Blog

สมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดชัยนาท ร่วมทอดกฐินสามัคคี

วันที่ 11 ตุลาคม 2568 นางฉลอม สงล่า ประธานสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (TFOPTA)/รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย/นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดชัยนาท เดินทางมาทอดกฐินสามัคคี ที่วัดเขาดิน(สันติธรรม) บ้านหนองมะโมง หมู่ที่ 1 ตำบลหนองมะโมง อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท มี พระปลัดเรืองศักดิ์ กตปุญโญ เป็นเจ้าอาวาสและมีพระภิกษุสงฆ์ จำพรรษาตลอดพรรษาทั้งหมด 9 รูป ในการทอดกฐินในครั้งนี้ มีนายวิทยา ชพานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท , นายวิษณุ วิทยวราวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท , นายทะนงศักดิ์ บุญภิรมย์

ปลัดอำเภอหนองมะโมง , นางจิตร์ธนา ยิ่งทวีลาภา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท , นางสาวรจมาศ จันทร์ธนวงษ์ ประธานสภา อบจ.ชัยนาท , สจ.นาวิน พยัคมาก สจ.เขต 1 อำเภอหนองมะโมง , คุณป้าจรัสพิมพ์ ลิปตพัลลภ , และ ยังมีผู้บริหารสถานประกอบการ เช่น เจ้าของร้านลาบเป็ด , ผู้บริหารโรงแรมเจ้าพระยาธาราริเวอร์ไซด์ ชัยนาท ,บริษัท อิซูซุ ชัยนาท และยังมี สายบุญจากกรุงเทพมหานคร ,ลพบุรี และจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้ง สายบุญจากวัดพระธรรมกาย จากพี่น้องบ้านหนองมะโมง บ้านทุ่งโป่ง และพี่น้องบ้านใกล้เรือนเคียง ที่มาร่วมทำบุญในครั้งนี้ โดยมี ท่านนายกชูชีพ สุพบุตร นายกเทศมนตรีตำบลหนองมะโมง ,ผู้ใหญ่ปภณ จบศรี ผู้ใหญ่บ้านหนองมะโมง พี่น้องบ้านหนองมะโมง บ้านทุ่งโป่งให้การต้อนรับ โดยยอดกฐิน วัดเขาดิน(สันติธรรม)ในปี 2568 ดังนี้
– เงินสด ทอดกฐินวันนี้เป็นเงิน
500,292 บาท
– รับบุญโอนมาก่อนกฐินเพื่อสร้างห้องน้ำก่อนกฐิน 11ตุลาคม 68 เป็นเงิน 629,800 บาท
** รวมยอดกฐิน วัดเขาดิน (สันติธรรม) ปี 2568 เป็นเงิน 1,142,092 บาท

ปทุมธานี ชาวบ้านนับหมื่นร่วมงานทำบุญตักบาตรดอกบัว ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ปทุมธานี ชาวบ้านนับหมื่นร่วมงานทำบุญตักบาตรดอกบัว ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณท่าน้ำวัดโบสถ์ (หลวงปู่เทียน) ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี มีการจัดงานสืบสานประเพณี”ตักบาตรพระร้อยร่วมใจถวายบัว” ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวมอญ หรือชาวไทยรามัญ ที่มีการสืบทอดกันมาอย่างยาวนานกว่า 100 ปีและเป็นประเพณีที่อยู่คู่เมืองปทุม ถือเป็นงานประเพณีแห่งเดียวในประเทศไทย ที่เป็นการใส่บาตรด้วยดอกบัว โดยพบว่าตั้งแต่ท่าน้ำวัดโบสถ์ มีประชาชนและขาวบ้านที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต่างร่วมกันนำสิ่งของข้าวสารอาหารแห้งและดอกดอกบัว นำมาใส่บาตรพระสงฆ์ที่ล่องเรือมารับบาตร จำนวน 108 รูป
โดยบรรยากาศก่อนพิธีพระสงฆ์ 9 รูปสวดพระพุทธมนต์ให้พรประชาชนที่มาร่วมงานในพิธี หลังจากนั้นพระราชมหาเจติยาภิบาล (เจ้าคุณต่อ) เจ้าอาวาส วัดโบสถ์ (หลวงปู่เทียน) จึงได้ลงเรือเพื่อล่องมารับบาตรจากพุทธศานิกชน ตามบ้านเรือนประชาชนที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และบริเวณท่าน้ำวัดโบสถ์ โดยพบว่าส่วนใหญ่พุทธศาสนิกชนต่างพาครอบครัวมาร่วมงานทำบุญตักบาตรพระร้อยร่วมใจถวายบัวในครั้งนี้นับหมื่นคน
นอกจากนี้ยังมี น.ส.พิณทอง เป็นสุข (น้องพิณทอง) รองอันดับ1 นางสาวไทยจังหวัดปทุมธานี ปี 2568 และ น.ส ชนม์นิภา สิทธิฤทัย (น้องน้ำฟ้า) รองอันดับ2 นางสาวไทยจังหวัดจันทบุรี ปี 2568 มาร่วมงานตักบาตรพระร้อยร่วมใจถวายบัว สร้างสีสรรค์ความสวยงาม ภายในงานและยังมีกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรังสิต , มหาวิทยาลัยปทุมธานี เข้าร่วมเก็บภาพ บรรยากาศภายในงานพิธีตักบาตรพระร้อยถวายบัว เพื่อเป็นการเผยแพร่ภาพประเพณีของจังหวัดปทุมธานีและได้เรียนรู้วิธีการตักบาตรดอกบัว ซึ่งเป็นการสืบสานประเพณีตักบาตรพระร้อยร่วมใจถวายบัว ประจำปี 2568 ที่เป็นประเพณีของชาวไทยรามัญที่อยู่คู่จังหวัดปทุมธานีและเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตในการทำบุญในช่วงเทศกาลออกพรรษาของคนไทยอีกด้วย
ทางด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (ผศ.) เกิดศิริ ทองศิริ รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี (อุปนายกสมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดปทุมธานี) ผู้ที่เป็นแม่งานและเป็นผู้ประสานงานในครั้งงาน กล่าวว่า สภาวัฒนธรรมอำเภอเมืองปทุมธานี และสมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดปทุมธานี ได้จัดกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อร่วมส่งเสริมงานประเพณีทำบุญ “ตักบาตรพระร้อยร่วมใจถวายบัว”โดยขอเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมใจกันทำบุญตักบาตร พร้อมนำดอกบัวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดปทุมธานี มาถวายพระสงฆ์ แทนดอกไม้ชนิดอื่น เพื่อรำลึกถึงเมื่อครั้งสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ได้พระราชทานนามเมืองสามโคกเป็นเมืองประทุมธานี เพราะทรงเห็นดอกบัวบานสะพรั่งอยู่ทั่วไป ดังบทกลอนจากนิราศภูเขาทอง “ถึงสามโคกโศกถวิล ถึงปิ่นเกล้า พระพุทธเจ้าหลวงบํารุงซึ่งกรุงศรี ประทานนามสามโคกเป็นเมืองตรี ชื่อประทุมธานีเพราะมีบัว” ดังนั้นประเพณีนี้จึงเป็นประเพณีเก่าแก่อันทรงคุณค่า ที่จังหวัดปทุมธานี และพี่น้องชาวจังหวัดปทุมธานี ได้ร่วมกันสืบสานและยึดถือปฏิบัติสืบต่อไป

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม รายงาน

เหตุไฟไหม้ในบ้าน ป้องกันได้ก่อนภัยมาเยือน

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ควบคุมงานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค1 เปิดเผยว่า ได้รับข่าวสาร เผยแพร่ข่าวสารนี้ให้กับประชาชนและข้าราชการตำรวจ และสังกัดพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 เพื่อให้ได้รับทราบเป็นความรู้ข้อมูลในเรื่องต่างๆที่มีประโยชน์ต่อข้าราชการตำรวจและประชาชนในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1

วันที่ 12 ต.ค. 68 งานประชาสัมพันธ์ ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในเพจ Facebook ของ ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 4 เรื่อง คือ

1.) ตำรวจพายเรือลุยน้ำท่วม รับแจ้งความถึงหน้าบ้าน
ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บ้านเรือน 200 หลัง ในชุมชนเกาะพระ ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอบางปะอิน ยังเผชิญปัญหาน้ำท่วมสูง แม้เขื่อนเจ้าพระยาจะลดอัตราระบายน้ำท้ายเขื่อนเหลือ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ชาวบ้านต้องใช้เรือสัญจรเวลาออกไปทำธุระนอกบ้าน แถมตอนนี้ยังเดือดร้อนสมุดบัญชีหาย จะต้องไปแจ้งความก็ไปไม่ได้

แต่ไม่ต้องกังวล สภ.บางปะอิน มี โรงพักเคลื่อนที่ทางน้ำ โดยพันตำรวจเอก อดิเรก โปธิปัน ผู้กำกับการ สภ.บางปะอิน นำพนักงานสอบสวน พายเรือลุยน้ำท่วมรับแจ้งความและลงบันทึกประจำวันถึงบ้าน โดยประสานผู้ใหญ่บ้านรวบรายชื่อผู้เดือดร้อนที่ต้องการแจ้งความมา

นางอนันต์ บอกว่า บ้านถูกน้ำท่วมนานกว่า 3 เดือน สมุดบัญชีธนาคารสูญหาย ไม่สะดวกเดินทางไปแจ้งความ ทำให้ไม่สามารถเปิดบัญชีใหม่ได้ พอรู้มีตำรวจลงพื้นที่รับแจ้งความ รีบแจ้งความประสงค์ เพราะเกรงจะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือน้ำท่วม 9,000 บาท

ไม่ใช่แค่รับแจ้งความ แต่ความเดือดร้อนอย่างอื่นเช่น มีปัญหากับเพื่อนบ้าน หลังวัว-ควายมากินพืชผักที่ปลูกไว้ ตำรวจก็ลงพื้นที่ประสานเจรจา่ให้ ถึงแม้การทำงานในสภาพน้ำท่วมจะลำบาก แต่ตำรวจทุกปฏิบัติหน้าที่ด้วยหัวใจ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ไม่ทอดทิ้งแม้ในยามวิกฤตน้ำท่วม

ขอบคุณทีมข่าวช่อง7HD

2.) ตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอผักไห่

วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 น.
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.สุรพจน์ รอดบำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ พ.ต.อ.ดุษฎี หิรัญรัตน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรผักไห่

ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลกุฎี อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งลงเรือตรวจเยี่ยมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม เพื่อให้กำลังใจและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชน

ในการนี้
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวให้กำลังใจประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตอนหนึ่งว่า
“ตำรวจทุกนายมีความห่วงใยและตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ จึงได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจ และมอบสิ่งของจำเป็น เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น พร้อมยืนยันว่าตำรวจจะอยู่เคียงข้างประชาชน และพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังในทุกสถานการณ์”

นอกจากนี้ ยังได้มอบกรวยจราจรให้แก่สถานีตำรวจภูธรผักไห่ เพื่อใช้ในการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ต่อไป

3.) สภ.นครหลวง ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา

ตรวจเยี่ยม #มอบสิ่งของ #ผู้ประสบอุทกภัย

🚓💦 “ไม่ใช่แค่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
แต่ยังเป็นผู้พิทักษ์น้ำใจในยามทุกข์ภัย”
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน

ภายใต้การอำนวยการ ของ พ.ต.อ.ชาญภาค สุวรรณชื่น ผกก.สภ.ฯ ได้มอบหมายชุดสายตรวจออกตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย ม.4 ต.คลองสะแก มอบสิ่งของบรรเทาทุกข์และให้กำลังใจประชาชน

4.) 🔥 5 สาเหตุไฟไหม้ในบ้าน ที่ป้องกันได้ก่อนภัยมาเยือน 🚨
.
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน เนื่องจากในปัจจุบันยังคงเกิดเหตุอัคคีภัยภายในบ้านพักอาศัยอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก
.
สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอแนะนำประชาชนให้ตระหนักถึง 5 สาเหตุหลักของการเกิดอัคคีภัยในครัวเรือน เพื่อให้สามารถตรวจสอบและป้องกันได้ก่อนเกิดเหตุไม่คาดคิด ดังนี้
.

  1. ระบบไฟฟ้าเก่าเสื่อมสภาพ — สายไฟที่ใช้งานมานานอาจชำรุด ฉนวนหุ้มกรอบ แตก หรือหลุดออก ทำให้เกิดการรั่วของกระแสไฟและไฟฟ้าลัดวงจรได้ง่าย
  2. ปลั๊กพ่วงไม่ได้มาตรฐาน — ปลั๊กพ่วงราคาถูก ไม่มีเครื่องหมาย มอก. ไม่มีสวิตช์ตัดไฟ หรือใช้งานเกินกำลังไฟที่กำหนด อาจทำให้เกิดความร้อนสะสมจนไฟลุกไหม้
  3. เครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุด — เช่น สายไฟหลุด รอยไหม้บริเวณปลั๊ก หรือมีเสียงและกลิ่นผิดปกติ ควรซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ทันที
  4. แก๊สหุงต้มรั่วซึม — มักเกิดจากสายยางแก๊สแตกร้าว หัวปรับแก๊สหลวม หรือวาล์วแก๊สไม่ปิดสนิท เมื่อเกิดประกายไฟอาจทำให้เกิดการระเบิดได้
  5. จุดไฟโดยไม่ระวัง — เช่น การจุดธูป เทียน หรือบุหรี่แล้วทิ้งไว้โดยไม่มีคนดูแล ซึ่งเป็นสาเหตุไฟไหม้ในบ้านที่พบได้บ่อย
    .
    สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอให้พี่น้องประชาชน หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์แก๊สเป็นประจำ เพื่อความปลอดภัยของคนในครอบครัว และหากได้กลิ่นแก๊สภายในบ้าน ห้ามเปิดสวิตช์ไฟหรือจุดไฟโดยเด็ดขาด ให้รีบปิดวาล์วแก๊สและเปิดประตูหน้าต่างเพื่อระบายอากาศทันที
    .
    📍ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นเหตุเพลิงไหม้ สามารถแจ้งเหตุได้ที่ สายด่วนดับเพลิง 199 หรือ สายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ไฟไหม้

สํานักงานตํารวจแห่งชาติ

Royalthaipolice

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

กิจกรรมจิตอาสาของ MISS PR มหานครข่าว

ณัฐอร ตุ้ยสอน (Nattaon Hansen)

MISS PR มหานครข่าว


บริจาคเงินให้กับ
นายโสถณัท ซื่อตรง
เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้าน 11 ชีวิตหนีตายไร้ที่อาศัย คาดไฟฟ้าลัดวงจร อบต. นำเต็นท์มากางให้อาศัยชั่วคราว

เมื่อกลางดึกของวันที่ 10 ตุลาคม 68 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ เลขที่ 5 บ้านทุ่งเสือนอน ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบ ของนายโสภณัฐ ซื่อตรง ก่อนเพลิงลุกไหม้เผ่าวอดบ้านทั้งหลัง เจ้าหน้าที่ได้ประสานรถดับเพลิง อบต.ทับใต้ เข้าฉีดน้ำสกัดเพลิงโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงควบคุมเพลิงไว้ได้

จากการตรวจสอบพบว่าสภาพบ้านถูกเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหลังไม่สามารถอยู่อาศัยได้ อบต. ทับใต้ได้นำเต็นท์ มากลาง ให้ 11 ชีวิต ครอบครัวเจ้าของบ้านได้พักอาศัย หลบแดดหลบฝนเบื้องต้น ก่อนที่จะเตรียมการให้ความช่วยเหลือต่อไป


รายงานข่าวโดย
แมวเหมียว เขี้ยวเพชร

อบรมออนไลน์ นักข่าวหน้าใหม่

ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา
ประเทศไทย เปิดอบรมออนไลน์ไม่มีค่าใช้จ่ายกับนักข่าวหน้าใหม่(ต้นแบบ)ในประเทศไทย

วันที่ 12 ตุลาคม 2568
ผอ.อรวรรณ บุณยธาดา
ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา ได้เปิดเผยถึงกิจกรรมทางสังคม CSR ในประเทศไทย ในด้านการให้ความรู้แก่ผู้ที่มีความสนใจในการเป็น
นักข่าวหน้าใหม่ นัก ประชาสัมพันธ์ให้กับองค์กร ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา ภายใต้ สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย นำโดย
ท่านนายก สมาคม นายก ศิโรจน์ มิ่งขวัญ


ระยะเวลาการฝึกอบรม ออนไลน์
1 เดือน อบรมอาทิตย์ละ 1 ครั้ง
ได้เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมในระบบออนไลน์ Online ในเบื้องต้น และระบบออนไซต์ Onsite จะเปิดในอนาคต .
ออนไลน์คือ Online การเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเว็บและเครือข่ายอินเทอร์เน็ต.
ออนไซต์Onsite หมายถึง การปฏิบัติงานหรือดำเนินกิจกรรมในสถานที่จริง หลังจบการอบรมมี


ใบประกาศยบัตรเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ที่เข้าร่วมอบรมทุกท่านคุณสามารถแนบใบประกาศยบัตรนี้นั้นใน portfolio เพื่อการเดินทางสู่สเต็ปของความสำเร็จในด้านอาชีพต่อไปในอนาคต
ผู้ที่สนใจ ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป สามารถส่งขอรับเข้าการฝึกอบรมตามรายละเอียดข้อมูลดังนี้
1.ชื่อ นามสกุล
2.บัตรประชาชนส่งทางออนไลน์
3.เบอร์โทรที่สามารถติดต่อได้
4.รูปถ่ายหน้าตรง

รับจำนวนจำกัด

สภ.เมืองปทุมธานี พร้อมตำรวจจิตอาสาช่วยชาวบ้าน

ฝอ.5 บก.อก.ภ.1

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ควบคุมงานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค1 เปิดผยว่า

วันที่ 11 ต.ค. 68 งานประชาสัมพันธ์ ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในเพจ Facebook ของ ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 4 เรื่อง คือ

1.) สภ.เมืองปทุมธานี ภ.จว.ปทุมธานี

จิตอาสาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยวันที่ 10 ต.ค.68 เวลา 10.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี นำโดย พ.ต.ท.เดชา ไกยสิทธิ์ สว.อก.สภ.เมืองปทุมธานี พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจจิตอาสา

ร่วมกิจกรรมจิตอาสาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ณ บริเวณชุมชนโดยรอบสำนักงานเทศบาลตำบลบางขะแยง

2.) #นายกรัฐมนตรี #ตรวจราชการ #ติดตามสถานการณ์น้ำ #เขื่อนเจ้าพระยา #ชัยนาท

วันที่ 10 ต.ค.68 เวลา 15.30 น.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและคณะฯ
เดินทางมาลงพื้นที่ตรวจราชการติดตามสถานการณ์น้ำ ณ เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท
โดยมี นายนที มนตริวัต ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง.ผบช.ภ.1
พล.ต.ต.สมพล วงศ์ศรีสุนทร ผบก.ภ.จว.ชัยนาท
พ.ต.อ.นรากร บุญครอบ
รอง.ผบก.ภ.จว.ชัยนาท
พ.ต.อ.สาโรจน์ ลิ้มวสุไพศาล ผกก.สภ.สรรพยาพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมต้อนรับและประชุมติดตามสถานการณ์ดังกล่าว

3.) #นายกรัฐมนตรี #มอบถุงยังชีพ #ผู้ประสบอุทกภัย #สิงห์บุรี

วันที่ 10 ต.ค. 68 เวลา 17.00 น.
🔘 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีฯ พร้อมคณะฯ เดินทางมาพบปะและมอบถุงยังชีพ ให้กับ ประชาชน ผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี
🔘 โดยมี พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา รอง ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี, พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 และ ตร.ในสังกัดฯ ให้การต้อนรับ
📍 ณ อบต.ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี จว.สิงห์บุรี

4.) สภ.โรงช้าง ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา

ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

วันที่ 10 ต.ค. 68
ภายใต้​การ​อำนวย​การของ พ.ต.อ.ธีรยุทธ เสรีนนท์ชัย ผกก.สภ.โรงช้าง
ปฎิบัติการโดย
พ.ต.ท.ภูวดล ศูนย์แสงรอง ผกก.ป.สภ.โรงช้าง
พ.ต.ท.ประยูร เข็มณรงค์ สวป.สภ.โรงช้าง
พร้อมกำลังชุดชุมชนสัมพันธ์
ว.4 ป้องกันเหตุเกี่ยวกับทรัพย์/ป้องกันตามมาตราการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยกรณีน้ำล้นตะลิ่ง เข้าที่พักบ้านเรือนประชาชน ริมแม่น้ำลพบุรี หมู่ที่ 7 ต.พิตเพียน โดยได้นำอาหาร และน้ำดื่ม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน จากนั้นได้สอบถามสถานการณ์น้ำ แจ้งว่าระดับน้ำเริ่มลดลงเรื่อยๆ ใกล้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

การประกวดภาพข่าวอาเซียน 2025 และ การประกวดภาพท่องเที่ยวไทย 2025

สมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย คัดเลือกภาพถ่ายของช่างภาพไทยและอาเซียน ในกิจกรรม “การประกวดภาพข่าวอาเซียน 2025” และ “การประกวดภาพท่องเที่ยวไทย 2025” เสร็จสิ้นแล้ว รอการประกาศอย่างเป็นทางการและมอบรางวัลวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ที่ศูนยการค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลา 10.30 น. นายเทพชัย หย่อง อดีตประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน และประธานกรรมการจัด “การประกวดภาพข่าวอาเซียน 2025” (ASEAN PHOTO CONTEST 2025) ได้เป็นประธานในการพิจารณาตัดสินภาพที่ส่งเข้าประกวด ณ ห้องประชุมสมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย อาคารสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนราชวิถี กรุงเทพฯ โดยมี นายนคร วีรประวัติ ประธานสมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย นายสวัสดิ์ ปฏิภาณประเสริฐ นายกสมาพันธ์สมาคมการถ่ายภาพแห่งประเทศไทย และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นกรรมการตัดสิน

การพิจารณาคัดเลือกเป็นไปอย่างเข้มข้น รอบแรกคัดภาพจากประเทศสมาชิกในอาเซียนที่ส่งเข้าประกวดไม่เกินประเทศละ 10 ภาพ คณะกรรมการเลือกภาพที่เหมาะสมเข้ารอบแรก โดยไม่ให้เปิดเผยที่มาของภาพว่ามาจากประเทศใดและเป็นของช่างภาพคนใด ปรากฏว่ารอบแรกคัดเข้ารอบได้ 67 ภาพ และคัดภาพที่เหมาะสมเข้ารอบคัดเลือกได้จำนวน 19 ภาพ และคัดเข้ารอบสอง จำนวน 10 ภาพ จากนั้นคัดเลือกเข้ารอบสุดท้าย 5 ภาพ ในรอบนี้คณะกรรมการได้มีการพิจารณากันอย่างละเอียด เรื่องเทคนิคการถ่ายภาพ ความยากง่าย แนวคิด และองค์ประกอบสำคัญคือท่องเที่ยวเชิงพหุวัฒนธรรมสนับสนุนซอฟต์พาวเวอร์ ภายใต้แนวคิดระดับสากลที่คนทั่วโลกมองเห็นได้ชัดเจน และลงคะแนนตัดสินได้ภาพที่ชนะการประกวดได้แก่ ภาพชนะเลิศ รองชนะเลิศอันดับ 1 รองชนะเลิศอันดับ 2 และรางวัลชมเชย 2 รางวัล

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 เวลา 10.30 น. นายมงคล บางประภา อดีตประธานสมาพันธ์สื่อวลชนแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการ “การประกวดภาพท่องเที่ยวไทย 2025” ได้เป็นประธานในการตัดสินภาพประกวด ปีนี้มีภาพจากหนังสือพิมพ์ และเว็บไซต์ข่าว ส่งเข้าประกวดจำนวนมาก คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกเข้ารอบคัดเลือก โดยพิจารณาจากภาพที่ไม่เปิดเผยว่าเป็นภาพจากสังกัดใดและช่างภาพคนใด ปรากฏว่ารอบคัดเลือกพิจารณาเลือกเข้ารอบ 28 ภาพ คัดเลือกเข้ารอบสอง 10 ภาพ และคัดเข้ารอบชนะเลิศ จำนวน 5 ภาพ ก่อนจะตัดสินคณะกรรมการได้พิจารณาเรื่องเทคนิคการถ่ายภาพ ความยากง่าย แนวคิด และองค์ประกอบสำคัญตามวัตถุประสงค์ของการจัดประกวด จากนั้นลงคะแนนตัดสินภาพที่ชนะการประกวด ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 และรองชนะเลิศอันดับ 2

นายนคร วีระประวัติ ประธานสมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การคัดตัดสิน “การประกวดภาพข่าวอาเซียน 2025” และ “การประกวดภาพท่องเที่ยวไทย 2025” ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว จะมีการประกาศผลและพิธีมอบรางวัล ในวันที่ 15 ตุลาคม 2568 เวลา 13.30-16.00 น. ที่ชั้น 1 ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โดยได้เรียนเชิญ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี และเชิญ น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ร่วมมอบรางวัลในครั้งนี้ด้วย โดยจะมีการแถลงข่าวในรายละเอียดเป็นทางการอีกครั้ง พร้อมกันนี้ขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลักคือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นตอร์ นอกจากนี้มีผู้สนับสนุนได้แก่ บมจ. วิริยะประกันภัย , บริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง จำกัด, บมจ. บีซีพีจี , บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ), บมจ.เอสซีจี (SCG) บมจ. ซีพี ออลล์ และแอร์เอเชีย


การประกวดภาพข่าวอาเซียน2025

การประกวดภาพท่องเที่ยวไทย2025

สมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย

กฐินสามัคคี วัดพุทธวิหาร เนเธอร์แลนด์

📍ขอเชิญสาธุชนคนใจบุญทุกท่านร่วม
“รักษาบุญเดิม เพิ่มเติมบุญใหม่ ร่วมใจทอดกฐินสามัคคี
ณ #วัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์

🪷แจ้งความประสงค์🪷
ร่วมเป็นเจ้าภาพกฐินสามัคคี ผ่านเมสเสนเจ่อร์ เฟสบุ๊คของวัด
แจ้งความประสงค์ร่วมบุญกฐินสามัคคีกับทางวัดได้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
แจ้งความประสงค์แล้ว จะประกาศอนุโมทนาบุญให้ทราบ ผ่านฟสบุ๊คของทางวัดให้ทราบต่อไป

ประธานร่วมกฐินสามัคคี กองละ 999 ยูโร

รองประธานร่วมกฐินสามัคคี กองละ 499 ยูโร

กฐินประจำตระกูล กองละ 99 ยูโร

กฐินประจำร้าน

ร่วมบุญกฐินสามัคคี ตามกำลังศรัทธา

💎ร่วมบุญกฐินสามัคคี ผ่านบัญชี💎
INGBANG : NL 44 INGB 0002 2375 03
BIC : INGBNL 2 A

ติดต่อสอบถามได้ที่ :
TEL : +31 299 774 304
FB: Wat Buddhavihara Amsterdam
ที่อยู่ : Leeghwaterpark 7, Purmerend, Netherlands

แมวเหมียวเขี้ยวเพชร
รายงานข่าว

#บันเทิงทีวี

#มหานครข่าว

สโมสรโรตารีนครหริภุญชัย ร่วมโรงเรียนรพีเลิศวิทยา ปล่อยปลา ถวายเป็นพระราชกุศล

ลำพูน – สโมสรโรตารีนครหริภุญชัย ร่วมโรงเรียนรพีเลิศวิทยา จัดกิจกรรม “UNITE FOR GOOD ปล่อยปลา” ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันนวมินทรมหาราช

 วันที่ 11 ต.ค. 68 เวลา 08:00 น. ถึง  12:00 น. สโมสรโรตารีนครหริภุญชัย ร่วมกับโรงเรียนรพีเลิศวิทยา ตำบลป่าสัก อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน พร้อมด้วยสมาชิกสโมสรโรตารีภาค 3360 คณะครู ผู้ปกครอง และ นักเรียนโรงเรียนรพีเลิศวิทยา ร่วมจัดกิจกรรม “UNITE FOR GOOD ปล่อยปลา” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตรงกับวันที่ 13 ตุลาคม “วันนวมินทรมหาราช”

กิจกรรมจัดขึ้น ณ บริเวณสะพานท่าสิงห์ หน้าวัดพระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบง่ายและอบอุ่น โดยมี ดร.วาทิต ตั้งรพีเลิศ อดีตผู้ว่าการภาค ปีบริหาร 2023–2024 และผู้อำนวยการโรงเรียนรพีเลิศวิทยา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสังวาร เพ็ญมูล นายกสโมสรโรตารีนครหริภุญชัย และ เด็กหญิงปุณยานุช ออมขัน นายกเออรี่แอคโรงเรียนรพีเลิศวิทยา เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก พระครูกิตติปริยัตินิเวศน์ รองเจ้าคณะอำเภอเมืองลำพูน เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดลำพูน และเจ้าอาวาสวัดแม่สารป่าขาม ตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน มาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ให้ศีลและให้พรแก่ผู้เข้าร่วมงาน เพื่อความเป็นสิริมงคล

กิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 แล้ว ยังเป็นการส่งเสริมคุณธรรมจิตอาสา การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชนอีกด้วย

แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวภาคเหนือประจำจังหวัดลำพูนรายงาน

เทศบาลตำบลบ้านกลาง จัดงานประเพณียี่เป็งตำบลบ้านกลาง

ลำพูน – เทศบาลตำบลบ้านกลาง แถลงข่าวจัดงานประเพณียี่เป็งตำบลบ้านกลาง ประจำปี 2568

วันนี้ (10 ตุลาคม 2568) เวลา 18.00 น. ณ ลานอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ศูนย์กีฬาและนันทนาการจามเทวี เทศบาลตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน
เทศบาลตำบลบ้านกลาง โดย ว่าที่ร้อยตรีวัชระ กันแจ่ม นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานเทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมจัดกิจกรรม แถลงข่าวการจัดงานสืบสานประเพณียี่เป็งและลอยกระทงตำบลบ้านกลาง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นล้านนา และเปิดโอกาสให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยว ได้ร่วมแขวนโคม สักการะพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งเมืองหริภุญชัย เพื่อแสดงพลังแห่งความศรัทธาและสืบสานประเพณียี่เป็ง ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญของชาวล้านนา

สำหรับ งานสืบสานโคมยี่เป็งตำบลบ้านกลาง
กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 ตุลาคม ถึง 6 พฤศจิกายน 2568
ภายในงานมีการจัดแสดง อุโมงค์โคมไฟยาวกว่า 200 เมตร, โคมไฟ 12 นักษัตร, และกิจกรรมแขวนโคมยี่เป็ง เพื่อสักการะพระนางจามเทวี และถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระเกศแก้วจุฬามณี ในช่วงเทศกาลลอยกระทง โดยประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถร่วมซื้อโคมและนำไปแขวนบริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี

ส่วน งานประเพณีลอยกระทงตำบลบ้านกลาง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 6 พฤศจิกายน 2568 ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมหลากหลาย อาทิ

“กาดหมั้ว อาหารเมือง ของกิ๋นลำ” และสินค้าแฮนด์เมดในบรรยากาศล้านนา

กิจกรรม Workshop วิถีชีวิตพื้นบ้าน

การประกวดธิดาโรงงาน

การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งชายและหญิง

การประกวดประดิษฐ์กระทงใบตอง

การปล่อยโคมควัน หรือ “ว่าวฮม”

ขบวนแห่กระทงตกแต่งด้วยโคมจำนวน 15 ขบวน

การประกวดหนูน้อยนพมาศ และธิดาดวงดี

การแสดงวงดนตรีลูกทุ่งของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 1 บ้านกลาง

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมไฮไลท์ คือ การร่วมแสดงพลังแห่งความศรัทธา ปล่อยโคมไฟจำนวน 1,000 ดวง เพื่อบูชาพระเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ โดยผู้ที่แต่งกายชุดพื้นเมืองมาร่วมงานสามารถรับโคมฟรีได้ที่บริเวณสนามฟุตบอล

ว่าที่ร้อยตรีวัชระ กันแจ่ม นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง เปิดเผยว่า

“ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่เทศบาลตำบลบ้านกลางจัดงานลอยกระทงและประเพณียี่เป็งอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบริษัททัวร์จากยุโรปที่แจ้งความจำนงจะพานักท่องเที่ยวกว่า 500 คนมาร่วมงาน ถือเป็นโอกาสสำคัญในการประชาสัมพันธ์พื้นที่ตำบลบ้านกลางให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและศูนย์กลางกิจกรรมด้านกีฬาในอนาคต”

นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง กล่าวเพิ่มเติมว่า เทศบาลได้เตรียมมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทั้งการป้องกันอัคคีภัย โดยมีรถดับเพลิงประจำการพร้อม 3–4 คัน และเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอดช่วงการจัดงาน พื้นที่จัดกิจกรรมลอยกระทงอยู่ในลำคลองที่ควบคุมได้ ปลอดภัยต่อการร่วมกิจกรรมของประชาชนและนักท่องเที่ยว ส่วนการปล่อยโคมและจุดประทัดอยู่ภายใต้การควบคุมตามกฎหมาย

เทศบาลตำบลบ้านกลาง ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกท่านร่วมสัมผัสบรรยากาศแห่งแสงโคม ความศรัทธา และความงดงามของประเพณียี่เป็งล้านนา
ระหว่างวันที่ 10 ตุลาคม – 6 พฤศจิกายน 2568
ณ ศูนย์กีฬาและนันทนาการจามเทวี เทศบาลตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

ผู้สื่อข่าว : แทน ต่อมสังข์
จังหวัด ภาคเหนือ ลำพูน