Blog

เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ม่ฮ่องสอน จัดกีฬา วิถีล้านนา กล้า – ท้า – แกร่ง กระตุ้นเศรษฐกิจ

ภาคเหนือตอนบน 1 ผสานทุนสังคมผ่านกิจกรรมกีฬาในกระแส เปิดการท่องเที่ยวปลายปี 2567
จังหวัดลำพูน โดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน ประสานงานความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และเลือกใช้ทุนสังคมสร้างสรรค์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ผ่านกิจกรรมกีฬาในกระแส กับแนวคิด วิถีล้านนา กล้า – ท้า – แกร่ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงเปิดฤดูกาลการท่องเที่ยวปลายปี 2567
ในวันพุธที่ 2 ตุลาคม 2567 ณ ห้องแถลงข่าว โรงแรมแกรนด์ ปา โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ลำพูน นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานการแถลงข่าวกิจกรรมกีฬาเพื่อการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ วิถีล้านนา กล้า – ท้า – แกร่ง ร่วมกับท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และลำปาง กับกิจกรรมกีฬา 3 รายการต่อเนื่อง ซึ่งประกอบด้วย กิจกรรมการปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว เส้นทางลำพูน – เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน ระยะทาง 156กิโลเมตร ระหว่างวันเสาร์ที่ 26 – อาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2567 👉กิจกรรมการแข่งขันไตรกีฬา เชียงใหม่ – ลำพูน ระหว่างวันเสาร์ที่ 2 – อาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน 2567 และ
👉กิจกรรมการแข่งขันวิ่งเทรล ลำพูน – ลำปาง ระหว่างวันเสาร์ที่ 9 – อาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวได้ร่วมท่องเที่ยวช่วงเปิดฤดูกาลการท่องเที่ยวภาคเหนือตอนบน 1 อันนำมาซึ่งการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี 2567
ในการนี้ นายกรวิทย์ ช่วยดู ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวเชิญชวนนักปั่นร่วมกิจกรรม Lanna Cycling ที่แลนด์มาร์คและจุดท่องเที่ยวสวยสุด อาทิ อุทยานราชพฤกษ์ จุดชมวิวรักจัง อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ดอยกิ่วลม แล้วสิ้นสุดที่สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และมีความท้าทายนักปั่นขีดสุด ด้วยระยะทาง 156 กม. ระยะไต่มากกว่า 2,100 เมตร กับระยะเวลา 12 ชั่วโมง ในขณะที่ร้อยเอก สันติพงศ์ บุลยเลิศ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวเชิญชวนนักไตรกีฬาเข้าร่วมกิจกรรม Lanna Triathlon ซึ่งเป็นเส้นทางการแข่งขันใกล้ชิดธรรมชาติที่สวยงาม สด ใหม่ แต่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานการแข่งขัน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการแข่งขันไตรกีฬา เพื่อการก้าวสู่การเป็นคนเหล็กที่แข็งแกร่งตามมาตรฐานการแข่งขันสากล และปิดท้ายกับนายวรวิทย์ วีระเชวงกุล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง ที่ร่วมเชิญชวนนักวิ่งร่วมกิจกรรม Lanna Trail และสนุกสนานไปกับเส้นทางธรรมชาติอย่างเต็มที่กับระยะทางวิ่ง 25 และ 34 กิโลเมตรในอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล และเสริมทางเลือกแก่นักวิ่งเทรลใหม่ที่สนใจทดสอบ กับระยะ 7 และ 15 กิโลเมตร ซึ่งสามารถสนุกกับเส้นทางการวิ่งที่ผ่านทั้งน้ำ ทั้งน้ำตก ทั้งป่า ภายใต้การดูแลจากเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด
🎉สำหรับผู้สนใจร่วมกิจกรรมกีฬาเพื่อการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์วิถีล้านนา กล้า – ท้า – แกร่ง สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ในวันศุกร์ที่ 4 ตุลาคมนี้ โดยเริ่มต้นการสมัครกิจกรรมการปั่นจักรยาน เวลา 16.00 น. กิจกรรมไตรกีฬา เวลา 17.00 น.และกิจกรรมวิ่งเทรล เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป รายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติม ติดตามได้ที่เพจ : #มานะมาเหนือ หรือเพจ#ผู้จัดกีฬา : #ThailandSport Series .
………………
จุฑามาศ วังคะออม สื่อลำพูน รายงาน.

โครงการตำรวจทำดีเพื่อประชาชน

“โครงการตำรวจทำดีเพื่อประชาชน” พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล เเละทีมงาน ใช้เวลาว่างเสาร์-อาทิตย์ เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับ กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ การประชาสัมพันธ์และแจ้งเบาะแสสำหรับประชาชน และภัยจากอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ ไซเบอร์ทางอากาศรูปแบบใหม่ในโลกปัจจุบัน”

เมื่อวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รองผู้บังคับการ และทีมงานวิทยากรได้รับเชิญให้ไปบรรยายความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและภัยจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศหรือที่เรียกกันติดปากว่าภัยจากไฟเบอร์และอาชญากรรมทางอากาศรูปแบบใหม่ ให้กับหน่วยงานบริษัทสหฟาร์มเทศบาลตำบลหลักหก จังหวัดปทุมธานีและบ้านสุขาวดีจังหวัดชลบุรี ทั้ง 3 ที่ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมีผู้ร่วมเข้ารับฟังทั้ง 3 หน่วยงานหน่วยงานได้ 100 กว่าคนรวม 300 กว่าคน

ในการบรรยายได้รับเกียรติจากผู้บริหารบริษัทสหฟาร์มและบ้านสุขาวดี และนายกเทศมนตรีตำบลหลักหก อำเภอเมืองจังหวัด ปทุมธานีให้การต้อนรับและเข้าร่วมรับฟังการบรรยาย

ซึ่งการบรรยายดังกล่าวจะทำให้หน่วยงานและประชาชนที่ไปบรรยายได้รับความรู้เกี่ยวกับเรื่องกฎหมายเบื้องต้นสำหรับประชาชนการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและสังคมการแจ้งเบาะแส การแจ้งข่าวอาชญากรรม

รวมถึงภัยจากเทคโนโลยีสารสนเทศ ไซเบอร์ซึ่งขณะนี้ทุกคนมีเทคโนโลยีติดตัวที่สำคัญนั่นก็คือโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนซึ่งมิจฉาชีพจะเข้ามาหลอกลวงในทางโทรศัพท์มือถือเป็นส่วนใหญ่ทั้งในด้านของ facebook instagram LINE ฯลฯ รวมถึงการโทรมาหลอกลวงในรูปแบบต่างๆซึ่งได้แนะนำวิธีการป้องกันระมัดระวังแก้ไขตลอดจนการให้ความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสต่างๆเพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป

โดยโครงการนี้จะขยายไปบรรรยายให้กับหน่วยงานต่างๆที่สนใจเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีภูมิคุ้มกันวัคซีนไซเบอร์ไม่ตกเป็นเหยื่อของวิชาชีพกับตนเองและบอกต่อเพื่อนฝูงญาติพี่น้องต่างๆให้ระมัดระวังภัยต่างๆซึ่งอย่างมีการถูกหลอกลวงทุกวันให้หมดไป โดยหากหน่วยงานใดสนใจให้ไปบรรยายสามารถติดต่อได้ที่ไลน์ ไอดี pran191919 ติดต่อรองผู้บังคับการ ภัคพงศ์/หนึ่ง ได้ทันที

ผู้ช่วย ผบ.ตร.ร่วมเปิดโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 43”

วันนี้(วันพุธที่ 2 ต.ค. 67) เวลา 10.30 น.

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร.

มอบหมายให้
พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์
ผู้ช่วย ผบ.ตร.

เป็นผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าร่วม
“พิธีเปิดโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 43”

โดยมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์
นายกมูลนิธิ “สานใจไทยสู่ใจใต้“
เป็นประธานในพิธี

พร้อมด้วย
ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต
เลขาธิการมูลนิธิฯ
นายสุธรรม บุญมาเลิศ
จุฬาราชมนตรี
พล.อ.เผด็จการ จันทร์เสวก
คณะกรรมการอำนวยการมูลนิธิ ฯ
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์
คณะกรรมการอำนวยการมูลนิธิฯ
นายวิชัย ศรีขวัญ
คณะกรรมการอำนวยการมูลนิธิฯ
พล.อ.สุวิทย์ เกตุศรี
รองเสนาธิการทหาร
พล.อ.นพนันต์ ชั้นประดับ
ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก
พล.ร.อ.ณรงค์ จงรักภูบาล
หน.คณะ ฝสธ.ประจำผู้บังคับบัญชา
พล.อ.อ.สมพร แต้พานิช
ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ
และคณะกรรมการมูลนิธิฯ ตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัด อธิบดี ปลัดกระทรวง ที่เกี่ยวข้อง
โดยมีเยาวชนจากพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา) จำนวน 320 คน เข้าร่วมพิธีฯ

ณ สโมสรทหารบก วิภาวดี แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร

แบ่งงานให้กรรมการเนติฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากเนติบัณฑิตยสภา วันที่ 3 ต.ค.67 ว่านายสมชาย พงษ์พัฒนาศิลป์ เลขาธิการสำนักอบรมศึกษากฎหมายคนใหม่(เริ่มงาน1 ต.ค.) มีคำสั่งที่24/2567แบ่งงานให้กรรมการเนติฯ ดังนี้

ให้นายประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์(ผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา) รองเลขาธิการฯ คนที่1ดูแลงานธุรการ,การประเมินผล,แผนกตำราและคำบรรยาย

ให้นายประยุทธ เพชรคุณ (อธิบดีอัยการคดีศาลสูงภาค4) รองเลขาธิการฯ คนที่2ดูแลแผนกทะเบียนนักศึกษา

ให้นายอรรถพล ใหญ่สว่าง(อดีตอัยการสูงสุด) รองเลขาฯคนที่3 ดูแลแผนกบริการการศึกษาและสำนักงานช่วยเหลือประชาขนทางกฎหมาย

โดยคณะกรรมการมีวาระ4ปี ปัจจุบันเนติฯมีนักศึกษากว่า25,000คน สำเร็จการศึกษาปีละ1พันคนเศษ สอบเป็นผู้พิพากษา- อัยการได้ ครั้งละไม่เกิน 80-150 คน .

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อัญเชิญกิ้วอ๊วงฮุกโจว งานเทศกาลกินเจ 2567

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีอัญเชิญกิ้วอ๊วงฮุกโจว เปิดมณฑลพิธีภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง เนื่องในงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2567 พร้อมจัดบริการอาหารเจแก่สาธุชนฟรี ตั้งแต่วันนี้ – 12 ตุลาคม 67 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ
.
วันนี้ (วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2567 เวลา 12.45 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ คณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการ ผู้บริหาร ศิษยานุศิษย์ และสาธุชน ร่วมในพิธีอัญเชิญกิ้วอ๊วงฮุกโจว (เทพเจ้า 9 องค์ หรือนัยหนึ่ง คือ ดาวพระเคราะห์ทั้ง 9 ดวง) เปิดมณฑลพิธีงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2567 โดยคณะสงฆ์อนัมนิกาย วัดอุภัยราชบำรุง ณ ภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ
.
ระหว่างวันที่ 2 – 12 ตุลาคม 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญชวนศิษยานุศิษย์และสาธุชนทุกท่าน ร่วมถือศีล อิ่มบุญ อิ่มใจ ศีลกินผัก ละเว้นเนื้อสัตว์ เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2567 สักการะหลวงปู่ไต้ฮง เพื่อความเป็นสิริมงคล ทำบุญประทีปโคมไฟ (เต็งลั้ง) ถวายหลวงปู่ไต้ฮงเพื่อความเจริญรุ่งเรือง
.
โดยในช่วงวันที่ 2-11 ตุลาคม 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดให้มีบริการอาหารเจ [ในรูปแบบบรรจุกล่องกลับบ้าน] แก่ประชาชนฟรี วันละ 2 มื้อ (เช้า และ กลางวัน) นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 1 – 12 ตุลาคม 67 ได้จัดแสดงอุปรากรจีน (งิ้ว) ที่คณะลูกศิษย์หลวงปู่ไต้ฮงจัดถวายรวม 12 คืน ณ บริเวณฝั่งสำนักงาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ
.
และในวันพุธที่ 9 ตุลาคม 2567 เวลา 18.00 น. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดจัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์รอบนอกศาลเจ้าไต้ฮงกง ตั้งจิตอธิษฐานขอพรจากเทพเจ้าเพื่อเป็นสิริมงคล โดยเชื่อว่าเมื่อรับพรจากเทพเจ้าแล้ว จะทำให้จิตใจเบิกบาน ผ่องแผ้ว มีแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรือง จึงขอเชิญชวนสาธุชน ร่วมพิธีในวันและเวลาดังกล่าว [ทั้งนี้ เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน ผู้มีจิตศรัทธาที่ประสงค์เข้าร่วมพิธี โปรดตรวจสอบสภาพอากาศก่อนการเดินทาง พร้อมจัดเตรียมอุปกรณ์ ความพร้อมของร่างกาย จิตใจ ก่อนเข้าร่วมพิธี]
.
ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ http://www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง http://www.facebook.com/pohtecktungofficial
.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

ThaiFestival ที่ Canada

ขอบคุณทีมงานนักแสดงทุกคนจากใจ🫶🏻🇹🇭🎤พิธีกร:พี่นุ่น&แมธ🪕ดนตรีไทย: พี่กนกวรรณ, พี่ศิระ, พี่อาริยาภรณ์, ชาลี, พี่แก้ว, ลูกเกด, ลูกหนู, ลูกไม้, ปราง, อุ้ย, แทนตา🇹🇭รำไทย: ครูโอ๋, พี่กาน, พี่เอมมี่, พี่มีม, พี่เกด, พี่ตูน, พี่ขิม, พี่เตย, พี่มีม, พี่โบว์, พี่มายด์, พี่ริต้า, เวนดี้, ลาล่า, ฟิล์ม🐒โขน: ภุชงค์ 🥊

มวยไทย:พี่อีฟ, อเล็กซ่า, อับดุลรา, เอมาล 👯‍♀️T-pop: แก๊งเต้นคิวอัพทุกคน🎸ดนตรีสด:พี่เด้อ, พี่หยก, พี่เอิร์ธ, พี่พงษ์, ฟร้องค์, พลอย

#ThaiFestival #ThaiFestYVR #Vancouver

#MuayThai #Tpop #ThaiDance #ThaiMusic

#ThaiFood #Streetfood #Thailand #Canada

#ThingsToDoVancouver #FoodFestival

#มหานครข่าว

#บันเทิงทีวี

รายงานข่าวโดย #แมวเหมียวเขี้ยวเพชร

“สานใจไทยสู่ใจใต้”

“สานใจไทยสู่ใจใต้”

เมื่อวันพุธที่ 2 ต.ค. 67) เวลา 10.30 น. ณ สโมสรทหารบก วิภาวดี แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าร่วม “พิธีเปิดโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้ รุ่นที่ 43” โดยมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกมูลนิธิ “สานใจไทยสู่ใจใต้“ เป็นประธานในพิธี

พร้อมด้วย ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต
เลขาธิการมูลนิธิฯ นายสุธรรม บุญมาเลิศ
จุฬาราชมนตรี พล.อ.เผด็จการ จันทร์เสวก
คณะกรรมการอำนวยการมูลนิธิฯ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ คณะกรรมการอำนวยการมูลนิธิฯ นายวิชัย ศรีขวัญ คณะกรรมการอำนวยการมูลนิธิฯ พล.อ.สุวิทย์ เกตุศรี รองเสนาธิการทหาร
พล.อ.นพนันต์ ชั้นประดับ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก พล.ร.อ.ณรงค์ จงรักภูบาล หน.คณะ ฝสธ.ประจำผู้บังคับบัญชา พล.อ.อ.สมพร แต้พานิช ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศและคณะกรรมการมูลนิธิฯ ตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัด อธิบดี ปลัดกระทรวง ที่เกี่ยวข้อง โดยมีเยาวชนจากพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา) จำนวน 320 คน เข้าร่วมพิธีฯ

สภาทนายความ ยินดีช่วย กรณีรถบัสทัศนศึกษาเกิดเพลิงไหม้

ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความ กล่าวถึงกรณีเด็กนักเรียนโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆารามจังหวัดอุทัยธานีที่ได้เดินทางมาทัศนศึกษาในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีและรถบัสที่นั่งมาได้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับแบริเออร์เกาะกลางถนนส่งผลให้รถบัสคันดังกล่าว เกิดเพลิงไหม้บนถนนวิภาวดีรังสิต ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ซึ่งพบว่ามีผู้โดยสาร จำนวนทั้งสิ้น 44 คน เป็นเหตุให้นักเรียน และครูเสียชีวิตรวม 23 ราย และบาดเจ็บจำนวน 5 ราย
สภาทนายความฯ ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บและขอร่วมไว้อาลัยต่อเหตุการณ์อุบัติเหตุในครั้งนี้ และสภาทนายความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

โดยจะทำการจัดหาทนายความอาสาเพื่อให้การช่วยเหลือฟรีไม่ว่าจะเป็นการฟ้องคดีหรือขอเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการรวมถึงการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากคนขับรถ และผู้ประกอบการซึ่งเป็นเจ้าของรถตลอดจนบริษัทประกันภัยที่ได้รับประกันในกรณีที่เจ้าของรถที่เกิดเหตุซึ่งได้เอาประกันภัยเอาไว้

โดยในเบื้องต้นทราบว่ารถคันดังกล่าวทำประกันรถภาคบังคับ(พ.ร.บ.)กับบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่งซึ่งกรมธรรม์เริ่มคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2567 สิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ซึ่งตามกฎหมาย กรณีเอาประกันภัยรถภาคบังคับผู้ประสบเหตุย่อมได้รับความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงเป็นเงินจำนวน 500,000 บาทต่อคน กรณีบาดเจ็บค่ารักษาสูงสุดไม่เกิน 80,000 บาทต่อคน กรณีสูญเสียอวัยวะ รับผิดตั้งแต่ 200,000-500,000 บาทต่อคนกรณีทุพพลภาพอย่างถาวร 300,000 บาทต่อคน

ส่วนกรณีเข้ารักษาในสถานพยาบาลในฐานะที่เป็นคนไข้ จะได้รับค่าชดเชยวันละ 200 บาทต่อวันรวมไม่เกิน 20 วัน
ยังทราบว่าผู้ประกอบการรถคันดังกล่าวได้ทำประกันภาคสมัครใจ ประเภท 3ไว้กับบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง ตามกรมธรรม์เริ่มคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนา 2567 จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ในกรมธรรม์ดังกล่าว ได้คุ้มครองต่อความเสียหายในชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก 500,000 บาทต่อคน ไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อครั้ง ความรับผิดต่อทรัพย์สิน 600,000 บาทต่อครั้งรวมถึงการคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล ตามกรมธรรม์ กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพของผู้ขับขี่ 50,000 บาท ผู้โดยสาร 40 คน คนละ 50,000 บาท และค่ารักษาพยาบาล 50,000 บาทต่อคน ประกันตัวผู้ขับขี่ 300,000 บาทต่อครั้ง


นอกจากนี้ทางโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆารามจังหวัดอุทัยธานีได้ทำประกันอุบัติเหตุกลุ่มสำหรับสถานศึกษาเอาไว้กับบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง ซึ่งกรมธรรม์ได้เริ่มคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2567 และจะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 คุ้มครองกรณีเสียชีวิต 80,000 บาทต่อคน ค่ารักษาพยาบาล 8,000 บาท ต่อคนต่อครั้ง

“นฤมล” เยือน ‘คาซัคสถาน’ เปิดตลาดเอเชียกลาง ขยายการส่งออกสินค้าประมงแปรรูป-สินค้าฮาลาลพร้อมเดินหน้าเป็นเจ้าภาพเปิดเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลเกษตรระหว่าง 2 ประเทศ

“นฤมล” เยือน ‘คาซัคสถาน’ เปิดตลาดเอเชียกลาง ขยายการส่งออกสินค้าประมงแปรรูป-สินค้าฮาลาลพร้อมเดินหน้าเป็นเจ้าภาพเปิดเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลเกษตรระหว่าง 2 ประเทศ

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางเยือนสาธารณรัฐคาซัคสถาน เพื่อเข้าร่วมการประชุมผลักดันความร่วมมือด้านการเกษตรกับ Mr. Ermek Kenzhehanuly (นายเออร์เมก เคนเซฮานูลี) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน พร้อมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับกระทรวงเกษตรสาธารณรัฐคาซัคสถาน เพื่อส่งเสริมการค้า การถ่ายทอดเทคโนโลยีการแลกเปลี่ยนข้อมูล และเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการเกษตรในสาขาต่าง ๆ โดยการแลกเปลี่ยนนักวิชาการ การวิจัยร่วม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาตลาด การส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้า และการพัฒนาความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารและความปลอดภัยทางอาหาร เป็นต้น ณ กระทรวงเกษตรแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน

“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เดินหน้าเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านการเกษตรกับคาซัคสถานในด้านต่าง ๆ ทั้งมิติวิชาการและการค้า ซึ่งคาซัคสถานถือเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียกลางที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะมีความร่วมมือด้วยอย่างเป็นทางการ แม้ว่าที่ผ่านมาการค้าสินค้าเกษตรระหว่างไทยกับคาซัคสถานจะมีปริมาณไม่มากนัก เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ แต่คาซัคสถานเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ ด้วยประชากรประมาณ 20 ล้านคน มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวประมาณ 450,000 บาท/ปี และเป็นประเทศที่มีฐานเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียกลาง” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

ทั้งนี้ คาซัคสถานมีนโยบายที่จะเป็นศูนย์กลางในการขนส่งของกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (EAEU) จึงเป็นอีกประเทศหนึ่งที่กระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญในการทำงานร่วมกัน เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องเกษตรกรของทั้งสองฝ่าย ในส่วนของการค้าสินค้าเกษตรและอาหาร เนื่องจากคาซัคสถานเป็น EAEU ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับระบบของสหภาพยุโรป ทำให้การส่งออกสินค้าดังกล่าวจากไทยจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากกลุ่มประเทศดังกล่าว รวมถึงได้มีการหารือถึงการเสริมสร้างความร่วมมือและแนวทางในการส่งออกสินค้าในรูปแบบทวิภาคีกับคาซัคสถาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกสินค้าประมงแปรรูปและสินค้าฮาลาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานงานในเรื่องดังกล่าว โดยกระทรวงเกษตรฯได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะทำงานร่วมด้านการเกษตรระหว่างไทยและคาซัคสถาน ครั้งที่ 1 เพื่อให้เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนข้อมูลนโยบายเกษตรที่สำคัญ การผลักดันโครงการความร่วมมือด้านวิชาการเกษตร รวมทั้งการหารือถึงแนวทางการขยายการค้าสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างกัน

ป.ป.ช.ปทุมธานี ส่งฟ้องข้าราชการ นักการเมือง

ป.ป.ช.ปทุมธานี แถลง 5 คดี ส่งฟ้องข้าราชการ นักการเมือง คอรัปชั่น แย้มยังมีอีกเพียบ ฝากเตือนระวังการใช้เงินแผ่นดินอย่างโปร่งใสแล้วชีวิตราชการจะมีความสุข
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2567 ที่สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดปทุมธานี ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี นายกุล ภาคเดียว ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดขอนแก่น (รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดปทุมธานี)

ได้แถลงข่าวผลการดำเนินงานด้านปราบปรามการทุจริต ประจำปี 2567 ของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดปทุมธานี โดยมีการชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวน 5 ใน 6 เรื่อง
นายกุล ภาคเดียว รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่าตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 จนถึงวันที่ 29 กันยายน 2567 สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดปทุมธานี ได้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจด้านการปราบปรามการทุจริต จำแนกรายละเอียดตามขั้นตอนการดำเนินการ สรุปได้ว่า ชั้นตรวจรับคำกล่าวหา จำนวน 136 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ จำนวน 120 เรื่อง ในชั้นการตรวจสอบเบื้องต้น จำนวน 109 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ จำนวน 58 เรื่องและในชั้นการไต่สวน จำนวน 53 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ 6 เรื่องโดยได้ดำเนินการส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดแล้ว จำนวน 5 เรื่องส่วนอีก 1 เรื่อง อยู่ระหว่างดำเนินการส่งไปยังอัยการสูงสุด
นายกุล ภาคเดียว รักษาราชการแทนผู้อำนวยการ สนง.ป.ป.ช.ประจำจังหวัดปทุมธานี ยังกล่าวอีกว่า
เรื่องที่ 1 กรณีทำโครงการอันเป็นเท็จ
เรื่องที่ 2 กรณีพิจารณาคุณสมบัติของผู้เสนอราคาในการจัดซื้อวัสดุดับเพลิง โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
เรื่องที่ 3 กรณีการเบียดบังเงินมัดจำรังวัดไปใช้ส่วนตัวโดยมิชอบ
เรื่องที่ 4 กรณีเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนวิทยากร เป็นเท็จ และทุจริตเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน
เรื่องที่ 5 กรณีทุจริต โครงการก่อสร้างถนน คอนกรีตเสริมเหล็ก (คสล.) เนื่องจากไม่มีการเสริมเหล็กและมีการฮั้วประมูลในการก่อสร้างถนน
ทั้งนี้ การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด
นายกุล ภาคเดียว ฯ ยังได้กล่าวอีกว่าเรื่องที่ ป.ป.ช.ประจำจังหวัดปทุมธานี ได้รับการร้องเรียนนั้นยังมีอีกหลายที่ ดังนั้นจึงขอฝากเตือนไปยังหน่วยงานภาครัฐไม่ว่าจะเป็น อปท.หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทางภาครัฐที่มีหน้าที่ในการใช้จ่ายงบประมาณของแผ่นดินนั้น ให้ระมัดระวังในการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐให้เป็นไปตามระเบียบและรอบคอบแบบโปร่งใส อย่าปล่อยปะละเลยไม่เข้มงวดซึ่งอาจจะก่อเกิดการบกพร่อง หรือเกิดช่องโหว่ทำให้เกิดมีการทุจริตซึ่งอาจจะทำให้ถูกดำเนินคดีแม้ในชั้นนี้อาจจะยังไม่มีความผิดแต่ก็อาจจะทำให้เดือดร้อนลำบากทุกข์ร้อนในการดำเนินชีวิต จึงขอย้ำฝากเตือนไปยังหน่วยงานของรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดและรอบคอบเพื่อจะได้ดำรงอยู่ได้อย่างปลอดภัยในชีวิตราชการต่อไป

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม / รายงาน