Blog

“ขุนศึกเล็ก – ฉลามชล – นาบิล – ส.เดชะพันธ์”รับรางวัลยอดเยี่ยมปี67

“ขุนศึกเล็ก – ฉลามชล – นาบิล – ส.เดชะพันธ์”
รับรางวัลยอดเยี่ยมปี67 ของ ส.ผู้สื่อข่าวกีฬาฯ

สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย มอบ “4 รางวัลมวย” สุดยิ่งใหญ่แห่งปี 2567 “ขุนศึกเล็ก บูมเด็กเซียน ผงาดคว้ารางวัลนักมวยไทยอาชีพยอดเยี่ยม ส่วน ฉลามชล โหน่งบางทราย รางวัลนักมวยไทยดาวรุ่งยอดเยี่ยม ,ค่ายมวย “ส.เดชะพันธ์” รับรางวัลผู้ฝึกสอนมวยไทยยอดเยี่ยม และ นาบิล อานาน รางวัลมวยไทยประยุกต์ยอดเยี่ยม

เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2568 สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย จัดงานเชิดชูเกียรติและประกาศรางวัล “วันนักกีฬายอดเยี่ยม” ประจำปี 2567 ในวันที่ 8 พ.ค.68 ที่โรงแรมอโนมาแกรนด์ กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล และประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงานฯ เป็นประธานในงาน พร้อมด้วย พล.อ.เดชา เหมกระศรี รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ, นายธนา ไชยประสิทธิ์ รองประธานและเลขาธิการ คณะกรรมการโอลิมปิคฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณารางวัลฯ, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา, นายณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ นายกสภาสมาคมธรรมาภิบาล และประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณารางวัลธรรมาภิบาลทางการกีฬา, นายวรวุฒิ พงษ์ธีระพล นายกสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาฯ พร้อมด้วยกรรมการบริหารสมาคมฯ ตลอดจนผู้บริหารวงการกีฬา, นักกีฬา และสื่อมวลชน เข้าร่วมอย่างคับคั่ง

งานเชิดชูเกียรติและประกาศรางวัล “วันนักกีฬายอดเยี่ยม” ประจำปี 2567 จัดขึ้นเพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติให้กับนักกีฬาและบุคลากรในวงการกีฬา ที่มีผลงานโดดเด่นในรอบปี 2567 ที่ผ่านมา

สำหรับรางวัลนักมวยไทยอาชีพยอดเยี่ยม ได้แก่ ทิชากร ศรีพรมมา (ขุนศึกเล็ก บูมเด็กเซียน) สถิติ ชก 6 ครั้ง ชนะ 5 ครั้ง แพ้ 1 ครั้ง, รางวัลนักมวยไทยดาวรุ่งยอดเยี่ยม ได้แก่ นายมนตรี อนันต์ (ฉลามชล โหน่งบางทราย) สถิติ ชก 9 ครั้ง ชนะ 9 ครั้ง, รางวัลผู้ฝึกสอนมวยไทยยอดเยี่ยม ได้แก่ ค่าย “ส.เดชะพันธ์” ของ พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์, รางวัลมวยไทยประยุกต์ยอดเยี่ยม ได้แก่ นาบิล อานาน นักชกเชื้อสายไทย-แอลจีเรีย-ฝรั่งเศส

ขณะที่รางวัลในสาขาต่างๆ ดังนี้ รางวัลนักกีฬาสมัครเล่นชายยอดเยี่ยม ได้แก่ กุลวุฒิ วิทิตศานต์ เจ้าของเหรียญเงิน ประเภทชายเดี่ยว โอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

รางวัลนักกีฬาสมัครเล่นหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ เรืออากาศโทหญิง พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ เจ้าของเหรียญทอง เทควันโด รุ่น 49 กก.หญิง โอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาไทยคนแรก ที่คว้าเหรียญทอง โอลิมปิกเกมส์ ได้ 2 สมัยติดต่อกัน

รางวัลนักกีฬาเยาวชนชายยอดเยี่ยม ได้แก่ วีรพล วิชุมา เจ้าของเหรียญเงิน ยกน้ำหนัก รุ่น 73 กก.ชาย โอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

รางวัลนักกีฬาเยาวชนหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ วารีรยา สุขเกษม (สเก็ตบอร์ด)
คว้าอันดับ 17 ประเภทสตรีตหญิง โอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นนักกีฬาที่อายุน้อยที่สุด ที่คว้าโควตาโอลิมปืกเกมส์ และยังปลุกกระแสกีฬาสเก็ตบอร์ด เป็นอย่างมาก โดยช่วงการแข่งขันได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ทั้งไทยและต่างประเทศ เป็นอย่างมาก

รางวัลนักกีฬาอาชีพชายยอดเยี่ยม ได้แก่ สมเกียรติ จันทรา (รถจักรยานยนต์) จบอันดับ 12 ของตารางคะแนน จากทั้งหมด 20 สนาม ในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รุ่นโมโตทู 2024 โดยสนามที่ 4 “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์” คว้าอันดับ 4 พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักแข่งไทยคนแรก ที่ได้ขึ้นมาแข่งขันในระดับโมโตจีพี ในปี 2025

รางวัลนักกีฬาอาชีพหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ อาฒยา ฐิติกุล นักกอล์ฟอาชีพหญิง คว้าแชมป์ “ดาว แชมเปียนชิพ” ที่คู่กับ รัวหนิง หยิน จากจีน, คว้าแชมป์ “ซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ” รับเงินรางวัลกว่า 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 138 ล้านบาท สูงสุดของกอล์ฟหญิงรายการเดียว “จีโน่” ยังได้รางวัลพิเศษ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 34.5 ล้านบาท จากการตีหลุมยากตลอดซีซั่น ขึ้นแท่นเป็นผู้ทำเงินสูงสุดของแอลพีจีเอทัวร์ 2024 จากผลงาน 2 แชมป์ 12 ท็อปเทน รวมได้ไป 6.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 210.45 ล้านบาท

รางวัลนักกีฬาคนพิการยอดเยี่ยมชาย ได้แก่ ชัยวัฒน์ รัตนะ นักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่ง คลาส T 34 (พิการทางสมอง) เจ้าของเหรียญทอง 100 เมตร เวลา 14.76 วินาที (ทำลายสถิติ พาราลิมปิกเกมส์) กับ 1 เหรียญเงิน 800 เมตร เวลา 1.39.48 นาที พาราลิมปิกเกมส์ 2024, รางวัลนักกีฬาคนพิการหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ สายสุนีย์ จ๊ะนะ นักกีฬาวีลแชร์ฟันดาบคลาส B สร้างประวัติศาสตร์ คว้า 3 เหรียญทอง ประเภทฟอยล์, เอเป้, เซเบอร์, 1 เหรียญทองแดง ประเภททีม พาราลิมปิกเกมส์ 2024, รางวัลผู้ฝึกสอนกีฬาคนพิการดีเด่น ได้แก่ นันทา จันทสุวรรณสิน (วีลแชร์ฟันดาบ)

รางวัลชนิดกีฬาทีมยอดเยี่ยม (Sport) ได้แก่ ทีมตะกร้อชายทีมชาติไทย ผลงานคว้าแชมป์ประเภททีมชุด ศึกตะกร้อชิงแชมป์โลก ชิงถว้ยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 37

รางวัลประเภททีมกีฬายอดเยี่ยม (Event) ได้แก่ ทีมเทเบิลเทนนิส ประเภททีมหญิง (สุธาสีนี เสวตรบุตร, อรวรรณ พาระนัง, จิณห์นิภา เสวตรบุตร) คว้าอันดับ 5 โอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

รางวัลชนิดกีฬาทีมอาชีพยอดเยี่ยม (Sport) ได้แก่ นครราชสีมา คิวมินซี วีซี (วอลเลย์บอลชาย) ชุดคว้าแชมป์ไทยแลนด์ลีก ทำสถิติเป็นแชมป์สมัยที่ 10 แบบไร้พ่าย โดยทำสถิติไร้พ่าย 3 ฤดูกาลติดต่อกัน

รางวัลประเภททีมกีฬาอาชีพยอดเยี่ยม (Event) ได้แก่ ทีมแบดมินตัน ประเภทคู่ผสม (เดชาพล พัวรานุเคราะห์/ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย) แชมป์ รายการ “ปริ๊นเซส สิริวรรณวรี ไทยแลนด์ มาสเตอร์ 2024” ระดับเวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 300, แชมป์ รายการ “โยเน็กซ์ ซันไรส์ อินเดีย โอเพ่น 2024” ระดับเวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 750

รางวัลผู้ฝึกสอนกีฬายอดเยี่ยม ได้แก่ นายชัชชัย เช (เทควันโด)

เชิญร่วมบุญสั่งจอง พระเหนือพรหม รุ่นรวย

เชิญร่วมบุญสั่งจอง พระเหนือพรหม รุ่นรวย
***มูลนิธิวัดยานยาวาจัดสร้าง โดยคุณแม่สุจันทร์ญา พาภักพานิชย์กุล และคณะผู้ศรัทธา หลวงปู่ศิลา เมตตาเขียนแบบออกแบบเอง จารยันต์และอักขระเอง ท่านบอกว่าใครคล้องปังๆๆ รวยๆๆ ตลอดปีและตลอดไป
***หลวงปู่ศิลา อธิษฐานจิต-จารแผ่นทองคำนำฤกษ์มอบให้ทำพิธีเทอง วันที่ 7 พค. 2568 ณ โรงหล่อ
***พุทธาภิเษกใหญ่ วันที่ 23 พค. 2568 ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์ท่าเตียน) กทม. โดยสมเด็จพระมหาธีราจารย์เป็นประธาน หลวงปู่ศิลา และเกจิคณาจารย์กว่า 10 รูปอธิษฐานจิต


***หลวงปู่ศิลา เมตตาอธิษฐานปลุกเสกเดี่ยวส่ง วันที่ 24 พค.2568 เป็นอันเสร็จพิธี


***วัตถุประสงค์รายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่าย ถวายหลวงปู่ศิลา และใช้ในกิจกรรมทางศาสนาทุกบาททุกสตางค์
***อานิสงส์การบูชาพระพรหมนี้วิเศษนัก จักครองอำนาจเหนือฟ้าดิน เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง หากทำธุรกิจค้าขายก็เจริญรุ่งเรือง กำไรงอกงามดี ลูกค้าแวะเวียนไปอุดหนุนมิได้ขาด เปรียบเสมือนพระพรหมอิ่มทิพย์ตลอดเวลา ใครบูชาติดตัวบันดาลโชคลาภ อุดมสมบูรณ์พูนสุข มีกินมีใช้เหลือเก็บพลิกชีวิตร่ำรวยเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี เงินทองไม่ขาดมืด


***เปิดจองตั้งแต่วันนี้ที่มูลนิธิวัดยานนาวา กทม. เสร็จพิธีรับพระสิ้นเดือน พ.ค.เป็นต้นไป ทำบุญโดยสแกนคิวอาร์โค๊ต หรือโอนบัญชีชื่อ พระสุรนนท์ กิติยวงษ์ เลขที่บัญชี ธ.กสิกรไทยสาขาบางรัก 208-3-48918-1 สอบถามเพิ่มเติมที่ 082-3419688 พี่ฝน 082-9713204 อุ้ย 062-3358223 ดิว

เมนูหรูหรา ระดับ Fine dining “ฟัวกราส์” อาหารที่ถูกขนานนามว่าเป็น “ทองคำในจาน”ณ.โรงแรมหรูเดอะริซคาร์ตั้น

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
พาลิ้มลองทานเมนูหรูหรา
ระดับ Fine dining “ฟัวกราส์” อาหารที่ถูกขนานนามว่าเป็น “ทองคำในจาน”ณ.โรงแรมหรูเดอะริซคาร์ตั้น.

สกู๊ปโดย
ทีมแอดมินฝ่ายประชาสัมพันธ์มหานครข่าว

ผอ.อรวรรณ บุณยธาดา
ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหานครข่าว มหานครทีวี ภายใต้
สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย พาลิ้มลองทานเมนูหรูหรา ระดับ Fine dining
“ฟัวกราส์” อาหารที่ถูกขนานนามว่าเป็น “ทองคำในจาน”
(Foie Gras) เป็นภาษาฝรั่งเศส ผลิตภัณฑ์อาหารที่ทำมาจากตับของเป็ดหรือห่านรสชาตินุ่มนวล แทบละลายในปาก ถือว่าเป็นอาหารสุดหรูอีกเมนูหนึ่ง ฟัวกราส์เป็นอาหารสุดหรูที่มีราคาแพง ฝรั่งเศส ทั้งบริโภคและผลิตมากกว่าทุกประเทศ อย่างที่บอกว่าราคาแพงมากโดยเฉพาะตับที่ถูกกฏหมาย
โปรตีน ในเนื้อปริมาณ 56.70 กรัมจะมีโปรตีนอยู่ ประมาณ 6 กรัม โดยเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายในแต่ละวัน มีกรดอะมิโนซึ่งมีส่วนในการสร้างส่วนที่สึกหรอในร่างกาย  วิตามินเอที่สามารถละลายได้ในไขมัน เป็นส่วนสำคัญในการสร้างกระดูก การเจริญเติบโต ระบบการสืบพันธ์ และช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมีธาตุเหล็กมีปริมาณ 20% มีส่วนช่วยในการบรรเทาความเหนื่อย ลดความเสี่ยงของอาการโลหิตจาง สร้างการเจริญเติบโต และช่วยให้ผิวพรรณสดใส
Cr.ภาพ ผอ.อรวรรณ บุณยธาดา
Place : The Ritz-Carlton, Bahrain
5-star hotel,Bahrain
Special Thanks :Head Chef & Chefs .

“จูเนียร์” พร้อมใช้ความสด เข้าบดความเก๋า “เวโร” ล่าชัย 8 ไฟต์รวด ศึก ONE ลุมพินี 107

“จูเนียร์” พร้อมใช้ความสด เข้าบดความเก๋า “เวโร” ล่าชัย 8 ไฟต์รวด ศึก ONE ลุมพินี 107

“จูเนียร์ แฟร์เท็กซ์” มวยสาวดาวรุ่งฟอร์มร้อนแรง วัย 19 ปี เตรียมใช้ความสด เข้าสู้กับความเก๋าเกมของ “เวโร” คู่ชกซูเปอร์สตาร์หญิง วัย 28 ปี จากเมียนมา ที่จะสู้กันภายใต้กติกามวยไทย รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.) ในฐานะคู่รอง ศึก ONE ลุมพินี 107 ซึ่งพร้อมมอบความมันไปยัง 195 ประเทศทั่วโลก ถ่ายทอดสดจากเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในวันศุกร์ที่ 9 พ.ค.นี้ เริ่มคู่แรก 19.30 น.

ตลอด 7 ไฟต์ที่ผ่านมา ‘จูเนียร์’ โชว์ฟอร์มร้อนแรง กวาดชัยชนะได้ทั้งหมด โดยในจำนวนนั้นมีถึง 6 ไฟต์ที่เอาชนะนักชกต่างชาติ โดยผลงานล่าสุด “จูเนียร์” เปิดเกมบุกใส่ “เอมิลี ชอง” จากฮ่องกง อย่างดุเดือด ก่อนคว้าชัยด้วยคะแนนเอกฉันท์ ในศึก ONE ลุมพินี 97 เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

ศึกครั้งนี้ ‘จูเนียร์’ เตรียมวัดฝีมือกับ “เวโร” นักมวยจอมเก๋าจากเมียนมา ซึ่งอายุมากกว่าถึง 9 ปี และผ่านประสบการณ์ในระดับอาชีพมาอย่างโชกโชน โดยมีสถิติชนะ 27 จาก 39 ไฟต์ พร้อมดีกรีความสำเร็จมากมายนับไม่ถ้วน
แม้ “เวโร” จะเปิดตัวในรายการนี้ได้ไม่สวยนัก หลังพ่ายคะแนนไม่เอกฉันท์ต่อ “ฟรานซิสกา เวรา” ในศึก ONE ลุมพินี 97 แต่การกลับมาครั้งนี้ เธอตั้งเป้าสยบนักชกไทยฟอร์มแรงเพื่อคว้าชัยแรกให้ได้
ด้าน “จูเนียร์” เองก็ตระหนักดีว่าคู่ต่อสู้รายนี้คือบททดสอบสำคัญ ซึ่งแม้จะตกเป็นรองด้านประสบการณ์ แต่เธอก็มั่นใจว่าความสด ความฟิต และแรงฮึดของตัวเอง จะเป็นกุญแจสำคัญในการฝ่าด่านแกร่ง เพื่อคว้าชัยไฟต์ที่ 8 ติดต่อกันมาครองได้

“สำหรับพี่ เวโร มีจุดแข็งคือความอึด มีหมัด และ ศอกที่อันตรายมาก ๆ แต่ไฟต์แรกที่เขาชกกับ ฟรานซิสกา ในยกสอง ยกสาม ดูเหมือนเขาจะมีแผ่วปลายให้เห็นเหมือนกัน จุดที่หนูน่าจะเอาชนะเขาได้ คือเรื่องของความเร็ว และไอคิวมวยที่มี”
“ไฟต์นี้ถือเป็นหนึ่งในไฟต์ที่สำคัญที่สุดของชีวิตหนู และไม่ใช่งานง่ายเลยเพราะเขามีอายุมากกว่า ประสบการณ์มากกว่า และเคยผ่านมวยฝีมือดีมากแล้วหลายคน ถ้าชนะได้ หนูคิดว่าตัวเองน่าจะมีโอกาสก้าวไปต่อในระดับที่สูงกว่านี้”

“เป้าหมายหลักในไฟต์นี้คือเก็บชัยชนะให้ได้ เราเดินทางมาไกลมาก การชนะ 8 ไฟต์ติดต่อกันใน ONE ลุมพินี สำหรับนักมวยหญิงถือเป็นเรื่องที่ยากมาก ซึ่งถ้าชนะพี่ เวโร ที่เขามีสัญญา ONE ได้ หนูก็คิดว่าตัวเองก็มีดีพอจะเข้าไปอยู่ในรายการระดับโลกได้เหมือนกัน”

“วันแรกที่รายการประกาศออกมา บางคนบอกว่าสู้เขาไม่ได้ แต่ที่ผ่านมา 7 ไฟต์ หนูก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ‘เล็กพริกขี้หนู’ เป็นยังไง ครั้งนี้อยากพิสูจน์ให้เห็นว่า หนูมีฝีมือไม่เป็นสองรองใครแน่นอน”
แฟนกีฬาชาวไทยสามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดผ่านทาง Watch.ONEFC.com (บางประเทศ), Facebook & YouTube ONE (บางประเทศ) เริ่มคู่แรกเวลา 19.30 น. ส่วนทางช่อง 7HD กด 35 (ภาษาไทย) เริ่ม 20.30 น. และสามารถจองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR

นายก แพทองธาร แถลงจับกุมยาเสพติดล๊อตใหญ่

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.1 ในฐานะหัวหน่วย บก .อก.ภ.1ที่ควบคุมงาน ฝอ.5 (งานประชาสัมพันธ์ข่าวและแถลงข่าว) ภ.1เปิดเผยว่า วันนี้ได้มีการพื้นที่ที่ตำรวจภูธรภาค 1 ในการแถลงข่าวการจับกุมยาเสพติดล๊อตใหญ่มหึมาครั้งหนึ่งในประเทศไทย

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แถลง 10 นโยบายเร่งด่วนต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 12 ก.ย.67 โดยในนโยบายเร่งด่วนที่ 8 รัฐบาลจะเร่งแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาดและครบวงจร ตั้งแต่ตัด ต้นตอการผลิตและจำหน่ายด้วยการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน สกัดกั้น ควบคุมการลักลอบนำเข้าและ ตัดเส้นทางการลำเลียงยาเสพติด ปราบปรามและยึดทรัพย์ผู้ค้า รวมทั้งมีระบบติดตามดูแลช่วยเหลือผู้ติด ยาเสพติดไม่ให้กลับไปสู่วงจรอีก

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม/ประธานคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการพักคอยยาเสพติด ในพื้นที่ตอนในและสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดลงสู่พื้นที่ภาคใต้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร./ประธานอนุกรรมการป้องกันปราบปรามการพักคอยยาเสพติดในพื้นที่ตอนในและสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดลงสู่พื้นที่ภาคใต้ และ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ปปส. ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ตอนในรอบกรุงเทพฯและปริมณฑล รวม 9 จังหวัด เร่งรัดทำการสืบสวนหาข่าวและ X ray พื้นที่ เพื่อปราบปรามทำลายแหล่งพักคอยและรวบรวมยาเสพติดที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านตามแนวตะเข็บชายแดน เข้ามายังพื้นที่ตอนในเพื่อรอเตรียมส่งต่อให้กับลูกค้าในพื้นที่ต่างๆ

ตำรวจภูธรภาค 1 นำโดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 ได้เร่งรัดดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล โดยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.68 ถึงปัจจุบัน ได้ทำการสืบสวนจับกุมยาเสพติดได้รวมจำนวน 7,961 คดี ผู้ต้องหารวม 8,100 คน ของกลาง ยาบ้ารวม 96 ล้านเม็ดเศษ ยาไอซ์รวม 3,496 กก. เคตามีนรวม 42 กก. และของกลางอื่นๆ อีกหลายรายการ สามารถตรวจยึดทรัพย์สิน คิดเป็นมูลค่ารวม 389 ล้านบาทเศษ สำหรับผลการจับกุมรายสำคัญ พอสรุปได้ดังนี้

  1. เมื่อวันที่ 21 ม.ค.68 จับกุมทีมลำเลียงยาเสพติด ได้ผู้ต้องหารวม 4 คน ตรวจยึดยาไอซ์ 35 กก. และคีตามีน 34 กก. จับกุมที่บริเวณริมถนนทางหลวงชนบทสาย นย.2024 (สระบุรี – นครนายก) ต.บางปลากด อ.องครักษ์ จว.นครนายก ต่อเนื่องบ้านพัก ต.คลองใหญ่ อ.องครักษ์ จว.นครนายก
  2. เมื่อวันที่ 12 ก.พ.68 จับกุมทีมโกดังยาเสพติด ได้ผู้ต้องหา 1 คน ตรวจยึดยาไอซ์ 217 กก. ยาบ้า 560,000 เม็ด ยาอี 3,163 เม็ด เคตามีน 88 กรัม จับกุมที่บริเวณลานจอดรถภายใน ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี
  3. เมื่อวันที่ 18 ก.พ.68 จับกุมแหล่งพักคอย “ทีมโกดังป่างิ้ว อ่างทอง” ได้ผู้ต้องหารวม 5 คน ตรวจยึดยาบ้า 8.4 ล้านเม็ด จับกุมที่โกดังพักยาเสพติด ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.ป่างิ้ว อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง
  4. เมื่อวันที่ 19 ก.พ.68 จับกุมยาเสพติด ได้ผู้ต้องหา 4 คน ตรวจยึดยาบ้า 3.2 ล้านเม็ด จับกุมที่บริเวณบ้านหลังหนึ่ง พื้นที่ ต.โคกลำพาน อ.เมืองลพบุรี จว.ลพบุรี
  5. เมื่อวันที่ 19 ก.พ.68 ร่วมกับ บช.ปส. สกัดจับรถลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน ได้ผู้ต้องหารวม 3 คน ตรวจยึดยาไอซ์ 2,464 กก. สกัดจับได้ที่จุดสกัดตู้ยาม ต.02 หมู่ ๔ ต.ท่าตอ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา
  6. เมื่อวันที่ 9 มี.ค.68 ตรวจยึดยาไอซ์ 520 กก. ภายในโกดังไม่มีเลขที่ ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี
  7. เมื่อวันที่ 17 มี.ค.68 ตรวจยึดยาบ้า 4.4 ล้านเม็ด ได้ผู้ต้องหารวม 2 คน จับกุมได้ที่บ้านหลังหนึ่ง พื้นที่หมู่ 7 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
  8. เมื่อวันที่ 24 มี.ค.68 ตรวจยึดยาไอซ์ 262 กก. ได้จากรถยนต์กระบะที่ประสบเหตุอุบัติเหตุ ที่บริเวณถนนพหลโยธิน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา
  9. เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 68 จับกุมรถขนยาไอซ์จากภาคอีสาน มุ่งหน้าเข้ามายังพื้นที่ตอนใน ได้ผู้ต้องหา 2 คน ตรวจยึดยาไอซ์ 200 กก. จับกุมได้ที่ในพื้นที่ ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ในวันนี้ ขอแถลงผลการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ ซี่งเป็นผู้ลำเลียงยาเสพติด นำมาพักคอยในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยสามารถทำการจับกุมได้ในวันที่ 7 พ.ค.68 มีรายละเอียดดังนี้ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำโดย นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ​ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร./ประธานอนุกรรมการป้องกันปราบปรามการพักคอยยาเสพติดในพื้นที่ตอนในและสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดลงสู่พื้นที่ภาคใต้ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรวง รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร.
    สำนักงาน ป.ป.ส. นำโดย พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. นาย ทิพเมษฐ์ สังขวรรณะ ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 1 และ ว่าที่ร้อยตรี อากาศ ปานแย้ม นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ สำนักงาน ปปส.ภาค 1
    ​ ตำรวจภูธรภาค 1 นำโดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช. ภ.1 พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.นฤนาท พุทไธสง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มะอักษร รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.จักรพันธ์ โอสถากันต์ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.1 และ พ.ต.อ.พีรพัสส์ ชูช่วย ผกก.สืบสวน ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม

    ​ คดีนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 21 มี.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ร่วมกันจับกุม รถบรรทุกเทรลเล่อร์ขน ยาเสพติดในพื้นที่ อ.พยุหคีรี จ.นครสวรรค์ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ปพ.บก.สส.ภ.1 ชุดขยายผลฯ ศอ.ปส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา และ กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา จึงได้ทำการสืบสวนขยายผล จนกระทั่งทราบว่า กลุ่มลูกค้าที่เคยรับยาเสพติดจากรถบรรทุกเทรลเล่อร์คันดังกล่าว ได้นำยาเสพติดมาเก็บซุกซ่อนไว้ภายในบ้านหลังหนึ่ง พื้นที่ ต.ราชคราม อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา จึงได้เฝ้าติดตามตรวจสอบพฤติกรรมเรื่อยมา

จนกระทั่ง ในวันที่ 7 พ.ค. 68 เวลาประมาณ 06.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้สนธิกำลังกันเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ที่ 5 ต.ราชคราม อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ผลการตรวจค้น พบ
1) ยาบ้า 40 กระสอบ คิดเป็นจำนวนยาบ้าประมาณ 8,732,000 เม็ด
2) ยาไอซ์ 18 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 720 กิโลกรัม
จับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย
โดยกล่าวหาว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า และยาไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” ในชั้นจับกุมผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนขยายผลหาผู้ร่วมกระทำความผิด ในคดีนี้อย่างเร่งด่วนต่อไป

ตำรวจภูธรภาค ๑ จะได้เร่งรัดสืบสวนปราบปราม และ X-ray พื้นที่ ไม่ให้เป็นแหล่งพักคอย รวมทั้งจะเข้มงวดกวดขันสกัดกั้น ตัดตอนการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ตอนในอย่างต่อเนื่องต่อไป และใคร่ขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชน หากพบบุคคล รถต้องสงสัย หรือมีข้อมูลเกี่ยวกับยาเสพติด

สามารถติดต่อให้ข้อมูลได้ที่สถานีตำรวจที่ท่านสะดวก หรือ สายด่วน 191 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำข้อมูลดังกล่าวไปสืบสวนขยายผลจับกุมผู้กระทำผิดต่อไป

ทูตประชาสัมพันธ์นานาชาติร่วมงานจัดโดยสถานทูตรัสเซีย ณ เนปาล

งานเลี้ยงฉลองครบรอบ 80 ปีแห่งชัยชนะในมหาสงครามแห่งความรักชาติของสหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ยอดเยี่ยมในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

ถือเป็นวันแห่งชัยชนะของรัสเซีย

นาย ชิรัน ชาคยา 

ทูตประชาสัมพันธ์นานาชาติ

เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรอง

วันครบรอบ 80 ปีแห่งชัยชนะครั้งใหญ่ยิ่งใหญ่ของรัสเซีย ซึ่งจัดโดยสถานทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศเนปาล 

ส่วนในประเทศรัสเซียนั้น ชาวรัสเซียจะเฉลิมฉลอง มีขบวนพาเหรดทางทหารขนาดใหญ่จะเคลื่อนผ่านจัตุรัสแดงของมอสโค

เป็นการเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ของชาวรัสเซีย 

กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้าคารวะ กงสุลใหญ่ นครเฉิงตู

คณะผู้แทนกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดกับจีนตะวันตก
เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๘ คณะผู้แทนกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) นำโดยนายนที สิทธิประศาสน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและที่ปรึกษา
ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายเสก นพไธสง กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดและการลงทุนในภาคตะวันตกของจีน
กงสุลใหญ่ฯ ได้กล่าวต้อนรับคณะผู้แทนที่เดินทางมาเยือนนครเฉิงตู และกล่าวถึงบทบาทสำคัญของภาคตะวันตกของจีน ซึ่งประกอบด้วยมณฑลเสฉวน และฉงชิ่ง ว่าเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงด้านพลังงานหมุนเวียนและอุตสาหกรรมสีเขียว ตลอดจนเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจของจีน โดยเฉพาะในด้านการเปิดกว้างทางการค้า การลงทุน และการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
กงสุลใหญ่ฯ ยังได้บรรยายถึงพัฒนาการความสัมพันธ์ไทย–จีนในโอกาสครบรอบ ๕๐ ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ ซึ่งทั้งสองประเทศต่างให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ อย่างรอบด้าน ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม การศึกษา และพลังงาน พร้อมเน้นย้ำบทบาทของเอกชนไทยในการเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสองประเทศ
นายนที สิทธิประศาสน์ ได้กล่าวแสดงความขอบคุณต่อกงสุลใหญ่ฯ สำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมแสดงความเห็นว่า จีนเป็นประเทศที่มีบทบาทนำในด้านพลังงานหมุนเวียน และได้ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่งเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับแนวโน้มพลังงานสะอาดของโลกซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนของ ส.อ.ท. มีความพร้อมที่จะขยายความร่วมมือกับภาคีจีน ทั้งในด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และการลงทุน โดยเฉพาะการพัฒนาโครงการต้นแบบร่วมกับหน่วยงานในจีนเพื่อสร้างระบบพลังงานที่ยั่งยืน และส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในระดับภูมิภาค
ทั้งนี้ กงสุลใหญ่ฯ ได้เชิญชวนคณะผู้แทนฯ เข้าร่วมกิจกรรมมหกรรมแสดงสินค้านานาชาติด้านการลงทุนและการค้าตะวันตกครั้งที่ ๗ (The 7th Western China International Investment and Trade Fair – WCIFIT) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๒–๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ณ นครฉงชิ่ง โดยประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นประเทศเกียรติยศในงานครั้งนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญที่ภาคส่วนของไทยจะได้ขยายความร่วมมือกับภาคตะวันตกของจีนอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น รวมถึงกิจกรรม มหกรรมแสดงสินค้านานาชาติตะวันตกครั้งที่ ๒๐ (The 20th Western China International Fair – WCIF) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๕–๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ณ นครเฉิงตู โดยทั้งสองเวทีนานาชาตินี้เป็นโอกาสสำคัญในการประชาสัมพันธ์ศักยภาพของไทยในเวทีจีนตะวันตก และส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และอุตสาหกรรมพลังงานระหว่างภาครัฐและเอกชนของทั้งสองประเทศ./

สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

บจกอากาศสดใส :ผู้ผลิตหอฟอกอากาศ”ตะวันฉาย” นวัตกรรมลดค่า PM 2.5

ฟอร์มสดพอกัน “แรมโบ้เล็ก” ท้าดวลฝีมือ “ดีมิทรี” อัปดีกรีเดือด ศึก ONE Fight Night 32

ฟอร์มสดพอกัน “แรมโบ้เล็ก” ท้าดวลฝีมือ “ดีมิทรี” อัปดีกรีเดือด ศึก ONE Fight Night 32

ONE แง้มคู่มวยเด็ดเตรียมเสิร์ฟความดุเดือด ในศึก ONE Fight Night 32 ที่จะถ่ายทอดสดสู่สายตาแฟนกีฬาการต่อสู้ใน 195 ประเทศทั่วโลก จากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในช่วงไพรม์ไทม์อเมริกา ซึ่งตรงกับช่วงเช้าเวลา 08.00 น. ในวันเสาร์ที่ 7 มิ.ย.68 โดย “แรมโบ้เล็ก ฉ.อจลบุญ” นักสู้หนุ่มไฟแรง วัย 22 ปี จากชัยภูมิ จะเปิดศึกท้าดวลฝีมือกับ “ดีมิทรี คอฟตุน” มวยอาวุธคม วัย 27 ปี จากรัสเซีย ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.)

ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา “แรมโบ้เล็ก” โชว์ฟอร์มร้อนแรง คว้าชัย 5 จาก 7 ไฟต์บนเวทีของ ONE โดยผลงานล่าสุดในศึก ONE Fight Night 29 เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา “แรมโบ้เล็ก” โชว์ความแม่นยำของอาวุธ เอาชนะทีเคโอ “พาร์แฮม กีราติ” นักสู้จากอิหร่าน ไปได้ในยกที่สอง ซึ่งนอกจากจะเป็นการคว้าชัยชนะไฟต์ที่ 3 ติดต่อกันแล้ว ยังส่งให้เขาได้รับโบนัส 5 หมื่นดอลลาร์ (ประมาณ 1.7 ล้านบาท ณ ขณะนั้น) เข้ากระเป๋าเป็นครั้งแรกอีกด้วย

ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม ส่งผลให้ปัจจุบัน “แรมโบ้เล็ก” ทะยานมีชื่อเข้ามาติดอยู่ในตำแหน่งผู้ท้าชิงอันดับ 5 ของแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต เป็นที่เรียบร้อย และการกลับมาครั้งนี้เรียกได้ว่ามีความสำคัญต่อ “แรมโบ้เล็ก” เป็นอย่างมาก เพราะเขาจำเป็นต้องคว้าชัยให้ได้เพื่อรักษาตำแหน่งในแรงกิงของตัวเอง และลุ้นไต่อันดับให้สูงขึ้นต่อไป

ด้าน “ดีมิทรี” ก็โชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงไม่แพ้กัน ด้วยการเก็บชัยได้ถึง 3 จาก 4 ไฟต์ จากการลงแข่งขันบนเวทีของ ONE โดยในจำนวนนี้ 2 ไฟต์คือการเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ เหนือนักชกไทยฝีมือฉกาจอย่าง “เฟอร์รารี แฟร์เท็กซ์” และ “เสือแบล็ค ท.พราน 49”

ส่วนผลงานล่าสุดในศึก ONE Fight Night 29 แม้จะต้องขึ้นชกด้วยการแบกน้ำหนัก “ซอ ลิน อู” นักสู้พันธุ์แกร่งจากเมียนมา ที่มาเกินพิกัดรุ่นแบนตัมเวต ถึง 2.25 ป. แต่ “ดีมิทรี” ก็ยังสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเป็นฝ่ายดักออกอาวุธโจมตี เอาชนะคะแนนเอกฉันท์เหนือนักสู้เจ้าของฉายา “บุรุษเหล็ก” ไปได้อย่างยอดเยี่ยม และแน่นอนว่าไฟต์นี้ “ดีมิทรี” มาพร้อมความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะนักสู้ดีกรีผู้ท้าชิงอันดับ 5 ของแรงกิง อย่าง “แรมโบ้เล็ก” ลงให้ได้ เพื่อใช้เป็นใบเบิกทางเข้าสู่แรงกิง ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต ต่อไป

การโคจรมาพบกันของสองนักสู้ฟอร์มสดในครั้งนี้ การันตีความมันสุดเร้าใจอย่างแน่นอน งานนี้ผู้ชนะมีได้เพียงคนเดียวเท่านั้น ต้องมารอลุ้นกันว่า “แรมโบ้เล็ก” หรือ “ดีมิทรี” ใครจะเป็นฝ่ายได้รับการชูมือ เช้าวันเสาร์ที่ 7 มิ.ย.นี้ ห้ามพลาดชม!

แฟนกีฬาชาวไทยสามารถจองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR คู่แรกเริ่มเวลา 08.00 น. รับชมการถ่ายทอดสดทาง ช่อง 7HD กด 35 (ภาษาไทย) เริ่ม 10.00 น. รวมทั้งติดตามข่าวสารอัปเดตของศึกนี้ได้ที่เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand เว็บไซต์ ONEFC.com และอินสตาแกรม ONEChampTh และ TikTok ONEChampTH

ม.นอร์ทกรุงเทพ จับมือ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ส.วิศวกรรมความปลอดภัยจัดสัมมนาวิชาการ “ความปลอดภัยในยุคใหม่ Safety : The New Era”

ม.นอร์ทกรุงเทพ จับมือ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ส.วิศวกรรมความปลอดภัย
จัดสัมมนาวิชาการ “ความปลอดภัยในยุคใหม่ Safety : The New Era”

ที่มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิทธิพร ประวัติรุ่งเรือง อธิการบดีมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปัทมา รูปสุวรรณกุล รองอธิการบดีอาวุโส ให้การต้อนรับ นายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ประธานในพิธีเปิดงานสัมมนาวิชาการ ในหัวข้อ “ความปลอดภัยในยุคใหม่ Safety : The New Era” ซึ่งจัดโดย มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ร่วมกับ กรมโรงงานอุตสาหกรรมและสมาคมวิศวกรรมความปลอดภัย

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยในภาคอุตสาหกรรมไทย และเสริมสร้างความตระหนักในเรื่องความปลอดภัยยุคใหม่ ที่มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรักษาสารเคมีและวัตถุอันตรายให้แก่ผู้ประกอบกิจการโรงงาน บุคลากรด้านความปลอดภัย นักศึกษาและผู้สนใจทั่วไป

ภายในงานมีปาฐกถาพิเศษจาก ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี นายกสมาคมวิศวกรรมความปลอดภัย และการบรรยายความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรักษาสารเคมีและวัตถุอันตรายจาก ดร.ประภาพร ลือกิตติศัพท์ นักวิทยาศาสตร์เชี่ยวชาญ กองบริหารจัดการวัตถุอันตราย ณ ห้องสัตตบงกช มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต

อีกทั้งยังจัดให้มีพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปัทมา รูปสุวรรณกุล รองอธิการบดีอาวุโส และ สมาคมวิศวกรรมความปลอดภัย โดยดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี นายกสมาคมวิศวกรรมความปลอดภัย

มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือกันในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในภาคการศึกษา รวมถึงภาคอุตสาหกรรม เพื่อการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การจัดฝึกอบรมด้านวิชาการและวิชาชีพให้แก่นักศึกษา คณาจารย์รวมถึงบุคลากรในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สร้างเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเชิงบูรณาการกับการทำงาน (Co-Operative Education or Work Integrated Learning: WIL) เพิ่มแหล่งฝึกประสบการณ์ในสถานประกอบการให้กับนักศึกษา ให้มีทักษะตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน

รวมถึงเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาของมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ได้เข้าฝึกปฏิบัติประสบการณ์วิชาชีพในสถานประกอบการและองค์กรภาคอุตสาหกรรมที่มีมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล ณ ห้องประชุมโกเมศ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568

ชาวบ้านยางครก อ.อมก๋อย ร่วมสืบสานประเพณีเลี้ยงศาลป้อหม่อน ก่อนฤดูทำนา

ชาวบ้านยางครก อ.อมก๋อย ร่วมสืบสานประเพณีเลี้ยงศาลป้อหม่อน ก่อนฤดูทำนา

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2568 ชาวบ้านยางครก ตำบลยางเปียง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกันจัดพิธี “เลี้ยงศาลป้อหม่อน” ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญที่สืบทอดกันมาช้านาน ก่อนเข้าสู่ฤดูทำนา เพื่อขอพรให้ผลผลิตอุดมสมบูรณ์และชีวิตความเป็นอยู่ร่มเย็นเป็นสุข

พิธีเริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ โดยแต่ละครอบครัวจะส่งตัวแทนชายหนึ่งคน พร้อมเครื่องบูชาประกอบด้วย น้ำจันทร์ขาวหนึ่งขวด และไก่บ้านหนึ่งคู่ เดินทางเข้าสู่ป่าเพื่อประกอบพิธีที่ศาลป้อหม่อน ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน

ในพิธีมีการบูชาข้าวและไก่ พร้อมทั้งทำการเสี่ยงทายโชคจากขาไก่ที่ใช้ในพิธี เพื่อทำนายความเป็นสิริมงคลและแนวโน้มของผลผลิตในปีนั้นๆ

ประเพณีเลี้ยงศาลป้อหม่อนถือเป็นการแสดงความเคารพต่อวิญญาณบรรพบุรุษและธรรมชาติที่คอยปกปักรักษาชุมชน โดยมีความเชื่อว่าการประกอบพิธีนี้จะช่วยให้การทำเกษตรกรรมเป็นไปอย่างราบรื่น และครอบครัวมีความสุข

การสืบสานประเพณีนี้ไม่เพียงแต่เป็นการรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความสามัคคีในชุมชน และเป็นการถ่ายทอดความรู้และคุณค่าทางจิตใจให้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อให้ประเพณีอันดีงามนี้คงอยู่ต่อไป