Blog

ตำรวจสืบ ภ.1 ขยายผลแก๊งคอลเซ็นเตอร์

วันนี้ ( 14 ก.พ.68 ) เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1 ชุดตรวจค้น นำโดย พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1,พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.วิศิษฎ์ มะอักษร รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.จิรายุส วานิชกุล ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.นัฎพงษ์ ศรีเพ็ญประภา ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.นภธร วาชัยยุง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ, พ.ต.ท.พูนสุข เตชะประเสริฐพร รอง ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.1, พร้อมกับเจ้าพนักงานตำรวจ บก.สส.ภ.1, เจ้าพนักงานตำรวจ ตม., เจ้าพนักงานตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1

ได้นำหมายค้นศาลอาญาพระโขนง ลงวันที่ 13 ก.พ.68 เข้าทำการตรวจค้นห้อง ที่ ซอยสุขุมวิท 64 แขวงพระโขนงใต้ เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจากเจ้าพนักงานตำรวจ บก.สส.ภ.1 ได้รับประสานจากเจ้าพนักงานตำรวจ บก.สส.ภ.5 ด้วยเคสไอดี W68021111864 โดยคนร้ายใช้หมายเลขโทรศัพท์ 0946395627 โทรหาผู้เสียหาย แอบอ้างข่มขู่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดให้โอนเงินไปตรวจสอบ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินไป ยังบัญชี ธนาคารแห่งหนึ่ง เป็นจำนวน 100,000 บาท เมื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงของบัญชีธนาคารพบว่ามีความเชื่อมโยงกับคดีอื่นๆในลักษณะเดียวกันอีก จำนวน 2 คดี มูลค่าความเสียหายมากกว่า 500,000 บาท

ผลการตรวจค้นพบ
1.เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์แบบใส่ซิมการ์ด ( gsm gateway ) จำนวน 4 เครื่อง ( ซึ่งสามารถใส่ซิมการ์ดได้ 32 ช่อง/เครื่อง )
2.โมเด็มต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ต จำนวน 2 เครื่อง
3.กล้องวงจรปิด จำนวน 1 ตัว
จึงได้ทำการตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ซึ่งจากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่ามีชาวพม่า มาขอเช่าห้องพักกับเจ้าของห้อง และได้ปล่อยเช่าห้องพักช่วง รายวันต่อให้กับคนร้าย วันละ 1,500 บาท ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าว กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องมีความผิดฐาน “ร่วมกันทำ มีใช้ นำเข้า นำออกหรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต, ร่วมกันตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต”
เจ้าพนักงานตำรวจชุดตรวจค้นจะได้ทำการสืบสวนขยายผลดำเนินคดี บุคคลที่เกี่ยวข้อง ตามกฎหมาย ต่อไป

รอง ผบช.ภ.1 พร้อม ผบก.อก.ภ.1, ได้มาตรวจเยี่ยม สภ.มหาราช

เมื่อวันที่ 13 ก.พ.68 เวลา 10.50 น. พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1, ได้มาตรวจเยี่ยม สภ.มหาราช โดยมี พ.ต.อ.วุฒิชัย สุคนธวิท ผกก.สภ.มหาราช, พ.ต.ท.วัชระ ศรีเปี่ยม รอง ผกก.ป.ฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รายงานผลการปฏิบัติ ระหว่างวันที่(12 พ.ย.67 – 5 ธ.ค.67), เจ้าหน้าที่สายตรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหา 5 ราย 4 คดี พร้อมของกลางรวม(ปืน 5 กระบอก, ยาบ้า 5 เม็ด, เครื่องกระสุนปืน 13 นัด) และได้แนะแนวทางในการปฏิบัติงาน กำชับให้ปฏิบัติตามนโยบายของ ตร. และ ภ.1 โดยเคร่งครัด พร้อมนี้ได้มอบรางวัล และเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และชมการสาธิตฝึกทบทวนการระงับเหตุบุคคลคลุ้มคลั่ง จากนั้น เวลา 13.30 น. ได้เดินทาง ต่อไปยัง สภ.บางปะหัน ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา โดย พ.ต.อ.ประเดิม จิตวัฒนาภิรมย์ ผกก.สภ.บางปะหัน, พ.ต.ท.พงษ์อนันต์ ยิ้มมิ่ง รอง ผกก.ป.ฯ, คณะ กต.ตร.สภ.บางปะหัน พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รายงานผลการปฏิบัติ ระหว่างวันที่(26 พ.ย.67 – 11 ธ.ค.67) เจ้าหน้าที่สายตรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย 2 คดี พร้อมของกลางรวม (ปืน 1 กระบอก, ยาบ้า 200 เม็ด) จากนั้น เวลา เวลา 15.30 น. สภ.นครหลวง ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา โดยมี พ.ต.อ.ชาญภาค สุวรรณชื่น ผกก.สภ.นครหลวง พ.ต.ท.สุพล สงทอง รอง ผกก.ป.ฯ, นายอนิรุธ เวียงไชย กต.ตร.สภ.นครหลวง รายงานผลการปฏิบัติ ระหว่างวันที่(5 – 12 พ.ย.67),จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย 2 คดี พร้อมของกลางรวม(ปืน 2 กระบอก, เครื่องกระสุนปืน 11 นัด, ซองพกใน 2 ซอง และได้แนะแนวทางในการปฏิบัติงาน กำชับให้ปฏิบัติตามนโยบายของ ตร. และ ภ.1 โดยเคร่งครัด พร้อมนี้ได้มอบรางวัล เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และชมการสาธิตฝึกทบทวนการระงับเหตุบุคคลคลุ้มคลั่ง

รับฟังความคิดเห็นปัญหาอาชญกรรม

พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน
ผบก.ภ.จว.ปทุมธานีร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นปัญหาอาชญกรรมรวมทั้งอุบัติเหตุทางถนน

วันนี้( 13 ก.พ. 2568 )

(เวลา) เวลา 09.30 น.ณ มหาวิทยาลัยรังสิต ตึก 1
อาคารอาทิตย์อุไรรัตน์ ชั้น 8 ห้อง 801
ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี
พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน
ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี
พ.ต.อ.สุวิชา ชั้นงาม รรท.ผกก.
สภ.ปากคลองรังสิต
พ.ต.ต.อุทัย บุญกลาง
สวป.ชส.สภ.ปากคลองรังสิต
รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล รองอธิการบดีฝ่ายความปลอดภัย
พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต คณะอาจารย์ที่ปรึกษาและนักศึกษา ม.รังสิต
ร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นปัญหาอาชญกรรม ข้อขัดข้อง รวมทั้งอุบัติเหตุทางถนนโดยรอบมหาวิทยาลัยฯ เพื่อร่วมกันหามาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาต่อไป

ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1

ผู้ช่วย ผบ.ตร.(บร2)ประชุมพิจารณาโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล

วันนี้(วันพฤหัสบดีที่ 13 ก.พ.68) เวลา 10.30 น.

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
ผบ.ตร.
พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง
รอง ผบ.ตร.(บร)

มองหมายให้
พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์
ผู้ช่วย ผบ.ตร.(บร2)

เป็นประธานการประชุม
“คณะทำงานพิจารณาโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล ครั้งที่ 3/2568”

โดยมี
พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง
ผบช.สกพ.
พล.ต.ต.ไพศาล พฤกษจำรูญ
รอง ผบช.ภ.7
พล.ต.ต.ภาณุพงศ์ ชอบเพื่อน
รอง ผบช.สงป.
พล.ต.ต.สรรเพชญ สุขภิมนตรี
รอง ผบช.กมค.
พล.ต.ต.บริสุทธิ์ นุศรีวอ
ผบก.ทพ.
พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ณ ห้องประชุม3 ชั้น 2 อาคาร 1 ตร. แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กทม.

ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1)ติดตามการปฏิบัติของ ศพฐ.1

ตามคำสั่ง ตร. ที่ 578/2567 ลง 26 พ.ย.2567 และคำสั่ง ตร. ที่ 609/2567 ลง 20 ธ.ค.2567 ประกอบบันทึกสั่งการ ผบ.ตร. ลง 24 ธ.ค.2567 ท้ายหนังสือ สง.รอง ผบ.ตร.(สส) ที่ 0001(สส)/302 ลง 23 ธ.ค.2567 เรื่อง การมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบในงานสืบสวนสอบสวน มอบหมายให้ พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1) รับผิดชอบกำกับการบริหารราชการ สพฐ.ตร. รวมทั้งสั่งและปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ในลักษณะงานพิสูจน์หลักฐาน

วันนี้(วันพฤหัสบดีที่ 13 ก.พ.68) เวลา 14.00 น.

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
ผบ.ตร.
พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์
รอง ผบ.ตร.(สส)

มอบหมายให้
พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์
ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1)

ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติราชการตามนโยบายของ ผบ.ตร. ณ ศพฐ.1

จากนั้นเป็นประธานในการประชุมเพื่อติดตาม แนะนำ ชี้แจงแนวทางการปฏิบัติราชการให้เป็นไปตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา

โดยมี
พล.ต.ต.หญิง สุเจตนา โสตถิพันธุ์
ผบก.ศพฐ.1
พ.ต.อ.อาภากร โกมลสุทธิ
รอง ผบก.ศพฐ.1
พ.ต.อ.หญิง ชลีรัชช์ สระดี
นวท.(สบ 5)ศพฐ.1
และข้าราชการตำรวสังกัด ศพฐ.1 รอรับการตรวจเยี่ยมและเข้าร่วมการประชุม

ได้กำชับให้ปฏิบัติดังนี้
1.กำชับทุกศูนย์พิสูจน์หลักฐานต้องจัดชุดปฏิบัติการให้พร้อมปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนหน่วยงานพื้นที่ได้ทันที เมื่อได้รับการประสาน ไม่ต้องรอสั่งการ เมื่อมีเหตุหรือคดีสำคัญ ให้หัวหน้าศูนย์และ ผบก.ศพฐ. ไปอำนวยการควบคุมตรวจที่เกิดเหตุด้วยตนเอง พร้อมรายงานผลให้ทราบ
2.งานพิสูจน์หลักฐานเป็นงานที่สร้างความเชื่อมั่นให้องค์กร เนื่องจากผลการตรวจพสูจน์เป็นพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งศาลรับฟังอย่างมีน้ำหนัก กำชับให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นมืออาชีพ ดำรงความยุติธรรมแก่กระบวนการอาญา ไม่ให้มีช่องว่างให้ผู้กระทำความผิดหลุดรอดไปได้
3.เมื่อออกไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ หรือได้รับพยานหลักฐาน ให้เร่งการตรวจพิสูจน์ ให้สามารถออกผลการตรวจด้วย ความรวดเร็ว และออกผลการตรวจอย่างมีคุณภาพ ซึ่งเมื่อผลตรวจพิสูจน์ออกแล้ว ให้แจ้งผล และเร่งรัดติดตามพนักงานสอบสวนมารับผลการตรวจพิสูจน์โดยเร็ว
4.บริหารคดีแบบ 3 เสาหลัก “Three Pillars” การบริหารคดีให้มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล งานสืบสวน งานสอบวน นิติวิทยาศาสตร์ ต้องทำงานแบบบูรณาการร่วมกันมีการประสานความร่วมมือและข้อมูลซึ่งกันและกัน
5.ให้เตรียมความพร้อมสามารถออกปฏิบัติหน้าที่ได้ตลอดเวลา สนับสนุนชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ในกรณีที่เจ้าหน้าที่เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดใน พื้นที่ไม่มีความชำนาญในเทคโนโลยีหรือ
รูปแบบของระเบิดที่ใช้ในครั้งนั้น ๆ
6.การตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลให้ประสานฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการพิสูจน์อาทิ เช่น คณะแพทย์ ทันตแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ ด้านลายพิมพ์นิ้วมือ และผู้เชี่ยวชาญในสาขา ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ให้เรียบร้อย ครบถ้วน
7.งานตรวจประวัติบุคคล ต้องให้บริการประชาชนด้วยจิตใจบริการ ด้วยความรวดเร็ว เป็นธรรม โปร่งใส อย่าล่าช้า
8.กำชับงานทะเบียนประวัติอาชญากรให้บันทึกข้อมูลประวัติอาชญากร ข้อมูลหมายจับให้ เป็นระบบ และเป็นปัจจุบัน รวมถึงรักษาข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นความลับทางราชการ
9.ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ควบคุม กำกับดูแล กวดขันความประพฤติ และระเบียบวินัยข้าราชการตำรวจ ตามคำสั่ง ตร. ที่ 1212/2537 โดยมีการออกคำสั่งให้มีการรับผิดชอบในแต่ละระดับ
10.ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ต้องประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งด้านครองตน ครองคน และครองงาน เน้นย้ำมีความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ อย่าเอาเปรียบผู้ใต้บังคับบัญชา

“นิติวิทยาศาสตร์เปรียบเสมือนเขี้ยวเล็บของงานสืบสวน”

ณ ห้องประชุม ศพฐ.1 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พร้อมตำรวจนนทบุรี แถลงจับยาเสพติด

🗓️ วันที่ 13 ก.พ. 68 เวลา 15.00 น.
👮‍♂‍ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1
นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี
นายทิพเมษฐ์ สังขวรรณะ ผอ.ปปส.ภาค 1
พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน ผบก.ภ.จว.นนทบุรี
พล.ต.ต.นฤนาท พุทไธสง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา
พ.อ.สุพจน์ สวาคฆพรรณ ผบ.ขกท.ศปก.นสศ
พ.ต.อ.สมเจษฐ์ แม้นบุตร ผกก.สภ.วังน้อย
พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์
และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
🚨ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมคดียาเสพติดรายใหญ่และคดีสำคัญ รวม 2 คดี
ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีในการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาดและครบวงจร เริ่มตั้งแต่การตัดต้นตอการผลิตและจำหน่ายด้วยการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน การสกัดกั้นควบคุมการลักลอบนำเข้าและตัดเส้นทางการลำเลียงยาเสพติด การปราบปรามและการยึดทรัพย์ผู้ค้าอย่างเด็ดขาด และตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร ให้เร่งรัดปราบปราบปรามอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะยาเสพติด และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี นั้น
พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการสืบสวนจับกุมคดียาเสพติดรายใหญ่และคดีสำคัญ รวม 2 คดี ดังนี้
คดีที่ 1 จับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ ทีมโกดังยาเสพติด เป็นทีมนำยาเสพติดมาพักไว้เพื่อรอจำหน่ายต่อ ซึ่งเป็นเครือข่ายของ พร้อมตรวจยึดของกลางเป็น ยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 218 กิโลกรัม, ยาบ้า ประมาณ 560,000 เม็ด, ยาอี ประมาณ 3,163 เม็ด, เคตามีน น้ำหนักประมาณ 88 กรัม, อาวุธปืน 5 กระบอก และตรวจยึด รถยนต์ รวมทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 5,000,000 บาท นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีที่ 2 เมื่อวันที่ 12 ก.พ.68 เวลา 13.30 น. จับกุมผู้ต้องหาแก๊ง ใช้ปืนยิงใส่รถคู่กรณีโดยอ้างว่าถูกปาดหน้าและถูกสิ่งของปาใส่รถของตนเอง เหตุเกิดพื้นที่ สภ.วังน้อย จว.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 เวลาประมาณ 19.00 น. พร้อมตรวจยึดของกลาง
1. อาวุธปืนพกสั้นชนิดลูกโม่ ขนาด .38 นิ้วจำนวน 1 กระบอก
2. รถยนต์เก๋ง สีดำ จำนวน 1 คัน (รถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ)
3. แผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 แผ่น (สวมใส่วันก่อเหตุ)
4. เครื่องกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. จำนวน 33 กล่อง (แต่ละกล่องบรรจุกระสุนจำนวน 20 นัด) รวมเครื่องกระสุนปืนจำนวน 660 นัด
5. เครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 69 นัด รวมเครื่องกระสุนปืน. ทั้งหมด จำนวน 729 นัด
นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ณ สภ.รัตนาธิเบศร์

สิบตำรวจโทสายตรวจรถจยย.​สภ.สองพี่น้อง​ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว

สุพรรณบุรี​ เมื่อเวลา​ 15.30 น.​วันที่​ 12​ื​ ก.พ.​ ผู้สื่อข่าว ลงพื้นที่ติดตามข่าว กรณี​ ส.ต.ท.ธีรพัฒณ์​ หมดจด​ ผบ.หมู่​ ป.สภ.สองพี่น้อง​ ทำหน้าที่สายตรวจรถ จักรยานยนต์พร้อมด้วย​ จ.ส.ต.อรรถสิทธิ์​ เหลืองวัฒนวิไล​ ส.ต.ต.กิตติพงศ์​ เกลากลิ่น

เล่าถึงเหตุการณ์ ตามที่ตน โพสต์ Speak English ช่วยเหลือ ให้ นักข่าวฟัง ตามที่ตนได้ช่วยชาวต่างชาติสื่อสารผิดจะไปเกาะเต่าแต่คนขับพาไปดอยเต่า

ขณะที่ตนได้ปฏิบัติหน้าที่ สายตรวจ รถจักรยานยนต์ พร้อมพวก รวม 3 นาย ได้รับแจ้งทางไลน์ขอความช่วยเหลือ จาก จะทีมตำรวจสภเมืองสุพรรณ บุรี ให้ช่วย สกัดรถ บรรทุกกะหล่ำ ปลี ที่เดินทางมาจากจังหวัดลำพูน เนื่องจากมีชาวต่างชาติ ได้นั่งทาน อาหาร ที่ร้านอาหารตามสั่ง ในพื้นที่เมือง และลืม พาสปอร์ตและกระเป๋าตังค์ ไว้ที่ร้าน ให้มีการ สกัดรถดังกล่าว ไว้ ถ้าถึงในพื้นที่รับผิดชอบ จนกระทั่ง รถบรรทุกกำลังซึ่งมีชาวต่างชาติ มาถึง จึงได้สกัดเรียกให้จอด แล้วได้แจ้งว่า ได้ลืมกระเป๋าตังค์ไว้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่ เมืองสุพรรณ ตนจึงได้สอบถาม ที่มาว่า

เป็นนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส อายุ 22 ปี ซึ่งเดินทางมาเที่ยวเมืองไทย ครั้งแรก เพื่อจะไปเกาะเต่า จังหวัด สุราษฎร์ธานี จึงว่าจ้างรถ ซึ่ง จำไม่ได้ว่าเป็นรถว่าจ้าง แต่รถว่าจ้างกับประสาน ผิดพลาดพาไปส่งที่ดอยเต่า จังหวัด เชียงใหม่ และระวังทาง ได้ทิ้งให้ หนุ่ม ฝรั่งเศส อายุ 22 ปี ได้ โบกรถ ให้มาส่งที่จังหวัด ราชบุรี จากนั้นจะต่อรถไป เกาะเต่า

ส่วนในการช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ ประสานไปที่สภเมืองสุพรรณ ได้ให้ หนุ่มชาวฝรั่งเศส ได้ไปกับรถ ยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วนำพาไปเอากระเป๋าตังค์ และช่วยประสานกับ ตำรวจสภเมืองสุพรรณจัดที่พักให้พักที่พื้นที่สภเมืองสุพรรณ เป็นรีสอร์ท 1 คืน จากนั้นจะช่วยประสาน และช่วยเหลือ ให้ชาว ฝรั่งเศสเดินทางต่อ ไปยังจุดหมาย ในการช่วยเหลือครั้งนี้หนุ่มชาวฝรั่งเศสใช้ โทรศัพท์ที่มีการแปลภาษาไทยเป็นอย่างดี จึงทำให้สะดวกต่อการ สื่อสาร กับเจ้าหน้าที่ตำรวจครั้งนี

จะขอฝากไว้ กับ ประชาชนทั่วไปที่ได้รับความเดือดร้อนและโดยเฉพาะชาวต่างชาติซึ่งเป็นนโยบายของท่านผู้กำกับ ✅✅พ.ต.อ.เกียรติชัย เกิดโชค

ผกก.สภ.สองพี่น้อง✅✅และผู้บังคับบัญชา ท่านกำชับให้มีการช่วยเหลือ และดูแลประสาน ประชาชนที่เดือดร้อน ตาม นโยบายของผบ. ตร

สัยติ​ ชู​เชิด​ สุพรรณบุรี มหานครข่าว​

กฟผ. คว้า 2 รางวัล SOE Awards ประจำปี 2567

กฟผ. คว้า 2 รางวัล SOE Awards ประจำปี 2567 สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินงานสร้างความมั่นคงพลังงานของประเทศสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในงานมอบรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น (SOE Awards) ประจำปี 2567 ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ภายใต้แนวคิด “รัฐวิสาหกิจไทย มากกว่าความภูมิใจ สู่การพัฒนาที่ยังยืน Beyond Pride, Towards Sustainability” โดยมีนายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เข้ารับรางวัลการดำเนินงานเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมดีเด่นจากโครงการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน และนายธวัชชัย สำราญวานิช รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ รับมอบรางวัลความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมดีเด่น (ด้านนวัตกรรม) จากผลงาน “ระบบบริหารจัดการพลังงานสำหรับรองรับรูปแบบการผลิตไฟฟ้าในอนาคต ERC Sandbox และ Enzy Platform” ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.60ปี)​

ตำรวจภูธรภาค 1 จัดฝึกซ้อมหน่วยหลักสูตรยุทธวิธีดีดีเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

พล.ต.ต.โชคชัย นามวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จัดฝึกซ้อมหน่วยหลักสูตรยุทธวิธีดีดีเพื่อความปลอดภัยของประชาชน..”

พล.ต.ต.โชคชัย นามวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จัดฝึกซ้อมหน่วยระงับเหตุช่วยเหลือป้องกันเหตุโดยใช้ยุทธวิธีและอุปกรณ์อาวุธต่างๆเพื่อควบคุมสถานการณ์วิกฤตให้ความปลอดภัยแก่ประชาชนและสังคม
วันที่ 11 ก.พ.68 เวลา 15.00 น.
พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1
พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก. อก.ภ.1 พ.ต.อ.จักรพันธ์ โอสถากันต์ ผกก.ปพ. บก.สส.ภ.1
พ.ต.ท.ชยากร บุญมา สว.ฝอ.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา/ครูฝึก และทีมงาน
ร่วมชมสาธิตการฝึกระงับเหตุคนคลุ้มคลั่งโดยใช้ปืนยิงตาข่าย ประจำปี 2568 ณ ลานฝึกยุทธวิธี “ปราบไพรีอริศัตรุพ่าย” ตำรวจภูธรภาค 1

ทางด้านพล.ต.ต.โชคชัย รองผู้บัญชาการการตำรวจภูธรภาค 1 กล่าวเพิ่มเติมว่านโยบายดังกล่าวเป็นไปตามสั่งการของพลตำรวจเอก กิตติ์ืรัฐ พันธ์ุเพชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พลตำรวจโท สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งให้มีการจัดฝึกอบรมและชุดยุทธวิธีดังกล่าวเพื่อใช้ในการป้องกันและปราบปรามคนร้ายหรือมิจฉาชีพตลอดจนผู้ที่อยู่ในอาการไม่ปกติหรือคลุ้มคลั่งต่างๆด้วยเหตุของโรคประจำตัวหรือด้วยเหตุป่วยต่างๆรวมถึงการที่มีอาวุธที่สามารถจะทำร้ายประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จัดการบาดเจ็บและเสียชีวิตได้ เพื่อลดความสูญเสียของประชาชนและสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆทั้งในด้านของประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะว่าการใช้เครื่องมือต่างๆและเทคโนโลยีจะต้องมีการฝึกซ้อมให้มีความชำนาญและสามารถระงับเหตุได้ทันท่วงทีไม่ให้เกิดการสูญเสียได้ใดเลยหรือสูญเสียให้น้อยที่สุดหากมีเหตุเกิดขึ้น โดยหากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการฝึกซ้อมและมีชุดยุทธวิธีดังกล่าวจะทำให้การทำงานของตำรวจง่ายขึ้นและลดการเผชิญหน้าถึงตัวกันระหว่างทั้งสองฝ่ายได้เป็นอย่างดีซึ่งจะก่อเกิดมีประสิทธิภาพต่อสังคมในการควบคุมทางสังคมที่ดีและมีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีจุดเทียนเปิดงานเทศกาลง่วนเซียว ประจำปี 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีจุดเทียนเปิดงานเทศกาลง่วนเซียว ประจำปี 2568 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ
.
วันนี้ (วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 เวลา 09.00 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการ ร่วมในพิธีจุดเทียนเปิดงานเทศกาลง่วนเซียว และประกอบพิธีสงฆ์ สวดชัยมงคลคาถา (พะเก่ง) ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ
.
เทศกาลง่วนเซียว เป็นเทศกาลแรกของปีตามปฏิทินจันทรคติของจีน โดยในปีนี้ตรงกับวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย จัดให้มีพิธีสวดชัยมงคลคาถา มีพิธีบูชาเทพเจ้าด้วยขนมหวาน และ ขนมที่ทำด้วยน้ำตาลทราย หรือน้ำตาลผสมถั่วลิสง ขึ้นรูปเป็นสิงโตขนาดต่าง ๆ บ้างก็เป็นรูปเจดีย์ ให้ผู้มีจิตศรัทธานำกลับไปบูชา ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ มีการแลกเปลี่ยน โดยมารับ ขนมรูปสิงโต จากมูลนิธิฯ พร้อมทั้งจัดให้มีการยืมเงินขวัญถุงแก่ผู้ที่ทำมาค้าขาย และผู้มีจิตศรัทธา ให้ร่ำรวยเฮงๆ ตลอดปี มีเงินมีทองพอกินพอใช้ไม่ขาดมือ นอกจากนี้ยังจัดให้มีสาคูสิริมงคล บริการศิษยานุศิษย์และสาธุชน ได้รับประทานเพื่อเป็นสิริมงคลตลอดปี
.
** เนื่องจากขณะนี้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทยยังคงเกิดสถานการณ์ปริมาณค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก [PM2.5] เกินมาตรฐาน อันเป็นวิกฤตการณ์ที่ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ตระหนัก และบูรณาการการจัดการเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นการลดกระถางธูปสักการบูชา การงดการเผากระดาษชุดเครื่องสักการะที่ศาลเจ้าฯ การติดตั้งเครื่องบอกค่า PM2.5 อัตโนมัติ รวมถึงติดป้ายรณรงค์ขอความร่วมมือผู้มีจิตศรัทธางดจุดธูป-เทียน และการจัดเก็บธูป-เทียนที่จุดแล้วเร็วขึ้นรวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ออกแจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ด้วยความห่วงใย และตระหนักถึงสุขภาพประชาชนผู้มีจิตศรัทธาและสิ่งแวดล้อมส่วนรวม **
.
ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ http://www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ http://www.facebook.com/atpohtecktung
.

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

สายด่วนและแอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน