Blog

กฐินสามัคคี สร้างโบสถ์

กำหนดทอดกฐินสามัคคี เพื่อสมทบทุนสร้างโบสถ์ วัดเขาดินเทพมุนี 129 หมู่ 1 ต. บ้านมะเกลือ อ. เมือง จ.นครสวรรค์ ( หลวงปู่ดอน )

วันที่ 19 ตุลาคม 2567 เวลา 11.09 น. โดย มีนายสุทิน บัวตูม ผจก. ฟุตซอลทีมชาติไทย ชุดฟุตซอลโลก อุซเบกิสถาน 2024 เป็นประธานแขกวีไอพี บุคคลสำคัญที่รักเคารพ ผู้มีเกียรติ เพื่อนๆ ญาติๆ ให้เกียรติร่วมทำบุญด้วย ยืนยันดังนี้

1. ดร. อดิศร ไชยคุปต์ รองอัยการสูงสุด และ กรรมการอัยการ ( กอ.) และภรรยา

2. ท่านจิระประวัติ แบบประเสริฐ รองอัยการสูงสุด และ ครอบครัว

3. ท่านอธึก คล้ายสังข์ รองอัยการสูงสุด

4. อธิบดีอัยการ ภาค 6

5. ดร. ต่อศักดิ์ บูรณเรืองโรจน์ รองอธิบดี คณะกรรมการ อัยการ และ ภรรยา

6. ดร. น้ำแท้ มีบุญสร้าง เลขานุการ รองอัยการสูงสุด และครอบครัว

7. เพื่อน ดร. น้ำแท้

8. คุณเกต หน้าห้อง ดร. อดิศร

9. ท่านพิจิตร จูฑะประชากูล อดีต อธิบดีอัยการ ภาค 1 และครอบครัว

10. สุทิน บัวตูม ผู้จัดการฟุตซอลทีมชาติไทย ชุดฟุตซอลโลก อุซเบกิสถาน 2024 ประธานทอดกฐิน

สภาทนายความ MOU 21 สถาบันอุดมศึกษา สร้างทนายเพื่อสังคม

ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมป์ ดร.วิเชียร ชุปไธสง นายกสภาทนายความ นายสุชาติ ชมกุล อุปนายกและคณะกรรมการ่วมเปิด ลงนาม และเป็นพยานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ระหว่าง สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์กับเครือข่ายนิติศาสตร์ เพื่อการพัฒนา21สถาบันอุดมศึกษา จากทั่วประเทศ อาทิ รศ.ดร.ศิริวดี วิวิธคุณากร ไปร่วมงาน

ดร.วิเชียร กล่าวว่าสภาทนายจับมือกับเครือข่ายนิติศาสตร์เพื่อการพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้ร่วมกัน และขอฝากว่า ให้21สถาบันไปผลิตบัณฑิตทางนิติศาสตร์ โดยเน้นปลูกฝังเรื่องงาน”มรรยาททนายความ”(ความประพฤติซื่อสัตย์สุจริตการดำรงตน)ทั้ง21ข้ออย่างเคร่งครัดกับเรื่องจริยธรรมให้รู้ว่าอะไรผิด อะไรที่ทำได้อะไรที่ไม่ได้ ทุกวันนี้ บัณฑิตสายนิติมาสอบใบอนุญาตทนายปีละ8พันคนสอบได้600-700คนเท่านั้นเพราะคนที่สอบตกไม่สนใจเรื่องมรรยาททนาย ขอให้อาจารย์คณะนิติ กลับไปฝึกฝนนักศึกษาการเตรียมคดี การว่าความรวบรวมพยาน เชื่อว่าจะสอบได้จำนวนสูงขึ้น และขอให้บัณฑิต เข้ามาช่วยเหลือคู่ความที่ยากไร้โดยสมัครเป็นทนายจิตอาสาให้มากขึ้น.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมพลังศิษยานุศิษย์ จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2567

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมพลังศิษยานุศิษย์ จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2567
ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย ขอพรให้ทุกผืนแผ่นดินไทย ผ่านพ้นโพยภัยพิบัติ
.
วันนี้ (วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ 2567 เวลา 18.00 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ คณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการ และผู้บริหารมูลนิธิฯ ร่วมในพิธี “เวียนธูปศักดิ์สิทธิ์” เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2567 ตั้งจิตอธิษฐาน ขอพรจากเทพเจ้า เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยเชื่อว่าเมื่อรับพรจากเทพเจ้าแล้ว จะทำให้จิตใจเบิกบาน ผ่องแผ้ว มีแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรือง โดยมี เจ้าหน้าที่ และ อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมทั้งศิษยานุศิษย์ และสาธุชน ร่วมพิธีกันอย่างเนืองแน่น ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย
.
“พิธีเวียนธูป ในเทศกาลกินเจ” เป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ เป็นการสรรเสริญและรับพรจากเทพเจ้า 9 พระองค์ อันเป็นภาคหนึ่งของพระพุทธเจ้า 7 พระองค์ และพระโพธิสัตว์ 2 พระองค์ โดยเชื่อว่าเมื่อรับพรจากเทพเจ้าแล้ว จะทำให้จิตใจเบิกบานผ่องแผ้ว มีแต่ความสุข ความเจริญ โดยในแต่ละปี ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จะมีศิษยานุศิษย์และสาธุชน นุ่งขาว ห่มขาว
ถือศีล กินเจ มาร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์กันอย่างเนืองแน่นขบวนแห่เวียนธูปของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดซุ้มประตูมังกร เพื่อให้ขบวนต่างๆ ผ่านด้านหน้าศาลเจ้าไต้ฮงกง แต่ละขบวนตกแต่งสวยงาม นำด้วยกองธงชาติ ธงธรรมจักร และธงมูลนิธิฯ ตามด้วยขบวนป้ายผ้าเทศกาลกินเจ ชุดตั่วล่อโก้ว (ชุดขบวนกลองใหญ่) ชุดกระถางธูป และขบวนพระผู้ประกอบพิธี ตามด้วยผู้แสวงบุญหลายพันคนตามขบวน
.
โดยในปีนี้ มูลนิธิฯ และ ผู้ร่วมขบวนแห่เวียนธูป 3 รอบ จะตั้งจิตอธิษฐานต่อเทพยดาฟ้าดิน ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ เช่น หลวงปู่ไต้ฮง ดังนี้
รอบที่ 1 ตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้ทั่วทุกผืนแผ่นดินไทย รวมถึงประเทศใดๆ ผ่านพ้นโพยภัยพิบัติ ให้ทุกดวงวิญญาณ ทุกสรรพสัตว์สู่สุคติ
รอบที่ 2 ตั้งจิตอธิษฐาน ขอพรแด่ บิดา มารดา ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ ผู้มีพระคุณ และครอบครัว
รอบที่ 3 ตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้ตนเองและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป
.
เทศกาลกินเจ ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ถือเป็นงานเทศกาลหลักซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยจะมีพิธีสำคัญต่างๆ ได้แก่ พิธีอัญเชิญ “กิ้วอ๊วงฮุกโจ้ว” หรือเทพเจ้า 9 พระองค์ พิธีสวดพระพุทธมนต์ ชัยมงคลคาถา พิธีเวียนธูปภายในศาลเจ้าพิธีเบิกเนตรองค์ยมทูต พิธีลอยกระทง โปรยทาน และพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์รอบนอกศาลเจ้า เพื่อความเป็นสิริมงคล รวมทั้งจัดให้มีบริการอาหารเจฟรีแก่ประชาชนตลอดช่วงเทศกาล พร้อมจัดการแสดงอุปรากรจีน (งิ้ว) ณ บริเวณลานสำนักงานมูลนิธิฯ
.
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ส่งผลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญตลอดไป
.
ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.pohtecktung.org และเฟซบุ๊ก แฟนเพจ http://www.facebook.com/pohtecktungofficial
.
“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

บก.ตม.1 จัดโครงการ “กิจกรรมจิตอาสา บริจาคโลหิต” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลฯ

กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 (บก.ตม.1) จัดโครงการ “กิจกรรมจิตอาสา บริจาคโลหิต” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันนวมินทรมหาราช หรือ วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ครบรอบ 8 ปี 13 ตุลาคม 2567

วันนี้ (9 ต.ค.67) เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัด บก.ตม.1, บก.ตม.3, บก.อก.สตม., บก.สส.สตม., ศท.ตม., ศฝร.ตม., หน่วยงานบริเวณข้างเคียง และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมโครงการ “กิจกรรมจิตอาสา บริจาคโลหิต” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ครบรอบ 8 ปี 13 ตุลาคม 2567

โดยมีพิธีเปิดโครงการจิตอาสา ณ บริเวณห้องโถง ชั้น 3 บก.ตม.1 และกิจกรรมบริจาคโลหิต ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 ฝั่งทิศใต้ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ

ส่งความช่วยเหลือถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมลำปาง

บ.ย.ส 16 – เยาวชนภิวัฒน์ แสดงพลังเยาวชนไทยผนึกกำลังภาครัฐ จับมือ ไปรษณีย์ไทย-ทหารบก ส่งความช่วยเหลือถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมลำปาง

เยาวชนภิวัฒน์รุ่น 7 ร่วมกับ บ.ย.ส. 16 แสดงพลังคนรุ่นใหม่ ส่งมอบ 210 ถุงน้ำใจสู้ภัยน้ำท่วม ผ่านความร่วมมือจากไปรษณีย์ไทยและมณฑลทหารบกที่ 32 สร้างเครือข่ายความช่วยเหลือข้ามหน่วยงาน แสดงศักยภาพเยาวชนไทยพร้อมเป็นกำลังสำคัญของชาติในยามวิกฤต

หลักสูตรเยาวชนภิวัฒน์ รุ่นที่ 7 และคณะกรรมการนักศึกษาหลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่ 16 หรือ บ.ย.ส. 16 ร่วมกันจัดส่งถุงยังชีพ 210 ชุด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดลำปาง โดย ดร.วาชิต รัตนเพียร ประธานหลักสูตร, ดร.สฤษดิ์ ธัญกิจจานุกิจ ผู้อำนวยการหลักสูตร และ ร.ต.อ.ชัยสิทธิ์ เขมกปสิทธิ ประธานเยาวชนภิวัฒน์ รุ่นที่ 7 เป็นผู้นำในการส่งมอบ โดยได้รับความอนุเคราะห์จากไปรษณีย์ไทยในการขนส่งฟรีไปยังศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 32 จ. ลำปาง โดยมี ร้อยเอกหญิง นันทา หอมแก่นจันทร์ นายทหารคนสนิท ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ช่วยราชการกองกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่ 32 เป็นผู้รับมอบ
ดร.วาชิต กล่าวว่า “การช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงพลังของเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีจิตอาสาและพร้อมช่วยเหลือสังคม โดยหวังว่าประสบการณ์นี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป นอกจากนี้ ขอขอบคุณไปรษณีย์ไทยที่ให้ความอนุเคราะห์ในการขนส่งถุงยังชีพโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และกองทัพบกที่สนับสนุนกำลังพลและยานพาหนะ ซึ่งช่วยให้ความช่วยเหลือของเราถึงมือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว”
ทั้งนี้ ถุงยังชีพที่จัดส่งไปประกอบด้วยอาหารแห้ง ยาสามัญประจำบ้าน และของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะถูกนำไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนถึงวัตถุประสงค์หลักของโครงการเยาวชนภิวัฒน์ ที่มุ่งพัฒนาเยาวชนให้เป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์สังคมและเป็นแบบอย่างที่ดีในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม โดยเฉพาะในยามวิกฤต

เยาวชนภิวัฒน์ รุ่นที่ 7 พร้อมด้วยคณะกรรมการนักศึกษาหลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่ 16 (บ.ย.ส. 16) ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุน และส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตนี้โดยเร็ว

เกี่ยวกับหลักสูตรเยาวชนภิวัฒน์
หลักสูตรเยาวชนภิวัฒน์ (Youth Prosperity : YP) เป็นโครงการที่ริเริ่มขึ้นโดยคณะกรรมการนักศึกษาหลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่ 16 หรือ บ.ย.ส. 16 และได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ บยส. 16 โดยถือเป็นกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทยอย่างรอบด้าน มีเป้าหมายสำคัญในการหล่อหลอมผู้นำเยาวชนจากทุกภาคส่วนของสังคม ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ มีความรับผิดชอบ และพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต ปัจจุบัน หลักสูตรเยาวชนภิวัฒน์ได้ดำเนินโครงการมาถึงรุ่นที่ 7 แล้ว สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จและความต่อเนื่องในการพัฒนาเยาวชนของประเทศ

สุทิน บัวตูม ให้กำลังใจ เยาวชนไทย รักกีฬา

ผู้จัดการฟุตซอลโลก ทีมชาติไทย (2024) “บิ๊กทิน” สุทิน บัวตูม ให้กำลังใจ เยาวชนไทย รักกีฬา

บรรดาเยาวชนไทยสโมสรฟุตซอลชุดเล็ก ต่างแฮปปี้ เมื่อ “บิ๊กทิน” สุทิน บัวตูม ผู้จัดการทีมฟุตซอลโลก (2024) ที่แข่งขันระดับแชมป์โลก ที่ประเทศ อุซเบกิสถาน เมื่อเร็วๆนี้ ได้ให้กำลังใจ มอบลูกฟุตซอล และเสื้อทีมฟุตซอลทีมชาติไทยจากหลายรายการ พร้อมเซ็นต์ชื่อ มอบให้ “น้องบุ๊ค” บดินทร์ นิลมานนท์ และเพื่อนมิตร แห่งสโมสร ”บุ๊ค​บุฟเฟ่ต์“ ฟุตซอลชุดเล็ก เพื่อสนับสนุน เป็นกำลังใจ และส่งเสริม การรักกีฬาฟุตซอล ให้ก้าวหน้า สู่อนาคตที่ดี ที่ร้านกาแฟ “อเมซอน” ใกล้สนามกอล์ฟ ปัญญา เมื่อ​ 9 ต.ค. 2567 ที่ผ่านมา./


สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

HH Shaikh Nasser bin Hamad receives Chairman of Lulu Group

Manama: His Highness Shaikh Nasser bin Hamad Al Khalifa, Representative of His Majesty for Humanitarian Works and Youth Affairs, received Yusuff Ali, Chairman and Managing Director of LuLu Group.

HH Shaikh Nasser bin Hamad affirmed that Bahrain’s economic sector is steadily advancing towards greater growth and prosperity, in line with the vision of His Majesty King Hamad bin Isa Al Khalifa, and the pivotal role of the government led by His Royal Highness Prince Salman bin Hamad Al Khalifa, the Crown Prince and Prime Minister, in enhancing the investment environment and attracting investments to the Kingdom.

During the meeting, HH Shaikh Nasser commended the significant contributions of Lulu Group through its commercial projects and its role in supporting the commercial, economic, and investment sectors in Bahrain, noting the group’s expansion both within and beyond the Kingdom.

On his part, the Chairman of Lulu Group expressed his appreciation to HH Shaikh Nasser bin Hamad for his continued support of the retail sector and efforts to foster the growth of the national economy.
 
Visit: timesofbahrain

timesofbahrain #investigation #localnews #gulfnews #worldnews #tob #tobnews #tobinvention @nasser13hamad @nbh_mo @yusuffali.ma @yusuffali.ma.yfi @luluhyperbh @juzertaher @jabran_zk @nimish_tk

แพมเพิส เพื่อผู้ป่วย

ท่าน ศิโรจน์ มิ่งขวัญ นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย มอบหมายให้ ทวีทรัพย์ บุญทด มหานครข่าว พร้อมด้วย ครูเสือ บุญทด มอบหมายให้ ทวีพร บุญทด เสือคาบข่าว มอบแพมเพิสให้กับ นางสาว วาสนา วัยสุพี ที่ร้องขอ แพมเพิส ไปให้แม่ที่นอนป่วยอยู่ทึ่โรงพยาบาล

สภาทนายความ ร่วมพิธีอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตทั้ง 23 คน จากเหตุเพลิงไหม้รถทัศนศึกษา

ที่โรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จังหวัดอุทัยธานี บ่ายวันที่ 6 ต.ค.67 ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความ นายสาโรจน์ จันทรศิริ กรรมการบริหารสภาทนายความภาค 6 นายพจ สิทธิชัย ประธานสภาทนายความจังหวัดอุทัยธานี พร้อมคณะ เดินทางไปร่วมพิธีถวายอาหารเพล อุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตทั้ง 23 คน และพบผู้ปกครองนักเรียนที่เสียชีวิตเพื่อให้กำลังใจและให้คำแนะนำเพื่อช่วยเหลือทางด้านกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความ กับคณะได้มอบเงินให้ นางสาวอรพิน ขัดผาบ คลังจังหวัดอุทัยธานี เป็นผู้รับมอบไว้เป็นส่วนหนึ่งของการเยียวยาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ และได้มอบของเล่นเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม โดย ดร.เสาวลักษณ์ บุญจันทร์ ผอ.สพป.อุทัยธานี เขต 2 เป็นผู้รับมอบ

ดร. วิเชียร ชุปไธสง เผยว่า สภาทนายมีความพร้อมหากผู้เสียหายร้องขอให้ข่วยเหลือคดีทางอาญาและทางแพ่ง สำหรับช่องทางกฎหมายแพ่งที่สภาทนายอาจจะดำเนินคดีได้ คือกฎหมายแพ่งและพานิชย์ ในมาตรา437 มีหลักว่า บุคคลใดครอบครองควบคุมยานพาหนะอันเดินด้วยเครื่องจักรกล จะต้องรับผิดชอบในความเสียหายอันเกิดแก่ยานพาหนะนั้น

ซึ่งผู้ดำเนินกิจการรถบัสจะต้องรับผิดเสียค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ย แม้ตัวเองไม่ได้เป็นคนควบคุมรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งนี้เปฌนไปตามมาตรา425ที่มีหลักว่านายจ้างต้องรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดซึ่งลูกจ้างกระทำไปในการที่จ้าง และมาตรา438บอกว่า ค่าสินไหมืดแทนจะใช้โดยสถานใดเพียงใด ให้ศาลวอนิจฉัยตามสมควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด สำหรับค่าสินไหมต่างๆเช่นค่ารักษาพยาบาลค่าปลงศพตามมาตรา443 แล้วในมาตรา446 ยังให้สิทธิแก่ญาติผู้ตายในกานเรียกค่าสินไหมกรณีเกิดความเสียหายแก่ร่างกาย โดยสามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายที่ไม่ใช่ตัวเงินอีกด้วย.

ทำศัลยกรรมอำพรางใบหน้าหนีซุกไทย แต่ไม่รอด ตม.ไทย

ไม่รอด “สตม.บุกรวบสาวจีนแสบ หลอกเชิดเงินเพื่อนร่วมชาติเกือบ 8 ล้าน อ้างวิ่งเต้นให้เป็นแอร์สายการบินดังได้ ก่อนแอบทำศัลยกรรมอำพรางใบหน้าหนีซุกไทย”

พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดยกระดับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยเฉพาะความผิดที่เกี่ยวกับคนเข้าเมือง หรือชาวต่างชาติที่กระทำความผิดและหลบหนีการจับกุม โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านหรือที่ซ่อนตัว ซึ่งเป็นความรับผิดชอบหลักของ สตม. โดยสั่งการและกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบงานสืบสวนเน้นลงพื้นที่ X-RAY สืบสวนหาข่าวกับสายข่าว และประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง

ต่อมา บก.ตม.1 โดย พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.กาจภณ ปฐมัง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้รับเบาะแสจากพลเมืองดีว่า มีบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีน เชื่อว่าจะอยู่ในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมายและมีพฤติกรรมน่าสงสัย เก็บตัวและมักปกปิดใบหน้าสวมหมวกใส่หน้ากากตลอดเวลา เมื่อต้องออกมาจากที่พักอาศัย จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 นำชุดปฏิบัติการ ลงพื้นที่ตรวจสอบ ในวันที่ 3 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยได้วางกำลังเฝ้าคอยสังเกตการณ์อยู่บริเวณด้านล่างของอาคารที่พัก ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่งในย่านพระราม 4

ต่อมาในช่วงเวลาบ่าย พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ชัยภูมิ สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 และทีมชุดปฏิบัติ พบบุคคลต้องสงสัยมีลักษณะตำหนิรูปพรรณตรงตามข้อมูลของสายลับ ซึ่งปกปิดใบหน้าอย่างมิดชิดและลงมารับอาหารที่บริเวณชั้นล่าง จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง พร้อมขอตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทาง จึงพบว่าบุคคลต่างด้าวต้องสงสัยคนดังกล่าวเป็นชาวจีน เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตั้งแต่ช่วงปี 2565 โดยได้รับการตรวจลงตราประเภท TR-15 อนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นเวลา 15 วันเพื่อท่องเที่ยว ปัจจุบันอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดมาแล้วกว่า 650 วัน จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” ควบคุมตัวส่ง พนักงานสอบสวน บก.สส.สตม. ดำเนินคดีตามกฎหมายและส่งกลับประเทศต่อไป

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้สอบถามถึงสาเหตุการอยู่ในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมายในลักษณะดังกล่าว มีพิรุธและพยายามเปลี่ยนเรื่อง บ่ายเบี่ยงที่จะตอบ โดยให้การว่าตนเป็นแอร์โฮสเตส สายการบินชื่อดังแห่งหนึ่งและถูก LAYOFF กลางคัน แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เพราะบุคคลต่างด้าวที่ทำหน้าที่ลูกเรือ จะได้รับการตรวจลงตราเป็นการเฉพาะ มิใช่ได้รับการตรวจลงตราในลักษณะ VISA ON ARRIVAL เพื่อการท่องเที่ยว เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวจีนทั่วไป

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้ตรวจสอบข้อมูลในระบบหมายจับของตำรวจสากลพบว่า เป็นบุคคลที่มีการหมายน้ำเงินของตำรวจสากล ซึ่งสำหรับหมายน้ำเงินของตำรวจสากล เป็นหมายที่แจ้งให้ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐในประเทศสมาชิกตำรวจสากล รวบรวมข้อมูลการเคลื่อนไหว ถิ่นพำนัก บุคลิกลักษณะของบุคคลที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อนำไปสู่การออกหมายแดงหรือประกาศจับต่อไป

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองชุดจับกุมจึงได้มีการประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงของประเทศจีน จนได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในห้วงประมาณปี 2559- 2562 สำนักงานความมั่นคงสาธารณะมณฑลโจวผิง ประเทศจีน ได้สืบสวนคดีฉ้อโกงซึ่งเธอเป็นผู้ต้องหา โดยได้หลอกเหยื่อว่าตนสามารถช่วยเหลือวิ่งเต้นให้เหยื่อทำงานเป็นแอร์โฮสเตส หรือสจ๊วตให้กับสายการบินชื่อดังหลายแห่งได้ โดยมีผู้เสียหายจำนวน 6 คนหลงเชื่อ ยอมจ่ายเงินให้ ไปเป็นจำนวนเงินรวมประมาณ 1.5 ล้านหยวน หรือมากกว่า 7.5 ล้านบาท

จากนั้น เธอ ได้นำเงินที่ได้มาส่วนหนึ่งทำศัลยกรรมใบหน้าใหม่ เพื่อให้ผู้เสียหายจำไม่ได้และปกปิดใบหน้าตลอดเวลา ก่อนจะหลบหนีมาซ่อนตัวในประเทศไทยและถูกจับกุมตามที่ได้รายงานข่าวไปก่อนหน้านี้

พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า สตม. มีระบบตรวจสอบเชื่อมโยงหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในระดับสากลที่เข้มข้น มีมาตรการชัดเจนในการตรวจสอบ กวดขันและปราบปรามคนต่างด้าวที่เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมายและจะไม่ยอมให้ไทย ถูกใช้เป็นที่พักพิงหลบหนี หรือที่ซ่อนตัวของชาวต่างชาติที่กระทำความผิดร้ายแรงในต่างประเทศ พร้อมทั้งฝากประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนผ่านผู้สื่อข่าว ให้ช่วยเป็นหูเป็นตา สอดส่อง หากพบบุคคลที่มีความผิดปกติหรือต้องสงสัยในลักษณะเดียวกันนี้ กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารพระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี 11120 หรือติดต่อตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือที่ หมายเลข 1178

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม / รายงาน