Blog

วันออกพรรษา วันมหาปวารณา ศาสนาพุทธแบบไทย-ลาว

ในวันพุธ ที่ 8 ตุลาคม 2568 เป็นวันออกพรรษา หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วันมหาปวารณา เป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธแบบไทย-ลาว โดยเป็นวันสิ้นสุดระยะเวลาจำพรรษา 3 เดือนของพระสงฆ์เถรวาท โดยเป็นวันที่พระสงฆ์จะทำสังฆกรรม คือ การปวารณาในวันนี้ วันออกพรรษา จะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หลังวันเข้าพรรษา 3 เดือน ตามปฏิทินจันทรคติไทย ซึ่งในวันสำคัญนั้ มีการทำบุญตักบาตรเทโว คือ ประเพณีการทำบุญตักบาตรที่จัดขึ้นใน วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 (หลังวันออกพรรษา 1 วัน) เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์หลังทรงจำพรรษา พุทธศาสนิกชนนิยมใส่บาตรด้วยข้าวสาร อาหารแห้ง วัดเขาดิน หมู่ที่ 1 บ้านหนองมะโมง ตำบลหนองมะโมง อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท ได้จัดให้มีการทำบุญตักบาตรเทโว ขึ้น ในวัน พุธที่ 8 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป โดยพระภิกษุสงฆ์ องค์สามเณร ได้เดินลงมาจากเจดีย์ วัดเขาดิน มี เหล่านางฟ้า เทวดา และ เครื่องแห่กลองยาว เดินนำหน้า ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาตั้งแต่เมื่อครั้งบรรพบุรุษ การแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีแดงครั่ง ผ้าสิ้นตีนจก ที่สวยงาม เป็นวัฒนธรรมลาวคลั่ง ที่สวยงาม ขอเรียนเชิญ ทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรม ดังกล่าว

ตลาดนัดคนข่าวกีฬา ปี 4

ช้อปสนุก สุดฟินใกล้ชิดนักกีฬา ในงาน “ตลาดนัดคนข่าวกีฬา ปีที่ 4” 3-5 ต.ค.นี้@พาราไดซ์ พาร์ค

กลับมาอีกครั้งกับ “ตลาดนัดคนข่าวกีฬา ปีที่ 4” ครั้งนี้ปักหมุดใจกลางศรีนครินทร์ โดย พาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าในเครือ เอ็ม บี เค จับมือกับ 3 สมาคมสื่อกีฬา สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย และสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาออนไลน์ ให้คุณช้อปสุดมันส์กับสินค้าคุณภาพโดนใจ ที่เหล่าขาช้อปและคอกีฬาต้องห้ามพลาด! พบกับสินค้าของดีมีคุณภาพจากพี่ๆ นักข่าวมาให้เลือกช้อปอย่างจุใจ กว่า 30 ร้าน
งานนี้ไม่ได้มีแค่ช้อปปิ้งเท่านั้น แต่ยังมีกิจกรรมเสวนาสุดพิเศษ “มหกรรมซีเกมส์” ที่จะปลุกใจแฟนกีฬาไทย พร้อมโอกาสใกล้ชิดนักกีฬาชื่อดังและบุคคลในวงการกีฬา รับรองว่าสาระและความสนุกครบครันแบบจัดเต็มแน่นอน!
โดยในวันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม 2568 เวลา 15.00 น. พบกับเสวนา “โหมโรงซีเกมส์” พบกับผู้ทรงคุณวุฒิในวงการกีฬาและผู้ที่คร่ำหวอดในวงการฟุตบอลไทย พร้อมทั้งนักกีฬาทีมชาติไทย นำโดย ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย นายไพฑูรย์ ชุติมากรกุล นายกสมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรง อ่องตระกูล หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี “บิว” ภูริพล บุญสอน นักกีฬากรีฑาทีมชาติไทย

วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2568 เวลา 14.00 น. – 15.00 น. พบกับนักกีฬาฟุตซอลหญิงทีมชาติไทย ชุดชิงแชมป์ ฟุตซอลโลกที่ฟิลิปปินส์ปลายปีนี้และซีเกมส์ประเทศไทย “น้องแพรว” ปทิตา มูลโพธิ์ ดาวยิงเหรียญทองซีเกมส์เวียดนาม เพ็ชรดาว ล้วนแก้ว และ เจนิสตา นุดนาบี ที่จะมาร่วมพูดคุยถึงการเตรียมความพร้อมก่อนสู้ศึกซีเกมส์ และปิดท้าย วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม 2568 เวลา 14.00 น. – 15.00 น. พบกับนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย “บุ๋มบิ๋ม” ชัชชุอร โมกศรี “จูเนียร์” อิมานุเอล เอเจสุ นักกีฬาบาสเกตบอลชายทีมชาติ และนักกีฬาเทควันโดหญิงคนพิการทีมชาติไทย ขวัญสุดา พวงกิจจา เจ้าของเหรียญทองแดงพาราลิมปิกเกมส์ 2 สมัย โตเกียวและปารีส ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมถึงการเตรียมทีมและความพร้อมของการแข่งขันซีเกมส์ และอาเซียนพาราเกมส์

นอกจากนี้ในงานยังมีร้านเด็ด ๆ มากมาย อย่าง สายกินฟิน! กับร้านเด็ดที่ต้องลอง อาทิ “กุยช่ายน้องหมี” กุยช่ายโบราณกรอบนอกนุ่มใน ไส้แน่นเต็มคำ รูปทรงน้องหมีน่ารักจนต้องลอง “ต้องจิตฟู้ด” น้ำพริกน้ำย้อยกุ้งและน้ำพริกเห็ดกรอบ รสแซ่บถึงใจ “ขนมไทยบ้านคุณยายเพิ่ม” ขนมไทยสูตรดั้งเดิม ที่ทำสดใหม่ต่อวัน เช่น ขนมเปียกปูน ขนมต้ม ขนมชั้น “ตวงพรขนมไทย” การันตีความอร่อยในราคาย่อมเยา โดย “โอ้ ศาธนันท์” อดีตคอลัมนิสต์ฟุตบอลชื่อดัง ที่ผันตัวมาปรุงความอร่อยแบบตั้งใจให้ทุกคนได้ชิม “All Food All Drink” ขนมฟิวชันน่าลอง ทาร์ตไต้หวัน คุกกี้ช็อกโกแลต ขนมเปี๊ยะนุ่ม ๆ “Hugekof” ร้านกาแฟและเครื่องดื่มสูตรพิเศษ ทั้งชาไทย โกโก้ และกาแฟ ที่คัดสรรเมล็ดกาแฟคุณภาพเยี่ยม รับรองคอกาแฟลองแล้วติดใจ

ใครสายช้อปต้องมา! สินค้ามือ 1 มือ 2 ของดีมีคุณภาพ อาทิ ร้าน “บ้านวันใหม่” เสื้อผ้าแฟชั่นมือสองคุณภาพเยี่ยม ให้เลือกหลากหลายแบบ หากมองหาความยูนีคแบบมีสไตล์ต้องแวะที่ร้าน “มาหาสิน” ที่รวมเอาสินค้า พรีเมียม งานอาร์ตทอยแรร์ ๆ และของแต่งบ้านสไตล์ชิค ๆ มาไว้ในบูธเดียว หรือกระเป๋าผ้างานฝีมือเย็บมือสุดปราณีต ที่ผสมผสานความเป็นงานคราฟต์แบบไทย ๆ กับดีไซน์ทันสมัย กับร้าน “Mind Craft & Carry มายด์ คราฟ แอนด์ แคร์รี่” ส่วนคนรักของเก่าและแฟนจักรยานไม่ควรพลาดกับร้านจักรยานโบราณ ที่คัดสรรจักรยานรุ่นคลาสสิก หายาก และมีเสน่ห์เฉพาะตัวมาให้เลือกจากร้าน “คุณเขียด” และคนที่อยากเพิ่มพื้นที่สีเขียวที่บ้าน ต้องมาที่ร้าน “สวนกระบองเพชรสุขล้ำ คลอง 15” ที่นำต้นกระบองเพชรหลากสายพันธุ์มาจำหน่ายในราคาย่อมเยา เหมาะทั้งสำหรับมือใหม่อยากเริ่มเลี้ยง ไปจนถึงนักสะสมที่อยากหาต้นหายาก หรือสายมูต้องไม่พลาด! กับมุมดูดวงดูดวง ทำนายไพ่ และเบอร์มงคลจาก “อ.จุ้ย​ ตำหนักเซียน” และ “tuk ตาพยากรณ์” หากใครต้องการเสริมสร้างเสน่ห์ปัดเป่าสิ่งไม่ดี ด้วยวัตถุมงคลสุดขลัง พกไว้อุ่นใจ ต้องมาร้าน “ถ้ำเสือ”

เรียกว่างานนี้ไม่ใช่แค่มาช้อป มาชิม แต่งานนี้ยังได้ใกล้ชิดนักข่าวกีฬาตัวจริงเสียงจริง และนักกีฬาทีมชาติไทยที่หมุนเวียนสลับกันมาร่วมงาน ใครเป็นแฟนใคร เตรียมมือถือไว้เซลฟี่กันได้เลย! แล้วพบกันในงาน “ตลาดนัดคนข่าวกีฬา ปีที่ 4” ระหว่างวันศุกร์ที่ 3 – วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 น. – 20.00 ณ ลานรอยัล พาร์ค พลาซ่า ชั้น 1 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค

​สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.60 ปี)​

ลำพูน จัดงาน “โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน ประจำปี 2568”

จังหวัดลำพูน แถลงข่าวการจัดงาน “โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน ประจำปี 2568”

วันนี้ (3 ตุลาคม 2568) ณ ลานวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน พระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัดลำพูน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร พร้อมด้วย นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน นายประภัสร์ ภู่เจริญ นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน และนายพงษ์เทพ มนัสตรง ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน ประจำปี 2568”

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ กำหนดจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2568 ไปจนถึงเดือนมกราคม 2569 ณ วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร และอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามของชาวล้านนา ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

กิจกรรมสำคัญ อาทิ พิธีเปิดงานเทศกาลโคมแสนดวง วันที่ 24 ตุลาคม 2568 ขบวนแห่โคมล้านนาและพิธีถวายโคมแด่องค์พระธาตุหริภุญชัย ในช่วงประเพณียี่เป็ง เทศกาลดนตรีและศิลปะ “Lamphun Art & Music Festival” งานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ตลอดจนกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ “ลำพูน ลานบุญ ล้านนา”

จังหวัดลำพูนขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เข้าร่วมงาน “โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน ประจำปี 2568” เพื่อร่วมสืบสานวัฒนธรรมล้านนา และสัมผัสบรรยากาศแห่งศรัทธาและความงดงามของโคมล้านนาที่ส่องแสงสว่างทั่วเมืองลำพูน

แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าว จังหวัดลำพูน รายงาน

เทศบาลตำบลหนองมะโมง จัดกิจกรรม “การปลูกข้าวปลอดสารพิษ ทุกชีวิตปลอดภัย”

28 มิถุนายน 2568 เวลา 09.00 น. ณ ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารน้ำใต้ดิน (ภาคกลาง) หมู่ที่ 1 ตำบลหนองมะโมง อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท เทศบาลตำบลหนองมะโมง จัดกิจกรรม “การปลูกข้าวปลอดสารพิษ ทุกชีวิตปลอดภัย” ด้วยสารสกัด Mbio รับรองโดย NiAสำนักงานนวตกรรมแห่งชาติโดยได้รับเกียรติจาก ดร.ชนยา พูลภักตร์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส โครงการบริหารจัดการนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นประธานในพิธีเปิด
ในการนี้ ณ.วันที่3ตุลาคม2568 แปลงนาข้าวสายพันธุ์หอมมลิ105ครบ 3เดือน 5วัน ต้นข้าวเริ่มตั้งท้องแล้วตามภาพดังกล่าวนี้

กีฬา – กรีฑา นักเรียน หนองมะโมงเกมส์ ครั้งที่ 21

วันที่ 3 ตุลาคม 2568 เวลา 15.45 น. นายกชูชีพ สุพบุตร นายกเทศมนตรีตำบลหนองมะโมง เป็นประธานในพิธีปิด การแข่งขันกีฬา – กรีฑา นักเรียน รายการ หนองมะโมงเกมส์ ครั้งที่ 21 ประจำปีการศึกษา 2568 ที่จัดขึ้นในวันที่ 30 กันยายน 2568 – 3 ตุลาคม 2568

โดยมี ผอ.จำนงค์ คลังสิน หัวหน้าศูนย์ประสานงานทางการศึกษาอำเภอหนองมะโมง เป็นผู้กล่าวรายงาน ในการนี้ นายกชูชีพ สุพบุตร นายกเทศมนตรีตำบลหนองมะโมง ได้กล่าวชื่นชมคณะกรรมการจัดการแข่งขัน คณะครู นักเรียน และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน ทึ่จัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้อย่างสมบูรณ์ และแสดงความยินดีกับนักกีฬาทุกคน ที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันด้วยความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย คือหัวใจนักกีฬา

‘สืบภาค1’ลุยค้น รวบแก๊งปลอมป้ายต่อภาษีรถยนต์ขายผ่านออนไลน์


2 ตุลาคม 2568 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 (ผบก.สส.ภ.1) , พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล ฐ พ.ต.อ.พีรศักดิ์ รอดบน รอง ผบก.สส.ภ.1 , พ.ต.อ.มณเทียร เบ้าทอง รอง ผบก.ปฏิบัติราชการ บก.สส.ภ.1 , พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มะอักษร , พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส.ภ.1 ชุดตรวจค้นนำโดย พ.ต.อ.นภธร วาชัยยุง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1 , พ.ต.ต.เกริกเกียรติ ฮวดกุล สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1 พร้อมกำลัง กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1 นำหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการ ลงวันที่ 30 ก.ย.68 เข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ

พร้อมจับกุมชาย ในความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารราชการ โดยการจัดทำและจำหน่ายป้ายต่อภาษีรถยนต์ขายผ่านออนไลน์
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ บก.สส.ภ.1 สืบสวนพบว่ามีการกระทำความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารราชการ โดยการจัดทำและจำหน่ายป้ายต่อภาษีรถยนต์ ผ่านช่องทางเข้าเว็บไซต์ มีพฤติการณ์ประกาศโฆษณาและรับปลอมแปลงแผ่นป้ายทะเบียนและแผ่นป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษี ผ่านสื่อออนไลน์ซึ่ง ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึง จึงได้ทำการล่อซื้อแผ่นป้ายทะเบียนและแผ่นป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษี และได้โอนเงินชำระค่าสินค้า จากบัญชีธนาคารกรุงไทยซึ่งเป็นบัญชีของสายลับ ไปยังบัญชีธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชีนี้ เมื่อวันที่ 14 ก.ย.68 เป็นจำนวนเงิน 4,500 บาท เมื่อได้ทำเอกสารเสร็จแล้ว ตนจะเรียกไรเดอร์นำเอกสารราชการปลอมไปส่งพัสดุที่ร้านที่เคยส่งประจำ
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านพัก พบรถยนต์ยี่ห้อทะเบียนกรุงเทพมหานคร ที่ใช้ขับไปส่งพัสดุให้กับไรเดอร์และใช้ขับในชีวิตประจำวัน จอดอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว ทำให้เชื่อว่า พักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อขออนุมัติหมายค้น

ซึ่งศาลจังหวัดสมุทรปราการ อนุมัติหมายค้น ต่อมาวันที่ 1 ต.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการ เข้าตรวจค้นบ้านพัก พบ อยู่ในบ้าน จึงทำการตรวจค้นพบของกลางหลายรายการ เช่น แบบฟอร์มของป้ายภาษีรถยนต์ , บัตรประชาชน และใบอนุญาตขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยใช้โปรแกรมแต่งภาพในคอมพิวเตอร์
เจ้าหน้าที่ยังได้ทำการตรวจสอบป้ายแสดงการเสียภาษีกรมขนส่งทางบกของรถยนต์ พบว่ามีลักษณะการติดกระดาษปี 2568 ทับปี 2566 (เลขเดิม) อันมีเจตนาหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้อมูลการเสียภาษีของรถยนต์คันดังกล่าวพบว่าสิ้นสุดเสียภาษีวันที่ 23 พ.ย.2566
จากการสอบถาม ยอมรับว่า ตนทำการปลอมเอกสารราชการและใช้ป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์อันเป็นเอกสารราชการปลอมจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ตรวจยึดสิ่งของดังกล่าวไว้เป็นของกลางได้แจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาให้ ทราบว่า กระทำความผิดฐาน “ปลอมและใช้เอกสารทางราชการปลอม” พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ปทุมธานี ผู้ว่าฯคนใหม่รับงานวันแรกลงลุยน้ำท่วม 2 อำเภอ

ปทุมธานี ผู้ว่าฯคนใหม่รับงานวันแรกลงลุยน้ำท่วม 2 อำเภอ ให้กำลังใจชาวบ้านและเจ้าหน้าที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 สถานการณ์น้ำท่วม ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ยังพบว่าน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาวันนี้ น้ำได้เอ่อสูงขึ้นกว่าทุกวันที่ผ่านมา โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอสามโคก หลายๆตำบล และพื้นที่ของอำเภอเมืองปทุมธานี ที่มีบ้านเรือนอยู่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยังคงได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีหน่วยงาน ทีองถิ่นทั้งในส่วนของพื้นที่ทั้งภาครัฐและเอกชน ก็ได้มีการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นการมอบถุงยังชีพ หรือของใช้ที่จำเป็นในครัวเรือน รวมทั้งบางพื้นที่ชาวบ้านก็ต้องการสะพานไม้ ไว้สำหรับเป็นทางเดินเพือความสะดวก
ล่าสุดเมื่อช่วงสายวันนี้ (2 ต.ค.68) นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ที่พึ่งจะมารับตำแหน่งเมื่อวานนี้ พร้อมนายดงพล รุจิธรรมธัช ปลัดจังหวัดปทุมธานี ได้ลงพื้นที่บริเวณชุมชนวัดเจดีย์ทอง หมู่ที่ 1 และ หมู่ที่ 4 ตำบลคลองควาย และ ชุมชนวัดกร่าง หมู่ที่ 1 – 3 ตำบลบางกระบือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี เพื่อมาเยี่ยม ประชาชน ผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ รวมทั้ง มาเพื่อให้กำลังใจกับชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ ที่คอยให้ความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานจาก ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่น สาธารณสุข อสม. และทหารจากกองทัพบก นอกจากนี้ยังนำถุงยังชีพมามอบให้กับผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มผู้เปราะบาง โดยมี นายศรัณย์ เกตุทอง นายอำเภอสามโคก นายยอด ภู่เฉลิมตระกูล นายก อบต.คลองควาย นายสายชล ภู่เฉลิมตระกูล กำนันตำบลคลองควาย นางสาววันเพ็ญ ก้อนทอง นายก อบต.บางกระบือ นางรัชนี นิ่มพฤติ กำนันตำบลบางกระบือ และหัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้นำพาและรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เพื่อให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ได้รับทราบ
สำหรับในพื้นที่ชุมชน วัดเจดีย์ทอง ซึ่งมีบ้านเรือน หยุดใต้ริมแม่น้ำ เจ้าพระยาที่ได้รับผลกระทบ จาก น้ำท่วมในครั้งนี้มานานกว่า 1 เดือน โดยเฉพาะบริเวณทางเดิน น้ำท่วมสูงถึง 3 เมตร โดยบริเวณดังกล่าว มีบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ ประมาณ 60 – 70 ครัวเรือน และถ้ารวมถึงในเขตพื้นที่ ของชุมชนวัดกร่าง มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนนับร้อยหลังคาเรือน แต่ส่วนใหญ่ ชาวบ้านนั้น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้อยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นการยกของขึ้นที่สูงและคอยติดตามข่าวคราว จากทางราชการตลอดเวลา นอกจากนี้ชาวบ้านยังขอให้ทางผู้ว่าการจังหวัดปทุมธานีได้มีการประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ เรือบรรทุก เรือลากจูง ขอให้ลดความเร็ว เนื่องจาก แรงคลื่นของเรือ ได้สร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำเป็นจำนวนมาก
หลังจากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ก็ได้เดินทางต่อไปยัง วัดชินวรารามวรวิหาร ตำบลบางขะแยง อำเภอเมืองปทุมธานี เพื่อไปเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจชาวบ้าน ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม เช่นกัน

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม รายงาน

1 ยึดมั่น 6 เร่งรัด 9 ก้าวหน้า

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการรับผิดชอบงานแถลงข่าว ประชาสัมพันธ์ข่าว เปิดเผยว่า

วันที่ 2 ต.ค. 68 งานประชาสัมพันธ์ ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในเพจ Facebook ของ ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 5 เรื่อง คือ

1.) 🇹🇭 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบนโยบายบริหารราชการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปี 2569

“1 ยึดมั่น 6 เร่งรัด 9 ก้าวหน้า”
.
1 ยึดมั่น
“ยึดมั่น” ในการพิทักษ์ ปกป้อง รักษา เทิดทูน สถาบัน และความสงบเรียบร้อยของคนในชาติ
.
ข้าราชการตำรวจทุกนาย ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องยึดมั่น ในภารกิจที่สำคัญสูงสุด คือ การปกป้องเทิดทูน พิทักษ์ รักษา สถาบันหลักของชาติ โดยถือว่าเป็นภารกิจที่จะต้องปฏิบัติ ห้ามมิให้เกิดข้อบกพร่องขึ้นได้ และยังเป็นหน้าที่ของชาวไทยทุกคนที่จะพิทักษ์รักษาไว้ ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
.
ตำรวจทุกนายจะต้อง ยึดมั่น ทำหน้าที่ปกป้อง สถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาติ ให้มั่นคงและอยู่คู่กับระบอบประชาธิปไตย และเป็นกลไกของรัฐในการรักษาความสงบเรียบร้อยของคนทุกคนในชาติของเรา ให้เกิดความสามัคคี เป็นปึกแผ่น

พิทักษ์1

1ยึดมั่น6เร่งรัด9ก้าวหน้า

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

Royalthaipolice

2.) 📍นโยบายบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปี 2569
“1 ยึดมั่น 6 เร่งรัด 9 ก้าวหน้า” นโยบาย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
.
🚨6 เร่งรัด
1 ขับเคลื่อน ส่งเสริมโครงการพระราชดำริ
2 ปรับปรุงสวัสดิการตำรวจ และครอบครัว
3 พัฒนางานสอบสวน
4 ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม
5 กวดขัน เสริมสร้างวินัยจราจร
6 วางแผน เตรียมการด้านสาธารณภัย

พิทักษ์1

1ยึดมั่น6เร่งรัด9ก้าวหน้า

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

Royalthaipolice

3.) 🚨พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบนโยบายบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปี 2569
“1 ยึดมั่น 6 เร่งรัด 9 ก้าวหน้า”
.
9 ก้าวหน้าได้ด้วย STEP
Smart : ฉลาด ทันสมัย สง่างาม
Transparency : โปร่งใส ตรวจสอบได้
Efficiency : ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
People : ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
.
9 ก้าวหน้า “เราจะก้าวไปด้วยกัน”
1 One Police : จะต้องพัฒนา รวบรวม ระบบงานเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ไว้ด้วยกัน เพื่อความสะดวกต่อการใช้งาน
.
2 เทคโนโลยีการตรวจและวิเคราะห์อาชญากรรม : งานป้องกันปราบปราม ต้องปรับรูปแบบการทำงานสายตรวจ กำชับการตรวจตราที่โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ ในการตรวจ แจ้งเหตุ และวิเคราะห์สถานภาพอาชญากรรม ร่วมกับข้อมูลในพื้นที่ การเป็นสายตรวจอัจฉริยะ นำฐานข้อมูลมาเชื่อมต่อกับระบบและใช้การตรวจสอบสายตรวจด้วย AI และเน้นการฝึกยุทธวิธี ยานพาหนะ อาวุธ เครื่องมือครบ มีอุปกรณ์ที่ทันสมัย มีขีดความสามารถในการเข้าระงับ ยับยั้งเหตุร้ายแรง ได้ในระดับ สน. และ บก. การเข้าถึงประชาชนด้วยการแสดงกำลัง Stop Walk Talk
.
3 ฐานข้อมูล Big Data ในงานสืบสวน : จะต้องมีระบบการรวบรวมฐานข้อมูล เครือข่าย ผู้กระทำความผิด จัดทำฐานข้อมูล Big Data ในงานสืบสวน และง่ายต่อการใช้งาน มีระบบเทคโนโลยีในการช่วยวิเคราะห์ข้อมูลด้านงานสืบสวน และสามารถนำข้อมูลการสืบสวนมาใช้เป็นพยานหลักฐานขั้นต้น เพื่อออกหมายค้น หมายจับ โดยเร็ว มีความน่าเชื่อถือ และมีลักษณะเป็นรายงานการสืบสวนที่เจ้าหน้าที่จัดทำ
.
4 พัฒนาแก้ไขปัญหางานสอบสวน : จะต้องพัฒนางานสอบสวนให้มีช่องทางการเจริญเติบโตที่ชัดเจนพนักงานสอบสวนจะต้องทำงานน้อยลง โดยมีผู้ช่วยพนักงานสอบสวน มีระบบเทคโนโลยีมาใช้ในการทำสำนวนที่มีความปลอดภัยกับข้อมูลส่วนบุคคล และจะต้องเพิ่มอัตราพนักงานสอบสวนใน บช. ที่ต้องเข้าไปแก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่สำคัญ
.
5 วางระบบจราจร สื่อสารกับประชาชน : พัฒนา วางระบบจราจร แก้ไขปัญหาการสื่อสารระหว่าง ตำรวจจราจรกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส กำหนดมาตรการ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด การบริหารงานจราจร และบังคับคับใช้กฎหมาย ด้วยระบบเทคโนโลยี ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสริมสร้าง วินัยจราจร และ มีขั้นตอนปฏิบัติงาน (SOP) ของตำรวจจราจรในการบังคับใช้กฎหมาย ที่มีมาตรฐาน คำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ และประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน
.
6 พัฒนาระบบรับเรื่องร้องทุกข์ของตำรวจและประชาชน : พัฒนาสถานีตำรวจให้มีพื้นที่และจัดสัดส่วนพื้นที่การให้บริการประชาชน พัฒนาระบบรับเรื่องร้องทุกข์ของตำรวจและประชาชน การพัฒนาระบบ Jcoms ให้รองรับการร้องเรียนและการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ปรับเปลี่ยนรูปแบบการตรวจสถานีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
.
7 นำเครื่องมือพิเศษมาสนับสนุนงานความมั่นคง : พัฒนางานด้านการข่าว ปรับแผนในพื้นที่ จชต. ด้วยเทคโนโลยี และการปราบปรามคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในลักษณะที่เป็นเครือข่าย องค์กรอาชญากรรม และการเชื่อมโยงฐานข้อมูลหมายจับ ข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลที่บุคคลต้องห้าม/เฝ้าระวัง การนำเครื่องมือพิเศษ มาสนับสนุนภารกิจ งานความมั่นคงให้ครบทุกมิติ
.
8 มีคุณธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ : การติดตาม และตรวจสอบการทำงานของตำรวจ ความพึงพอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน เรื่องนี้เป็นเรื่องนามธรรม แต่เป็นสิ่งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องวางกรอบ กติกา การทำงานให้เป็นรูปธรรม มีการตรวจสอบอย่างเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีมาสนับสนุน วางระบบในการควบคุม พฤติกรรมของข้าราชการตำรวจ ให้อยู่ในกรอบประพฤติ สนับสนุน การตรวจสอบ ITA และการดำเนินการเรื่องร้องเรียน วินัย ข้าราชการตำรวจ อย่างเป็นระบบ
.
9 Service Mind : MINDSET ที่สำคัญที่สุด ในการทำงานตำรวจ คือ ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ประชาชนคือตำรวจ เน้นการบริการ มีหัวใจ Service Mind

พิทักษ์1

1ยึดมั่น6เร่งรัด9ก้าวหน้า

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

Royalthaipolice

4.) 👮‍♂️🇹🇭 “ตำรวจไทยต้องก้าวไปข้างหน้า
เป็นองค์กรที่นำสมัย มีประสิทธิภาพ
และครองใจประชาชน”
พิทักษ์ ๑
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( 1 ตุลาคม 2568 )

พิทักษ์1

1ยึดมั่น6เร่งรัด9ก้าวหน้า

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

Royalthaipolice

5.) #พิธีรับส่งมอบหน้าที่ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1
.
🗓️ วันที่ 1 ต.ค. 68 เวลา 07.29 น.
👮‍♂ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1
👮‍♂ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท.
🚨 ร่วมพิธีรับส่งมอบหน้าที่ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1)
📌 โดยมี คณะรอง ผบช.ภ.1, ผบก.ในสังกัด ภ.1 และข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1 เข้าร่วมพิธีฯ ณ ตำรวจภูธรภาค 1
.
ซึ่งมีกำหนดการพิธีรับส่งมอบหน้าที่ ผบช.ภ.1 ดังนี้
▶️ เวลา 06.59 น. พิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตำรวจภูธรภาค 1 ของ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท.
▶️ เวลา 07.29 น. พิธีรับส่งมอบหน้าที่ ผบช.ภ.1 ณ บริเวณหน้าอาคารที่ทำการ ภ.1
▶️ เวลา 07.49 น. พิธีลงนามบันทึกรับส่งมอบหน้าที่ ผบช.ภ.1 ณ ห้องประชุมเอราวัณ ชั้น 3 อาคาร ภ.1
.
🔹 ผบช.สอท. ได้กล่าวแสดงความยินดีกับผู้บัญชาการคนใหม่ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า ตำรวจภูธรภาค 1 จะยังคงเป็นกำลังสำคัญในการดูแลความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของประชาชนใน 9 จังหวัดภาคกลางอย่างเข้มแข็งต่อไป
🔹 ผบช.ภ.1 กล่าว “ขอขอบคุณท่าน พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร สำหรับการจัดพิธีส่งมอบหน้าที่อย่างสมเกียรติ พร้อมการต้อนรับอย่างอบอุ่น ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจให้มาดำรงตำแหน่งนี้ และขอยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ภายใต้กรอบของกฎหมายและระเบียบราชการ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ทุกคน”
.
📍 พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ยังเน้นย้ำว่า จะเร่งลงพื้นที่เพื่อพบปะประชาชน รับฟังปัญหา และร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมให้กลับคืนมา
📍 “ตำรวจจะไม่ใช่เพียงแค่ผู้บังคับใช้กฎหมาย แต่ต้องเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งในยามปกติและยามวิกฤติ”
.

ฝ่ายอำนวยการ5 #ตำรวจภูธรภาค1 #สํานักงานตํารวจแห่งชาติ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้างอนาคตเด็กไทย

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้างอนาคตเด็กไทย มอบทุนการศึกษาในระดับชั้นประถม และทุนฯ ทุกระดับปีสุดท้าย (ทุนสัญจร) แก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ 5 จังหวัดภาคเหนือ รวมงบฯ กว่า 2.25 ล้านบาท
.
วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2568) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายนิพนธ์ ลีละศิธร กรรมการ นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ นำทีมลงพื้นที่มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา และทุนฯ ทุกระดับปีสุดท้าย (ทุนสัญจร) ประจำปี พ.ศ. 2568 แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ 5 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง และ แม่ฮ่องสอน โดยมีจังหวัดเชียงใหม่เป็นจุดศูนย์กลางในการมอบทุนฯ รวม 53 สถาบัน 265 ทุน รวมเป็นเงินจำนวน 2,255,000 บาท (สองล้านสองแสนห้าหมื่นห้าพันบาทถ้วน) เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมตามที่มุ่งหวัง เติบโตพร้อมมีวิชาความรู้ สร้างอนาคตของตนเองและครอบครัว เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง โดยมี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะมูลนิธิเชียงใหม่สามัคคีการกุศล เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี ณ ห้องประชุมโรงเรียนช่องฟ้าซินเซิงวาณิชบํารุง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
..
นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ เปิดเผยว่า การมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต และนักศึกษา เยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นหนึ่งในนโยบายหลักในงานสังคมสงเคราะห์ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ดำเนินการมาแล้วเป็นเวลากว่า 50 ปี สนับสนุนให้เยาวชนมีโอกาสเท่าเทียมทางการศึกษา โดยไม่ต้องละทิ้ง หรือยุติการศึกษาเพราะขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยในปี พ.ศ. 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดสรรงบประมาณในการมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เป็นจำนวนเงินกว่า 17.8 ล้านบาท
.
ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงการพัฒนาด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
.
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านที่ร่วมบริจาคสมทบทุนงานสาธารณกุศลต่างๆ กับทางมูลนิธิฯ “ทุกบาท ทุกสตางค์ ที่ท่านบริจาค สามารถร่วม ช่วยชีวิต รักษาชีวิต และสร้างชีวิต นับล้านชีวิต”
.
ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung
.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

“เหมาไถ” ใช้เครื่องดื่มเป็นสื่อกลาง สานสัมพันธ์วัฒนธรรมจีน-ไทย

“เหมาไถ” จัดกิจกรรม “กุญแจไร้พรมแดน: ร่วมรังสรรค์ตะวันออก” ที่กรุงเทพฯ ใช้เครื่องดื่มเหมาไถเป็นสื่อกลาง สานสัมพันธ์วัฒนธรรมจีน-ไทย

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — ระหว่างวันที่ 27-29 กันยายน 2568 แผนกงานผู้สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมนานาชาติ บริษัท ไชน่า เหมาไถ ได้จัดกิจกรรมในซีรีส์ “กุญแจไร้พรมแดน : ร่วมรังสรรค์ตะวันออก” อย่างยิ่งใหญ่ ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย โดยมีผู้สืบทอดแบรนด์เหมาไถจากจีนและต่างประเทศ ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ผู้นำภาคธุรกิจ และบุคคลสำคัญในแวดวงวัฒนธรรม เข้าร่วมอย่างคับคั่ง เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างจีนและไทย โดยมีเครื่องดื่ม “ไป๋จิ่ว” เป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยง

ในช่วงการสนทนากับตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย คณะผู้แทนจากเหมาไถได้เรียนรู้เชิงลึกเกี่ยวกับ พฤติกรรมผู้บริโภค และลักษณะช่องทางจำหน่ายในตลาดไทย พร้อมหารือแนวทางการปรับผลิตภัณฑ์เหมาไถให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น การจับคู่รสชาติเหล้ากับอาหารไทยเพื่อเสริมรสชาติให้ลงตัวมากยิ่งขึ้น

ต่อจากนั้น คณะฯ ได้เดินทางเยี่ยมเยียน หอการค้าไทย-จีน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับศิลปะการกลั่นสุราเหมาไถ และแบ่งปันคุณค่าอันเป็นหัวใจของแบรนด์

ในกิจกรรมยังได้จัดงานสัมมนา “ผู้สืบทอดเหมาไถจากจีนและต่างประเทศ ครั้งที่ 1” โดยมุ่งเน้นหัวข้อ “การสร้างแบรนด์ระดับสากล” ซึ่งผู้สืบทอดได้เสนอแนวทาง “นวัตกรรมตามบริบทท้องถิ่น” เช่น การใช้เทศกาลสำคัญของประเทศต่าง ๆ เป็นโอกาสในการสื่อสารแบรนด์ และการใช้สื่อวิดีโอสั้นเพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ในต่างประเทศ พร้อมเน้นย้ำว่า การสืบทอดฝีมือและภูมิปัญญาคือรากฐานสำคัญ ขณะที่การสื่อสารเชิงวัฒนธรรมและนวัตกรรมด้านการตลาดจะเป็นกุญแจในการขับเคลื่อนแบรนด์สู่ระดับโลก

ในงานเลี้ยงอาหารค่ำภายใต้ธีมวัฒนธรรม ผู้สืบทอดเหมาไถกล่าวว่า “ในอนาคต แบรนด์จะมุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมโยงทั้งในเชิงวัฒนธรรมและอารมณ์กับผู้บริโภคทั่วโลก ผ่านการจัดนิทรรศการวัฒนธรรม กิจกรรมเพื่อสังคม และโครงการเพื่อสาธารณประโยชน์ โดยผู้ร่วมงานต่างรู้สึกประทับใจในเสน่ห์ของเหมาไถ ที่ถ่ายทอดโดยผู้บรรยายด้านวัฒนธรรม และกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า เหมาไถคือแบรนด์ที่ผสานทั้งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไว้อย่างกลมกลืน

กิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเหมาไถ ในการลงลึกตลาดประเทศไทย โดยใช้การแลกเปลี่ยนอย่างเข้าใจในบริบทท้องถิ่นควบคู่กับนวัตกรรมทางวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมการสนทนาเชิงอารยธรรมระหว่างภูมิปัญญาการกลั่นแบบดั้งเดิมของจีนกับวัฒนธรรมไทย และช่วยเสริมพลังใหม่ให้กับการขยายตัวของแบรนด์เหมาไถในระดับนานาชาติ