Blog

นักข่าวช่องอมรินทร์ รับรางวัลนักข่าวยอดเยี่ยมประจำปี 2566-2567

วันที่ 20 มี.ค. 68 ที่ ถนนเพิ่มสุข กทม.นายศิโรจน์  มิ่งขวัญ  นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย เดินทางมามอบรางวัลนักข่าวยอดเยี่ยมประจำปี 2566-2567  ให้กับ นายภาณุพงศ์ สุรภาพ สังกัด ช่องอมรินทร์ ข่าวน้องนุ่นถูกฆ่าเผานั่งยาง
นายศิโรจน์  มิ่งขวัญ  นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า
คุณสมบัติของนักข่าวที่สำคัญ คือ
1.ความมุ่งมั่น ทุ่มเท ที่จะไขความจริง
2.ความเพียรพยายาม ในการค้นหา ในจุดที่เกิดเหตุ (หลังเจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานและกลับไปหมดแล้ว โดยไม่ไปยุ่งเหยิง ทำลายหลักฐาน หรือกีดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่)

โดย นายภาณุพงศ์ สุรภาพ สังกัด ช่องอมรินทร์ ข่าวน้องนุ่นถูกฆ่าเผานั่งยาง
มีความมุ่งมั่น ทุ่มเท ที่จะไขความจริง เพียรพยายาม ในการค้นหาศพ  จนพบศพ สามารถนำพาไปสู่การคลี่คลายคดีได้ในที่สุด และยังประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างดีเยี่ยม

นายศิโรจน์  มิ่งขวัญ  นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า   สำหรับรางวัลสุดยอดนักข่าวประจำปี 2566-2567  มีคุณอรวรรณ บุณยธาดา ผู้อำนวยการศูนย์อบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา  ภายใต้สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย เป็นประธานจัดงาน มี รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฐนันท์ ศิริเจริญ อาจารย์สอนวิชาสื่อสารมวลชน มหาวิทยาชั้นนำ อาจารย์เกษียณจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ปัจจุบันสอนพิเศษที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นประธานคณะกรรมการตัดสิน ผลดังนี้
ประเภท องค์กร
รางวัลสุดยอดข่าว สืบสวนสอบสวน  อันดับ 1 สกู๊ป เปิดโปงขบวนการค้ายาเสพติด SEE TRUE สังกัด ไทยรัฐ ทีวี
รางวัลชมเชย ข่าวปอบแล้วไปไหน พิพากษาโดยศาลเตี้ย ไล่ออกจากชุมชน ความขัดแย้งมรดกผลักคนให้เป็นปอบ สังกัด สำนักข่าว เดอะ อีสานเรคคอร์ด
สำหรับรางวัลส่งเสริมนวัตกรรมการใช้โดรนในการถ่ายภาพข่าว นักข่าวอุปกรณ์พิเศษ (Reporter Special Accessories) ตัวย่อ (RSA) ด้วยการให้รางวัลในสาขานี้เป็นหมวกนักบินโดรน เพื่อเป็นเอกลักษณ์
รางวัลกิตติมศักดิ์ ได้แก่ นายอัมพร แสงแก้ว ผู้สื่อข่าว พิเศษ สำนักข่าวไทย ประจำพัทยา จังหวัดชลบุรี กองข่าว ภาคกลาง ทีมโดรน ช่อง 9  MCOT HD และทีมโดรน ไทยรัฐ ทีวี
ประเภท บุคคล รางวัลนักข่าวยอดเยี่ยม
1.นายณัฐดนัย นะราช สังกัด สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ข่าวเปิดคลิปมัดแก๊งลูกตำรวจ ฆ่าป้าบัวผัน
2. นางสาวเพ็ญสิริ เอกพัฒนกุล สังกัด สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ข่าวเน็ตไอดอลสาวชาวเมียนมา ถูกทิ้งศพหมกบ่อน้ำ
3.นายภาณุพงศ์ สุรภาพ สังกัด ช่องอมรินทร์ ข่าวน้องนุ่นถูกฆ่าเผานั่งยาง

รางวัลนักข่าวจิตอาสา
นายกิตติโชค  ช่างเพชรผล สังกัด มหานครข่าว จากการใช้เวลาว่างไปเป็นโค้ชสอนเยาวชนให้เล่นฟุตซอล เพื่อห่างไกลจากอบายมุข และบริจาคเลือดให้สภากาชาดเป็นประจำมากกว่า 60 ครั้ง

รางวัลนักข่าวป้ายแดง
รางวัลสุดยอดนักข่าวป้ายแดง อันดับ 1 ข่าวทางม้าลายไทย ปลอดภัยจริงไหม ของคณะนิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
รางวัลสุดยอดนักข่าวป้ายแดง อันดับ 2 ข่าวปล่อยขบวนแห่พระ เทศกาลกินเจหาดใหญ่ ประจำปี 2566 ของ สาขาวิชาเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย
รางวัลชมเชย
ข่าวเรื่องนวดๆ ที่ทุกคนยังไม่มีใครรู้ ของ สาขาวิชาเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย
ข่าวชีวิตในความมืดกับความท้าทายในการหางานทำ  ของคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ข่าวมิจฉาชีพหลอกลงทะเบียนรับคืนเงินจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ของ นางสาวพิชญาภา อินทร์แหยม สังกัด เพจเด็กเก่งวันนี้
ข่าวอย่าหาทำฟื้นคืนชีพถ่านไฟฉาย ของ นายนันท์มนัส  ฮดคำ สังกัด เพจเด็กเก่งวันนี้
เพจข่าวป้ายแดง ยอดเยี่ยม ได้แก่ เพจเด็กเก่งวันนี้

รางวัล International
องค์กรที่ให้ความร่วมมือที่ดีเยี่ยม (Excellent Collaboration)
1.Times of Bahrain Thai .
2.Arpan Weekly Newspaper Nepal.
บุคคลผู้ที่ให้ความร่วมมือที่ยอดเยี่ยม (Excellent Collaborator)
3.Mr. Chiran Shakya
4.Mrs. Chollakorn Achermann
5.Pong’s Thai Restaurant
6.Aroy Dee Thai

ถวายโครงการโซล่าเซลล์แด่ หลวงปู่ศิลาฯ

เชิญร่วมบุญ
ถวายโครงการโซล่าเซลล์แด่ หลวงปู่ศิลาฯ

ประธานชมรมผู้สื่อข่าวและกัลยาณมิตรกลุ่มจริงใจสายบุญ นาย ชยุต เมธาวิชิตชัย นำคณะศรัทธาสาธุชนร่วมทำบุญกับหลวงปู่ศิลา สิริจันโท ในพิธีวางศิลาฤกษ์พระธาตุเจดีย์โนนสาวเอ้ ณ ธรรมอุทยาน จังหวัดกาฬสินธุ์เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2568 และได้ร่วมกันถวายโครงการโซล่าเซลล์ ไฟฟ้าแสงสว่างพลังงานแสงอาทิตย์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
แด่ หลวงปู่ศิลา และธรรมอุทยาน
ผู้ใดมีจิตศรัทธาร่วมทำบุญได้
โดยโอนเงิน/ปัจจัยเข้าบัญชี
“กองทุนร่วมบุญโซล่าเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์”
ธนาคารกรุงไทย(สาขากาฬสินธุ์)

404-3-5775-24 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

โทร. 061-91-91-789

Good People Foundation of Thailand held Awards 2025 Event.

Good People Foundation of Thailand held Awards 2025 Event.

Report by
Orawan Boonyathada

Good People Foundation of Thailand The honor Company Sponsor by CP Group.
The Charoen Pokphand Group Company (CP Group).
CP Group is a Thai conglomerate based in Bangkok. It is Thailand’s largest private company ,eight business lines covering 13 business groups , investments in 21 countries 360,000 employees.

March 19, 2025, 1:30 p.m. – 4:00 p.m. at the Auditorium Meeting Room ,16th floor, CP All Academy Building, Panyapiwat Institute of Management (PIM), Chaeng Watthana Road,Nonthaburi
Good People Foundation (Thailand) under Crime Journalists Association of Thailand collaborating with
CP All Public Company Limited
The executives of 7-Eleven and 7-Delivery organized the 15th Good People of Thailand Awards for 2024-2025.

Mr. Suwit Kingkaew,
Senior Advisor,CP All Public Company Limited
Mr. Banyat Kamnoonwat, Advisor ,CP All Public Company Limited, executives, award recipients, honorable guests, media companies attended the event.
Mr. Siroj Mingkwan,
President of the Good People Foundation of Thailand
President of the Crime Journalists Association of Thailand, said that “The purpose of organizing the Good People of Thailand award ceremony are

  1. To honor and recognize the commitment the good people, civil servants, and communicators to promote small and medium-sized enterprises (SMEs).
  2. To promote news reporting that is benefits to small entrepreneurs, and to promote job creation, career creation, income distribution, and quality of life, increasing economic opportunities for Thai society.

The award recipients in the categories of the public and government officials are
Teachers;Phimthong Sombat, Kanokwan Siphong, Sarinya Homkasorn, former teachers Wat Khao Phraya Sangkharam School, who sacrificed their lives to be teachers and protect their students bravely in the fire incident of the educational tour bus, and Pol. Lt. Sunaree Khiawsalap, Nurse , Police Hospital Return Center and Ambulance Unit, Nursing Unit, Police Hospital, who helped an elderly person who fell unconscious to the ground in the Tokyo subway station, Japan, with professional skills and compassion in a creative way until achieving good results.

Awards Categories ;
SME promotion media, including SME THAILAND CLUB website, SME STARTUP
website, SMEBIZNEWS
website SMARTSME website, Online Millionaire Path website, Villager Technology website, Franchise Channel Website, SME Must Expand column, Thairath Online website, SMEs column, Manager Online website, Career Creation Channel column, Matichon Online website, SME New Millionaire Tactics column, Daily News website, Marketing for SME column, MARKETINGOOPS website
MARKETING SME column, MARKETEER website, Startup & SMEs column, BrandAge Online website, SME column, THE BANGKOK INSIGHT website, Smart SME column, POSTTODAY website
SME column, AC NEWS website, SME column, The Thai Press news agency website
Brand Inside website,
Brand Buffet Section SPOTLIGHT website, AmarinTV HD 34 website
TIKTOK Anuwat arranged
The program Young Millionaire and SHARK TANK THAILAND program
The criteria for awarding this year used the criteria of goodness in terms of performing duties. The People’s branch is made up of 3 former teachers who have passed away. The duty of teachers is usually to teach and instruct students, but the three former teachers did more than their duty by staying by their side, protecting their students who were in danger until the last second, even if it meant risking their lives.
As for the nurses, they also did their duty, even outside of work hours, outside of their area of ​​responsibility, which is being abroad, but they still fulfilled their duty as medical caregivers completely, without expecting anything in return.
As for the SME promotion media, they relentlessly disseminate news and provide advice. At present, Thai SME businesses are tasked with creating economic stability under the current trend of change. Small and medium-sized enterprises, or SMEs, are another business sector in Thailand that is important as a mechanism driving the economy from the grassroots or the general public who do business.
The importance of SMEs is reflected throughout the business cycle, from the beginning in product development, designing and researching products or services that meet consumer needs, to expanding businesses to the international level, which is part of supporting and developing innovative technology in the country. In addition, the emergence of SMEs in various product and service groups is also an important part in creating overall economic stability and security.
On this occasion, I would like to congratulate all the award winners and ask everyone to help promote news reporting that is beneficial to small entrepreneurs and join in doing good for society in various aspects for the community
and society”.

Legend AI จับมือ T&B เปิดแพลตฟอร์มใหม่

Legend AI จับมือ T&B เปิดแพลตฟอร์มใหม่
เพิ่มโอกาสสร้างรายได้จาก AI ให้ศิลปินและครีเอเตอร์ทั่วโลก

Legend AI แพลตฟอร์มแรกของโลกที่ช่วยให้ศิลปิน และครีเอเตอร์สามารถควบคุมและครอบครองผลงานของตนบนโลกดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้อย่างอิสระ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ T&B Media Global หนึ่งในบริษัทบันเทิงชั้นนำของเอเชีย โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันและส่งเสริมให้ศิลปินและบุคคลสำคัญในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วโลกสามารถสร้างรายได้จากผลงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ T&B Media Global เป็นพาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการรายแรกของ Legend AI ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนแพลตฟอร์มในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผลักดันการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของศิลปิน ตลอดจนการสร้างรายได้จากผลงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในตลาดระดับโลก

“เป้าหมายของ Legend AI คือการเสริมศักยภาพให้กับศิลปิน ทั้งในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่และล่วงลับไปแล้ว ด้วยการเพิ่มคุณค่าและยืดอายุของทรัพย์สินทางปัญญาด้านพรสวรรค์ (Talent IP) เพื่อให้ศิลปินและครอบครัวของพวกเขาสามารถได้รับประโยชน์จากมรดกทางความคิดสร้างสรรค์ตลอดช่วงชีวิตการทำงานและต่อไปในอนาคต” นายแซคคารี หวัง ซีอีโอของ Legend AI กล่าว “ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI เปิดโอกาสใหม่ในการสร้างรายได้ ทำให้ศิลปินทุกประเภทสามารถสานต่อมรดกทางความสามารถของตนและนำพรสวรรค์เหล่านี้มาสร้างมูลค่าในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ความร่วมมือกับ T&B ในครั้งนี้ จะช่วยให้เราได้แสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่แท้จริงที่เราสามารถมอบให้กับศิลปินทั่วโลกในยุคใหม่นี้ เราตั้งตารอที่จะได้ทำงานร่วมกับ T&B เพื่อช่วยให้ศิลปินทั่วโลกสามารถควบคุมกระบวนการสร้างเนื้อหาด้วย AI ได้มากขึ้น พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้พวกเขาสร้างรายได้จากคอนเทนต์ที่ได้รับการรับรองจากตนเอง”

Legend AI เป็นแพลตฟอร์มแรกที่รวบรวม การสร้างคอนเทนต์ด้วย AI, การยืนยันตัวตนผ่านบล็อกเชน และสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของศิลปินไว้ในที่เดียว เพื่อช่วยให้ศิลปินและอินฟลูเอนเซอร์สามารถสร้างรายได้จากพรสวรรค์ของตนเองได้มากขึ้น โดยแพลตฟอร์มนี้ช่วยให้ศิลปินกำหนดแนวทาง ข้อจำกัด และความต้องการในการสร้างเนื้อหา เพื่อให้มั่นใจได้ว่างานของพวกเขาจะได้รับการถ่ายทอดตามเจตนารมณ์ พร้อมทั้งปกป้องเอกลักษณ์และมรดกทางศิลปะในยุค AI ความเชี่ยวชาญของ T&B Media Global ด้านเทคโนโลยีความบันเทิง จะช่วยเสริมศักยภาพให้ธุรกิจสื่อบันเทิงและศิลปิน พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมเหล่าครีเอเตอร์ให้เติบโตยิ่งขึ้น

“ในขณะที่อุตสาหกรรมบันเทิงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือเหล่าครีเอเตอร์ต้องมีเครื่องมือและการสนับสนุนที่ช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จในโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI” ดร. ชวัลวัฒน์ อริยวรารมย์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท T&B Media Global กล่าว “ความร่วมมือกับ Legend AI ทำให้เราขยับเข้าใกล้เป้าหมายในการสนับสนุนครีเอเตอร์และผู้ที่มีความสามารถมากขึ้น ด้วยแพลตฟอร์มที่ล้ำสมัยและโปร่งใส ซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถสร้างรายได้จากงานศิลปะของตนเอง ปกป้องผลงาน และกำหนดทิศทางของความคิดสร้างสรรค์ในอนาคตได้”

“ปัจจุบัน เทคโนโลยี AI สามารถสร้างสรรค์เนื้อหาที่คล้ายกับศิลปินชื่อดังอย่าง Drake หรือ Bruno Mars ได้ โดยอาศัยข้อมูลจากคลังผลงานที่มีอยู่ ทำให้ศิลปินไม่ได้รับผลประโยชน์จากเนื้อหาที่คล้ายคลึงกัน แพลตฟอร์มของ Legend AI จะเข้ามาแก้ไขปัญหานี้ โดยช่วยให้ศิลปินสามารถควบคุมและรับรองเนื้อหาที่สร้างโดย AI ได้อย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งสร้างรายได้จากเนื้อหาที่พวกเขารับรอง แม้ว่าการดำเนินการทางกฎหมายจะเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ก็ไม่สามารถจัดการกับการใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาตในทุก ๆ กรณีได้ Legend AI จึงถือเป็นหนึ่งในโซลูชันที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ศิลปินสามารถปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของตนเองได้” นายแซคคารี หวัง กล่าวเสริม

โดย Legend AI ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนักลงทุนชั้นนำ อาทิ Adam Braun, Arctic Advisors, Ascan Investments, Awaken Finance, Fan Zhang, Patrick Yang, Predli AB, Stephen Vann, T&B Media Global, White Lion Capital และ ZICO Trust

การเป็นพาร์ทเนอร์ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการปกป้องสิทธิ์ของศิลปินและครีเอเตอร์ในยุค AI พร้อมทั้งสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในการเติบโตทางธุรกิจและการสร้างรายได้จากเนื้อหาบนโลกดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

เกี่ยวกับ T&B Media Global
T&B Media Global เป็นบริษัทบันเทิงชั้นนำของประเทศไทย ที่มีความมุ่งมั่นในการเพิ่มศักยภาพและส่งเสริมให้กับครีเอเตอร์ และนักเล่าเรื่องจากทั่วโลก ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่การเป็นผู้นำยุคใหม่ในวงการบันเทิง T&B Media Global ได้ผสมผสานเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเข้ากับการเล่าเรื่องที่น่าดึงดูดใจผ่านธุรกิจที่หลากหลาย ได้แก่ Talent Management, IP Studios, Entertainment Technologies, Innovation และ Venture Capital
ในอุตสาหกรรมที่เติบโตด้วยพลังแห่งจินตนาการ T&B Media Global ถือเป็นแรงขับเคลื่อนที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้สร้างสรรค์ตระหนักว่าแม้แต่สิ่งเล็กๆ อย่างเม็ดทรายเพียงเม็ดเดียว ก็สามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้

เกี่ยวกับ Legend AI
Legend AI เป็นแพลตฟอร์มแรกที่ช่วยศิลปินควบคุมและปกป้องผลงานดิจิทัลของตน โดยใช้ AI และบล็อกเชนในการยืนยันสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของผลงานที่สร้างขึ้นจาก AI แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้ศิลปินได้รับรายได้อย่างยุติธรรมและรักษาความเป็นเจ้าของผลงานของตนในระยะยาว
ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน Legend AI สามารถติดตามและยืนยันความถูกต้องของเนื้อหา AI เพื่อให้แฟนๆ ได้รับเนื้อหาที่ได้รับการรับรองจากศิลปินโดยตรง นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ศิลปินสามารถแสดงพรสวรรค์ของตนได้อย่างเป็นอย่างดี

โฮมโปร ชวน “รักษ์โลก แลกแต้ม เปลี่ยนแสงแดดเป็นคะแนน Home Card”

โฮมโปร ชวน “รักษ์โลก แลกแต้ม เปลี่ยนแสงแดดเป็นคะแนน Home Card” ด้วยการติด Home Solar “ประหยัดไฟ-ประหยัดเงิน-รับแต้มลดโลกร้อน”

วันอังคารที่ 18 มีนาคม 2568 เวลา 14.00 น. ณ ศูนย์ฝึกอบรมบุคลากร บมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ สาขาเอกมัย-รามอินทรา มูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน ร่วมกับโฮมโปร และสถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินหน้าภารกิจ Net Zero Emissions เซ็น MOU โครงการ “วิจัยและพัฒนาตลาดคาร์บอนครัวเรือนภาคสมัครใจ” ผลักดันให้ผู้บริโภคใช้พลังงานสะอาด ผ่านการติดตั้งโซลาร์เซลล์พร้อมเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตเป็นคะแนนโฮมการ์ด แลกรับสินค้า, บริการ และสิทธิประโยชน์มากมายที่โฮมโปร ตั้งเป้ามีผู้เข้าร่วมโครงการฯ กว่า 300 ครัวเรือน แจกคะแนนโฮมการ์ดกว่า 3 ล้านแต้ม และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 1 ตันคาร์บอน

ซึ่งได้รับเกียรติจาก ดร.สุวิทย์ ธรณินทร์พานิช ประธานกรรมการ มูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน, นายนิทัศน์ อรุณทิพย์ไพฑูรย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มทรัพยากรบุคคล และธุรกิจพลังงานบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จากัด (มหาชน), รศ.วงกต วงศ์อภัย ผู้แทนสถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นผู้ลงนามบันทึกข้อตกลง MOU ในครั้งนี้ โดยมี นายนที สิทธิประศาสน์ รองประธานกรรมการมูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน เป็นผู้กล่าวเปิดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) พร้อมด้วย นายอาทิตย์ เวชกิจ รองประธานกรรมการมูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน, นายพรอรัญ สุวรรณพลาย กรรมการมูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน, คุณอัครเดช สุพิชญางกูร ที่ปรึกษาประธานกรรมการมูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน, คุณนาตยา สีทับทิม ที่ปรึกษามูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน, คุณไตรวินิจ ตู้จินดา กรรมการสมาคมพลังงานหมุนเวียนไทย (อาร์อี100) และคุณสรัญญา สุขสวัสดิ์ ผู้จัดการมูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนาม MOU ครั้งนี้อีกด้วย

ดร.สุวิทย์ ธรณินทร์พานิช ประธานกรรมการ มูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน เสริมว่า การจัดทำโครงการ “วิจัยและพัฒนาตลาดคาร์บอนครัวเรือนภาคสมัครใจ” จะใช้แพลตฟอร์มกลางในการติดตามว่าครัวเรือนที่มีการติดตั้งโซลาร์เซลล์ มีการผลิตพลังงานสะอาด หรือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณเท่าไร โดยแพลตฟอร์ม นี้จะยังช่วยคำนวณการแลกเปลี่ยนปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้เป็นคะแนน เพื่อนำไปแลกกับสินค้าหรือบริการของภาคธุรกิจอย่าง “โฮมโปร” ซึ่งเราคาดว่าโครงการฯ จะสามารถสร้างประโยชน์ครอบคลุมถึง 3 ด้าน คือ การสร้างรายได้ให้ภาคครัวเรือน, การทำธุรกิจตามแนวเศรษกิจหมุนเวียนของภาคธุรกิจ และสามารถสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทย

ด้าน นายนิทัศน์ อรุณทิพย์ไพฑูรย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มทรัพยากรบุคคล และธุรกิจพลังงานบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จากัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” เปิดเผยว่า ปัจจุบันความต้องการคาร์บอนเครดิตในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในอนาคตมีแนวโน้มสูงขึ้นอีก สะท้อนถึงกระแสตื่นตัวของประชาชนและภาคธุรกิจ ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change หลายองค์กรมีเป้าหมายสำคัญ ร่วมกัน เพื่อมุ่งสู่ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ตามแนวทางภารกิจ Net Zero Emissions ให้สำเร็จในอนาคต

“โฮมโปร ไม่เพียงเป็นผู้ให้บริการติดตั้งโซลาร์เซลล์ แต่ยังเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดการชดเชยคาร์บอน รวมถึงระบบนิเวศธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โฮมโปรดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ต้นทางการผลิตไปจนถึงปลายทางของการจัดการอย่างถูกวิธี เป้าหมายของเราจึงไม่ได้มีแค่การปรับเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดภายในองค์กร แต่ยังรวมถึงการส่งเสริมให้ผู้บริโภคทั่วประเทศได้มีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน”

ในเดือนมีนาคม 2568 นี้ “โฮมโปร” ได้ประกาศความร่วมมือกับ “มูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน” “สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่” ภายใต้งบประมาณสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความ ร่วมมือ (MOU) “โครงการวิจัยและพัฒนาตลาดคาร์บอนครัวเรือนภาคสมัครใจ” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคธุรกิจ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนใช้พลังงานสะอาด โดยใช้แพลตฟอร์มตลาดคาร์บอนครัวเรือนภาคสมัครใจ เพื่อติดตามข้อมูลการผลิตพลังงานจากโซลาร์เซลล์ พร้อมวัดผลปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ของแต่ละครัวเรื่อนอย่างเป็นรูปธรรม

ซึ่งโครงการฯ นี้ ช่วยให้โฮมโปรเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาคธุรกิจ ส่งเสริมให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดโลกร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมช่วยลดค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพได้ในระยะยาวโดยครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการฯ สามารถนำ Carbon Credit 1 ตันคาร์บอน หรือเทียบเท่ากับการใช้พลังงานจากโซลาร์เซลล์ 2,059 หน่วย (Khw) มาแลกเป็นคะแนนโฮมการ์ด 1,900 คะแนน เพื่อใช้คะแนนเป็น ส่วนลดสำหรับสินค้าและบริการ รวมถึงแลกสิทธิพิเศษต่างๆ ได้ที่โฮมโปร และเมกาโฮม ทั่วประเทศ

“โครงการนี้ ไม่ได้เป็นเพียงก้าวสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการลดโลกร้อน ผ่านการใช้พลังงานสะอาดและการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนอกจากจะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ยังช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น” นายนิทัศน์ กล่าว

ด้าน รศ.วงกต วงศ์อภัย ผู้แทนสถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า การจัดทำโครงการฯ ในครั้งนี้ สิ่งสำคัญของกระบวนการทั้งหมด ไม่ใช่เพียงการได้คาร์บอนเครดิตกลับมา แต่ยังเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบของภาคส่วนต่าง ๆ ที่มาเข้าร่วมกับโครงการฯ เพื่อช่วยกันลดผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นประเด็นสำคัญในระดับโลก

ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1)ประชุมกวาดล้างอาชญากรรม ในห้วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ ปี 68

ตามอนุมัติ รอง ผบ.ตร.(สส) ปรท.ผบ.ตร. ลง 19 ก.พ.2568 ท้ายหนังสือ สยศ.ตร. ด่วนที่สุด ที่ 0007.22/1080 ลง 19 ก.พ.2568 โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1) เป็นผู้รับผิดชอบ ควบคุมสั่งการภาพรวมของ ตร. ในการระดมกวาดล้างอาชญากรรม เป้าหมายผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน และสืบสวนจับกุมบุคคลตามหมายจับในห้วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568 และ อนุมัติ ผบ.ตร. ลง 11 มี.ค.2568 ท้ายหนังสือ สยศ.ตร. ด่วนที่สุด ที่ 0007.22/1322 ลง 27 ก.พ.2568 อนุมัติหลักการให้คะแนนในการระดมกวาดล้างอาชญากรรม

วันนี้(วันอังคาร ที่ 18 มี.ค. 68) เวลา 13.30 น.

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
ผบ.ตร.
พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์
รอง ผบ.ตร.(สส)

มอบหมายให้
พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์
ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1)

เป็นประธาน
“การประชุมเตรียมความพร้อมและติวเข้มก่อนการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในห้วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568 และการระดมจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด ทั้งกรณีทั่วไป(On ground) และทางออนไลน์(On Line)”

โดยมี
พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์
รอง ผบช.น.
พล.ต.ต.บรรพต มุ่งขอบกลาง
รอง ผบช.ตชด.
พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง
รอง ผบช.ทท.
พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์
รอง ผบช.สอท.
พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ
ผบก.ป.
พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล
ผบก.สส.สตม.
พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิสัย
ผบก.สส.บช.น.
พล.ต.ต.วันชนะ บวรบุญ
ผบก.ขส.
พล.ต.ต.กันตพัฒน์ ศรีอมรรัตน์
ผบก.ผอ.
พร้อมด้วย รอง ผบช. และ ผบก. ที่รับผิดชอบงานสืบสวน ภ.1-9 ,รอง ผบก.น./ภ.จว./บก. ที่รับผิดชอบงานสืบสวนสอบสวน และ หน.สน./สภ./กก.สส. เข้าร่วมประชุมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

โดยประธานมีข้อสั่งการ ดังนี้
1.ให้แต่ละหน่วยเปิดศูนย์ปฏิบัติการสั่งการและควบคุม (Command and Control Operations Center : CCOC) เพื่อเป็นศูนย์อำนวยการควบคุม สั่งการติดตามและประสานการปฏิบัติในการบริหารติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ณ ที่ตั้งของหน่วย ในวันที่ 20 มี.ค.2568 ก่อนเวลา 12.00 น.
โดยให้มี รอง ผบช.ที่รับผิดชอบงานสืบสวน เป็นหัวหน้าศูนย์ ทำหน้าที่ควบคุมและขับเคลื่อนการปฏิบัติในภาพรวมของศูนย์
และให้ทุกหน่วยแจ้งรายชื่อหัวหน้าศูนย์,รองหัวหน้าศูนย์ และเจ้าหน้าที่รับผิดชอบในการรายงานระดับ ผกก. 1 นาย และเจ้าหน้าที่อีก 2 นาย พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ ให้ฝ่ายเลขาฯ (สยศ.ตร.(ผอ.)) ทราบภายในวันที่ 20 มี.ค.2568 ก่อนเวลา 12.00 น.
2.การจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ทั้งกรณีทั่วไป (On Ground) และทางออนไลน์ (On Line) ให้ดำเนินการสอบสวนและสืบสวนขยายผลไปสู่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังหรือกลุ่มบุคคลที่ให้การสนับสนุน และช่วยเหลือในการกระทำความผิด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายทุกกรณีอย่างเฉียบขาด
3.เน้นย้ำให้ทุกหน่วย สั่งการ หน.สน./สภ. หรือ กก.สส. ในสังกัดตรวจสอบหมายจับคงค้างในระบบ CRIMES หากมีการจับกุมผู้ต้องหา ผู้ต้องหาตาย อายัด หรือถอนคำร้องทุกข์ ให้ลงข้อมูลจำหน่ายหมายจับออกจากระบบให้เรียบร้อย เพื่อได้ยอดหมายจับคงเหลือสุทธิตรงกับการปฏิบัติจริง โดยฝ่ายเลขาฯ (สยศ.ตร.(ผอ.)) จะนำข้อมูลในระบบ CRIMES มาเปรียบเทียบกับรายงานผลการจับกุมที่หน่วยรายงาน
4.กำชับการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงยุทธวิธีตำรวจที่ได้รับจากการฝึกอบรมตามโครงการสืบสวนสัมพันธ์ (Detective Harmony : DH01) เน้นการปฏิบัติประสานและสนับสนุนการปฏิบัติงานซึ่งกันและกันอย่างใกล้ชิด โดยการปฏิบัติภารกิจให้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก
5.กรณีมีผลการจับกุมรายสำคัญ มีของกลางเป็นจำนวนมาก หรือเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ให้รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทราบทันที และให้จัดแถลงผลการในพื้นที่ทันที
6.การรายงานผลการปฏิบัติ การรวบรวมและคำนวณผลคะแนนในภาพรวมของ บช./ภ. ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแบบรายงานที่ ตร. กำหนด และให้ผู้บังคับบัญชาระดับ บช./ภ. รับรองความถูกต้องก่อนรายงานให้ ตร. (ผ่าน สยศ.ตร.(ผอ.)) ทราบทุกครั้ง
การรายงานประจำวัน ให้ตัดยอดการจับกุม ณ เวลา 24.00 น. ของวันนั้นๆ แล้วรายงานให้ ตร. (ผ่าน สยศ.ตร.(ผอ.)) ทราบ ก่อนเวลา 09.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ห้ามล่าช้าโดดเด็ดขาด
การรายงานสรุปผล ให้ทุกหน่วยสรุปผลการปฏิบัติในภาพรวม ตั้งแต่วันที่ 21 – 30 มี.ค.2568 (รวม 10 วัน) ให้ ตร. (ผ่าน สยศ.ตร.(ผอ.)) ทราบ ภายในวันที่ 31 มี.ค.2568 ก่อนเวลา 12.00 น. เพื่อรวบรวมสรุปผลการปฏิบัตินำเรียน ผบ.ตร. และ รอง ผบ.ตร.(สส) เพื่อโปรดพิจารณาต่อไป
7.การจัดแถลงผลการจับกุมในภาพรวมของ ตร. เบื้องต้นกำหนดในวันที่ 11 เม.ย.2568 ณ อาคารศูนย์ฝึกอบรมตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้ บช.น., ภ.1 , 2 , 7 , ก., ปส. และ สอท. นำอาวุธปืนของกลางที่ตรวจยึดจับกุมได้มาร่วมการแถลงผลการปฏิบัติ ทั้งนี้ให้หน่วยที่นำของกลางมาแถลง จัดทำบัญชีของกลาง และเจ้าหน้าที่รับผิดชอบของกลางให้เรียบร้อย อย่าให้มีการสับเปลี่ยนของกลาง หรือเกิดการสูญหายโดยเด็ดขาด
8.ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ตรวจสอบควบคุมกำกับดูแลผู้ใต้บังคับ บัญชา ไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ห้ามมิให้เรียกรับผลประโยชน์จากผู้กระทำความผิด การจับกุมในลักษณะกลั่นแกล้งมีส่วนพัวพัน หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หากพบว่ามีการกระทำความผิดให้ดำเนินการทั้งทางอาญา วินัย และทางปกครอง อย่างถึงที่สุด
เน้นย้ำการทำงานของนักสืบต้องยึดกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับ นโยบายของผู้บังคับบัญชาโดยเคร่งครัด

ณ ห้องประชุม ศปก.ตร. ชั้น 20 อาคาร 1 ตร. แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กทม.

คนดีประเทศไทยปีที่ 15 ประจำปี 2567-2568

วันพุธที่ 19 มีนาคม 2568 เวลา 13.30-16.00 น. ณ ห้องประชุม Auditorium ชั้น 16 อาคาร CP All Academy สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) ถ.แจ้งวัฒนะ นนทบุรี
มูลนิธิคนดี (ประเทศไทย) สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ จัดงานมอบรางวัลคนดีประเทศไทยปีที่ 15 ประจำปี 2567-2568
มี คุณสุวิทย์ กิ่งแก้ว ที่ปรึกษาอาวุโสคณะเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) คุณบัญญัติ คำนูณวัฒน์ ที่ปรึกษาคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ท่านผู้บริหาร ท่านผู้ได้รับรางวัล แขกผู้มีเกียรติ และ สื่อมวลชนทุกท่าน ร่วมงาน
โดย นายศิโรจน์ มิ่งขวัญ ประธานมูลนิธิคนดี (ประเทศไทย) และนายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดงานมอบรางวัล “คนดีประเทศไทย” มีวัตถุประสงค์

1.เพื่อประกาศเกียรติคุณและยกย่องความมุ่งมั่นของผู้ทำความดีของประชาชน ข้าราชการ ในรอบปีที่ผ่านมา รวมทั้งผู้สื่อสารเพื่อส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME)

2.เพื่อส่งเสริมการรายงานข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการรายย่อย พร้อมส่งเสริมให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ กระจายรายได้ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับสังคมไทย

ผู้รับรางวัล สาขา ประชาชน,ข้าราชการ ประกอบด้วย ครูพิมพ์ทอง สมบัติ ครูกนกวรรณ ศรีผง ครูสริญญา หอมเกษร อดีตครู โรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม ผู้ซึ่งเสียสละชีวิต ทำหน้าที่คุณครู ปกป้องลูกศิษย์ อย่างกล้าหาญ ในเหตุการณ์เพลิงไหม้รถทัศนะศึกษา
และ ว่าที่ ร.ต.ท.หญิง สุนารี เขียวสลับ พยาบาล (สบ 1) กลุ่มงานศูนย์ส่งกลับและรถพยาบาลโรงพยาบาลตำรวจ สังกัดกลุ่มงานพยาบาล โรงพยาบาลตำรวจ ผู้ซึ่งให้การช่วยเหลือผู้สูงอายุ หมดสติล้มลงกับพื้น บริเวณสถานีรถไฟใต้ดิน โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ด้วยทักษะอาชีพ อย่างมีกรุณา ได้อย่างสร้างสรรค์ จนประสบผลสำเร็จที่ดี

สำหรับ สาขา: สื่อส่งเสริม SME ประกอบด้วย เว็บไซต์ SME THAILAND CLUB เว็ปไซต์ SME STARTUP เว็บไซต์ SMEBIZNEWS
เว็บไซต์ SMARTSME เว็บไซต์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์เว็บไซต์ เทคโนโลยีชาวบ้าน เว็บไซต์ ชี้ช่องรวยแฟรนไชส์ คอลัมน์ SME ต้องขยาย เว็บไซต์ ไทยรัฐออนไลน์ คอลัมน์ SMEs เว็บไซต์ ผู้จัดการออนไลน์ คอลัมน์ ช่องทางสร้างอาชีพ เว็บไซต์ มติชนออนไลน์ คอลัมน์ SME ยุทธวิธีเศรษฐีใหม่ เว็บไซต์ เดลินิวส์ คอลัมน์ Marketing for SME เว็บไซต์ MARKETINGOOPS
คอลัมน์ MARKETING SME เว็บไซต์ MARKETEER คอลัมน์ Startup & SMEs เว็บไซต์ BrandAge Online คอลัมน์ SME เว็บไซต์ THE BANGKOK INSIGHT คอลัมน์ Smart Sme เว็บไซต์ POSTTODAY
คอลัมน์ เอสเอ็มอี เว็บไซต์ AC NEWS คอลัมน์ เอสเอ็มอี เว็บไซต์ สำนักข่าวเดอะไทยเพรส
เว็บไซต์ Brand Inside เว็บไซต์ Brand Buffet Section SPOTLIGHT เว็บไซต์ AmarinTV HD 34
TIKTOK อนุวัต จัดให้
รายการ อายุน้อยร้อยล้าน และ รายการ SHARK TANK THAILAND
ซึ่งเกณฑ์การพิจารณามอบรางวัล ปีนี้ ใช้หลักเกณฑ์ความดี ในด้านการทำหน้าที่ โดยสาขาประชาชน เป็นอดีตครู 3 ท่าน ซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้ว หน้าที่ของครูนั้น ปกติ ก็อบรมสั่งสอนเด็กนักเรียน แต่อดีตครูทั้ง 3 ท่าน ได้ทำมากกว่าหน้าที่ โดยการอยู่เคียงข้าง ปกป้องลูกศิษย์ ที่ประสบภัยจนวินาทีสุดท้าย แม้แลกด้วยชีวิตก็ยอม
สำหรับคุณพยาบาล ก็ได้ทำหน้าที่ ถึงแม้นอกเวลางาน นอกเขตความรับผิดชอบคือไปอยู่ถึงต่างประเทศก็ยังทำหน้าที่ผู้รักษาพยาบาล ได้อย่าง ครบถ้วน โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
ส่วน สื่อส่งเสริม SME นั้นก็ทำหน้าที่ เผยแพร่ข่าวสาร ชี้แนะ อย่างไม่ลดละ เนื่องในปัจจุบัน ธุรกิจ SME ไทยกับภารกิจสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ภายใต้กระแสการเปลี่ยนแปลง วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือที่รู้จักกันในชื่อของ SME เป็นอีกหนึ่งภาคส่วนธุรกิจของไทยที่มีความสำคัญในฐานะกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่มาจากฐานรากหรือประชาชนคนทั่วไปที่ประกอบธุรกิจ
ความสำคัญของ SME สะท้อนอยู่ในตลอดวงจรธุรกิจ ตั้งแต่เริ่มต้นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ออกแบบและวิจัยสินค้าหรือบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค รวมไปถึงการต่อยอดธุรกิจไปสู่ระดับสากล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนและพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมของประเทศ นอกจากนี้ การเกิดขึ้นของ SME ในหลากหลายกลุ่มสินค้าและบริการ ยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภาพรวมอีกด้วย
โดยในสภาพปัจจุบัน ถาโถมไปด้วยวิกฤติ ด้านสงครามทางการค้า สงครามอาวุธในหลายภูมิภาค การเข้ามาของสินค้า ราคาถูกจากประเทศจีน แต่ทั้งหมด ทั้งมวลนี้ คือโอกาสของ บรรดาสื่อส่งเสริม SME จะได้แสดงฝีมือ ฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคต่างๆ เพื่อพบกับแสงทองของวันใหม่

ในโอกาสนี้ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน และขอให้ทุกท่านช่วยส่งเสริมการรายงานข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการรายย่อย และร่วมกันทำคุณประโยชน์ต่อสังคมในด้านต่าง ๆ ให้กับชุมชน สังคมต่อไป

MOU: LIFE AI Foundation และ สมาคมแพทย์อาสา (พ.อ.ส.) ผนึกกำลังปฏิวัติระบบสุขภาพเชิงรุก

พิธีลงนาม MOU: LIFE AI Foundation และ สมาคมแพทย์อาสา (พ.อ.ส.) ผนึกกำลังปฏิวัติระบบสุขภาพเชิงรุก เปลี่ยนแปลงชีวิตคนไทยหนึ่งล้านคน
กรุงเทพฯ, 17 มีนาคม 2568 – มูลนิธิ LIFE AI Foundation จำกัด และ สมาคมแพทย์อาสา (พ.อ.ส.) ได้ลงนามใน บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) อย่างเป็นทางการ เพื่อเปิดตัวโครงการ “ปฏิวัติการดูแลสุขภาพ: การเปลี่ยนแปลงระบบสาธารณสุขสำหรับประชาชนชาวไทยหนึ่งล้านคน” โดยมีเป้าหมายในการยกระดับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข และนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
ความร่วมมือนี้มุ่งเน้นไปที่ การลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ได้ 58% ภายใน 3 ปี ลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (CHD) ลง 33%-46% และลดอัตราการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งได้ 33% นอกจากนี้ การนำ เทคโนโลยีการแพทย์เฉพาะบุคคล มาใช้ อาจช่วยให้ประเทศไทยประหยัด งบประมาณด้านสาธารณสุขได้ถึง 42,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
จุดเด่นของความร่วมมือครั้งนี้
นวัตกรรมทางเทคโนโลยี: มูลนิธิ LIFE AI Foundation จะนำแพลตฟอร์ม AI มาช่วยสนับสนุน ความปลอดภัยของข้อมูล การแพทย์แม่นยำ และการเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพ
การขยายความร่วมมือระดับโลก: โครงการนี้จะไม่จำกัดอยู่แค่ในประเทศไทย แต่มีแผน ขยายไปยังอินโดนีเซีย เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ด้านนวัตกรรมสุขภาพระดับโลก
การสนับสนุนด้านการเงินและชุมชน: สมาคมแพทย์อาสา (พ.อ.ส.) จะเป็นผู้บริหาร การจัดสรรเงินทุน ให้กับโครงการด้านสุขภาพ พร้อมทั้งส่งเสริม การมีส่วนร่วมของประชาชน ผ่านกิจกรรมรณรงค์ การวิจัยทางการแพทย์ และโครงการนวัตกรรมด้านสุขภาพ
การสร้างเครือข่ายพันธมิตรระดับนานาชาติ: การร่วมมือกับ สถาบันการแพทย์ชั้นนำและองค์กรวิจัยระดับโลก เพื่อผลักดันความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และการลงทุนใน โซลูชันสุขภาพเฉพาะบุคคล
ก้าวสำคัญของอนาคต
“ความร่วมมือนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการ ปฏิวัติการดูแลสุขภาพเชิงรุก ในประเทศไทยและทั่วโลก”
ดร. ต้วน เกา (Tuan Cao) ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ LIFE AI Foundation กล่าว “การผสาน AI และการแพทย์แม่นยำ จะไม่เพียงช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพดีขึ้น แต่ยังช่วย ลดต้นทุนทางการแพทย์ และสร้างแบบอย่างด้านสุขภาพที่ยั่งยืน ซึ่งสามารถ ขยายผลไปทั่วโลกได้”
ทางด้าน ดร. เอกนัฏฐ์ เรืองเดชธนาวุฒิ และ ดร. ดิษฐ์พิเชษ สุวรรณโพธิ์ ตัวแทนจาก สมาคมแพทย์อาสา (พ.อ.ส.) เน้นย้ำถึง ความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากภาครัฐและประชาชน ตลอดจนการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้โครงการบรรลุผลสำเร็จสูงสุด
พันธสัญญาสู่ผลลัพธ์ระยะยาว
บันทึกข้อตกลงนี้ มีผลบังคับใช้ทันที และถือเป็น ก้าวแรกของแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว ในการพัฒนา นวัตกรรมด้านสุขภาพอย่างยั่งยืน เมื่อรัฐบาล องค์กร และกองทุนระหว่างประเทศเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ผลกระทบของโครงการนี้จะ ขยายออกไปนอกเหนือจากประเทศไทย และช่วยกำหนด อนาคตของระบบสาธารณสุขระดับโลก
ความร่วมมือครั้งนี้แสดงให้เห็นถึง บทบาทของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมสุขภาพระดับภูมิภาค พร้อมปูทางไปสู่การนำ โซลูชันทางการแพทย์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ไปใช้ใน ระดับนานาชาติ
พิธีลงนาม MOU: LIFE AI Foundation และ สมาคมแพทย์อาสา (พ.อ.ส.) ผนึกกำลังปฏิวัติระบบสุขภาพเชิงรุก เปลี่ยนแปลงชีวิตคนไทยหนึ่งล้านคน
กรุงเทพฯ, 17 มีนาคม 2568 – มูลนิธิ LIFE AI Foundation จำกัด และ สมาคมแพทย์อาสา (พ.อ.ส.) ได้ลงนามใน บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) อย่างเป็นทางการ เพื่อเปิดตัวโครงการ “ปฏิวัติการดูแลสุขภาพ: การเปลี่ยนแปลงระบบสาธารณสุขสำหรับประชาชนชาวไทยหนึ่งล้านคน” โดยมีเป้าหมายในการยกระดับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข และนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
ความร่วมมือนี้มุ่งเน้นไปที่ การลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ได้ 58% ภายใน 3 ปี ลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (CHD) ลง 33%-46% และลดอัตราการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งได้ 33% นอกจากนี้ การนำ เทคโนโลยีการแพทย์เฉพาะบุคคล มาใช้ อาจช่วยให้ประเทศไทยประหยัด งบประมาณด้านสาธารณสุขได้ถึง 42,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
จุดเด่นของความร่วมมือครั้งนี้
นวัตกรรมทางเทคโนโลยี: มูลนิธิ LIFE AI Foundation จะนำแพลตฟอร์ม AI มาช่วยสนับสนุน ความปลอดภัยของข้อมูล การแพทย์แม่นยำ และการเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพ
การขยายความร่วมมือระดับโลก: โครงการนี้จะไม่จำกัดอยู่แค่ในประเทศไทย แต่มีแผน ขยายไปยังอินโดนีเซีย เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ด้านนวัตกรรมสุขภาพระดับโลก
การสนับสนุนด้านการเงินและชุมชน: สมาคมแพทย์อาสา (พ.อ.ส.) จะเป็นผู้บริหาร การจัดสรรเงินทุน ให้กับโครงการด้านสุขภาพ พร้อมทั้งส่งเสริม การมีส่วนร่วมของประชาชน ผ่านกิจกรรมรณรงค์ การวิจัยทางการแพทย์ และโครงการนวัตกรรมด้านสุขภาพ
การสร้างเครือข่ายพันธมิตรระดับนานาชาติ: การร่วมมือกับ สถาบันการแพทย์ชั้นนำและองค์กรวิจัยระดับโลก เพื่อผลักดันความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และการลงทุนใน โซลูชันสุขภาพเฉพาะบุคคล
ก้าวสำคัญของอนาคต
“ความร่วมมือนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการ ปฏิวัติการดูแลสุขภาพเชิงรุก ในประเทศไทยและทั่วโลก”
ดร. ต้วน เกา (Tuan Cao) ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ LIFE AI Foundation กล่าว “การผสาน AI และการแพทย์แม่นยำ จะไม่เพียงช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพดีขึ้น แต่ยังช่วย ลดต้นทุนทางการแพทย์ และสร้างแบบอย่างด้านสุขภาพที่ยั่งยืน ซึ่งสามารถ ขยายผลไปทั่วโลกได้”
ทางด้าน ดร. เอกนัฏฐ์ เรืองเดชธนาวุฒิ และ ดร. ดิษฐ์พิเชษ สุวรรณโพธิ์ ตัวแทนจาก สมาคมแพทย์อาสา (พ.อ.ส.) เน้นย้ำถึง ความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากภาครัฐและประชาชน ตลอดจนการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้โครงการบรรลุผลสำเร็จสูงสุด
พันธสัญญาสู่ผลลัพธ์ระยะยาว
บัน

เปิดหน่วยบริการชุมชนแรงงานนอกระบบ ต.ห้วยไผ่

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม 2568 เวลา 09.00 น
เปิดหน่วยบริการชุมชนแรงงานนอกระบบ ต.ห้วยไผ่ อ.แสวงหา จ.อ่างทอง

ท่าน ไพบูลย์ ศุภบุญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง เป็นประธานเปิดหน่วยบริการชุมชนแรงงานนอกระบบ ต.ห้วยไผ่

ท่าน วนิดา เงินรูปงาม แรงงานจังหวัดอ่างทอง กล่าวรายงาน ภายในงาน มีท่านนายอำเภอแสวงหา ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไผ่ ท่านหัวหน้าราชการสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดอ่างทอง เครือข่ายแรงงานนอกระบบ วัตถุประสงค์เพื่อ คอยประชาสัมพันธ์ให้ความรู้การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดแก่แรงงานนอกระบบ ให้บริการข้อมูลข่าวสารด้านแรงทุกหน่วยงาน รับเรื่องราวร้องทุกข์ ร้องเรียนด้านแรงงานนอกระบบ อปพร. ตำบลห้วยไผ่ อำนวยความสะดวก ดูแลความเรียบร้อยภายในงาน ณ บ้าน คุณ ณัฎฐนันท์ ปัญญาเพ็ชรสกุล หมู่ 2 ต.ห้วยไผ่ อ.แสวงหา จ.อ่างทอง

ซีรีส์ “9 YEARS OF YOU แต่ละปีที่มีเธอ

บิ๊กบอส “บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ” ผู้กำกับ “9 YEARS OF YOU แต่ละปีที่มีเธอ” ซีรีส์โรแมนติก ดราม่า อีกหนึ่งคอนเทนต์สุดปังแห่งปีจาก “oneD ORIGINAL” ถือฤกษ์ดีจัดพิธีบวงสรวงเอาฤกษ์เอาชัย พร้อมพระนางคู่ใหม่ เอม-สรรเพชญ์ คุณากร – เฌอปราง อารีย์กุล ร่วมด้วยนักแสดงชั้นนำ ตัวพ่อ-ตัวแม่ อาทิ เจี๊ยบ-โสภิตนภา, นุ้ย-สุจิรา, น็อต-วรฤทธิ์, ดวงดาว จารุจินดา พร้อมเหล่านักแสดงรุ่นใหม่มากฝีมือ กั้ง-กรณ์, มายด์-ลภัสลัล, นาน่า-ศวรรยา, ตั้งต้น-จิณภพ, เต้-ณพัทร์พล, ปริม-อัจฉรียา, อ๊อฟ-พุฒิพงษ์ ณ ลานหน้าอาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส

ติดตามชมซีรีส์ “9 YEARS OF YOU แต่ละปีที่มีเธอ” อีกไม่นานเกินรอ ทางช่องวัน31

#บวงสรวง9YEARSofYOUแต่ละปีที่มีเธอ

#9YEARSofYOUแต่ละปีที่มีเธอ

#ละครดีดูที่ช่องวัน

#ช่องวัน31

#oneD

#ตุ๊กกี้ ชญาภา ศรีใย มหานครข่าว