Blog

ตม.1 จับหนุ่มบังคลาเทศ

คดีพลิก! ตม.1 บุกช่วยหนุ่มบังคลาเทศ ขาดการติดต่อกับครอบครัวขณะเที่ยวไทย
เปิดประตูเจอเซอร์ไพรส์ พบกำลังเสพยาไอซ์ รวบพร้อมของกลางคาห้องพัก!
พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม.และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดยกระดับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยเฉพาะความผิดที่เกี่ยวกับคนเข้าเมือง ซึ่งเป็นความรับผิดชอบหลักของ สตม. พร้อมสั่งการและกำชับให้เพิ่มความเข้มในการตรวจสอบบังคับใช้กฎหมาย

โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ที่รับผิดชอบงานสืบสวนเน้นลงพื้นที่ X-RAY ตรวจสอบป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง บก.ตม.1 โดย พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ รอง ผบก.ตม.1 รับผิดชอบงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ซึ่งได้รับเรื่องแจ้งเบาะแสจากญาติของชาวบังคลาเทศรายหนึ่ง หลังมีข้อมูลเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยและขาดการติดต่อกับญาติเป็นเวลากว่าครึ่งปี เกรงว่าจะได้รับอันตราย จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รอง ผกก.สืบสวน พร้อมชุดปฏิบัตินำโดย พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ชัยภูมิ , พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว

จนกระทั่งสามารถแกะรอยจากเบาะแสการเข้าพักในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านบางนา จึงนำกำลังไปตรวจสอบ โดยได้รับความร่วมมือจากทางโรงแรม นำขึ้นไปตรวจสอบทราบว่า พักอยู่ที่ห้องพักชั้น 9 เมื่อเจ้าหน้าที่ขึ้นไปถึงบริเวณหน้าห้องกลับพบหญิงชาวไทยเปิดประตูออกมาพอดี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ พร้อมให้ดูรูป

จึงทราบว่าเป็นชายชาวต่างชาติที่อยู่ภายในห้อง แต่เมื่อมองเข้าไปในห้องก็พบ กำลังถือโหลแก้วลักษณะคล้ายอุปกรณ์เสพยา จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจพร้อมแสดงบัตรและขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง โดยพบว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ทางญาติของเจ้าตัวให้ข้อมูลไว้ อายุ 30 ปี ที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรครั้งล่าสุดช่วงกลางปี พ.ศ.2567 ทางสนามบินสุวรรณภูมิ ประเภทวีซ่าท่องเที่ยว การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดแล้ว

จึงได้ทำการตรวจค้นภายในห้อง พบยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) น้ำหนักรวมถุงประมาณเกือบ 2 กรัม ซุกซ่อนบรรจุอยู่ในกล่องขนม เบื้องต้น ยอมรับว่าของกลางทั้ง 5 รายการเป็นของตนเองจริง โดยหลังจากมาเที่ยวเมืองไทย ได้หลงใหล และชื่นชอบในการใช้ชีวิตแบบอิสระ จนนำไปสู่การทดลองเสพยา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อมูลกลุ่มผู้ค้าแล้วจะได้ขยายผลเพื่อนำไปสู่การจับกุมต่อไป

ในเบื้องต้นจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ส่ง พงส.สน.บางนา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.ประสาธน์ฯ ผบก.ตม.1 ฝากประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนผ่านผู้สื่อข่าวว่า สตม. เป็นองค์กรบังคับใช้กฎหมายที่มาตรฐานสากลในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามคนต่างด้าวที่เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย และทำความผิดอื่นๆ ทั้งนี้หากท่านใดพบเห็นเบาะแส การกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารพระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 หรือติดต่อตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือที่หมายเลข 1178

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม / รายงาน

เปิดนิทรรศการ ศิลปะร่วมสมัย

นายอำนาจ เย็นยิ่ง อธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 3 พร้อมด้วย นายสินิทธ์ สินิทธานนท์ อธิบดีศาลปกครองนครราชสีมา นายเอกคม ด้วงชะเอม อธิบดีอัยการคดีปกครอง นครราชสีมา นายถาวร เศษมะพล ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4

เปิดนิทรรศการ “ศิลปะร่วมสมัย โดย ศ.ดร. สามารถ จับโจร 101 ปี 101 ผลงาน” มีศ.ดร.สามารถ จับโจร และรศ.ศิริวดี วิวิธคุณากร คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ให้การต้อนรับ โดยมีทนายเชษฐ์ สุขสมเกษม ผู้แทนจากคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาเข้าร่วมงาน ที่มรภ.นครราชสีมา วันก่อน

ผ้าป่าสร้างประปาหมู่บ้าน

ที่พักสงฆ์ธรรมวิถีแห่งกวงอิมโพธิสัตว์ สาขาวัดเมตตาธรรมโพธิญาณ บ้านดอนสว่าง ต.กลอนโด อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี

เป็นสถานปฎิบัติธรรม สวนป่าธรรมชาติบำบัด แห่งแรกในประเทศไทย เพื่อการการเยียวยาร่างกายและจิตใจพร้อมกับสร้างความสมดุลย์ให้กับชีวิต เป็นสถานปฏิบัติธรรมแห่งการเยียวยาการดูแลตัวเองและวิถีชีวิตความเป็นอยู่
ที่สร้างความสมดุลย์และสอดคล้องกับธรรมชาติ

ประสงค์จะขุดบ่อน้ำบาดาลเพื่อใช้ในสถานปฎิบัติธรรม และเพื่อทำประปาหมู่บ้านให้ชาวบ้านบริเวณข้างเคียงราว 500 หลังคาเรือน ที่ขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้มาอย่างยาวนาน ได้ใช้ประโยชน์

จึงของบบริจาคสนับสนุนกิจกรรมมูลนิธิฯ เพื่อการสาธารณะสงเคราะห์ รวมทั้งกิจกรรมอื่นๆ ได้ที่
มูลนิธิพระหัตถ์ของกวงอิมโพธิสัตว์
หมายเลขบัญชี 065-8-95552-7 ธ.กสิกรไทย

โทรศัพท์ 094 5982329

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยกระดับคุณภาพชีวิตเยาวชนในถิ่นทุรกันดารมอบจักรยาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยกระดับคุณภาพชีวิตเยาวชนในถิ่นทุรกันดารภาคเหนือ – อีสาน อย่างยั่งยืนต่อเนื่อง เดินสายมอบจักรยาน หน้ากากอนามัย อุปกรณ์กีฬาให้กับ 95 โรงเรียนในพื้นที่ชนบท รวมงบประมาณกว่า 3 ล้านบาท
.
ระหว่างวันที่ 19 พฤศจิกายน – 27 ธันวาคม 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ ห่วงใยเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร มอบหมายให้ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำโดย นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ จัดทีมลงพื้นที่โรงเรียนชนบท มอบจักรยาน และอุปกรณ์กีฬา ให้แก่นักเรียนประสบปัญหาในการเดินทางมาโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือ และอีสาน ประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี กำแพงเพชร ตาก พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ลำปาง พะเยา เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ชัยภูมิ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี และขอนแก่น รวม 19 จังหวัด 95 โรงเรียน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักเรียนที่ประสบปัญหาในการเดินทางมาโรงเรียน รวมถึงเป็นการแบ่งเบาภาระค่าพาหนะแก่ผู้ปกครองได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเสริมสร้างให้นักเรียนได้ออกกำลังกายเรียนรู้กฎจราจร รวมถึงการแบ่งปัน การดูแลรักษาสาธารณสมบัติร่วมกัน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานรัฐแต่ละแห่งเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย เยาวชน และผู้แทนจากสถาบันการศึกษาในแต่ละแห่ง เป็นผู้รับมอบ
.
สำหรับโครงการจักรยานเพื่อน้องสัญจร ในปี พ.ศ.2567 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้คัดเลือกโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือ และภาคอีสาน ที่มีนักเรียนประสบปัญหาในการเดินทางมาโรงเรียน รวมจำนวน 100 แห่ง ดำเนินการมอบรถจักรยานขนาด 20 และ 24 นิ้ว รวม 2,000 คัน , หน้ากากอนามัย จำนวน 50,000 ชิ้น อุปกรณ์กีฬา จำนวน 100 ชุด และค่าพาหนะเดินทางแก่โรงเรียนๆละ 2,000 บาท รวมคิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น จำนวน 3,195,000 บาท (สามล้านหนึ่งแสนเก้าหมื่นห้าพันบาทถ้วน)
.
ตลอดระยะเวลากว่า 114 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงการส่งเสริมด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป
.
ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ http://www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ http://www.facebook.com/atpohtecktung
.
.
“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

รอง ผบ.ตร.(สส) ประชุมขับเคลื่อนงานสืบสวนสอบสวน

วันนี้(วันพฤหัสบดีที่ 26 ธ.ค. 67) เวลา 13.30 น.

พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์
รอง ผบ.ตร.(สส)
เป็นประธาน

การประชุม
“ขับเคลื่อนการบริหารราชการงานสืบสวนสอบสวน ของ ตร. ครั้งที่ 15/2567“ ผ่านโปรแกรม Zoom Meeting

พร้อมด้วย
พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์
ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1)
พล.ต.ท.อัครเดช พิมลศรี
ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 2)
พล.ต.ท.ณพวัฒน์ อารยางกูร
ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส3)
พล.ต.ท.กฤษฎา สุรเชษฐพงษ์
ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส4)
พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม
ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส5)
และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ณ ห้องประชุม ศปก.ตร. ชั้น 20 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

คนดีประเทศไทย สนับสนุนโครงการอาหารกลางวัน

ร.ต.อ.ราชันต์ ชมสุวรรณ คนดีประเทศไทย บริจาคเงินสนับสนุนโครงการอาหารกลางวัน ทุนและขนม รวมเป็นเงิน 10,000 บาท ที่โรงเรียนวัดสมุหประดิษฐ์(วันครู 2501) ตำบล เสาไห้ อำเภอ เสาไห้ สระบุรี

ตำรวจภาค 5 แถลงจับกุมยาเสพติด-อาวุธเถื่อน ยึดทรัพย์กว่า 210 ล้าน

ตำรวจภาค 5 แถลงจับกุมยาเสพติด-อาวุธเถื่อน ยึดทรัพย์กว่า 210 ล้าน!

ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงข่าวการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ ของ จ.เชียงราย , จ.เชียงใหม่ , บก.สส.ภ.5 และแถลงผลการปิดล้อมตรวจค้นจับกุม กลุ่มเครือข่ายลักลอบจำหน่ายอุปกรณ์และอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์ ในพื้นที่ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ และ พื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน

วันพุธที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2567 เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงข่าวการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 3 คดี ได้แก่

สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย ตรวจยึดของกลางผ้าขนหนูซุบไอซ์ จำนวน 5 กล่องน้ำหนักรวมประมาณ 90.2 กก. และขยายผลจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 1 ราย
สภ.แม่สาย จ.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมของกลางยาบ้า 460,000 เม็ด ขยายผลจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 3 ราย ของกลางยาบ้ากว่า 1.3 ล้านเม็ด
บก.สส.ภ.5 และ สภ.เมืองเชียงใหม่ จับกุมผู้ต้องหาลักลอบจำหน่ายยาเสพติดประเภท 5 (เห็ดขี้ควาย) จำนวน 120 กรัม
และแถลงผลการปิดล้อมตรวจค้นจับกุมกลุ่มเครือข่ายลักลอบจำหน่ายอุปกรณ์และอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์ในพื้นที่ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ และ พื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน

โดยมี พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 , นายไชยณรงค์ นันตาสาย ปลัดจังหวัดเชียงใหม่, นายบัลลังค์ ไวทย์ศิริ ปลัดจังหวัดเชียงราย, พ.ต.อ.กฤษดา พันธ์เกษม รอง ผบก.ฯ ช่วยราชการ ภ.จว.เชียงใหม่ ,นายดนุชา ไชยวงค์ ผอ.ส่วนบังคับใช้กฎหมาย สง.ป.ป.ส.ภาค 5 , นายวีระพล ใจจันทร์ ผอ.สถาบันสำรวจและควบคุมพืชเสพติด และ นายศานิต อ่อนเปี่ยม ผอ.ส่วนควบคุมพืชเสพติด จาก ป.ป.ส.ร่วมแถลงผลการจับกุม ณ ลานแถลงข่าว อาคารกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จว.เชียงใหม่

สรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของ ตำรวจภูธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.67 – 24 ธ.ค.67 จับกุมคดียาเสพติดจำนวน 5,426 คดี คดียาเสพติดรายสำคัญ 44 คดี ตรวจยึดของกลางยาเสพติด

ยาบ้า 33 ล้านเม็ดเศษ
ไอซ์ 1,863 กิโลกรัมเศษ
เฮโรอีน 143 กิโลกรัมเศษ
เคตามีน 802 กิโลกรัมเศษ
ฝิ่น 8.9 กิโลกรัมเศษ
ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 210 ล้านบาทเศษ

ของหายต้องได้คืน

ของหายต้องได้คืน! ชื่นชมเถ้าแก่เนี้ยทำเฟอร์นิเจอร์ เก็บกระเป๋าเงินคืน โชเฟอร์รถพ่วง

เรื่องราวดีๆ ของความมีน้ำใจ และ ความซื่อสัตย์ในสังคมยังมีอยู่ หนุ่มใหญ่โชเฟอร์รถพ่วง ลืม กระเป๋าเงินบนม้านั่งใกล้ที่จอดรถ วนกลับมาดู “หายจ้อย” จนเริ่มเศร้าหมดหวังจะได้คืน แต่ความบังเอิญไม่มีจริง เพราะตอนก้าวขึ้นโรงพัก เจอ คุณป้าเถ้าแก่เนี้ยร้านเฟอร์นิเจอร์ ถือ กระเป๋าเงินหาย มาแจ้งตำรวจหาเจ้าของพอดี สุดท้ายได้เงิน พร้อม ธนบัตรเก่าสะสมหายาก คืนครบ

เรื่องดีๆ นี้ เปิดเผยขึ้น เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 24 ธ.ค.67 ที่ ตลาดวังเจ้า อ.วังเจ้า จ.ตาก ขณะ นายเรวัฒน์ ประกอบสุข อายุ 56 ปี ขับรถบรรทุกพ่วง มาแวะจอด ที่ตลาด เพื่อแวะซื้ออาหาร และ พักผ่อนในการเตรียมเดินทางขับรถไกลเส้นเหนือ ก่อนไปที่ม้านั่ง ใกล้จุดจอดรถ วางกระเป๋าเงินและมือถือ นั่งพัก

แต่จังหวะนั้น มีมือถือโทรเข้า จึงรีบรับสาย คุยธุระ ก่อนรีบเดินไปขึ้นรถแล้วขับออกไป จนลืมหยิบกระเป๋าเงินไปด้วย กระทั่งขับรถไปได้หลายกิโล เพิ่งรู้ตัวว่า กระเป๋าเงินหาย จึงตัดสินใจวนรถกลับไปที่ตลาดวังเจ้า ตรงไปหาที่ม้านั่งดังกล่าว แต่สุดท้ายไม่พบ จึงเครียดทรุดตัวลงกับพื้น โดยในกระเป๋ามีเงินสดกว่า 300 บาท และ ธนบัตร 1000 บาท พระฉายาลักษณ์ ร.9 จำนวน 5 ฉบับ ที่เก็บสะสมไว้

ก่อนตัดสินใจเดินคอตกขับรถไปแจ้งความ ที่ สภ.วังเจ้า ให้ตำรวจช่วยติดตามหาทรัพย์ฺสิน

แต่เรื่องบังเอิญไม่มีจริง เมื่อมาถึงโรงพัก พบ นางมณีรัตน์ ดิษปัตถา อายุ 56 ปี เจ้าของธุรกิจรับทำเฟอร์นิเจอร์ กำลังนำ กระเป๋าเงินของ นายเรวัฒน์ มาแจ้งตำรวจเพื่อให้ตามหาเจ้าของเช่นกัน ตรวจสอบในกระเป๋า ทั้งเงินสด ธนบัตรสะสมหายาก เอกสารสำคัญ ยังอยู่ครบ จนทำให้ นางเรวัฒน์ ถึงกับดีใจสุดชีวิต พร้อม แสดงความขอบคุณ นางมณีรัตน์ อย่างสุดซึ้ง

นางมณีรัตน์ เล่าว่า เจอกระเป๋าที่ตลาดดังกล่าว จึงเปิดดูพบเงินสดและเอกสารส่วนตัว จึงรู้ว่า มีคนทำตกไว้และกำลังเดือดร้อนแน่นอน จึงรีบมาที่โรงพักเพื่อแจ้งความ แต่เดินเข้ามาไม่ถึง 10 นาที ก็พบ นายเรวัฒน์ มาแจ้งความตามหากระเป๋าเช่นกัน เมื่อดูรูปบัตรประชาชน จึงรีบไปคุยด้วยพร้อมส่งคืนให้

ด้าน นายเรวัฒน์ ซึ้งใจในความดีและความซื่อสัตย์ของ นางมณีรัตน์ จึงอยากมอบธนบัตรสะสมให้เป็นน้ำใจ แต่ นางมณีรัตน์ ปฏิเสธ จึง ตัดสินใจ มอบลอตเตอรี่ ให้แทนคำขอบคุณ ซึ่ง นางมณีรัตน์ น้อมรับด้วยความยินดี

นายเรวัฒน์ กล่าว่า ช่วงเกิดเหตุ ยอมถอดใจแล้ว เพราะมองว่า อาจไม่ได้คืน แต่ตัดสินใจมาลองแจ้งความไว้ เผื่อตำรวจอาจช่วยตามหาเบาะแสได้ แต่ไม่คิดว่า จะได้คืนเร็วแบบนี้

อย่างไรก็ตามยอมรับว่า เรื่องราวดีๆยังมีอยู่ในสังคมไทย และ ขอให้ นางมณีรัตน์ ประสบแต่ความสำเร็จ ความเจริญ จากความดีที่ช่วยเหลือเพื่อมนุษย์ด้วยกัน ก่อนสองฝ่ายแยกย้ายเดินทางกลับ

ชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคมจัดกิจกรรมส่งมอบความสุข Merry Christmas

ชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคมจัดกิจกรรมส่งมอบความสุข Sharing Wishes Charity and Merry Christmas วันที่ 24และ25 ธันวาคม 2567

วันนี้ 24 ธันวาคม 2567 เวลา 16.00 น. นายเพ็ชร ภุมมา ผู้อำนวยการเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย นายวัชระ พัฒอำพันธ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตฯ ร่วมกิจกรรม ส่งมอบความสุข ความรักและกำลังใจในเทศกาลวันคริสมาสต์ “Sharing Wishes Charity & Merry Christmas 2024 ” โดยชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม (Wonder Kids Club BKK) เพื่อแบ่งปันและส่งมอบความสุข และความบันเทิงในเทศกาลคริสต์มาสเปิดพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชนในการแสดงความสามารถพัฒนาทักษะของตนและมีจิตสาธารณะ โดยการบริจาคสิ่งของ อาทิ เสื้อผ้าเด็ก ตุ๊กตา ของเล่นเด็ก ดินสอ กระดาษวาดเขียน หนังสือและสิ่งที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาการของเด็กและช่วยประชาสัมพันธ์การบริจาคให้กับมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมบ้านศรีนครินทร์

ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จัดเวทีแลกเปลี่ยนการพัฒนาขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยและเป็นธรรม

ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค(หน่วยงานประจำจังหวัดภาคประชาชน จัดเวทีแลกเปลี่ยนการพัฒนาขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยและเป็นธรรม
เช้าวันอังคารที่ 24 ธันวาคม 2567 .คุณ อุดม สุริยะวงศ์ (ประธานศูนย์ฯ)ผู้รับผิดชอบโครงการ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน จัดเวทีแลกเปลี่ยนการพัฒนาขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยและเป็นธรรม จัดขึ้น ณ โรงแรมแกรนด์ปารีสอร์ท ตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการฯเสวนาในวันนี้ ประกอบด้วย คุณ นพพร นิลณรงค์ ประธานสถาบันวิจัยหริภุญชัย จังหวัดลำพูนผู้ดำเนินรายการ ร่วมกับ
คุณชัยณรงค์ ภู่วิสิทธิ์ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรม ,คุณ ธนสมบัติ สงวนรัตนเกษ หัวหน้าฝ่ายงานป้องกัน ฯจังหวัดลำพูนและคุณ พีรภัทร ปวงอุป ผู้แทนท้องถิ่นจังหวัด ได้พูดคุยเสวนาแลกเปลี่ยนทิศทางการพัฒนาร่วมกัน รวมถึงเครือข่ายภาคประชาชน เครือข่ายเยาวชนและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง(ปภ./ท้องถิ่น/อบจ/เทศบาล) ได้กำหนดประเด็นการขับเคลื่อน และร่วมกันผลักดันในการพัฒนา แก้ไขแนวทางการจัดการพัฒนาขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชนในการใช้บริการที่ปลอดภัยและเป็นธรรม เช่น ระบบการขนส่งสาธารณะ ,การพัฒนาแจ้งเตือน ,การกวดขันวินัยใช้รถใช้ถนน,รวมถึงรถรับส่งนร. แผนดำเนินงานความปลอดภัยในจังหวัด,การทำงานเชิงรุกของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง การจัดตั้งศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนนของจังหวัด ที่ตรงแผนของจังหวัด ฯ,การใช้รถสาธารณะไม่เพียงพอต่อผู้บริโภค ,รวมถึงเพิ่มจุดรับฝากรถ เบื้องต้น ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทุกส่วน ทั้งนี้ ประธานศูนย์ ฯ ได้กล่าวว่า ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดลำพูน ได้จัดเวทีสาธารณะที่ปลอดภัยและเป็นธรรม โดยวัตถุประสงค์เบื้องต้น เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาคีเครือข่าย ภาครัฐ ภาคเอกชน เครือข่ายภาคประชาสังคม มีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ ประสบการณ์ร่วมกัน
พิจารณากำหนด วิธีการแนวทางที่จะให้ ประชาชนคนลำพูนที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะได้เข้าถึงข้อมูลและได้รับความปลอดภัย ที่
เป็นธรรม และวันนี้ ในเวทีดังกล่าว ก็ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานทุกภาคส่วน เช่น ท้องถิ่นจังหวัด เลขาธิการสภาอุตสาหกรรม ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยลำพูนในการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ร่วมกันและเปิดโอกาสให้พี่น้องเครือข่ายทุกภาคส่วนต่างให้แสดงความคิดเห็นร่วมกันรวมถึงร่วมกำหนดแนวทางที่จะขับเคลื่อนระบบสาธารณะที่ปลอดภัยเป็นธรรมของจังหวัดลำพูนต่อไป
…………………
จุฑามาศ วังคะออม สื่อลำพูน รายงาน ..