Blog

อบรมนักข่าวป้ายแดง“นักเรียนเตรียมอุดม”

ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนาได้รับเกียรติให้ ฝึกอบรมนักข่าวป้ายแดง
“นักเรียนเตรียมอุดม” คัดเลือกเป็น 1ในทีม #ทูตประชาสัมพันธ์นานาชาติ

#ผอฝ่ายประชาสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

กล่าวไว้ 9/10/2025 ..ขอขอบคุณ #ผอ.
#ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา ประเทศไทย

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชาวบ้านจากเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงบฯ กว่า 4.6 แสนบาท ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์ มอบเงินช่วยเหลือกรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังจากเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา
.
วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2568) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ พร้อมด้วย นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนายชุมพล บุญภักดี ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสาธารณภัย นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มอบเงินช่วยเหลือแก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ได้รับผลกระทบกรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา หลังละ 12,000 บาท รวมจำนวน 32 หลัง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 384,000 บาท (สามแสนแปดหมื่นสี่พันบาทถ้วน) โดยมี อาสาสมัครเฉพาะกิจ ร่วมในพิธี พร้อมด้วย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ คณะผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ เป็นผู้สำรวจ ประสานงาน และร่วมในพิธี ณ ที่ว่าการอำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ
.
โดยวานนี้ (วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568) มูลนิธิฯ ได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานีที่ได้รับผลกระทบกรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว รวม 4 หลัง ณ ที่ว่าการอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี และในวันพรุ่งนี้ (วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2568) มูลนิธิฯ กำหนดลงพื้นที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบเงินช่วยเหลือให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบกรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว จำนวน 3 หลัง ณ ที่ว่าการอําเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เป็นลำดับถัดไป
.
รวมงบประมาณดำเนินการมอบเงินช่วยเหลือชาวอุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์ กรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังจากเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งสิ้น 468,000 บาท (สี่แสนหกหมื่นแปดพันบาทถ้วน)
.
เมื่อเกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ได้เร่งมอบหมายให้คณะกรรมการ นำทีมสาธารณภัยลงพื้นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อมอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น ให้แก่ผู้อพยพจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากนั้นได้เข้ามอบเงินปลอบขวัญนายละ 10,000 บาท พร้อมกระเช้าสุขภาพ ให้แก่ทหารกล้าและประชาชนที่บาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่พักรักษาตัวอยู่ ณ โรงพยาบาลในขณะนั้น และล่าสุดมูลนิธิฯ ได้ดำเนินการมอบเงินช่วยเหลือกรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังๆ ละ 12,000 บาท รวมงบประมาณที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อธารน้ำใจจากผู้มีจิตศรัทธา สู่ทหารกล้าและประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา นับตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบันคิดเป็นมูลค่ากว่า 5.3 ล้านบาท ซึ่งมูลนิธิฯ ยังคงติดตามสถานการณ์เพื่อพิจารณาการให้ความช่วยเหลือตามนโยบายการดำเนินงานของแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งต่อไป
.
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป และขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่-อาสาสมัครทุกท่าน ทุกหน่วย ที่ปฏิบัติภารกิจ รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และขอให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ววัน
.
ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung
..

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

ป่อเต็กตึ๊ง ยึดมั่นอุดมการณ์ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต

ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด

เทศบาลตำบลหนองมะโมง ร่วมประเพณีตักบาตรเทโว

วันที่ 9 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป นายกชูชีพ สุพบุตร นายกเทศมนตรีตำบลหนองมะโมง พร้อมด้วย สจ.นาวิน พยัคมาก สจ.เขต 1 , นายจตุรพร จบศรี รองนายกเทศมนตรีตำบลหนองมะโมง นายประเสริฐ พิณประพัศ ที่ปรึกษานายกฯ , นายประมวล อินทร์เกษร ที่ปรึกษา(พิเศษ) นายกฯ , สมาชิกสภาเทศบาลตำบลหนองมะโมง ทั้ง 2 เขต ,กำนันทัศ เพ็งพัด กำนันตำบลหนองมะโมง และ ผู้นำท้องที่ เข้าร่วมประเพณีตักบาตรเทโว ณ วัดบ้านบ่อ(ยาบส้ม) หมู่ที่ 3 ตำบลหนองมะโมง ซึ่ง มีนายชวลิต อินทร์ฉาย ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งพี่น้องชาวบ้านบ่อยายส้ม และพี่น้องบ้านใกล้เรือนเคียง เข้าร่วมบุญในครั้งนี้

2 หนุ่มพนักงานเซเว่นฯ ช่วยชีวิตคนจากอุบัติเหตุรุนแรง

2 หนุ่มพนักงานเซเว่นฯ รีบเข้าช่วยยกรถช่วยชีวิตพนักงานคาร์แคร์จากอุบัติเหตุรุนแรง
.
เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นที่ร้านคาร์แคร์ ข้างร้าน 7-Eleven สาขาถนนวิฑูรย์ดำริ–บ้านบึง (REU19598) จ.ชลบุรี ขณะพนักงานคาร์แคร์กำลังช่วยโบกรถขึ้นแท่นล้างรถ แต่เกิดพลาด รถยนต์พุ่งชนและตกทับร่างเพื่อนร่วมงานจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
.
พี่วิษณุพงษ์ และ พี่มังกร คงในขาว พนักงานร้าน 7-Eleven ที่เห็นเหตุการณ์ รีบวิ่งเข้าไปช่วยทันที โดยพยายามยกรถออกจากผู้บาดเจ็บ พร้อมแจ้งหน่วยกู้ชีพเข้ามาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน จนสามารถนำตัวส่งโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย
.
“ตอนนั้นผมตกใจมาก เพราะพี่ที่บาดเจ็บเป็นลูกค้าประจำของร้าน คิดอย่างเดียวว่าต้องช่วยให้ได้ครับ” — พี่วิษณุพงษ์ กล่าว น้องเปาขอชื่นชมพี่พนักงานเซเว่นฯทั้ง 2 คนมากๆนะคะ พี่ๆไม่ใช่แค่พนักงานร้านสะดวกซื้อ…แต่คือคนที่พร้อมช่วยเหลือทุกคนในยามเดือดร้อน ปรมมือให้ฮีโร่ของเราด้วยน้าาาา
#DNAความดี24ชั่วโมง #แสนคนแสนความดี

CJAT توحد جهودها مع منظمات إخبارية أخرى (منظمات إخبارية في العديد من مدن تايلاند) News-Town.com

CJAT توحد جهودها مع منظمات إخبارية أخرى (منظمات إخبارية في العديد من مدن تايلاند) News-Town.com ليس فقط الموقع الرئيسي، بل تتعاون مع العديد من الصحفيين الخبراء في جميع أنحاء تايلاند. أسسها السيد سيروج مينغكوان، رئيس CJAT. كان أحد أبرز الصحفيين في تايلاند. عمل صحفيًا في إحدى الصحف التايلاندية الشهيرة “Thairath” الأكثر مبيعًا في تايلاند. تدربت السيدة أوراوان بونياثادا لتصبح خبيرة صحفية. درست السيدة أوراوان بونياثادا بكالوريوس فنون الاتصال في تخصص الصحافة في إحدى جامعات بانكوك، تايلاند في ذلك الوقت.

CJAT Combines forces with another (ผนึกกำลัง)News organizations (News Organizations in many cities in Thailand

CJAT Combines forces with another (ผนึกกำลัง)News 📰 organizations (News Organizations in many cities in Thailand 🇹🇭📰)News -Town .com not just only main website but collaborating with many experts journalists around Thailand .Established by Mr.Siroj Mingkwan
President of CJAT. He was one of strong Journalist skills in Thailand. He was x journalist from one of famous Thai newspapers Best seller newspaper of Thailand “Thairath “


Ms.Orawan Boonyathada was trained to be Expert in Journalist
Ms. Orawan Boonyathada was studied Bachelor’s Communication Art in Journalism Major at one of the University in Bangkok ,Thailand that time .

FIA Asia Congress 2025 ที่เชียงใหม่ ไทยเป็นเจ้าภาพยกระดับมาตรฐานมอเตอร์สปอร์ตเอเชีย

FIA Asia Congress 2025 ที่เชียงใหม่ ไทยเป็นเจ้าภาพยกระดับมาตรฐานมอเตอร์สปอร์ตเอเชีย สู่ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมระดับโลก

วันที่ 8 ตุลาคม 2568 — สมาพันธ์กีฬาแข่งรถนานาชาติ หรือ Fédération Internationale de l’Automobile (FIA) ร่วมกับ ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ (ร.ย.ส.ท.) เปิดการประชุมระดับภูมิภาค “FIA Asia – Congress 2025” อย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่แม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่

โดยมีผู้แทนจากกว่า 25 ประเทศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เข้าร่วม อาทิ ผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรด้านมอเตอร์สปอร์ต การขนส่ง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนจากต่างประเทศ

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–10 ตุลาคม 2568 มี นายโมฮัมเหม็ด เบน ซูลาเยม (Mohammed Ben Sulayem) ประธานสมาพันธ์กีฬาแข่งรถนานาชาติ (FIA) และ นายพฤฒิรัตน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ นายกราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ ร่วมเป็นประธานเปิดงาน

นายพฤฒิรัตน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ กล่าวว่า การที่ FIA เลือกประเทศไทยเป็นเจ้าภาพประชุมระดับภูมิภาคครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะ “ศูนย์กลางมอเตอร์สปอร์ตในเอเชีย” ที่มีศักยภาพทั้งด้านบุคลากร สนามแข่งขัน และความพร้อมด้านเทคโนโลยี

“การแข่งขันยานยนต์ไม่ใช่เรื่องของความเร็วเท่านั้น แต่คือรากฐานของความปลอดภัยบนท้องถนน ทั้งหมวกกันน็อก ชุดกันไฟ หรือเข็มขัดนิรภัย ต่างถูกพัฒนาและต่อยอดจากวงการมอเตอร์สปอร์ต” นายพฤฒิรัตน์ กล่าว

พร้อมกันนี้ ยังได้เชิญชวนผู้สนใจสมัครเป็นสมาชิกของ ร.ย.ส.ท. ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 5,000 คนทั่วประเทศ

ด้าน นายโมฮัมเหม็ด เบน ซูลาเยม ประธาน FIA กล่าวถึงเป้าหมายของการประชุมว่า
FIA Asia Congress 2025 มุ่งสร้างมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ทั้งด้าน ความปลอดภัยในการแข่งขัน, การลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม, และ การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงส่งเสริมการออกแบบเมืองและระบบขนส่งที่ยั่งยืน

“กีฬาแข่งรถในวันนี้ต้องสะอาด ปลอดภัย และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง” ประธาน FIA กล่าว

นอกจากนี้ FIA ยังผลักดันนโยบาย “Safe Helmets for Asia Pacific” เพื่อยกระดับมาตรฐานหมวกกันน็อกในภูมิภาค ลดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนน และส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยให้แพร่หลาย

ในระดับสากล FIA ได้ร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยี Siemens เปิดตัวโครงการ “Digital Twin” จำลองแบบรถแข่งในโลกเสมือนจริง เพื่อลดการสร้างต้นแบบจริงและลดมลพิษจากการผลิต ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการแข่งรถยุคใหม่

ขณะเดียวกัน FIA ยังประกาศใช้กฎ “Heat Hazard” ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ระหว่างการแข่งขัน Formula 1 Singapore GP 2025 เพื่อคุ้มครองนักแข่งจากความร้อนและความชื้นสูง โดยอนุญาตให้ใช้เสื้อระบายความร้อนและเทคโนโลยีควบคุมอุณหภูมิในห้องนักขับ

นอกจากนี้ ยังมีการต่อสัญญาความร่วมมือกับ Formula E ยาวถึงปี 2048 เพื่อยืนยันจุดยืนของ FIA ในการขับเคลื่อนมอเตอร์สปอร์ตไปสู่ “พลังงานสะอาด 100%” ในอนาคต

การประชุม FIA Asia Congress 2025 ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงบทบาทของประเทศไทยในเวทีมอเตอร์สปอร์ตโลกเท่านั้น แต่ยังสอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลไทย ที่ต้องการผลักดันประเทศสู่การเป็นศูนย์กลาง “ยานยนต์สมัยใหม่และพลังงานสะอาด” ในภูมิภาค

โดยมีการหารือถึงแนวคิดในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสนามแข่ง การสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ และการจัดกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยในเวทีโลก

การประชุม FIA Asia – Congress 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–10 ตุลาคม 2568
ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่แม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่
โดยมีผู้แทนจาก 25 ประเทศร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อยกระดับมาตรฐานมอเตอร์สปอร์ตให้ “ปลอดภัย เท่าเทียม และยั่งยืน” ไปพร้อมกันทั่วโลก

แทน ต่อสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน #รายงาน

เทศบาลตำบลบ้านกลาง จัดกิจกรรมตักบาตรเทโวโรหณะ

เทศบาลตำบลบ้านกลาง จัดกิจกรรมตักบาตรเทโวโรหณะ เนื่องในวันออกพรรษา ประจำปี 2568

วันที่ 8 ตุลาคม 2568 เทศบาลตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน จัดกิจกรรม ตักบาตรเทโวโรหณะ เนื่องในวันออกพรรษา ประจำปี 2568 ณ บริเวณตึกแถวหน้าร้านกาแฟโปโย่ (ตรงข้ามธนาคารออมสิน สาขานิคมอุตสาหกรรมลำพูน) ถึงบริเวณตลาดสันป่าฝ้าย

กิจกรรมดังกล่าวได้รับเกียรติจาก ว่าที่ร้อยตรีวัชระ กันแจ่ม นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ข้าราชการ พนักงานเทศบาล กลุ่มพุทธศาสนิกชน และประชาชนชาวตำบลบ้านกลาง เข้าร่วมทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ เพื่อสืบสานประเพณีทางพระพุทธศาสนาและส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในชุมชน

บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยและเปี่ยมด้วยศรัทธา โดยมีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลางได้พบปะทักทายประชาชนด้วยความเป็นกันเอง พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะและความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวจังหวัดลำพูนรายงาน

ลูกสิงโต มเหสี เริ่มกินอาหาร – เข้ากันได้กับทีมพี่เลี้ยงมากขึ้น

ลูกสิงโต มเหสี เริ่มกินอาหาร – เข้ากันได้กับทีมพี่เลี้ยงมากขึ้น ผ่อนคลายมากขึ้น

สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก จ.สุพรรณบุรี รายงานความคืบหน้าในการดูแลสิงโต เพศเมีย มเหสี ที่ถูกอายัดหลังหลุดออกมากัดเด็ก แล้วนำมาดูแลที่ ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก

ตลอดวันที่ 7 ต.ค. 68 สิงโตมเหสีกินอาหารได้ รวมทั้งหมด 3.6 กิโลกรัม ประกอบไปด้วย อกไก่ 3.3 กิโลกรัม และโครงไก่บด 0.3 กิโลกรัม โดยมีทีมพี่เลี้ยงจะคอยดูแลอย่างใกล้ชิด และแจ้งรายงานสัตวแพทย์ต่อไป เมื่อพบความผิดปกติของลูกสิงโตมเหสี แต่ยังคงต้องได้รับการกักโรคไว้ในกรงเลี้ยง เป็นระยะเวลา 7 วัน จึงสามารถปล่อยเดินเล่นในโซนที่เป็นคอก (สนาม) ได้

ปทุมธานี ผู้ว่าฯเป็นห่วงชาวบ้านริมแม่น้ำ

ปทุมธานี ผู้ว่าฯเป็นห่วงชาวบ้านริมแม่น้ำ ควงนายกเจี๊ยบ ลงชุมชนหน้าวัดบางหลวง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568 สถานการณ์น้ำท่วม ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ยังพบว่าน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ยังมีปริมาณน้ำมากขึ้นและเอ่อสูงขึ้นจนเริ่มเข้าทะลักตามชุมชนบางพื่นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอสามโคก และพื้นที่อำเภอเมืองปทุมธานี ที่ส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอยู่สองริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ขณะนี้ยังคงได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 1 เดือนแล้ว

ต่อมาเมื่อช่วงเย็นวันนี้ (6 ต.ค.) นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อม นายดงพล รุจิธรรมธัช ปลัดจังหวัดปทุมธานี น.ส.สุกาญญา ดีสวัสดิ์ (นายกเจี๊ยบ) นายกเทศมนตรีตำบลบางหลวง พร้อมทีมงาน รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ในชุมชนหน้าวัดบางหลวง ม.4 ต.บ้านฉาง อ.เมืองปทุมธานี ซึ่งเป็นเขตชุมชนที่มีพื้นที่ต่ำและอยู่ติดกับริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาโดยได้รับผลกระทบน้ำเอ่อท่วมสูงขึ้นกว่า 2 เมตร มานานกว่า 1 เดือน โดยเฉพาะชุมชนหน้าวัดบางหลวง มีบ้านเรือนประมาณ 150 หลังคาเรือน

เบื้องต้นทางเทศบาลตำบลบางหลวง โดย น.ส.สุกาญญา ดีสวัสดิ์ (นายกเจี๊ยบ) และทีมงาน ได้มีการลงพื้นที่คอยดูแลสอบถามและคอยช่วยเหลือชาวบ้านมาโดยตลอด รวมทั้งได้สร้างสะพานไม้เป็นทางเดินเข้าออกและต่อสะพานเข้าไปถึงในบ้านเพื่อจะได้ไม่ต้องเดินลุยน้ำ รวมทั้งนำถุงยังชีพไปช่วยเหลือเบื้องต้น

ทางด้านนายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี หลังจากเดินลุยน้ำเข้าไปพูดคุยมอบถุงยังชีพให้กับชาวบ้านโดยเฉพาะคนชราและผู้ป่วยติดเตียง หลังจากเยี่นมเสร็จแล้ว ก็ได้ให้สัมภาษณ์โดยกล่าวเปิดเผยว่า วันนี้ตนและหัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ได้ลงพื้นที่ เพื่อมาดูความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ยังอยู่ในช่วงทรงตัว หากไม่มีฝนตกมาเพิ่ม แต่ก็พบว่ามี 2 อำเภอที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม คืออำเภอสามโคกและอำเภอเมืองปทุมธานี โดยมีรายงานว่าประชาชน กว่า 3,000 หลังคาเรือน หรือสามหมื่นกว่าคน ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมในครั้งนี้ ซึ่งตนก็ได้สั่งการไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เตรียมความพร้อมและคอยให้ความช่วยเหลือกับพี่น้องประชาชนทุกคน โดยตนลงในพื้นที่ก็เพื่อจะมาดูความเสียหายและมาเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ ที่คอยปฏิบัติงานให้การช่วยเหลือกับชาวบ้านในครั้งนี้ แต่จากการที่มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นก็คาดว่า หากไม่มีฝนตกมาเพิ่มอีก สถานการณ์ในพื้นที่ก็ยังไม่ถึงกับวิกฤต แต่อย่างไรก็ตาม ตนก็ยังเป็นห่วงพี่น้องประชาชนทุกคนและต้องการให้ทุกหน่วยงานรีบดำเนินการในการบรรเทาทุกข์ให้กับชาวบ้านต่อไป

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม รายงาน