Blog

รมช.ศธ. คนใหม่ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนเริ่มงาน

“องอาจ วงษ์ประยูร“รมช.ศธ. คนใหม่ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนเริ่มงาน เผย พร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย

วันที่ 25 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น. นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) พร้อมด้วยนายสุธี พงษ์เพียรชอบ คณะทำงาน ได้เดินทางเข้ากระทรวงศึกษาธิการอย่างเป็นทางการ โดยได้เริ่มต้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยการเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อความเป็นสิริมงคล อาทิ พระพุทธรูปประจำกระทรวงศึกษาธิการ “พระพุทธบารมีศักดิ์สิทธิ์ สยามิศรจักรีสัฏฐีอนุสรณ์ ศึกษาทรรังสรรค์”, ศาลพระภูมิ, พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6, พระพุทธรูปหน้า สอศ. และศาลปู่เจียม

จากนั้น นายองอาจและคณะ ได้เดินทางเข้าห้องทำงานรัฐมนตรี โดยมีนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และคณะผู้บริหาร รวมทั้งข้าราชการและเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ

โดย นายองอาจ กล่าวว่า การศึกษาคือ รากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ ตนพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกฝ่าย เพื่อยกระดับการศึกษาไทยให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ปทุมธานี น้ำเอ่อสูงขึ้น2อำเภอ ชาวบ้านยังสู้ นอภ.เมือง ควง นายกเทศมนตรี ลงพื้นที่แจกของให้กำลังใจ

ปทุมธานี น้ำเอ่อสูงขึ้น2อำเภอ ชาวบ้านยังสู้ นอภ.เมือง ควง นายกเทศมนตรี ลงพื้นที่แจกของให้กำลังใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ขณะนี้ยังพบว่ามี 2 อำเภอที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมเอ่อล้นเข้าบ้านเรือนประชาชนที่อยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ อ.เมือง และ อ.สามโคก ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ก็ได้มีการสั่งการให้ทุกหน่วยงานคอยเฝ้าระวัง ตรวจสอบและเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือกับพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วนทันที พร้อมกับมีการประกาศแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ทุกครอบครัวคอยเฝ้าติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิดและให้ยกข้าวของเครื่องใช้ขึ้นไว้ในที่สูง
สำหรับในวันนี้ (24 ก.ย.68) นางวิพร แววศรีผ่อง นายอำเภอเมืองปทุมธานี และนายสุเทพ สมใจ (นายกตุ้ม) นายกเทศมนตรีตำบลบางเดื่อ พร้อมคณะผู้บริหาร อดีตสมาชิกฯ และที่ปรึกษาพิเศษ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อสม. ได้ร่วมกันนำข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำมันพืชและน้ำดื่ม ลงพื้นที่เพื่อมามอบให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ หมู่ที่ 4-6 ต.บางเดื่อ อ.เมือง จ.ปทุมธานี เบื้องต้นพบว่าชาวบ้านได้รับผลกระทบน้ำท่วมทั้ง3หมู่ ได้แก่ บ้านเรือนที่ปลูกอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ม.4 ชุมชนหลังโรงเรียนวัดบางเดื่อ ม.5 และชุมชนหลังวัดน้ำวน ม.6 รวมทั้งหมด 63 ครัวเรือน ที่ได้รับความเดือดร้อน
นายสุเทพ สมใจ (นายกตุ้ม) นายกเทศมนตรีตำบลบางเดื่อ กล่าวว่า ในพื้นที่ตำบลบางเดื่อ ได้รับผลกระทบน้ำเอ่อล้นเข้าชั้นล่างของบ้านมานานนับเดือน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเรือนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ทุกคนก็ยังสู้และมีรอยยิ้ม แม้จะมีความเดือดร้อน โดยเฉพาะน้ำท่วมทางเดินซึ่งน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ถึงแม้ว่าขณะนี้น้ำจะขึ้นๆลงๆ ซึ่งทำให้ลำบากกับการเดินทางเข้าออก โดยทางเทศบาล ฯ ก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาสร้างสะพานไม้ไว้ให้ชาวบ้านใช้สัญจรเรียบร้อยแล้ว และในวันนี้ นางวิพร แววศรีผ่อง นายอำเภอเมืองปทุมธานี ก็ได้ลงพื้นที่มาตรวจสอบและมาให้กำลังใจกับชาวบ้าน ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมในครั้งนี้ พร้อมทั้งฝากเตือนไปยังชาวบ้านที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ ให้คอยเฝ้าติดตามข้อมูลข่าวสารทางราชการอย่างใกล้ชิดเช่นกัน
ทางด้าน นางวิพร แววศรีผ่อง นายอำเภอเมืองปทุมธานี กล่าวว่า สถานการณ์ในแม่น้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำจะขึ้นสูงสุด 2ช่วงเวลา คือ เวลา 09.00 น.–11.00 น. และ เวลา 21.00 น.–23.00 น. โดยระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณริมเขื่อนสวนเทพปทุมเฉลิมพระเกียรติฯ ตำบลบางปรอก อำเภอเมืองปทุมธานี ณ เวลา 08.00 น. อยู่ที่ระดับ 2.136 เมตร ถือว่าอยู่ในภาวะปกติ ยังไม่วิกฤต แต่เพื่อความไม่ประมาท ขอให้เจ้าหน้าที่ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องคอยลงตรวจสอบพื้นที่อย่างสม่ำเสมอและถ้าพบประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ต้องเข้าให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนทันที

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม รายงาน

วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร จัดระเบียบแผงค้า

ลำพูน – พ่อค้าแม่ค้าหน้าวัดพระธาตุหริภุญชัยฯ รวมตัวหารือ หลังมีคำสั่งห้ามขายของในงานโคมแสนดวง

วันนี้ (24 ก.ย. 68) เวลา 13.10 น. บริเวณหน้าวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร ต.ในเมือง อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน มีพ่อค้าแม่ค้าประมาณ 50 คน รวมตัวพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ หลังจากทางวัดออกหนังสือชี้แจง (ลงวันที่ 23 ก.ย. 68) เรื่อง ห้ามตั้งแผงขายของบริเวณหน้าวัดในช่วงงานโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน

หนังสือดังกล่าวระบุว่า วัดพระธาตุหริภุญชัยฯ ร่วมกับจังหวัดลำพูน อบจ.ลำพูน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดงาน “โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน” ระหว่างวันที่ 19 กันยายน – 10 พฤศจิกายน 2568 เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน และเผยแพร่วัฒนธรรมของจังหวัด จึงขอความร่วมมือจัดระเบียบพื้นที่ โดย ห้ามตั้งแผงค้าบนถนน 4 เลน และฝั่งติดวัด ยกเว้นวันที่มีกิจกรรมถนนคนเดิน และช่วงวันลอยกระทง

ต่อมา นายยุทธพงศ์ ไชยศร นายอำเภอเมืองลำพูน, พ.ต.อ.สำเร็จ สามสีทอง ผกก.สภ.เมืองลำพูน พร้อมตัวแทนวัด และเทศบาลเมืองลำพูน ได้เข้าหารือกับพ่อค้าแม่ค้าเพื่อหาข้อยุติ

ล่าสุดได้ข้อสรุปว่า พ่อค้าแม่ค้ายังคงสามารถขายสินค้าได้ แต่ต้องย้ายไปยังจุดที่กำหนดไว้ให้ ทำให้พ่อค้าแม่ค้าพอใจและทยอยแยกย้ายกลับในเวลา 13.30 น.

แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวลำพูน รายงาน

ช่อง ยูทูบ DEEN VLOG รับรางวัลอินฟลูเอนเซอร์ อวอร์ด “Influencer Awards” ประจำปี 2568

วันที่ 24 กันยายน 2568 นายศิโรจน์ มิ่งขวัญ นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย และผู้ก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา สำนักนวัตกรรมการสื่อสาร เปิดเผยว่า ได้พิจารณามอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ให้ ช่อง ยูทูบ DEEN VLOG มีผู้ติดตาม 9.23 แสน คนให้ได้รับรางวัลอินฟลูเอนเซอร์ อวอร์ด “Influencer Awards” ประจำปี 2568

สำหรับ ช่อง ยูทูบ DEEN VLOG เป็นยูทูเบอร์ ประเภท ท่องเที่ยว แนวผจญภัย ตามสถานที่ต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก มีการถ่ายทอด วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ของประเทศต่างๆ เป็น ต้นแบบ ของน้องๆ ที่ต้องการทำงาน มีรายได้จาก โซเชียลมีเดีย พร้อมทั้งสอดแทรกวัฒนธรรมไทย ให้ชาวต่างชาติได้รู้จัก อีกด้วย

นอกจากนั้น DEEN VLOG ยังมี ช่องทาง

Facebookfacebook.com/deenvlog

Instagraminstagram.com/deenvlog

นายศิโรจน์ มิ่งขวัญ ยังกล่าวอีกว่า ขอขอบคุณ คุณวรวรรณ โชติเทวัญ ผู้บริหารระดับสูง บริษัท สหฟาร์ม จำกัด และผู้บริหาร บ้านสุขาวดี ชลบุรี ที่ให้การสนับสนุนการจัดงานครั้งนี้

มีคุณอรวรรณ บุณยธาดา เป็น ผอ.ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวลำพูน ลำปาง เชียงราย

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวลำพูน ลำปาง และเชียงราย มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ พร้อมมอบวีลแชร์แก่ผู้พิการ และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรี ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา พระบรมราชินีนาถ จังหวัดลำพูน
.
วันนี้ (วันอังคารที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และ นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมลงพื้นที่มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ในพื้นที่จังหวัดลำพูน ลำปาง และเชียงราย ที่มีความรู้และความสามารถ ฐานะยากจน ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ รวม 3 จังหวัด รวมจำนวน 30 ราย คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 593,450 บาท พร้อมมอบรถเข็นวีลแชร์แก่ผู้พิการ รวม 15 ราย คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 45,000 บาท รวมมูลค่าการช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นเงินทั้งสิ้น 638,450 บาท (หกแสนสามหมื่นแปดพันสี่ร้อยห้าสิบบาทถ้วน) นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ และอาสาสมัคร ออกหน่วยให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยาตามอาการ คัดกรองเบาหวานเบื้องต้น แจกแว่นสายตา บริการตัดผมชาย-หญิง ทันตกรรม และกิจกรรมนันทนาการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ โดยมี นายชาตรี ธินนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย นางลักษณา อิศรางกูร ณ อยุธยา พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำพูน ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวฯ จังหวัดลำพูน ลำปาง และเชียงราย และนางสาวอัญชลี จงคดีกิจ (ปุ๊-อัญชลี) อาสาสมัครศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมในพิธี ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา พระบรมราชินีนาถ จังหวัดลำพูน

.
นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ เปิดเผยว่า โครงการ ส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีวัตถุประสงค์ เพื่อมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวและสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ จำนวน 12 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ชลบุรี สงขลา สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา ศรีสะเกษ ขอนแก่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย และพิษณุโลก คัดกรองผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม เสริมทักษะอาชีพ ส่งมาให้มูลนิธิฯ พิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยมูลนิธิฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินการโครงการดังกล่าวนี้ จะมีส่วนสนับสนุน ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป
.
ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
.
ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung
.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

ผู้การสุพรรณบุรี ติดเข็มเชิดชูเกียรติ ตำรวจ D.A.R.E.

ผู้การสุพรรณบุรี ติดเข็มเชิดชูเกียรติ ตำรวจ D.A.R.E. ระดับที่สูงขึ้นประจำปี 2568วันที่ 23 ก.ย.68 เวลา 09.30 น. พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี
พร้อมด้วย พ.ต.อ.นนท์ ภักดีพันธ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี และ พ.ต.อ.เจษฎา พานิชวงศ์ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี
ได้จัดพิธีมอบเข็มเชิดชูเกียรติครูตำรวจ D.A.R.E. ในระดับที่สูงขึ้น ประจำปี พ.ศ.2568 ให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.สุพรรณบุรี ดังนี้

ประเภทเหรียญเงิน จำนวน 1 นาย ได้แก่ ด.ต.ธนัท วรานนท์วนิช ผบ.หมู่ (ป.) สภ.สองพี่น้อง

ประเภทเหรียญทอง จำนวน 1 นาย ได้แก่ ด.ต.หญิง พันธนันท์ สินพูลผล ผบ.หมู่ (ป.) สภ.สองพี่น้อง ผบ.หมู่ (ป.) สภ.สองพี่น้อง


3. ประเภทเหรียญทองแดง จำนวน 2 นาย ได้แก่ ร.ต.ท.ธนเดช หมื่นศรี รอง สว.(ป.) สภ.อู่ทอง และ จ.ส.ต.พิพัฒน์ ทัศนพันธุ์ ผบ.หมู่ (ป.) สภ.สองพี่น้อง
ณ ห้องประชุม ศปก.ภ.จว. สุพรรณบุรี
//
สันติ ชูเชิด สุพรรณบุรี รายงาน

สุพรรณบุรี ประเพณีสารทเดือนสิบชิงเปรตแข่งปีนเสาน้ำมัน

สุพรรณบุรี ประเพณีสารทเดือนสิบชิงเปรตแข่งปีนเสาน้ำมันวิถีชาวใต้คึกคัก
สมาคมชาวใต้สุพรรณบุรี จัดงานบุญประเพณีสารทเดือนสิบ ชาวใต้สุพรรณบุรี จัดพิธีแห่เจดีย์ขนมลาวนรอบโบสถ์ การชิงเปรต เพียง 30 วินาที ต่างแย่งของบนโต๊ะกันหมดเกลี้ยงในพริบตา ส่วนสีสันแข่งปีนเสาน้ำมัน เปิดให้ปีนเสาน้ำมันได้แบบโอเพ่น ทุกเพศ ทุกวัย ทั้งชาย หญิง เด็กและผู้ใหญ่ สร้างความสนุกสนานเป็นอย่างมาก
ที่วัดรอเจริญ ตำบลบางปลาม้า อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี นายพิภพ บุญธรรม นายกสมาคมชาวใต้สุพรรณบุรีและอดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายอานนท์ รักผล ที่ปรึกษาสมาคมชาวใต้สุพรรณบุรี นายไมตรี ศรีเทพ เลขานายกสมาคมชาวใต้สุพรรณบุรี และพี่น้องน้องชาวใต้ที่อยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับชาวบ้าน จัดงานบุญประเพณีสารทเดือนสิบ วิถีใต้ ปีที่ 12 เพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ตามประเพณีพี่น้องชาวใต้
โดยมีการทำขนมลา ของชาวใต้กันแบบสดๆ เพื่อนำมาทำบุญและให้ผู้ร่วมงานได้รับประทานกันฟรีตลอดงาน ในงานมีอาหารคาวหวาน เครื่องดื่มเลี้ยงฟรีตลอดงาน ซึ่งได้มีการตั้งขบวนนางรำ แห่เจดีย์ที่ทำจากขนมลาของชาวใต้ ขบวนแห่เริ่มจากหน้าวัดมาวนรอบโบสถ์ 3 จำนวนรอบ ทั้งรำทั้งเต้นกันอย่างสนุกสนาน โดยมีเจ้าเงาะป่า มาสร้างสีสันมาเต้นหน้าขบวนแห่สนุกสนาน หลังจากขบวนแห่วนโบสถ์ครบ 3 รอบ จึงได้นำเจดีย์ขนมลา มาตั้งไว้หน้าโบสถ์ จากนั้นเป็นพิธีทำบุญเลี้ยงพระถวายภัตราหารเพลแด่พระสงฆ์ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษแล้ว หลังเสร็จพิธีทำบุญ มีการแสดงรำมโนราห์ รำระบำศรีวิชัย ของลูกหลานชาวใต้ในจังหวัดสุพรรณบุรี
กระทั่งมาถึงช่วงเวลาสนุกสนาน ทั้งผู้ใหญ่และเด็กๆ ต่างรอคอยที่จะมาชิงเปรตกัน ทุกคนได้มายืนจับจองพื้นที่ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า เด็กๆ ตัวเล็ก จะยืนอยู่หน้าชิดติดขอบโต๊ะชิงเปรต (เพื่อแย่งชิงสิ่งของกับเงินที่อยู่บนโต๊ะ) ส่วนผู้ใหญ่มือยาวจะยืนอยู่แถวถัดไป มีทั้งเตรียมถุง เตรียมย่ามมาใส่สิ่งของกัน ซึ่งเจ้าเงาะป่า ต้องมาช่วยเคลียร์กันพื้นที่ให้คนที่มารอชิงเปรต ออกห่างจากโต๊ะสิ่งของก่อน เพื่อให้ท่านพระอธิการปพนสรรค์ โกสโล เจ้าอาวาสวัดรอเจริญ ให้ศีลให้พร (เป็นภาษาใต้) เสร็จแล้ว
จากนั้นท่านเจ้าอาวาส เป็นประธานตัดสายสิญจน์ เป็นการให้สัญญาณ เริ่มพิธีชิงเปรต พร้อมกับสวดชยันโต เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งทั้งผู้ใหญ่ และเด็ก ที่เตรียมพร้อมชิงเปรตอยู่แล้ว แต่ละคนไม่มีใครยอมใคร ต่างรีบเข้าแย่งสิ่งของและเงินที่วางอยู่บนโต๊ะ มีทั้งอาหารคาว หวาน ขนม ผลไม้ และขนมลา สะตอ ของชาวใต้ กับเงินเหรียญ และเงินแบงค์ต่างๆ หายวับไปในพริบตา ใช้เวลาชิงเปรต เพียงไม่ถึง 1 นาที ของหมดเกลี้ยงโต๊ะ แม้แต่ของที่หล่นตามพื้นก็ยังรื้อหาเก็บกันยันหมดเกลี้ยงเช่นกัน
ส่วนเสาน้ำมันสูง 5 เมตร จะมีการทาน้ำมันที่เสาก่อน งานนี้สนุกไม่แพ้กัน ที่ปลายเสาน้ำมัน มีเงินรางวัลแขวนไว้ มีทั้งแบงค์ร้อย แบงค์ยี่สิบ รอบละ 200-500 บาท ใครปีนเสาน้ำมันขึ้นไปหยิบเอาเงินเป็นรางวัลไปได้เลย หลังจากนายพิภพ บุญธรรม นายกสมาคมชาวใต้สุพรรณบุรี เป็นประธานเปิดให้เริ่มปีนเสาน้ำมันได้ ประเดิมรอบปฐมฤกษ์โดยเจ้าเงาะป่าก่อน ซึ่งเจ้าเงาะป่า ขอโชว์ลีลาก่อนปีนเสาน้ำมัน และได้ก้มกราบที่โคนเสาน้ำมันก่อนปีน หลังปีนเสาน้ำมันได้เงินรางวัลที่ยอดเสามาแล้ว เจ้าเงาะป่าดีใจก้มกราบที่โคนเสาน้ำมันอีกรอบ
จากนั้นเปิดแบบโอเพ่น ให้ทุกเพศทุกวัย ทั้งชาย หญิง เด็กและผู้ใหญ่ มาปีนเสาน้ำมันชิงเงินบนยอดเสา ด้วยการต่อตัวให้สูงๆ เพื่อไปหยิบเงินบนยอดเสา คนที่อยู่ล่างสุดก็จะเหนื่อยมากหน่อยต้องแบกน้ำหนักมาก ดูได้จากสีหน้า ส่วนคนที่อยู่บนสุดก็ต้องใช้ความสามารถยืดตัว ยืดมือให้ยาวสุด เพื่อไปคว้าเงินรางวัลมาให้ได้
ส่วนสีสันไฮไลท์ ปีนเสาน้ำมัน มีทั้งคู่ชาย หญิง ต่อด้วยประเภทหญิง 3 คน ชาย 3 คน ส่วนทีมชาย 2 คน คนอยู่ล่างต้องออกแรงมากหน่อย เพื่อให้เพื่อนที่อยู่ด้านบนขึ้นหยีบศีรษะ สู้สุดฤทธิ์ เพื่อจะต้องไปคว้าเงินบนยอดเสาน้ำมันให้ได้ ส่วนทีมเยาวชน 3 คน ก็ไม่ธรรมดาปีนกันแบบสุดกำลัง ขณะประเภทเด็กเล็ก ผู้ปกครองช่วยประคองบุตรหลาน เพื่อความปลอดภัยและให้เด็กๆได้ปีนเสาน้ำมันไปชิงเงินบนยอดเสาให้ได้ ซึ่งประเภทเด็กเงินรางวัลก็จะอยู่ต่ำหน่อย เพื่อให้เด็กๆคว้าเงินได้ง่ายๆ

ปิดตำนานคู่รักหมวกกันน็อค “อำเภอฮอด”

ปิดตำนานคู่รักหมวกกันน็อค “อำเภอฮอด” 💔
เศร้า! “นางจี่” เดินลงน้ำดับ หลังมีปากเสียงกับ “นายจ่อ”

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 กันยายน 2568 ทีมกู้ชีพเทศบาลตำบลบ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ รับแจ้งเหตุคนจมน้ำเสียชีวิตภายในบ่อน้ำสวนหลังบ้าน ที่บ้านสบแจ่มฝั่งซ้าย หมู่ 11 ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

เจ้าหน้าที่กู้ชีพพร้อมชมรมอาสากู้ภัยอำเภอฮอด เข้าตรวจสอบ พบศพลอยขึ้นมาเองก่อนถูกนำขึ้นฝั่ง ผู้เสียชีวิตคือ นางจี่ อายุ 60 ปี ภรรยาของ “นายจ่อ” คู่รักสูงวัยที่เป็นที่รู้จักกันดีในอำเภอฮอด จากภาพชินตา “เดินหาของเก่า สวมหมวกกันน็อคคู่กันตลอด”

จากการสอบถามชาวบ้าน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ นางจี่มีปากเสียงกับนายจ่อ จากนั้นเดินลงไปในบ่อน้ำและจมหายไป ญาติจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ แต่ไม่ทันการณ์

แพทย์เวรโรงพยาบาลจอมทองเข้าชันสูตร ไม่พบสิ่งผิดปกติ ญาติไม่ติดใจการเสียชีวิต ก่อนนำร่างไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

ถือเป็นการปิดฉาก “ตำนานคู่รักหมวกกันน็อคแห่งอำเภอฮอด” ที่ชาวบ้านรู้จักและพูดถึงมานาน

เครดิตภาพ ชมรมอาสากู้ชีพ-กู้ภัยอำเภอฮอด HodRescue

นาย แทน ต่อมสังข์ #รายงาน

สถาบันการอาชีวศึกษา ร่วมมือจัดการศึกษากับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 9 แห่ง

ดร. วีระ ทองประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 4 เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ ระหว่างสถาบันการอาชีวศึกษาและสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร 23 แห่ง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 9 แห่งโดยบันทึกข้อตกลงฉบับนี้มุ่งสร้างความร่วมมือด้านวิชาการ วิจัย การบริการวิชาการ และการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับ
ความต้องการของสังคมและสถานประกอบการ พร้อมสนับสนุนการวิจัยร่วมและการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งพัฒนาระบบคลังหน่วยกิต การเทียบโอนผลการเรียน และเปิดโอกาสให้นักศึกษาเรียนข้ามสถาบัน รวมถึงการยกระดับคุณวุฒิการจัดหลักสูตรระยะสั้นเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และกิจกรรมอื่น ๆ ตามความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย โดยมี นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พร้อมด้วยผู้อำนวยการและผู้บริหารของสถาบันการอาชีวศึกษาและสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร 23 แห่ง ร่วมพิธีลงนาม ร่วมกับคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 9 แห่ง นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร. อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ (ประธาน ทปอ.มทร.)เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 ณ ห้องประชุมสัญจร อาคารมงคลอาภา ชั้น 2 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กรุงเทพมหานคร

ฟุตซอล เอเชียน คัพ 2026 รอบคัดเลือก นัดแรก ถล่ม “บรูไน” 15-1

ประเดิมสวย เอเชียน คัพ 2026 รอบคัดเลือก นัดแรก ถล่ม “บรูไน” 15-1

ฟุตซอลชายทีมชาติไทย ถล่ม บรูไน 15-1 เปิดห้ว เอเชียน คัพ 2026 รอบคัดเลือก นัดแรก กลุ่ม บี วันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2568 ณ สนามยิมเนเซียม อบจ.นนทบุรี

หลังเกม “บิ๊กทิน” สุทิน บัวตูม ผู้จัดการทีมฟุตซอลทีมชาติไทย เผยว่า “ชื่นชมนักเตะทุกคนในวันนี้ นักเตะทุกคนเล่นเต็มที่ รวมทั้งทีมชาติบรูไนก็เล่นเต็มที่เช่นกัน พวกเขาเองก็จะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์พัฒนาต่อไป ทีมชาติไทยยิงเขาได้ 15 ประตู สิ่งสำคัญคือการได้สร้างความสุขให้แฟนฟุตซอลชาวไทยมีความสุขกับมาดูฟุตซอล และต้องขอขอบคุณแฟนๆ ฟุตซอลที่เข้ามาชมเกมในสนามที่มาเชียร์กันเต็มสนามตลอดทุกๆครั้งที่เรามาแข่งขันและแฟนฟุตซอลที่ชมอยู่ทางบ้าน”

ส่วน เอลอย อลอนโซ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทีมฟุตซอลทีมชาติไทย ซึ่งรับหน้าที่คุมทีมข้างสนาม เนื่องจากโค้ชมิเกลติดโทษแบน เผยว่า “เป็นเกมที่ดีมากของเรา ผมภูมิใจกับผู้เล่นทุกคน เพราะไม่ว่าเราจะเจอคู่แข่งแบบไหนบนโลกนี้ สิ่งสำคัญคือเราต้องเล่นให้เต็มที่ที่สุด แม้ว่าสกอร์ออกมา 15 ประตู แต่นี่ถือเป็นการให้เกียรติคู่แข่งด้วยการเล่นอย่างเต็มที่ อยากให้นักกีฬารักษามาตรฐานแบบนี้ต่อไป เล่นเต็มที่ไม่ว่าจะเจอใครก็ตาม”

โปรแกรมนัดต่อไป
🗓วันที่ 22 กันยายน 2568
🇧🇭 บาห์เรน พบ ไทย 🇹🇭
⏰ เวลา 19.30 น.
ณ สนามยิมเนเซียม อบจ.นนทบุรี