Blog

สืบภาค 1 จับแก๊งเวียดนามฝากรับหิ้วของไปต่างประเทศ

ตำรวจสืบภาค 1 บุกจับแก๊งเวียดนามฝากรับหิ้วของไปต่างประเทศยึดอาวุธปืน แผ่นป้ายทะเบียนปลอม
เมื่อวันที่ 15 มกราคม 68 พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 เปิดเผยว่าตามนโยบาย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1(ผบช.ภ.1) สั่งการให้ตำรวจสังกัด ภ.1 ดำเนินการปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพลเชิงรุกในทุกมิติ ทั้งการปิดล้อม ตรวจค้น สืบสวน ขยายผล ปราบปรามต่างชาติที่ก่อตัวตั้งกลุ่มก่อความไม่สงบในประเทศ พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.พูนสุข เตชะประเสริฐพร ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.1

จึงนำกำลังจับกุมชาย สัญชาติ เวียดนาม 2 คน ตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรี ข้อหา “ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และร่วมกันพยายามส่งออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต”

ต่อมา พล.ต.ต.วรชาติ ตรวจสอบเทคนิค พบว่ามีการพูดคุยกับบัญชีเฟซบุ๊ก โดยพูดคุยเกี่ยวกับ การส่งของไปยังประเทศไต้หวัน โดยส่งของให้กับทางผู้รับหิ้วสินค้า ต่อมาทางผู้รับหิ้วสินค้า เกรงว่าสินค้าที่ฝากจัดส่งอาจเป็นของที่ผิดกฎหมาย จึงแจ้งให้ส่งสินค้าคืนมายัง บ้าน หมู่บ้านแห่งหนึ่ง รามคำแหง แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กทม.


ต่อมา พล.ต.ท.วัฒนา สั่งการให้ พล.ต.ต.วรชาติ นำกำลัง ตำรวจ กก.สส.1 บก.สส.ภ.1 ตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว พบอาวุธปืนลูกซอง ทะเบียน กท61801355 จำนวน 1 กระบอก รถยนต์เก๋งมิตซูบิชิ สีเทา 1 คัน แผ่นป้ายทะเบียน(ปลอม) หมายเลขทะเบียน กทม. 2 แผ่น พาสปอร์ตชาวเวียดนาม 4 เล่ม และโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง

เบื้องต้นสอบถาม ทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวมีชาวเวียดนาม เป็นผู้เช่า ขณะตรวจค้น เจ้าพนักงานกก.สส.1 บก.สส.ภ.1 จึงตรวจยึดสิ่งของดังกล่าว ส่งพนักงานสอบสวน สน.บางชัน เพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินการออกหมายจับในความผิดฐาน มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และใช้เอกสารราชการปลอม เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ลำพูน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หาเสียง

ภาคเหนือ ลำพูน – แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หาเสียง ชูนโยบาย “ลำพูนหายจน ไม่ทนปัญหาลำไย”

วันนี้(14 ม.ค. 69) เวลา 18 นาฬิกา นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง(ในรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า อดีตหัวหน้าพรรคกล้า อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) 5 สมัย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คนที่ 2 ของพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายขยัน วิพรมชัย รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.)จังหวัดลำพูน อดีตกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์, ผู้ช่วยหาเสียง และคณะทีมงานของพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับ

  1. นางสาวพัชราภรณ์ เอื้องฟ้า ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.จังหวัดลำพูน เขตเลือกตั้งที่ 1(อำเภอเมืองลำพูน อำเภอแม่ทา อำเภอบ้านธิ)
  2. ว่าที่ร้อยตรีหญิง ชนิสรา ขว้างทา ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.จังหวัดลำพูน เขตเลือกตั้งที่ 2(อำเภอป่าซาง อำเภอบ้านโฮ่ง อำเภอลี้ อำเภอทุ่งหัวช้าง อำเภอเวียงหนองล่อง)

โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ มุ่งเน้นการรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชน โดยเฉพาะประเด็นปัญหาด้านเกษตรกรรม ภายใต้หัวข้อ “ลำพูนหายจน ไม่ทนปัญหาลำไย” ถือเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลต่อรายได้ และคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรมาอย่างยาวนาน..

แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำกระเช้าให้กำลังใจทหารบาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำกระเช้าเข้าเยี่ยมเยียน พร้อมมอบเงินปลอบขวัญให้กำลังใจแก่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กรุงเทพฯ
.

วันนี้ (วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นายนิพนธ์ โชคภิรมย์วงศา กรรมการปฏิคม พร้อมด้วยคณะกรรมการ นำทีมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสาธารณภัย และฝ่ายปฏิบัติการ เข้ามอบเงินปลอบขวัญและให้กำลังใจแก่ทหารกล้าที่บาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในขณะนี้ นายละ 10,000 บาท พร้อมกระเช้าสุขภาพ รวมจำนวน 35 นาย รวมงบประมาณทั้งสิ้น 392,000 บาท (สามแสนเก้าหมื่นสองพันบาทถ้วน) ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร
.
นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อปี 2568 เป็นต้นมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ลงพื้นที่ชายแดนเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว รวมงบประมาณการช่วยเหลือกรณีเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาจนถึงปัจจุบันกว่า 8.3 ล้านบาท โดยมูลนิธิฯ ยังคงติดตามสถานการณ์เพื่อพิจารณาการให้ความช่วยเหลือตามนโยบายการดำเนินงานของฝ่ายสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งต่อไป
.
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป
.
ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ http://www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

อัญเชิญพระรูปพระแม่นั่งเมืองลำพูน (องค์พระแม่จามเทวี) ประดิษฐาน ณ วัดสันป่ายางหลวง

ภาคเหนือ ลำพูน – พิธีอัญเชิญพระรูปพระแม่นั่งเมืองลำพูน (องค์พระแม่จามเทวี) ประดิษฐาน ณ วัดสันป่ายางหลวง อย่างสมพระเกียรติ
เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่วัดสันป่ายางหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ได้มีพิธีอัญเชิญ พระรูปพระแม่นั่งเมืองลำพูน (องค์พระแม่จามเทวี) ขนาดความสูงประมาณ 2 เมตร กรอบไม้สีสันงดงามสง่างาม มาประดิษฐาน ณ วัดสันป่ายางหลวง เพื่อเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนและผู้มีจิตศรัทธา
พิธีดังกล่าวนำโดย นายนิรันด์ ด่านไพบูลย์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย ชมรมช่างฟ้อนนครหริภุญชัย คณะช่างฟ้อนในจังหวัดลำพูน คณะศรัทธาองค์พระแม่จามเทวีลำพูน รวมถึง สมาคมสื่อมวลชนจามเทวีลำพูน นำโดยคณะกรรมการสมาคมฯ และเครือข่ายสื่อมวลชนในพื้นที่ อาทิ ข่าวลำพูน, แม่ทานิวส์, สื่อ 4 เหล่าทัพ, 24 นิวส์, ข่าวความมั่นคง ฯลฯ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
ภายในพิธีได้มีการตั้งขบวนฟ้อนรำ ณ ลานด้านหน้าพระเจ้าทันใจ ซึ่งอยู่ในระยะใกล้กับวัดสันป่ายางหลวง ก่อนอัญเชิญพระรูปเข้าสู่วัดในเวลา 09.00 น. โดยมีการฟ้อนรำนำขบวน พร้อมการโปรยดอกไม้ เปรียบเสมือนการเปิดทางแม่ธรณี เพื่ออัญเชิญพระรูปองค์พระแม่เข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างสมพระเกียรติ นอกจากนี้ยังมีการแสดง รำเปิดฟ้าเปิดดิน และ รำอัปสราในยุคทวารวดี บริเวณหน้าวัด ก่อนฟ้อนรับพระรูปด้วย ชุดฟ้อนหริภุญชัย โดยชมรมฟ้อนนครหริภุญชัย สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการ ได้มีการถวายพระรูปองค์พระแม่เจ้าจามเทวี แด่ พระครูปัญญาธรรมวัฒน์ (ครูบาอินทร) เจ้าอาวาสวัดสันป่ายางหลวง ซึ่งท่านได้เมตตารับไว้ และนำพระรูปไปประดิษฐาน ณ สถานที่ที่ทางวัดได้จัดสร้างไว้โดยเฉพาะสำหรับองค์พระแม่จามเทวีจนแล้วเสร็จ พร้อมทั้งให้พรอันประเสริฐแก่ผู้เข้าร่วมพิธีทุกคน ก่อนเสร็จสิ้นพิธีด้วยความเป็นสิริมงคลโดยทั่วกัน
ทั้งนี้ นางสาวจุฑามาศ วังคะออม นายกสมาคมสื่อมวลชนจามเทวีลำพูน ได้เข้าร่วมพิธีถวายบายศรีพานแพแด่องค์พระแม่จามเทวี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ขอขมาและขออนุญาตบอกกล่าวต่อองค์พระแม่จามเทวี ในการใช้นามขอสรรพนามพระองค์ท่านเป็นชื่อของ “สมาคมสื่อมวลชนจามเทวีลำพูน” เพื่อความเป็นสิริมงคล ความร่มเย็น และความเจริญก้าวหน้าแก่สมาคมฯ รวมถึงการทำหน้าที่สื่อมวลชนรับใช้สังคมอย่างสร้างสรรค์สืบไป

นาย แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน

ดาน่า อราวี่ เป็นตัวแทนของราชอาณาจักรบาห์เรนและเป็นตัวแทนของประเทศไทย ร่วมโครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนระดับผู้นำระหว่างอายุ 18-30 ปี

โครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนระดับผู้นำ AIESEC
Dana Al Alawi ได้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนระดับผู้นำ ระหว่างอายุ 18-30 ปีที่ประเทศอิตาลี่.
Start her leadership journey with AIESEC
ดาน่า อราวี่ ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทน1ใน4คนของราชอาณาจักรบาห์เรนและเป็นตัวแทนของประเทศไทย เข้าร่วมกับนานาประเทศกว่า 120 ประเทศในโครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนระดับผู้นำระหว่างอายุ 18-30 ปี และมีสมาชิกร่วมกันกว่า 120 ประเทศ และจะไปปฎิบัติภารกิจนี้ที่
ประเทศ อิตาลี่ 40 วัน ในระหว่างเดือน กรกฏาคมและเดือนสิงหาคม 2569 นี้ .

เกณฑ์ในการเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนระดับ Global นี้
เปิดโอกาสให้ นักเรียน นักศึกษาแต่ละประเทศ ยื่นใบสมัคร portfolio , สอบสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษในประเทศที่อยู่ ถ้าผ่าน
การสัมภาษณ์ในประเทศแล้ว
จะมีคณะกรรมการจากต่างประเทศ โทรสัมภาษณ์ ออนไลน์ ซึ่งปีนี้จัดที่ ประเทศอิตาลี่ แต่ละประเทศจะส่งตัวแทนประเทศละ4คน และทีมบริหาร ที่อิตาลี่โทรมาสัมภาษณ์รอบ2 ถ้าผ่านแล้ว จะได้รีบ อีเมลล์ ตอบรับจาก องค์กรใหญ่ที่ประเทศแคนนาดา
ดาน่า อราวี่ ได้ผ่านทุกกระบวนการการเข้ารับการคัดเลือกทุกกระบวนการเป็นการเสร็จสิ้น
และได้ถูกเข้ารับเป็น1ใน4 ตัวแทนของประเทศที่จะไปในโครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนระดับผู้นำระดับ Global นี้.
ดาน่า อราวี่ และผู้ที่ถูกคัดเลือกอีก3 คนจะไป ปฏิบัติภารกิจเป็น
อาจารย์สอนภาษาอังกฤษ (อาจารย์จิตอาสา) แด่เด็กๆทุพพลภาพรวมทั้งเด็กๆออทิสติก ช่วงอายุ 6-12 ปี
ในประเทศอิตาลี่
สำหรับโครงการแลกเปลี่ยนนี้ เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้ตัวแทนแต่ละประเทศจะได้รับการพัฒนาด้านผู้นำ การทำงานเป็นทีมกับทีมงานระดับ Global ชื่อตัวย่อ
AIESEC เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มีสถานะเป็นที่ปรึกษาของคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (ECOSOC) เป็นหน่วยงานอิสระของ UN DPI

ชื่ออย่างเป็นทางการ Association internationale des étudiants en sciences économiques et commerciales ชื่อภาษาอังกฤษ International Association of Students in Economics and Business.

UN DPI ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเผยแพร่ข้อมูลสารของสหประชาชาติ และเป็นกระบอกเสียงของประชาชนต่อ UN. UN DPI ชื่อเต็ม United Nations Department of Public Information
คือ องค์กรภาคประชาสังคม (NGOs) ที่ได้รับการรับรองสถานะ (NGOs in association with the UN DPI)
ร่วมขับเคลื่อนภารกิจด้านข้อมูลข่าวสารของ UN ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น. UN DPI ทำงานร่วมกับ
เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม (Civil Society Organizations) ทั่วโลกในฐานะพันธมิตร. และสำนักงานผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติว่าด้วยเยาวชน เป็นสมาชิกของ ICMYO และได้รับการยอมรับจาก UNESCO
สำนักงานใหญ่AIESEC ตั้งอยู่ที่ Montreal ,Canada
เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา

AIESEC อินเตอร์เนชั่นแนล
มีสาขาอยู่ในกว่า 124 ประเทศและดินแดน และมีสมาชิกมากกว่า 84,000 คน เป็นองค์กรนักศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในโลก

โครงการของ AIESEC เปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา ได้รับประสบการณ์การทำงานร่วมกัน
โครงการพัฒนาความเป็นผู้นำเยาวชนเหล่านี้ช่วยให้นักเรียน
เป็นบุคคลากรที่มีส่วนพัฒนาประเทศชาติต่อไป

ส่งต่อให้กับผู้ป่วย ผู้พิการ

พระครูปลัด ศรีนวล ประภากโร
พระประยูร กองแก้ว
พระสุวรรณ สีนุ่ม
พระสมิง สนฺตมโน
มอบข้าวสาร ให้ อปพร ต.ห้วยไผ่ อ.แสวงหา จ.อ่างทอง นำไปมอบส่งต่อให้กับผูู้ป่วย ผู้พิการ ผู้ด่อยโอกาส

อปพร ต.ห้วยไผ่ อ.แสวงหา จ.อ่างทอง นำไปมอบส่งต่อให้กับผูู้ป่วย ผู้พิการ ผู้ด่อยโอกาส

ทำดีด้วยใจ อยู่ที่ไหนก็ตั้งใจ ทำดี


วัดท่ามะกอโชยากร
พระครูปลัด อรวรรณ ปริปฺณฺโณ
พระจิราวุธ เตชธมฺโม
วัดเขายายกับตา
พระครูปลัด ศรีนวล ประภากโร
พระประยูร กองแก้ว
พระสุวรรณ สีนุ่ม
พระสมิง สนฺตมโน (หลวงตาเสือ)
พระบัณฑิต ปัญญาวโร
มอบข้าวสาร ผ้าห่ม เครื่องเขียน ให้กับเด็กนักเรียน โรงเรียนวัดยาง เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2569 ทำดีด้วยใจ อยู่ที่ไหนก็ตั้งใจ ทำดี

ชวนเด็กไทยใส่ใจวัยเก๋า (สัญจร) สานสัมพันธ์ระหว่างวัย

เปิดเวทีแสดงความสามารถ Mini Concert ของน้องๆมาแล้วจ้า!,
ร้อง เล่น เต้น cover Dance รำไทย ตามสไตล์ที่ใช่
รับสมัคร เด็กและเยาวชน เข้าร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์
📜 รับ เกียรติบัตร และขั่วโมงจิตอาสา
กิจกรรม ชวนเด็กไทยใส่ใจวัยเก๋า (สัญจร) สานสัมพันธ์ระหว่างวัย
📅 23–25 ม.ค. 2569 | ⏰ 13.00–17.00 น.
📍 The Spheres เพชรเกษม อ้อมน้อย
👉 สมัครเลย: ที่นี่ แล้วมาสนุกก้น! มาเดี่ยว หรือมาเป็นกลุ่ม
https://forms.gle/bTCPaisTpo3B2zKm8

จัดโดย ชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม สนุกเล่น สนุกคิด จิตอาสา
สอบถามเพิ่มเติม 0842804128
รถเมล์ที่ผ่าย ปอ.84 ปอ81 ปอ123 ปอ.539 สาย84 81
สนับสนุนโดย The Soheres เพชรเกษม อ้อมน้อย
ฟาร์มฝันแม่เกษตรอินทรีย์ โรงพยาบาลมหาชัย2
กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานยุวกาขาดแลพิาสาสมัครกาชาด สภากาชาดไทย

ลำพูนสะบัดธงสีรุ้ง! THE PRIDE THAILAND บุกวันเด็ก

ภาคเหนือ – ลำพูนสะบัดธงสีรุ้ง! THE PRIDE THAILAND บุกวันเด็ก ยึดสนามกีฬากลางฯ ปลูกพลังความเท่าเทียม สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เยาวชน

ลำพูน – จังหวัดลำพูนคึกคักต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ เมื่อ “THE PRIDE THAILAND” เคลื่อนทัพสีรุ้งบุกงานวันเด็ก ยึดพื้นที่ สนามกีฬากลางองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน จัดกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ ผสานความสนุก ความรู้ และแรงบันดาลใจ ปลูกฝังค่านิยม ความหลากหลาย = ความสวยงาม สู่เด็กและเยาวชน

กิจกรรมครั้งนี้นำทีมโดยตัวแม่สายกิจกรรม “กิ๊บเก๋ Thepridethailand Session 3” ผนึกกำลังพันธมิตรทั้งระดับประเทศและท้องถิ่น สร้างพื้นที่แห่งความเท่าเทียมให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ เติบโต และภูมิใจในตัวตนของตนเอง

🔹 แกนนำร่วมขับเคลื่อนพลัง Pride

  • คุณสุกฤษฎิ์พล ใจคำบุญเรือง MD. THE PRIDE THAILAND หัวเรือใหญ่ผู้ผลักดันสังคมแห่งความเท่าเทียม
  • คุณกันตพัฒน์ โยธา THE PRIDE THAILAND SS3 ตัวแทนคนรุ่นใหม่ เติมสีสันและพลังบวก
  • คุณนิรุตต์ ปละอุตม์ ประธานชมรมบัณฑิต มสธ.ลำพูน และกรรมการกลางบริหาร สมาคมสุโขทัยธรรมาธิราชในพระราชูปถัมภ์ฯ
  • คุณนคเรศ ปิ่นใจรัตน์ RD THE PRIDE THAILAND ภาคใต้ ยกทีมผู้เข้าประกวดจากแดนใต้ขึ้นเหนือร่วมสร้างปรากฏการณ์

ร่วมด้วย มูลนิธิวีแคปลำพูน ที่จัดเต็มกิจกรรมและรอยยิ้มตลอดทั้งวัน

🌈 ส่งต่อค่านิยม “ความหลากหลายคือพลัง”
เป้าหมายหลักของงาน นอกจากมอบความสุขในวันเด็กแล้ว ยังมุ่งเน้นการ สนับสนุนความเท่าเทียม (Equality) และการปลูกฝังความเข้าใจเรื่อง ความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+) เพื่อให้เยาวชนเติบโตในสังคมที่เคารพสิทธิ เข้าใจความแตกต่าง และอยู่ร่วมกันอย่างมีศักดิ์ศรี

ภายในงาน ซึ่งจัดขึ้น วันที่ 10 มกราคม 2569 ณ โดมเอนกประสงค์ สนามกีฬากลาง อบจ.ลำพูน เต็มไปด้วยกิจกรรมนันทนาการเชิงสร้างสรรค์ การแสดงจากทีม THE PRIDE ภาคใต้ ที่ขนทั้งความมั่นใจและพลังบวกมาเต็มเวที พร้อมของขวัญและรางวัลแจกแบบไม่อั้น

คุณสุกฤษฎิ์พล ใจคำบุญเรือง (MD) กล่าวว่า
“เราอยากให้วันเด็กปีนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่เด็กๆ จะได้เรียนรู้ว่าทุกคนมีความพิเศษในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน ทุกคนมีสิทธิที่จะภูมิใจ (Pride) ในสิ่งที่ตัวเองเป็น”
ขณะที่ คุณนิรุตต์ ปละอุตม์ ระบุว่า

“ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนว่า ภาคการศึกษาและภาคสังคมพร้อมสนับสนุนค่านิยมยุคใหม่ เพื่อสร้างลำพูนที่เปิดกว้างและน่าอยู่สำหรับทุกคน”

ด้าน องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน นำโดย นายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายก อบจ.ลำพูน เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นางทัชชา สามัคคีนิชย์ รองปลัด อบจ.ลำพูน รักษาราชการแทนปลัด อบจ.ลำพูน คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบจ.ลำพูน หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ โรงเรียน และ รพ.สต. ในสังกัด รวมถึงภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ณ เวทีกลาง

พร้อมกันนี้ ได้มีการอ่าน สารวันเด็กแห่งชาติ ของ นายอนุทิน ชาญวีระกุล นายกรัฐมนตรี ซึ่งมอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ว่า

“รักชาติไทย ใส่ใจโลก”
เพื่อปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนเติบโตเป็นพลเมืองคุณภาพ มีความรักชาติ ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน

สตม.เปิดปฏิบัติการกลางดึก ทลายบ่อนโป๊กเกอร์กลางเมืองชล

สตม.เปิดปฏิบัติการกลางดึก ทลายบ่อนโป๊กเกอร์กลางเมืองชล รวบนักพนักหลายสัญชาตินับสิบราย

ปฏิบัติการสุดระทึกของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 9 ต่อเนื่องมาถึงเช้ามืดวันที่ 10 มกราคม 2568 สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย กก.สส.บก.ตม.3 ได้จับกุมหนุ่มจีนเทา ผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการจีน ในคดีลักลอบจำหน่ายแก๊สหัวเราะ และพบแก๊สหัวเราะจำนวนมากในบ้านพัก ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้นั้น ซึ่งจากการจับกุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลโดยตรวจสอบโทรศัพท์ พบรูปถ่าย และพิกัดที่ตั้งของบ่อนการพนันแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เขาให้การว่า บ่อนดังกล่าวเป็นบ่อนโป๊กเกอร์แบบใช้ชิปแลกเงินสด เป็นบ่อนลอย ย้ายที่ไปเรื่อยๆทุกสัปดาห์ โดยนัดหมายกันทางโซเชียลมีเดีย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ข้อมูลดังกล่าว จึงได้เร่งรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น

หลังได้รับทราบเหตุดังกล่าว “บิ๊กปู” พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส. บก.ตม.3 นัดหมายประชุมสั่งการด้วยตนเอง ให้ชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.อิธิธร ประเสริฐศักดิ์, พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ, พ.ต.ต.อานุภาพ ตู้จินดาสว.กก.สส.บก.ตม.3 นำกำลังไปสังเกตการณ์บริเวณพิกัดที่ได้รับทราบเบาะแส เพื่อสังเกตความเคลื่อนไหว พบว่าที่พิกัดดังกล่าว มีลักษณะเป็นบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่สามชั้น มีรั้วรอบขอบชิด มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด และรั้วลูกกรงแน่นหนา เจ้าหน้าที่จึงได้นำโดรนปฏิบัติการขึ้นบินสังเกตการณ์จนพบว่า บ้านหลังดังกล่าวมีคนอยู่มากกว่า 10 ราย มีชาวต่างชาติคล้ายชาวยุโรป และชาวจีน ปะปนกัน น่าเชื่อว่าจะมีการลักลอบเล่นพนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมายจริง ประกอบกับหากเป็นการเนิ่นช้ากว่าจะนำหมายค้นมาได้ พยานหลักฐานจะถูกโยกย้ายหรือทำลายไปเสียก่อน

เวลาประมาณตีสองครึ่ง ของวันที่ 10 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.3 จึงได้นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ พร้อมอาวุธครบมือ ปฏิบัติการสายฟ้าแลบ เข้าล็อกตัวคนดูต้นทางและ เปิดประตูบุกเข้าตรวจค้นภายในบ่อนดังกล่าวพบผู้ต้องหาชาวต่างชาติ หลายสัญชาติรวมนับสิบราย กำลังเล่นพนันโป๊กเกอร์เอาทรัพย์สินเป็นชิปแลกเงินสดกัน เจ้าหน้าที่ได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และออกคำสั่งให้ทุกคนอยู่ในความสงบและนอนราบลงกับพื้น แต่คนต่างชาติกลับพยายามเก็บเงินสดและชิปแลกเงินวิ่งกระจัดกระจายไปคนละทิศทาง เจ้าหน้าที่ต้องไล่ติดตามจับกุมอย่างทุลักทุเล ก่อนจะควบคุมตัว ผู้ต้องหาทั้งหมดได้ในเวลาต่อมา เมื่อสถานการณ์สงบลง เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบเอกสารประจำตัวของแต่ละคน พบว่า มีชาวต่างชาติจำนวน 9 ราย

แบ่งเป็นชาวฟินแลนด์ 2 ราย ชาวเดนมาร์ค 2 ราย ชาวอังกฤษ 3 ราย ชาวเยอรมัน และชาวจีน อีกสัญชาติละ 1 ราย นอกจากนี้ในสถานที่เกิดเหตุยังพบ คนไทย 1 ราย รับสารภาพว่าเป็นผู้จัดให้มีการเล่นพนันดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “จัดให้มีการเล่นพนันเพื่อนำมาซึ่งประโยชน์แห่งตน” และแจ้งข้อกล่าวหาคนต่างชาติทั้งหมด “ลักลอบเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 นอกจากนี้จากการตรวจสอบหนังสือเดินทางโดยละเอียดเจ้าหน้าที่ยังพบว่าชาวอังกฤษ 1 ใน 3 รายที่ถูกจับกุม มีสถานะเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด หรือ overstay จึงแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีก 1 ข้อกล่าวหา ก่อนจะเก็บพยานหลักฐาน และควบคุมตัวทั้งหมด ทำบันทึกจับกุมส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป