Blog

กก.สส.3 บก.สส.ภ.1 จับกุม “แก๊งคอกม้า”

ตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1/โฆษก ตร.ภ.1 พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 พล.ต.ต.ฤทธินันท์ ปุ๋ยพันธวงศ์ ผบก.กค.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 เปิดเผยว่าทาง พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ได้สั่งการให้จับกุมแก๊งคอกม้า

โดย กก.สส.3 บก.สส.ภ.1  ขอรายงานผลการจับกุม “แก๊งคอกม้า” ซึ่งมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการจัดหาบัญชีม้า เพื่อใช้ถอนเงินจากการหลอกลวงผ่านทาง Call Center และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในพื้นที่ ภ.1 ดังนี้

📅 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17.45 น เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.3 บก.สส.ภ.1
ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 9 ราย
     ผู้ต้องหา 6 คน ถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันจัดหา โฆษณา หรือไขข่าว เพื่อให้มีการซื้อขาย บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์  เพื่อนำไปใช้กระทำความผิดทางอาญา (ม.10) และ ร่วมกันเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็น อั้งยี่”

       ผู้ต้องหาอีก 3 คน ถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่า “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนเอง โดยมีพฤติการณ์ที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ม.9)” และเป็นสมาชิกคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมายผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็น อั้งยี่”

พฤติการณ์ กล่าวคือ
    จากการขยายผลสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจกก.สส. 3 บก.สส.ภ. 1  เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับขบวนการฟอกเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน ทั้งกลุ่มผู้ควบคุมและสั่งการ กลุ่มผู้คุมบัญชีม้า กลุ่มเจ้าของบัญชีม้า และกลุ่มรวบรวมเงินสดส่งต่อให้ผู้สั่งการซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็น“ขบวนการอั้งยี่และซ่องโจรข้ามชาติ”
      ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนขยายผลจนทราบถึงเครือข่ายซึ่งทำหน้าที่ควบคุมบัญชีม้าและพาบุคคลที่รับจ้างเปิดบัญชีไปถอนเงินสดจากธนาคาร โดยใช้รถยนต์ เป็นพาหนะประจำการ
หลังจากติดตามพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง จนวันที่ 4 พ.ย.2568 เวลาประมาณ 15.30 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสว่าได้ปรากฏตัวที่ห้างสรรพสินค้าใน เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร 
ชุดสืบสวนจึงได้วางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณชั้นใต้ดิน โซนธนาคาร ภายในห้างดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจพบผู้ต้องสงสัยทำธุรกรรมถอนเงินสดจากธนาคารกรุงเทพ และส่งมอบเงินต่อกันภายในห้องน้ำของห้าง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมตรวจยึดของกลางเงินสด
💼 ของกลางที่ตรวจยึด
     1. เงินสด จำนวน 687,000 บาท
     2. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 10 เครื่อง
     3. สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 7 เล่ม
     4. รถยนต์ จำนวน 1 คัน
     5. กระเป๋าสะพาย จำนวน 4 ใบ
📍สถานที่จับกุม  แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร
🚔นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.บางชัน บก.น.4  ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
     จากการปฏิบัติการดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจาก WARROOM PCT ตร.ในการตรวจสอบเส้นเงิน และประสานติดตามผู้เสียหาย โดยในเบื้องต้นตรวจสอบพบว่า มีผู้เสียหายโอนเงินมายังกลุ่มคอกม้านี้ในวันที่ 4 พ.ย.2568
จะได้ตรวจสอบเส้นเงืนในรายอื่นๆประสานการคืนเงิน (Money cash back) ให้กับผู้เสียหาย ต่อไป

ประชุมใหญ่ WBC – WBC Muaythai จัดอลังการที่ สวนเบญจสิริ

งานประวัติศาสตร์คนรักมวย! “ประชุมใหญ่ WBC – WBC Muaythai”
จัดอลังการที่ แมริออท มาร์คีส์ – สวนเบญจสิริ 30 พ.ย.- 5 ธ.ค.

สภามวยโลก (WBC) องค์กรมวยชั้นนำของโลก กำหนดมาจัดประชุมใหญ่ที่ประเทศไทย ในปีนี้ พร้อมทั้งจัดการประชุมใหญ่ สภามวยโลก มวยไทย (WBC Muaythai) ครั้งแรกขึ้นในโอกาสเดียวกัน ภายใต้แนวคิด “มวยไทยสู่มวยโลก” หรือ “WBC Annual Convention ครั้งที่ 63” และ “WBC Muaythai Convention ครั้งที่ 1” โดยจะมีการจัดแข่งขันมวยชิงแชมป์โลกในงาน Convention นี้ด้วย

เมื่อเวลา 14.00 น. วันพุธที่ 5 พ.ย.68 ที่สำนักงานสภามวยแห่งเอเชีย ถนนพหลโยธิน ซอย 3 กทม. พล.ต.ธนพล ภักดีภูมิ ประธานสภามวยโลก มวยไทย และ ประธานสภามวยแห่งเอเชีย (WBC Asia) พร้อมด้วย นายทศพล วรรณศุภผล ผอ.กองส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายภูริพันธ์ บุนนาค รอง ผอ.อาวุโสสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) นายปิยะรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ กรรมการผู้จัดการเพชรยินดีบ๊อกซิ่งโปรโมชั่น และ นายเควิน นูน เลขาธิการสภามวยโลก มวยไทย และสภามวยแห่งเอเชียร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “มวยไทยสู่มวยโลก” หรือ “WBC Convention ครั้งที่ 63” และ “WBC Muaythai Convention ครั้งที่ 1” และการแข่งขันมวยชิงแชมป์โลกในงาน Convention ระหว่างวันที่ 30 พ.ย. – 5 ธ.ค.68 ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ซอยสุขุมวิท 22 รวมถึงบริเวณอุทยานเบญจสิริ คาดว่าจะมีผู้มาร่วมงานจากทั่วโลกมากกว่า 2,000 คน โดยจะมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวสารความเคลื่อนไหวการประชุมไปยังประเทศสมาชิกกว่า 176 ประเทศ ซึ่งหนึ่งในไฮไลต์ของงานคือ การรวมสุดยอดนักมวยจากประเทศสมาชิกแข่งขันชกชิงเข็มขัดแชมป์สภามวยโลก WBC , WBC Asia และ WBC Muaythai กว่า 10 เส้น

พล.ต.ธนพล เผยว่า “ความพิเศษของงานในครั้งนี้ จะเป็นการประชุมกีฬามวยนานาชาติครั้งแรกในโลกที่มีทั้งมวยไทยและมวยสากลรวมอยู่ในงานเดียวกัน ซึ่งจะอัดแน่นไปด้วยสาระความรู้และประสบการณ์ในการพัฒนากีฬามวย เช่น การเสริมสร้างความปลอดภัยแก่นักกีฬาด้วยวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ และการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรกีฬามวย นอกจากนี้ เรายังได้จัดเตรียมใช้เสน่ห์แห่งความเป็นไทยผสานกับศิลปะการต่อสู้ เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและทรงคุณค่า เช่น การไหว้ครูมวยไทย การแสดงมวยโบราณ และนำเสนออาหารไทยเลิศรส รวมถึงการแสดงวัฒนธรรมไทยด้านต่างๆ ส่วนในงานกาล่าดินเนอร์ จะมีการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติให้แก่บุคคลระดับตำนานในวงการกีฬามวย นอกจากนี้ยังจะมีการเปิดมาสเตอร์คลาสมวยไทยโดยอดีตแชมป์โลกชื่อดังให้แก่ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมทุกเช้า และการแข่งขันชกมวยไทยทั้งสมัครเล่นและอาชีพทุกวันภายในบริเวณสวนเบญจสิริตลอดห้วงเวลาจัดงาน และอีกหนึ่งไฮไลท์ของงานนี้คือการรวมตัวของบุคคลสำคัญวงการมวยชาวไทยและซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน”

รายละเอียดของงานแต่ละวัน ดังนี้ วันที่ 30 พ.ย. เป็นการประชุมคณะผู้บริหารสภามวยโลก และงานเลี้ยงต้อนรับ , วันที่ 1 ธ.ค. พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ ,การประชุมใหญ่ WBC Muaythai, งานกาล่าดินเนอร์และมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ โดยจะมีแชมป์โลกกีฬามวยทั้งอดีตและปัจจุบัน มาร่วมงานอย่างคับคั่ง , วันที่ 2 ธ.ค. ชกชิงเข็มขัดแชมป์โลก WBC Muaythai ,การอบรมผู้ตัดสิน ,ประชุมใหญ่สภามวยโลก , วันที่ 3 ธ.ค. การฝึกมวยไทย ,การแข่งขันมวยไทยสมัครเล่น และมวยไทยระดับเยาวชน , วันที่ 4 ธ.ค. ชกชิงเข็มขัดแชมป์สภามวยโลก WBC และ WBC Asia , วันที่ 5 ธ.ค. เยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ (รายละเอียดเพิ่มเติม wbcmuaythai.com และ asianboxingcouncil.com )

ทั้งนี้รายการมวย จะจัดแข่งขัน 2 วันๆละ 6 คู่ โดยวันที่ 2 ธ.ค. จัดบริเวณอุทยานเบญจสิริ ถ่ายทอดสดทางช่องทรูโฟร์ยู เวลา 18.00 – 20.00 น. เป็นกติกามวยไทยประกอบด้วย คู่เอก ชิงแชมป์โลก WBC Muaythai รุ่นซุปเปอร์เฟเธอร์เวท 130 ป.ระหว่าง ชายหล้า ภ.หลักบุญ (ไทย) กับ จอช แม็คคัลล็อค Josh McCulloch (ออสเตรเลีย) ,ชิงแชมป์โลก WBC Muaythai รุ่นมิดเดิ้ลเวท 160 ป. ระหว่าง แกเร็ทท์ สไมลีGarrett Smylie (ไอร์แลนด์) กับ ทริสเตียน สเตาเฟอร์ Tristan Stauffer (สวิตเซอร์แลนด์), ชิงแชมป์โลก WBC Muaythai รุ่นซุปเปอร์แบนตั้มเวท 122 ป. ระหว่าง เสาเอก อ.อัจฉริยะ (ไทย) กับ หยกมรกต ว.สังข์ประไพ (ไทย) , ชิงแชมป์ Daimond WBC Muaythai รุ่นเวลเตอร์เวท 147 ป. ระหว่าง กัปปิตัน เพชรยินดี (ไทย) กับ แม็กซ์ แม็ควิคเกอร์ Max McVicher (ออสเตรเลีย) ,ชิงแชมป์โลก WBC Muaythai หญิง รุ่นไลท์ฟลายเวท 108 ป. ระหว่าง ไข่เค็ม ศิษย์พนัญเชิง (ไทย) กับ มาเฟีย เพชรหนองกี่ (ไทย) , ชิงเข็มขัด WBC Muaythai Muay หญิง รุ่นไลท์ฟลายเวท 108 ป.ระหว่าง เพชรสายป่าน ศิษย์พนัญเชิง (ไทย) กับ น้องเนย ศิษย์วีรชาติ (ไทย)

ส่วนการแข่งขันชกมวยวันที่ 4 ธ.ค.จัดภายในโรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ถ่ายทอดสดทางช่องทรูโฟร์ยู เวลา 18.00 – 20.00 น. เป็นกติกามวยสากล คู่เอกชิงแชมป์โลก WBC รุ่นไลท์ฟลายเวท 108 ป. ระหว่าง น็อคเอาท์ ซีพีเอฟ (ไทย) กับ คาลอส คานิซาเลซ Carlos Canizales (แชมป์โลกชาว เวเนซุเอลา) ,ชิงแชมป์ WBC International Silver รุ่นซุปเปอร์ฟลายเวท 115 ป. ระหว่าง กุมารดอย เพชรยินดี (ไทย) กับ เรียวทาโร่ นาคากากิ Ryutaro Nakagaki (ญี่ปุ่น) , ชิงแชมป์ WBC Asia และ WBC Far East รุ่นซุปเปอร์เวลเตอร์เวท 154 ป. ระหว่าง ตงฮุย ลี Tonghui Li (จีน) กับ วิคเตอร์ นักบี Victor Nagbe (ออสเตรเลีย) ,WBC Far East Female รุ่นซุปเปอร์แบนตั้มเวท 122 ป. ระหว่าง โป เดนแมน (ไทย) กับ เอลลี่ เบาท์เทลล์ Ellie Bouttell (อังกฤษ) , ชิงแชมป์ WBC Asia Silver รุ่นเฟเธอร์เวท 126 ป.ระหว่าง แสนสุข เกตุสำเภา(ไทย) กับ ไลท์ ดาวูซี Lite Dewuxi (จีน) , กิติเดช หิรัญสุข (ไทย) กับ แววลูกรัก รร.สุรินทร์ราชมงคล (ไทย)

สตช.ล้มคอกม้าบก.สส.ภ.1 ยึดเงินสดได้คามือ 846,800 บาท

วันนี้(อังคาร) 4 พ.ย.68 ที่ห้องแถลงข่าวอมรวิวัฒน์ ตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1/โฆษก ตร.ภ.1 พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 พล.ต.ต.ฤทธินันท์ ปุ๋ยพันธวงศ์ ผบก.กค.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 เปิดเผยว่าทาง พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ได้แถลงข่าวการจับกุมอาชญากรรมดังต่อไปนี้

ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้ลงนามแต่งตั้ง “คณะกรรมการอำนวยการ

ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” ตามคำสั่ง สำนักนายกรัฐมนตรี

ที่ 341/2568 โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ร่วมเป็นคณะกรรมการ โดยมี พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ ผอ.ศปอส.ตร. , พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง จตช./รอง ผอ.ศปอส.ตร.  ร่วมขับเคลื่อนการทำงาน เพื่อยกระดับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี   ที่มีความซับซ้อน รูปแบบหลากหลาย และเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การพนันออนไลน์ การเผยแพร่ข่าวปลอม รวมถึงการฟอกเงินโดยการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล จนนำมาสู่ผลการปฏิบัติในครั้งนี้

 ระหว่างวันที่ 1 – 2 พฤศจิกายน 2568  ตำรวจภูธรภาค 1 โดย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน  ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ภาณุเดช สุขวงศ์ รอง ผบช.สง.ก.ตร.ปฏิบัติราชการ ภ.1, พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.พีรศักดิ์ รอดบน รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.มณเทียร เบ้าทอง รอง ผบก.ปฏิบัติราชการ บก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มะอักษร รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส.ภ.1 , พ.ต.อ.ชินโชติ วัฒนธนานพ ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.1 นำการปฏิบัติการโดย  พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1 , พ.ต.อ.นัฎฐพงษ์ ศรีเพ็ญประภา  ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.นภธร วาชัยยุง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.ภ.1 , พ.ต.อ.พูนสุข  เตชะประเสริฐพร ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.1 , พร้อมกำลังข้าราชการตำรวจ  กก.สส.1 , กก.สส.2 , กก.สส.3 และ  กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.ภ.1 ได้ทำการสืบสวนกลุ่มเครือข่ายคนไทยที่เป็นผู้จัดหาบัญชีม้าและฟอกเงิน ที่เป็นเครือข่ายฟอกเงิน ให้กลุ่ม scammer 

โดยได้ทำการสืบสวนจนทราบว่ามีกลุ่มบุคคลมีพฤติกรรมรวมตัวกันเป็นกลุ่ม จัดหาบัญชีม้าเพื่อ รับเงินจากกลุ่มแก๊งอาชญากรรมคอลเซ็นเตอร์ระหว่างประเทศ โดยมีหัวหน้าชาวจีนคอยสั่งการหญิงชาวไทยให้รวบรวม จัดหากลุ่มบุคคลที่จะรับโอนเงินจากการหลอกลวง นำเงินดังกล่าวมาฟอกด้วยวิธีการนำเงินสดไปและเปลี่ยนเป็นเงิน สกุลคริปโตเคอเรนซี่ แล้วส่งต่อกลับคืนไปให้หัวหน้าชาวจีน โดยกลุ่มคอกม้าจะได้เงินเป็นเปอร์เซ็นของการกดเงิน ได้เป็นค่าตอบแทน จึงได้ทำการสืบสวนเรื่อยมาจนกระทั่งนำไปสู่การสะกดรอย เฝ้าสังเกตการณ์ และนำไปสู่การตรวจค้น จับกุมผู้ต้องหาและตรวจยึดของกลาง ในสถานที่ต่างๆ ใน จว.นนทบุรี  /ห้างสรรพสินค้าย่านลาดพร้าว / โรงแรม แขวงรัชดา เขตดินแดง กรุงเทพฯ

โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมดจำนวน 8 คน โดยมีฐานความผิดแตกต่างกันตามพฤติกรรมความผิด ดังนี้  

  1. ร่วมกันเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและ มีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย กระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่และสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเป็นซ่องโจร หรือร่วมกันประชุม ในที่ประชุมอั้งยี่หรือซ่องโจร  
  2. ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่าหรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือ ความผิดทางอาญาอื่นใด
  3. เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้ มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่า จะนำไปใช้ในการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด  4.) ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันฟอกเงิน กลุ่มผู้ต้องหาประกอบด้วย

กลุ่มผู้ควบคุมและสั่งการ (หัวหน้า/ผู้บริหารเครือข่าย)    6 คน

จากการปฏิบัติการสามารถตรวจยึดของกลางได้ ดังนี้

  1. เงินสด จำนวน 846,800 บาท
  2. บัญชีธนาคาร จำนวน 13 บัญชี
  3. บัตรกดเงินสด จำนวน 14 ใบ
  4. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 18 เครื่อง
  5. ซิมโทรศัพท์มือถือ จำนวน 23 ซิม
  6. เครื่องนับธนบัตร จำนวน 1 เครื่อง

จากการซักถามทราบว่ากลุ่มคอกม้าที่ถูกจับกุมได้ย้ายฐานสแกนหน้าจากประเทศกัมพูชามาดำเนินการ

ในประเทศไทยตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 เนื่องจากปัญหาแนวชายแดน โดยเฉลี่ยแล้วจะถอนเงินสดนำส่งให้ผู้จ้างวาน ในวงเงินประมาณ 1-2 ล้านบาท ต่อวัน จะได้ค่าตอบแทนเหมารวมร้อยละ 4 ของยอดถอนเงิน รวมมูลค่าความเสียหาย กว่า 100 ล้านบาท นอกจากนี้จากการสืบสวนขยายผลพบว่า กลุ่มผู้ต้องหามีการส่งผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำ ความผิดกลับไปยังนายทุนชาวจีน โดยใช้วิธีการให้คนไทยนำเงินสดไปแลกเหรียญดิจิทัล จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาจะโอน เหรียญดิจิทัลกลับไปให้นายทุนชาวจีน ซึ่งจะได้ทำการสืบสวนขยายผลต่อไป จากการปฏิบัติการดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจาก WARROOM PCT ตร.ในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และประสานติดตามผู้เสียหาย โดยในเบื้องต้นตรวจสอบพบว่า มีผู้เสียหายโอนเงินมายังกลุ่มคอกม้านี้ในวันที่ 2 พ.ย.2568 และได้ถอนเงินที่ได้จากหลอกลวงออกมาที่ห้างย่านลาดพร้าว

โดย บก.สส.ภ.1 จะได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินในรายอื่นๆประสานการคืนเงิน (Money cash back) ให้กับผู้เสียหาย ต่อไป

 

ตำรวจภูธรภาค 1  จับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญทำลายเครือข่ายยาเสพติด “นักขนยาเสพติดตะวันออก”

วันนี้(อังคาร) 4 พ.ย.68 ที่ห้องแถลงข่าวอมรวิวัฒน์ ตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1/โฆษก ตร.ภ.1 พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 พล.ต.ต.ฤทธินันท์ ปุ๋ยพันธวงศ์ ผบก.กค.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 เปิดเผยว่าทาง พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ได้แถลงข่าวการจับกุมอาชญากรรมดังต่อไปนี้

ตามนโยบายของ นายอนุทิน  ชาญวีรกูล  นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ได้ยกระดับนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมและมาตรการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด รวมทั้งอาชญากรรมอื่นๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ  พันธุ์เพ็ชร์   ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.สำราญ  นวลมา  รอง ผบ.ตร.และพล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาเป็นแนวทางในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยเฉพาะการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน และขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวสู่การปฏิบัติ

ตำรวจภูธรภาค ๑ โดย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.๑, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.๑, และ พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 ภ.จว.สระบุรี
โดย พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี, พ.ต.อ.เกษดา วัชรานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก.สส.ภ.จว.สระบุรี/หัวหน้า ชปส.ศอ.ปส.ภ.๑  ชุดที่ ๒ พ.ต.อ.พุฒิพงศ์ อินธาระ
ผกก. (สอบสวน) บก.สส.ภ.๑ ชุดขยายผลยาเสพติด ศอ.ปส.ภ.๑  ขกท. โดย พล.ต.อภิชัย ทองธรรมชาติ  ผบ.ขกท.  ขกท.ศปก.นสศ. โดย พ.อ.ศรายุทธ พัฒนชัย ผบ.ขกท.ศปก.นสศ. สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค ๑
โดย นายอำนาจ เหล่ากอที ผอ.ปปส.ภ.1 , นางสาวปิยมาพร นามวงษ์ ผอ.บก.ปปส.ภ.๑ และเจ้าหน้าที่
ในสังกัด ได้ร่วมกันสืบสวนจับกุม ผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่จัดเก็บและลำเลียงยาเสพติดกลุ่ม “นักขนยาเสพติดตะวันออก”

         จับกุมผู้ต้องหา ๒ ราย          พร้อมของกลาง คือ

๑. คีตามีนซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 รวมน้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม

         2. รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็ก สีขาว ที่ใช้ลำเลียงยาเสพติด จำนวน ๑  คัน

         ๓. โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้ในการติดต่อซื้อขายยาเสพติด  จำนวน ๒  เครื่อง

 สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนขยายผลจากการจับกุมชาย
กับพวก  รวม ๓ คน พร้อมยาบ้า ๖๐,๐๐๐ เม็ด ที่บริเวณสะพานต่างระดับสิงห์ใต้ หมู่ ๒ ต.ม่วงหมู่ อ.เมืองสิงห์บุรี จว.สิงห์บุรี เมื่อวันที่ ๒๐ มิ.ย.๖๘ จนทราบว่ามีกลุ่มของ ผู้ต้องหาที่ ๑  ได้จัดส่งยาเสพติด จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ได้สั่งการให้สืบสวนติดตามกลุ่มของ ผู้ต้องหา อย่างต่อเนื่อง

จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๒ พ.ย.68 เวลาประมาณ ๒๑.๐๐ น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบ ผู้ต้องหา ขับรถยนต์ของกลางที่ตรวจยึดได้ออกจากพื้นที่
พักอาศัยมุ่งหน้าไปทาง จว.สุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ติดตามไปจนกระทั่งพบว่า ผู้ต้องหา ไปรับยาเสพติดของกลางมาจากพื้นที่ อ.ท่าม่วง จว.กาญจนบุรี แล้วขับรถกลับมุ่งหน้าไปทาง จว.ฉะเชิงเทรา โดยใช้เส้นทางถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฝั่งใต้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงติดตามมา
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 3 พ.ย.68 เวลาประมาณ ๐๑.๓๐ น. เมื่อ ผู้ต้องหา ขับรถมาถึงบริเวณเขตบางขุนเทียน

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงเข้าสกัดจับรถยนต์ของกลางที่ ผู้ต้องหา โดยภายในรถมีผู้ต้องหาอีกคน นั่งมาด้วย จากการสอบถาม ยอมรับว่าได้ไปรับยาเสพติดของกลางที่ตรวจยึดได้มาจริง และกำลังจะนำไปส่งให้กับผู้รับในพื้นที่ อ.แปลงยาว จว.ฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท ๒ (คีตามีน) โดยผิดกฎหมาย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน”  
          สถานที่เกิดเหตุ   ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฝั่งใต้ กม.11+900 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๓ พ.ย.68 เวลาประมาณ ๐๑.๓๐ น.        

การจับกุมในครั้งนี้ เป็นการระงับยับยั้งการแพร่กระจายยาเสพติดไปสู่ประชาชนได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งยาเสพติดของกลางน้ำหนักรวมจำนวน 300 กิโลกรัม หากถูกนำออกขายสู่ท้องตลาดจะมีมูลค่ากว่า 150,000,000 บาท 

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะได้ขยายผลถึงกลุ่มลูกค้า ผู้สั่งการ และบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด รวมถึงทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด โดยจะนำมาตรการสมคบ สนับสนุนช่วยเหลือ ฟอกเงิน และยึดทรัพย์สิน มาใช้ดำเนินการกับบุคคลในเครือข่ายยาเสพติดต่อไป

ตุ๊กกี้”สวมบทโปรโมเตอร์หญิงจัดมวย”

ตุ๊กกี้”สวมบทโปรโมเตอร์หญิงจัดมวย”DREAM FIGHT ศึกมวยต้นกล้า”วันลอยกระทง

ศิลปินตลกชื่อดัง”ตุ๊กกี้”สวมบทโปรโมเตอร์หญิงจัดมวย”DREAM FIGHT ศึกมวยต้นกล้า” 40 คู่ วันลอยกระทง(5 พ.ย.2568)เวทีมวยปทุมธานี เปิดชมฟรี
“รองอ๊อด สารคาม”SMM มวยไทยรายวัน เปิดใจคุณ “ตุ๊กกี้” ศิลปินตลกสาวสวยสาวเก่งชื่อดัง สวมบทแม่ทัพใหญ่โปรโมเตอร์หญิงเตรียมพร้อมจัดมวย”DREAM FIGHT ศึกมวยต้นกล้า”ชกกัน 40คู่เพื่อสานฝันนักมวยในวันลอยกระทง 5 พ.ย 2568 ที่เวทีมวยปทุมธานี เริ่ม เวลา 12.00-20.00 น.นัดนี้เปิดให้ชมฟรีตลอดรายการและมีรางวัลอีกมากมายเตรียมพร้อมเพื่อแฟนๆหมัดมวยพร้อมบริการอาหารเครื่องดื่มและกระทงฟรี
ศิลปินตลกชื่อดัง”ตุ๊กกี้”โปรโมเตอร์ป้ายแดง กล่าวว่า อยากเข้ามามีส่วนช่วยเหลือส่งเสริมรักมวยต้นกล้าเยาวชนเพื่อสานฝันให้นักมวยต้นกล้าไปสู่นักมวยที่มีชื่อเสียงชกในเวทีมาตราฐานเป็นนักมวยอาชีพในอนาคตโดยเชื่อว่าจากที่ค่ายมวยทั่วประเทศส่งนักมวยมาชกที่เวทีปทุมธานีจะเป็นเวทีจุดเริ่มต้นสานฝันสร้างนักมวยทุกคน
คุณตุ๊กกี้ กล่าวด้วยว่าส่วนรางวัลมีดังนี้รางวัล นักชก ที่จะได้รับ

ค่าชก ชนะรับ1,000 บาทแพ้ 500 บาท ไม่รวมอัดฉีด ฃฃมีถ้วยรางวัลและเหรียญรางวัล มีกางเกงมวย/เสื้อซ้อมมวย ผ้าห่มปิกนิก กระติกน้ำ
และรางวัลพิเศษ นักชกยอดเยี่ยม 2,000 คู่ชกดุดือด คนละ 1,000
ไหว้ครูสวยงาม 2,000 ค่ายดีเด่น 2,000 ขอเรียนเชิญแฟนมวยมาชมตั่งแต่12.00 น.ถึง 20.00 น.

คณะนักศึกษา หลักสูตรวัคซีนชีวิต เพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 (วชส.1) จัดกิจกรรมดีๆ CSR ภาคใต้

กิจกรรมเพื่อสังคม “Life Vaccine for Social” คณะนักศึกษา หลักสูตรวัคซีนชีวิต เพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 (วชส.1) ได้ร่วมกับสมาคมตำรวจได้จัดกิจกรรมดีๆ CSR ภาคใต้ ( ตรัง-กระบี่ ) เป็นครั้งที่ 4 โดยได้มอบอุปกรณ์การศึกษาการกีฬาและทุนการศึกษาให้แก่ โรงเรียน ตชด.จังหวัดตรัง พร้อมมอบถุงยังชีพให้แก่พี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาสในพื้นที่จังหวัด ตรัง – กระบี่

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ถึงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568
คณะผู้เข้ารับการศึกษาในหลักสูตร “วัคซีนชีวิตเพื่อสังคม (Life Vaccine for Social)” สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 นำโดย พล.ต.อ. สมพงษ์ ชิงดวง รองนายกสมาคมตำรวจ/ประธานหลักสูตรฯ พล.ต.ต.สุรศักดิ์ เลาหพิบูลกุล รองประธานหลักสูตร พลเรือเอก
วรวุฒิ พฤษารุ่งเรือง ประธานรุ่น วชส.1 นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายนิเวศน์ ประยูรเธียร นายเอนก จงเสถียร พร้อมคณะผู้เข้ารับการศึกษาหลักสูตร วัคชีนชีวิตเพื่อสังคม (วชส.1 ) ทุกท่าน ร่วมกับ สมาคมตำรวจโดย พล.ต.อ.วินัย ทองสอง นายกสมาคมตำรวจ บริษัท แอร์เอเชีย โดยคุณธรรศพล เบเลเว็ลด์ CEO และข้าวสารตราสิงห์โตทอง จำกัด โดยคุณธัญญา รุ่งชาญชัย ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม CSR และศึกษาดูงานในพื้นที่ภาคใต้ ตรัง-กระบี่ เพื่อสาธารณะประโยชน์ พร้อมทั้งดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ได้มอบถุงยังชีพ ให้แก่พี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาสในพื้นที่จังหวัดตรัง-กระบี่และมอบ อุปกรณ์การศึกษาการกีฬาพร้อมทุนการศึกษาให้ โรงเรียน ตชด.ตรัง และ โรงเรียนบ้านคลองย่าหนัด และมอบลำโพงเคลื่อนที่ จำนวน 2 ชุด ให้ ตชด.ตรัง และ ตชด.กระบี่ พร้อมมอบถุงยังชีพเพื่อเป็นขวัญกำใจให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติในการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องทรัพยากรทางทะเล
โดยได้รับการสนับสนุนจากคณะผู้เข้ารับการอบรมวัคซีนชีวิต เพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 (วชส.1)ทุกๆ ท่าน

รทสช. จัดประชุมใหญ่พบปะแกนนำ

ลำพูน – พรรค รทสช. จัดประชุมใหญ่พบปะแกนนำและสมาชิกพรรค ชาวบ้านร่วมฟังนโยบายแน่นห้องประชุม 🇹🇭

วันนี้ (3 พฤศจิกายน 2568) เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมโรงแรมแกรนด์ปาโฮเทล ตำบลเวียงยอง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน
พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นำโดย นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค และ นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรค ได้จัดประชุมพบปะแกนนำและสมาชิกพรรคในพื้นที่จังหวัดลำพูน โดยมี นายอาทร โยธา เป็นผู้ประสานงานการจัดประชุม

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีแกนนำ สมาชิกพรรค และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมรับฟังนโยบายกันอย่างหนาแน่น ภายในที่ประชุมได้กล่าวถึงผลงานของพรรคในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะการขับเคลื่อนนโยบายที่มุ่งสร้างผลลัพธ์เป็นรูปธรรม และเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกมิติ

นายชัชวาลล์ กล่าวถึงภารกิจสำคัญของพรรคในการกำกับดูแลด้านพลังงาน ทำให้ทราบถึงข้อเท็จจริงและปัญหาต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อประชาชน ซึ่งพรรคได้เร่งแก้ไขจนเกิดผลชัดเจน อาทิ

การตรึงราคาก๊าซหุงต้ม

การลดค่าไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง

พร้อมย้ำว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นพรรคการเมืองพรรคแรกที่สามารถบริหารจัดการโครงสร้างพลังงานของประเทศให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้จริง

นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงนโยบายหลักของพรรคที่พร้อมเข้าไปแก้ไขปัญหาความมั่นคงในทุกด้าน ทั้งด้านชายแดน ด้านพลังงาน และความมั่นคงทางสังคม เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

แต่งตั้งโฆษก ตำรวจภูธรภาค 1 

วันที่ 24 ต.ค.68  ที่ผ่านมา พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน  ผบช.ภ.1 มีคำสั่งแต่งตั้งโฆษก ตำรวจภูธรภาค 1  เพื่อทำหน้าที่การประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ แถลงข่าว และชี้แจงทำความเข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ราชการในภาพรวมของตำรวจภูธรภาค 1 ตลอดจนภารกิจเฉพาะที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย


จึงแต่งตั้งโฆษกตำรวจภูธรภาค 1 ดังนี้

1. พลตำรวจตรี อรรถพล อนุสิทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 โฆษกตำรวจภูธรภาค 1

2. พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผู้บังคับการอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 1 รองโฆษกตำรวจภูธรภาค 1

3. พลตำรวจตรี ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผู้บังคับการกองกฎหมายและคดี ตำรวจภูธรภาค 1 รองโฆษกตำรวจภูธรภาค 1

4. พันตำรวจเอก พีรศักดิ์ รอดบน รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 ผู้ประสานงาน

5. พันตำรวจเอก สมภพ นามบัณฑิต ผู้กำกับการ (สอบสวน) กลุ่มงานตรวจสอบสำนวนคดี กองบังคับการกฎหมายและคดี ตำรวจภูธรภาค 1 ผู้ช่วยผู้ประสานงาน

6. พันตำรวจโท สิงหา ควรบำรุง รองผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ 5 กองบังคับการอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 1 ผู้ช่วยผู้ประสานงาน

เทศบาลตำบลหนองมะโมง บำเพ็ญกุศลสวดพระพุทธมนต์เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

2 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17.30 น. ณ วัดวังน้ำขาว ม.3 ต.วังตะเคียน อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท นายชูชีพสุพบุตร นายกเทศมนตรีตำบลหนองมะโมง เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระพุทธมนต์เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีผู้เข้าร่วมพิธี ได้แก่ คณะสงฆ์ หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารสมาชิกสภาเทศบาลฯ ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างเทศบาลตำบลหนองมะโมง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น ประชาชนจิตอาสา และประชาชนในเขตอำเภอหนองมะโมง

หารือโครงการจิตอาสาพัฒนาชุมชน

📰 ผู้ว่าการภาค 3360 โรตารีสากล เยี่ยมสโมสรโรตารีลำพูนและนครหริภุญชัย ร่วมหารือโครงการจิตอาสาพัฒนาชุมชน

วันที่ 31 ตุลาคม 2568 ดร.จารุวัตร เตชะวุฒิ ผู้ว่าการภาค 3360 โรตารีสากล พร้อมด้วย โรตารีแอนน์ รศ.ดร.ชุรี เตชะวุฒิ เดินทางเยี่ยม สโมสรโรตารีลำพูน และ สโมสรโรตารีนครหริภุญชัย อย่างเป็นทางการ ณ ห้องประชุมโรงเรียนรพีเลิศวิทยา

การเยี่ยมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมประชุมวางแผน โครงการจิตอาสาในจังหวัดลำพูน ประจำปีบริหาร 2025–2026 รวมทั้งสร้างแรงบันดาลใจแก่สมาชิกโรตารี ในการสานต่อกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ เพื่อพัฒนาชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน

แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวปนะจำจังหวัดลำพูน รายงาน ภาพ/ข่าว