Blog

สืบ ตม.1 รวบ 5 แรงงานต่างด้าวเมียนมาร์ ลอบขายอาหาร ตลาดดังย่าน RCA

“บิ๊กปู” พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดยกระดับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยเฉพาะความผิดที่เกี่ยวกับคนเข้าเมืองและชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นความรับผิดชอบหลักของ สตม. โดยกำชับให้เพิ่มความเข้มในการตรวจสอบบังคับใช้กฎหมาย โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ที่รับผิดชอบงานสืบสวนเน้นลงพื้นที่ X-RAY สถานประกอบการ ที่สุ่มเสี่ยงว่าจะเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ค้าประเวณี ค้าหญิงและเด็ก หรือบังคับใช้แรงงาน ให้มีผลการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมต่อเนื่อง
ด้าน พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตรวจคนเข้าเมือง 1 ขานรับนโยบาย พร้อมมอบหมายให้ พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 รับผิดชอบงานพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้ร่วมกันประชุมสั่งการกำหนดเป้าหมายโดยเน้นไปที่ ตลาดสตรีทฟู๊ท ซึ่งจากแนวทางการสืบสวนพบว่ามีแนวโน้มที่จะพบการกระทำความผิดในลักษณะการจ้างแรงงานต่างด้าวทำงานโดยผิดกฎหมาย
จนกระทั่ง เมื่อถึงเวลานัดหมาย เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการบ มีตัวอักษรภาษาจีน น่าเชื่อว่าอาจมีคนจีนเป็นเจ้าของหรือลักลอบทำงาน เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและแสดงบัตรเจ้าพนักงานตำรวจและบัตรเจ้าพนักงานตรวจสอบแรงงาน ขอตรวจสอบเกี่ยวกับการจ้างคนต่างด้าวทำงาน ผลการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ไม่พบคนจีน แต่ได้ตรวจพบบุคคลต่างด้าวชาย สัญชาติเมียนมาร์ ลักลอบทำงานในสถานประกอบการดังกล่าว จำนวน 5 คน

ทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทางแต่ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อทำงาน หรือที่เรียกกันว่า “หลบหนีเข้าเมือง” เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย หรือโดยไม่ได้ผ่านช่องทางตรวจอนุญาต”และ “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังจะได้ขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับนายจ้างและเจ้าของสถานประกอบการดังกล่าวในความผิดฐาน เป็นนายจ้างรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน อีกข้อหาหนึ่งด้วย
พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า บก.ตม.1 รับผิดชอบพื้นที่กรุงเทพมหานคร และมีกำหนดวงรอบการตรวจชัดเจน จะพยายามลงพื้นที่ให้ครอบคลุม โดยอาศัยสรรพกำลังที่มีอยู่ทั้งหมดอย่างเต็มกำลังความสามารถ หากพี่น้องประชาชนต้องการแจ้งเบาะแส สามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1178

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม / รายงาน

Congratulations to “Nak Khow Pai Dang”

Awards recognize excellence in Journalism across the nation.
The Best Socail media content The prize name “Nak Khow Pai Dang” (New face of Journalists)
The new face of journalism is characterized by the increasing role of digital in news production.
Congratulations to “Nak Khow Pai Dang “ New Journalists Award winner.The 1st prize
From The Crime Journalist Association of Thailand (CJAT) . The students of The University of the Thai Chamber of Commerce (UTCC)
School of Communication Arts
University of the Thai Chamber of Commerce
under content “Is Thai Zebra Crossing Really Safe?”
Be honored from
Associate Professor
Dr. Thanawat Polvichai
The Chancellor of the University of the Thai Chamber of Commerce presided over
awarded Certificates to the winners on this proud occasion.
The contest project was organized by
Mr. Siroj Mingkwan
President of the Crime Journalist Association of Thailand (CJAT).
Ms. Orawan Boonyathada
Director of the Research and Development Reporter Training Center (RDRTC)under the Crime Journalist Association of Thailand as the chairperson of the event

สานภูมิปัญญา เสริมคุณค่า ควายไทย สู่ควายโลก

“สานภูมิปัญญา เสริมคุณค่า ควายไทย สู่ควายโลก”
ที่อ.คง จ.นครราชสีมา วันที่17พ.ค. ศ.ดร.สามารถ จับโจร ผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ร่วมกับนายพศวีร์ สมใจ ปศุสัตว์นครราชสีมา ร่วมกันเปิดงาน สานภูมิปัญญาเสริมคุณค่าควายไทยสู่ควายโลก มีศิลปิน เฉลิมพล มาลาคำ ไปร่วมกิจกรรม ขับขานตำนานรำเรื่องต่อกลอนสร้างความสุขให้กับงาน
ประธานในงาน มีเกษตรกรในพื้นที่กว่าพันคนเข้าร่วมกิจกรรม
กิจกรรมสำคัญคือ”การผูกขวัญควาย”และอื่นฯเป็นการรื้อฟื้นสร้างความพูกพันธุ์ให้กับชุมชนเกษตรกรฯ
เป็นอีกกิจกรรมที่ทางปศุสัตว์จังหวัดดำเนินการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี
ปีนี้จัดที่บ้านห้วยทราย อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา เป็นกิจกรรมที่ดี มีประโยชน์ ปลูกจิตสำนึกระลึกถึงควายไทยให้ก้าวไกลสู่ควายโลก

ศ.ดร.สามารถ จับโจรเผยว่างานนี้ นอกจากนี้นี้ยังเป็นการปลุกกระแส ปูพรม เพื่อเตรียมการประชาสัมพันธ์งาน”พืชสวนโลก โคกหนองรังกา”ไปในตัว ซึ่งทางจังหวัดนครราชสีมจะเป็นเจ้าภาพในปี2572ที่จะถึงนี้ด้วย
คำคืนแห่งความสุขตอบแทนความสนุกจากปสุสัตว์อำเภอคง คนตัวเล็กแต่ใจใหญ่ คึกครื้นม่วนซื่นกันทุกคน

สร้างจิตสำนึก และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย

วันนี้ ( 16 พ.ค.68 ) เวลา 09.00 น.

พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงษ์เวียงจันทร์
รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี รรท.ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี เข้าร่วมโครงการสัมมนาการเสริมสร้างจิตสำนึก และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย (ครู ก ครู ข)ตร. ประจำปีงบประมาณ 2568 ณ สโมสรตำรวจ

โดยมี
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.
เป็นประธานในพิธี

“Miss Earth ศุลการักษ์”

💥 บิ๊กหยิม​ ประกาศพร้อมเตรียมจัดการประกวด​ “Miss Earth ศุลการักษ์”

วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม 2568 ณ​ ห้องประชุมมูลนิธิศุลการักษ์ กรมศุลกากร เขตคลองเตย กรุงเทพฯ

นายยุทธนา​ หยิมการุณ (บิ๊กหยิม)​ ประธานมูลนิธิศุลการักษ์​และเพื่อน พร้อมคณะกรรมการฯ​ ร่วมให้การต้อนรับ ดร.สิริการต์ อ้นสนกราน ประธานบริหารกองประกวด Miss Earth Thailand โดยมี​นายศมาร์​ อ้นสนกราน ผู้อำนวยการบริหารพัฒนาตัวแทน บมจ.อาคเนย์ประกันชีวิต, นายอนันต์​ นิลมานนท์​ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย, นายจรุงพันธฺุ์​ ก่อเกียรติตระกูล ที่ปรึกษาสมาคม​ สภท., น.ส.สุพัตรา​ สมถวนิช กรรมการสมาคม สภท. และคณะ เข้าร่วมประชุม

โดยการประชุมปรึกษาเรื่องการจัดประกวด​ Miss Earth Thailand ในครั้งนี้​ ก็เพื่อเปิดโอกาสบนเวทีนางงามให้กับน้องๆ ที่มีความงาม ส่งตัวเองเข้าประกวด โดยรับผู้เข้าประกวด อายุตั้งแต่ 18 – 28 ปี บริบูรณ์ ซึ่งรอบสุดท้าย 5 สาวงามจะได้รับรางวัลเงินสด, ของชำร่วยและของสมนาคุณจากผู้ให้การสนับสนุนเป็นจำนวนมาก โดยจะเปิดแถลงข่าวในวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 เวลา 15.00 น.​ ณ​ โรงแรม N-siri​ Resort &​ Hotel ถนนลำลูกกา ซ.71 อำเภอลำลูกกา​ จังหวัดปทุมธานี

ซึ่งวันเวลาดังกล่าว จะมีการแถลงข่าวจัดการประกวด​ Miss Earth Thailand 2025 &​ Mister Earth Guys 2025​ เวลา 16.00 น. ในโอกาสนี้ด้วย./

เผย ONE ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย

เผย ONE ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย สร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 1.6 หมื่นล้านบาทต่อปี

ตามรายงานเศรษฐศาสตร์เชิงปริมาณฉบับล่าสุดของ Nielsen ระบุว่า วัน แชมเปียนชิพ (ONE) องค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ด้วยมูลค่าการหมุนเวียนในระบบสูงถึงประมาณ 470 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท) ต่อปี ผ่านการจัดการแข่งขันศิลปะการต่อสู้หลากหลายแขนง
ตามรายงานระบุว่า ONE ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา และ การเผยแพร่ Soft Power ไทย อย่างมวยไทยไปทั่วโลก โดยพบว่า 82% ของผู้ชมต่างชาติเดินทางมาไทยเพื่อเข้าชมรายการแข่งขันของ ONE และกว่า 80% ในกลุ่มนี้เลือกพักในกรุงเทพฯ อย่างน้อย 3 คืน ขณะที่อีก 18% คือนักท่องเที่ยวที่มาเยือนประเทศไทยเป็นครั้งแรก และกว่า 65% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่เข้าชมการแข่งขัน ตัดสินใจขยายระยะเวลาเดินทางท่องเที่ยวต่อในจังหวัดอื่น ๆส่งผลให้รวมแล้วอยู่ในไทยเฉลี่ยนานกว่า 10 วัน

นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มาจากออสเตรเลีย สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และแคนาดา ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง และเป็นเป้าหมายสำคัญของนโยบายฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวของรัฐบาล สนามมวยลุมพินีจึงกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของแฟนมวยทั่วโลกที่ต้องการสัมผัสมวยไทยระดับโลกผ่านรายการแข่งขันของ ONE
ONE ยังมีบทบาทในการเผยแพร่ Soft Power ไทย ด้วยการถ่ายทอดสดการแข่งขันไปยังกว่า 190 ประเทศทั่วโลก ทำให้มวยไทยเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในระดับนานาชาติ พร้อมสร้างซูเปอร์สตาร์ชาวไทยที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

ด้านผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ภาคค้าปลีกและนันทนาการได้รับประโยชน์สูงสุดจากการจัดการแข่งขัน สามารถสร้างรายได้รวมกว่า 105 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 3,675 ล้านบาท) รองลงมาคือภาคที่พัก (54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,890 ล้านบาท) และภาคอาหารและเครื่องดื่ม (38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,330 ล้านบาท)
ขณะที่รายการ ONE Fight Night ที่ออกอากาศสดในช่วงไพรม์ไทม์ของสหรัฐฯ เป็นประจำทุกเดือน สามารถสร้างเงินสะพัดต่อเศรษฐกิจไทยได้เกือบ 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 238 ล้านบาท) ต่อการจัดอีเวนต์แต่ละครั้ง เช่นเดียวกับศึก ONE ลุมพินี ซึ่งออกอากาศในช่วงไพรม์ไทม์ของเอเชีย เป็นประจำทุกสัปดาห์ ก็สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 255.5 ล้านบาท) ต่อการจัดอีเวนต์แต่ละครั้งเช่นกัน

ด้านรายการแข่งขัน ONE (ตัวเลข) ซึ่งถือเป็นอีเวนต์ใหญ่ที่สุดของ ONE อย่างเช่นศึก ONE 170 ที่อิมแพ็ค อารีนา ซึ่งบัตรขายหมดทุกที่นั่ง ก็สามารถสร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้ถึงเกือบ 21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 721 ล้านบาท) ต่อครั้ง
จากรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจไทยทั้งหมดเหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ ONE ที่ไม่เพียงช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยบนเวทีโลก แต่ยังสะท้อนถึงความคุ้มค่าของการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรมบันเทิงด้านกีฬา ที่สามารถสร้างผลตอบแทนอย่างมหาศาลให้แก่ประเทศ รวมถึงยังช่วยผลักดันวัฒนธรรมศิลปะการต่อสู้ของไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับนานาชาติ
ติดตามข่าวสารอัปเดตของ ONE ได้ที่เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand เว็บไซต์ ONEFC.com อินสตาแกรม ONEChampTh และ TikTok ONEChampTH

All is Thailand Designer!!

FRA: “Two Prosecutors” (Deux Procureurs) Red Carpet – The 78th Annual Cannes Film Festival
8 immagini
Sfoglia 8 foto, filmati e immagini autentiche relative a venturelli Yingying A-Tupho oppure avvia una nuova ricerca per esplorare altre gallerie fotografiche per trovare l’immagine giusta.

Model: Yingying A-tupho
Dresses : SUCHA

เทรนวันนี้ #festival2025 #france #film #cannes #filmfestival

Day1
Dresses: SUSHA Brand
Inspiration of dresses : The Natural Kingdom of Thailand
Make-up & Hairstylist: SYA CANNES
Model : Yingying A-tupho

เทรนวันนี้ #Cannes #France 🇹🇭#film 🎥 #Festival2025

Day2 Cannes France – Film Festival 2025
Dresses: เศรษฐอัฐ สิริเศรษฐอัฐ #เปรียวจู๊ด Wapipathum Mahasarakham Thailand
Inspirations dresses Is Blue Ocean of Thailand & France
Model: Yingying A-tupho
Make-up & Hair by : SYA Cannes

Model: Yingying A-tupho
Dresses : SUCHA ( Thai Designer) Inspiration : the nature, kingdom of Thailand
Make-up & Hair : SYA CANNES

ปลุกพลังเยาวชนผ่านเลนส์หนังสั้น! Film Maker Camp

15 | 05 | 68 : 🎬ปลุกพลังเยาวชนผ่านเลนส์หนังสั้น! Film Maker Camp ถ่ายทอดอัตลักษณ์ชาติพันธุ์นครสวรรค์อย่างสร้างสรรค์

สาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ จัดกิจกรรม “Film Maker Camp” NSW Youth สวรรค์นคร บ้านเกิด..เมืองนอน: อัตลักษณ์นครสวรรค์แบ่งโดยชาติพันธุ์ ภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพชุมชน Soft Power บนฐานอัตลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น

📍 ณ โรงภาพยนตร์ SF Cinema Central Nakhon Sawan

ได้รับเกียรติจาก
👩‍💼 นางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม
🧑‍🏫 ผศ.แวววัน ชมพูนุท ณ อยุธยา รองอธิการบดี มรภ.นครสวรรค์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์

🎤 พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ นายก อบจ.นครสวรรค์ มอบโอวาท พร้อมมอบเกียรติบัตรแก่กลุ่มชาติพันธุ์ที่เข้าร่วมกิจกรรม

🎬 การประกวดในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงสื่อและบันเทิง ได้แก่
🔹 ผศ.ดร.ประภัสสร จันทร์สถิตพร หัวหน้าภาควิชาวาทวิทยาและสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
🔹 คุณศุภฤกษ์ นิงสานนท์ นักเขียนบทภาพยนตร์และละครโทรทัศน์
🔹 อาจารย์ยิ่งพงษ์ มั่นทรัพย์ ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ บริษัท พันตาครีเอชั่น
🔹 คุณนภัส โกสีย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฟน์เดย์ เฮาส์ จำกัด

✨ เยาวชนนักสร้างหนังจาก 11 ทีม ถ่ายทอดเรื่องราวชาติพันธุ์ในจังหวัดนครสวรรค์ ได้แก่

  1. RMUTTxNWVOC – “อารย-ถิ่นสวรรค์”
  2. อาวุ(ธ)โส ฟิล์ม – “ใต้ผ้าคลุมฟ้า”
  3. Frame จิ๋วใจใหญ่ – “เขี่ยเปียเสี่ยงรัก”
  4. มอญซ่อนผ้า – “GO HOME เธอคือเหตุผลของการกลับมา”
  5. Fighting Cats – “ผ้าซิ่นถิ่นเฮา”
  6. Take One Crew – “โปรเจกต์นี้มีหัวใจหล่น”
  7. Next Mission Time To Fight! – “The Report of My Heart”
  8. เลนส์เดิม โปรดักชั่น – “ระลึกถึง”
  9. MIDNIGHTFILM – “Ae Mai”
  10. จิ๋วแต่แจ๋ว – “ด้ายไหม ปลายฝัน”
  11. รวงข้าวสตูดิโอ – “เสียงเล็ก ๆ จากลาวครั่ง”

🏆 ผลการประกวด
🥇 รางวัลชนะเลิศ – ทีม อาวุ(ธ)โส ฟิล์ม ชื่อผลงาน “ใต้ผ้าคลุมฟ้า”
ทุนการศึกษา 15,000 บาท + โล่รางวัล + เกียรติบัตร

🥈 รองชนะเลิศอันดับ 1 – ทีม RMUTTxNWVOC ชื่อผลงาน “อารย-ถิ่นสวรรค์”
ทุนการศึกษา 10,000 บาท + โล่รางวัล + เกียรติบัตร

🥉 รองชนะเลิศอันดับ 2 – ทีม MIDNIGHTFILM ชื่อผลงาน “Ae Mai”
ทุนการศึกษา 6,000 บาท + โล่รางวัล + เกียรติบัตร

🎖️ รางวัลชมเชย

  • Frame จิ๋วใจใหญ่ ชื่อผลงาน “เขี่ยเปียเสี่ยงรัก”
  • รวงข้าวสตูดิโอ ชื่อผลงาน “เสียงเล็ก ๆ จากลาวครั่ง”
    ทุนการศึกษาทีมละ 2,000 บาท + โล่รางวัล + เกียรติบัตร

🏅 รางวัลชมเชยพิเศษ

  • Take One Crew ชื่อผลงาน “โปรเจกต์นี้มีหัวใจหล่น”
    ทุนการศึกษา 1,500 บาท + เกียรติบัตร

🎯 กิจกรรมครั้งนี้เป็นเวทีให้เยาวชนได้เรียนรู้จากการลงพื้นที่ชุมชนชาติพันธุ์ ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพยนตร์สั้นในมุมมองใหม่ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และปลุกพลัง Soft Power จากฐานรากของท้องถิ่น สู่สายตาสาธารณชนอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน

ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา ได้รับเกียรติอย่างยิ่ง

ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา ได้รับเกียรติสอนคณบดีมหาวิทยาลัยชื่อดังในซาอุดิอารเบีย.

Ms.Orawan Boonyathada Director of RDRTC Teach Thai language courses V.I.P ,Dean of the College of Business Administrationat Prince Mohammad Bin Fahd University (PMU) in Saudi Arabia. Mr.Sotirios Zygiaris is the Dean of the College of Business Administration at Prince Mohammad Bin Fahd University (PMU) in Saudi Arabia. He has been in this role since 2022 and is also an Associate Professor in Business Analytics and Digital Marketing.

He is honored to study “Thai language” Teach by Orawan BoonyathadaDirector of the Research and Development Reporter Training Center. Teach “Thai language”which is translated into English to understand the meaning thoroughly and can be used to communicate with Thai people in the future because He may have a plan to move to teach at a famous university in Thailand. Thank you fir your trust .It is a great honor to trust in teaching process.

ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา ได้รับเกียรติสอนคณบดีมหาวิทยาลัยชื่อดัง อาจารย์Sotirios Zygiaris ขาวยุโรปคณบดีคณะบริหารธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัย Prince Mohammad Bin Fahd (PMU) ในประเทศซาอุดีอาระเบีย ดำรงตำแหน่งนี้ตั้งแต่ปี 2022 และยังเป็นรองศาสตราจารย์ด้านการวิเคราะห์ธุรกิจและการตลาดดิจิทัล ให้เกียรติมาเรียน “ภาษาไทย” สอนโดย อาจารย์ อรวรรณ บุณยธาดาผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา การสอนภาษาไทยซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษให้เข้าใจถึงความหมายอย่างถ่องแท้และสามารถใช้ติดต่อสื่อสารกับคนไทยได้ในอนาคตเพราะท่านอาจมีแผนย้ายไปสอนในมหาวิทยาลัยชื่อดังในไทย

ขอขอบคุณในการให้ความไว้วางใจ เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ให้ความไว้วางใจในการทุกกระบวนการการสอน

#บันทึก V.I.P #ตำนาน #ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา#สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย #ประเทศไทย #บาห์เรน #ซาอุดิอารเบีย #Saudiarabia #bahrainthailand #Thailand

#thailandbahrain #Deanlife #professor #university #ทูตประชาสัมพันธ์นานาชาติ2021 #ทูตประชาสัมพันธ์นานาชาติ #สอนภาษา #คอร์สวีไอพี #languagecourse #orawanboonyathada

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สร้างอาชีพ สร้างชีวิต มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพมูลค่ากว่า 3 แสนบาท

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สร้างอาชีพ สร้างชีวิต มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพมูลค่ากว่า 3 แสนบาท แก่สตรี แม่เลี้ยงเดี่ยวหรือด้อยโอกาส ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี และกรุงเทพมหานคร
.
วันนี้ (วันพุธที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2568) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก พร้อมด้วย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และ นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ นำทีมลงพื้นที่จังหวัดนนทบุรี มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่สตรีที่มีรายได้น้อยมีภาระหน้าที่ดูแลคนในครอบครัว เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือด้อยโอกาสทางสังคม ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี และสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ บ้านเกร็ดตระการ กรุงเทพมหานคร รวม 2 แห่ง 20 ราย คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 393,570 บาท (สามแสนเก้าหมื่นสามพันห้าร้อยเจ็ดสิบบาทถ้วน) โดยมี นางสาวราภรณ์ พงศ์พนิตานนท์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านครอบครัว (ผู้แทนอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว) พร้อมด้วย นางสาวศุภวรรณ ขูดแก้ว ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ นางสาวพรมณี พุ่มอิ่ม ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง นางอภิรดี สุสุทธิ ผู้อำนวยการสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ บ้านเกร็ดตระการ กรุงเทพมหานคร ร่วมในพิธี ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี
.
นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ เปิดเผยว่า โครงการ “ส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว” มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ฐานะยากจน ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวและสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ จำนวน 12 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ชลบุรี สงขลา สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา ศรีสะเกษ ขอนแก่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย และพิษณุโลก โดยมูลนิธิฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการดำเนินการโครงการดังกล่าวนี้ จะมีส่วนสนับสนุน ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป
.
ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
.
ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เว็บไซต์ http://www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ http://www.facebook.com/atpohtecktung
.

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน