Blog

ประเพณีเจ้าพ่อหนูประจำปี 2567 ปีมหามงคล ครบรอบปีที่ 60

ประเพณีเจ้าพ่อหนูประจำปี 2567 ปีมหามงคล ครบรอบปีที่ 60

วันเสาร์ที่ 9 พ.ย.67 เวลา 08.29 น. ณ บริเวณสี่แยกบางลำภู แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นประธานพิธีเปิดงานประเพณีประจำปีเจ้าพ่อหนู ครบรบรอบ 60 ปี พร้อมด้วยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานร่วม

โดยมี ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ประธานคณะกรรมการจัดงานงานประเพณีศาลเจ้าพ่อหนูประจำปี 2567 คุณเรืองชัย องค์ศรีตระกูล ประธานศาลเจ้าพ่อหนู คุณประสิทธิ์ สิงห์ดำรงค์ ประธานมูลนิธิศิษย์เจ้าพ่อหนู ดร.พีรวัฒน์ สุรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมการจัดงานเจ้าพ่อหนู คุณโกศล สิงหนาถ ผู้อำนวยการเขตพระนคร พล.ต.ต.ปรารถนา แผ่นผา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม แขกผู้มีเกียรติและประชาชนร่วมพิธี

เนื่องในงานประเพณีเจ้าพ่อหนูประจำปี 2567 ปีมหามงคล ครบรอบปีที่ 60 ซึ่งศาลเจ้าพ่อหนูเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนชาวพระนคร รวมถึงชาวต่างชาติที่ให้ความศรัทธา สักการะบูชาเพื่อเป็นสิริมงคลในชีวิต

กฐินสามัคคี มาดามนกฮอลแลนด์ และโรโก้ คริสเมเยอร์(สามี)

กฐินสามัคคี มาดามนกฮอลแลนด์ หรือ
นางประนอม สวัสดิ์อ่ำ -โรโก้ คริสเมเยอร์(สามี)
มาดามนกทำบุญกฐินที่วัดบ้านเกิดและโรงเรียนบ้านเกิดของเธอ ที่
วัดประศุก อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี
พี่น้องเพื่อนพ้องน้องพี่ที่มาร่วมงานนับ 700 ท่าน และที่สำคัญ
โรงทานจำนวน 35-40โรงทานอาหารลับหลากหลายมากมาย
ยอดกฐินและผ้าป่ารวม
( 265,230 )บาท

เจ้าภาพช่วยโรงทาน
น้ำยาไก่ นางนิตยา สันต์จิตโตและครอบครัว
น้ำส้ม และ ไอศกรีม นายปิยะ ตุ้มทอง และครอบครัว
น้ำเปล่า และ ไอศรีม นายศักดิ์ชัย กาญจนวาณิช และครอบครัว และอีกหลายๆท่านที่ไม่ได้ออกนาม ปีหน้ามาดามนกคาดว่าจะจัดงานกฐินเช่นนี้อีกและขอบคุณเพื่อนพ้องน้องพี่ชาวบ้านทุกท่านที่มาร่วมงานกระทิงครั้งนี้เธอจึงขอบคุณทุกท่านและร่วมอนุโมทนาบุญ สาธุ


แมวเหมียวเขี้ยวเพชรรายงานข่าว

#มหานครข่าว

#บันเทิงทีวี

#PRท็อปเปอร์

#newspark

ผู้ว่าฯลำพูน เปิดงาน”แอ่วกาดแลง แยงกาดมืดเมืองหละปูน”

📌📌 ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เปิดงาน”แอ่วกาดแลง แยงกาดมืดเมืองหละปูน” ณ ข่วงเจดีย์ชัยชนะ ภายในงาน “โคมเล่าเรื่องเมืองลำพูน” โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวสร้างสรรค์จังหวัดลำพูน มีประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเที่ยวชมจำนวนมาก📌📌

📌📌 วันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 ที่ข่วงเจดีย์ชัยชนะ(ลานจอดรถห้างสรรสินค้าแจ่มฟ้าพลาซ่า) อ.เมือง จ.ลำพูน นายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดงาน “โคมเล่าเรื่องเมืองลำพูน” โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวสร้างสรรค์จังหวัดลำพูน ประจำปึงบประมาณ 2567 โดยมี นางเกศกนก เดชมา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน กล่าวรายงาน มีนายโยธิน ประสงค์ความดี นายชาตรี ธินนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ ประชาชน นักท่องเที่ยว สื่อมวลชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
📌📌 ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน กล่าวว่า สำหรับกิจกรรม”โคมเล่าเรื่องเมืองลำพูน” แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ประกอบด้วย 1. การประดับตกแต่งเส้นถนนและจุดแลนด์มาร์คของเมือง จำนวน 3 เส้นทาง ได้แก่
ถนนท่านาง ระยะทาง 160 เมตร ถนนอินทยงยศ (จากแยกวัดศรีบุญเรืองจนถึงห้างแจ่มฟ้า) ระยะทาง 570 เมตร และถนนรถแก้ว ระยะทาง 270 เมตร และการประดับตกแต่งเมืองในจุดแลนด์มาร์คของเมือง จำนวน 4 จุด ได้แก่
📌📌 1). จุด “ประทีปแสงแห่งชีวี” ณ ข่วงเจดีย์ชัยชนะ บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแจ่มฟ้าพลาซ่า (ถนนอินทยงยศ) มีการประดับตกแต่งด้วยซุ้มโคมแปดเหลี่ยมประดับไฟบริเวณซุ้มประตูทางเข้าช่วงเจดีย์ชัยชนะทั้งสองข้างฝั่งถนนอินทยงยศ และถนนวังซ้าย และจะมีการจุดประทีปรอบองค์เจดีย์ชัยชนะในช่วงการจัดกิจกรรมตลาดวัฒนธรรม 2). จุด “ลอยสะเปาเล่าวิถี” บริเวณด้านหน้าประตูท่านาง เป็นการประดับตกแต่งด้วยโคมแปดเหลี่ยม และสะเปา หรือเรือสำเภาตามวิถีปฏิบัติของชาวหริภุญชัยในอดีต คือการทำสะเปากาบกล้วย เพื่อลอยในประเพณียี่เป็ง เชื่อมโยงกับประตูท่านางที่ทอดลงสู่ลำน้ำแม่กวง 3). จุด “ดาราจรัสศรีรุ่งเรืองรอง” ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดลำพูน (หลังเก่า) มีการประดับตกแต่งโคมแปดเหลี่ยมเป็นแผงสองข้างริมรั้วศาลากลาง และโคมดาว สอดคล้องกับชื่อของจุดแลนด์มาร์ค 4). จุด “โคมแสงส่องบุญบันดาล” บริเวณประตูมหาวัน จุดนี้จะประดับตกแต่งด้วยโคมผัดขนาดใหญ่ ส่องไฟสว่างไสวและโคมล้านนารูปแบบอื่นๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ชม และสัมผัสความงดงามของโคมล้านนาในจังหวัดลำพูน
📌📌 ทั้งนี้ ได้กำหนดระยะเวลาการประดับตกแต่งเมืองรวม 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2567
นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมพิเศษ “เช็ค & แชร์” ที่ให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพจุดแลนด์มาร์ค พร้อมเช็คอิน และแชร์ภาพกิจกรรมลงบนพื้นที่โซเชียลมีเดียของตนเอง จนครบทั้ง 4 จุด สามารถ นำมาแลกรับของที่ระลึกได้ ณ จุดประชาสัมพันธ์งานบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด ลำพูน (หลังเก่า) ได้ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน – 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2567 สามารถติดตามกิจกรรมนี้ได้ผ่าน FACEBOOK FANGAFE โคมเล่าเรื่องเมืองลำพูน
📌📌 2. กิจกรรมตลาดวัฒนธรรม “แอ่วกาดแลง แยงกาดมืดเมืองหละปูน” ณ ข่วงเจดีย์ชัยชนะ (ลานจอดรถด้านหลังห้างแจ่มฟ้าพลาซ่า ถนนอินทยงยศ) เพื่อย้อนรำลึกถึง “กาดมืด” ตลาดเช้าในอดีตชาวเวียงลำพูน โดยจะมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธธรรม สินค้าพื้นถิ่น สินค้าร่วมสมัย อาหารพื้นเมืองและอาหารร่วมสมัยกว่า 30 ร้านค้า มีงานศิลปหัตถกรรม การแสดงดนตรีพื้นเมืองและดนตรีร่วมสมัย การสาธิตภูมิปัญญาต่างๆ รวมถึงการละเล่นพื้นบ้านที่ให้ผู้คนหลากหลายวัยได้มาร่วมกิจกรรม โดยกำหนดจัดงานจำนวน 2 ครั้งๆ ละ 3 วัน ครั้งแรก จัดขึ้นในวันที่ศุกร์ 8 – วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2567 และครั้งที่สองจัดขึ้นในวันที่ศุกร์ 15 (วันลอยกระทง) – วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2567
📌📌 ภายในงานมีกิจกรรมพิเศษ “ดับไฟ จุดประทีป” ย้อนรำลึกถึง “กาดมืด” หรือตลาดเช้าของชาวเวียงลำพูนในอดีต ที่มาจับจ่ายชื้อข้าวของในตลาดแต่เข้ามืด ณ บริเวณนีั ปัจจุบันเป็นลานจอดรถด้านหลังห้างแจ่มฟ้าพลาซ่า ตั้งแต่เวลา 18.30 น. – 19.30 น. เพื่อรำลึกถึงบรรยากาศของ “กาดมืด” ในอดีต ของจังหวัดลำพูน เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างเศรษฐกิจให้เกิดภายในชุมชน และสร้างการรับรู้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ให้เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดลำพูนมากยิ่งขึ้น
📌📌 ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าว่า จังหวัดลำพูนเป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,400 ปี มีประเพณีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ การจัดงาน “โคมเล่าเรื่องเมืองลำพูน” ในปีนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และขยายพื้นที่จัดงานโคมให้กว้างขวาง กระจายในหลายจุด สามารถเชื่อมโยงพื้นที่ประวัติศาสตร์และย่านชุมชนในเขตเมืองเก่าได้มากขึ้น ผ่านการเล่าเรื่อง “โคม” กับ “เมือง” ในมิติต่างๆ ซึ่งเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่ถูกร้อยเรียงผ่านเรื่องราว ผู้คน สิ่งของ และเมืองอย่างผูกพันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และเพื่อยกระดับให้ “เทศกาลโคมแสนดวง” เป็นเทศกาลในระดับนานาชาติ สนับสนุนให้เทศกาลโคมแสนดวงให้ได้รับการบันทึกใน Guinness World Record Challenge เส้นทางโคมที่ยาวที่สุดในโลก (2 กิโลเมตร) นอกจากนี้ ยังเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมผ่าน Soft Power และการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยใช้วัฒนธรรมและสินค้าท้องถิ่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงานในครั้งนี้จะมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวให้กับประชาชนในจังหวัดลำพูน ตลอดจนเป็นโอกาสอันดีในการเผยแพร่วัฒนธรรมล้านนาให้ผู้คนจากทั่วโลกได้ชื่นชม.

ประธานสหประชาชาติจำลองราชอาณาจักรบาห์เรน

ประธานสหประชาชาติจำลอง
ราชอาณาจักรบาห์เรน
ดาน่า อราวี่ ทายาทผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมวิจัยและพัฒนาประเทศไทย ภายใต้สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย
คว้าตำแหน่ง“ประธาน“
สหประชาชาติจำลอง
ครั้งที่2,2024 ,บาห์เรน
จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 พฤศจิกายน 2567. ณ.โรงเรียนนานาชาติ,
ราชอาณาจักรบาห์เรน
ดาน่า อราวี่ เริ่มต้นจากการเข้าร่วมงาน สหประชาชาติจำลอง ในฐานะ
ผู้แทน: ผู้แทนเป็นคำพื้นฐานที่ใช้เรียกผู้เข้าร่วมการประชุม MUN
ผู้แทนจะเป็นตัวแทนของประเทศ
ใดประเทศหนึ่งในสภาต่างๆ ที่เข้าร่วมประชุม โดยมีเป้าหมายหลักคือการชี้นำการอภิปรายไปในทิศทางที่จะรับประกันว่าเป้าหมายของผู้แทนจะบรรลุตามร่างมติ
หลังจากร่วมงานมาหลายปีได้
มีประสบการณ์มากขึ้นเลยยื่นใบสมัครสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น โดยมีผู้สมัครจากทั่วประเทศ จากหลายๆสถานศึกษา เพื่อเข้ารับการสัมภาษณ์ในตำแหน่งต่างๆ
เช่น ตำแหน่ง สื่อมวลชน,ตำแหน่งพนักงานรักษาความปลอดภัยตำแหน่งประสานงานและตำแหน่ง ประธาน โดยมีคณะกรรมการ5 ท่าน
มาจากต่างโรงเรียนเป็นผู้ตัดสินในตำแหน่งต่างๆ รวมถึงตำแหน่งสูงสุดคือ ประธาน ในการเลือกเป็นผู้นำ มีวิสัยทัศน์ ทำงานร่วมกับทีม
การบริหารจัดการ วางแผน
ควบคุมสถานการณ์ในช่วงกิจกรรมดำเนินการ รวมถึงมีส่วนการร่วมตัดสินในการมอบรางวัลสำหรับ ตัวแทนประเทศที่ชนะ กิจกรรมนี้เป็นการฝึกฝนนักเรียนนักศึกษาอย่างดีเยี่ยมในด้าน การพูดในที่ชุมชน การกล้าแสดงออก
การทำงานร่วมกันเป็นทีม การแก้ไขปัญหา รับทราบปัญหา รับทราบถึงความคิดเห็น รับทราบถึงปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขต่อไป
กิจกรรมเริ่มตั้งแต่ เวลา 8.00 น.
ถึง 19.00น.สถานที่จัดงาน เช่น
ห้องจัดเลี้ยง ห้องประชุมขนาดใหญ่ที่บรรจุคนได้ตั้งแต่ 200-1,000 คนขึ้นไป ที่ผ่านมาจัดขึ้นที่
โรงแรมห้าดาว กัฟล์ โฮเทล และครั้งนี้ เจ้าภาพคือ รร.นานาชาติ
ราชอาณาจักรบาห์เรน มีการเวียนการเป็นเจ้าภาพจัดงานในแต่ละปี.

ตม.นครศรีธรรมราช ร่วม สภ.สิชล จับหนุ่มเมียนมาร์  ฆ่ากันเอง

ด้วยเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2567 เวลาประมาณ 08.50 น. สภ.สิชล รับแจ้งว่ามีเหตุคนถูกทำร้ายเสียชีวิต  ต.สิชล อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช 
เมื่อไปถึงพบศพชาย  สัญชาติเมียนมาร์  นอนเสียชีวิต พบบาดแผลถูกของมีคมที่ศีรษะด้านซ้าย จำนวน 3 แผล
จากการรวบรวมพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวน สภ.สิชล ได้ขออนุมัติหมายจับ โดยศาลอนุมัติหมายจับชาย สัญชาติเมียนมาร์ ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 
จากนั้น พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม. , พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6 , พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ฯ ปรก.บก.ตม.6 สั่งการให้ ตม.จว.นครศรีธรรมราช ร่วมกับ สภ.สิชล  สืบสวนหาข้อมูลเพื่อติดตามจับกุม  ผู้ต้องหาดังกล่าวมาดำเนินดคี
         ต่อวันนี้ 7 พ.ย. 2567 เวลาประมาณ 09.30 น. พ.ต.ท.วรรณชัย สุขแจ่ม สว.ตม.จว.นครศรีธรรมราช นำกำลังชุดสืบสวน ตม.จว.นครศรีธรรมราช , กก.สส.บก.ตม.6  ร่วมกับ ชุดสืบสวน สภ.สิชล จับกุม   ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช  ได้ที่บริเวณสวนยาง บ้านในอ่าว ต.สี่ขีด อ.สิชล จว.นครศรีธรรมราช 
เบื้องต้น  ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ได้ใช้ไม้ตีผู้ตายจริง ซึ่งสาเหตุจากการโกรธแค้นส่วนตัว นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สิชล ดำเนินคดีต่อไป

สภาทนายความ ยืนยัน ดำเนินการคดีมรรยาททนายความอย่างเคร่งครัด

สภาทนายความ ออกแถลงการณ์ ยัน ดำเนินการคดีมรรยาททนายความอย่างเคร่งครัด

เมื่อวันที่ 7 พ.ย. สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงการดำเนินคดีมรรยาททนายความ
      
ตามที่สื่อมวลชนและสังคมให้ความสนใจในกรณีทนายความบางคนได้กระทำการบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง ตามข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529 โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าการดำเนินคดีมรรยาททนายความเป็นไปด้วยความล่าช้า และตั้งข้อสงสัยว่าประชาชนจะไม่ได้รับความเป็นธรรม นั้น
      
สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินคดีมรรยาททนายความว่า เมื่อมีการกล่าวหาว่าทนายความกระทำผิดมรรยาททนายความ สำนักงานคณะกรรมการมรรยาททนายความจะต้องดำเนินการภายในกรอบที่กฎหมายกำหนดทุกขั้นตอน โดยต้องผ่านคณะกรรมการสอบสวน คณะกรรมการมรรยาททนายความ และคณะกรรมการสภาทนายความ ทุกขั้นตอนมีความสำคัญ ไม่สามารถข้ามขั้นตอนหรือลงโทษทันทีทันใดได้ เสมือนระบบการพิจารณาคดีของศาล ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
      
ในปัจจุบันได้มีการเร่งรัดพิจารณาคดีมรรยาททนายความตามกรอบของกฎหมายโดยเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยการประสานความร่วมมือระหว่างคณะกรรมการมรรยาททนายความและคณะกรรมการบริหารสภาทนายความในกรณีดังกล่าว ทำให้การพิจารณาคดีมรรยาททนายความในระหว่างเดือน ก.พ. ถึง เดือน ต.ค.67 ได้มีการพิจารณาคดีมรรยาททนายความแล้วเสร็จ จำนวน 274 คดี ปรากฏผลการพิจารณาคดี ดังนี้

1.ลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความ จำนวน 18 คดี
2.ห้ามทำการเป็นทนายความมีกำหนด 3 ปี จำนวน 17 คดี
3.ห้ามทำการเป็นทนายความมีกำหนด 2 ปี จำนวน 9 คดี
4.ห้ามทำการเป็นทนายความมีกำหนด 1 ปี จำนวน 8 คดี
5.ห้ามทำการเป็นทนายความมีกำหนด 6 เดือน จำนวน 5 คดี
6.ภาคทัณฑ์ จำนวน 12 คดี
7.งดโทษให้โดยว่ากล่าวตักเตือน จำนวน 12 คดี
8.ยกคำกล่าวหา จำนวน 73 คดี
9.จำหน่ายคดี จำนวน 29 คดี
10.อนุญาตให้ถอนคำกล่าวหา จำนวน 69 คดี
11.ไม่อนุญาตให้ถอนคำกล่าวหา จำนวน 10 คดี
12.ย้อนสำนวน จำนวน 12 คดี
รวมทั้งสิ้นจำนวน 274 คดี

สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ยึดมั่นในความยุติธรรมและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย.

Thairath TV won two awards 2024. Awards for 2024 have been announced by Crimes Journalists Association of Thailand.

Thairath TV won two awards 2024. including Investigative News Reports is one of the most great news-driven documentaries on television and Best Environment News. The Diverse Range of Drones Supports news Tactical and Strategic News Needs
Mr. Siroj Mingkwan, President of the Crime Journalists Association of Thailand
Revealed the results of the Best New Reporter Award
for 2024, The Event Chair is
Ms. Orawan Boonyathada
Executive Editor Times of Bahrain,
Director of Public Relations International,Director of the Research and Development Reporter Training Center (RDRTC),The owner of RDRTC Northern Branch Thailand. under the Crime Journalists Association of Thailand

#สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย #ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา #award #awardwinning #tvaward

#สมาคมนักข่าว #นักข่าวอาชญากรรม #ยาเสพติด #ข่าวสืบสวนสอบสวน #SEETRUE #สุดยอดข่าวสืบสวนสอบสวน #ไทยรัฐนิวส์โชว์ #ไทยรัฐทีวี32

ตม.นครปฐม จับ 13 ต่างด้าวผิดกฎหมาย 

ตม.จว.นครปฐม จับ 13 ต่างด้าวผิดกฎหมาย  ขานรับนโยบาย ผบ. ตร. , ผบช.สตม. และ ผบก.ตม.3 อย่างต่อเนื่อง
    ตามที่ ผบ.ตร. , ผบช. สตม. และ ผบก.ตม.3 กำหนดนโยบายให้เข้มงวด กวดขันปราบปรามอาชญากรรม แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายอย่างจริงจัง
    วันนี้ 7 พ.ย. 67 เวลา 11.00 น.  ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวาสดิ์​ ผกก.ตม.จว.นครปฐม ,  พ.ต.ท.สุกฤษณ์ มีบำรุง รอง ผกก.ตม.จว.นครปฐม และ พ.ต.ท.หญิง นิภากร  สาระพันธ์ สว.ตม.จว.นครปฐม สั่งการให้ ร.ต.อ.ฉัตรมงคล  มีจั่นเพชร รอง สว.ตม.จว.นครปฐม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปรามฯ   ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ กอ.รมน. จว.นครปฐม, แรงงานจังหวัดนครปฐม, พัฒนาสังคม จว.นครปฐม บูรณาการร่วมระดมกวาดล้างปราบปรามคนต่างด้าวกระทำผิดพื้นที่ ม.5 ต.คลองโยง อ.พุทธมณฑล จว.นครปฐม
   ผลการปฏิบัติ พบและจับกุมแรงงานชาวเมียนมา รวม 13 คน  ความผิดฐานลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และ over stay และปรับเจ้าบ้าน 1 คน เป็นเงิน 67,200 บ. เนื่องจากไม่แจ้งการเข้าพักอาศัยของคนต่างด้าวภายในเวลาที่กำหนด ตาม ม.38 แห่ง พรบ. คนเข้าเมือง พ.ศ 2522
   นำส่ง พงส. สภ.พุทธมณฑลดำเนินคดีต่อไป

รองโฆษกสภาทนายฯ แจง ทนายความโดนออกหมายจับ ต้องให้ศาลตัดสินถึงที่สุดก่อน

รองโฆษกสภาทนายฯ แจง ทนายความโดนออกหมายจับ คนละส่วนกับการสอบมรรยาททนาย ต้องให้ศาลตัดสินถึงที่สุดก่อน แนะลูกความไม่สบายใจสามารถเจรจาเลิกจ้างหาทนายใหม่ได้ แต่ขึ้นอยู่กับข้อตกลงที่เคยทำไว้

กรณี ศาลอาญา รัชดา ได้อนุมัติหมายจับ ทนายท่านหนึ่ง

ต่อมา เมื่อวันที่ 7 พ.ย. นายวีรศักดิ์ โชติวานิช อุปนายกฝ่ายเทคโนโลยีและสารสนเทศ และรองโฆษกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยถึงกรณี นี้ว่า

ลูกความที่ว่าจ้างกับทนายท่านนี้อาจมีความกังวล โดยต้องอธิบายถึงกระบวนการว่าถ้าหากพนักงานสอบสวนได้นำตัวส่งศาลเพื่อฝากขังต้องดูว่าทางศาลจะพิจารณาให้ประกันตัวหรือไม่ หากว่าได้ประกันตัวเขาก็สามารถออกมาดูแลลูกความได้ตามปกติ

แต่ประเด็นสำคัญคือ ถ้าศาลไม่ให้ประกันตัว จะต้องถูกส่งตัวไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯดังนั้นถ้าเกิดว่ามีนัดกับศาลในคดีของลูกความ เรื่องนี้ทางเสมียนของทนายจะต้องส่งคำร้องต่อศาลขอเลื่อนนัดพิจารณาในคดีความนั้นๆ แต่หากลูกความรู้สึกไม่สบายใจที่จะจ้างวานทนายคนดังกล่าวต่อ ก็ต้องไปลองคุยเจรจาขอเลิกจ้าง และข้อตกลงกับทางสำนักงานฯ หรือเจ้าตัว เพื่อหาทนายใหม่ แต่ขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างตัวทนายและลูกความในการชำระค่าจ้างทนายความ ซึ่งตนเอง หรือแม้แต่สภาทนายความฯก็ไม่อาจก้าวล่วงได้

ส่วนการพิจารณาคดีมรรยาททนายความนั้น ต้องแจ้งว่าทางสภาทนายฯจะดูเป็นคดีๆไป ถ้าทนายความผู้ใดโดนคดีหรือถูกออกหมายจับ แต่ถ้าข้อหาเป็นคนละส่วนกับที่ผู้เสียหายมาร้องเรียนต่อสภาทนายฯเรื่องมรรยาททนายความนั้น ก็จะไม่ส่งผลอะไรต่อการพิจารณา

“โดยทั่วไปแล้วในคดีที่ศาลออกหมายจับและศาลยังไม่ได้พิจารณาคนนั้นๆกระทำผิด เพียงแต่ศาลเชื่อเหตุแห่งการออกหมายจับที่ตำรวจระบุมาเท่านั้น ทำให้ผู้ที่ถูกออกหมายจับยังไม่ใช่ผู้กระทำผิดเพราะศาลยังไม่ได้พิจารณาคดีจนถึงที่สุด อย่าลืมว่าคนที่ถูกออกหมายจับ เมื่อถึงชั้นพิจารณาตัดสินคดีแล้วก็มีการยกฟ้องได้” นายวีรศักดิ์ กล่าว

ดังนั้นการถูกออกหมายจับหรือมีคดีจึงไม่มีผลกับการพิจารณาเรื่องมรรยาททนายความ ซึ่งต่างจาก ทนายความที่ถูกศาลตัดสินจนคดีถึงที่สุด ว่าทนายคนนั้นทำผิดจริง แล้วมีการลงโทษจำคุก
ยกตัวอย่าง มีทนายความได้ละเมิดอำนาจ และศาลได้พิเคราะห์ พฤติกรรมพยานหลักฐานแล้วพิพากษาว่ากระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลจริงมีโทษจำคุก ซึ่งหากจำเลยมีอาชีพทนายความ ศาลจะมีการส่งรายงานมาที่สภาทนายความฯ และขั้นตอนต่อไปทางสภาทนายความฯจะแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบว่าการกระทำของทนายความคนนั้น เข้าข่ายความผิดข้อบังคับมรรยาททนายความหรือไม่ ข้อใด และควรจะถูกลงโทษอย่างไร โดยการลงโทษเบาสุดคือการภาคทัณฑ์ ตักเตือน ต่อมาคือการพักใบอนุญาตไม่เกินสามปี และขั้นร้ายแรงที่สุด คือการลบชื่อออกจากทนายความ.

///////