Blog

เดิน-วิ่ง OLYMPIC DAY SUPHANBURI 2025

เดิน-วิ่ง OLYMPIC DAY SUPHANBURI 2025
เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 14 มิ.ย.68 ที่ สนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และจังหวัดสุพรรณบุรี รวมถึง หน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง “OLYMPIC DAY SUPHANBURI 2025” (วันแรก) โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกันปล่อยตัวนักกีฬา เดิน-วิ่ง OLYMPIC DAY SUPHANBURI 2025 เพื่อเฉลิมฉลองวันโอลิมปิคสากล โดยมีนักกฬากว่า 10,000 คน เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

สันติ​ ชูเชิด​​ มหานครข่าว สุพรรณบุรี

“บรอ.12” บุกนอร์เวย์–เดนมาร์ก ศึกษาความมั่นคง–สัมพันธ์ 400 ปี

“บรอ.12” บุกนอร์เวย์–เดนมาร์ก ศึกษาความมั่นคง–สัมพันธ์ 400 ปี

รองผบ.ตร. นำคณะ “บรอ.12” ดูงานยุโรป เสริมแกร่งผู้นำภาครัฐ–เอกชน เจาะลึกนโยบายโลก–สายสัมพันธ์ไทย–เดนมาร์กอันแน่นแฟ้น

ระหว่างวันที่ 7–13 มิถุนายน 2568 พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ได้นำนักศึกษา หลักสูตรการบริหารการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมภาครัฐร่วมเอกชน รุ่นที่ 12 (บรอ.12) จำนวน 38 คน เดินทางไปศึกษาดูงานที่ประเทศ นอร์เวย์และเดนมาร์ก เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านความมั่นคง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

โดยมีข้าราชการตำรวจ ภารรัฐ เอกชน ประกอบด้วย พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง รองผบช.ศ. / รองหัวหน้าคณะ พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (รองผบ.ตชด.) , พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รองจเรตำรวจ (สบ.7) , พล.ต.ต.คธา เกษรมาลา ผู้บังคับการอำนวยการ บช.ส. , พล.ต.ต.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร ผู้บังคับการ ปส.2 , พล.ต.ต.กัปนาท อรุณคีรีโรจน์ ผบก.น.7 , พล.ต.ต.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผบก.อก.บช.ก. , พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 , พล.ต.ต.ปราโมทย์ สิมหลวง เลขานุการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นายทรงชัย อันนานนท์ อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานอัยการภาค 2 , นายสุรเชษฐ ณ กาฬสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานงบประมาณที่ 12 , นายสุบิน เนตรสว่าง ผู้อำนวยการเขื่อนรัชชประภา , นายธีรพงศ์ เพชรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 5 สุราษฎร์ธานี , นางสาววรรณา ผู้อุตส่าห์ นายด่านศุลกากรหนองคาย , นายพินิจ ตันติวิญญูพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักสอบสวน 4 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน

นางสาวณัชพร วรรณเอี่ยมพิกุล รองประธานกรรมการ บริษัทไพลินเลเซอร์ เมทเทิล จำกัด , ดร.รัตนาภรณ์ มั่นศรีจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอสพีพีทรานสปอร์ต จำกัด , นายสุพิชช์ อังศวานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทจักรวาลคอมมิวนิเคชั่น ซีสเท็ม , นายพัฒนา สุคนธรักษ์ กรรมการ บริษัทสัมมากรพลัส จำกัด , นายพัชรพงษ์ ธะนะปัด รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด เป็นต้น

ซึ่งการเดินทางเยือน เดนมาร์ก เริ่มต้นที่ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคเปนเฮเกน โดยได้รับเกียรติจาก นายภูวิศ วิสารทสกุล อุปทูต ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปพิเศษในหัวข้อ “ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สถานการณ์การเมือง–เศรษฐกิจระหว่างไทยกับเดนมาร์ก” ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือที่มีมายาวนานกว่า 400 ปี

โดยเฉพาะในมิติความสัมพันธ์ระดับราชวงศ์ ซึ่งเริ่มตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ 5 ที่เสด็จประพาสยุโรปสองครั้งในปี 2440 และ 2450 และต่อเนื่องจนถึงปี 2531 เมื่อ สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์ก เสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการ

คณะฯ ยังได้เยี่ยมชมสถานที่สำคัญเพื่อศึกษาระบบการปกครอง เช่น พระราชวัง Rosenborg, จัตุรัส Christiansborg, และ ศาลาว่าการกรุงโคเปนเฮเกน (City Hall) ที่เปิดเผยถึงโครงสร้างทางการเมือง และวิถีชีวิตของประชาชนในประเทศที่ได้รับการยกย่องว่ามีระดับความสุขสูงสุดในโลก

จากนั้น คณะได้เดินทางต่อไปยัง ประเทศนอร์เวย์ เพื่อดูงานด้านศิลปะ วัฒนธรรม และการบริหารจัดการเมือง โดยเข้าชมสถานที่สำคัญ เช่น Oslo Opera House อาคารทรงเรขาคณิตสมัยใหม่ที่สะท้อนแนวคิดการออกแบบร่วมกับธรรมชาติ , พิพิธภัณฑ์ Norsk Folke Museum แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมพื้นบ้านและประวัติศาสตร์นอร์เวย์ , ป้อม Aker Brygge ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นแหล่งรวมศิลปะ-ธุรกิจสุดทันสมัยริมอ่าว

การศึกษาดูงานในครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับนโยบายต่างประเทศในแนวทาง Pragmatic Idealism ซึ่งหมายถึงการดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบมีอุดมคติ แต่ยังคงความยืดหยุ่น ยึดผลประโยชน์ร่วมเป็นหลัก ซึ่งเป็นแนวทางที่เดนมาร์กกำลังจับตาไทยอย่างใกล้ชิด

กานดูงานในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของหลักสูตร บรอ.12 ที่มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมได้เข้าใจประเด็นระดับมหภาค ทั้งด้านความมั่นคง การปกครอง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงพลวัตทางเศรษฐกิจและสังคมของโลก

ภารกิจนี้ตอกย้ำว่า “ผู้นำในยุคใหม่” ต้องพร้อมทั้งความรู้ ความสัมพันธ์ และวิสัยทัศน์ระดับนานาชาติ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

เอไอเอ ประเทศไทย ต้อนรับ Pride Month

เอไอเอ ประเทศไทย ต้อนรับ Pride Month จัดกิจกรรม Pride Week ส่งเสริมความความเท่าเทียมในที่ทำงาน (Inclusive Workplace) ให้พนักงานได้แสดงออกอย่างเสรี

เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นางศรัณยา เทียนถาวร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล และ นางสาวรพีพร วงศ์ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ ร่วมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจ “Pride Month” สนับสนุนความเท่าเทียมและความหลากหลายของทุกคน จัดกิจกรรม “Pride Week” ภายใต้ธีม Self – care, Self – Love, Self – Esteem ส่งเสริมการรักตัวเอง ส่งต่อความเข้าใจในความหลากหลาย เพื่อสร้าง Inclusive Workplace สังคมที่เปิดกว้างกับการดูแลตัวเองในทุกมิติ โดยมี แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2564 เป็นตัวแทนของ Self-Esteem ร่วมแชร์มุมมอง “การรักและเห็นคุณค่าของตัวเอง” เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมด้วยความรักและการยอมรับตัวเอง พร้อมงานเวิร์คชอปที่น่าสนใจมากมาย อาทิ เวิร์คชอปการบำบัดกายใจด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทยโดย divana Group ผู้ให้บริการสปาแบบครบวงจรสัญชาติไทยระดับพรีเมียม เสวนาเรื่องสุขภาพในหัวข้อ “ฮอร์โมน” โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ Wellness Center ตรัยยา โรงพยาบาลปิยะเวท พร้อมกิจกรรมสุขภาพ โดยนักจิตวิทยา จาก AIA Vitality พร้อมเปิดตัว Diversity Network เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างและปลอดภัย ให้พนักงานได้แสดงความคิดเห็น มีส่วนร่วมและแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ตามเจตนารมณ์ของเอไอเอในการสร้าง Best & Inclusive Workplace ที่เปิดกว้างให้ทุกคนได้เป็นตัวของตัวเองและใช้ศักยภาพเต็มความสามารถ เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันภายในที่ทำงาน เพื่อร่วมกันส่งต่อความมุ่งมั่นขององค์กรในการสนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเท่าเทียม ตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives


สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

ซินเจนทา ผนึกกำลังกับพันธมิตรสร้างเครือข่ายอาหารปลอดภัย

ไม่ใช่แค่ปลูกดี…แต่ต้องกินดี ซินเจนทา ผนึกกำลังกับพันธมิตรสร้างเครือข่ายอาหารปลอดภัย เนื่องในวันความปลอดภัยอาหารโลก 2025 ผ่านโครงการ ‘เพาะดี กินดี’

“ซินเจนทา” ขานรับความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและความปลอดภัยของอาหารมากยิ่งขึ้น เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ ‘เพาะดี กินดี’ ผ่านกิจกรรม “Grow Well, Eat Well: กระบวนการผลิตที่ดี และการบริโภคที่ปลอดภัย มีคุณภาพ สู่อนาคตที่ยั่งยืน” ที่จัดขึ้นโดยมูลนิธิรักษ์ไทย และภาคีเครือข่าย โดยได้รับเกียรติจาก นายเสกสรรค์ วรรณกรี ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร เป็นประธานพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ เพื่อตอกย้ำความสำคัญของการพัฒนาระบบอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ จากต้นทางของกระบวนการผลิตสู่ปลายทางของผู้บริโภค และฉลองวันความปลอดภัยอาหารโลก (World Food Safety Day 2025) ที่ผ่านมา ณ ลานกิจกรรมวันนิมมาน โซนวันศาลา จังหวัดเชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่เป็นพื้นที่สำคัญที่มีบทบาททั้งด้านเกษตรกรรมและการท่องเที่ยว ด้วยภูมิประเทศที่หลากหลายและอุดมสมบูรณ์ ทำให้สามารถผลิตพืชอาหารคุณภาพได้ตลอดปี อีกทั้งยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติ โดยผลผลิตจากเกษตรกรในพื้นที่ไม่เพียงรองรับผู้บริโภคในท้องถิ่น แต่ยังมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างภาพลักษณ์ด้านอาหารปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน นอกจากนี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมากระแสของการบริโภคอาหารอย่างปลอดภัยและการใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมได้รับความสนใจมากจากผู้บริโภคทั่วโลก ผู้คนหันมาเลือกอาหารที่ปลอดภัยจากสารเคมีตกค้าง ใส่ใจที่มาของวัตถุดิบ และสนับสนุนผู้ผลิตรายย่อยที่คำนึงถึงอาหารปลอดภัย และระบบนิเวศ ซึ่งแนวโน้มนี้ส่งผลให้เกษตรกรรายย่อยในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียงให้ความสำคัญกับการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะมาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย GAP (Good Agricultural Practice) ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันคุณภาพและความปลอดภัยของผลผลิต

นายเสกสรรค์ วรรณกรี ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานนี้ โครงการ ‘เพาะดี กินดี’ สะท้อนให้เห็นว่าความปลอดภัยทางอาหารไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่หน้าที่ของใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่เป็นเรื่องที่ทุกคนเกี่ยวข้อง ซึ่งการสร้างระบบที่อาหารปลอดภัยนั้นต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทาง โดยการพัฒนาและเสริมศักยภาพเกษตรรายย่อยให้สามารถผลิตพืชอาหารที่ได้มาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย GAP (Good Agricultural Practice) อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกรมวิชาการเกษตรพร้อมสนับสนุนให้เกิดความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับระบบอาหารของไทยให้มั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืน”

นางสาววรรณภร วัฒนาเกษมสัตย์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนและบรรษัทสัมพันธ์ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด เปิดเผยว่า “ที่ผ่านมาเราได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงมากมายในภาคเกษตรและอาหาร ทั้งนวัตกรรมที่ก้าวหน้า ความท้าทายจากสภาพอากาศ และความคาดหวังของผู้บริโภคที่ต้องการอาหารไม่เพียงแค่อร่อยหรือสดใหม่ แต่ต้องปลอดภัยและโปร่งใสในทุกขั้นตอน ซินเจนทาเชื่อว่า อาหารที่ดีเริ่มจากการเพาะปลูกที่ดี สิ่งเหล่านี้จึงผลักดันให้เราริเริ่มโครงการ ‘เพาะดี กินดี’ ร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทย โดยมุ่งเน้นการทำงานร่วมกับเกษตรกรรายย่อยในภาคเหนือ ถ่ายทอดความรู้ ส่งเสริมการผลิตที่ปลอดภัย ใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ และสร้างเครือข่ายเกษตรกรที่เข้มแข็ง เพื่อยกระดับความปลอดภัยอาหารตั้งแต่แปลงเกษตรถึงมือผู้บริโภค และเรายังได้สนับสนุนการสร้างเครือข่ายเกษตรกรให้เป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนในชุมชนของตนเอง วันนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่เราจะร่วมกันส่งต่อแนวคิดดีๆ และสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อร่วมกันสร้างจานอาหารที่ไม่เพียงอร่อยและปลอดภัย แต่ยังสะท้อนความใส่ใจต่อสุขภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อม”

ดร. พรชัย ศรีประไพ คณะกรรมการมูลนิธิรักษ์ไทย กล่าวว่า “มูลนิธิรักษ์ไทยมีบทบาทสำคัญในการทำงานเชิงพื้นที่เคียงข้างเกษตรกรรายย่อยมาโดยตลอด โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตพืชอาหารปลอดภัย ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญของระบบอาหารในประเทศ ระบบอาหารปลอดภัยจะเติบโตได้อย่างยั่งยืน ก็ต่อเมื่อมีผู้ผลิตที่มีคุณภาพ และผู้บริโภคที่มีความตระหนัก ร่วมสร้างวงจรความไว้วางใจและความร่วมมือระหว่างกัน เราขอขอบคุณเกษตรกรทุกท่านที่เป็นกำลังสำคัญในการปรับระบบเกษตรสู่ความยั่งยืน และขอขอบคุณผู้บริโภคทุกท่านที่ให้ความสำคัญและมีส่วนร่วมในงานวันนี้ เราภูมิใจที่ได้ร่วมขับเคลื่อนระบบอาหารปลอดภัยในเชียงใหม่ ผ่านกิจกรรมวันความปลอดภัยอาหารโลก (World Food Safety Day 2025) ที่มุ่งสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเชื่อมโยงเกษตรกร ผู้ผลิต และผู้บริโภคร่วมกัน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่ไม่เพียงสร้างรายได้และเศรษฐกิจฐานราก แต่ยังรักษาสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมสุขภาพประชาชนอย่างแท้จริง”

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมหลากหลาย อาทิ บูธแนะนำโครงการ “เพาะดี กินดี” และองค์กรภาคี บูธจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์อาหารปลอดภัยจากชุมชนและวิสาหกิจท้องถิ่น รวมถึงผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาและฐานทรัพยากรชีวภาพ เช่น ผ้าทอย้อมสีธรรมชาติจากชุมชนคนเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ ผลิตภัณฑ์หวายจากเกษตรกรผู้ปลูกหวาย การดริปกาแฟสดจากเกษตรกรในพื้นที่ การจัดกิจกรรมเวิร์กชอปเมนูอาหารปลอดภัย เช่น ซูชิข้าวดอย สลัดโรล กาแฟดริป พร้อมบรรยายพิเศษจากสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1 เชียงใหม่ ในหัวข้อ “GAP ไม่ใช่แค่ใบรับรอง…แต่คือโอกาสของเกษตรกรรายย่อย” และการสัมภาษณ์พิเศษ เกษตรกรตัวเล็ก ผู้ผลิตพืชอาหารปลอดภัย สู่อนาคตที่ยั่งยืน คน ดิน น้ำป่า ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ “วันความปลอดภัยอาหารโลก” (World Food Safety Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 7 มิถุนายนของทุกปี โดยมุ่งหวังให้ทุกคน “รู้คิด ตระหนัก ปฏิบัติ” เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอาหารไม่ปลอดภัย

“เราเชื่อว่าการพัฒนาระบบอาหารที่ปลอดภัยและยั่งยืนนั้นไม่อาจเกิดขึ้นได้เพียงลำพัง หากปราศจากพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งองค์กรภาครัฐ ภาคประชาสังคม เครือข่ายเกษตรกร และภาคเอกชนที่มุ่งมั่นเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน กิจกรรมนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนแปลง เมื่อเราผนึกกำลังกันเพื่อสนับสนุนเกษตรกรให้เข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และตลาดที่เป็นธรรม พร้อมทั้งส่งมอบทางเลือกที่ปลอดภัยและมีคุณภาพให้แก่ผู้บริโภค เราขอขอบคุณทุกความร่วมมือที่ทำให้โครงการ ‘เพาะดี กินดี’ เติบโตอย่างต่อเนื่อง และหวังว่าแรงสนับสนุนนี้จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืน ปลอดภัย และครอบคลุมสำหรับทุกคนในสังคมไทย” นางสาววรรณภร กล่าวสรุป


สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

ทำบุญอุทิศส่วนกุศลพุ่มพวง 33 ปี รำลึกราชินีเพลงลูกทุ่ง

ทำบุญอุทิศส่วนกุศลพุ่มพวง 33 ปี รำลึกราชินีเพลงลูกทุ่ง

ที่ศาลาการเปรียญสุธรรมรัตราษฎร์บำรุง วัดทับกระดาน อ. สองพี่น้อง จ. สุพรรณบุรี ได้มีการจัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับ ราชินีเพลงลูกทุ่ง พุ่มพวงดวงจันทร์ โดยมี กำนันอดิศักดิ์ เหลืองวิไล ประธานจัดงานรำลึก 33 ปีราชินีเพลงลูกทุ่งพุ่มพวงดวงจันทร์ โดยมี สลักจิต – จันทร์จวง ดวงใจ ดวงจันทร์ 3 น้องสาวของราชินีเพลงลูกทุ่งพุ่มพวงดวงจันทร์ร่วมทำบุญและทอดผ้าบังสกุล และการแจกทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนจำนวน 350 ทุนเพื่อเป็นการ อุทิศส่วนกุศลให้กับราชินีเพลงลูกทุ่ง ผู้ล่วงลับ
หลังจากเสร็จพิธีทาง คุณสลักจิตและคุณ จันทร์จวง ได้ร้องเพลงนักร้องบ้านนอกถวายเสียงหน้าโดศอัฐิของราชินีเพลงลูกทุ่งพุ่มพวง ดวงจันทร์

พร้อมกันนี้มีแฟนเพลงของราชินีเพลงลูกทุ่ง นางสาวปวีสุดา ทองใบรพีวัฒน์ อายุ 55ปี เดินทางมาจาก จ.นครปฐม กล่าวว่ามาร่วมทำบุญเป็นประจำและ ในแต่ละปีจะเดินทางมาปีละสองครั้งเพื่อมากาบไหว้ขอพรซึ่งแม่พึ่งพุ่มพวงเป็นนักร้องที่อยู่ในใจของตนไม่ว่าจะเป็นบทเพลงหรือการแต่งตัวถือว่าเป็นต้นแบบทำให้ต้นรักและคิดถึงวันนี้ก็เดินทางมาขอโชคเขย่าเซียมซีที่ขุนสามปรากฏได้เลข 4 ทั้ง3 ครั้ง

รองประธานวุฒิสภา คณะกรรมาธิการ การทหาร ภาคเอกชน ให้กำลังใจแม่ทัพภาคที่ 2

ท่านผู้ชมเจ้าขายายเมี้ยนจะพาท่านไปที่อบต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานีซึ่งเป็นสถานที่,ที่ทุกฝ่ายจะเดินทางมาที่นี่สะดวกปลอดภัยมีหลายคณะอธิเช่นคณะวุฒิสภานำโดยพลเอกเกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่1พร้อมทีมสมาชิกวุฒิสภา,และคณะกรรมาธิการ การทหาร และความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดยพลเอกสวัสดิ์ ทัศนาประธานกรรมาธิการ การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา,พร้อมด้วยทีมกรรมาธิการ และตัวแทนภาคเอกชน โดยผอ.ฟ้า.คุณพรทิภา สุพัฒนุกูลเจ้าของฟ้าให้TVได้นำพระสมเด็จมามอบให้กำลังใจทหารหาญอีก1,550องค์พร้อมทั้งยังมอบเงินสดอีกจำนวณหนึ่งเพื่อนำไปใช้ในกิจการของหน่วย,จากนี้นก็ได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมทหารหาญที่เนิน500,ที่ช่องบก,เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์ ทั้ง4จังหวัดตั้งแต่,อุบลราชธานี,ศรีสะเกษ,สุรินทร์,และบุรีรัมย์,โดยมีพลโท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่2ได้ให้การต้อนรับพร้อมทั้งรายงานถึงสถานการณ์และพูดคุยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในขณะนี้และยังแนะนำถึงการป้องกันตามตะเข็บชายแดนที่ติดกับประเทศที่มีเกิดผลกระทบกระทั่งต่างๆทางคณะสมาชิกวุฒิสภาและคณะกรรมาธิการ การทหาร และความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา หลังจากรับทราบปัญหาต่างแล้วๆก็จะนำเข้าข้อมูลไปปรึกษาหารือกันในสภาต่อไป,เสร็จแล้วก็ได้มอบสิ่งของต่างๆให้กับแม่ทัพภาค2เพื่อได้นำไปมอบให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าในแต่ละจังหวัดๆเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ทหารหาญแนวหน้า และแนวหลังซึ่งมีตัวแทนภาคประชาชนยังมอบพระสมเด็จ1,500องค์,ผ้ายันต์,และเงินสดอีกจำนวนหนึ่ง,เพื่อใช้ในกิจกรรมต่างๆของหน่วยซึ่งมึกองกำลังสุรนารีปฏิบัติภาระกิจหน้าที่อยู่ทุกพื้นที่ตามตะเข็บชายแดนที่มีปัญหาเพื่อมิให้ข้าศึกที่จะเข้ามารุกล้ำอธิปไตยของไทยเรา,ยายเมี้ยนได้เห็นบรรยากาศพลังแห่งความสามัคคีของคนไทยในการพบปะกันมีฝ่ายความมั่นคงทั้งข้าราชการทหาร,ตำรวจ,นายอำเภอ,สส.อบต.อส.และพี่น้องประชาชนคนในพื้นที่ก็มาให้การต้อนรับด้วย,เต็มไปด้วยความอบอุ่น.และถ้าท่านมีโอกาสก็เดินทางมาให้กำลังใจกับบรรดาทหารหาญหรือร่วมกันส่งกำลังใจเป็นข้าวของเครื่องใช้,ได้เลยทั้ง4จังหวัดในพื้นที่ตะเข็บชายแดนเจ้าค่ะ.

ไบโอเมตริกซ์ล็อกเป้า! สตม.ตามรวบหัวขโมยมองโกเลีย

ไบโอเมตริกซ์ล็อกเป้า! สตม.ตามรวบหัวขโมยมองโกเลีย หลังตระเวณลักทรัพย์หลายแห่งกลางกรุง
   พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. , พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดยกระดับการสืบสวนและปราบปรามอาชญากรรม โดยเฉพาะความผิดที่เกี่ยวกับคนเข้าเมืองและชาวต่างชาติที่มีลักษณะเป็นอาชญากร หรือเป็นสมาชิกองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นความรับผิดชอบหลักของ สตม.
   โดยก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผู้บังคับการ ตรวจคนเข้าเมือง 1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ รองผู้บังคับการฯ รับผิดชอบงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้รับ การประสานข้อมูลเกี่ยวกับแก๊งหัวขโมยมือไว ชาวมองโกเลีย ซึ่งมีพฤติกรรมในการรักเล็กขโมยน้อยและตระเวนไปตามห้างสรรพสินค้า สถานประกอบการ คลินิก หรือโรงแรมต่างๆ  แล้วอาศัยจังหวะที่เหยื่อเผลอแล้วหยิบฉวยเอาทรัพย์สินไป ส่วนมากจะเน้นไปที่โทรศัพท์มือถือคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กแล็ปท็อปและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีราคาแพงแต่หยิบฉวยได้ง่าย
   โดยเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณหัวค่ำ คนร้าย ซึ่งเป็นชาวมองโกเลีย ได้ไปก่อเหตุในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ย่านแยกราชประสงค์ โดยอาศัยจังหวะที่พนักงานของห้างสรรพสินค้าเผลอ ก็ลงมือลักเอาคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กและหลบหนีไป
   หลังจาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว  พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 , พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รอง ผกก. ฯ ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัตินำระบบตรวจจับใบหน้าของไบโอเมทริกซ์ มาใช้ร่วมกับซอฟต์แวร์ ในการปรับปรุงความละเอียดของภาพ จนสามารถจำกัดวงการค้นหา เปรียบเทียบอัตลักษณ์บุคคลเป้าหมายให้แคบลงได้เป็นจำนวนมาก หลังจากนำภาพของบุคคลต้องสงสัย ที่ตรวจสอบได้ ไปให้ผู้เสียหายชี้ยืนยัน โดยทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ เป็นชายชาวมองโกเลีย  เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรทางด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี ปัจจุบันอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด

ซึ่งต่อมาพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับบุคคลตามภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดดังกล่าวในข้อหา”ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” ซึ่งเจ้าที่ตำรวจได้ติดตามสืบสวนหาข่าวเรื่อยมา

   จนกระทั่งเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง ได้รับแจ้ง เหตุลักทรัพย์โทรศัพท์มือถือ โดยคนร้ายทำทีเข้าไปติดต่อใช้บริการคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่งในย่าน พระราม 9 และอาศัยจังหวะที่พนักงานเผลอหยิบฉวยเอาโทรศัพท์มือถือไป ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดและการตรวจเปรียบเทียบจากระบบไบโอเมทริกซ์ยืนยันว่า เป็นบุคคลเดียวกันกับที่ก่อเหตุที่ห้างสรรพสินค้าดังย่านราชประสงค์ เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม
   จากนั้น เจ้าหน้าที่ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจึงได้ร่วมกับตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ ขณะตระเวนขายโทรศัพท์มือถือดังกล่าว
   เบื้องต้นในชั้นจับกุม  ยังไม่ยอมรับแต่เมื่อเห็นพยานหลักฐานของเจ้าที่ตำรวจโดยเฉพาะตำหนิรูปพรรณที่เด่นชัดเช่น รอยสักและภาพถ่ายเปรียบเทียบจากระบบไบโอเมตริกซ์ จึงจำนนต่อหลักฐานและยอมรับว่าตนเข้ามาในประเทศไทยเพื่อตระเวนลักทรัพย์ เมื่อได้ทรัพย์สินมาแล้วจะนำไปขาย
   จากการขยายผลเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายก่อคดีลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง และเชื่อว่าไม่ได้กระทำความผิดเพียงคนเดียว เนื่องจากที่ผ่านมาสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ตรวจพบลักษณะแผนประทุษกรรมของกลุ่มแก๊งชาวมองโกเลียซึ่งมักเข้ามาก่อเหตุเกี่ยวกับการประทุษร้ายต่อทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นการล้วงกระเป๋า การฉกชิงวิ่งราว ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในหน้าสื่ออยู่บ่อยครั้ง ซึ่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีข้อมูลเกี่ยวกับแก๊งดังกล่าวอยู่พอสมควร และอยู่ในระหว่างการสืบสวนเชิงรุกต่อไป

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม รายงาน

T&B นำ องค์รักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ ฉายทั่ว Netflix South East Asia 10 ประเทศ และฉายอีกกว่า 90 ประเทศ

T&B นำ องค์รักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ ฉายทั่ว Netflix South East Asia 10 ประเทศ และฉายอีกกว่า 90 ประเทศ

​T&B Media Global (ประเทศไทย) นำแอนิเมชัน Out of the Nest องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ ครอบคลุมพิ้นที่ Netflix South East Asia 10 ประเทศ คือ ไทย, บรูไน, กัมพูชา, ติมอร์-เลสเต, อินโดนีเซีย, ลาว, มาเลเซียพม่า, ฟิลิปปินส์ และ สิงคโปร์พร้อมรับชมได้ 3 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ และ จีน หลังจากที่โกอินเตอร์ฉายไปแล้วกว่า 90 ประเทศมาแล้ว

​ดร.ณัฐวัฒน์ อริยวรารมย์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท T&B Media Global (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ การเดินทางของแอนิเมชันสัญชาติไทย Out of the Nest องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ ที่ได้กระแสตอบรับจากแฟนๆแอนิเมชันในโรงภาพยนตร์เมืองไทย ซึ่งผมไม่ได้ต้องการให้สิ้นสุดที่การฉายแค่ในประเทศ แต่ผมต้องการให้ทั่วโลกได้รู้ถึงแอนิเมชันสัญชาติไทย ก็ไปได้ไกลและไปได้ทั่วโลกเหมือนกัน ซึ่งก็พิสูจน์แล้วว่าเราได้ฉายไปแล้วกว่า 90 ประเทศ ผมอยากสื่อสารให้แฟนแอนิเมชันทั่วโลกได้เห็นถึงแง่คิดเรื่องการเห็นใจผู้อื่น การเข้าใจตัวเอง และความมุ่งมั่น ที่แฝงไว้ในเนื้อเรื่องที่นอกจากสนุกสนานตื่นเต้น และขณะนี้เราก็ได้กระจายความสุขให้แฟนๆ ไปอีกกว่า 90 ประเทศ ซึ่งล่าสุด ก็ได้มอบความสุขไปยังแฟน Netflix South East Asia ทั้ง 10 ประเทศ ด้วยเสียงพากย์ 3 ภาษา คือ ไทย จีน และ อังกฤษ ก็อยากให้ติดตามเส้นทางของเราที่ก้าวไปยัง Global Brand ครับ”

​ แฟนๆ ของ 7 เจี๊ยบ สามารถติดตามอัพเดทความเคลื่อนไหว และร่วมส่งกำลังใจให้ “Out of the Nest องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ” ไปต่อทั่วโลก ได้ทาง https://www.facebook.com/OutOfTheNestOfficialTH

14 ปี ศูนย์คุณธรรม

วันเกิดศูนย์คุณธรรม ครบรอบ 14 ปี วันที่ 9 มิ.ย 2554 ก่อกำเนิด ด้วยพระราชกฤษฎีกา

วันนี้ องค์กรขนาดเล็กมาก แต่สร้างประโยชน์ ให้สังคมไทยมากมาย
(บทความนี้เขียนโดย
รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี)

โครงการสมัชชาคุณธรรม เป็นตลาดนัดคนดี ท่มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อสร้างพลังบวก กันและกันตั้งแต่ระดับ บุคคล ชุมชน องค์กร ทุกประเภท จนเราแบ่งภาคีเป็น 6บวก1ภาคส่วน ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคชุมชนท้องถิ่น ภาคสื่อมวลชน ภาคศาสนิกสัมพันธ์ ภาคการศึกษารวมทั้งเด็กเยาวชน

กลไกมีตั้งแต่ระดับท้องถิ่น จังหวัด ภูมิภาค สู่ สมัชชาชาติ จนเกิดความร่วมมือภาคีเครือข่ายแกนหลัก ทั้ง 6 บวกนานาชาติ เกือบ 4,000 เครือข่ายทั่วประเทศ

โครงการภาคีองค์กรเครือข่ายคุณธรรม ที่มาบัดนี้แข็งแกร่งขึ้นมาก มีตลาดนัดความสุขชุมชนใน 20จังหวัด มีการลปรร.จนเกิดการถอดบทเรียนเกือบ 600 ชุมชนที่สร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทั้งชุมชน ธนาคารความดี Moral Credit Bank ภาคเอกชน เกือบ 500บริษ้ทที่เกิดการปป.ตั้งแต่ CEO ยัน Frontline และยกระดับเป็นแหล่งเรียนรู้ภาคเอกชน ถึง 23 ศูนย์การเรียนรู้ ทั่วปท.(open house) ภาคราชการ เกิดตัวอย่างดีๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคนในองค์กร 40กว่าแห่งในราชการระบบต่างๆ และ เกือบ 200 โรงเรียนตัวอย่าง กองทุนสวัสดิการชุมชนตัวอย่างเกรด A โรงพยาบาล โรงเรียนแพทย์คุณธรรม และกำลังขยายผลเครือข่ายไปในภาคการศึกษา ทั้งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวะ มหาวิทยาลัย ผ่านอีกหลากหลายเครื่องมือเช่น Moral Verse , Moral Hackathon เป็นต้น

โครงการครอบครัวพลังบวก ที่นับเป็นโครงการ #นวัตกรรมตอบโจทย์ประเทศ ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงนิสัยพ่อแม่ และลูก และยังได้สร้างแกนนำพลังบวกในระดับชุมชน ที่รู้จักเฝ้าระวัง ส่งต่อ ช่วยเหลือ บริหารจัดการ เป็นพี่เลี้ยงที่ปรึกษา จนเกิดคำว่า #ระบบพี่เลี้ยงในชุมชนด้วยหลักพลังบวก จาก 4พื้นที่ 4จังหวัด ขยายสู่ 8จังหวัด และเกิดความร่วมมือกับ สน.ปลัดกระทรวงพม. ขยายองค์ความรู้และภาคปฏิบัติในการเกิดแกนนำเครือข่าย ระบบพี่เลี้ยงในชุมชน อีกเกือบ 15จังหวัด เวลานี้โครงการคุณภาพเช่นนี้กระจายความร่วมมือโดยได้ มหาวิทยาลัยต่างๆประจำจังหวัดนั้นๆมาเป็น Coach ประจำท้องถิ่น และมีมศว.เป็นหลักให้ที่ส่วนกลางกรุงเทพ

โครงการศูนย์วิจัยนวัตกรรมติดตามระบบพฤติกรรมไทย เป็นงานวิจัยสร้างนวัตกรรม ที่เป็นประโยชน์ต่อแผ่นดิน ที่มีคุณค่ามาก เป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการรายงานสถานการณ์คุณธรรม ด้วยดัชนีคุณธรรม Moral Index และทุนชีวิต Life Assets เป็นตัวเลข ทั่วประเทศ ทุกระดับ ของประชาชนคนไทย และยังเป็น #ตัวชี้วัดสำคัญของประเทศทั้งสองตัวชี้วัด

และยังได้รายงานสถารการณ์ ทั้งระดับจังหวัดบางแห่ง ระดับภูมิภาคทั่วประเทศ
นอกจากนั้นสร้างนวัตกรรม Moral Hackathon พื้นที่ของเยาวชนประลองวิชาความรู้ และเทคโนโลยีแข่งขันกันทั่วประเทศ เป็นแนวทางของคนรุ่นใหม่ New Gen. ตอนนี้ยังได้พัฒนากระบวนการรับรอง Moral Reinventing Organization ด้วยBOMC model เป็นต้น

โครงการสถาบันวิทยาการคุณธรรม Moral Academy ที่นับจนวันนี้มีหลักสูตรพัฒนา และเครื่องมือ อีกนับสิบกว่ารายการ มี นสค.ทั่วประเทศ เกือบ 7พันกว่าคน ยกระดับ เป็น Facilitators Coach Expert กระจายตัวทั่วประเทศ เพื้อมาเชื่อมโยงกับ ภาคีเครือข่ายดังกล่าวข้างบนไปด้วย และกำลังมีหลักสูตรMLC ระดับผู้นำระดับสูง รุ่นที่ 2แล้ว

โครงการThailandMoralAwards เป็นปีที่ 5 ที่สร้างผลงานมากมายมี สื้อ 9 ประเภท ทีวี วทยุ บทเพลง ภาพยนตร์ ละคร สื่อsocial media digital หนังสั้น โฆษณา สื่อสิ่งพิมพ์ ประเภทบุคคล ชุมชน องค์กร ดีๆ และ Moral Ambassdor คุณภาพคับแก้ว ที่ได้พื้นที่ยกย่องคนดี สังคมดีๆ ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ ตลอดระยะเวลา 5 ปี สร้างผลงานสู่สาธารณะที่ได้รับคำชื่นชมมาโดยตลอด

โครงการMoralDataCenter MDC เป็นผลงาน ระดับ AI ที่จะเชื้อมทุกงานของศูนย์คุณธรรม ด้วยระบบ MoralDigitalization ให้เป็นศูนย์กลางแหล่งข้อมูลใหญ่ระดับประเทศ กับ Big Data ของรัฐบาลเพื้อให้ประชาชนและทุกองค์กรเข้าถึงเพียงปลายนิ้วสัมผัส #MoralTouch ระบบDigital นี้จะสะท้อนงานทุกอย่างให้เกิดเป็นพลังบวกต่อแผ่นดิน ทะวทุกสารทิศ คลังข้อมูลใหญ่ด้านสังคมคุณธรรม และจะเป็น hub ที่จะ monitor และ regulate ได้ทั่วประเทศนั่นเอง

โครงการMoralVerse เป็นโครงการที่รวมคนยุคดิจิทัลสู่โลก online เชื่อม offline แข่งกันทำความดี สะสมแต้มบวก Moral Credit ให้ ความดี กินได้ สัมผัสได้ กู้ตังค์ได้ คนรุ่นใหม่ Gen Y gen Z

ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างโครงการใหญ่ๆ ของ ศูนย์คุณธรรม ที่ตลอดระยะเวลาที่
นำทีมโดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี #ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม และคณะเจ้าหน้าที่ ร่วมแรงร่วมใจพัฒนางาน สร้างสรรค์สู่สังคมไทย เพื้อเป็นพลังบวกที่ดีต่อกันให้

#คนดีมีพื้นที่ยืน #ความดีมีพื้นที่ในสังคม ผนึกกำลังเป็นภาคีเครือข่าย

#บันทึกหมอเดว

#ศูนย์คุณธรรม

ศาลเยาวชนและครอบครัวสุพรรณบุรี​ จัดโครงการ ” ร่วมใจไกล่เกลี่ย​ 2025 “

ศาลเยาวชนและครอบครัวสุพรรณบุรี​ จัดโครงการ ” ร่วมใจไกล่เกลี่ย​ 2025 “

วันที่ 11 มิถุนายน 2568 เวลา 08:45 น นายทศพร สุนทรศรีมะ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดบึงกาฬ ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นประธานเปิดโครงการร่วมใจไกล่เกลี่ย 2025 เนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 73 พรรษา

ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ศาลยุติธรรมมีนโยบายจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล สำนักงานศาลยุติธรรมร่วมกับศาลยุติธรรมทั่วประเทศจัดกิจกรรมรณรงค์การไกล่เกลี่ย ระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นด้วยความสะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย ลดความขัดแย้ง ยุติข้อพิพาทด้วยความสมานฉันท์ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 7 จัดให้มีการบรรยาย กฎหมายครอบครัว กฎหมายวิธีสบัญญัติ และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง กับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ก่อนฟ้องและหลังฟ้อง ขั้นตอนเทคนิคการไกล่เกลี่ย และประโยชน์ของการเจรจา ไกล่เกลี่ยคดีครอบครัว

โดยมีนายอำเภออู่ทอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชนในเขตอำเภออู่ทอง เข้าร่วมโครงการ ภายใต้โครงการ ร่วมใจไกล่เกลี่ย 2025

ในการนี้ได้รับเกียรติ จากนายมนัส พูลสวัสดิ์ ผู้พิพากษาอาวุโส ในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี และนายชวิน ฉันธนารัตน์ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดอ่างทอง ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่ง ผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นวิทยากรผู้บรรยายกฎหมายดังกล่าว ณ วิทยาลัยการอาชีพอู่ทอง ตำบลหนองโอ่ง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี