Blog

มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2025 ทำกิจกรรมสนุกกับเครื่องเล่น ที่สวนสนุกดรีมเวิลด์

ปทุมธานี ผู้เข้าประกวดมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2025 ร่วม 80 ประเทศทั่วโลก ทำกิจกรรมสนุกกับเครื่องเล่น ที่สวนสนุกดรีมเวิลด์
วันที่ 1 ตุลาคม 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สวนสนุกดรีมเวิลด์ ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยสวนสนุกดรีมเวิลด์ “สุข สนุกทั้งครอบครัว” ร่วมสนับสนับสนุน การประกวดมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2025 อย่างเป็นทางการ ได้ให้การต้อนรับ คณะผู้เข้าประกวดฯ จาก 80 ประเทศทั่วโลก ร่วมทำกิจกรรม สนุกกับเครื่องเล่นและความบันเทิงมากมาย
โดยที นายพุฒิพงศ์ กิติพราภรณ์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการ สวนสนุกดรีมเวิลด์ ได้กล่าวต้อนรับคณะผู้เข้าประกวดฯ พร้อมเปิดเผยว่า สวนสนุกดรีมเวิลด์ เป็นสวนสนุกของไทย ที่ได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวนานาชาติ วันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ได้ต้อนรับคณะผู้เข้าประกวด มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2025 จากประเทศต่างๆ ถึง 80 ประเทศ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะได้รับความสุข ความสนุกและความประทับใจจากเราและแนะนำสวนสนุกดรีมเวิลด์ สวนสนุกของประเทศไทย ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 : 2015 ให้ผู้คนทั่วโลกได้รู้จักและอยากให้มาเที่ยวมากขึ้น
ทางด้าน นางสาวศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์ หรือ “กชเบล ” มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2025 (Miss Grand Thailand 2025) กล่าวว่า วันนี้ตนเองในฐานะตัวแทนคนไทยที่เราได้เป็นเจ้าภาพในการประกวด Miss Grand International 2025 และตอนนี้เราอยู่กันที่ Dream World ซึ่งเป็น Activity แรกของเรา ที่มาออกนอกสถานที่กับเพื่อนๆรอบโลก ที่มาจาก from all around the world โดยตนเองในฐานะตัวแทนคนไทยเราก็รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับในฐานะเจ้าภาพกับความยิ่งใหญ่ของเวที Miss Grand ที่เราทุกคนรู้จัก และวันนี้ถือว่าเป็น Soft Power อีกหนึ่ง เพราะว่า Miss Grand จะมี พัด แล้วก็ยาดมมาแจกกับเพื่อนๆ อีกด้วย ซึ่งเพื่อนๆ ก็ชอบมากๆ เพราะว่าวันนี้ Activity ของเราเยอะมากๆ เพราะฉนั้นถ้าเพื่อนๆ รู้สึกว่าร้อน หรือว่าจะเป็นลม หลังจากเล่นเสร็จก็หยิบขึ้นมาพัดแล้วก็ดมได้เลย ซึ่งก็เป็นความน่ารักที่ในตัวแทนคนไทยก็เป็นของเล็กๆ ที่มอบให้เพื่อนๆ โดยตนก็สนับสนุนให้คนไทยมาเที่ยวกันเยอะๆ ที่ Dream World เที่ยวได้ทุกวัย แล้วก็ยังทำให้เขาเรียกว่าเติมเต็มความอบอุ่นแล้วก็ความสนุกความสุขรอยยิ้มให้กับครอบครัวอีกด้วย
ทั้งนี้สวนสนุกดรีมเวิลด์ เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 10.00-17.00 น. วันเสาร์ อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-18.00 น. พร้อมชมการแสดงฮอลลีวู้ดแอคชั่น 13.00 น. และขบวนพาเหรดหนึ่งเดียวของสวนสนุกไทย 15.00 น. ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.dreamworld.co.th หรือโทร 025778666

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม รายงาน

ตม. ป.ป.ส. ปิดเกมส์พ่อค้ายาข้ามชาติ หนีหมายจับตำรวจสากล

ไม่รอด ตม.แท็กทีม ป.ป.ส. ปิดเกมส์พ่อค้ายาข้ามชาติผิวสี หนีหมายจับตำรวจสากล ลอบส่งยาเสพติดเกือบ 20 กก.จำหน่ายในเกาหลีใต้ บุกค้นห้องพบยาเสพติด พร้อมอาวุธปืน 3 กระบอก
“บิ๊กปู” พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ได้มีการประกาศชัด โดยสั่งให้ทุกหน่วยในสังกัด เน้นปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำความผิดกฎหมายอาญาในทุกรูปแบบอาชญากรรม โดยเฉพาะอาชญากรรมที่มีลักษณะการกระทำความผิดข้ามชาติ ซับซ้อน หรือเป็นรูปแบบองค์กร พร้อมกันนี้ได้สั่งการมอบหมายให้ พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ควบคุมอำนวยการปฏิบัติให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับพฤติการณ์ที่เป็นที่มาของการจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้ สืบเนื่องจาก กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 พ.ต.อ.ปฏิญญา จีรชนาสิน รอง ผบก.ตม.1 พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 ได้รับการประสานความร่วมมือจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)

โดยการอำนวยการของ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมลเลขาธิการ ป.ป.ส. นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด นายไกรวุฒิ มณีรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนประสานการปราบปรามยาเสพติดระหว่างประเทศ เนื่องจากได้ทราบข้อมูลเบาะแสจากการปฏิบัติการข่าว เกี่ยวกับบุคคลต่างด้าวผิวสี อายุ 40 ปี ซึ่งเชื่อว่าอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด มีที่พักอาศัยอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านประตูน้ำและมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงได้ร่วมกันทำการสืบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
ซึ่งจากการสืบสวนโดยตรวจสอบในระบบสารสนเทศของ สตม. พบเป้าหมายในการสืบสวน เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรครั้งล่าสุดด้วย ประเภทวีซ่านักท่องเที่ยว (60วัน) แต่การอนุญาตสิ้นสุดลงแล้ว นอกจากนี้ยังพยว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจสากล ในฐานะพ่อค้ายาเสพติดข้ามชาติ ที่ลักลอบส่งยาเสพติดน้ำหนัก 19 กิโลกรัม ผ่านบริษัทขนส่ง ไปจำหน่ายในประเทศเกาหลีใต้ และได้หลบหนีหมายจับโดยซ่อนตัวอยู่ในกรุงเทพมหานคร ชั้นในมาเป็นเวลากว่า 1 ปี


ต่อมา วันที่ 30 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมประกอบด้วย พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ชัยภูมิ พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 นายอนุสวัสดิ์ ศุขสวัสดิ ณ อยุธยา น.ส.พิชญา มณีนิล น.ส.สุธินี เตชาวงศ์ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จึงได้วางแผนสนธิกำลังในการดำเนินการตามกฎหมายเพื่อคอยติดตามจับกุม

โดยการนำกำลังลงพื้นที่ คอยเฝ้าสังเกตุการณ์โดยรอบโรงแรม จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.30 น. จึงพบคนต่างด้าวรูปพรรณสัณฐานตรงตามเป้าหมาย กำลังเดินอยู่ริมถนนเพชรบุรี ห่างจากที่โรงแรมที่พักประมาณ 50 เมตร เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายพร้อมทั้งแสดงบัตรประจำตัวให้ดู ก่อนสอบถามชื่อเพื่อยืนยันตัวตน

ซึ่งในเบื้องต้น ซึ่งสามารถพูดภาษาไทยได้คล่องแคล่ว รับแต่โดยดีว่า ตนเองคือคนเดียวกับบุคคลตามหมายจับตำรวจสากลดังกล่าวจริง และอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด พร้อมยังกล่าวว่าอยู่ในเมืองไทยมาตั้งแต่ปี 2559 เจ้าหน้าที่สอบถามว่ายังคงมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ แต่เจ้าตัวกลับปฏิเสธเสียงแข็ง เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ

จึงขยายผลเข้าตรวจสอบภายในห้องพัก โดยความบริสุทธิ์ใจ และได้แจ้งให้ผู้จัดการโรงแรมทราบถึงเหตุแห่งการตรวจค้น เมื่อใช้คีย์การ์ดแตะเข้าไปในห้อง เจ้าหน้าที่พบอุปกรณ์เสพยาเสพติดทันที บริเวณชั้นวางทีวี จึงได้ควบคุมตัว ให้อยู่ในความสงบและลงมือตรวจค้นโดยละเอียดทีละจุดต่อหน้า เขา และพยานผู้ดูแลโรงแรม

ซึ่งผลจากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก มีหมายเลขทะเบียน ที่ซุกซ่อนอยู่ในซองหนังพกใน นอกจากนี้ยังพบปืนแบลงค์กันดัดแปลงลำกล้อง พร้อมชุดลั่นไก มีเข็มแทงชนวน อีก 2 กระบอกพร้อมแม็กกาซีนดัดแปลงสำหรับเครื่องกระสุนขนาด.38 ซ่อนอยู่ในกล่องเครื่องมือ พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม.ขนาด 11 มม.และขนาด .22 นิ้ว รวมเกือบ 80 นัด

โดยมีทั้งที่บรรจุในแม็กกาซีนขึ้นลำพร้อมใช้และซุกซ่อนตามจุดต่างๆในห้องพัก นอกจากนี้ในกระเป๋าและถุงต่างๆที่อยู่ภายในห้อง เจ้าหน้าที่ยังพบเมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) น้ำหนัก 2 กรัมเศษ ยาอี หรือ 3,4 เมทิลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 1 ซอง น้ำหนัก 1 กรัม เมทแอมเฟตามีนสีเขียวมิ้น อีกจำนวน 1 เม็ด


เบื้องต้น ให้การว่า อาวุธปืนพกสั้นขนาดต่างๆ ที่พบไม่ใช่อาวุธปืนของตนเอง แต่เป็นของเพื่อนคนไทยที่ได้มาจำนำไว้กับตน ส่วนยาเสพติดนั้นก็ไม่ใช่ของตนเอง ซึ่งเป็นของเพื่อนคนไทยอีกกลุ่มที่เข้ามาใช้ห้องของตนเป็นสถานที่มั่วสุมเสพยาและได้ลืมนำกลับไปด้วย จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้พาตัว ไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดโดยละเอียดที่โรงพยาบาล และผลการตรวจสอบพบว่าผลเป็นบวก (Positive) โดยพบสารเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะของผู้ถูกจับ

ก่อนที่ผู้ถูกจับจะยอมรับว่า ตนเคยเสพยาไอซ์จริง แต่ไม่ได้เสพมา 1 วันแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกจับว่า “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมายและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์)” และเจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิ์ของผู้ถูกจับให้ทราบแล้ว โดย ผู้ถูกจับสามารถรับฟังภาษาไทยได้เป็นอย่างดี จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม รายงาน

สสส. นำโมเดล “อำเภอวังเหนือ จ.ลำปาง” ขยายผลแก้ไขปัญหายาเสพติด

สสส. นำโมเดล “อำเภอวังเหนือ จ.ลำปาง” ขยายผลแก้ไขปัญหายาเสพติดสู่ 17 จังหวัดภาคเหนือ

วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ที่โรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพ “พลังอำเภอ” สู่การเป็นอำเภอต้นแบบและอำเภอขยายผลในการขับเคลื่อนชุมชนล้อมรักษ์ แก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน

โดยมี นายแพทย์สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รองประธานกองทุน สสส. คนที่ 2 เป็นประธานเปิดงาน และมี นายทศพล จักรบุญมา นายอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ร่วมนำเสนอโมเดลความสำเร็จ “อำเภอวังเหนือปลอดยาเสพติด” ซึ่งเป็นต้นแบบในการสร้างความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งผู้นำชุมชน ตำรวจ ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

โมเดลดังกล่าวมุ่งเน้นการบูรณาการผ่านกลไก พชอ. และ พชต. โดยการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน เช่น การลงนาม MOU ประกาศหมู่บ้านปลอดยาเสพติด การเปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมเฝ้าระวัง สร้างแรงกดดันทางสังคมไม่ให้ผู้กระทำผิดทำซ้ำ รวมถึงการดำเนินงานแบบครบวงจร ทั้งการป้องกัน เฝ้าระวัง บำบัด ฟื้นฟู และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

นายแพทย์สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาเสพติดในระดับ “สีเขียว” (ยังไม่ถึงขั้นมีอาการทางจิต) มากถึง 4 – 6 ล้านคน ขณะที่นักเรียนมัธยมศึกษาทั่วประเทศทั้งชายและหญิง ใช้บุหรี่ไฟฟ้ามากถึง ร้อยละ 12 และยังพบกรณีเด็กเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่น่าห่วงและต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง

การขับเคลื่อนโมเดลอำเภอวังเหนือ จะเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม และนำไปปรับใช้ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อให้ชุมชนปลอดยาเสพติดได้อย่างยั่งยืน

ศึก”WHS World Hero Fighting Professional League” สุดเดือด

ศึก”WHS World Hero Fighting Professional League”สุดเดือด “คิงคอง ปิก้า” ไล่ถล่มชนะน็อก หลิว ซัว คว้าแชมป์เวลเตอร์เวทมาครอง ส่วน”คมพิฆาต ส.ตะวันรุ่ง”นักชกไทยที่ร่วมชกในรายการเป็นอีกคนที่ชาวจีนเชื่อว่าจะก้าวเป็นซุปเปอร์สตาร์เหมือน”บัวขาว บัญชาเมฆ”

การแข่งขันรอบที่3ของศึก WHS World Hero Fighting Professional League ได้สิ้นสุดลง ณ สนามกีฬา Agile Gymnasium ในเมืองหลิงสุ่ย มณฑลไหหลำ ประเทศจีนเมื่อวีนที่ 20 กันยายน 2568 โดยการแข่งขันครั้งนี้ประกอบด้วยการแข่งขันที่น่าตื่นเต้น 13 แมตช์ ซึ่งประกอบด้วยการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างนักกีฬาชาวจีนและนักกีฬาต่างชาติ และหลายแมตช์จบลงด้วยการนับถอยหลังและรอบชิงชนะเลิศ
โดยในศึกดังกล่าว มีการแข่งขันระหว่าง มวยสากลสมัครเล่น ลุมพินี “คิงคอง ปิก้า” กับ แชมป์มวยไทยระดับชาติ “หลิว ซั่ว”ซึ่งคัดเลือกโดย Fighting Fans Platform ดึงดูดความสนใจเป็นอย่างมาก
หลังจากการแข่งขันที่ดุเดือดหลายต่อหลายครั้ง ไฮไลท์ของ WHS ก็มาถึงโดยคู่เอกที่สำคัญที่สุดของคืนนี้คือการประลองฝีมือระหว่างแชมป์คิกบ็อกซิ่งระดับชาติ หลิว ซั๋ว กับ มวยโลก ลุมพินี คิงคอง ปิก้า จากประเทศไทย
ในยกแรก คิงคอง ปิก้าเป็นฝ่ายรุกก่อน รุกไปข้างหน้า ขณะที่หลิว ซัว ถอยกลับ รอโอกาสโต้กลับ หลังจากฝ่าฟันเข้าสู่สังเวียน คิงคองงปิก้าเริ่มโจมตีด้วยเข่าในช่วงกลางยกส่งผลให้หลิว ซัว ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่ปลายยกที่2 คิงคอง ปิก้า จะใช้เข่าโจมตี หลิว ซัว อีกครั้ง จนไม่สามารถชกต่อได้ส่งผลให้การชกจบลงคิงคองปิก้ากลายเป็นแชมป์เวลเตอร์เวทคนใหม่
ทั้งนี้ยังมีนักมวยไทย คมพิฆาต ส.ตะวันรุ่ง เป็นอีกนักชกดาวเตะคิกบ็อกซิ่งรุ่นใหม่ที่เป็นตัวแทนของประเทศไทยในประเทศจีน ผู้เชี่ยวชาญในวงการจีนเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เขาจะใช้ผลงานอันยอดเยี่ยมของเขาเพื่อก้าวขึ้นเป็นซุปเปอร์สตาร์อย่างบัวขาว
ความตื่นเต้นไม่มีวันสิ้นสุด และตำนานยังคงดำเนินต่อไป เรามารอดูการประลองสุดระทึกที่จะเกิดขึ้นจากผู้เล่นในรอบต่อไปกัน!

เทศบาลนครรังสิต มอบสิ่งให้ทหารไทยที่ชายแดน

วันที่ 30 กันยายน 2568 ณ สำนักงานเทศบาลนครรังสิต เทศบาลนครรังสิต โดย ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีนครรังสิต

ร่วมส่งขบวนรถกิจกรรม ” รังสิตรวมใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ” เทศบาลนครรังสิต โดยร่วมมือกับภาคประชาชนในการส่งมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคให้กับทหารไทยที่ประจำอยู่ชายแดน

ป่อเต็กตึ๊งร่วมแรงร่วมใจแพ็คถุงยังชีพ ให้พี่น้อง อุตรดิตถ์

“ชาวป่อเต็กตึ๊ง ร่วมแรงร่วมใจแพ็คถุงยังชีพ เพื่อส่งไปแจกจ่ายให้พี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม จ.อุตรดิตถ์”
วันพุธที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00 น.
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดยนายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่ พร้อม ผู้บริหารฯพนักงานฯ อาสาสมัครฯ และจิตอาสาฯ
ร่วมกันแพ็คถุงยังชีพ
บรรจุถุงมูลนิธิฯประกอบด้วย
ข้าวสวยหอมมะลิอาหารสำเร็จรูป(แกงเขียวหวานไก่,กะเพราไก่,ไข่พะโล้ใว่ไก่,ฉู่ฉี่ปลาแมคคอเรลทอด)
ยาสีฟัน,แปรงสีฟัน,สบู่ก้อน,สเปรย์ฉีดกันยุง,ผ้าอนามัย,กระดาษทิชชู่เปียก,กระดาษทิชชู่,ไฟฉาย LED.พร้อมถ่าน,ถุงขยะแบบหนามีหูผูก จำนวน 1,000 ชุด เพื่อนำไปสนับสนุนให้ทีมบรรเทาสาธารณภัยของมูลนิธิฯนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์

(วชส.1) ร่วมกันจัดกิจกรรมดีๆ CSR

กิจกรรมเพื่อสังคม “Life Vaccine for Social” คณะนักศึกษา หลักสูตรวัคซีนชีวิต เพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 (วชส.1) ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมดีๆ CSR ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม) เป็นครั้งที่ 3 โดยได้ร่วมกันมอบอุปกรณ์การศึกษาการกีฬาและทุนการศึกษา ห้องน้ำรวมให้แก่ นักเรียน โรงเรียน ตชด. ไปรษณีย์ไทย บ้านห้วยหมากหล่ำ อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี และรองเท้าสนามคอมแบท 500 คู่ เงินบำรุงขวัญ และอุปกรณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่ ตชด.ภาค 2 ที่รับผิดชอบแนวชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมมอบถุงยังชีพให้แก่พี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาสในพื้นที่จังหวัดของแก่น อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬและจังหวัดนครพนม ระหว่าง วันที่ 26-29 กันยายน 2568

เมื่อวันที่ 26-29 กันยายน พ.ศ. 2568 คณะผู้เข้ารับการศึกษาในหลักสูตร “วัคซีนชีวิตเพื่อสังคม (Life Vaccine for Social)” สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 นำโดย พล.ต.อ. สมพงษ์ ชิงดวง รองนายกสมาคมตำรวจ/ประธานหลักสูตรฯ พล.ต.ต.สุรศักดิ์ เลาหพิบูลกุล รองประธานหลักสูตร พลเรือเอก

วรวุฒิ พฤษารุ่งเรือง ประธานรุ่น วชส.1 นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายนิเวศน์ ประยูรเธียร นายเอนก จงเสถียร และนางจุรีภรณ์ เมฆินไกรราศ พร้อมคณะผู้เข้ารับการศึกษาหลักสูตร วัคชีนชีวิตเพื่อสังคม (วชส.1 ) ทุกท่าน ร่วมกับ สมาคมตำรวจโดย พล.ต.อ.วินัย ทองสอง นายกสมาคมตำรวจ บริษัท แอร์เอเชีย โดยคุณธรรศพล เบเลเว็ลด์ CEO และข้าวสารตราสิงห์โตทอง จำกัด โดยคุณธัญญา รุ่งชาญชัย ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม CSR และศึกษาดูงานในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียง (ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม ครั้งที่ 3 เพื่อสาธารณะประโยชน์ พร้อมทั้งดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) รุดเยี่ยมให้กำลังใจ บำรุงขวัญมอบถุงยังชีพ และ เครื่องตัดหญ้า ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนี้

วันที่ 26 กันยายน 68

ช่วงเช้า
มอบอุปกรณ์การทำงานภาคสนามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และมอบถุงยังชีพบำรุงขวัญให้ตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 2 ขอนแก่น 150 ชุด
พร้อมรองเท้าสนาม คอมแบท จำนวน 500 คู่
ช่วงบ่าย
มอบถุงยังชีพให้ชาวบ้านยากจน อ.โนนสะอาดจ.อุดรธานี พร้อมมอบอุปกรณ์การศึกษาการกีฬา และทุนการศึกษา ห้องน้ำรวมให้นักเรียนโรงเรียน ตชด.ไปรษณีย์ไทย(อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี) ถุงยังชีพ รวม 100 ชุด
เครื่องตัดหญ้าให้โรงเรียน ตชด. 1 ชุด

วันที่ 28 กันยายน 68
มอบถุงยังชีพและเงินบำรุงขวัญให้ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ อุทยานหินสามวาฬ ตชด.และ ตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ จำนวน 150 ชุด

วันที่ 29 กันยายน 68

มอบถุงยังชีพบำรุงขวัญให้ตำรวจภูธรบุ่งคล้าและชาวบ้านยากจน 100 ชุด พร้อมเครื่องตัดหญ้า 1 ชุด โดยได้รับการสนับสนุนจากคณะผู้เข้ารับการอบรมวัคซีนชีวิต เพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 (วชส.1)ทุกๆ ท่าน

กลุ่มเซ็นทรัล สานต่อพันธกิจพัฒนาเมืองน่าอยู่

กลุ่มเซ็นทรัล สานต่อพันธกิจพัฒนาเมืองน่าอยู่ จัดสร้าง อาคารห้องน้ำสาธารณะ-ป้อมยาม-ประตูเลื่อนกั้นทางเข้าออก ยกระดับ “สวนลุมพินี” สู่พื้นที่สาธารณะมาตรฐานใหม่ใจกลางกรุง

กรุงเทพฯ – วันอังคารที่ 30 กันยายน 2568 ; พื้นที่สาธารณะคือหนึ่งในหัวใจสำคัญของเมืองที่น่าอยู่ โดยเฉพาะในมหานครอย่างกรุงเทพฯ ที่ผู้คนหลากหลายกลุ่มใช้ชีวิตร่วมกัน “สวนลุมพินี” ในฐานะสวนสาธารณะแห่งแรกของประเทศไทย และเป็นจุดหมายปลายทางของประชาชนจำนวนมากในแต่ละวัน จึงควรได้รับการดูแลให้เหมาะสมต่อการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งเพื่อการออกกำลังกาย พักผ่อน และทำกิจกรรมของชุมชน

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะร่วมดูแลสังคมไทยอย่างยั่งยืน กลุ่มเซ็นทรัล โดย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ และห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จึงสนับสนุนงบประมาณรวมกว่า 17.6 ล้านบาท เพื่อจัดสร้าง อาคารห้องน้ำสาธารณะ ป้อมยาม และประตูเลื่อนกั้นทางเข้า-ออก ภายในสวนลุมพินี เพื่อยกระดับมาตรฐานพื้นที่สาธารณะใจกลางเมือง ให้พร้อมรองรับการใช้งานของประชาชนได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

โครงการนี้จัดขึ้นภายใต้ “โครงการพัฒนาพื้นที่สาธารณะเพื่อสาธารณประโยชน์” เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเกิดจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มเซ็นทรัลและกรุงเทพมหานคร ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ที่ลงนามเมื่อปี 2568 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และส่งเสริมภาพลักษณ์สวนลุมพินีในฐานะ “ปอดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ”

รายละเอียดโครงการที่กลุ่มเซ็นทรัลดำเนินการ ประกอบด้วย

▪ อาคารห้องน้ำสาธารณะ 2 อาคารหลัก ตั้งอยู่บริเวณถนนวิทยุและถนนพระราม 4 ก่อสร้างใหม่ทั้งหมดแทนอาคารเดิม ครอบคลุมงานระบบ โครงสร้าง สุขภัณฑ์ และการตกแต่ง ออกแบบตามหลัก Passive Design ที่เน้นการใช้แสงธรรมชาติเพื่อลดการใช้พลังงาน พร้อมระบบถ่ายเทอากาศที่ดี และ Universal Design มาตรฐานสากล เพื่อรองรับการใช้งานของทุกกลุ่ม ทุกเพศวัย รวมถึงครอบครัว ผู้สูงอายุ และผู้พิการแต่ละอาคาร มีพื้นที่ใช้สอย 298 ตารางเมตร ประกอบด้วย ห้องสุขาชาย 10 ห้อง ห้องสุขาหญิง 12 ห้อง ห้องน้ำคนพิการ 1 ห้อง ห้องน้ำครอบครัว 1 ห้อง ห้องอาบน้ำชาย-หญิงอย่างละ 4 ห้อง และล็อกเกอร์ชาย-หญิงอย่างละ 27 ตู้ เป็นต้น
▪ ป้อมยามจำนวน 12 จุดทั่วพื้นที่สวนลุมพินี โดยเปลี่ยนหลังคาเป็นเมทัลชีท เพื่อลดการรั่วซึมและกันความร้อนได้ดีขึ้น ม่านผ้าใบกันแดด-ฝนแบบชักรอก การติดตั้งรางและท่อระบายน้ำฝน การติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน
▪ ประตูเลื่อนกั้นทางเข้าออก 1 จุด บริเวณทางเข้าหลัก สร้างจากวัสดุสแตนเลสคุณภาพสูง แข็งแรง ทนทาน เลื่อนเก็บได้สะดวก เพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่

คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อมั่นว่าพื้นที่สาธารณะที่ดีคือรากฐานสำคัญของเมืองที่น่าอยู่ และควรเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างเท่าเทียม

ในวาระมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กลุ่มเซ็นทรัลจึงขอร่วมแสดงความจงรักภักดีผ่านการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนในทุกมิติ โดยอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังกับภาครัฐและภาคประชาชน

การสนับสนุนโครงการพัฒนาสวนลุมพินีในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เป็นเพียงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือการส่งมอบพื้นที่สาธารณะที่ ‘สะดวก สะอาด ปลอดภัย’ อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสะท้อนถึงเจตนารมณ์ของกลุ่มเซ็นทรัลในการร่วมสร้างเมืองให้น่าอยู่ ด้วยสิ่งแวดล้อมที่ดี ระบบสาธารณูปโภคที่ได้มาตรฐาน และการออกแบบที่ใส่ใจคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง”

พิธีส่งมอบโครงการ จัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ สวนลุมพินี โดยได้รับเกียรติจาก คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีรับมอบ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากกลุ่มเซ็นทรัล นำโดย คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล , คุณบุษบา จิราธิวัฒน์ ที่ปรึกษากลุ่มเซ็นทรัล, คุณคุณายุทธ เดชอุอม, คุณรุจิเรศ นีรปัทมะ และคุณคุณอรุณพงษ์ แจ่มกระจ่าง ร่วมเป็นสักขีพยานในโอกาสสำคัญนี้

นอกเหนือจากโครงการล่าสุดแล้ว กลุ่มเซ็นทรัลยังมีส่วนร่วมพัฒนาสวนลุมพินีในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะในปี 2561 อาทิ การปรับปรุงลานตะวันยิ้ม ซึ่งเป็นลานสำหรับกิจกรรมต่างๆ เช่น การรำไทเก็ก การเล่นเครื่องเล่นเด็กหลากชนิดและการออกกำลังกาย, การสนับสนุนร่มสนามจำนวน 1,200 คัน มูลค่า 1.5 ล้านบาท เพื่อสร้างร่มเงาให้กับผู้มาเยือนได้พักผ่อนในบรรยากาศที่ร่มรื่น, การปรับปรุงอาคารห้องน้ำจำนวน 9 อาคาร งบประมาณ 15 ล้านบาท โดยสนับสนุนสุขภัณฑ์และงานตกแต่งภายในและภายนอกอาคาร และการก่อสร้างอนุสรณ์มิตรภาพไทย-อิตาลี “Alveo – ทวิธารา” สัญลักษณ์แห่งมิตรไมตรีอันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศกว่า 150 ปี เป็นต้น

กลุ่มเซ็นทรัลเชื่อมั่นว่าพื้นที่สาธารณะที่มีคุณภาพเกิดขึ้นได้จากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันดูแลรักษาสิ่งอำนวยความสะดวกในสวนลุมพินีให้อยู่ในสภาพที่สะอาด ปลอดภัยและพร้อมใช้งาน เพื่อให้สวนลุมพินีเป็นพื้นที่ของความสุขที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันได้อย่างแท้จริง.


สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

ภัตตาคาร​ “เฉาเซียง” ​​ปรึกษางาน

“หลินเหว่ย​” เจ้าของภัตตาคาร​ “เฉาเซียง” ​รัชดา​ ให้การต้อนรับ”นายก​อนันต์” และ “นพ.ชัยวัฒน์” ที่ปรึกษา​ สภท.​ ในโอกาสที่มา​ปรึกษางานและร่วม​รับประทานอาหาร​มื้อเที่ยง

วันที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 11.30 น. ที่ภัตตาคารเฉาเซียง
ถนนรัชดาภิเษก​ เขตห้วยขวาง​ กรุงเทพฯ

นายเฉา​เหว่ย​ ​เจ้าของภัตตาคารเฉาเซียง​ และประธานสมาคมอุตสาหกรรมไทย-จีน​ ให้การต้อนรับ​ นายอนันต์​ นิลมานนท์​ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย​ (สภท.60ปี)​ และ​ นพ.ชัยวัฒน์​ เตชะไพฑูรย์​ ที่ปรึกษา​ สภท.​ ในโอกาสที่มาปรึกษาเรื่องงาน​ และร่วมรับประทานอาหาร​ที่ภัตตาคาร​ “เฉาเซียง” พร้อมเสิร์ฟอาหารเลิศรส​ อาทิ : พระกระโดดกำแพง, เป็ดปักกิ่ง, กุ้งแม่น้ำเผา ​ ฯลฯ​ ​และมอบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์​ ​ให้กับทั้ง 2 ท่านในโอกาสนี้ด้วย./


​สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย​

วันขอบคุณสังคม #13ธันวาคม

ลำพูน-ทต.บ้านกลาง ร่วมประชุม TCAC 2025

ลำพูน-ทต.บ้านกลาง ร่วมประชุม TCAC 2025 รับทุนสนับสนุนโครงการจัดการขยะชุมชนลดคาร์บอน

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร นายวัชร กันแจ่ม นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง พร้อมด้วยนางสาวนุชรี สายแสน รองปลัดเทศบาลตำบลบ้านกลาง เข้าร่วมการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ครั้งที่ 4 หรือ Thailand Climate Action Conference: TCAC 2025 ภายใต้แนวคิด “จุดประกายความคิด ร่วมพลิกวิกฤตโลกเดือด – Inspiring Climate Solutions for All”

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตลอดจนเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางปฏิบัติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงกระตุ้นให้เกิดความตระหนักรู้ต่อความสำคัญของการรับมือกับวิกฤตโลกร้อน

ทั้งนี้ เทศบาลตำบลบ้านกลางยังได้รับมอบทุนสนับสนุนจากบริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จำนวน 200,000 บาท เพื่อนำไปดำเนิน “โครงการส่งเสริมการพัฒนาต้นแบบการจัดการขยะชุมชนลดคาร์บอน” ภายใต้แผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศไทย พ.ศ. 2565 – 2570 โดยมุ่งเน้นให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เสริมสร้างระบบการจัดการขยะในชุมชนที่มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน #รายงาน