บันทึกเรื่องเล่า จากเรื่องราวอีสาน

วันที่23ธค.68 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ นครราชสีมา ศาสตราจารย์ดร.สามารถ จับโจร ผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยฯ เผยว่าตนได้จัดการแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัย ครั้งที่ 4 ชื่อ”comtemporary art exhibition samart solo 2025 one man show ระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2568-26 กุมภาพันธ์ 2569 มีการแสดงผลงานกว่า 70 ผลงาน โดยเฉพาะ พิเศษเรื่อง บันทึกเรื่องราวจากเรื่องเล่าอีสาน โดยมีพล.ท.วีรยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานเปิดงาน ในวันที่ 26 ธันวาคมเวลา 14.00 น

โดยเผยว่าตน เป็นผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางไปในสถานที่ต่างฯทั้งท่องเที่ยวตามใจปรารถนาไปร่วมเสวนาทางวิชาการฯการไปมาหาสู่กันฉันท์มิตร การได้คบค้าสมาคมกับเพื่อนฝูงที่ใกล้ชิดสนิทกัน ทั้งในสายวิชาชีพเดี่ยวกัน รวมทั้งต่างศาสตร์สาขาวิชา เช่นข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ หมอ พยาบาล นักวิชาการ ครู บุคลากรทางการศึกษา พ่อค้า นักธุรกิจ นักการเมือง ชาวสวน ชาวไร่ ชาวนาและอื่นๆอีกมากมายฯ ทำให้ได้ซึมซับรับรู้ทั้งในเรื่องของวิธีคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ และการตัดสินใจที่แปลกแตกต่างกันไปซึ่งแง่คิดมุมมองของแต่ละยุคยอมมีคุณค่า น่าศึกษา มีความต่างกันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็อาจมีความคล้ายคลึงกันบ้างแต่ก็ไม่ทั้งหมด นอกจากนี้การที่ได้เข้าไปสัมผัสกับวิถี เรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมพื้นที่ชนบทห่างไกลความเจริญ ความศิวิไลซ์ในประเทศ ต่างประเทศ ทำให้เห็นถึงมิติที่แตกต่างตามสภาพสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต อาหาร เครื่องนุ่งห่ม สังคม วัฒนธรรมองค์กร สะท้อนความเป็นธรรมชาติและเป็นแรงบันดาลใจในการสรรค์สร้างผลงานของข้าพเจ้า”เป็นต้นทุนทางปัญญาและที่มาของความคิด” เป็นข้อมูลดิบที่รอการสังเคราะห์”จากความประทับใจที่เก็บไว้ภายในจิตใจแล้วนำมาปรับขยายในงานสร้างสรรค์ ส่วนขั้นตอนการออกแบบผลงาน ข้อมูลที่ใด้มาต้องผ่านการรวบรวมเรียบเรียงขึ้นใหม่ โดยใช้ภาษาภาพหรือภาษารูปทรงเป็นตัวกำหนด ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการสื่อความหมายให้ปรากฏและเป็นไปตามกรอบแนวความคิดของตน เป็นมาตรชี้วัดตามความถนัดเฉพาะตัว
ดังนั้นผลงานในแต่ละชิ้นจึงถูกปรุงแต่งจากอายตนะที่สะท้อนผัสสะเพื่อสื่อถึงสภาวะแห่งอารมณ์ ทั้งในส่วนของเส้น สี มิติ น้ำหนักแสงเงาที่สะท้อนความเป็นปัจเจกของข้าพเจ้าเพื่อให้เกิดผลต่อการก่อรูป ปรากฏร่างอย่างมีความหมายภายใต้การวางแผนงาน และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การสร้างสรรค์ผลงานจะไม่ผูกติดกับเนื้อหาเรื่องราวจนมากเกินไป แต่จะนำความประทับใจแค่ในส่วนที่ได้ไปสัมผัสรับรู้มา แล้วดำเนินการปรับแต่งให้เข้ากับจริตความชอบส่วนตัว เช่น การควบคุมโทนน้ำหนักอ่อน-แก่ การใช้เส้นที่เน้นระยะใกล้-ไกล เพื่อไม่ให้หลุดกรอบโครงสร้างตามหลักสุนทรียภาพที่สร้างสรรค์เป็น”ปัจจัตตัง” ซึ่งสามารถรับรู้ได้เฉพาะบุคคล

ดังนั้นผลงานชุด”บันทึกเรื่องเล่าจากเรื่องราวอีสาน”จึงเป็นการ รวบรวมเนื้อหาเรื่องราวความประทับใจเพื่อถ่ายทอดความงามทางอารมณ์ที่คลุกกรุ่นอยู่ภายใจจิตวิญญาณ สะท้อนผ่านงานสร้างสรรค์นี้ หัวใจสำคัญเพื่อต้องการให้ผู้ชม
“ได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยมี และชื่นชมยินดีในสิ่งที่ไม่เคยเห็น”ศ.ดร.สามารถกล่าว

หัตถกรรมกระเป๋าสานมือตัวอย่างจากซองกาแฟเหลือใช้

ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา
กับการ พัฒนา “หัตถกรรมกระเป๋าสานมือตัวอย่างจากซองกาแฟเหลือใช้”
ความพยายามที่สมควรได้รับความชื่นชม
ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา“หัตถกรรมกระเป๋าสานมือตัวอย่างจากซองกาแฟเหลือใช้”
สอนและโดยผลิตโดย
อาจารย์แม่ประจำศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา “กว่าจะสำเร็จมาพร้อมกับความตั้งใจและความอดทน ”
อ.สุภาพร อาจารย์สอนวิชา หัตถกรรม (Handicraft) สอนงานฝีมือที่สร้างสรรค์โดยท่านอาจารย์แม่เอง ทำด้วยมือ
เน้นประโยชน์ใช้สอยและความงาม แสดงออกถึงวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยเป็นงานที่อาศัยทักษะและฝีมือเฉพาะตัว ไม่ได้ผลิตจำนวนมากทำให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและคุณค่าทางจิตใจ
ตระกล้าทรงสี่เหลี่ยมสานมือจากฝีมือคุณแม่ อาจารย์แม่ ที่ใช้เวลาและความปราณีตในการสาน มีความคงทน กันน้ำ มีความจุ สามารถถือไปจ่ายตลาด
ใส่อาหารของฝาก ใส่ผัก ใส่ผลไม้ ใส่อาหารกล่องสำหรับ ปิ๊กนิ๊ก #picnicbag #handicraftsbag #ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา #limitededitionbag #RareItem #momsupaphorn

ผบก.นนทบุรี ภารกิจ นายกรัฐมนตรี เปิดงาน OTOP City 2025

📍วันนี้ ( 22 ธ.ค.68 )
เวลา 17.00 – 21.30 น.

🔸นายเชษฐา โมสิกรัตน์
ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี
👮‍♂️พล.ต.ต.เดชรพี คงดี
ผบก.ภ.จว.นนทบุรี
👮‍♂️พ.ต.อ.สถิตพร บุณยรัตพันธุ์
รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี

ภารกิจ นายอนุทิน ชาญวีรกูล
นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดงาน OTOP City 2025
กระทรวงมหาดไทย โดยกรมพัฒนาชุมชน
การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ณ ชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็คเมืองทองธานี

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ตรวจเยี่ยมร้านสมาคมแม่บ้านตำรวจ งานกาชาด ประจำปี 2568

ตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1/โฆษก ตร.ภ.1 พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 พล.ต.ต.ฤทธินันท์ ปุ๋ยพันธวงศ์ ผบก.กค.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 เปิดเผยว่าทาง พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ได้มีการ

🗓️ เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 68
👮‍♂‍ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พร้อมคณะฯ
🚨 ตรวจเยี่ยมร้านสมาคมแม่บ้านตำรวจ งานกาชาด ประจำปี 2568 (สมาคมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1 เป็นเจ้าภาพประจำวัน)
โดยมี คุณเนาวรัตน์ ยี่จีน ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมคณะแม่บ้านในสังกัด และเจ้าหน้าที่ฯ ร่วมดำเนินกิจกรรม ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร

🚨 ต่อมา ร่วมให้การต้อนรับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ซึ่งเข้าตรวจเยี่ยมและร่วมกิจกรรมของร้านสมาคมแม่บ้านตำรวจ งานกาชาด ประจำปี 2568

ฝ่ายอำนวยการ5 #ตำรวจภูธรภาค1 #สํานักงานตํารวจแห่งชาาติ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น แก่ผู้อพยพ ชายแดนไทย-กัมพูชา

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่ส่งต่อกำลังใจ ยกทัพสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น ฯลฯ มอบให้แก่ผู้อพยพ จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี พร้อมมอบเงิน-กระเช้าเยี่ยมเยียนให้แก่คุณแม่พลทหารที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล รวมมูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาท
.
ระหว่างวันที่ 19 – 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ห่วงใยผู้อพยพบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา มอบหมายให้คณะกรรมการมูลนิธิฯ นำโดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก จัดทีมแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี มอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น อาทิ ที่นอน เสื่อฟอยล์ ผ้าอ้อมเด็ก-ผู้ใหญ่ ของเล่นเด็กเล็ก ขนม สิ่งของเครื่องใช้จำเป็นต่างๆ ฯลฯ ให้แก่พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมี คณะมูลนิธิสว่างจรรยาธรรมสถาน จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นผู้ประสานงานและร่วมดำเนินการ ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์, คณะมูลนิธิสุรินทร์สามัคคีกุศลสถานสงเคราะห์ เป็นผู้ประสานงานและร่วมดำเนินการ ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์, คณะมูลนิธิศรีสะเกษสงเคราะห์ เป็นผู้ประสานงานและร่วมดำเนินการ เป็นผู้ประสานงานและร่วมดำเนินการ ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ​ และคณะมูลนิธิการกุศลอุบลราชธานี เป็นผู้ประสานงานและร่วมดำเนินการ ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี รวมทั้ง ได้มอบเงินจำนวน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) พร้อมกระเช้าแก่คุณ​แม่ของพลทหารภานุพัฒน์ เสาร์สา “พลทหารวุ้น” ที่​พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล รวมมูลค่าดำเนินการในครั้งนี้กว่า 2.5 ล้านบาท โดยมี อาสาสมัครกิตติมศักดิ์มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริพร โอภาสวงศ์ และ นางศิริวรรณ โอภาสวงศ์ ร่วมลงพื้นที่แจกจ่ายสิ่งของ
.
เมื่อเกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ได้เร่งมอบหมายให้คณะกรรมการ นำทีมสาธารณภัยลงพื้นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อมอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น ให้แก่ผู้อพยพจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากนั้นได้เข้ามอบเงินปลอบขวัญนายละ 10,000 บาท พร้อมกระเช้าสุขภาพ ให้แก่ทหารกล้าและประชาชนที่บาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่พักรักษาตัวอยู่ ณ โรงพยาบาลในขณะนั้น และล่าสุดมูลนิธิฯ ได้ดำเนินการมอบเงินช่วยเหลือกรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังๆ ละ 12,000 บาท รวมงบประมาณที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อธารน้ำใจจากผู้มีจิตศรัทธา สู่ทหารกล้าและประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา นับตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบันคิดเป็นมูลค่ากว่า 7.9 ล้านบาท ซึ่งมูลนิธิฯ ยังคงติดตามสถานการณ์เพื่อพิจารณาการให้ความช่วยเหลือตามนโยบายการดำเนินงานของแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งต่อไป
.
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป และขอส่งกำลังใจให้ทหารกล้า เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครทุกท่านทุกหน่วย ที่ยืนหยัดปกป้องแผ่นดินไทย รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนชายแดนไทย-กัมพูชา ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และขอให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ววัน
.
ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung
..

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

ป่อเต็กตึ๊ง ยึดมั่นอุดมการณ์ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต

ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด

พิธีมอบรางวัลสุดยอดข่าวอาชญากรรม รางวัลสุดยอดนักข่าวป้ายแดง ประจำปี 2568

วันที่ 24 ธ.ค.2568 ที่ มหาวิทยาลัยสยาม ถนนเพชรเกษม แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร นายศิโรจน์  มิ่งขวัญ นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในพิธีมอบรางวัลสุดยอดข่าวอาชญากรรม ประจำปี 2568 และรางวัลสุดยอดนักข่าวป้ายแดง ประจำปี 2568

มี ดร.พรชัย มงคลวนิช อธิการบดีมหาวิทยาลัยสยาม เป็นประธานในพิธี มีนายทวีชัย หยาง นายกสมาคมผู้ประกอบการระบบรักษาความปลอดภัยไทย กรรมการบริหาร บริษัท รักษาความปลอดภัย เอชไอพี คลาวด์ จำกัด และผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมรักษาความปลอดภัย เอชไอพี คลาวด์ เป็นประธานจัดงาน มีคุณอรวรรณ บุณยธาดา ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา ภายใต้สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย เป็นประธานคณะกรรมการตัดสิน

สำหรับผล รางวัลสุดยอดข่าวอาชญากรรม ประจำปี 2568 ดังนี้

ประเภท บุคคล ยอดเยี่ยม

1.ผู้ประกาศข่าวภาคสนาม นายคัมคุณ ยมนาค นักข่าวอาชญากรรม สำนักข่าวไทยพีบีเอส

2.นักข่าวภาคสนาม นายกันตภณ บุ่งหวาย นักข่าวอาชญากรรม สำนักข่าว TOP NEWS

3.นักข่าวภาคสนาม น.ส.พิชญ์ธรา แก้วก่อ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

4.นักข่าวภาคสนาม นางสาวจิณห์นิภา บัวแสงใส ช่อง 8 ออนไลน์

5.นักข่าวภาคสนาม นางสาวหทัยพรรณ โถดี ช่อง PPTV

6.นักข่าวภาคสนาม นายสุวรรณ เพ็งอ้น  นักข่าว อาวุโส ช่อง 3

7.พิธีกรภาคสนาม นางสาวธัญลักษณ์ วรรณโคตร หรือ “นัตตี้ งานเยอะ” นักข่าวสาวโสด สังกัด ข่าวสดออนไลน์ และพิธีกรในคอนเทนต์ ข่าวสดจุดเกิดเหตุ

ประเภท องค์กร ยอดเยี่ยม

             1.ภาพนิ่ง ชื่อภาพ คาซาก ถ่ายโดยนายสุวสรรค์  ชมแก้ว  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ จากเหตุการณ์ ตึก สตง.ถล่ม

             2.ข่าว จับสำนักสงฆ์ วิลล่า เสพยาราม ของ ช่อง 7 HD

             3.ข่าว ทลายรัง “สแกมเมอร์” หลอกคนไทยไปขังเตรียมส่งขาย “กัมพูชา” ช่อง 8

4.ข่าว กวาดล้าง “ธุรกิจจีนเถื่อน กินรวบไทย” ช่อง เวิร์คพอยท์ ทีวี     

5.สกู๊ป ระบอบ “ฮุนเซน” ภัยร้ายของไทยและของโลก | SEE TRUE | ไทยรัฐ นิวส์โชว์

นายศิโรจน์  มิ่งขวัญ กล่าวอีกว่า รางวัลสุดยอดนักข่าวป้ายแดง ประจำปี 2568 ได้แก่

ผลงาน ยอดเยี่ยม ชิ้นที่ 1 Faith and Freedom โดย

1.นนทกร มีเจริญ

2.ทักษ์ดนัย มีไชย

3.โมหมัดรฟิค ประธาน

4.อังกฤษ เสือโรจน์

5.ธงไชย ปลอดภัย

ผลงาน ยอดเยี่ยม ชิ้นที่ 2 คลองเตย https://youtu.be/B_8XK4aXEtk?si=Sfvp-zkmvhELQ-Br โดย

1.ธนกร วงษ์วิจิตร (ปลื้ม)

2.อนัญลักษณ์ เปรมปัญญา (เอิร์ท)

3.พีรดา วันทิพพา (เค้ก)

4.วาเรนร์ ดีมีน (บี๊บ)

5.พัชราภา วิถียุทธ์ (ไอซ์)

ของ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สอนโดย ผศ.ดร.อรดล แก้วประเสริฐ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ผลงาน ยอดเยี่ยม ชิ้นที่ 3 สารคดี หนังตะลุง หัตถศิลป์พื้นบ้าน อ.ควงเนียง จ.สงขลา

https://www.facebook.com/share/v/17WRaDxKrT/  โดย

นางสาวปฏิมากร ลักษณาวิวัฒน์

นายยศธนา วีระธรรมโม

นายพัฒน์ทกิจ สุริยา

นายเสกฐวุฒิ สุวรรณรัตน์

นายบูรพา แก้วคงสุข

นายภูมิพิทักษ์ ทองสันตติ์

นางสาวเขมิกา ดงบัณฑิตย์

นางสาวกันต์ฤทัย บุญรอด

นายธนกฤต สินสังข์เลิศ

นายกันตวิชญ์ มากเขียว

ผลงาน ยอดเยี่ยม ชิ้นที่ 4  สารคดี สืบสานวัฒนธรรมลายผ้าบาติก กับร้านลีลาวดีบาติก ศิลปะบนผืนผ้า https://www.facebook.com/share/v/1Da8Yxj4TH/ โดย

นาย ณภัทร นิลแก้ว

นาย ชาฟิต หะหวัง

นางสาวญาศุมินทร์ ไชยขวัญ

นางสาวมุทิตา ล่องแก้ว

นายวิศวะ มูละ 

นางสาวเจียราภัทร บุระชัด

นางสาวกิติยาพร เทียนจ่าง

นายอรรถวิทย์ พ่วงคง

กัลยวีร์ วงศ์จันทร์

อัสนี หมุดนิยม

นันทยา ไกลสนาม

พิมพ์วิภา วิภาตะไวทยะ

วรรณลักษณ์ แปะแนะ

ของนักศึกษา สาขาวิชาเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สอนโดย ผศ.ดร.ภัททิรา กลิ่นเลขา

และ ผลงาน ยอดเยี่ยม ชิ้นที่ 5  “ใต้ผ้าคลุมฟ้า” ทีมอาวุ(ธ)โส ฟิล์ม โดย

1. นายอนุสิทธิ์ จันทรา

2. นางสาวจรรยพร แกว่นธัญญะกิจ

3. นายทักษิณ สืบดี

4. นางสาวเพียงอุมา โตวัด

5. นายสมบูรณ์ ขุนศรี

ของ สาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์

สำหรับ เพจ ข่าวยอดเยี่ยม ได่แก่  เพจ ชมรมเด็กเก่งก้าวพัฒนา  และ เพจ ชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม

Vtr

ปูพรมกวาดล้างต่างด้าวเถื่อน-ภัยมั่นคง

ปูพรมกวาดล้างต่างด้าวเถื่อน-ภัยมั่นคง ‘ตม.ชลบุรี’รุกหนัก จับพวกทำผิดกฎหมายกว่า 250 ราย
เปิดปฏิบัติการ OPERATION BAD GUYS OUT ปูพรมกวาดล้างต่างด้าวเถื่อน-ภัยมั่นคง ‘ตม.ชลบุรี’รุกหนัก จับกลุ่มทำผิดกฎหมายกว่า 250 ราย
20 ธันวาคม 2568 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าปฏิบัติการ “OPERATION BAD GUYS OUT” ปูพรมตรวจค้นและกวาดล้างคนต่างด้าวทุกสัญชาติที่กระทำผิดกฎหมายทั่วประเทศ รวมกว่า 144 จุด โดยมีการประชุมสั่งการผ่านระบบประชุมทางไกล (Zoom) รายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์ ณ ห้องประชุม ศปก.สภ.เมืองพัทยา
ในการประชุมดังกล่าวมีผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. , พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี , พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา และ พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากการตรวจพบข้อมูลข่าวสารว่ามีกลุ่มวัยรุ่นสัญชาติกัมพูชาในหลายพื้นที่ของ จ.ชลบุรี มีพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎหมาย ก่อความเดือดร้อนรำคาญ และบางส่วนอาจเชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติ ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงสั่งการให้ทุกหน่วยเร่งรัดดำเนินการป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง ภายใต้ “OPERATION BAD GUYS OUT” โดยมอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเป็นหน่วยหลัก บูรณาการกำลังร่วมกับตำรวจภูธร ตำรวจท่องเที่ยว และฝ่ายปกครอง ปูพรมตรวจค้นทั่วราชอาณาจักร
สำหรับพื้นที่เป้าหมาย จ.ชลบุรี ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี (ตม.จว.ชลบุรี) สนธิกำลังตำรวจท่องเที่ยว เข้าปิดล้อมตรวจค้นแคมป์คนงานและแหล่งที่พักแรงงานต่างด้าว 3 จุด ในพื้นที่ อ.บางละมุง และ อ.ศรีราชา ตรวจสอบแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา เมียนมา และลาว รวมกว่า 700 คน พบผู้กระทำความผิดมากกว่า 250 คน อยู่ระหว่างการคัดแยก ตรวจสอบสถานะ และดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา เปิดเผยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้เร่งรัดดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการคัดกรองบุคคลตั้งแต่ด่านตรวจคนเข้าเมือง หากพบมีประวัติอาชญากรรมหรืออยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง จะถูกปฏิเสธการเข้าเมืองทันที ส่วนผู้ที่เข้ามาแล้วจะมีการติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิดในทุกสัญชาติ โดยเฉพาะประเทศกลุ่มเสี่ยงด้านความมั่นคง
ผลการระดมกวาดล้างทั่วประเทศ ณ เวลา 10.59 น. สามารถดำเนินคดีได้รวม 12,833 คดี จับกุมผู้ต้องหา 12,208 ราย แยกตามสัญชาติ ได้แก่ เมียนมา 4,923 ราย , กัมพูชา 506 ราย , ลาว 507 ราย , จีน 2,379 ราย , อินเดีย 2,379 ราย , เวียดนาม 124 ราย , รัสเซีย 235 ราย และสัญชาติอื่น ๆ 3,047 ราย ขณะที่ในช่วงที่ผ่านมาได้มีการปฏิเสธการเข้าเมืองชาวกัมพูชาแล้ว 166 คน
รอง ผบ.ตร. ยังฝากถึงประชาชน หากพบหรือสงสัยว่ามีคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง หรือมีพฤติกรรมเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 หรือแจ้งได้ที่สถานีตำรวจทุกแห่ง ตลอด 24 ชั่วโมง
//////////////////////

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมมูลค่ากว่า 6.9 แสนบาท พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการในพื้นที่ฟรี ณ บริเวณหอประชุมที่ว่าการอำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
.
วานนี้ (วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ พร้อมด้วย นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี (จังหวัดที่ 3 ของทางภาคใต้) จำนวน 28 ครัวเรือน มูลค่าทั้งสิ้น 690,450 บาท (หกแสนเก้าหมื่นสี่ร้อยห้าสิบบาทถ้วน) พร้อมจัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมบรรเทาสาธารณภัย (กู้ชีพ) และอาสาสมัครลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผมชาย-หญิง และกิจกรรมนันทนาการ โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายสงัด พืชพันธุ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี คณะมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานีเป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี พร้อมด้วย อาสาสมัครศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายนพดล ทรงแสง (จิ้ม ชวนชื่น) นายธวัชชัย คชาอนันต์ (แฮ็ค ชวนชื่น)และ นายเกียรติภูมิ บันลือชัยฤทธิ์ (ภูมิ) ร่วมในพิธี ณ บริเวณหอประชุมที่ว่าการอำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
.
โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยได้ดำเนินการไปแล้ว 3 ระยะ โดยกลุ่มเป้าหมายแรก ระยะที่ 1 ดำเนินการในพื้นที่ภาคกลางแล้วจำนวน 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ระยะที่ 2 ได้ดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือแล้วจำนวน 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน ระยะที่ 3 ได้ดำเนินการในพื้นที่จังหวัด ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด รวม 485 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังได้มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนผู้ประสบอุทกภัย ประจำปี พ.ศ.2567 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดเชียงราย อีกจำนวน 57 ครัวเรือน รวมจำนวนครัวเรือนยากจนที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้สร้างอาชีพ สร้างชีวิต ด้วยการมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแล้วทั้งสิ้น 870 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท และในขณะนี้ได้พิจารณาดำเนินการพื้นที่ภาคใต้ รวม 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง นครศรีธรรมราช พังงา พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล กระบี่ ภูเก็ต ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
.
ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
.
ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ http://www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418
.

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

ตม.นครปฐม กวาดล้างต่างด้าวผิดกฏหมาย

“ ผกก.เซล“ พร้อมกำลัง ตม.นครปฐม”เร่งระดมกวาดล้างต่างด้าวผิดกฏหมาย ลุยตรวจค้นแค้มป์คนงาน

รวบผู้ให้ที่พักพิง ฐานความผิดไม่แจ้งที่พักต่างด้าว รวม 139 ราย โทษปรับเอาเงินเข้ารัฐรวม 2 แสนกว่าบาท

เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2568 ผูัสื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ ตามนโยบาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ระหว่างวันที่ 17-25 ธ.ค. 68 นั้น
พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 มีนโยบายสั่งการให้ พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครปฐม ปูพรมจัดระเบียบพื้นที่ทันที โดยมุ่งเป้าบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.คนเข้าเมือง อย่างเข้มข้น เพื่อตัดวงจรอาชญากรรมที่แฝงตัวมากับแรงงานต่างด้าว สามารถจับคุมผู้ให้พักพิงโดยไม่แจ้งสถานที่ให้ทราบซึ่งมีโทษอัตราปรับเ มียอดเงิน เข้ารัฐกว่า 2 แสนบาท

พ.ต.อ.จิรพงศ์ เปิดเปยว่า ตน พร้อมด้วย พ.ต.ท.จิรโชติวัจน์ คล้ายคลึง รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครปฐม พ.ต.ท.มิตรชัย พรมจันทร์ สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครปฐม
ปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.นครปฐม ได้บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ จัดหางาน, แรงงานจังหวัด, กอ รมน และตำรวจพื้นที่ ปูพรมเข้า X-Ray พื้นที่เป้าหมายในเขต ต.สระพัฒนา อ.กำแพงแสน จว.นครปฐม หลังการสืบสวนทราบว่าเป็นจุดที่มีแรงงานต่างด้าวพักอาศัยอยู่หนาแน่น จากการจู่โจมเข้าตรวจสอบห้องพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 9 ต.สระพัฒนา พบพิรุธว่าไม่มีประวัติการแจ้งเข้าพักอาศัยในระบบเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบหนังสือเดินทางและเอกสารประจำตัวของกลุ่มแรงงานสัญชาติเมียนมาอย่างละเอียดผ่านระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง (Biometrics) ผลปรากฏว่า พบต่างด้าวพักอาศัยอยู่จริงถึง 139 ราย โดยที่เจ้าบ้านหรือผู้ดูแลเพิกเฉย ไม่ได้ดำเนินการแจ้งที่พักอาศัยต่อเจ้าหน้าที่ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 38 อย่างชัดเจน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่เจ้าของและผู้ดูแลในฐานความผิด “เป็นเจ้าบ้าน เจ้าของ หรือผู้ครอบครองเคหสถาน รับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัยโดยไม่แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในเวลาที่กำหนด” และดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายแบบเรียงตัว รวม 139 ราย คิดเป็นยอดเงินค่าปรับสูงถึง 222,400 บาท พร้อมทั้งได้กำชับและประชาสัมพันธ์ข้อกฎหมายให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงหน้าที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดช่องโหว่ทางกฎหมายที่กลุ่มมิจฉาชีพอาจใช้เป็นที่กบดาน

พ.ต.อ.จิรพงศ์ ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนว่า “การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการกวาดล้างตามนโยบาย ตร. หากพบคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์น่าสงสัยว่ากระทำผิดกฎหมาย หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของสังคม ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนครปฐมทราบได้ทันที ทางเราพร้อมดำเนินการตรวจสอบและหากพบความผิด จะดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาดในทันที ไม่มีละเว้น”

ตม.ชลบุรี จับแก๊งแอดมินเว็บไซต์ขายสินค้าเถื่อน

ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปชก.ตร., พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปชก.ตร., พล.ต.ท.อุดร ยอมเจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปชก.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปชก.ตร. ได้สั่งการให้ สตม. สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3., พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี, ว่าที่ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดีสำคัญ ดังนี้
สตม.รวบอินเดีย 19 ราย เช่าบ้านหรูตั้งแก๊งแอดมินขายของเถื่อน
ตม.จว.ชลบุรี สืบทราบว่ามีแก๊งแอดมินเว็บไซต์ขายสินค้าผิดกฎหมายอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา โดยมีหัวหน้าแก๊ง สัญชาติอินเดีย ซึ่งพักอาศัยอยู่ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และได้ส่งลูกน้องหรือรองหัวหน้าแก๊ง อายุ 40 ปี มาตั้งแก๊งที่ประเทศไทยโดยได้พาลูกน้องประมาณ 20 คน มาเช่าบ้านหรูในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี

โดยได้ทำเว็บไซต์ขายสินค้าผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.ชลบุรี ได้สืบสวนจนทราบว่าแก๊งคนอินเดียดังกล่าวได้พักอยู่บ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี จึงได้เข้าตรวจค้น ซึ่งจากการตรวจค้นพบคนอินเดียรวม 19 ราย และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการทำงานจำนวนมาก จึงได้ทำการจับกุม
ข้อหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด, เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” จำนวน 9 คน
ข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และเป็นคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวประกอบอาชีพหรือรับจ้างทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” จำนวน 10 คน
นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ จว.ชลบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป