Blog

ศึกมวยมันส์การกุศล ต้านภัยยาเสพติด เทศบาลตำบลบ้านกลาง จังหวัดลำพูน

ศึกมวยมันส์การกุศล ต้านภัยยาเสพติด ณ สนามกีฬาเทศบาลตำบลบ้านกลาง จังหวัดลำพูน

ค่ำวันที่ (28 พฤศจิกายน 2568) เวลา 19.00 น. ณ สนามมวยชั่วคราว ศูนย์กีฬาและนันทนาการจามเทวี ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลบ้านกลาง จัดกิจกรรม “ศึกมวยมันส์การกุศล ต้านภัยยาเสพติด” โดยได้รับการสนับสนุนจาก นายกสร้อย เวียงยอง (นางสาวสิริมาพร รัตนภูมิสิริ) นายกเทศมนตรีตำบลเวียงยอง

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นางสาวสิริมาพร รัตนภูมิสิริ นายกเทศมนตรีตำบลเวียงยอง เป็นประธานในพิธี โดยมี นาย นที โพธิศาล กำนันตำบลบ้านกลาง กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของงาน พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ รัตนภูมิสิริ อดีตประธานสภาเทศบาลตำบลบ้านกลาง, ว่าที่ร้อยตรี วัชระ กันแจ่ม นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล และประชาชนแฟนมวยในพื้นที่เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

ภายในพิธี ดาบตำรวจสรวิชญ์ จอมใจ ทำหน้าที่พิธีกรภาคสนามประกบคู่มวย กล่าวถวายราชสดุดี น้อมรำลึกและแสดงความอาลัยต่อ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมนำผู้เข้าร่วมพิธียืนสงบนิ่งเป็นเวลา 93 วินาที

หลังพิธีเปิดได้มีการแข่งขันชกมวยรวมทั้งสิ้น 12 คู่ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ผู้เข้าร่วมส่งเสียงเชียร์อย่างต่อเนื่อง โดยการแข่งขันดำเนินไปตามกฎกติกาอย่างเคร่งครัด ส่งเสริมความมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และสะท้อนความร่วมมือของชุมชนในภารกิจร่วมกันต้านภัยยาเสพติด

ผู้สื่อข่าว : ทอแทน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ พร้อมมอบวีลแชร์แก่ผู้พิการ และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรี ณ สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านสองแคว ณ ศาลาประชาคม ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก
.
วานนี้ (วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ พร้อมด้วย นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ฐานะยากจน ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ จำนวน 17 ราย คิดเป็นมูลค่า 339,410 บาท พร้อมมอบรถเข็นวีลแชร์แก่ผู้พิการ จำนวน 15 ราย คิดเป็นมูลค่า 45,000 บาท คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 384,410 บาท (สามแสนแปดหมื่นสี่พันสี่ร้อยสิบบาทถ้วน) นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ และอาสาสมัคร ออกหน่วยให้บริการประชาชนฟรี อาทิ บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป แจกแว่นสายตา บริการตัดผมชาย-หญิง และบริการทันตกรรม โดยมี นางสาวปิยะฉัตร ไพชนม์ ปลัดจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย นายปิยะ เสนานุช รักษาการผู้อำนวยการกลุ่มงานมาตรฐานฝีมือแรงงาน และนางสาวทิพวรรณ โพธิ์ทอง ผู้อำนวยการสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการ ค้ามนุษย์ (บ้านสองแคว) จังหวัดพิษณุโลก ร่วมในพิธี ณ ศาลาประชาคม ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก
.
นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ เปิดเผยว่า โครงการ ส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวและสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ จำนวน 12 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ชลบุรี สงขลา สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา ศรีสะเกษ ขอนแก่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย และพิษณุโลก โดยการคัดกรองผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม เสริมทักษะอาชีพ ส่งมาให้มูลนิธิฯ พิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยมูลนิธิฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินการโครงการดังกล่าวนี้ จะมีส่วนสนับสนุน ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป
.
ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
.
ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung
.
.
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน #แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

สคบ.ทลายร้านลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าตามนโยบาย “กวาดให้เกลี้ยง” ของรัฐมนตรีสันติ ปิยะทัต

สคบ. เปิดปฏิบัติการบุกทลายร้านลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าย่านปู่เจ้าฯ เดินหน้าตามนโยบาย “กวาดให้เกลี้ยง” ของรัฐมนตรีสันติ ปิยะทัต
 
เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.55 น. บรรยากาศย่านถนนปู่เจ้าสมิงพราย อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ต้องสะเทือน เมื่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดฉากปฏิบัติการเข้มข้นแบบ “ล็อกเป้า – ลุยทันที – ไม่มีเตือน” ตามยุทธศาสตร์ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ของนายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 

หลังประชาชนส่งเบาะแสเข้ามาเพียงไม่นาน นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้สั่งการแบบสายฟ้าฟาดให้ชุดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ทันที เพื่อสกัดกั้นการแพร่กระจายของบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายที่กำลังระบาดหนักในหลายพื้นที่
                   
ชุดปฏิบัติการนำโดย นายประยงค์ เฉลิมทิศ นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ พร้อมกำลัง
พนักงานเจ้าหน้าที่ สคบ. เดินหน้าลุยแบบไม่เสียจังหวะ เมื่อไปถึงสถานที่เป้าหมาย สิ่งที่พบคือ ของกลางวางเต็มพื้นที่ พร้อมขายอย่างท้าทายต่อกฎหมาย ทันทีที่ประตูร้านเปิดออก เจ้าหน้าที่แสดงตัวและเข้าควบคุม
สถานการณ์ ก่อนกวาดยึดบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาแบบ ยกล็อต รวมจำนวน 472 ชิ้น มูลค่ากว่า 212,000 บาท ตัดตอน “แหล่งขายสำคัญ” ที่ลักลอบจำหน่ายให้เยาวชนและผู้บริโภคทั่วไป โดยการปฏิบัติการ เริ่ม 14.55 น. และปิดภารกิจเวลา 17.00 น. ซึ่งการดำเนินเป็นไปด้วยความเข้มงวดและแม่นเป้าหมาย พร้อมเตรียมส่งผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายทันที
                   
นายรณรงค์ฯ เปิดเผยว่า นี่ไม่ใช่ปฏิบัติการครั้งสุดท้าย แต่เป็นเพียง “หนึ่งในหลายระลอก” ที่กำลังจะตามมาในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ภายใต้นโยบายหนักแน่นของรัฐมนตรีสันติ ที่ประกาศชัดว่า “ผู้ค้าบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย…ไม่มีวันได้พัก” ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานที่จริงจัง เข้มข้น และไร้ช่องว่างของ สคบ. เพื่อปกป้องผู้บริโภคจากสินค้าที่เป็นภัยต่อสุขภาพ พร้อมย้ำว่า เบาะแสจากประชาชนคือ พลังสำคัญในการเปิดโปงร้านลักลอบขายที่ซ่อนตัวอยู่ตามชุมชนต่างๆ พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นการจำหน่ายหรือโฆษณาบุหรี่ไฟฟ้า สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ ได้ที่สายด่วน 1166 ร้องเรียนผ่านแอปพลิเคชัน OCPB Connect หรือ เว็บไซต์ www.ocpb.go.th
 

ผบก.ภ.จว.ชัยนาท ประชุมกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ ประจำเดือน พฤศจิกายน 2568


🗓️วันนี้ 27 พฤศจิกายน 2568

⏰เวลา 09.30 น.

👮‍♀️พล.ต.ต.สมพล วงศ์ศรีสุนทร
ผบก.ภ.จว.ชัยนาท
และ หัวหน้าสถานีตำรวจในสังกัด ภ.จว.ชัยนาท

📚 ประชุมกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ ประจำเดือน พฤศจิกายน 2568

โดยมี
👮นาย วิทยา ชพานนท์
รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เป็นประธาน
🔹รองผู้ว่าราชการ ,
หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดชัยนาท และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

🛕ณ ห้องประชุมธรรมจักร 501 ศาลากลางจังหวัดชัยนาท

ชี้แจงการขอรับค่าตอบแทนและเงินช่วยเหลือการปฏิบัติงานยาเสพติด

วันที่ 27 พ.ย. 68 เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ได้ตรวจความเรียบร้อยประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อชี้แจงการขอรับค่าตอบแทนและเงินช่วยเหลือการปฏิบัติงานยาเสพติดประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยมี พ.ต.อ.สมภพ เชาว์เพชรไพโรจน์ ผกก.ฝอ.3 บก.อก.ภ.1 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรับผิดชอบโดย ฝอ.3 ร่วมตรวจสถานที่ และได้กำชับการปฏิบัติ ควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติ และผลการปฏิบัติเป็นที่เรียบร้อยดี ณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารอเนกประสงค์ ภ.1

รอง ผบช.ภ.1 ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม สภ.เมืองปทุมธานี

วันที่ 27 พ.ย.68 เวลา11.00น. พล.ต.ต.ภัทรภวัต สุขแสง รอง ผบช.ภ.1 ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม สภ.เมืองปทุมธานี โดยมี พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี , พ.ต.ท.ขจร ฉัตรแก้วมณี รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองปทุมธานี ,

พ.ต.ท.เกษม ศรีจันทร์อินทร์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองปทุมธานี, พ.ต.ท.ธไท ศลิษฏานนท์ รอง ผกก.สส. สภ.เมืองปทุมธานี
พ.ต.ท.สามารถ เปาจีน รอง ผกก.จร.สภ.เมืองปทุมธานี ข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี ให้การต้อนรับ โดยได้มีข้อกำชับ ดังนี้
1. ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ,ผบ.ตร. และ ผบช.ภ.1 อย่างเคร่งครัด
2. ควบคุมกำกับดูแล งานสอบสวน อย่าให้พนักงานสอบสวนต้องทำงานเพียงลำพัง

  1. ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ดูแลกำกับการปฏิบัติหน้าที่ ของผู้ใต้บังคับบัญชา ให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย อย่าให้เกิดภาพลักษณ์ ที่ไม่ดีต่อองค์กร เป็นอันขาด
  2. ให้ข้าราชการตำรวจทุกนายตระหนักในหน้าที่ และการดูแลประชาชนด้วยความเต็มใจ
    5.ให้ข้าราชการตำรวจทุกนายใส่ใจการแต่งกายในเครื่องแบบ และนอกเครื่องแบบให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และพร้อมสำหรับการปฎิบัติหน้าที่และเป็นไปตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
    จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

หลักสูตรวัคซีนชีวิตเพื่อสังคม (วชส.) รุ่นที่ 1 บริจาคเงินสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมทางภาคใต้

📍📍หลักสูตรวัคซีนชีวิตเพื่อสังคม (วชส.) รุ่นที่ 1 ย้ำจิตสำนึกเพื่อสังคม! 📍📍
ร่วมกันบริจาคเงินสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมทางภาคใต้ จำนวน 250,000 บาท
เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ทางสมาคมตำรวจ ร่วมกับภาคเอกชน ได้จัดพิธีปิดและ มอบใบประกาศนียบัตรหลักสูตรวัคซีนชีวิตเพื่อสังคมสำหรับผู้บริหารชั้นสูง (วชส.) รุ่นที่ 1 (Vaccine for Life and Social) อย่างสมบูรณ์แบบ ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เมื่อวันที่ 26 พ.ย 68 เวลาประมาณ 14.00 น. : ฯพณฯ ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ให้เกียรติเดินทางมาบรรยายพิเศษในหัวข้อ “คุณธรรมสำหรับผู้นำ”
จากนั้น พลตำรวจเอก สมพงษ์ ชิงดวง ประธานหลักสูตรและรองนายกสมาคมตำรวจ , พลตำรวจตรี สุรศักดิ์ เลาหพิบูลย์กุล ผู้อำนวยการหลักสูตร ,พลตำรวจเอก ปัญญา มาเม่น ผู้แทน นายกสมาคมตำรวจ พลเรือเอกวรวุฒิ พฤษารุ่งเรือง ประธานรุ่น คุณจุรีภรณ์ เมฆินไกรลาศ และคณะผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรวัคซีนชีวิตเพื่อสังคมสำหรับผู้บริหารชั้นสูง (วชส.) รุ่นที่ 1 ได้ร่วมกันบริจาคเงินสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมทางภาคใต้ จำนวน 250,000 บาท ผ่าน ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทางภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ แสดงถึงความมุ่งมั่นในการทำกิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์ร่วมกัน ตลอดจนความรับผิดชอบและจิตสำนึกต่อสังคมของคณะผู้บริหารระดับสูง
ต่อมาเวลาประมาณ 16.00 น. : ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ท่าน พลตำรวจโท โสภณรัชค์ สิงหอารุ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีมอบ ใบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้เข้าอบรมหลักสูตรวัคซีนชีวิตเพื่อสังคมสำหรับผู้บริหารชั้นสูง (วชส.) รุ่นที่ 1 (Vaccine for Life and Social) จำนวน 150 คน
เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการรับมอบใบประกาศนียบัตรแล้ว ท่านประธานในพิธีได้ให้เกียรติถ่ายภาพเพื่อเป็นระลึกร่วมกันกับคณะผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรวัคซีนชีวิต รุ่นที่ 1 ด้วยความประทับใจยิ่ง

บก.ตม.6 เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่นัำท่วมจังหวัดในภาคใต้

“สนองนโยบาย นรม./สร.1 และ ผบ.ตร. พิทักษ์1 ตำรวจ บก.ตม.6 ของประชาชนในยามทุกข์ยากประสพภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ ออกช่วยเหลือประชาชน” กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 โดย กก.สส.บก.ตม.6 เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่นัำท่วมจังหวัดในภาคใต้
วันนี้ เวลา 13.00 น. พ.ต.อ.เจรืญพงษ์ ขันติโล ผกก.ตม.จว.สตูล บก.ตม.6 ในฐานะ รองโฆษก บก.ตม.6 ปฎิบัตืหน้าที่แทนโฆษก บก.ตม.6 เปิดเผยว่า
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ตม.6, ว่าที่ พ.ต.อ.วุฒิภัทร นภาโชติ ผกก.สส.บก.ตม.6

นำกำลังเจ้าหน้าที่ ให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ โดยจัดหาผ้าห่ม ของบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้น และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ตามศูนย์พักพิง และผู้ที่ติดค้างภายในสนามบินนานาชาติหาดใหญ่ พร้อมทั้งให้คำแนะนำ อำนวยความสะดวกแก่ชาวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบในการเดินทางกลับประเทศ

ประธานคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรีช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย


วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568
เวลา 13.00 น.

🔘 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรีในการติดตามการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเขตตรวจราชการที่ 1 มอบให้ นายวราดิศร อ่อนนุช รรท.ผวจ.สิงห์บุรี เป็นผู้แทนฯ
🔘 <✵✵ 》พล.ต.ต.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี
🔶 ร่วมรับฟังสถานการณ์อุทภัยในพื้นที่และมอบถุงยังชีพ
📍ณ อบต.ประศุก อ.อินทร์บุรี จว.สิงห์บุรี

เทศบาลตำบลบ้านกลาง จังหวัดลำพูน จัดพิธีบวงสรวงพระนางจามเทวี

เทศบาลตำบลบ้านกลาง จังหวัดลำพูน จัดพิธีบวงสรวงพระนางจามเทวี เนื่องในวันพระแม่นั่งเมือง ประจำปี 2568

เช้าวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.09 น. เทศบาลตำบลบ้านกลาง จังหวัดลำพูน จัดพิธีบวงสรวงสักการะพระนางจามเทวี เนื่องในวันพระแม่นั่งเมือง ประจำปี 2568 ณ ศูนย์กีฬาและนันทนาการจามเทวี โดยมี ว่าที่ร้อยตรี วัชระ กันแจ่ม นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยรองนายกเทศมนตรี ปลัดเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล พนักงาน และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึง พระนางจามเทวี ปฐมกษัตรีย์แห่งนครหริภุญชัย ตามคติความเชื่อ “วันพระแม่นั่งเมือง” ซึ่งตรงกับวันที่ 28 พฤศจิกายนของทุกปี อันมีที่มาจากตำนานที่กล่าวว่า พระนางจามเทวีเสด็จขึ้นนั่งเมืองได้ 7 วัน ก็ประสูติพระราชโอรสฝาแฝด ในวันเพ็ญเดือน 3 ถือเป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาวลำพูน

ภายในพิธีมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง อาทิ การฟ้อนรำลึกพระนางจามเทวี ฟ้อนขันดอก และฟ้อนเล็บ โดยพนักงานเทศบาลและผู้มีจิตศรัทธา ร่วมกันแสดงความเคารพสักการะอย่างงดงามและสมพระเกียรติ บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบ ศรัทธา และความศักดิ์สิทธิ์

ประวัติพระนางจามเทวี (โดยสรุป)

พระนางจามเทวีเป็นปฐมกษัตรีย์ผู้วางรากฐานนครหริภุญชัย ทรงได้รับอัญเชิญมาจากเมืองละโว้ (ลพบุรี) ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการปกครอง การศาสนา และวัฒนธรรม ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ส่งเสริมบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรือง
พระราชโอรสฝาแฝดทั้งสองพระองค์ ได้แก่ พระมหันตยศ และ พระเจ้าอนันตยศ ซึ่งสืบทอดราชบัลลังก์ต่อมา พระองค์ทรงเป็นบุคคลสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ลำพูนกว่า 1,300 ปี ชาวลำพูนยังคงสักการะและรำลึกถึงพระองค์อย่างต่อเนื่อง

ประวัติอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ณ เทศบาลตำบลบ้านกลาง

อนุสาวรีย์แห่งนี้เดิมประดิษฐานอยู่ที่บ้านท่าล้อ–ศรีคำ หมู่ 2 ตำบลบ้านกลาง สร้างโดยบริษัทศิริมณี จำกัด และอัญเชิญมาประดิษฐานที่ลำพูนเมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2538 ก่อนจะมอบให้จังหวัดลำพูนในวันที่ 5 มีนาคมปีเดียวกัน
ต่อมาในปี พ.ศ. 2561 เทศบาลตำบลบ้านกลางได้อัญเชิญองค์อนุสาวรีย์มาประดิษฐาน ณ ลานอนุสาวรีย์แห่งใหม่ ภายในศูนย์กีฬาและนันทนาการจามเทวี และใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญต่าง ๆ ของชุมชน เช่น วันพระแม่นั่งเมือง วันสงกรานต์ และวันครบรอบการสวรรคตตามปฏิทินจันทรคติ

พิธีบวงสรวงในครั้งนี้นับเป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันทรงคุณค่าของชาวลำพูน แสดงออกถึงความกตัญญูต่อปฐมกษัตรีย์ผู้วางรากฐานความรุ่งเรืองให้แก่เมืองหริภุญชัย และเป็นการรวมพลังศรัทธาของชุมชนในการรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมให้คงอยู่สืบไป

ผู้สื่อข่าว : แทน ต่อมสังข์