Blog

สถาปนานายกและคณะกรรมการสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน และสโมสรโรทาแรคท์ ปี 2568-2569

พิธีสถาปนานายกและคณะกรรมการสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน และสโมสรโรทาแรคท์ ประจำปี 2568-2569 จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ โรงแรมอมารี หัวหิน


เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 สโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน จัดพิธี สถาปนานายกและคณะกรรมการบริหาร ประจำปี 2568-2569 ณ
โรงแรมอมารี หัวหิน โดยมีผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ กว่า 200 คน
พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธี และกล่าวเปิดงาน


โดยมี ผู้ว่าการภาคโรตารีสากล ภาค 3330 อดีตผู้ว่าการภาค คณะกรรมการบริหารสโมสร สมาชิกโรแทเรียน และแขกผู้มีเกียรติจากสโมสรโรตารีในพื้นที่ต่าง ๆ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง


สโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน เป็น สโมสรโรตารีนานาชาติ ที่มีสมาชิกทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวมกว่า 65 คน จาก 13 ประเทศ

โดยดำเนินโครงการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อชุมชนในพื้นที่หัวหินอย่างต่อเนื่องมากว่า 16 ปี ตั้งแต่วันก่อตั้ง สโมสรให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในด้าน การศึกษา การพัฒนาศักยภาพ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน ในปีบริหาร 2567-2568 (1 กรกฎาคม 2567 – 30 มิถุนายน 2568) สโมสรได้จัดสรรงบประมาณมากกว่า 4.2 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนโครงการบำเพ็ญประโยชน์ถึง 40 โครงการ โดยมีผลงานสำคัญ อาทิ:

  • การจัดซื้อและมอบ รถพยาบาลฉุกเฉินพร้อมอุปกรณ์ทันสมัย มูลค่า 2.5 ล้านบาท ให้แก่โรงพยาบาลหัวหิน (เดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา)
  • การตั้งเป้าจัดซื้อ เครื่องดมยาสลบระบบใหม่ มูลค่า 2.6 ล้านบาท ให้แก่โรงพยาบาลหัวหิน
  • การจัดอบรม หลักสูตรความปลอดภัยทางน้ำและการป้องกันการจมน้ำสำหรับเด็ก ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องเป็นรุ่นที่ 7 มีเด็กและเยาวชนผ่านการอบรมมาแล้วกว่า 700 คน
  • โครงการ ติดตั้งระบบโซล่าเซลล์พลังงานหมุนเวียน ในโรงเรียนบ้านเนินพะยอม และโรงเรียนในพื้นที่ชนบทอื่น ๆ

พิธีสถาปนาในครั้งนี้ยังเป็นเวทีที่แสดงถึงพลังของ เยาวชนคนรุ่นใหม่ จากสโมสรโรทาแรคท์ทั้ง 2 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล ที่ร่วมสืบสานเจตนารมณ์จิตอาสา ผ่านกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ในหลากหลายรูปแบบอย่างต่อเนื่อง

โดยในพิธีครั้งนี้ ได้มีการแต่งตั้งและสถาปนา นายกสโมสรและคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ของทั้ง 3 สโมสร ประจำปี 2568-2569ได้แก่:

มิสเตอร์ไบรอัน แอนเดอร์สัน นายกสโมสรโรตารีรอยัลหัวหินนางศรีเรือน อาร์เชอร์ นายกสโมสรโรทาแรคท์มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด

นางสาวฐานิตา พรพิมลวงศา นายกสโมสรโรทาแรคท์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล

ภายในงานยังมีการแสดงรำไทย การนำเสนอผลงานเด่นของสโมสร พิธีส่งมอบตำแหน่งนายกสโมสร และการแสดงดนตรี ปิดท้ายค่ำคืนที่เต็มไปด้วยมิตรภาพและแรงบันดาลใจ

รายงานข่าวโดย แมวเหมียวเขี้ยวเพชร

#มหานครข่าว #บันเทิงทีวี

#PRtopper

#NewsSpark

ศูนย์คุณธรรมจับมือเครือข่ายสื่อ จัดอบรม “สื่อพลังบวก”

ศูนย์คุณธรรมจับมือเครือข่ายสื่อ จัดอบรม “สื่อพลังบวก” เสริมบทบาทสื่อสร้างสรรค์ สังคมคุณธรรม

วันที่ 28 พ.ค.68 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับภาคีเครือข่ายสื่อมวลชน จัดอบรมหลักสูตร “พัฒนาศักยภาพแกนนำเครือข่ายสื่อพลังบวก สร้างสรรค์สังคมไทย” ระหว่างวันที่ 27–28 พฤษภาคม 2568 ณ โรงแรมเอสรัชดา กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 70 คนจากสื่อส่วนกลาง และสื่อท้องถิ่นจังหวัดต่างๆ จาก 4 ภูมิภาค
ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวเปิดอบรมโดยเน้นว่า “สื่อคือพลังเปลี่ยนแปลงสังคม หากสื่อนำเสนอด้วยเจตนาและคุณธรรม สังคมไทยจะแข็งแรงจากภายใน” พร้อมย้ำถึงบทบาทของศูนย์คุณธรรมในการส่งเสริมคุณธรรมผ่านนโยบายและการสร้างเครือข่ายทางสังคม ขณะเดียวกัน นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล กรรมการนโยบายไทยพีบีเอส ในฐานะประธานเครือข่ายสื่อคุณธรรม ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมอบรมว่า “ในยุคที่ข้อมูลล้นทะลัก เราต้องการ ‘สื่อ’ ที่ไม่เพียงแต่มีความไว แต่ต้องมีคุณธรรมและจริยธรรมในการนำเสนอ” พร้อมเปิดใจว่าการจัดอบรมครั้งนี้คือพื้นที่ในการเชื่อมโยงคนสื่อที่มีอุดมการณ์เดียวกัน
วัตถุประสงค์ของการอบรมครั้งนี้ คือการยกระดับความรู้ความเข้าใจด้านคุณธรรม จริยธรรม และการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ในยุคดิจิทัล พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เสริมสร้างกลไกเครือข่ายสื่อที่มีพลังบวกและมีอุดมการณ์ร่วมในการขับเคลื่อนคุณธรรมในสังคมในประเด็นสำคัญ อาทิ บทบาทของสื่อในยุค AI และออนไลน์ , กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) , จริยธรรมวิชาชีพและแนวทางสร้างสื่อปลอดภัย , การสื่อสารคุณธรรมและความหวังในบริบทสังคมไทย กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญ เช่น นายระวี ตะวันธรงค์ ที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และกรรมการจริยธรรม สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ , นายอภิศิลป์ ตรุงกานนท์ ผู้ก่อตั้ง เว็บไซต์ Pantip.com , นายโกศล สงเนียม เลขาธิการสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และการเสวนธุรกิจกับการอยู่รอดขององค์กรสื่อ เช่น นายสกล ถาวรกาญจน์ สถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ. FM 91, นายสัมฤทธิ์ เจียมเจริญพรกุล บรรณาธิการ ATV,นายวิรุฬ รัตนปริคณน์ สถานีโทรทัศน์ TNN 2 รวมถึงนักวิชาชีพสื่อมวลชนอีกหลายท่าน โดยมีเวิร์กช็อปกลุ่มย่อย การระดมความคิดเห็น และข้อเสนอระดับพื้นที่และเชิงนโยบายด้านสื่อคุณธรรม เพื่อสร้าง “แกนนำสื่อ” ที่มีอุดมการณ์ในการใช้พลังของสื่ออย่างสร้างสรรค์ต่อไป
การอบรมปิดท้ายด้วยการมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมอบรม โดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม พร้อมร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการสร้างสื่อเพื่อสังคมคุณธรรมอย่างยั่งยืนต่อไป

Nongnooch Plant Expo International 2025ยกระดับวงการพันธุ์ไม้ไทยสู่สากล

สุดยิ่งใหญ่ เปิดงานแล้ว!!! Nongnooch Plant Expo International 2025
ยกระดับวงการพันธุ์ไม้ไทยสู่สากล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ที่สวนนงนุชพัทยา นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้กล่าวเปิดงาน Nongnooch Plant Expo International 2025 อย่างเป็นทางการ โดยมุ่งหวังยกระดับวงการพันธุ์ไม้ไทยสู่เวทีสากล ให้มากยิ่งขึ้น
สำหรับงานนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Innovation นวัตพรรณไม้ใหม่ Plant Breeder meet Plant Buyer” ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่จะเชื่อมโยงนักพัฒนาสายพันธุ์พืช (Plant Breeder) กับผู้ซื้อพืช (Plant Buyer) จากทั่วโลก สวนนงนุชพัทยา หวังว่า ทุกปี คนทั่วโลกจะรู้จักอีเวนต์ขายต้นไม้สำคัญของไทย ที่จัดปีละ 2 ครั้ง ที่สวนนงนุชพัทยา กลางปี และ งานสวนหลวง ร.9 ปลายปี
แต่งานที่สวนนงนุชพัทยา เริ่มตั้งแต่วันนี้ (6มิถุนายน) ถึงวันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน 2568 เข้าชม: ฟรี
ไฮไลท์ของงาน:
นักพัฒนาสายพันธุ์พืชจากนานาชาติเข้าร่วมงาน
สวนนงนุชพัทยายังคงบทบาทสำคัญในฐานะแหล่งเรียนรู้ด้านพฤกษศาสตร์ระดับสากล
สถานที่จัดงาน ที่พัก และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
กิจกรรมบนเวทีเสวนากับแขกคนพิเศษหลายท่าน ทุกวัน โดยแขกผู้ร่วมตัดริบบิ้นเปิดงานประกอบไปด้วย คุณกัมพล ตันสัจจา ประธาน สวนนงนุชพัทยา , อาจารย์สุรัตน์ วรรณโน Senior Collecter จากบ้านก้ามปู , ดร.วีรชัย ณ นคร รองประธานกรรมการบริหารสวนหลวง ร.9 , Mr.MICHAEL KERRY RIMLAND , คุณกรรณิการ์ เปรมประสาทสิทธิ์ ประธานกลุ่มโกรท ทูเก็ตเตอร์ , คุณสรรพสิริ เชาวน์วาณิชย์ นายกสมาคมไม้ประดับแห่งประเทศไทย
สวนนงนุชพัทยา ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจด้านพฤกษศาสตร์ พันธุ์ไม้ และนวัตกรรมทางการเกษตร เข้าร่วมงานในครั้งนี้ เพื่อสัมผัสประสบการณ์ใหม่และเรียนรู้เทคโนโลยีล่าสุดในวงการพันธุ์ไม้สากล
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.nongnoochpattaya.com

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม รายงาน

TTM+2025 Thailand Travel Mart + 2025 ขับเคลื่อนกีฬากอล์ฟสู่ระดับโลก

# เร่งขับเคลื่อนกีฬากอล์ฟสู่ระดับโลก # สมาคมกอล์ฟรีสอร์ทภาคเหนือ # งาน TTM+2025 Thailand Travel Mart + 2025 #

4-6 มิถุนายน 2568 ณ อุทยานราชพฤกษ์ เชียงใหม่ # วันที่สองของงาน วันที่ 5 มิถุนายน 2568 นายเฉลิมพล ชูชาติ นายกสมาคมกอล์ฟรีสอร์ทภาคเหนือ ,นายสุพชฌาย์ เสวตไอยาราม อุปนายก สมาคมกอล์ฟรีสอร์ทภาคเหนือ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด สนามกอล์ฟในเครือกัซซัน ได้เข้าร่วมงานส่งเสริมการขายและเจรจาธุรกิจ งาน TTM+2025 Thailand Travel Mart + 2025 ซึ่งเป็นงานส่งเสริมการขายและการเจรจาธุรกิจร่วมกันระหว่างนักธุรกิจชาวไทยและชาวต่างชาติกว่า 450 ราย จาก 51 ประเทศทั่วโลก ณ อุทยานราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่

โดย TTM+ 2025 จะเป็นโอกาสและเวทีเจรจาธุรกิจทางการท่องเที่ยวสำคัญ ที่จะมากระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวไทย พร้อมเสริมภาพลักษณ์สร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทย ควบคู่ไปกับการใส่ใจในคุณค่าแห่งความยั่งยืน ทั้งพันธมิตรภาครัฐและภาคเอกชนจัดงาน TTM+ 2025 ให้เป็นเวทีสำคัญในการเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยกับบริษัทนำเที่ยวจากต่างประเทศทั่วโลก โดย มุ่งกระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวไทย ด้วยการนำผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ (Buyer) ร่วม 450 ราย จาก 51 ประเทศทั่วโลก ทั้งในพื้นที่ตลาดท่องเที่ยวหลักและรองของไทย รวมถึงตลาดศักยภาพใหม่ ๆ จากประเทศที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง มาพบปะและเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย เพื่อโอกาสในการสร้างพันธมิตรรายใหม่ ๆ และสร้างเครือข่ายทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง นำไปสู่การเสนอขายแพ็กเกจท่องเที่ยวและสินค้าการท่องเที่ยวไทยสู่นักท่องเที่ยวทั่วโลก

ตลอดจนการจัดงานในครั้งนี้ยังขยายโอกาสไปสู่ผู้ประกอบการเมืองน่าเที่ยว 14 จังหวัดที่จะเข้าร่วมงาน ถือเป็นการเพิ่มศักยภาพ ยกระดับมาตรฐาน พัฒนาการตลาดและสร้างเครือข่ายทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่นของไทยในระดับสากล และจะเป็นช่องทางสำคัญในการนำเสนอเมืองน่าเที่ยวไทย สร้างจุดขายใหม่ๆ สู่สายตานักท่องเที่ยวต่างชาติ

งาน TTM+ 2025 ในปีนี้ยังกลับมาพร้อมกับความพิเศษกว่าทุกปี โดยนอกจากจะให้ความสำคัญกับเรื่อง Sustainability โดยมีผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทย (Seller) ที่ดำเนินธุรกิจแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะผู้ได้รับรางวัล Thailand Tourism Award, ผู้ประกอบการที่ได้มาตรฐาน STAR ของ ททท. ภายใต้เป้าหมายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism Goals: STGs)

“พังน้องพร”แม่ช้างพันธุ์แชมป์! ผลิตลูกคุณภาพ 6 เชือกรวด

สุดยอด!! แม่พันธุ์แห่งปางช้างสวนนงนุชพัทยา”พังน้องพร”แม่ช้างพันธุ์แชมป์! ผลิตลูกคุณภาพ 6 เชือกรวด
สุดยอดแม่พันธุ์แห่งวงการช้างไทย “พังน้องพร” แม่ช้างสุดเก่งของ สวนนงนุชพัทยา ได้พิสูจน์แล้วว่า เป็นแม่พันธุ์ชั้นเยี่ยมด้วยการตกลูกมาแล้ว 6 เชือก ถือว่าเป็นแม่ช้างที่คลอดลูกง่าย แม้บางครั้งจะไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า ลูกช้างล่าสุดที่เกิดแบบเซอร์ไพรส์กลางดึก ได้รับการดูแลอย่างดีจากเจ้าหน้าที่และทีมสัตวแพทย์ ซึ่งลูกช้างมีสุขภาพดี แข็งแรงสมบูรณ์
ซึ่งในพิธีรับขวัญครั้งนี้ ทางสวนนงนุชพัทยา ได้นิมนต์ ท่านพระครูสีลสาราธิคุณ เจ้าคณะตำบลสัตหีบ เจ้าอาวาสวัดเขาคันธมาทน์ มาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ประกอบพิธีเจิมแป้ง คล้องพวงมาลัยและประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ลูกช้างและโขลงช้างทั้งหลาย โดยนายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้ตั้งชื่ออันไพเราะให้แก่ลูกช้างเชือกนี้ว่า “พังแพรวพร”
ทั้งนี้ สวนนงนุชพัทยา มุ่งเน้นในการอนุรักษ์พันธุ์ช้างไทยและในปีนี้ นับเป็นลูกช้างเชือกที่ 4 ที่ตกลูกภายในปางช้างสวนนงนุชพัทยา ที่ได้รับการรับรองจาก กรมปศุสัตว์และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ให้เป็นสถานที่ ที่ได้รับหนังสือรับรองมาตรฐานการปฏิบัติที่ดีสำหรับปางช้างแห่งแรกของประเทศไทย จึงนับว่าปางช้างสวนนงนุชพัทยาก็เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม รายงาน

ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา มอบนโยบายงานป้องกันปราบปราม

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ.2568
เวลา 10.00 น.

พล.ต.ต.นฤนาท พุทไธสง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา
พ.ต.ท.พิศาล กล่ำไพ รอง ผกก.ป.สภ.พระนครศรีอยุธยา

  พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจงานป้องกันปราบปราม สภ.พระนครฯ

ร่วมประชุมมอบนโยบายงานป้องกันปราบปรามและมอบรางวัล ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ต่อไป

สมาคมตำรวจ เปิดตัว “หลักสูตรวัคซีนชีวิต”

สมาคมตำรวจ เปิดตัว “หลักสูตรวัคซีนชีวิต” รุ่นแรก เสริมภูมิคุ้มกันผู้นำไทยรับมือโลกยุคใหม่

วันนี้(5 มิถุนายน 2568) เวลา 14.00 น. พลตำรวจเอก สมพงษ์ ชิงดวง รองนายกสมาคมตำรวจ ประธานหลักสูตรวัคซีนชีวิตสำหรับผู้บริหารชั้นสูงเพื่อสังคม เป็นประธานแถลงข่าว ณ สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดี
สมาคมตำรวจ ร่วมกับเครือข่ายภาคเอกชน เปิดตัวหลักสูตรพิเศษ “หลักสูตรวัคซีนชีวิตสำหรับผู้บริหารชั้นสูงเพื่อสังคม รุ่นที่ 1” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย มุ่งเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้นำในทุกภาคส่วนรับมือกับ              ความท้าทายในยุคดิจิทัล และสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อป้องกันอาชญากรรมสมัยใหม่
เป้าหมายสำคัญ  “5 พลังชีวิต” ป้องกันก่อนเกิดปัญหา
พลตำรวจเอก สมพงษ์ ชิงดวง รองนายกสมาคมตำรวจ และประธานหลักสูตร เผยว่า “หลักสูตรนี้เปรียบเสมือนวัคซีนที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันชีวิตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่” โดยยึดหลัก “5 พลังชีวิต” ประกอบด้วย พลังตัวเอง พลังครอบครัว พลังองค์กร พลังชุมชน และพลังสังคม เพื่อป้องกันปัญหาก่อนที่จะเกิดขึ้น แทนที่จะต้องมารักษาภายหลัง หลักสูตรนี้มุ่งเป้าแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของสังคมไทย           อาทิ ยาเสพติด การพนันออนไลน์ อาชญากรรมไซเบอร์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ
หลักสูตรเข้มข้น 5 เดือน ครอบคลุม 5 หมวดความรู้สำคัญ
การอบรมจัดขึ้นเป็นเวลา 5 เดือน ทุกวันเสาร์ (รวม 22 ครั้ง) ระหว่างวันที่ 5 กรกฎาคม 2568 ถึงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 โดยแบ่งเป็น 5 หมวดหลัก ได้แก่
การเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ-สังคมโลก เตรียมความพร้อมรับมือเทรนด์โลกอนาคต
ภัยไซเบอร์และ AI อาชญากรรมดิจิทัล เจาะลึกกลโกงแก๊งคอลเซ็นเตอร์กว่า 100 วิธี
รวมถึงการปั่นหุ้น STARK, MORE และคดี The iCON Group
กฎหมายครอบครัว-มรดก ป้องกันข้อพิพาทในครอบครัวและปัญหามรดกเลือด
สุขภาพกาย-ใจสำหรับผู้บริหาร เทคนิคดูแลสุขภาพและการชะลอวัย
การสร้างพลังเครือข่าย พัฒนาทักษะการบริหารและสร้างธุรกิจ Wellness

รูปแบบการเรียนรู้ครบวงจร พร้อมศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ
หลักสูตรเน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ ผ่านการบรรยาย สัมมนา ประชุมกลุ่ม แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และศึกษาดูงานทั้ง 4 ภาคทั่วประเทศ รวมถึงการศึกษาดูงานในต่างประเทศ ผู้เข้าร่วมต้องผ่านเกณฑ์                  การประเมินและจัดทำโครงงานกลุ่มเพื่อรับประกาศนียบัตร
สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ สร้างสังคม “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”
หลักสูตรนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” โดยมุ่งสร้างภูมิคุ้มกันให้กับสังคมไทยและเป็นประโยชน์ต่อเยาวชนในอนาคต ผ่านการสร้างเครือข่ายผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และ               พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับประเทศ

ทีมวิทยากรระดับประเทศ
ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ-เอกชนกว่า 30 ท่าน รวมถึงคณะผู้บริหารหลักสูตรระดับประเทศ อาทิ พลเอกนักรบ บุญบัวทอง, พลตำรวจเอกสุรพงษ์ ชัยจันทร์, นายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ และ            นายคงธัช เตชะวิเชียร
การรับสมัคร :
หลักสูตรเปิดรับสมัครผู้บริหารระดับสูงจากทั้งภาครัฐและเอกชน จำนวน 120 ท่าน โดยกลุ่มเป้าหมายได้แก่ ข้าราชการระดับสูง ข้าราชการตำรวจระดับพลตำรวจตรีขึ้นไป ข้าราชการทหารระดับพลตรีขึ้นไป ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ และผู้บริหารภาคเอกชน

เปิดรับสมัคร : ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2568
ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร : เพียง 150,000 บาท เท่านั้น
(รวมค่าใช้จ่ายในการศึกษาดูงานภายในประเทศ(ทั้งสี่ภาค) และการศึกษาดูงานต่างประเทศ)
สนใจกรอกใบสมัครทางออนไลน์ได้ที่ : https://forms.gle/ge1dMyVQFmZxVQng6
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : 095-346-2555 (คุณธีรวัลย์), 095-331-6555 (คุณสิริลักษณ์)
Email : lifevaccine.social@gmail.com
Facebook : lifevaccine.social

หมูอินเตอร์ MOU ม.เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ร่วมผลิตบัณฑิต

ลำพูน – หมูอินเตอร์ MOU บันทึกความเข้าใจกับ ม.เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ในโครงการความร่วมมือภาครัฐและเอกชนเพื่อร่วมผลิตบัณฑิตฯ”

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 ณ ห้องประชุมสำนักงานใหญ่ ชั้น 2 บริษัท เอ็ม เอส พี อินเตอร์ ฟู๊ดส์ จำกัด ตำบลป่าสัก อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ได้มีพิธีลงนาม MOU ระหว่าง รองศาสตราจารย์ วิเชษฐ  ทิพย์ประเสริฐ รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา กับ นาย(ดร.)ณรงค์ ธรรมจารี ประธาน บริษัท เอ็ม เอส พี อินเตอร์ฟู้ด จำกัด(หมูอินเตอร์)ได้มีความร่วมมือในการร่วมผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ(Hands On) โดยใช้หลักการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการการเรียนรู้กับการทำงานจริง

โดยได้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU) โครงการความร่วมมือภาครัฐและเอกชนเพื่อร่วมผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ ระหว่างเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา กับ บริษัท เอ็ม เอส พี อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด(หมูอินเตอร์) 

โอกาสนี้มี นายบรรจง  วิพรหมชัย กรรมการหอการค้าไทย พร้อมด้วย นายนพดา อธิกากัมพู ประธานหอการค้าจังหวัดลำพูน และ รองศาสตราจารย์ กัญฐณา  ดิษฐ์แก้ว คณบดี คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ ร่วมลงนามและเป็นสักขีพยานในงานดังกล่าว..

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ร่วมกับ บริษัท เอ็ม เอส พี อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด บันทึกความเข้าใจ
หมูอินเตอร์ โครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อร่วมผลิตบัณฑิต ระหว่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา กับ บริษัท เอ็ม เอส พี อินเตอร์ฟู้ดส์ จำกัด (หมูอินเตอร์) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ(MOU) ฉบับนี้ จัดทำขึ้น เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 ณ บริษัท เอ็ม เอส พี อินเตอร์ฟูตส์จำกัด(หมูอินเตอร์) จังหวัดลำพูน ระหว่าง มหาวิทยาลัยเทศโนโลยีราชมงคลล้านนา เลขที่ 128 ถนนห้วยแก้ว ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่
จังหวัดเชียงใหม่ โดย รองศาสตราจารย์ วิเชษฐ  ทิพย์ประเสริฐ ตำแหน่ง รักษาราชการแทน อธิการบดี
มหาวิทยาลัยเทศโนโลยีราชมงคลล้านนา ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันในนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
ต่อไปในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือนี้ เรียกว่า “มหาวิทยาลัย” ฝ่ายหนึ่ง บริษัท เอ็ม เอส พี อินเตอร์ฟู้ดส์ จำกัด(หมูอินเตอร์) เลขทะเบียนนิติบุคคล 0515562000143 ดำเนินธุรกิจหลักในด้านโรงเชือดสุกร  และจำหน่ายเนื้อสุกรชำแหละ ผ่านช็อปจำหน่ายในห้องปรับอากาศ โดยประกอบกิจการในประเทศไทย และประกอบกิจการในต่างประเทศ ภายในเขตจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน สุโขทัย พิษณุโลก อุตรดิตถ์ ขอนแก่น และ จังหวัดมหาสารคาม

โดยนายณรงค์  ธรรมจารี ตำแหน่งประธานบริษัท เอ็ม เอส พี อินเตอร์ฟูดส์จำกัด(หมูอินเตอร์) ผู้มีอำนาจลงนามผูกพัน ซึ่งต่อไปในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือเรียกว่า “บริษัท” อีกฝ่ายหนึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงทำบันทึกข้อตกลงกันดังต่อไปนี้

  1. หลักการและเหตุผล
    ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ.2566-2570) หมุดหมายที่ 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต โดยได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพคนไทยให้มีทักษะความรู้ และความสามารถในการดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่า และส่งส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยมีการพัฒนาทักษะทางสมอง และทักษะทางสังคมที่เหมาะสม พัฒนาเด็กวัยเรียนและวัยรุ่นให้มีทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะการทำงานและการใช้ชีวิตที่พร้อมเข้าสู่ตลาดงาน ส่งเสริมแรงงานให้มีความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพที่เป็นไปตามความต้องการของตลาดงาน พัฒนาศักยภาพของกลุ่มผู้สูงอายุวัยตันให้สามารถเข้าสู่ตลาดงานเพิ่มขึ้น โดยมีเป้าหมายให้คนไทยได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพในทุกช่วงวัย มีสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่

“บริษัท” ได้ประกอบธุรกิจการค้าสมัยใหม่ และการค้าปลีกเป็นหลัก ได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนา
กำลังคนด้านบริหารธุรกิจ เพื่อยกระดับกำลังคนให้มีสมรรถนะสูงและการพัฒนาบุคลากรให้สอดอดคล้อง
กับความต้องการของธุรกิจ จึงได้ให้ความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัย เป็นหน่วยงานที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา
ที่มุ่งผลิตบัณฑิตให้มีความรอบรู้ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติผ่านกระบวนการฝึกงานในสถานประกอบการ
หรือสหกิจศึกษาที่มีสมรรถนะสูง สามารถรองรับธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีความหลากหลายตรงตามความต้องการ
ของสถานประกอบการ และตลาดแรงงาน

ผู้ร่วมลงนามฯ ประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ วิเชษฐ  ทิพย์ประเสริฐ รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทศโนโลยีราชมงคลล้านนา, นายนายณรงค์  ธรรมจารี
ประธานบริษัท เอ็ม เอส พี อินเตอร์ฟู้ดส์ จำกัด, รองศาสตราจารย์ กัญฐณา  ดิษฐ์แก้ว คณบดีคณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์,  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ณภัทร  ทิพย์ศรี รองคณบดี คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ เชียงราย, ช่วยศาสตราจารย์ ชไมพร  รัตนเจริญชัย ผู้อำนวยการสำนักงานบริหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย, นางณัชชา  ทิพย์ประเสริฐ ผู้อำนวยการกองการศึกษาเชียงราย, นายบรรจง  วิพรหมชัย กรรมการหอการค้าไทย, นางสายพินธุ์  ธรรมจารี รองประธานกรรมการ บริษัท เอ็ม เอส พี เอ็นเตอร์ฟูดส์ จำกัด, นางสาวจิตรสุภา  ธรรมจารี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและจัดซื้อ, นายธรณัส ธรรมจารี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและทรัพยากรมนุษย์

รางวัลอินฟลูเอนเซอร์ อวอร์ด “Influencer Awards” ปี 68

วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 นายศิโรจน์ มิ่งขวัญ นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย และผู้ก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา สำนักนวัตกรรมการสื่อสาร เปิดเผยว่า ได้พิจารณามอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ให้
เฟสบุ๊ค Bangsaen Fight Club ผู้ติดตาม 2.1 แสนคน
ได้รับรางวัลอินฟลูเอนเซอร์ อวอร์ด “Influencer Awards” ประจำปี 2568

นายศิโรจน์ มิ่งขวัญ กล่าวอีกว่าในยุคดิจิตอลได้เกิดรูปแบบการสื่อสารแนวใหม่ เรียกว่า โซเชียลมีเดีย (สื่อสังคมออนไลน์) มีผู้ประกอบการ ที่เป็น
เจ้าของแฟลตฟอร์ม หรือ แอปพลิเคชัน (Application) อย่าง Facebook , X, Instagram,TikTok,Youtube,Line ฯ
โดยเป็นแหล่งรวมตัวกันของผู้ใช้ทั่วโลก ทุกชาติ ทุกเพศ ทุกวัย ข้อมูล ณ ต้นปี2568 ประชากรโลกมีอยู่ราวๆ 8,100 ล้านคน มีคนประมาณ 5,000 ล้านคน ใช้โซเชียลมีเดีย เมื่อคำนวณแบบคร่าวๆ ก็ประมาณ 50-60 %
ส่วนประเทศไทยเอง จัดว่าใช้สื่อสังคมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย เป็นอันดับต้นๆ ของโลก
ทั้งนี้เพื่อให้ เข้ายุค เข้าสมัย ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าว วิจัยและพัฒนา สำนักนวัตกรรมการสื่อสาร ภายใต้สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย จึงจัดทำโครงการจัดงานมอบรางวัล อินฟลูเอนเซอร์ อวอร์ด “Influencer Awards”
ขึ้น
มีวัตถุประสงค์
1.เพื่อพัฒนาการเผยแพร่ข้อมูล ในสื่อโซเชียลมีเดีย
2.เพื่อส่งเสริม “Influencer” อินฟลูเอนเซอร์
3.เพื่อพัฒนาการประชาสัมพันธ์ ผู้สนับสนุน ในสื่อโซเชียลมีเดีย


โดยกำหนดหลักเกณฑ์“Influencer” อินฟลูเอนเซอร์ หมายถึง
มีความโดดเด่น ด้านยอดผู้ติดตาม ความเสมอต้น เสมอปลาย ความต่อเนื่อง

มีอิทธิพลทางความคิดอย่างแท้จริง ภายใต้ความสร้างสรรค์
ทั้งระดับชาติ และระดับนานาชาติ


สุขสันต์วัน Eid Al Adha.

สุขสันต์วัน Eid Al Adha.
ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ ขอความกรุณาจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน
และขอให้วันของท่านเต็มไปด้วยพรที่สมหวังทุกประการขอให้อัลลอฮ์ทรงประทานพรมากมายแก่คุณเพราะคุณสมควรได้รับทั้งหมด
จงขอบคุณพระองค์สำหรับความเมตตาของพระองค์ในวัน Eid Al Adha ขอให้นำความสงบสุข ความเจริญรุ่งเรือง และความสุขมาสู่ชีวิตของทุกคน สุขสันต์วัน Eid Al Adha.
จาก คณะผู้บริหารและพนักงาน
ไทมส์ ออฟ บาห์เรน
อรวรรณ บุณยธาดา
บรรณธิการบริหาร
ไทมส์ ออฟ บาห์เรน .