Blog

ปิดทอง “หลวงพ่อสุโขทัยธรรมราชา” ประจำปี วัดไผ่สามตำลึง

เชิญเที่ยวงานนมัสการปิดทอง “หลวงพ่อสุโขทัยธรรมราชา” ประจำปี 2568 ณ วัดไผ่สามตำลึง

วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม 2568 ณ วัดใหม่สามตำลึง ต.ไทรงาม​ อ.บางเลน​ จ.นครปฐม

ท่านพระครูปลัดวิทยา ฐานะธัมโม เจ้าอาวาสวัดไผ่สามตำลึง เป็นประธานพิธีเปิดงานนมัสการปิดทองหลวงพ่อสุโขทัยธรรมราชา ประจำปี 2568 (วันแรก) โดยมีการประกอบพิธีบวงสรวงหน้าพระอุโบสถหลวงพ่อสุโขทัยธรรมราชา ประกอบพิธีโดย อาจารย์พราหมณ์อาวุธ สหายเทวดา พร้อมด้วยทีมงานเป่าสังข์, โดยได้รับเกียรติจากท่าน กำนันดุษดี ทองบัวศิริไล กำนันตำบลไทรงาม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย โดยมี พระสังฆาธิการ 12 รูป เจริญพุทธมนต์ และยังได้รับเกียรติจากท่าน อาจารย์วันชัย​ สุพรรณ​ “รายการคุยเฟื่องเรื่องพระ”, นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.60ปี) ร่วมในพิธี โดยมีเจ้าภาพร่วมในพิธีเปิดงานนมัสการปิดทอง “หลวงพ่อสุโขทัยธรรมราชา” ประจำปี 2568 ตามรายนามต่อไปนี้ 1. กำนันดุษดี ทองบัวศิริไล, 2. คุณยายหวาน กิจสนิท, 3. คุณนิเวศน์ กับคุณนงลักษณ์ ศรีตงกิม, 4. เสี่ยแดง​ แพปลา, 5. คุณสรชัย กับคุณขวัญจิต, 6. คุณสุกิจ ศิริจิตร, 7. คุณไพบูลย์ พุ่มถาวร, 8. คุณศิริประภา พาณิชวงศ์, 9. คุณสมหมาย มากแป๋ว (แพปลา), 10. คุณไพรัตน์ กับคุณทุเรียน โรจนภัทรากูล, 11. อ.ศรีรัตน์ ไมยโพธิ์ศรี, 12. คุณปิยะพงษ์ ไซพันแก้ว ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 8, 13. คุณนิศาภัทร์ พึ่งประชา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 9, 14. ป้าไพรัช แสงสุริยงศ์ ฯลฯ และผู้ใจบุญอีกหลายท่านร่วมเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้

โดยงานประจำปีในปีนี้ ภายในงาน จัดให้มีมหรสพ การเชิดสิงโตและมังกรทอง ชมดนตรีรำวงย้อนยุคจากคณะดัง และออกร้านขายอาหาร 3 วัน 3 คืน

จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนที่ศรัทธาในพระพุทธศาสนาร่วมทำบุญปิดทอง​ “หลวงพ่อสุโขทัยธรรมราชา” ประจำปี 2568 ณ วัดไผ่สามตำลึง ตำบลไทรงาม อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ระหว่างวันที่ 14 ถึง 16 มีนาคม 2568 (พระครูปลัดวิทยา​ ฐานะธัมโม เจ้าอาวาส
วัดไผ่สามตำลึง)

อาจารย์วันชัย​ สุพรรณ​ :รายการคุยเฟื่องเรื่องพระ

สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

วันสตรีสากล ‘ซินเจนทา ประเทศไทย’ ร่วมขับเคลื่อนบทบาทสำคัญของผู้หญิงในภาคการเกษตรไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน

วันสตรีสากล ‘ซินเจนทา ประเทศไทย’ ร่วมขับเคลื่อนบทบาทสำคัญของผู้หญิงในภาคการเกษตรไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน
.

เกษตรกรรมที่ยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงแนวคิด แต่คือเป้าหมายที่ภาคเกษตรกรรมไทยต้องก้าวไปให้ถึงในอนาคต และหนึ่งในพลังขับเคลื่อนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้คือบทบาทผู้หญิงในภาคเกษตรกรรม พวกเธอไม่เพียงแค่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมการเกษตร ยกระดับอุตสาหกรรม และสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรและสังคมโดยรวม

ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารของโลก แต่ภาคเกษตรกรรมยังคงเผชิญความท้าทายใหญ่ ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขาดแคลนแรงงาน และความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและยั่งยืน เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามามีบทบาทจึงเป็นสิ่งจำเป็น และนี่คือภารกิจของผู้นำหญิงแห่งซินเจนทา ประเทศไทย ที่กำลังขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรมไทยสู่อนาคตที่ดีกว่า

ในวันสตรีสากลนี้ หนึ่งในบุคคลที่สะท้อนถึงบทบาทของผู้หญิงในอุตสาหกรรมการเกษตรนี้และเป็นแม่ทัพหญิง คือ กล้วยไม้ นุชนิยม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด ผู้เป็นแรงบันดาลใจและผู้นำหญิงที่โดดเด่นในอุตสาหกรรมการเกษตร ซึ่งเธอไม่เพียงเป็นผู้นำขององค์กรที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์การเกษตร แต่ยังเป็นผู้ผลักดันแนวทางใหม่ๆ ที่ช่วยยกระดับภาคการเกษตรไทย สนับสนุนเกษตรกรไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เธอได้มุ่งมั่นนำนวัตกรรมเทคโนโลยีให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงเพื่อคุณภาพที่ดีและเพิ่มปริมาณผลผลิต และทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคการเกษตรไทย สร้างความมั่นคงทางอาหารและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย

นางสาวกล้วยไม้ กล่าวว่า “จากวิสัยทัศน์สู่การลงมือทำ เราสนับสนุนเกษตรกรหญิงไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้นำขององค์กรที่ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมเกษตร เราเชื่อมั่นว่าเกษตรกรหญิงเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยให้เติบโดยอย่างยั่งยืน เราทำงานร่วมกันในหลายมิติ เกษตรกรหญิงในประเทศไทยล้วนมีความรู้ ความสามารถ ความมุ่งมั่น ความอดทน และมีมุมมองที่เปิดรับทักษะความรู้ใหม่ๆ พร้อมที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับครอบครัวและชุมชน เราได้เห็นพัฒนาการเหล่านี้ผ่านการทำงานร่วมกันในหลายๆ โครงการ อาทิ โครงการเพาะดีกินดี ที่เกษตรกรปรับเปลี่ยนการทำการเกษตรให้เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย GAP และมีการวางแผนการผลิตตามความต้องการของตลาด โดยเราเชื่อว่าการสนับสนุนเกษตรกรหญิงไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่เป็นพันธกิจเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของภาคเกษตรกรรมไทย และเราพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อสร้างโอกาสและสนับสนุนเกษตรกรหญิงให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

นอกจากนี้ เบื้องหลังการพัฒนาพันธุ์พืชที่แข็งแกร่งและทนทานต่อสภาพแวดล้อม คือทีมงานวิจัยที่นำโดย วีณา อุปรา ผู้อำนวยการสถานีวิจัยและพัฒนาพันธุ์ผัก จังหวัดขอนแก่น ผู้นำหญิงที่มีบทบาทสำคัญในการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับเกษตรกรไทย เธอเชื่อว่าผู้หญิงสามารถมีบทบาทสำคัญในวิทยาศาสตร์การเกษตรได้อย่างเท่าเทียม และมีความสามารถในการทำงานร่วมกับทีมวิจัยระดับนานาชาติ ผลงานของเธอและทีมไม่เพียงช่วยให้เกษตรกรมีผลผลิตที่ดีขึ้น แต่ยังขยายขีดความสามารถของไทยในตลาดเกษตรระดับโลก

นางสาววีณา กล่าวว่า “เราภูมิใจที่เห็นผู้หญิงมีบทบาทมากขึ้นในภาคการเกษตร ซึ่งที่สถานีวิจัยฯ ของเรามีเจ้าหน้าที่ผู้หญิงถึง 60 เปอร์เซ็นต์ งานวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชต้องอาศัยทั้งวิทยาศาสตร์และความเข้าใจในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ความท้าทายคือการสร้างการยอมรับ แต่เราเห็นแล้วว่าความสามารถของผู้หญิงไม่ได้เป็นรองใคร เรารองรับการปรับปรุงพันธุ์ทั้งในระดับท้องถิ่นและการนำผลการวิจัยไปใช้ในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในอเมริกา อเมริกาใต้ หรือยุโรป เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้เกษตรกรไทยร่วมมือกันสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ และยังส่งผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความยั่งยืนของเกษตรกรรมทั่วโลก”

อีกหนึ่งตัวอย่างคือ วรรณิดา สุวรัตนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการขาย ซินเจนทา ประเทศไทย ผู้พิสูจน์ว่าผู้หญิงสามารถก้าวสู่บทบาทสำคัญในทุกอุตสาหกรรม แม้เธอจะเริ่มต้นจากสายการเงิน แต่วันนี้เธอเป็นผู้นำทีมขายที่ไม่ได้มุ่งแค่ขายสินค้า แต่สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้เกษตรกร

“งานขายของเราไม่ใช่แค่ขายสินค้า แต่คือการเป็นที่ปรึกษา ให้ความรู้ที่ถูกต้อง แก้ปัญหาให้เกษตรกร ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง แม้จะจบด้านการเงิน แต่เราเรียนรู้งานเกษตรอย่างจริงจังและเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนทำได้ เพียงมุ่งมั่นเปิดใจเรียนรู้ และให้กำลังใจตัวเอง จากประสบการณ์ในด้านการเงินสู่การเป็นผู้นำทีมขายในอุตสาหกรรมเกษตร ทำให้เรียนรู้ว่าการปรับตัวและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เป็นสิ่งสำคัญ ความท้าทายคือการทำความเข้าใจในผลิตภัณฑ์และตลาดเกษตร ซึ่งแตกต่างจากตลาดการเงิน แต่ด้วยความมุ่งมั่นและทีมงานที่แข็งแกร่ง เราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ รวมไปถึงการสร้างความเชื่อมั่นในทีมและลูกค้า วิธีการของเราคือการสร้างทีมที่แข็งแกร่ง มีการสื่อสารที่ดี การให้เกียรติ และการทำงานเป็นทีม ที่สำคัญการเป็นผู้นำต้องมีความเข้าใจในความแตกต่างและสนับสนุนให้ทุกคนแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่” นางสาววรรณิดา กล่าว

เนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคมนี้ ซินเจนทา ประเทศไทย ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองพลังของผู้หญิงและความสามารถของพวกเธอที่มีต่ออุตสาหกรรมเกษตรไทย ผู้นำหญิงเหล่านี้ไม่เพียงแต่กำหนดทิศทางอนาคตของภาคการเกษตร แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงทั่วประเทศ ให้กล้าลุกขึ้นมาสร้างความเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าพวกเธอจะอยู่ในบทบาทใด

สำหรับคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะผู้หญิงที่กำลังมองหาโอกาสในสายงานที่มีความสำคัญต่ออนาคตของโลก อุตสาหกรรมเกษตรกรรมเป็นหนึ่งในสาขาที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ด้วยบทบาทของผู้นำหญิงที่แข็งแกร่งและแนวทางการพัฒนาที่มุ่งเน้นความยั่งยืน อุตสาหกรรมนี้กำลังรอคอยคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาสานต่อภารกิจในการสร้างระบบเกษตรกรรมที่ดีกว่า แข็งแกร่งกว่า และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น


สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

หลักสูตรพิเศษ กฎหมายวิธีพิจารณา ความคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ

สำนักอบรมกฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา เปิด อบรมหลักสูตรพิเศษ กฎหมายวิธีพิจารณา ความคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องระหว่าง19เม.ย.ถึง11พ.ค. เฉพาะวันเสาร์อาทิตย์รวม 48 ชั่วโมง ผู้ผ่านการอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรจากเนติบัณฑิตยสภา เหมาะสำหรับทนายความพนักงานอัยการผู้พิพากษาบุคลากรภาครัฐและเอกชน พนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่เกี่ยวข้องกับงานสืบสวนสอบสวน คดีอาญาทุจริต สนใจสมัครที่โทร028876836 หรือwww.thethaibar.or.th

“Film Maker Camp” เพิ่มศักยภาพชุมชน Soft Power

14 | 03 | 68 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ จัดโครงการเพิ่มศักยภาพชุมชน Soft Power บนฐานอัตลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น กิจกรรม “Film Maker Camp”

คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ได้จัดโครงการเพิ่มศักยภาพชุมชน Soft Power บนฐานอัตลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยมีกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ “Film Maker Camp” ณ โรงแรม เดอะ พาราดิโซ เจเค ดีไซน์ ระหว่างวันที่ 14-16 มีนาคม 2568 ซึ่งได้รับเกียรติจาก พลตำรวจเอกสมศักดิ์ จันทะพิงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานในการกล่าวเปิดกิจกรรม โดยมี ผศ.ดร.วรวิทย์ พัฒนาอิทธิกุล คณบดีคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ กล่าวรายงาน

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสร้างการตระหนักรู้และการเรียนรู้ถึงความหลากหลายทางชาติพันธุ์ในจังหวัดนครสวรรค์ โดยมุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืนทางความคิดและความเข้าใจในประเด็นการยอมรับและเห็นความงามในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งคณะวิทยาการจัดการได้ดำเนินการลงพื้นที่ในชุมชนชาติพันธุ์ต่างๆ ได้แก่ ชาวจีน อ.ชุมแสง, ชาวไทดำ บ้านวังหยก ต.บ้างแก่ง, ชุมชนมุสลิม อ.เมืองนครสวรรค์, ชาวมอญ ต.เขาทอง และชาวลาวครั่ง บ้านหนองกระดูกเนื้อ อ.ลาดยาว

โดยในท้ายสุดของโครงการฯ จะมีการจัดประกวดภาพยนตร์สั้นที่มีพื้นฐานจากความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคม 2568 นี้

การจัดโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนในด้านการใช้ Soft Power ผ่านการส่งเสริมและรักษาอัตลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น พร้อมกับการพัฒนาทักษะด้านการผลิตภาพยนตร์ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ในระดับท้องถิ่นและระดับชาติอย่างยั่งยืน

#msnsru2025

#msnsrumar2025

สวนนงนุชพัทยา จัดงานใหญ่วันช้างไทย 13 มีนาคมของทุกปี

สวนนงนุชพัทยา จัดงานใหญ่วันช้างไทย 13 มีนาคมของทุกปีพร้อมเลี้ยงบุฟเฟต์ขันโตกผลไม้ยักษ์สูงกว่า 3 เมตร
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2568 เวลา 07.00 น. นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยาพร้อมคณะผู้บริหารและประชาชนทั่วไป ร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตร พระสงฆ์ 9 รูป ช้าง 19 เชือก ซึ่งเป็นประเพณีที่ดีงาม ซึ่งทางสวนนงนุชดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า10 ปี โดยในพิธีมีการประพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้แก่ผู้เข้าร่วมพิธีและโขลงช้าง เพื่อความเป็นสิริมงคลกับผู้มาร่วมงานทำบุญในครั้งนี้
จากนั้นเวลา 10.00 น.ได้มีพิธีฮ้องขวัญช้าง (ทำขวัญช้าง) โดยมี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธี ซึ่งมีการจัดขบวนแห่อย่างยิ่งใหญ่อลังการ ประกอบไปด้วยนักแสดงและน้องช้างแสนรู้ 60 เชือก และประธานในพิธีเปิดตีฆ้องเปิดบุฟเฟต์ขันโตกผลไม้ยักษ์สูงกว่า 3 เมตร สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก
สำหรับวันที่ 13 มีนาคมของทุกปีถือว่าเป็นวันช้างไทย สวนนงนุชพัทยาจัดงานเพื่อเป็นการยกย่อง “ช้าง” เป็นสัตว์ใหญ่ที่มีความสำคัญกับคนไทย ซึ่งเป็นสัตว์คู่พระบารมีของพระมหากษัตริย์ไทยมาตั้งแต่โบราณการและในอดีตช้างเป็นสัญลักษณ์บนผืนธงชาติไทย งานพิธีครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากหน่วยงานราชการต่างๆเข้าร่วมพิธีประกอบไปด้วย นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอสัตหีบ นายไพโรจน์ จันทร์ตั้ง ผอ.ส่วนยุทธศาสตร์และสารสนเทศฯสำนักงานปศุสัตว์เขต 2 นายศรายุทธ ธานีวัฒน์ นักวิชาการสัตวบาลชำนาญการพิเศษ
สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชลบุรี รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมงานจำนวนมากเป็นประจำทุกปี

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม รายงาน

ของดีแสวงหา อ่างทอง

วัน พฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม 2568
เวลา 16.00 น.คณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไผ่ อ.แสวงหา นำโดย นาย สุเมธี บุญเชิด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไผ่ พร้อมด้วย อสม , อปพร , ผู้นำชุมชน ได้จัดขบวนพาเหรด เข้าร่วมกิจกรรม สดุดีวีรชนคนแสวงหา ภายในขบวนจะมีขบวนเทิดพระเกียรติสมเด็จฯ พระเทพฯ ,ขบวนแห่นาค มีสิบตรี สมิง บุญทด ประธานอนุกรรมการฝ่ายช่วยเหลือประชาชน ของสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย แต่งตัวเป็น เงาะป่า เข้าร่วมขบวน ของดีตำบลห้วยไผ่ โบสถ์วัดยาง หลวงพ่อ สุวรรณ ณ อำเภอแสวงหา จ.อ่างทอง

สกร.ระดับอําเภอสองพี่น้องจัดโครงการส่งเสริมประชาธิปไตยความเสมอภาคและสิทธิเสรีภาพของประชาชน

สกร.ระดับอําเภอสองพี่น้องจัดโครงการส่งเสริมประชาธิปไตยความเสมอภาคและสิทธิเสรีภาพของประชาชน ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

นางจันทร์นิภา ศรีคำไทย ครู วิทยฐานะชํานาญการ สกร.ระดับอําเภอสองพี่น้อง รักษาการในตําแหน่ง ผู้อํานวยการ สกร.ระดับอําเภอสองพี่น้องได้มอบหมาย นางอรัญญา วิเศษดี ครู กศน.ตําบล ศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบลบางพลับ จัดทำโครงการส่งเสริมประชาธิปไตยความเสมอภาคและสิทธิเสรีภาพของประชาชน ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประชาธิปไตยและมีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเพื่อให้ประชาชนมีจิตสำนึกในการเป็นพลเมืองที่ดี เคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง ใช้สิทธิและเสรีภาพ อย่างรับผิดชอบ และร่วมกันพัฒนาสังคมให้เข้มแข็งและเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ในวันที่ 11 มีนาคม 2568 ระหว่างเวลา 13.00 – 16.00 น. ณ แหล่งเรียนรู้ หมู่ที่ 7 ตำบลบางพลับ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี มีผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 24 คน โดยมี นางสาวสังวาลย์ สงกูล คณะกรรมการศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยตำบลบางพลับ เป็นวิทยากรให้ความรู้

ตำรวจ ภาค1 จับหลายคดี

🗓️ วันที่ 11 มี.ค. 68 เวลา 11.00 น.
👮‍♂‍พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ประธานการแถลงข่าว พร้อมด้วย
พล.ต.ต.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.ภ.1
พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1
พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1
พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ รอง ผบช.ภ.1
พล.ต.ต.อภิชาติ วรรณภักดิ์ รอง ผบช.ภ.1
ผบก.ในสังกัด ภ.1
▶️ ตามที่ นายกรัฐมนตรี ขีดเส้น 30 วัน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าปราบปราม กวาดจับบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด
▶️ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ทุกกองบัญชาการ เพิ่มความเข้มในการสืบสวนจับกุม แหล่งเก็บ ร้านขายบุหรี่ไฟฟ้า และร้านค้าออนไลน์
▶️ ตำรวจภูธรภาค 1 โดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1 ได้กำชับและติดตามผลการปฏิบัติของหน่วยในสังกัด ให้ดำเนินการตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร.อย่างจริงจัง โดยตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ.68 ถึง 9 มี.ค.68 (12 วัน) ตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมคดีเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งสิ้น 145 คดี แบ่งเป็น
1) จับกุมรายใหญ่และรายสำคัญ (มูลค่าของกลางตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป หรือเป็นการกระทำในรูปแบบออนไลน์ หรือกระทำเป็นเครือข่าย) จำนวน 11 คดี ผู้ต้องหารวม 20 คน ได้ของกลาง (บุหรี่ไฟฟ้าชนิดต่างๆ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิด) รวม 69,066 ชิ้น มูลค่าของกลาง 11,612,650 บาท
2) จับกุมรายย่อย จำนวน 134 คดี ผู้ต้องหา 137 คน ของกลาง 8,487 ชิ้น มูลค่าของกลาง 3,035,350 บาท
▶️ ผลการจับกุมยาเสพติด และคดีเกี่ยวกับทรัพย์ที่สร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชน 5 คดี ซึ่งเป็นคดีที่สามารถทำการจับกุมได้ ในห้วงวันที่ 7 – 9 มี.ค.68
📍 คดีที่ 1 ตรวจยึดยาไอซ์ 520 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 9 มี.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำลูกกา จว.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเบาะแสว่า ภายใน อ.ลำลูกกา จว.ปทุมธานี น่าสงสัยว่าจะมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก สภ.ลำลูกกา , กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี, บก.สส.ภ.1 และ พฐ.จว.ปทุมธานี เข้าตรวจสอบและตรวจค้นโกดังดังกล่าว
ผลการตรวจค้น พบของกลาง ดังนี้
1) ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) น้ำหนักประมาณ 520 กิโลกรัม
2) ตู้แช่เย็น ขนาด 154 กก. จำนวน 2 ตู้
3) ตู้แช่เย็น ขนาด 135 กก. จำนวน 2 ตู้
4) กล่อง GPS สีดำ พร้อมซิมการ์ดโทรศัพท์ จำนวน 2 ชุด
อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนขยายผลหาตัวผู้กระทำผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
📍 คดีที่ 2 จับกุมผู้ต้องหาลักทรัพย์คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กในร้านกาแฟ
ในวันที่ 8 มี.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.1 บก.สส.ภ.1, กก.สส.ภ.จว.นนทบุรี และ สภ.เมืองนนทบุรี ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามหาคนร้าย สามารถจับกุมผู้ต้องหา และติดตามคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก (ของกลาง) คืนได้ที่ร้านค้าภายในตลาดนัดจตุจักร 2 เขตมีนบุรี กทม. ซึ่งผู้ต้องหานำมาขายไว้ในราคา 5,000 บาท
📍 คดีที่ 3 จับกุมผู้ต้องหาเป็นชาวต่างชาติ ทุบกระจกรถยนต์ลักเงินสด 1.5 ล้านบาท ในวันที่ 8 มี.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.1 บก.สส.ภ.1, กก.สส.ภ.จว.นนทบุรี และ สภ.เมืองนนทบุรี ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามหาคนร้ายและ สามารถจับกุมผู้ต้องหา เป็นชายชาวต่างชาติ พร้อมด้วยของกลาง ดังนี้
1) รถจักรยานยนต์ สีขาว จำนวน 1 คัน
2) เงินสด จำนวน 187,850 บาท
3) โทรศัพท์
4) เครื่องตัดสัญญาณกันขโมย flipper zero
📍 คดีที่ 4 จับกุมผู้ต้องหาชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือ โดยในวันที่ 6 มี.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง จว.ปทุมธานี ได้ออกสืบสวนติดตามหาคนร้าย และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ภายในวันเดียวกัน พร้อมด้วยของกลาง ดังนี้
1) โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ ซัมซุง รุ่น เอ 25 จำนวน 1 เครื่อง (ของผู้เสียหาย)
2) รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า จำนวน 1 คัน
3) สิ่งเทียมอาวุธปืน จำนวน 1 กระบอก
4) แม็กกาซีนสิ่งเทียมอาวุธปืน จำนวน 1 อัน
📍 คดีที่ 5 จับกุมผู้ต้องหาชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ แล้วขับขี่ไปทำร้ายผู้อื่นด้วยอาวุธมีดบาดเจ็บสาหัส สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 7 มี.ค.68 เวลาประมาณ 18.30 น. สภ.คลองหลวง จว.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุจากผู้เสียหายเหตุที่ 1 ว่า ขณะจอดรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่น Nmax สีเทา ไว้ที่บริเวณถนนเลียบคลองสอง ปากซอยบงกช 16 หมู่ 4 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จว.ปทุมธานี และยืนรอเพื่อนอยู่ ได้มีคนร้ายเป็นชายเดินเข้ามาหาและได้ใช้อาวุธมีดพยายามจะทำร้าย ผู้เสียหายจึงได้วิ่งหลบหนี แล้วคนร้ายได้ชิงทรัพย์ เอารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายขับขี่หลบหนีไป
ต่อมาในวันเดียวกัน (7 มี.ค.68) เวลาประมาณ 19.30 น. สภ.คลองหลวง จว.ปทุมธานี ได้รับแจ้งอีก 1 เหตุ เป็นเหตุคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่บริเวณริมถนนพหลโยธิน ฝั่งขาเข้า หน้าหมู่บ้านเกศรี 5 หมู่ 2 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จว.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง จว.ปทุมธานี จึงได้ร่วมกันทำการสืบสวนทราบว่า คนร้ายที่ใช้อาวุธมีดแทงผู้เสียหายเหตุที่ 2 บาดเจ็บสาหัส เป็นคนเดียวกันกับคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายเหตุที่ 1
ต่อมาในคืนวันเดียวกัน สามารถจับกุมผู้ต้องหา พร้อมด้วยของกลาง ดังนี้
1) รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น Nmax สีเทา จำนวน 1 คัน (มีคราบเลือดติดอยู่)
2) เสื้อเชิ้ต กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ (มีคราบเลือดติดอยู่)
3) อาวุธมีดสั้นปลายแหลม จำนวน 1 เล่ม (มีคราบเลือดติดอยู่)
📌 ณ ตำรวจภูธรภาค 1

งานวันคล้ายวันสถาปนา ตำรวจภูธรภาค 1

🗓️ วันที่ 11 มี.ค. 68 เวลา 07.00 – 12.00 น.
👮‍♂‍ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ประธานจัดงาน
พร้อมด้วย รอง ผบช.ภ.1, ผบก. ในสังกัด ภ.1 และข้าราชการสังกัด บก.อก.ภ.1
▶️ ร่วมจัดงานวันคล้ายวันสถาปนา ตำรวจภูธรภาค 1 ประจำปี 2568 ครบรอบปีที่ 49 โดยได้มีพิธีการดังนี้
📍 เวลา 07.00 น. พิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ ภ.1 ได้แก่ พระพุทธโสธร, ศาลพระภูมิเจ้าที่, รูปหล่อ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์
📍 เวลา 08.15 น. พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร. เป็นผู้แทน ตร. เดินทางมาเป็นประธานพิธีตรึงหมุดจารึกชื่อตำรวจกล้า ภ.1 ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่, พิธีวางพวงมาลา และสดุดีตำรวจกล้า ภ.1 ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่
📍 เวลาประมาณ 10.00 น. ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมพิธีสงฆ์ โดยมี พระเทพปริยัติมุนี หรือ เจ้าคุณมีชัย เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมี พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัตร อดีต รอง ผบ.ตร. เป็นประธานฝ่ายฆราวาส
โดยมีบุคคลสำคัญเข้าร่วมงานได้แก่ พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ ๑, นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, อดีตผู้บังคับบัญชาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ตำรวจภูธรภาค 1 อาทิเช่น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข อดีต ผบ.ตร., พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย อดีต รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ อดีต ผบ.ตร., ผู้แทนหน่วยงานราชการ และ ภาคเอกชน สื่อมวลชน เข้าร่วมแสดงความยินดี และมอบกระเช้าดอกไม้
📌 ณ ตำรวจภูธรภาค 1

งานสดุดีวีรชนคนแสวงหา

วัน พฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม 2568
เวลา 09.00 น.
งานสดุดีวีรชนคนแสวงหา
ปลัดจังหวัดอ่างทอง เป็นประธานในพิธีบวงสรวง สดุดีวีรชนคนแสวงหา พร้อมด้วยข้าราชการส่วนต่างไป ใน อ.แสวงหา เข้าร่วมในพิธี มีการรำถวายด้วยนางรำ 7 ตำบล ใน อ.แสวงหา ณ อนุเสาวรีย์วีรชนคนแสวงหา จ.อ่างทอง