Blog

รวมพลซูเปอร์สตาร์! เปิดโปรแกรมเต็ม ONE 173

รวมพลซูเปอร์สตาร์! เปิดโปรแกรมเต็ม ONE 173 ญี่ปุ่น เล่นใหญ่ชิงเข็มขัดแชมป์ 7 คู่

ประวัติศาสตร์ต้องจารึก แฟนกีฬาการต่อสู้จาก 195 ประเทศทั่วโลก เตรียมพบกับปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่ในศึก ONE 173 ที่ยกขบวนจอมบู๊แถวหน้าจากทั่วมุมโลกมาประชันเดือดกันถึง 16 คู่ บนดินแดนซามูไร โดยมีการชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE รวม 7 คู่ ภายในวันเดียว จัดเต็มความมันต่อเนื่องตลอดรายการ โดยจะถ่ายทอดสดจากสนามอาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในวันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย.นี้ เริ่มเวลา 11.00 น.

นำทัพด้วยคู่เอกของรายการ “ซุปเปอร์บอน ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.) จะเปิดหน้าวัดฝีมือกับผู้ท้าชิง “มาซาอากิ โนอิริ” แชมป์โลกเฉพาะกาลขวัญใจเจ้าถิ่น เพื่อเฟ้นหาราชันหนึ่งเดียวของรุ่นนี้

ขณะที่คู่รองเป็นการชิงเข็มขัด ONE MMA รุ่นเฮฟวีเวต (225-265 ป.) ระหว่าง “รุง รุง” อูมาร์ คาน เจ้าบัลลังก์คนปัจจุบัน กับคู่ปรับเก่า “อนาโตลี มาลีคิน” อดีตแชมป์ชาวรัสเซีย ซึ่งเคยดวลกันมาแล้วในศึก ONE 169 เมื่อ พ.ย. 67 โดยวันนั้น “อูมาร์” เป็นฝ่ายคว้าชัยแบบไม่เอกฉันท์ ผงาดเป็นแชมป์โลกคนใหม่ของรุ่นนี้

รวมถึงศึกชิงแชมป์โลก ONE อัดแน่นอีก 5 คู่ ได้แก่ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) พบกับ “น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) เพื่อแย่งชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต ที่ว่างอยู่ ขณะที่ “นาดากะ” ลุ้นชิงโอกาสสร้างชื่อเป็นแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.) คนแรกในประวัติศาสตร์ กับ “หนุ่มสุรินทร์ ช.เกตุวีณา”

ร่วมด้วย “คริสเตียน ลี” แชมป์โลก ONE MMA รุ่นไลต์เวต (155-170 ป.) และรุ่นเวลเตอร์เวต (170-185 ป.) จะดวลเดือดกับ “อาลิเบก ราซูลอฟ” ในไฟต์รีแมตช์ป้องกันเข็มขัดรุ่นไลต์เวต สมทบความมันด้วยคู่ไฮไลต์เด็ด “นาบิล อานาน” จะขึ้นป้องกันตำแหน่งแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต ครั้งแรกจาก “โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นแบนตัมเวต ที่ปัจจุบันครองตำแหน่งผู้ท้าชิงอันดับ 2 ของแรงกิงรุ่นนี้อยู่ด้วย และ “ยูยะ วากามัตสึ” จะขึ้นสังเวียนป้องกันเข็มขัดแชมป์โลก ONE MMA รุ่นฟลายเวต เป็นครั้งแรก จาก “โจชัว พาซิโอ” แชมป์โลก ONE MMA รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.) ที่ปีนน้ำหนักขึ้นมาสู้ หวังก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์โลก 2 รุ่น

นอกจากนั้น ในศึกนี้ยังมีนักสู้ชาวไทยอีก 3 ราย ร่วมลงชิงชัยให้ติดตามเชียร์ เริ่มจาก “ซุปเปอร์เล็ก ซุปเปอร์เล็กมวยไทย” ที่จะประชันเพลงแข้งกับ “ยูกิ โยซะ” ตามด้วยการหวนขึ้นชกในรอบกว่า 2 ปี ของ “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” พบกับ “คานะ โมริโมโตะ” และ “เสือคิม สจ.โต้งปราจีน” ซัดเดือด “เจก พีค็อก” จากสหราชอาณาจักร-แคนาดา แถมด้วยการกลับมากู้ศรัทธาต่อหน้าแฟน ๆ เจ้าถิ่นของนักชกซูเปอร์สตาร์ “ทาเครุ เซกาวา” ปะทะ “เดนิส พูริช” จอมเก๋าจากบอสเนีย-แคนาดา และนักกีฬาระดับซูเปอร์สตาร์อีกมากมาย ห้ามพลาดชมด้วยประการทั้งปวง!

โปรแกรมการแข่งขันทุกคู่ ศึก ONE 173
คู่เอก ซุปเปอร์บอน ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์ vs มาซาอากิ โนอิริ (ชิงแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)
คู่รอง อูมาร์ คาน vs อนาโตลี มาลีคิน (ชิงแชมป์โลก ONE MMA รุ่นเฮฟวีเวต 225-265 ป.)
รถถัง จิตรเมืองนนท์ vs น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย (ชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
นาดากะ vs หนุ่มสุรินทร์ ช.เกตุวีณา (ชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)
คริสเตียน ลี vs อาลิเบก ราซูลอฟ (ชิงแชมป์โลก ONE MMA รุ่นไลต์เวต 155-170 ป.)
นาบิล อานาน vs โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี (ชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)
ยูยะ วากามัตสึ vs โจชัว พาซิโอ (ชิงแชมป์โลก ONE MMA รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
ทาเครุ เซกาวา vs เดนิส พูริช (คิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
มารัต กริกอเรียน vs รูคิยะ อันโปะ (คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)
ยูกิ โยซะ vs ซุปเปอร์เล็ก ซุปเปอร์เล็กมวยไทย (คิกบ็อกซิ่ง รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)
แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ vs คานะ โมริโมโตะ (คิกบ็อกซิ่ง รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)
จันคาร์โล โบโดนี vs ราฟาเอล โลวาโต จูเนียร์ (ปล้ำจับล็อก รุ่นมิดเดิลเวต 185-205 ป.)
เจก พีค็อก vs เสือคิม สจ.โต้งปราจีน (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)
อิตซูกิ ฮิราตะ vs ริตู โฟกาต (MMA รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)
ริวโก ทาเคอูชิ vs ชามิล เออร์โดกัน (MMA รุ่นเฮฟวีเวต 225-265 ป.)
เว่ย รุย vs ฮิโรกิ อากิโมโตะ (คิกบ็อกซิ่ง รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)
แฟนกีฬาสามารถซื้อบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง ONEFC.com/one173 และติดตามข่าวสารอัปเดตของศึกนี้ได้ที่เว็บไซต์ ONEFC.com รวมถึงโซเชียลมีเดียของ ONE ประเทศไทย ได้แก่ Facebook ONE Championship Thailand Instagram ONEChampTh และ TikTok ONEChampTH

“ยอดวิชา”ถล่มเข่าชนะน็อก”หลัว เชา”นักชกจีนในกติกาK1

“ยอดวิชา”ถล่มเข่าชนะน็อก”หลัว เชา”นักชกจีนในกติกาK1เพียงยกแรก
ป้องกันแชมป์ Emei Legend รุ่น 70KG Intercontinental Gold Belt ได้สำเร็จ

แชมป์มวยไทย ยอดวิชา(Yao Weichai )เอาชนะน็อก”หลัว เชา” Luo Chao นักชกจีน ป้องกันแชมป์ Emei Legend รุ่น 70KG Intercontinental Gold Belt ได้สำเร็จ ในการแข่งขัน Emei Legend 50 Fighting Championship เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ที่ Qionglai City Gymnasium ในมณฑลเสฉวนประเทศจีน

ยอดนักชกฝีมือดีจากไทย”ยอดวิชา”Yao weichai ขึ้นชกกับ นักชกจีน “หลัว เชา”Luo chao ในกติกาK1 กำหนด5 ยก โดยเกมส์ได้จบลงในยกแรกเท่านั้นกลังจากนักชกทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้าออกอาวุธใส่กันอย่างดุเดือดโดยหลัว เชา ใช้หมัดและเตะเป็นหลัก ขณะที่ ยอดวิชา ก็ตอบโต้ด้วยการเตะต่อยและเข่าอย่างรุนแรงโดยก่อนการแข่งขันแฟนมวยชาวจีน เชื่อกันว่าหลัวเชาน่าจะเป็นฝ่ายได้เปรียบในกติกา K1 แต่การแข่งขันผ่านไป 1 นาที 15 วินาที ยอดวิชาได้ปล่อยหมัดเข้าที่ปลายคางของหลัวเชาจนล้ม ก่อนที่ ยอดวิชาจะใช้เข่าถล่ม หลัวเชา จนล้มอีกครั้งไม่สามารถลุกขึ้นมาสู้ต่อได้เกมส์การชกจบลงเะยงแค่ 2 นาที 25 วินาทีของยกแรกเท่านั้น ยอดวิชา เป็นฝ่ายชนะ TKO และป้องกันแชมป์อินเตอร์คอนติเนนตัล รุ่น 70 กก. ของตำนานเอ๋อเหม่ยไว้ได้ และยังคงรักษาสถิติไร้พ่ายที่ประเทศจีนเอาไว้ได้อย่างสวยงาม

ทั้งนี้ หลัว เชา เป็นนักมวยสัญญาจ้างของรายการอู่หลินเฟิง ไชน่า และเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในรุ่น 70 กิโลกรัมของจีน โดย หลัว เชา ติดอันดับหนึ่งในสามนักมวยชั้นนำของจีน และเป็นตัวแทนระดับแนวหน้าของประเทศ ซึ่งก่อนการแข่งขัน หลัว เชา และทีมงานก็มีความมั่นใจ ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการคว้าชัยชนะและรักษาเข็มขัดทองคำตำนานเอ๋อเหม่ยไว้ในประเทศจีน

ขณะที่ ยอดวิชา คือยอดมวยไทยของประเทศไทย และเป็นดาวเด่นที่โด่งดังจากการเข้าร่วมรายการเอ๋อเหม่ย เลเจนด์ ยอดวิชา รักษาสถิติไร้พ่ายในการแข่งขันที่ประเทศจีนมาสิบปี และเป็นแชมป์โลกเอ๋อเหม่ย เลเจนด์ รุ่น 70 กก.ได้รับรางวัลจากการแข่งขันระดับนานาชาติมากมาย
ชัยชนะของ “ยอดวิชา”Yao Weichai จะเน้นย้ำถึงข้อได้เปรียบของเทคนิคมวยไทยในการเผชิญหน้าระยะประชิดโดยเฉพาะอาวุธที่ถนัด ขณะที่ความพ่ายแพ้ของ”หลัว เชา” Luo Chao ก็สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่เข้มข้น

หลังการแข่งขัน ยอดวิชา กล่าวว่าขณะนี้มีทีมฝึกซ้อมที่เป็นมืออาชีพมากและทุ่มเทการฝึกซ้อมอย่างหนักฝึกฝนกฎ K1 ได้อย่างเชี่ยวชาญ

อย่างไรก็ตามหลังจากเอาชนะน็อกหลัวเชาได้ ยอดวิชาได้ท้าทายนักชกคู่ปรับร่วมค่ายวู่หลินเฟิงอย่างโอวหยางเฟิงและหานเหวินเป่า ซึ่งปัจจุบันเป็นอันดับหนึ่งของจีนในรุ่นน้ำหนัก 70 กิโลกรัม หากสัญญานี้ผ่าน การต่อสู้ครั้งนี้จะถือเป็นหนึ่งในการต่อสู้ระหว่างจีน-ไทยที่สำคัญที่สุดในโลกในการต่อสู้ของจีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ที่แฟนมวยชาวจีนและทั่วโลกรอชม

เฟ้นหา“ศิลปินถิ่นสวรรค์” ปี 69

ขอเชิญชาวนครสวรรค์ ร่วมเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็น “ศิลปินถิ่นสวรรค์” ประจำปี 2569

สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ขอเชิญชวนหน่วยงาน องค์กร และประชาชนทั่วไป ร่วมสืบสานและเชิดชูเกียรติศิลปินในจังหวัดนครสวรรค์ โดยการเสนอชื่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเข้ารับการคัดเลือกเพื่อรับรางวัลเชิดชูเกียรติ “ศิลปินถิ่นสวรรค์” ประจำปี 2569

โครงการนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินท้องถิ่น รวบรวมองค์ความรู้และผลงานเพื่อเก็บไว้ในฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัย และเสริมสร้างความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของท้องถิ่นและของชาติ

ประเภทรางวัล การคัดเลือก “ศิลปินถิ่นสวรรค์” แบ่งออกเป็น 3 สาขา ดังนี้:

  • สาขาทัศนศิลป์ : ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานด้านจิตรกรรม, ประติมากรรม, ภาพถ่าย, สถาปัตยกรรม, ประณีตศิลป์ และอื่นๆ ที่เป็นที่ประจักษ์
  • สาขาศิลปะการแสดง : ศิลปินด้านการแสดง, การดนตรี, และการขับร้อง ทั้งดนตรีไทย-นาฏศิลป์ไทย และดนตรีสากล-นาฏศิลป์สากล ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของนครสวรรค์
  • สาขาเยาวชนผู้สืบสานศิลปวัฒนธรรม : นักเรียนหรือนักศึกษาผู้มีผลงานในการสืบสาน, อนุรักษ์, สร้างสรรค์ และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของนครสวรรค์

คุณสมบัติของผู้ถูกเสนอชื่อ (โดยสังเขป)

  1. เป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลสัญชาติไทย มีภูมิลำเนาในจังหวัดนครสวรรค์ และยังมีชีวิตอยู่
  2. มีความเชี่ยวชาญและมีผลงานเป็นที่ยอมรับในแวดวงศิลปะแขนงนั้น ๆ
  3. เป็นผู้สร้างสรรค์, พัฒนา และสืบทอดผลงานศิลปะอย่างต่อเนื่อง
  4. มีคุณธรรม จริยธรรม และไม่เคยได้รับรางวัล “ศิลปินถิ่นสวรรค์” มาก่อน

กำหนดการ

  • ระยะเวลาการเสนอรายชื่อ: 15 ตุลาคม – 21 พฤศจิกายน 2568
  • ประกาศผลการคัดเลือก: วันพุธที่ 7 มกราคม 2569

วิธีการเสนอรายชื่อ สามารถส่งเอกสารประวัติและผลงานได้ 3 ช่องทาง ดังนี้:

  1. ส่งด้วยตนเอง: ที่สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
  2. ส่งทางไปรษณีย์: จ่าหน้าซองถึง ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม ตามที่อยู่ด้านล่าง (โดยจะถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ)
  3. ส่งทางอีเมล: artculture@nsru.ac.th

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ 398 หมู่ 9 ถนนสวรรค์วิถี ตำบลนครสวรรค์ตก อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ 60000 โทรศัพท์: 056-219100-29 ต่อ 1138

ผ้าแดงห่มองค์พระสมุทรเจดีย์

ช่วงวันที่ 11-15  ตุลาคม 2568 ข้าราชการ หน่วยงานเอกชน ในจังหวัดสมุทรปราการ จัดงานผ้าแดงห่มองค์พระสมุทรเจดีย์ โดยมีเหล่ากาชาด  และประชาชน นักท่องเที่ยว ร่วมงาน

สำหรับงานนมัสการพระสมุทรเจดีย์ ประจำปี 2568
เป็นประเพณีอันโด่งดังของจังหวัดสมุทรปราการที่จัดขึ้นเป็นประจำในทุกปี จุดเด่น คือการเปลี่ยนผ้าแดงห่มองค์พระสมุทรเจดีย์

ทั้งนี้ พระสมุทรเจดีย์นั้นเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของจังหวัดสมุทรปราการ รู้จักกันอีกชื่อว่าพระเจดีย์กลางน้ำ สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ได้ทรงสร้างพระเจดีย์นี้ขึ้นบนเกาะกกลางปากแม่น้ำเจ้าพระยา และพระราชทานนามว่า  “พระสมุทรเจดีย์”  แต่การก่อสร้างนั้นมาแล้วเสร็จในยุคสมัยของรัชกาลที่ 3 

ตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมขบวนการลักลอบลำเลียงบุหรี่ไฟฟ้า

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ควบคุมงานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค1 เปิดเผยว่า ได้รับข่าวสาร เผยแพร่ข่าวสารนี้ให้กับประชาชนและข้าราชการตำรวจ และสังกัดพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 เพื่อให้ได้รับทราบเป็นความรู้ข้อมูลในเรื่องต่างๆที่มีประโยชน์ต่อข้าราชการตำรวจและประชาชนในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1

วันที่ 14 ต.ค. 68 ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในเพจ Facebook ของ ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 3 เรื่อง คือ

1.) สภ.ป่าโมก ภ.จว.อ่างทอง

“มอบวัตถุดิบเพื่อประกอบเลี้ยง ณ ครัวชุมชนป่าโมก และสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 900 กล่อง”

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2568
เวลา 10.00 น.

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 สั่งการให้หน่วยเร่งระดมช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่

ภายใต้การอำนวยการของ
🔘พล.ต.ต.กิตติ สกุณี
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง
นำโดย
🔘พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย
ผกก.สภ.ป่าโมก
🔘นายศราวุธ เผ่าพยัฒ
นายก อบต.เอกราช / ประธาน กต.ตร.สภ.ป่าโมก
🔘พ.ต.อ.สายชล โพธิ์ขอบ ผกก.สภ.โพธิ์ทอง
🔘พ.ต.อ.กันตภณ ธนาธิปปิ่นสกุล
ผกก.สภ.สามโก้ พร้อมคณะ กต.ตร.สภ.สามโก้
🔘พ.ต.ท.เวทิศ สาลีสังข์
สวญ.สภ.รำมะสัก
🔘พ.ต.ท.ธวัชชัย จันปุ่ม
สวป.สภ.ป่าโมก
ร่วมกันเป็นตัวแทนมอบวัตถุดิบในการประกอบอาหารเพื่อเลี้ยงผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอป่าโมก ณ ครัวชุมชนอำเภอป่าโมก หมู่ 6 ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง
รายละเอียดสิ่งของที่มอบโดยประมาณ

  1. คุณกิตติพงศ์ พวงศิริ
    ประธานกรรมการบริษัทไผ่สิงห์ทอง / ที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.ป่าโมก
    • ไข่ไก่ จำนวน 100 กล่อง (ประมาณ 3,000 ฟอง)
  2. คุณนงเยาว์ อ่ำตระกูล
    กต.ตร.สภ.ป่าโมก
    • ข้าวสาร 50 กก. จำนวน 6 กระสอบ (รวม 300 กก.)
  3. สภ.ป่าโมก
    นำโดย พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย ผกก.สภ.ป่าโมก
    • น้ำดื่มสะอาดขวดใหญ่ 100 แพ็ค
    • ไข่ไก่ 100 แผง (ประมาณ 3,000 ฟอง)
    • ข้าวสาร 50 กก. จำนวน 4 กระสอบ (รวม 200 กก.)
  4. สภ.สามโก้
    นำโดย พ.ต.อ.กันตภณ ธนาธิปปิ่นสกุล ผกก.สภ.สามโก้ พร้อมคณะ กต.ตร.
    • ข้าวสาร 2 กระสอบ
    • น้ำตาล 3 กระสอบ
    • น้ำดื่ม 50 แพ็ก
    • น้ำปลา, น้ำมัน, และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
  5. สภ.โพธิ์ทอง
    • ข้าวสาร 4 กล่อง (ประมาณ 120 กก.)
    • น้ำดื่ม 15 แพ็ก
  6. สภ.รำมะสัก
    นำโดย พ.ต.ท.เวทิศ สาลีสังข์ สวญ.สภ.รำมะสัก
    • ลูกชิ้นหมูสาหร่าย จำนวน 20 กก.

โดยมีผู้แทนรับมอบดังนี้
🔘นายณัฐวุฒิ อนุโยธา
นายอำเภอป่าโมก
🔘นายมนตรี โตศิลปกิจ
นายก อบต.โผงเผง
🔘นายชัยวัฒน์ มั่นอก
ผู้อำนวยการโรงเรียนปาโมกข์วิทยาภูมิ

ภายหลังการมอบวัตถุดิบเสร็จสิ้น คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันประกอบอาหารมื้อกลางวันและบรรจุอาหารเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่

ต่อมา เวลา 11.30 น.
นำโดย
🔘พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย
ผกก.สภ.ป่าโมก พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าโมก และจิตอาสา เดินทางด้วยเรือไปยัง บ้านสวนยายส้ม หมู่ 4 ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง เพื่อมอบอาหารกลางวัน ไข่ไก่ และน้ำดื่มให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จำนวน 900 กล่อง

2.) สภ.อินทร์บุรี ภ.จว.สิงห์บุรี

ตรวจเยี่ยมประชาชน #มอบของช่วยเหลือ #ผู้ประสบอุทกภัย​

วันที่ 13 ต.ค. 2568 เวลา 10:30 น.
✧ พ.ต.อ.มงคล อ่อนแก้ว ผกก.สภ.อินทร์บุรี
พร้อมชุดสายตรวจทางน้ำ
🔻ออกตรวจพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนและแจกน้ำให้แก่ผู้ประสบ​อุทกภัย​
📍ณ บริเวณวัดระนาม ต.ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี จว.สิงห์บุรี

ฝ่ายอำนวยการ5 #ตำรวจภูธรภาค1 #สํานักงานตํารวจแห่งชาติ

3.) #แถลงข่าวผลการจับกุม #ขบวนการลักลอบลำเลียงบุหรี่ไฟฟ้า #จากพื้นที่ภาคใต้ #กระจายในพื้นที่ภาคกลาง #ของกลางมูลค่ารวม #ยี่สิบล้านบาท

🗓️ วันที่ 14 ต.ค. 68 เวลา 11.00 น.
📌 ณ ตำรวจภูธรภาค 1
🔹 พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1
🔹 พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ภ.1
🔹 พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.1
🔹 พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1
🔹 พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1
🔹 พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1
พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
▶️ ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมขบวนการลักลอบลำเลียงบุหรี่ไฟฟ้า จากพื้นที่ภาคใต้ขึ้นมากระจายในพื้นที่ภาคกลาง
📍 จับกุมผู้ต้องหาขนบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 2 ราย
สถานที่จับกุม ริมถนนสาธารณะ หมู่ 6 ต.บางน้ำจืด อ.เมืองสมุทรสาคร จว.สมุทรสาคร
📍 ของกลางที่ได้จากการตรวจยึด

– บุหรี่ไฟฟ้า รวมจำนวนทั้งสิ้น 48,301 ชิ้น – รถยนต์กระบะตู้ทึบ จำนวน 2 คัน – โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง📍 พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 28 ก.ย.68 เจ้าพนักงานตำรวจได้ทำการจับกุมชาย พร้อมด้วยของกลาง บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 4,476 ชิ้น รวมมูลค่าประมาณ 3,088,440 บาท ในความผิดฐาน “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้ามหรือที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง หรือเป็นของนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกอากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560” นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลพบุรี จว.ลพบุรี ดำเนิดคดีตามกฎหมายต่อไป 📍

ต่อมาจากการสืบสวนขยายผลพบกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงบุหรี่ไฟฟ้า จากพื้นที่ภาคใต้ขึ้นมากระจายในพื้นที่ภาคกลาง เพิ่มเติม โดยพบรถยนต์กระบะตู้ทึบสีเทา และรถยนต์กระบะตู้ทึบสีขาว เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้คอยเฝ้าสังเกตการณ์และทำการติดตามจนตรวจพบขณะกลุ่มผู้ต้องหา ลักลอบลำเลียง บุหรี่ไฟฟ้าของกลางจากพื้นที่ภาคใต้เข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง โดยได้เข้าแสดงตัวขอทำการตรวจค้น และจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ 1

ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะสีขาว พร้อมด้วยของกลางบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 19,441 ชิ้น และผู้ต้องหาที่ 2 ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะตู้ทึบสีเทา พร้อมด้วยของกลาง บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 28,640 ชิ้น รวมของกลางทั้งหมด 48,301 ชิ้น นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

โดยของกลางทั้งหมดถูกลำเลียงมาจากพื้นที่ภาคใต้ และนำมาจำหน่ายในพื้นที่ภาคกลาง มีของกลางมูลค่ารวมประมาณ 20,000,000 บาท (ยี่สิบล้านบาท)📍 ทั้งนี้เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงการกระทำผิดดังกล่าวว่าได้มีกลุ่มบุคคลได้ลักลอบนำบุหรี่ไฟฟ้ามาจัดจำหน่าย ซึ่งอาจทำให้วัยรุ่นและเยาวชนสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย และประชาสัมพันธ์ว่าการมีบุหรี่ไฟฟ้าไว้ในความครอบครอง มีความผิดทางกฎหมาย

ทั้งนี้ ทางตำรวจภูธรภาค 1 จะดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำความผิดในลักษณะดังกล่าว โดยใช้มาตรการลงโทษทางกฎหมายในฐานความผิดขั้นสูงสุด เพื่อเป็นแบบอย่างมิให้การกระกระทำความผิด และจะดำเนินการจับกุมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนสืบไป โดยหากพบเห็นการกระทำผิดหรือพบเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิดดังกล่าว สามารถแจ้งไปยังสายด่วน 191 เพื่อดำเนินการปราบปราม จับกุม ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป

มูลนิธิเจ้าพ่อกู่ช้างลำพูน จัดพิธีบวงสรวงงานประเพณีวันออกพรรษาเจ้าพ่อกู่ช้าง

มูลนิธิเจ้าพ่อกู่ช้างลำพูน จัดพิธีบวงสรวงงานประเพณีวันออกพรรษาเจ้าพ่อกู่ช้าง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ประชาชน

วันที่ 14 ตุลาคม 2568 เวลา 08.39 น. ณ โบราณสถานกู่ช้าง-กู่ม้า อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้ นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีบวงสรวง งานประเพณีวันออกพรรษาเจ้าพ่อกู่ช้าง ซึ่งจัดโดย มูลนิธิเจ้าพ่อกู่ช้างลำพูน

ภายในพิธีมี นายปรีชา สมชัย ปลัดจังหวัดลำพูน, นายชวลิต สุริยะจันร์ ประธานมูลนิธิเจ้าพ่อกู่ช้าง, นายชาคร ณ ลำปาง คณะกรรมการดำเนินงานฯ รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนเข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้เข้าร่วมงาน ตลอดจนเพื่อขอขมาลาโทษและเสริมสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

โบราณสถานกู่ช้าง–กู่ม้า ตั้งอยู่ในเขตชุมชนวัดไก่แก้ว เทศบาลเมืองลำพูน เป็นสถูปทรงกระบอกปลายมน เชื่อกันว่าเป็นสุสานบรรจุซาก ช้างศึกคู่บารมีของพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญไชย ชื่อ “ปู้ก่ำงาเขียว” หมายถึงช้างผิวคล้ำ งาสีเขียว มีอานุภาพและอิทธิฤทธิ์ในศึกสงคราม

ปัจจุบัน บริเวณดังกล่าวมีรูปปั้นจำลองของช้างปู้ก่ำงาเขียวให้ประชาชนได้มากราบสักการะ โดยมีความเชื่อว่า หากลอดท้องช้างจำลองจะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ส่งเสริมความสำเร็จและความร่มเย็นในครอบครัว

เครดิต ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน

แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูนรายงาน

สภาเทศบาลตำบลหนองมะโมง ร่วมกิจกรรมวันนวมิทรมหาราช ประจำปี 2568

วันจันทร์ ที่ 13 ตุลาคม 2568 เวลา 08.00 น.ณ หอประชุมดอนเขารัก อำเภอหนองมะโมง นายกชูชีพ สุพบุตร นายกเทศมนตรีตำบลหนองมะโมง พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ,ประธานสภาเทศบาลตำบลหนองมะโมง,สมาชิกสภาเทศบาลตำบลหนองมะโมง ทั้ง 2 เขต, รองปลัดเทศบาลตำบลหนองมะโมง หัวหน้าส่วนราชการ พนักงาน ลูกจ้าง เทศบาลตำบลหนองมะโมง เข้าร่วมกิจกรรมเนื่องในวันนวมิทรมหาราช ประจำปี 2568 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอุดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ โดยมีพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง พระสงฆ์ 10 รูป และ วางพวงมาลาถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นอันเสร็จพิธี โดยมี นายบัณฑูร ประดิษฐ์สุวรรณ์ ปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ) รักษาราชการนายอำเภอหนองมะโมง เป็นประธาน และ หัวหน้าส่วนราชการ ในอำเภอหนองมะโมง เข้าร่วม ในครั้งนี้

รมว.ธรรมนัส ลงพื้นที่สมุทรสงคราม

“รมว.ธรรมนัส” ลงพื้นที่สมุทรสงคราม ติดตามภารกิจกรมประมง กำจัดปลาหมอคางดำ – ถอนเรือประมงจากระบบ สร้างสมดุลทรัพยากรทะเลอย่างยั่งยืน

วันที่ 13 ตุลาคม 2568 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อติดตามความคืบหน้า 2 โครงการสำคัญของกรมประมง ได้แก่

  1. โครงการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ
    กรมประมงดำเนินการตาม “แผนปฏิบัติการ ปี 2567–2570” ผ่าน 7 มาตรการสำคัญ เช่น:
    กำจัดปลาหมอคางดำ ได้แล้วกว่า 7.32 ล้านกิโลกรัม ครอบคลุมพื้นที่ 19 จังหวัด เหลือการระบาดใน 17 จังหวัด โดยมีแนวโน้มลดลง​ ปล่อยปลาผู้ล่า เช่น ปลากะพง ปลาช่อน รวมกว่า 1.13 ล้านตัว​ แปรรูปปลาหมอคางดำ ไปผลิตน้ำหมักชีวภาพ ปลาร้า และปลาป่น คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 34 ล้านบาท​ จัดตั้งระบบแจ้งเตือน พร้อมออกประกาศ ห้ามเพาะเลี้ยงและเคลื่อนย้าย แล้ว 7 ฉบับ
    ดำเนินโครงการ “สิบหยิบหนึ่ง” ส่งเสริมให้เกษตรกรร่วมฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติ
    ศึกษาการเลี้ยง ปลาหมอคางดำ 4n เพื่อควบคุมประชากรในระบบนิเวศ​ ฟื้นฟูระบบนิเวศ ด้วยการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำรวมกว่า 75 ล้านตัว หรือคิดเป็น 96.6% ของแผนปี 2568
  2. โครงการนำเรือประมงออกนอกระบบเพื่อจัดการทรัพยากรทะเลอย่างยั่งยืน​ รัฐบาลอนุมัติวงเงิน 1,622 ล้านบาท เพื่อชดเชยเรือประมง 923 ลำ ทั่วประเทศ​ มีเรือประสงค์ออกนอกระบบ 804 ลำ​ ดำเนินการจ่ายเงินชดเชยแล้ว 726 ลำ รวมวงเงินกว่า 1,004 ล้านบาท
    โครงการนี้มุ่งลดจำนวนเรือให้สอดคล้องกับศักยภาพทรัพยากรทะเล เพื่อให้สามารถฟื้นฟูและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดโอกาสให้ชาวประมงเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่น
    ในโอกาสนี้ รมว.ธรรมนัส ได้ มอบป้ายโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ แก่ชาวประมงที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรและชาวประมงทั้งด้านอาชีพและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจังและยั่งยืน./

สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย​(สภท.60ปี)​

Young Buddhist Citizen: ธรรม พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

โครงการ Young Buddhist Citizen: ธรรม พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

วันที่ 12 ตุลาคม 2568 ณ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ นางสาวชมพูนุท จินตอาจารีย์ (ชาร์มมี่) ประธานชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม Wonder Kids Club นำเยาวชนเข้าร่วมโครงการ Young Buddhist Citizen ภายใต้แนวคิด “ธรรม พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน” ร่วมน้อมรำลึก ในหลวงรัชกาลที่ 9

โครงการครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก อาจารย์กาญจนา สุ่นสวัสดิ์ อุปนายกพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีกล่าวเปิดกิจกรรม Young Buddhist Citizen : ธรรม พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และเป็นผู้มอบเกียรติบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมจำนวน 26 คน

วิทยากรได้แก่ อาจารย์พุทธิวงส์ สวัสดี, อาจารย์นภาพร อัจฉราฤทธิ์, อาจารย์รุจิรา นิลเพ็ชร์พลอย, อาจารย์นาวาเอก (พิเศษ) ธรรมนูญ วิเศษสิงห์, ทีมธรรมะบันเทิง โดย อาจารย์วิษณุสรรค์ และทีมธรรมศึกษาและเผยแพร่

ชาร์มมี่กล่าวว่า “ ชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคมWonder Kids Club ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมมาแล้ว16โครงการ และโครงการ Young Buddhist Cituzen นี้ เป็นโครงการที่17 ได้รับความอนุเคราะห์สนับสนุนจากพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย มุ่งสร้างและส่งเสริมให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ให้ได้เรียนรู้หลักธรรมในทางพระพุทธศาสนา และนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันอย่างมีความสุข วัตถุประสงค์สร้างภาพลักษณ์เยาวชนชาวพุทธยุคใหม่ ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในวัดหรือเฉพาะผู้สูงวัยเท่านั้น แต่ยังเป็นคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจหลักธรรมด้วยเหตุและผล พัฒนาชีวิตให้ยั่งยืน ” ในวันนี้ พวกเราขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9
และขอสืบสานพระราชปณิธานด้วยการทำความดี พัฒนาตนเองและสังคมอย่างต่อเนื่อง ตามพระราชดำรัสที่ว่า “การทำความดี แม้เพียงเล็กน้อย ก็เป็นสิ่งที่มีค่า” ด้วยรักและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น การเรียนรู้หลักธรรม และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างสร้างสรรค์ ทั้งนี้ที่ปรึกษาสมทบของโครงการ Young Buddhist Citizen คุณกานต์พิชชา ชุติพันธ์เจริญ และ คุณภีรดา ศรีสาหราย เข้าร่วมสังเกตการณ์เพื่อนำมาปรับเปลี่ยนและพัฒนาโครงการให้เหมาะกับเด็กและเยาวชนต่อไป
กิจกรรมนี้เป็นหนึ่งในโครงการพันธมิตรอาสาสมัครกาชาด สภากาชาดไทย

ชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม Wonder Kids Club เป็นกลุ่มเด็กที่ใช้เวลาว่างให้เป้นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม ไม่แสวงหาผลกำไร มีสโลแกน สนุกเล่น สนุกคิด จิตอาสา #ํYoungBuddhistCitizen

ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา ได้รับคัดเลือกร่วมงาน“ จิตอาสาในระดับนานาชาติ กีฬาเยาวชนเอเชียครั้งที่ 3 บาห์เรน 2025

ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา
ประสบความสำเร็จด้านได้รับการคัดเลือกให้ได้ร่วมงาน
“ จิตอาสาในระดับนานาชาติชื่องาน กีฬาเยาวชนเอเชียครั้งที่ 3 บาห์เรน 2025เจ้าภาพทุ่มทุนกว่า 1,292 ล้านบาท“The 3rd Asian Youth Games from October 22-31, 2025.

รายงานข่าวสร้างสรรค์เขียนและเรียบเรียงโดยทีม“อรีฟแจงแมงปอ”

ดาน่า อัล อราวี่ บุตรสาว ทายาทและเจ้าของศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนาศูนย์ภาคเหนือ ,
นักข่าวอาวุโส , บรรณาธิการบริหาร Times of Bahrain. โดยได้รับการคัดเลือกจากทางภาครัฐให้ปฏิบัติหน้าที่หนึ่งหน้าที่สำคัญมากในตำแหน่ง” Protocol”.ได้รับคัดเลือกให้ ปฎิบัติหน้าที่ งานใหญ่ระหว่างวันที่ 22-31 ตุลาคม2568.
Bahrain will host the 3rd Asian Youth Games from October 22-31, 2025. ที่ทางราชอาณาจักรบาห์เรนทุ่มทุนกว่า 1,292 ล้านบาท 15,000,000 BD.งานกีฬาที่ต้องบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ บาห์เรน

รายงานข่าวเขียนและเรียบเรียงโดย“อรีฟแจงแมงปอ”นักข่าวหน้าใหม่และทีมแอดมิน ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนาบริหารงานโดย ผู้ก่อตั้ง นายก ศิโรจน์ มิ่งขวัญ นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย
ดร.อรวรรณ บุณยธาดา
ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนาประเทศไทยและต่างประเทศรวมถึงทีมบริหารงานทั้งไทยและต่างประเทศ

มารู้จักตำแหน่ง “โปรโตคอล”
ในกีฬา (protocol) เป็นตำแหน่งเจ้าหน้าที่จิตอาสาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการแข่งขัน,กองพิธีการทูต (Protocol Division),วางแผนและประสานงาน,จัดกิจกรรมพิธีการ
ให้บริการต้อนรับแขกระดับวีไอพีที่มาจากต่างประเทศเช่น
ประธานบริหารบุคคลสำคัญที่จัด “ฟุตบอลโลก”มีประสิทธิภาพต้อนรับการมาเยือนของผู้นำระดับชาติและบุคคลสำคัญระดับนานาชาติด้วยความสุภาพและอัธยาศัยดี,ติดต่อประสานงานอย่างใกล้ชิดและให้การบริการในฐานะรัฐเจ้าภาพ

ดร.อรวรรณ บุณยธาดา
ผู้อำนวยการ
ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนากล่าวว่า “ได้มีการส่งนักศึกษานักเรียนที่เคยผ่านการเรียนการสอน การอบรม บุคคลที่มี“จิตอาสา”เข้ารับการคัดเลือกสอบสัมภาษณ์จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
จากนานาประเทศเพื่อเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในทีม “จิตอาสาที่ทรงพลังร่วมงานระดับนานาชาติ”
ในกิจกรรมการแข่งขันกีฬาที่จะจัดแบบยิ่งใหญ่ในหนึ่งใน ประวัติศาสตร์บาห์เรน
ผู้ที่ผ่านการสอบคัดเลือก สัมภาษณ์ และปฏิบัติงานครบ10 วัน จะได้รับใบประกาศนียบัตรอินเตอรจากทางภาครัฐเพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ตัวเองและวงศ์ตระกูล ในการปฎิบัติหน้าที่ งานใหญ่อีกงาน ที่ทุ่มทุนกว่า 1,292 ล้านบาท 15,000,000 BD.ที่ต้องบันทึกหน้าประวัติศาสตร์อีกวัน Protocol ต้อนรับ V.I.P รวมถึง บุคคลสำคัญอันทรงเกียรติที่มาเยือนและร่วมบริหารงานกับฝ่ายบริหารงานให้ภาพรวมของงานตามแผนกต่างๆเช่น แผนกดูแล นักกีฬาจากนานานับประเทศ ,แผนกความปลอดภัย ,แผนกการสื่อสาร และอีกๆหลายๆแผนก ให้อยู่ในความเรียบร้อยในช่วงระยะเวลา ปฏิบัติภารกิจ10 วัน ที่สำคัญร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองรวมถึงแขกในประเทศที่เข้าร่วมชมและเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาถึง45 ประเทศ เข้าร่วมแข่งขันกีฬารวม24 ประเภท รวมถึงกีฬามวยสากลเป็นครั้งแรก กิจกรรมนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างเส้นทางให้นักกีฬารุ่นเยาว์ได้ผ่านเข้ารอบการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเยาวชนปี 2026 ต่อไป
Credit picture : The Olympic Council of Asia.