำปี 2566-2567 มี รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฐนันท์ ศิริเจริญ อาจารย์สอนวิชาสื่อสารมวลชน มหาวิทยาชั้นนำ อาจารย์เกษียณจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ปัจจุบันสอนพิเศษที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นประธานคณะกรรมการตัดสิน ผลดังนี้

ประเภท องค์กรรางวัลสุดยอดข่าว สืบสวนสอบสวน

อันดับ 1 สกู๊ป เปิดโปงขบวนการค้ายาเสพติด SEE TRUE สังกัด ไทยรัฐ ทีวีรางวัลชมเชย ข่าวปอบแล้วไปไหน พิพากษาโดยศาลเตี้ย ไล่ออกจากชุมชน ความขัดแย้งมรดกผลักคนให้เป็นปอบ สังกัด สำนักข่าว เดอะ อีสานเรคคอร์ด

สำหรับรางวัลส่งเสริมนวัตกรรมการใช้โดรนในการถ่ายภาพข่าว นักข่าวอุปกรณ์พิเศษ (Reporter Special Accessories) ตัวย่อ (RSA) ด้วยการให้รางวัลในสาขานี้เป็นหมวกนักบินโดรน เพื่อเป็นเอกลักษณ์รางวัลกิตติมศักดิ์ ได้แก่

นายอัมพร แสงแก้ว ผู้สื่อข่าว พิเศษ สำนักข่าวไทย ประจำพัทยา จังหวัดชลบุรี กองข่าว ภาคกลาง ทีมโดรน ช่อง 9 MCOT HD และทีมโดรน ไทยรัฐ ทีวี

ประเภท บุคคล รางวัลนักข่าวยอดเยี่ยม

1.นายณัฐดนัย นะราช สังกัด สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ข่าวเปิดคลิปมัดแก๊งลูกตำรวจ ฆ่าป้าบัวผัน

2.นางสาวเพ็ญสิริ เอกพัฒนกุล สังกัด สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ข่าวเน็ตไอดอลสาวชาวเมียนมา ถูกทิ้งศพหมกบ่อน้ำ

3.นายภาณุพงศ์ สุรภาพ สังกัด ช่องอมรินทร์ ข่าวน้องนุ่นถูกฆ่าเผานั่งยา

รางวัลนักข่าวจิตอาสานายกิตติโชค ช่างเพชรผล สังกัด มหานครข่าว จากการใช้เวลาว่างไปเป็นโค้ชสอนเยาวชนให้เล่นฟุตซอล เพื่อห่างไกลจากอบายมุข และบริจาคเลือดให้สภากาชาดเป็นประจำมากกว่า 60 ครั้ง

รางวัลนักข่าวป้ายแดง ประจำปี 2566-2567 ประกอบด้วยรางวัลสุดยอดนักข่าวป้ายแดง

อันดับ 1.ข่าวทางม้าลายไทย ปลอดภัยจริงไหม ของคณะนิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยรางวัลสุดยอดนักข่าวป้ายแดง

อันดับ 2.ข่าวปล่อยขบวนแห่พระ เทศกาลกินเจหาดใหญ่ ประจำปี 2566 ของ สาขาวิชาเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย

รางวัลชมเชย ข่าวเรื่องนวดๆ ที่ทุกคนยังไม่มีใครรู้ ของ สาขาวิชาเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย

ข่าวชีวิตในความมืดกับความท้าทายในการหางานทำ ของคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ข่าวมิจฉาชีพหลอกลงทะเบียนรับคืนเงินจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ของ นางสาวพิชญาภา อินทร์แหยม สังกัด เพจเด็กเก่งวันนี้

ข่าวอย่าหาทำฟื้นคืนชีพถ่านไฟฉาย ของ นายนันท์มนัส ฮดคำ สังกัด เพจเด็กเก่งวันนี้เพจข่าวป้ายแดง ยอดเยี่ยม ได้แก่ เพจเด็กเก่งวันนี้

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 แถลงจับคดีสำคัญ

ตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1/โฆษก ตร.ภ.1 พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 พล.ต.ต.ฤทธินันท์ ปุ๋ยพันธวงศ์ ผบก.กค.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 vเปิดเผยว่าทาง พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ได้แถลงข่าวการจับกุมอาชญากรรมสำคัญดังต่อไปนี้

ด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้แต่งตั้ง “คณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” ตามคำสั่ง สำนักนายกรัฐมนตรี
ที่ 341/2568 โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ร่วมเป็นคณะกรรมการ โดยมี พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง จตช./รอง ผอ.ศปอส.ตร. ร่วมขับเคลื่อนการทำงาน เพื่อยกระดับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่มีความซับซ้อน รูปแบบหลากหลาย และเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเป็น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การพนันออนไลน์ การเผยแพร่ข่าวปลอม รวมถึงการฟอกเงินโดยการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล จนนำมาสู่ผลการปฏิบัติในครั้งนี้

1.ตำรวจภูธรภาค 1 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1,
พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ภาณุเดช สุขวงศ์ รอง ผบช.สง.ก.ตร.ปฏิบัติราชการ ภ.1 ,พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1 , พ.ต.อ.พีรศักดิ์ รอดบน รอง ผบก.สส.ภ.1 , พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มะอักษร รอง ผบก.สส.ภ.1

นำการปฏิบัติการโดย พ.ต.อ.นภธร วาชัยยุง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.ภ.1 พร้อมกำลังข้าราชการตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1 ได้ทำการสืบสวนขยายผลแสวงหาพยานหลักฐานจนทราบว่า เว็บไซต์ ได้ชักชวนหรือจัดให้มีการเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันผ่านได้ทางเว็บไซต์

โดยปรากฎช่องทางเข้าเว็บไซต์ ซึ่งเว็บไซต์ทั้งสองมีความเชื่อมโยงกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายค้นจนนำไปสู่การตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาชาย 8 คน หญิง 2 คน รวมจำนวน 10 คน โดยมีฐานความผิด ” ร่วมกันกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันการ แชร์ซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานหรือรับอนุญาตแล้วแต่เล่นพลิกแพลง หรือผู้ใดเข้าเล่นหรือเข้าพนันใน การเล่นอันชัดต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวง หรือข้อความในใบอนุญาต และร่วมกันกันฟอกเงิน” พร้อมด้วยของกลาง 1.เงินสด จำนวน 30,324,600 บาท , 2.บัตรเอทีเอ็ม (บัญชีม้า) ประมาณ 100 ใบ , 3.โทรศัพท์มือถือ 22 เครื่อง , 4 เอกสารการโอนเงินใบเสร็จค่าน้ำไฟหลายรายการระหว่างตรวจนับและทำการตรวจยึดอายัดทรัพย์ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินยอดรวม 20 ล้านบาท นำตัวผู้ผู้ต้องหาทั้ง 10 คน พร้อมด้วยของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คูคต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

           หลังจากนี้ตำรวจภูธรภาค 1 จะได้ทำการสืบสวนขยายผล ผู้เกี่ยวข้องในขบวนการลักลอบ
จัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ ซึ่งมอมเมาเยาวชนและประชาชนทั่วไป โดยจะดำเนินการตามกฎหมาย
ให้ถึงที่สุด

2.ตำรวจภูธรภาค 1 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1,
พล.ต.ต.ภาณุเดช สุขวงศ์ รอง ผบช.สง.ก.ตร.ปฏิบัติราชการ ภ.1, พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.พีรศักดิ์ รอดบน รอง ผบก.สส.ภ.1, , พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม
รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มะอักษร รอง ผบก.สส.ภ.1

นำการปฏิบัติการโดย พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1,พ.ต.อ.พูนสุข เตชะประเสริฐพร  ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.นัฎฐพงษ์ ศรีเพ็ญประภา ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.1 , พ.ต.อ.นภธร วาชัยยุง
ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.จักรพันธ์ โอสถากันต์ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.1
พร้อมกำลังข้าราชการตำรวจ บก.สส.ภ.1

ในห้วงที่ผ่านมา ตำรวจภูธรภาค 1 สามารถจับกุมผู้ที่กระทำความผิดเกี่ยวกับสแกมเมอร์
ได้จำนวน 7 คอกม้า ตรวจยึดเงินสดของกลาง จำนวน 5,580,300 บาท  และคืนเงินผู้เสียหายไป
จำนวน 8 ราย เป็นเงินจำนวน 1,200,000 บาท  ได้ดังนี้

1.จับกุมคอกม้า

          1.1 พื้นที่ สภ.พระประแดงจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 3 คน ยึดของกลางเงินสด   จำนวน 1,924,400 บาท คืนเงินผู้เสียหายได้ 2 ราย รวมจำนวน 524,400 บาท ( ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างติดตามผู้เสียหายเพื่อรับเงินคืน )

           1.2 พื้นที่ สภ.บางศรีเมือง จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 8 คน ยึดของกลางเงินสด
จำนวน 846,800 บาท คืนเงินผู้เสียหายที่แจ้งความได้ ดังนี้ พื้นที่ สภ.พนมทวน จำนวน 115,000 บาท     พื้นที่ สภ.หัวหิน จำนวน 29,700 บาท, พื้นที่ สน.นิมิตใหม่ จำนวน 12,000 บาท, พื้นที่ สภ.วาปีปทุม
จำนวน 45,000 บาท

           1.3 พื้นที่ สน.บางชัน ห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 9 คน ยึดของกลางเงินสดจำนวน 687,000 บาท (อยู่ระหว่างดำเนินการติดตามผู้เสียหายเพื่อรับเงินคืน)

           1.4 พื้นที่ สภ.บางปู จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 5 คน ยึดของกลาง โทรศัพท์มือถือและสมุดบัญชีที่ใช้ในการทำธุรกรรม จำนวน 4 ชุด (อยู่ระหว่างดำเนินการติดตามผู้เสียหายเพื่อรับเงินคืน)

                     1.5 พื้นที่ สภ.พระนครศรีอยุธยาจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 12 คน ยึดของกลางเงินสด  จำนวน 927,000 บาทคืนเงินผู้เสียหายที่แจ้งความได้ ดังนี้ พื้นที่ สภ.วังเหนือ จำนวน 169,000 บาท,
พื้นที่ สภ.บางแก้ว จำนวน 129,696บาท

                     1.6 พื้นที่ สภ.บางใหญ่จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 4 คน ยึดของกลางเงินสดจำนวน 428,000 บาท และประสานข้อมูล WAR ROOM PCT อายัดเงินไว้อีกจำนวน 500,000 บาทเศษคืนเงินผู้เสียหายที่แจ้งความได้ ดังนี้ พื้นที่ ภ.3 และ ภ.6

                     1.7 พื้นที่ สน.บางชัน ห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 8 คน ยึดของกลางเงินสดจำนวน 166,000 บาท และประสานข้อมูล WAR ROOM PCT อายัดเงินไว้อีกจำนวน 101,100 บาทคืนเงินผู้เสียหายที่แจ้งความได้ ดังนี้ พื้นที่ สภ.เจาะไอร้อง จำนวน 166,000 บาท

ซึ่งทั้ง 5 คดีดังกล่าวได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาโดยมีฐานความผิดแตกต่างกันตามพฤติกรรมความผิด ดังนี้

1.) ร่วมกันเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและ มีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย กระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่และสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเป็นซ่องโจร

2.) ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่าหรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด

3.) เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่า จะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด

4.) ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันฟอกเงิน

           หลังจากนี้ตำรวจภูธรภาค 1 จะได้ทำการสืบสวนจับกุมและขยายผลผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการ
สแกมเมอร์ที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนโดยจะดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

ส.มวยสากลตั้งสมรักษ์ที่ปรึกษา

ส.มวยสากลตั้งสมรักษ์ที่ปรึกษา
ดึงนักมวยดีเข้าแคมป์ทีมชาติ

สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ตั้ง “โม้อมตะ” สมรักษ์ คำสิงห์ อดีตนักชกฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์คนแรกของประเทศไทย เป็นที่ปรึกษา
ฝ่ายเทคนิคสมาคมฯ หวังหานักมวยฝีมือดีทั่วประเทศมาเข้าแคมป์ทีมชาติ

สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทยมีการประชุมประจำเดือนพ.ย.68
โดยมีนายพิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย เป็นประธานร่วมประชุมกับ คณะกรรมการบริหารและทีมผู้ฝึกสอน

โดยในที่ประชุมได้แต่งตั้ง “โม้อมตะ” สมรักษ์ คำสิงห์ อดีตนักชกฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์คนแรกของประเทศไทย เป็นที่ปรึกษาฝ่ายพัฒนาเทคนิคมวยสากล นี่เป็นการหวนกลับมาทำงานในวงการมวยสากลหลังจากเขาแขวนนวมไป

“กลับมาครั้งนี้จะมาช่วยหานักมวยหน้าใหม่เข้าแคมป์และสร้างขวัญกำลังใจให้กับนักมวยทีมชาติไทย แต่สมรักษ์ จะเข้ามาทำหน้าทึ่มากกว่านั้น คือจะเข้าไปช่วยดูแลนักมวยด้วย”

อย่างไรก็ตาม ทีมกำปั้นไทย อยู่ในช่วงขาดแคลนนักมวยหลายรุ่นน้ำหนัก โดยสมรักษ์ เตรียมทาบทามนักมวยไทย ที่ใช้หมัดดี เข้าแคมป์เพิ่มทั้งมวยไทยอาชีพที่มีชื่อเสียง

ชมรมศิษย์เก่าโรงเรียนแม่ริมวิทยาคม มอบอุปกรณ์กีฬา

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568
น.ส สุรินทร ลาภวัตธนบูรณ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่2
ขอบคุณเพื่อนๆชมรมศิษย์เก่าโรงเรียนแม่ริมวิทยาคม รุ่นที่20
นำอุปกรณ์กีฬามามอบให้คุณครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองปลามัน
ผู้ใหญ่บ้านเป็นตัวแทนผู้ใหญ่ใจบุญมอบทุนการศึกษาให้น้องๆนักเรียน รวม 5 ทุน
กราบขอบคุณมา ณ โอกาสด้วยค่ะ

ภาพ/ข้อมูล โดย คุณกิตคิคุณ มหานครข่าว รายงาน

นายก ทต.บ้านใหม่ สั่งเข้มคุมประตูน้ำคลองบางสาน24ชม.

นายก ทต.บ้านใหม่ สั่งเข้มคุมประตูน้ำคลองบางสาน24ชม. เชื่อว่าคนก่อเหตุอยากได้เงินเยียวยา9.000บาท
จากกรณีที่มีมือดีได้แอบลักลอบเข้ามาเปิดประตูระบายน้ำคลองบางสาน ม.2 ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี ทำให้มีน้ำเอ่อสูงขึ้นถึง 30 ซม. จนเป็นเหตุให้นายสมบูรณ์ ปานย้อย นายกเทศมนตรีตําบลบ้านใหม่ ถึงกับเดือด สั่งเจ้าหน้าที่คุมเข้มห้ามบุคคลอื่นที่ไม่ได้รับมอบอำนาจหน้าที่เข้าไปในพื้นที่ประตูน้ำโดยเด็ดขาดพร้อมประสานตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบหาหลักฐานต่างๆเพื่อติดตามตัวผู้ที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฏหมาย
พร้อมกันนี้ทางเทศบาลฯได้นำกระสอบทรายกว่า 1,000 ลูกนำมาอุดปิดกั้นบริเวณปากประตูระบายน้ำคลองบางสาน เพื่อป้องกันมือดีลักลอบเปิดประตูน้ำได้อีกนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 68 นายสมบูรณ์ ปานย้อย นายกเทศมนตรีตําบลบ้านใหม่ ได้นำป้ายประกาศมาติดไว้บริเวณด้านหน้าประตูระบายน้ำคลองบางสาน โดยมีใจความว่า“ห้ามบุคคลภายนอกเข้า“ โดยบรรยากาศมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิตและเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเทศบาลตำบลบ้านใหม่ คอยแวะเข้าตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง
ทางด้าน นายสุรัตน์ ศรีกระจ่าง อายุ 63 ปี เจ้าหน้าที่เฝ้าประตูระบายน้ำคลองบางสาน กล่าวว่า ตอนที่มีคนแบมาลักเปิดประตูน้ำนั้น เป็นช่วงจังหวะที่ตนได้แวะไปอาบน้ำโดยลืมล็อกประตูไว้พอกลับมาก็เห็นประตูน้ำเปิดแล้ว โดยตั้งแต่เกิดเรื่องก็ยังไม่เห็นใครผิดสังเกตหรือมาเดินวนเวียนแถวบริเวณประตูน้ำแต่อย่างใด
ด้าน นายสมบูรณ์ ปานย้อย นายกเทศมนตรีตําบลบ้านใหม่ กล่าวว่า ตั้งแต่มีเหตุคนมาแอบลักเปิดประตูระบายน้ำบางสาน ทางเทศบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต ก็ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งเทศบาลยังได้มีการจัดเจ้าหน้าที่มาคอยเฝ้าประตูน้ำตลอด 24 ชม. ในขณะที่เรื่องการคาดการณ์ถึงสาเหตุการลักเปิดประตูน้ำนั้น สันนิษฐานว่าคนที่มาลักเปิดน่าจะมีจุดประสงค์เพราะอยากทำให้เกิดน้ำท่วม เพื่อจะยื่นเรื่องขอรับเงินเยี่ยวยา 9,000 บาท หรืออาจจะเป็นพวกที่ชอบสร้างสถานการณ์หรือพวกมือบอน ดังนั้นจึงฝากไปถึงคนที่ทำ อย่าทำเลยมันไม่คุ้ม อีกทั้งจะทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนเป็นวงกว้างซึ่งหากปริมาณน้ำไหลไปจะส่งผลกระทบกับชาวบ้านมากกว่าพันครัวเรือนและลุกลามไปยังพื้นที่ติดกับจังหวัดปทุมธานีอีกด้วย
สำหรับในส่วนของที่มีเหตุเรื่องมีการลักกระสอบทรายตามแนวป้องกัน บริเวณริมถนนเลียบคลองประปา (เส้นทางไปวัดเทพสรธรรมาราม บายเจ็กเตีย) หมู่ที่ 3 นั้น ทางเทศบาลก็ได้มีการเตรียมเพิ่มแนวกระสอบทรายเพิ่มขึ่นอีก 3 ชั้น รวมเป็น 5 ชั้น และจะมีเจ้าหน้าที่คอยออกสำรวจตรวจสอบอยู่เสมอ ซึ่งตรงนี้คาดว่าผู้ที่มาลักกระสอบทรายไปนั้นน่าจะเป็นชาวบ้านที่อาจจะนำกระสอบทรายไปป้องกันภายในบ้านของตนเอง โดยชาวบ้านเหล่านั้นคงไม่คิดจะลักกระสอบทรายเพืรอนำไปขาย ตนจึงขอแจ้งชาวบ้านว่าหากได้รับผลกระทบให้แจ้งหรือประสานมาทางเทศบาล ฯ ได้เลยและสามารถเข้ามาขอรับกระสอบทรายได้ที่สำนักงานเทศบาลได้ทันที
นายสมบูรณ์ ปานย้อย นายกเทศมนตรีตำบลบ้านใหม่ ยังกล่าวต่ออีกว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในขณะที่มีการแจ้งจากกรมชลประทาน ว่ามีการระบายน้ำอยู่ที่ 2,900 ลบ.ม./วินาที ซึ่งทางเทศบาล ฯ ก็ได้มีการเสริมกระสอบทรายป้องกันและทำสะพานไม้ให้ชุมชนต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะชุมชนติดริมแม่น้ำลำคลอง ในขณะที่จุดสำคัญโดยต้องเร่งเสริมแนวคันดินกั้นน้ำสูงกว่า 2 เมตร เพื่อรองรับมวลน้ำที่จะระบายมา โดยตนขอยืนยันว่าพื้นที่เทศบาลตำบลบ้านใหม่สามารถเอาอยู่อย่างแน่นอน
ด้านยายเฉอะ อายุ 80 ปี ชาวบ้านชุมชนโรงถ่าน หมู่ที่ 5 กล่าวว่า ตั้งแต่น้ำท่วมลำบากมากในการเดินทางเข้าออก โชคดีที่ทางเทศบาลมาทำสะพานไม้ให้กับชุมชน และสามารถเดินทางเข้าออกได้อย่างสะดวก

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม รายงาน

ปทุมธานี นายกเจี๊ยบ ไม่ทอดทิ้งประชาชนยามเดือดร้อน

ปทุมธานี นายกเจี๊ยบ ไม่ทอดทิ้งประชาชนยามเดือดร้อน แจกถุงยังชีพรอบสอง ชาวบ้านดีใจได้รับทั้งเงินเยียวยาและถุงยังชีพ
สถานการณ์น้ำท่วม ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ยังพบว่าน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ยังมีปริมาณน้ำมากขึ้นและเอ่อสูงขึ้นจนเริ่มเข้าทะลักตามชุมชนบางพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอสามโคก และพื้นที่อำเภอเมืองปทุมธานี ที่ส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอยู่สองริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ขณะนี้ยังคงได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 2 เดือนแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 12 พ.ย. 68 น.ส.สุกาญญา ดีสวัสดิ์ (นายกเจี๊ยบ) นายกเทศมนตรีตำบลบางหลวง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี พร้อมทีมงานรวมทั้งปลัดเทศบาล ฯและหัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้มีการมอบถุงยังชีพให้กับชาวบ้านทั้ง 3 ตำบล ได้แก่ ม.1, ม.3-4 ต.บางหลวง , ม.3-4 ต.บ้านฉาง และ ม.4 ต.บางเดื่อ ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังมานานกว่า 2 เดือน โดยมีการมอบกันที่ใต้โดม วัดบางหลวง
โดย น.ส.สุกาญญา ดีสวัสดิ์ (นายกเจี๊ยบ) นายกเทศมนตรีตำบลบางหลวง กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันนี้มีชาวบ้านที่อยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาลตำบลบางหลวงได้รับผลกระทบจำนวนกว่า 500 หลังคาเรือน ซึ่งวันนี้ก็ได้มีการมอบถุงยังชีพเป็นครั้งที่สอง ซึ่งมีข้าวสาร ปลากระป๋อง อาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยา ขนมและน้ำดื่ม มามอบให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจำนวน 350 ชุด ซึ่งก่อนหน้านี้ ตนพร้อมคณะทีมงาน สท.ทุกคน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและผู้นำชุมชน ได้มีการลงพื้นที่เพื่อดูแลถึงความเดือดร้อนพี่น้องประชาชน รวมทั้งมีการสร้างสะพานให้กับชุมชนต่างๆที่ได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับการเดินทางเข้าออก โดยตนและทีมงานไม่เคยทอดทิ้งพี่น้องประชาชนและในวันศุกร์นี้ ก็จะมีการมอบถุงยังชีพ ให้กับชาวบ้านที่เดือดร้อนอีกจำนวน 350 ชุด เช่นกัน นอกจากนี้ก่อนที่จะมีการมอบถุงยังชีพ ตนยังได้แจ้งให้ชาวบ้านทราบถึงขั้นตอนในการขอรับเงินเยียวยาจากรัฐบาล ครอบครัวละ 9,000 บาท โดยขอให้ทุกคนได้ทำตามขั้นตอนและทำตามข้อเท็จจริง ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ ให้ทุกคนเข้าใจ โดยยืนยันว่าทุกครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อนและได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจะได้รับเงินจำนวน 9,000 บาทจากรัฐบาลอย่างแน่นอน โดยชาวบ้านก็มีความดีใจเพราะอย่างน้อยก็ยังพอได้บรรเทาทุกข์ไปได้บ้าง

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม รายงาน

ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการนำข้าราชการตำรวจ ยืนสงบนิ่ง น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ

🗓️ วันนี้ (13 พ.ย.68)
🕙 เวลา 08.00 น.

👮🏻‍♀️ พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต
ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ

▶️ นำข้าราชการตำรวจเคารพธงชาติ สวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย กล่าวคำปฏิญาณ กล่าวอุดมคติตำรวจ ร่วมถวายความอาลัย (ยืนสงบนิ่งในท่าตรง 93 วินาที) เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

✨โดยมี รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ, ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ, ผกก.ฝอ.ภ.จว.สมุทรปราการ, ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน ภ.จว.สมุทรปราการ, ผกก.ตม.จว.สมุทรปราการ, ข้าราชการตำรวจ ฝอ.ภ.จว.สมุทรปราการ/สภ.เมืองสมุทรปราการ/กก.สส.ภ.จว.สมุทรปราการ/กลุ่มงานสอบสวน ภ.จว.สมุทรปราการ และ ตม.จว.สมุทรปราการ เข้าร่วม

📍ณ ลานหน้า ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรปราการ จว.สมุทรปราการ

รอง ผบช.ภ.1 ติดตาม ประเมินผลการปฎิบัติการ หลังระดมกวาดล้างอาชญากรรม


วันนี้ (13 พ.ย.68) เวลา 10.00 น.
พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ภ.1
ได้มาประชุม ตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผลการปฎิบัติการ หลังระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภทของ ตร.(7 วัน)
ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ ภ.จว.อ่างทอง
ณ ห้องประชุม ภ.จว.อ่างทอง โดยมี
– พล.ต.ต.กิตติ สกุณี ผบก.ภ.จว.อ่างทอง
– พ.ต.อ.ภาคภูมิพิพัฒน์ พูลศิริโภคา รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง
– ผกก.,หน.สภ. ในสังกัด ภ.จว.อ่างทอง
– ผกก.สส.ภ.จว.อ่างทอง
เข้าร่วมประชุม ชี้แจง สภาพ ปัญหา ข้อขัดข้องในการปฏิบัติในพื้นที่ตนเอง
และรับฟังแนวทางการปฏิบัติคราวต่อไปจาก ภาค 1
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตาม
นโยบาย ตร.ต่อไป

ตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง รับนายกรัฐมนตรี


▪️ ภารกิจรับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะเดินทางมาตรวจราชการ จังหวัดอ่างทอง และลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอป่าโมก”

▪️ วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เวลา 12.30 น.

🔘 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะเดินทางมาตรวจราชการจังหวัดอ่างทอง และมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จำนวน 1,500 ชุด

🔘นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง กล่าวรายงานสรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ฯ

▪️ โดยมีส่วนราชการร่วมต้อนรับดังนี้

🔘พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ รอง จตร.ช่วยราชการ ภ.1
🔘พล.ต.ต.กิตติ สกุณี ผบก.ภ.จว.อ่างทอง
🔘พ.ต.อ.เมธา วงศ์อนันต์นนท์ รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง
🔘พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ มิตรปราสาท รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง
🔘พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย ผกก.สภ.ป่าโมก

🔘พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร มทบ13 ฝ่ายปกครอง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ร่วมให้การต้อนรับ

📌 ณ โรงเรียนปาโมกข์วิทยาภูมิ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง