Blog

รอง ผบช.ภ.1 ประชุมขับเคลื่อนศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว

วันที่ 4 ก.พ.68 เวลา 13.00 น. พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1 ประธานการประชุมขับเคลื่อนศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ตำรวจภูธรภาค 1 (ศปทท.ภ.1)
โดยมี พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.วจ.รรท.ผบก.อก.ภ.1, รอง ผบก.ในสังกัด ภ.1 ที่รับผิดชอบงานฯ, ผกก.ฝอ.1-6 บก.อก.ภ.1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ห้องประชุมเอราวัณ ชั้น 3 อาคาร ภ.1

จเรตำรวจแห่งชาติสั่งเพิกถอนวีซ่าชาวญี่ปุ่น 4 ราย ลักลอบข้ามแดนไปเมียวดี

จเรตำรวจแห่งชาติสั่งเพิกถอนวีซ่าชาวญี่ปุ่น 4 ราย ลักลอบข้ามแดนไปฝั่งเมียวดี พบมีหมายจับคดีอาญาและยาเสพติดของญี่ปุ่นหลายคดี

วันนี้ (7 กุมภาพันธ์ 2568) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (จตช./ผอ.ศตคม.ตร./ผอ.ศปอส.ตร.) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการอย่างเข้มข้น ต่อเนื่อง ตาม 7 มาตรการเข้มข้น ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการแก้ไขปัญหาคนต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้าเมือง ถูกหลอกลวง หรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติ เน้นการสกัดการเคลื่อนย้ายข้ามแดนตามช่องทางธรรมชาติ ท่าข้ามแดนต่าง ๆ

ล่าสุดพบมีกรณีนักท่องเที่ยวสัญชาติญี่ปุ่น จำนวน 4 ราย ที่เดินทางด้วยรถยนต์ตู้โดยสารเข้ามาในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก โดยเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ถ.อินทรคีรี ต.แม่สอด เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2568 เวลา 19.17 น. ต่อมาสืบสวนทราบว่าได้เช็คเอาท์ออกจากโรงแรม เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 และมีรถแท็กซี่มารับคนต่างด้าวทั้ง 4 ราย จากโรงแรมดังกล่าว พาไปส่งถึงที่บริเวณตลาดริมเมย ข้างสะพานมิตรภาพไทย – เมียนมา แห่งที่ 1 เวลาประมาณ 12.00 น. และได้เดินดูของที่ตลาดริมเมยเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไปก่อนหายตัวไป โดยในวันเดียวกันนั้น เวลา 11.00 น. ได้มีนายไหน่ สัญชาติเมียนมา เดินทางโดยรถยนต์จากฝั่งเมียวดี ประเทศเมียนมา มายังประเทศไทย ผ่านสะพานมิตรภาพไทย – เมียนมา แห่งที่ 1 เพื่อมารับกระเป๋าของคนต่างด้าวทั้ง 4 ราย ที่โรงแรม และเดินทางกลับไปฝั่งประเทศเมียนมาโดยไม่ผ่านการตรวจศุลกากรประเทศไทย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้พิจารณามีความคาดว่านักท่องเที่ยวสัญชาติญี่ปุ่นจำนวน 4 รายดังกล่าว น่าจะลักลอบข้ามแดนไปฝั่งประเทศเมียนมาแล้ว และน่าจะเป็นกลุ่มขบวนการหลอกลวง แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติ ที่จะหลอกลวงคนญี่ปุ่น ประกอบกับประสานข้อมูลประวัติอาชญากรรมของคนต่างด้าวสัญชาติญี่ปุ่นทั้ง 4 ราย จากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย พบว่ามีประวัติอาชญากรรมและมีหมายจับคดียาเสพติดของทางการญี่ปุ่นหลายคดี ทั้งนี้ คนต่างด้าวสัญชาติญี่ปุ่นทั้ง 4 ราย ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2568 โดยการอนุญาตยังไม่สิ้นสุด ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตากพิจารณาแล้วเห็นว่าคนต่างด้าวสัญชาติญี่ปุ่นทั้ง 4 ราย มีพฤติการณ์ที่มีลักษณะเป็นบุคคคลต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร จึงเสนอเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า กรณีชาวญี่ปุ่นทั้ง 4 รายดังกล่าว พบว่าเป็นกลุ่มอาชญากรรมมีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสังคม และมีแนวโน้มเป็นกลุ่มแก๊งที่เข้าร่วมขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงสั่งเด็ดขาดเพิกถอนวีซ่าทั้ง 4 ราย และขึ้นแบล็คลิสต์ห้ามเข้าไทย ยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้าเต็มกำลังปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั้งขบวนการ โดยดำเนินการทุกมาตรการอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่องอย่างไม่ลดละ

งานมอบรางวัลนักข่าวอันทรงเกียรติ

กรุงเทพฯ : งานมอบรางวัลนักข่าวอันทรงเกียรติ
2025 จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ เพื่อยกย่อง
ผลงานที่โดดเด่นในสาขาการสื่อสารมวลชน งานนี้จัดโดย
สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย (CJAT)
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องและส่งเสริมความเป็นเลิศด้านการสื่อสารมวลชน
ทั้งในสื่อไทยและต่างประเทศ

นาย ศิโรจน์ มิ่งขวัญ
นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย CJAT
กล่าวถึงหมวดหมู่ “ผู้ชนะรางวัลนักข่าว 2023-2024”
เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลโดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของ
การยกย่องผลงานด้านข่าวที่ดีที่สุดที่ผลิตขึ้นเพื่อผู้ชม
รางวัลดังกล่าวมอบให้แก่
นักข่าวชาวไทย ,องค์กรสื่อระหว่างประเทศ และผู้เชี่ยวชาญด้านการข่าวที่มีส่วนสนับสนุนอย่างสำคัญต่อสาขานี้

รวมถึงอาสาสมัครเพื่อการพัฒนาชุมชน นักข่าวจิตอาสา นักข่าวป้ายแดงและความร่วมมือของสื่อ
เกณฑ์การตัดสินเป็นไปตามมาตรฐานสูงของความเป็นเลิศด้านการสื่อสารมวลชน รวมถึงความถูกต้อง ชัดเจน และผลกระทบ

การตัดสินถือเป็นที่สิ้นสุด โดยคณะกรรมการผู้ทรงเกียรติ
รองศาสตราจารย์
ดร.ณัฐนันท์ ศิริเจริญ
และคณะที่มีความโดดเด่นซึ่งประกอบด้วย
นักข่าวอาวุโส ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อ และผู้เชี่ยวชาญในด้านการข่าวที่มีชื่อเสียงได้ทำการประเมินและร่วมตัดสินสำหรับทุกรายชื่อที่ร่วมเข้าชิง
เพื่อให้แน่ใจว่ามีความยุติธรรมและน่าเชื่อถือในกระบวนการคัดเลือก
ในรางวัลต่างๆ นั้น
หมวดองค์กร
ได้ให้ไทยรัฐทีวีคว้ารางวัล
ชนะเลิศ
ข่าวสืบสวนสอบสวนยอดเยี่ยม
ไปครอง
หมวดหมู่และผู้ชนะ
อื่นๆที่โดดเด่น ได้แก่
รางวัลนักข่าวหน้าใหม่ยอดเยี่ยม
รางวัล นักข่าวอาสาสมัคร
รางวัล ความร่วมมือที่ยอดเยี่ยมระดับนานาชาติ รางวัล
สำหรับการส่งเสริมนวัตกรรมในการใช้โดรนในการถ่ายภาพข่าว รางวัล นักข่าวอุปกรณ์พิเศษ (RSA) รางวัลเกียรติยศ รางวัล
หน้าข่าวใหม่ยอดเยี่ยม
สำหรับรางวัล
นักข่าวดีเด่น ได้แก่
คุณณัฐดนัย นาราช คุณเพ็ญศรี เอกพัฒนกุล จากสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 8 และคุณภานุพงศ์ สุรภา จากสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ประเทศไทย
สำหรับรางวัลองค์กรและรายบุคคลที่ให้ความร่วมงานดีเด่นและผู้ชนะรางวัลระดับนานาชาติ ได้แก่ หนังสือพิมพ์อาร์พันรายสัปดาห์ที่เก่าแก่ที่สุดของเนปาล
ไทม์สออฟบาห์เรน Times of Bahrain ,Times of Bahrain Thai สื่อดิจิตอล ออนไลน์ใน ตะวันออกกลางแห่งราชอาณาจักรบาห์เรน

รางวัลในฐานะผู้ร่วมงานดีเด่น
คุณจิรัน ศักยะ
เป็นทูตประชาสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
คุณชลกร อาเชอร์มันน์
เป็นทูตประชาสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ร้าน
ป๋อง ร้านอาหารไทยที่มีชื่อเสียงในราชอาณาจักรบาห์เรนและร้านอาหารไทยอร่อยดีร้านอาหารไทยที่มีชื่อเสียงในราชอาณาจักรบาห์เรน

ดร.ณัฐนันท์ สิริเจริญ รองศาสตราจารย์

งานนี้จัดขึ้นร่วมกับคุณอรวรรณ บุณยธาดา ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ระหว่างประเทศของ CJAT ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนาของประเทศไทย
(RDRTC) และบรรณาธิการบริหารของ Times แห่งบาห์เรน ในฐานะประธานจัดงานมอบรางวัลนักข่าวในประเทศไทย คุณอรวรรณมีบทบาทสำคัญในการทำให้การจัดงานประสบความสำเร็จและรักษาความซื่อสัตย์สุจริตของงาน
งานมอบรางวัลนักข่าวประจำปี 2025 เน้นย้ำถึง
ความสำคัญของการสื่อสารมวลชนในการกำหนดทิศทางของสังคมและ
การรักษาความโปร่งใส โดยการให้การยอมรับ
ผลงานที่โดดเด่น งานนี้จึงเน้นย้ำถึงภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปของการสื่อสารมวลชนและความทุ่มเทของผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อทั่วโลก พิธีมอบรางวัลในปีนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึง
ความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการสร้างความเป็นเลิศด้านการสื่อสารมวลชน โดยสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักข่าวรุ่นต่อๆ ไปในการแสวงหาความจริง ความถูกต้อง และการเล่าเรื่องที่มีผลกระทบ

Arpan Weekly
7 กุมภาพันธ์ 2025
ข่าวใหญ่ในหนังสือพิมพ์ที่ขายดี
ในต่างประเทศวันนี้
ข่าวมอบรางวัลนักข่าวประจำปี
โดย สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย

ข่าวอินเตอร์ #หนังสือพิมพ์อินเตอร์

Special Thanks
K.#Chiranchakya 1ในทีม #ทูตประชาสัมพันธ์นานาชาติ
และทุกท่านในทีม
ประธานโครงการ
อรวรรณ บุณยธาดา
Orawan Boonyathada
ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ขายดี
Arpan Weekly
ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วม
7 กุมภาพันธ์ 2025
จัดโดย #สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย

ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา

นายกสมาคม #sirojmingkwan #ศิโรจน์มิ่งขวัญ
ประธานการจัดงาน
อรวรรณ บุณยธาดา#orawanboonyathada
ประธานคณะกรรมการการตัดสินรองศาสตราจารย์
ดร.ณัฐนันท์ สิริเจริญ

#Nattanunsiricharoen

#รางวัลนักข่าวประจำปี

#JournalismAwards🏆

#มหานครข่าว #มหานครทีวี

#Arpanweekly #nepalnews

#เนปาล #ไทย #bahrain #บาห์เรน

#Saudiarabia #ซาอุดิอารเบีย #Thailand #nepal

#ข่าวสร้างสรรค์

ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1)ประชุมขับเคลื่อนงานสืบสวน สอบสวน

ตามคำสั่ง ตร. ที่ 578/2567 ลง 26 พ.ย.2567 และคำสั่ง ตร. ที่ 609/2567 ลง 20 ธ.ค.2567 ประกอบบันทึกสั่งการ ผบ.ตร. ลง 24 ธ.ค.2567 ท้ายหนังสือ สง.รอง ผบ.ตร.(สส) ที่ 0001(สส)/302 ลง 23 ธ.ค.2567 เรื่อง การมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบในงานสืบสวนสอบสวน มอบหมายให้ พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1) รับผิดชอบกำกับการบริหารราชการ ภ.5 (เฉพาะ บก.สส.) รวมทั้งสั่งและปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ในลักษณะงานสืบสวนคดีอาญา และงานสอบสวนคดีอาญา

วันนี้(วันพฤหัสบดี ที่ 6 ก.พ.68) เวลา 13.00 น.

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
ผบ.ตร.
พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์
รอง ผบ.ตร.(สส)

มอบหมายให้
พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์
ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1)

เดินทางมาประชุมขับเคลื่อนพร้อมทั้งแนะนำชี้แจงแนวทางการปฏิบัติราชการงานสืบสวน และงานสอบสวน ให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.5 เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของ ผบ.ตร. และ รอง ผบ.ตร.(สส)

โดยมี
พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน
รอง ผบช.ภ.5
พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์
รอง ผบช.ฯ รรท.รอง ผบช.ภ.5
พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ
ผบก.สส.ภ.5
พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์
ผบก.ฯ รรท.ผบก.ภ.จว.ชม.
พ.ต.อ.สวัสดิ์ เตียวิรัตน์
รอง ผบก.ฯ รรท.ผบก.กค.ภ.5
รอง ผบก.ฯ ที่รับผิดชอบงานสืบสวนสอบสวน
แต่ละ ภ.จว. ในสังกัด ภ.5
และข้าราชการตำรวจสังกัด ภ.5
เข้าร่วมการประชุม

ได้กำชับให้ปฏิบัติดังนี้
ข้อสั่งการงานสืบสวน
1.การรายงานเหตุให้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น “ทันทีเมื่อมีเหตุเกิดขึ้น” โดยให้รายงานทางโทรศัพท์ ทางไลน์ หรือช่องทางที่สามารถทำได้ แล้วจึงรายงานทางเอกสารตามประมวลระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 18 บทที่ 1 ด้วย
2.ให้จัดทำแฟ้มหมายจับ และมีเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบแต่ละหมายจับให้ชัดเจนในแฟ้มต้องมีข้อมูลครบถ้วนถูกต้องสมบูรณ์มีการเคลื่อนไหวเป็นปัจจุบันตลอดเวลา โดยให้ผู้บังคับบัญชาควบคุม สั่งการ เร่งรัดคดีทุกระยะ จนกว่าจะสืบสวนคลี่คลายคดีหรือปิดคดีได้ ตรวจสอบทุกหมายว่าขาดอายุความหรือถอนหมายแล้วหรือไม่ทุกครั้ง
3.ให้เร่งรัดจับกุมตามหมายจับ โดยเฉพาะหมายที่ใกล้หมดอายุความโดยใช้แนวคิด “กัดไม่ปล่อย ล่าไม่ถอย คอยไม่เลิก”
4.เมื่อมีเหตุเกิดขึ้นฝ่ายสืบสวนทุกระดับ ต้องลงไปในพื้นที่เกิดเหตุทันที ไม่ต้องรอ สั่งการ ให้ออกไปพื้นที่เกิดเหตุโดยเร็ว โดยให้ผู้บังคับบัญชาระดับภาคและ ภ.จว. ลงไปเป็นผู้อำนวยการสั่งการด้วยตนเอง
5.ต้องมีข้อมูลท้องถิ่นครบถ้วน
-แผนที่เดินดิน สถานที่สำคัญ
-ข้อมูลบุคคลพ้นโทษ
-ข้อมูลกล้อง CCTV
-ข้อมูลอาชญากรรม
6.การทำงานต้องมีการบูรณาการร่วมกัน ระหว่าง สืบสวนภาค สืบสวนจังหวัด และสืบสวนโรงพัก ให้มีการประสานงานกัน มีการแบ่งหน้าที่กันทำ และทำงานกันเป็นทีม ”ยุคนี้ไม่มีเด็ดยอดหรืออาบัง
เป็นผลงานภาพรวมทุกหน่วย“
7.การให้ข่าวหรือการสัมภาษณ์ในคดีต่าง ๆ ห้ามให้ข่าวเกี่ยวกับรายละเอียดของคดีเพราะอาจทำให้เสียหายต่อรูปคดี “นักสืบต้องพูดให้น้อย ทำงานให้มาก”
8.การบริหารคดีให้มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล
งานสืบสวน งานสอบสวน และนิติวิทยาศาสตร์
ต้องทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน มีการประสานความร่วมมือและข้อมูลซึ่งกันและกัน

  1. กรณีชาวต่างชาติเข้ามากระทำความผิดในราชอาณาจักร ตำรวจพื้นที่ต้องเข้มข้นเรื่องบังคับใช้กฎหมายและ สตม. ต้องผลักดันออกทุกราย เรากำลังอยู่ในโลกโซเชียล ดังนั้งเมื่อตำรวจพื้นที่ตรวจสอบและจับกุม ต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและสังคมรับรู้รับทราบ ส่วน สตม. ก็ต้องดำเนินการเช่นเดียวกัน เมื่อผลักดันออกก็ต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและสังคมได้เห็น รับรู้รับทราบด้วย
    10.ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ตรวจสอบควบคุม กำกับ ดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด หากพบว่ามีการกระทำความผิดให้ดำเนินการทั้งคดีอาญาทางวินัยและทางปกครองอย่างถึงที่สุด การทำงานของนักสืบต้องยึดกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับ นโยบายของผู้บังคับบัญชาโดยเคร่งครัด

ข้อสั่งการงานสอบสวน
1.พนักงานสอบสวนต้องรวบรวบพยานหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องเท่าที่จะรวบรวมได้เพื่อพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา ผู้บังคับบัญชาทุกระดับต้องควบคุม ตรวจสอบเสนอแนะ พนักงานสอบสวน ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ที่เกี่ยวข้อง เป็นที่พึ่งของน้อง ๆ
2.กำซับให้พนักงานสอบสวนรวมทั้งผู้บังคับบัญชา ทุกระดับ ปฏิบัติตามคำสั่ง ตร. ที่ 419/2556 ลง
1 ก.ค.2556 เรื่อง การอำนวยความยุติธรรมในคดีอาญา การทำสำนวน การสอบสวนและมาตรการควบคุมตรวจสอบเร่งรัดการสอบสวนคดีอาญา อย่างเคร่งครัด “อย่าปล่อยให้พนักงานสอนสวนทำงานอย่างโดดเดี่ยว”
3.กำชับพนักงานสอบสวน ให้รับเลขรับคำร้องทุกข์ให้เป็นไปตามระเบียบ อย่าให้เกิดข้อร้องเรียนว่าพนักงานสอบสวนไม่รับคำร้องทุกข์ ห้ามมิให้พนักงานสอบสวนปฏิเสธการรับคำร้องทุกข์ โดยเหตุว่าการกระทำความผิดอาญานั้นมิได้เกิดใน ท้องที่รับผิดชอบของตน ให้รับคำร้องทุกข์แล้วเสนอ ผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาส่งสำนวนการสอบสวนไปยังท้องที่รับผิดชอบตามกฎหมายโดยเร็ว
4.กำชับการสั่งปล่อยตัวชั่วคราวพิจารณาด้วยความรวดเร็ว จะเรียกประกันหรือหลักประกันเกินควรแก่กรณีไม่ได้ คดีความเสียหายเกี่ยวกับทรัพย์ให้พิจารณาประกันหรือหลักประกันเป็นไปด้วยความรอบคอบได้สัดส่วนในความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งนี้เป็นไปตามข้อบังคับประธานศาล ฎีกา รวมทั้งคำสั่ง ตร. ที่กำหนดไว้
5.กรณีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมในคดีสำคัญหรือ คดีที่เป็นที่น่าสนใจ ตร. อาจให้นำสำนวนมาพบ เพื่อติดตามเร่งรัด การสอบสวนให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ คำสั่งที่เกี่ยวข้อง
6.การออกหมายจับ
-ออกเฉพาะหมายจับคุณภาพ
-กรอกข้อมูลหมายในระบบ
-ตรวจสอบหมายไม่มีคุณภาพ
7.การกระทำความผิดในลักษณะมีความต่อเนื่องหลายพื้นที่ สลับซับซ้อน ประชาชนให้ความสนใจเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล หรือคดีที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านหากพิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อประโยชน์ในการรวบรวมพยานหลักฐาน เห็นสมควรโอนคดีให้ส่วนกลางหรือให้ส่วนกลางตังคณะทำงาน ให้เร่งรัดดำเนินการเสนอมา ตร. เพื่อมิให้เกิดความล่าช้าในการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน

ณ ห้องประชุม ภ.จว.เชียงใหม่ ต.ท่าศาลา อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

เชิดชูเกียรติคนวงการมวย “ขุนศึกเล็ก-ปิ่นเพชร”

มหกรรมงาน เชิดชูเกียรติคนวงการมวย “ขุนศึกเล็ก-ปิ่นเพชร” นักมวยไทยอาชีพ “ซ้ายดารา” ขวัญใจมหาชน
.
เมื่อวันพฤหัสฯ ที่ 6 ก.พ. 2568 สำนักนายกรัฐมนตรี, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย ร่วมเชิดชูบุคคลในวงการมวย จัดงานประกาศรางวัลเกียรติยศสุดยิ่งใหญ่ ยกย่องบุคคลวงการมวยไทยใน “วันมวยไทย” ประจำปี พ.ศ. 2568 ณ รอยัล พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้า สยาม พารากอน
.

สำหรับรางวัลเชิดชูเกียรติ ที่คณะกรรมการได้พิจารณา เพื่อมอบให้กับบุคคลในวงการมวย มีทั้งสิ้น 36 รางวัล

มีดังต่อไปนี้ รางวัลนักมวยไทยอาชีพดีเด่นชาย ทิชากร ศรีพรมมา หรือ “ขุนศึกเล็ก บูมเด็กเซียน” รางวัลนักมวยไทยอาชีพดีเด่นหญิง จันทร์จิรา แสนศรี หรือ ”ปิ่นเพชร ม.ราชภัฏโคราช“ นักมวยไทยสมัครเล่นดีเด่นชาย ตัสนีม โคตรภักดี นักมวยไทยสมัครเล่นดีเด่นหญิง นิรชา ตังจิว

นักมวยสากลสมัครเล่นดีเด่นชาย บรรจง สินศิริ นักมวยสากลสมัครเล่นดีเด่นหญิง เรืออากาศตรีหญิง จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง นักมวยไทยอาชีพดาวรุ่งดีเด่นชาย มนตรี อนันต์ หรือ “ฉลามชล โหน่งบางทราย” นักมวยไทยอาชีพดาวรุ่งดีเด่นหญิง รัชนิดา ไชยดี หรือ “มาเฟียร์ เพชรมงคลดี“

นักมวยเชิงประยุกต์ดีเด่นชาย มนัสชัย เอี่ยมศิริ หรือ “ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9” นักมวยเชิงประยุกต์ดีเด่นหญิง ปรัศนีย์ญา เหลือสืบชาติ หรือ “ฟ้าใส อ.ยุทธชัย” ไหว้ครูมวยไทยสวยงามดีเด่นหญิง โสธิตา สิทธิไชย หรือ “ข้าวสวย ป.กอบเกื้อ”

นักมวยไทยชาวต่างชาติดีเด่น แดเนียล โรดริเกซ หรือ “แดเนียล ซินบีมวยไทย”

มวยดุเดือดดีเด่น เดชเพชร มวยเด็ด 789 vs เกาะเต่า เพชรสมนึก,

ผู้ใช้ศิลปะแม่ไม้มวยไทยดีเด่น นายอาดีซีน หมัดอะดัม หรือ “พญาครุฑ เสือจันถกมวยไทย”

หัวหน้าค่ายมวยดีเด่น พันตำรวจโท สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ หรือ “ส.เดชะพันธ์” ผู้จัดรายการแข่งขันมวยดีเด่น นายฐิติวัชร์ ธีระเดชพงศ์ หรือ “เดียร์ เกียรติเพชร” นายสนามมวยดีเด่น นายจิต เชี่ยวสกุล นายสนามมวยเวทีราชดำเนิน

ผู้ฝึกสอนดีเด่นมวยไทยอาชีพชาย นายสมหวัง มาทอง เทรนเนอร์ค่ายพี.เค แสนชัยมวยไทยยิม ผู้ฝึกสอนดีเด่นมวยไทยอาชีพหญิง น.ส.ธารทิพย์ ฉิมพาลี

ผู้ฝึกสอนดีเด่นมวยไทยสมัครเล่นชาย พันจ่าอากาศโท สุรจิตร ทองอนันต์ ผู้ฝึกสอนดีเด่นมวยไทยสมัครเล่นหญิง น.ส.ธารทิพย์ ฉิมพาลี

ผู้ฝึกสอนดีเด่นมวยสากลสมัครเล่นชาย พันตำรวจโท วิจารณ์ พลฤทธิ์ ผู้ตัดสินดีเด่นมวยไทยอาชีพชาย สิบเอก กฤษฏา พลตื้อ หรือ ”แสนเก่ง“ ผู้ตัดสินดีเด่นมวยไทยอาชีพหญิง น.ส.พัทธนันท์ พงศาปาน ผู้ตัดสินดีเด่นมวยไทยสมัครเล่นชาย นายประวิทย์ จินดารัตน์ ผู้ตัดสินดีเด่นมวยไทยสมัครเล่นหญิง น.ส.กนกศรี พงษ์เทียน

สื่อมวลชนดีเด่น นายจำลักษณ์ ล้วนรอด ปูชนียบุคคลกีฬามวยดีเด่น นายพีรพงศ์ ธีระเดชพงศ์ หรือ “ชุ้น เกียรติเพชร” รางวัลทรงคุณค่ากีฬามวยดีเด่น สาขาการอนุรักษ์และเผยแพร่กีฬามวย นายบุญมี แผ้วผลสง กับ พลโท สุรินทร์ ปรียานุภาพ นายสนามมวยเวทีลุมพินี ผู้ทรงคุณค่ากีฬามวยดีเด่น สาขาผู้ทรงคุณูปการต่อวงการกีฬามวย

นายสุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ นายชาตรี ตรีศิริพิศาล, นายเธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ ผู้เผยแพร่ศิลปะมวยไทยในต่างประเทศดีเด่น นายประพันธ์ กล้าหาญ และ นายพล มาตรดี

ผู้ให้การส่งเสริมสนับสนุนกีฬามวยดีเด่น (บุคคล) นายนริส สิงห์วังชา นายดลปกร นนทหิรัญโชติ, นายธนา ไชยประสิทธิ์ ผู้ให้การส่งเสริมสนับสนุนกีฬามวยดีเด่น (องค์กรภาครัฐ) กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมการกงสุลผู้ให้การส่งเสริมสนับสนุนกีฬามวยดีเด่น (องค์กรเอกชน) บริษัท แฟร์เท็กซ์ อิควิปเม้นท์ จำกัด, บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด, บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) บริษัท ท็อป คิงส์ บ็อกซ์ซิ่ง จำกัด และ รางวัลนักมวยไทยขวัญใจมหาชน นายณรงศักดิ์ แก้วมาลา หรือ “ซ้ายดารา“ ตะวันฉาย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิมผู้ฝึกสอนดีเด่นมวยไทยสมัครเล่นชาย พันจ่าอากาศโท สุรจิตร ทองอนันต์ ผู้ฝึกสอนดีเด่นมวยไทยสมัครเล่นหญิง น.ส.ธารทิพย์ ฉิมพาลี ผู้ฝึกสอนดีเด่นมวยสากลสมัครเล่นชาย พันตำรวจโท วิจารณ์ พลฤทธิ์ ผู้ตัดสินดีเด่นมวยไทยอาชีพชาย สิบเอก กฤษฏา พลตื้อ หรือ ”แสนเก่ง“ ผู้ตัดสินดีเด่นมวยไทยอาชีพหญิง น.ส.พัทธนันท์ พงศาปาน ผู้ตัดสินดีเด่นมวยไทยสมัครเล่นชาย นายประวิทย์ จินดารัตน์ ผู้ตัดสินดีเด่นมวยไทยสมัครเล่นหญิง น.ส.กนกศรี พงษ์เทียน

สื่อมวลชนดีเด่น นายจำลักษณ์ ล้วนรอด ปูชนียบุคคลกีฬามวยดีเด่น นายพีรพงศ์ ธีระเดชพงศ์ หรือ “เฮียชุ้น เกียรติเพชร” รางวัลทรงคุณค่ากีฬามวยดีเด่น สาขาการอนุรักษ์และเผยแพร่กีฬามวย นายบุญมี แผ้วผลสง กับ พลโท สุรินทร์ ปรียานุภาพ นายสนามมวยเวทีลุมพินี ผู้ทรงคุณค่ากีฬามวยดีเด่น สาขาผู้ทรงคุณูปการต่อวงการกีฬามวย

นายสุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ นายชาตรี ตรีศิริพิศาล, นายเธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ ผู้เผยแพร่ศิลปะมวยไทยในต่างประเทศดีเด่น นายประพันธ์ กล้าหาญ และ นายพล มาตรดี

ผู้ให้การส่งเสริมสนับสนุนกีฬามวยดีเด่น (บุคคล) นายนริส สิงห์วังชา นายดลปกร นนทหิรัญโชติ, นายธนา ไชยประสิทธิ์ ผู้ให้การส่งเสริมสนับสนุนกีฬามวยดีเด่น (องค์กรภาครัฐ) กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมการกงสุลผู้ให้การส่งเสริมสนับสนุนกีฬามวยดีเด่น (องค์กรเอกชน) บริษัท แฟร์เท็กซ์ อิควิปเม้นท์ จำกัด, บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด, บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) บริษัท ท็อป คิงส์ บ็อกซ์ซิ่ง จำกัด และ รางวัลนักมวยไทยขวัญใจมหาชน นายณรงศักดิ์ แก้วมาลา หรือ “ซ้ายดารา“ ตะวันฉาย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม

บุกรวบเรือจ้างผีน้อยเกาหลีใต้ 8 รายคาไวท์บอร์ด

บุกรวบเรือจ้างผีน้อยเกาหลีใต้ 8 รายคาไวท์บอร์ด!
ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสั่งการเข้ม
ตม. สนธิกำลัง กรมการจัดหางาน ตรวจโรงเรียนสอนภาษาชื่อดังกลางกรุง
พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดยกระดับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยเฉพาะความผิดที่เกี่ยวกับคนเข้าเมืองและชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นความรับผิดชอบหลักของ สตม. โดยสั่งการและกำชับให้เพิ่มความเข้มในการตรวจสอบบังคับใช้กฎหมาย โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบงานสืบสวนเน้นลงพื้นที่ X-RAY ตรวจสอบป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง
โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ รองผู้บังคับการฯ รับผิดชอบงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้ร่วมสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่จากกรมการจัดหางาน ภายใต้การอำนวยการของ นายสนธยา กาลาศรี ผู้อำนวยการกองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน ปูพรมตรวจสอบโรงเรียนสอนภาษาเกาหลีชื่อดังแห่งหนึ่ง รวม 2 จุด ตั้งอยู่ที่บริเวณถนนรัชดาภิเษก และอีกจุดหนึ่งบริเวณศูนย์การค้าย่านบางนา โดยได้สั่งการให้ พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ และ พ.ต.ท.พรชัย สุขเจริญ รองผู้กำกับการสืบสวนฯ พร้อมชุดปฏิบัตินำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สังกัด กก.สืบสวน บก.ตม.1 และเจ้าพนักงานกองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน นับสิบนาย ลงพื้นที่ตรวจสอบ
เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวและแสดงบัตรประจำตัวขอตรวจสอบการจ้างคนต่างด้าวทำงาน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพบสถานที่ลักษณะเป็นห้องกระจกย่อยๆหลายห้อง ภายในห้องเรียนมีการจัดโต๊ะ เก้าอี้ มีอุปกรณ์สื่อการเรียน การสอน เช่น หนังสือภาษาเกาหลี แบบฝึกหัดสำหรับให้นักเรียนทำ กระดานสีขาว (ไวท์บอร์ด ) สำหรับผู้สอนใช้เขียนขณะสอน เครื่องรับโทรทัศน์ ติดตั้งอยู่บริเวณมุมห้องด้านหน้าชั้นเรียน สำหรับแสดงสื่อการเรียน และพบแผ่นพับโฆษณาโรงเรียนแสดงคอร์สการเรียน คิดอัตราค่าเรียนตามคอร์สประเภทต่างๆ หลายราคา มีนักเรียนคนไทยกำลังเรียนภาษา โดยมีครูเกาหลีใต้ทำหน้าที่สอน จึงได้บันทึกภาพถ่ายเป็นหลักฐาน ก่อนตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทาง ของครูสอนภาษาที่พบในสถานที่เกิดเหตุทั้งหมด ผลการตรวจสอบพบครูสัญชาติเกาหลีใต้ถึง 8 ราย เป็นชาย 6 ราย หญิง 2 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวซึ่งได้รับการผ่อนผัน ให้เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรได้ 90 วันโดยมิต้องขอรับการตรวจลงตรา (FREE VISA) แต่บางรายอยู่ในราชอาณาจักรโดยอาศัยเหตุผลเนื่องจากมีภรรยาเป็นคนไทย
จากการสอบถามและตรวจสอบจากฐานข้อมูลกรมการจัดหางาน ทั้ง 8 รายไม่มีใบอนุญาตทำงาน
จากการสอบปากคำเบื้องต้นทั้งหมดให้การว่า พวกตนเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยถูกต้องตามกฎหมาย ต่อมาได้เข้ามารับจ้างทำงานที่โรงเรียนสอนภาษาแห่งนี้

ซึ่งมีคนไทยเป็นเจ้าของโรงเรียนและเป็นนายจ้าง โดยได้ว่าจ้างชาวเกาหลีใต้ทั้ง 8 ราย ให้ทำหน้าที่เป็นครูสอนภาษาเกาหลีให้กับนักเรียนที่สมัครเข้าเรียนเป็นรายชั่วโมง ทั้งแบบออนไลน์และ ณ ที่ตั้ง โดยผู้ถูกจับรายที่ทำงานมานานที่สุด ทำงานสอนภาษาเกาหลีมาเป็นเวลามากกว่า 1 ปี ทั้งนี้ผู้ถูกจับส่วนใหญ่ จะได้รับเงินค่าจ้างสอนออนไลน์ได้ค่าจ้างรายชั่วโมงละ 200 บาท หากเป็นการสอน ณ ที่เรียน จะได้ค่าจ้างชั่วโมงละ 350 บาทและได้รับค่าจ้างทั้งในรูปแบบเงินสดและการโอนเข้าบัญชี จากนายจ้าง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับชาวเกาหลีใต้ทั้ง 8 รายทราบว่า “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ” อันเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 และแจ้งข้อกล่าวหาคนไทย ในฐานะนายจ้าง ในข้อหา
“รับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” อันเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 จากนั้นควบคุมตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวสอบถาม พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 ได้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากเบาะแสสำคัญของพี่น้องประชาชนที่เป็นหูเป็นตาและเป็นความร่วมมือในการปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งระหว่างสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน นอกจากนี้ยังขอฝากประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนผ่านผู้สื่อข่าวว่า การกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าว เป็นความผิดตามกฎหมายและเป็นสิ่งที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตระหนักและกวดขันจับกุมอย่างต่อเนื่องและเต็มกำลังความสามารถ ดังที่ปรากฏในสื่อกระแสหลักและช่องทางอื่นๆเสมอมา หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแส การกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดยตรง หรือที่ หมายเลข 1178

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม / รายงาน

สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้จัดประชุมใหญ่ประจำปี

สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้จัดประชุมใหญ่ประจำปี มุ่งสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมไก่ไข่อย่างยั่งยืน พร้อมอัปเดตแนวทางเคจฟรี

สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้จัด ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2567 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมโนโวเทล ภูเก็ต ซิตี้ โภคีธรา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต โดยได้รับเกียรติจาก นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย นายสุเทพ สุวรรณรัตน์ นายกสมาคมฯ ที่ได้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน โดยในปีนี้ บริษัท คะตะลิสต์ จำกัด วิสาหกิจเพื่อสังคมได้เข้าร่วมและนำเสนอหัวข้อ “ก้าวทันโลกไปกับเคจฟรี” ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ในการเลี้ยงไก่ไข่แบบไม่ใช้กรง (เคจฟรี) เพื่อให้เกษตรกรไทยได้อัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับกระแสระดับโลกด้านสวัสดิภาพสัตว์และความยั่งยืนในการผลิตอาหาร

ปัจจุบัน การเลี้ยงไก่แบบไม่ใช้กรงกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นจากธุรกิจระดับโลก โดยเฉพาะในกลุ่มโรงแรมระดับนานาชาติและซูเปอร์มาร์เก็ตที่เริ่มปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่อลดการใช้ไข่จากไก่ที่ถูกเลี้ยงในกรง และมีบริษัทกว่า 200 แห่งทั่วโลก ที่กำหนดเป้าหมายเปลี่ยนมาใช้ไข่เคจฟรี บริษัท คะตะลิสต์ จำกัด วิสาหกิจเพื่อสังคม ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิต ผู้ซื้อ และผู้ขายไข่ไก่จากระบบการเลี้ยงแบบไม่ใช้กรง พร้อมให้คำแนะนำแก่เกษตรกรเกี่ยวกับแนวทางการเปลี่ยนผ่าน ตั้งแต่เทคนิคการเลี้ยงไก่ไปจนถึงการเข้าถึงตลาดที่มีศักยภาพ

จังหวัดภูเก็ตเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีแนวโน้มเติบโตของตลาดไข่เคจฟรี เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับการบริโภคอาหารที่มีจริยธรรมและความยั่งยืน ผู้ประกอบการในพื้นที่ เช่น ฟาร์มทวีภัณฑ์ ได้เริ่มดำเนินการเลี้ยงไก่แบบเคจฟรี เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด ขณะที่ หอการค้าจังหวัด และสมาคมโรงแรมภูเก็ต ก็กำลังให้การสนับสนุนแนวทางนี้

การประชุมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นโอกาสให้เกษตรกรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไก่ไข่ได้แลกเปลี่ยนความรู้และแนวทางการพัฒนา แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนอุตสาหกรรมไข่ไก่ของไทยให้เติบโตตามมาตรฐานสากล โดยคำนึงถึงทั้ง คุณภาพสินค้า สวัสดิภาพสัตว์ และความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่


Southern Layer Farmers Association Holds Annual General Meeting, Aiming for Sustainable Egg Industry Development with Cage-Free Updates

The Southern Layer Farmers Association held its 2024 Annual General Meeting on March 9, 2024, at the Grand Ballroom, Novotel Phuket City Phokeethra, in Phuket City, Phuket Province. The event was honored by the presence of Mr. Sophon Suwanrat, the Governor of Phuket, who delivered the opening speech, along with Mr. Suthep Suwanrat, the association’s president, who outlined the objectives of the meeting. This year, Catalyst Social Enterprise participated in the event, presenting on the topic “Keeping Up with the World with Cage-Free”—a new approach to cage-free egg farming. The session provided Thai farmers with updates on global trends in animal welfare and sustainable food production. Cage-free egg farming is gaining increasing attention from global businesses, particularly in the hospitality and retail sectors, as international hotel chains and supermarkets begin shifting their policies to reduce reliance on eggs from caged hens. Over 200 companies worldwide have committed to transitioning to cage-free eggs.
Catalyst Social Enterprise is a key facilitator, connecting producers, buyers, and sellers of cage-free eggs. The organization also guides farmers on transitioning to cage-free systems, covering aspects such as modern farming techniques and access to potential markets.

“ Cage-Free Egg Market Growth in Phuket ”

Phuket has emerged as a promising market for cage-free eggs, driven by a growing number of international tourists who prioritize ethical and sustainable food choices. Local businesses, such as Thaweewan Farm, have already begun implementing cage-free egg farming to meet market demand. Meanwhile, organizations such as the Phuket Chamber of Commerce and the Phuket Hotels Association are actively supporting this transition.

“ A Crucial Platform for Thai Farmers on the Path to Sustainable Development ”

This conference not only provided a platform for knowledge exchange among farmers and industry stakeholders but also marked a significant step toward aligning Thailand’s egg industry with international standards. The discussions emphasized product quality, animal welfare, and evolving consumer preferences, ensuring a more sustainable future for the industry.


สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์

เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา
วันที่ 5 ก.พ.68


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ครั้งยิ่งใหญ่ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2568
เพื่อตั้งจิตอธิษฐานต่อเทพยดาฟ้าดิน (เจ้าแห่งสวรรค์) ขอให้ตนเองและครอบครัว เฮงๆ ตลอดปีมะเส็ง
.
วันนี้ (วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 เวลา 23.00 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ นายนิพนธ์ ลีละศิธร กรรมการ นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ พร้อมด้วย คณะผู้ช่วยกรรมการ คณะผู้บริหาร อาสาสมัคร รวมทั้งศิษยานุศิษย์ และสาธุชนจำนวนมาก ร่วมในพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ เพื่อตั้งจิตอธิษฐานเทพยดาฟ้าดิน (เจ้าแห่งสวรรค์) และหลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ พร้อมกับสรรเสริญและขอพรจากเทพเจ้า ให้ตนเอง และครอบครัว รวมถึงประเทศชาติ อยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากโรคภัย เฮงๆ ตลอดปีมะเส็ง โดยมี คณะสงฆ์ฝ่ายอนัมนิกาย วัดอุภัยราชบำรุง เป็นผู้ประกอบพิธีสงฆ์ ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย
.
“พิธีเวียนธูป” เนื่องในเทศกาลตรุษจีนนั้น เป็นพิธีที่สำคัญพิธีหนึ่ง จัดขึ้นในวันประสูติของเทพยดาฟ้าดิน (ทีกงแซ) เจ้าแห่งสวรรค์อันเป็นที่เคารพกันทั่วบ้านทั่วเมือง สำหรับชาวจีนแล้ว ท่านเป็นเทพเจ้าที่ต้องให้ความเคารพอย่างสูงเหมือนกันหมด และเพื่อเป็นสัญญาณว่าได้สิ้นสุดงานเทศกาลตรุษจีน โดยทำพิธีเวียนธูปรอบศาลเจ้า 3 รอบ ตั้งจิตอธิษฐาน ระลึกพระคุณเทพยดาฟ้าดิน ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ เช่น หลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ พร้อมกับสรรเสริญและขอพรจากเทพเจ้า เพื่อทำให้จิตใจเบิกบาน ผ่องแผ้ว และเริ่มต้นวันปีใหม่ของคนไทยเชื้อสายจีนอย่างมีความสุข และเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว
.
** เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยเกิดสถานการณ์ปริมาณค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก [PM2.5] เกินมาตรฐาน อันเป็นวิกฤตการณ์ที่ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ตระหนัก และบูรณาการการจัดการเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นการลดกระถางธูปสักการบูชา การงดการเผากระดาษชุดเครื่องสักการะที่ศาลเจ้าฯ การติดตั้งเครื่องบอกค่า PM2.5 อัตโนมัติ รวมถึงติดป้ายรณรงค์ขอความร่วมมือผู้มีจิตศรัทธางดจุดธูป-เทียน และการจัดเก็บธูป-เทียนที่จุดแล้วเร็วขึ้น รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ออกแจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ด้วยความห่วงใย และตระหนักถึงสุขภาพประชาชนผู้มีจิตศรัทธาและสิ่งแวดล้อมส่วนรวม รวมถึงจัดให้มีมาตรการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสทุกวันหลังปิดทำการในแต่ละวัน และจัดจุดปฐมพยาบาลเพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้มีจิตศรัทธาที่มาร่วมงาน พร้อมทั้งจัดเตรียมหน้ากากอนามัยบริเวณกองอำนวยการในกรณีที่ผู้มีจิตศรัทธาต้องการใส่ขณะร่วมงานเทศกาลตรุษจีน และในขณะร่วมพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์**
.
เทศกาลตรุษจีน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยจัดให้มีทั้งการ “สักการะหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง)” ร่วมลงชื่อทำบุญ “พะเก่ง” คือการลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา โดยพระสงฆ์อนัมนิกาย เพื่อขอพรให้ครอบครัวเป็นสุข สะเดาะเคราะห์ เสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตาตลอดปี รับประทาน “สาคูสิริมงคล” รวมทั้งรับ “ฮู้แดง” ประทับยันต์หลวงปู่ ให้แคล้วคลาดปลอดภัย เพื่อความเป็นสิริมงคล เฮง ๆ ตลอดปีใหม่จีน
.
ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ … มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอบุญบารมีองค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ส่งผลให้ท่านและครอบครัว มีความสุข ความเจริญ สุขภาพร่างกายแข็งแรง เฮงๆ ตลอดปี มะเส็ง
.
ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ http://www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ http://www.facebook.com/atpohtecktung

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

ผู้ช่วย ผบ.ตร.(บร2)สมาคมแม่บ้านตำรวจ บำรุงขวัญตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่

ตามหนังสือ สกพ. ที่ 0009331/10133 ลง 11 ธ.ค.2567 เรื่องการตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ประจำปี 2568

วันนี้(วันพุธ ที่ 5 ก.พ.68) เวลา 13.30 น.

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
ผบ.ตร.
พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง
รอง ผบ.ตร.(บร)
คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์
นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ

มอบหมายให้
พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์
ผู้ช่วย ผบ.ตร.(บร2)
คุณนภัสนันท์ วุฒิจรัสธำรงค์
กรรมการบริหารสมาคมแม่บ้านตำรวจระดับ ตร.

เดินทางไปตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ประจำปี 2568 ที่พักรักษาตัวอยู่ใน รพ.ตร. จำนวน 4 ราย

โดยมี
พล.ต.ต.หญิง พันวดี รัตนสุมาวงศ์
นายแพทย์(สบ7)
พล.ต.ต.ประดิษฐ์ ปรีดีพร้อมพันธ์
นายแพทย์(สบ6)
พล.ต.ต.เศรษฐศักดิ์ ยิ้มเจริญ
ผบก.สบส. รรท.ผบก.สก.
พ.ต.อ.พีระพงษ์ เหล่าธนาวิน
รอง ผบก.สก.
พ.ต.อ.หญิง นัทธมน แสนยินดี
พยาบาล (สบ 5) กลุ่มงานพยาบาล รพ.ตร.
พ.ต.อ.นพ.ประเสริฐ วังสตุรค
นายแพทย์(สบ4)
พ.ต.อ.ไพฑูรย์ ใจเร็ว
ผกก.ฝ่ายสวัสดิการการเงิน สก.
พญ.อทิตยา พันธุ์แตง นายแพทย์กลุ่มงานศัลยกรรม รพ.ตร.
คณะแม่บ้านตำรวจ
พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มอบเงินบำรุงขวัญ รายละ 5,000 บาท สมาคมแม่บ้านตำรวจมอบเงินบำรุงขวัญ รายละ 5,000 บาท
ในการนี้ผู้ช่วย ผบ.ตร. และภริยาได้มอบเงินและสิ่งของส่วนตัวเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ข้าราชการตำรวจแต่ละราย

ณ อาคาร มภร. รพ.ตร. แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กทม.

พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการตลาดและผู้ขายของในตลาด

….. พิธีเปิดกิจกรรม อบรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการตลาดและผู้ขายของในตลาดตามโครงการพัฒนาตลาด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ …..


วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 15.00 น. ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม อบรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการตลาดและผู้ขายของในตลาลตามโครงการพัฒนาตลาด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ณ บริเวณพระรูปคลองสอง อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี โดยมี นายเพิ่มพงษ์ พุ่มพิเศษ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครรังสิต เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการ ณ โอกาสนี้ นายวรรณชัย อิทธิมณีสิริ รองนายกเทศมนตรีนครรังสิต นายธนาเดช คุณธนนิธิ เลขานุการนายกเทศมนตรีนครรังสิต พร้อม ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรี สมาชิกสภาเทศบาลฯ หัวหน้าส่วนราชการฯ ให้เกียรติร่วมในพิธีเปิดฯ
เทศบาลนครรังสิต มีหน้าที่รับผิดขอบ กำกับ ดูแลแลสถานประกอบการตลาด ซึ่งตั้งอยู่ในสถานที่ต่างๆ ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐานที่กฎกระทรวงของพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ กำหนด ได้แก่ ด้านสุขาภิบาลอาหาร ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านความปลอดภัยของอาหาร ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค และพัฒนาตลาดให้เป็นไปตามมาตรฐาน ตลาดสดและตลาดนัดน่าซื้อ ซึ่งการส่งเสริมเพิ่มพูนความรู้อย่างถูกต้องให้แก่ผู้ประกอบการตลาดและผู้ขายของในตลาดอย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งสำคัญเพื่อพัฒนาตลาดให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน เป็นแหล่งจำหน่ายอาหารที่สะอาด ปลอดภัย
และปลอดโรค ตลอดจนผู้ประกอบการตลาด ผู้ชายของในตลาด ได้รับความรู้ ความเข้าใจ
และเห็นความสำคัญการพัฒนาตลาดสดให้เป็นสถานที่จำหน่ายอาหารปลอดภัยและใส่ใจผู้บริโภค และลดอัตราการเจ็บป่วยของประชาชนผู้บริโภค โดยจัดให้มีการอบรมเป็นระยะเวลา ๑ วัน โดยผู้เข้ารับการอบรมในครั้งนี้ ประกอบด้วย ผู้ประกอบการตลาดและผู้ช่วยขายของในตลาดพระรูปคลองสอง รวมทั้งสิ้น ๕๐ คน การอบรมครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรจากศูนย์อนามัยที่ ๔ จ.สระบุรี กระทรวงสาธารณสุข และสถานที่ใช้จัดอบรมจากตลาดพระรูปคลองสอง