ปทุมธานี ไอเดียเจ๋ง สอนอาชีพเคาะ-แกะทุเรียนให้นักโทษ หวังสร้างรายได้มีอาชีพหลังพ้นโทษ

ปทุมธานี ไอเดียเจ๋ง สอนอาชีพเคาะ-แกะทุเรียนให้นักโทษ หวังสร้างรายได้มีอาชีพหลังพ้นโทษ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านลีน่าฟรุ๊ต ภายในสถานีทุเรียน ตลาดไอยรา ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ได้เปิดโอกาสให้นักโทษชั้นดีจากกรมราชทัณฑ์ เข้ารับการฝึกฝนวิธีการเคาะและแกะทุเรียน เพื่อสร้างทักษะอาชีพสำหรับใช้ประกอบอาชีพ สร้างรายได้หลังพ้นโทษ
นอกจากนี้ บรรยากาศภายในร้านลีน่าฟรุ๊ต ซึ่งเป็นร้านขนาดใหญ่ มีลูกค้ามาซื้อทุเรียนกันเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีทีมงานผู้ชำนาญด้านการคัดเลือกทุเรียน คอยถ่ายทอดความรู้ตั้งแต่ขั้นตอนการสังเกตลักษณะภายนอกของทุเรียน การฟังเสียงจากการเคาะเพื่อประเมินความสุก รวมถึงเทคนิคการผ่าและการแกะทุเรียนให้ได้คุณภาพ และถูกวิธี โดยผู้เข้ารับการเคาะการแกะ ที่เข้าฝึกอบรมต่างให้ความสนใจและตั้งใจเรียนรู้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ต้องขัง ที่เข้าร่วมโครงการรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ตนรู้สึกดีใจที่ได้รับโอกาสจากทางกรมราชทัณฑ์และผู้ประกอบการ ที่เปิดพื้นที่ให้ตนและเพื่อน ๆ นักโทษ ได้เรียนรู้ทักษะอาชีพใหม่ ซึ่งมองว่าเป็นอาชีพที่สามารถนำไปสร้างรายได้จริงหลังพ้นโทษและช่วยให้สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างสุจริต
ด้าน นายเฉลิม เฉลิมวรรณ เจ้าของร้านลีน่าฟรุ๊ต กล่าวเปิดเผยว่า ตนมีแนวคิดในการสร้างอาชีพด้านการเคาะและแกะทุเรียนให้กับผู้ต้องขังที่ใกล้พ้นโทษ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพและสร้างรายได้ หลังกลับคืนสู่สังคม จึงได้ประสานงานกับกรมราชทัณฑ์ เพื่อนำแนวคิดดังกล่าวมาพัฒนาเป็นหลักสูตรฝึกอาชีพให้กับผู้ต้องขัง ทั้งนี้ ทางกรมราชทัณฑ์ จึงได้คัดเลือกนักโทษชั้นดีที่ใกล้พ้นโทษ ออกมาเรียนรู้และฝึกปฏิบัติการเคาะและแกะทุเรียนอย่างถูกวิธี เนื่องจากอาชีพดังกล่าวถือเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะตัวและสามารถสร้างรายได้วันละประมาณ 700-1,500 บาท
นายเฉลิม เฉลิมวรรณ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันอาชีพเคาะและแกะทุเรียน ส่วนใหญ่มักเป็นแรงงานต่างด้าวที่รับจ้างอยู่ตามตลาดค้าผลไม้ โดยเฉพาะในพื้นที่ตลาดไท แต่ในช่วงหลังแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะชาวกัมพูชา ได้ทยอยเดินทางกลับประเทศ ส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานในอาชีพดังกล่าว จึงมองเห็นโอกาสในการสร้างอาชีพให้กับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ เพื่อนำไปต่อยอดสร้างรายได้และมีอาชีพที่มั่นคงในอนาคต อย่างไรก็ตาม จากความต้องการแรงงานด้านการคัดและแกะทุเรียนที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูกาลผลไม้ ทำให้อาชีพดังกล่าวยังเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะผู้ที่มีความชำนาญและประสบการณ์ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ต่อวันค่อนข้างสูง จึงถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นอาชีพใหม่หลังพ้นโทษ
ทางด้าน พ.ต.ต จตุพร อรุณฤกษ์ถวิล ผู้อำนวยการ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษ จังหวัดปทุมธานี ระบุว่า โครงการฝึกอาชีพดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัวผู้ต้องขัง เพื่อให้สามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ ลดโอกาสการกระทำผิดซ้ำและส่งเสริมให้มีรายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน วันนี้ ถ้าผู้ต้องขังเราไม่ได้ฝึกอาชีพอะไรเลย เมื่อพ้นโทษออกไปก็จะกลับมาติดยาเสพติดอีกเหมือนเดิม ดังนั้นต้องขอขอบคุณทางตลาดไอยรา และร้านลีน่าฟรุ๊ต ของคุณเฉลิม ที่ให้โอกาสพวกเขาเหล่านั้นมาฝึกวิชาชีพ ซึ่งวิชาชีพนี้ดูแล้วไม่น่าจะมี แต่ในเมื่อยังขาดแรงงาน โดยเฉพาะเป็นแรงงานที่เป็นแรงงานต่างด้าวที่มาทำอาชีพนี้ โดยผู้ต้องขังนั้นก็สามารถที่จะมาทำอาชีพตรงนี้ได้เพราะมีรายได้ 700 จนถึง 1,000 บาทยิ่งถ้าทำมากก็จะได้มากขึ้น จึงถือว่าเมื่อพ้นโทษออกมายังมีโอกาสที่จะมาเป็นพ่อค้าทุเรียนที่สร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ หลังจากที่เขาพ้นโทษออกมาแล้วมาสร้างอาชีพให้กับตัวเอง

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม รายงาน

“เสี่ยโบ้ท”ขอบคุณแฟนมวยชมศึกวันกรรชัย

“เสี่ยโบ้ท”โปรโมเตอร์ศึกเพชรยินดี
กล้าวภายหลัง บุญมี เอาชนะน็อกยกแรก สไนล์ จบลงเร็วเกินคาดแบบทางสไนล์คาใจว่าฝ่ายบุญมีทำฟาวล์ขัดขา ศึกวันกรรชัย จะจัดได้ไม่ได้อยู่ที่แฟนมวยทุกคน

กราบขอบคุณแฟนมวยชมศึกวันกรรชัย
อยากขอบพระคุณแฟนมวยทุกท่านที่เข้ามาติดตามและให้ความสนใจกับศึกวันกรรชัย

ด้วยเจตนาของเรา อยากให้ไฟต์นี้จบลงด้วยมิตรภาพและเรื่องราวดีๆ แต่แน่นอนว่าผลการแข่งขันอาจทำให้หลายท่านยังรู้สึกค้างคาใจ

สำหรับตัวผมเอง หากเสียงของแฟนมวยเรียกร้อง
เพชรยินดีพร้อมจัดให้ทั้งคู่ล้างตากันอีกครั้ง
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องอยู่ที่ความสมัครใจของน้องทั้งคู่

และสุดท้าย ขอขอบพระคุณพี่หนุ่ม ที่เสียสละเวลาและนึกถึงผมเสมอ เป็นเกียรติอย่างมากครับ 🙏🏼 @kanchai

ผบก.ภ.สุพรรณบุรี ตรวจเยี่ยม สภ.สองพี่น้อง

วันนี้ (19 พ.ค.69) เวลา 13.00 น.

พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี
พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย อินทรปรีชา , พ.ต.อ.พีระ อัศวะพิบูลย์ผล รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี และ พ.ต.อ.ธนเดช ตันติอาภา รอง ผบก.ประจำ ภ.7 ช่วยราชการ ภ.จว.สุพรรณบุรี
เดินทางไปตรวจเยี่ยม สภ.สองพี่น้อง โดยมี พ.ต.อ.วรภพ จำปาเงิน ผกก.สภ.สองพี่น้อง พร้อมด้วย นายประจวบ ทรัพย์ประเสริฐ ประธานกต.ตร.สภ.สองพี่น้อง และข้าราชการตำรวจ สภ.สองพี่น้อง ให้การต้อนรับ
โดยได้นำสิ่งของบำรุงขวัญกำลังใจซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทโลหะกิจรุ่งเจริญทรัพย์ จำกัด (ปลากระป๋อง ปลาซาร์ดีน ในซอสมะเขือเทศ ตราซูเปอร์ซีเชฟ) จำนวน 1,900 กระป๋อง มอบให้แก่ข้าราชการตำรวจและครอบครัว เพื่อลดภาระในการครองชีพ
พร้อมทั้ง ได้มอบปลากระป๋องฯ จำนวน 1,000 กระป๋อง ให้กับโครงการ “ห้องปันสุข” สภ.สองพี่น้อง เพื่อนำไปมอบให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ต่อไป
ทั้งนี้ ได้ตรวจสอบความพร้อมในการให้บริการ และอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน และกำชับการปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาโดยเคร่งครัด
ณ สภ.สองพี่น้อง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่ภาคเหนือ อีสาน และกลาง แจกจ่ายน้ำดื่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดทีมสาธารณภัย-หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ลุยบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยธรรมชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 ลงพื้นที่ภาคเหนือ อีสาน และกลาง แจกจ่ายน้ำดื่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค คิดเป็นมูลค่ากว่า 13.7 ล้านบาท เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
.
ระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล รักษาการผู้จัดการฝ่ายสาธารณภัย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย แผนกบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่มอบน้ำดื่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมัน น้ำปลา ปลากระป๋อง และขนม บรรจุถุงผ้ามูลนิธิฯ เพื่อบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยธรรมชาติ รวม 30 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน และ ภาคกลาง ประกอบด้วย จังหวัดลพบุรี เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม นครราชสีมา อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด ราชบุรี และกาญจนบุรี รวมจำนวนกว่า 25,000 ชุด คิดเป็นมูลค่ากว่า 13.7 ล้านบาท โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นประธานในพิธี พร้อมทั้งสมาคม/มูลนิธิแต่ละจังหวัด เป็นผู้ประสานงานและร่วมให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร ออกหน่วยให้บริการประชาชนฟรีในหลากหลายพื้นที่ ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน กิจกรรมนันทนาการ ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผม ฯลฯ โดยมีประชาชนให้ความสนใจและเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก
.
ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
.
ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ http://www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418
.

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

เปิดการฝึกอบรมโครงการ ปทุมธานีเข้มแข็งยั่งยืน

วันนี้ (18 พ.ค. 2569) เวลา 09.30 น. พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมโครงการ “ปทุมธานีเข้มแข็งยั่งยืน“ และโครงการสร้างเครื่อข่ายการมีส่วนร่วมปัองกันอาชญากรรม (ระยะที่2) “ปทุมเข้มแข็ง ชุมชนปลอดภัย ประชาอุ่นใจ ใกล้ชิดตำรวจ“

โดยมี พ.ต.อ.ทศพร ปทุมมา รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี เข้าร่วมพิธี และมีผู้เข้าร่วมอบรมรวม 70 คน ณ ห้องประชุม สภ.เมืองปทุมธานี อ.เมืองปทุมธานี จว.ปทุมธานี

ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล

🚩ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
📆 14 พฤษภาคม 2569
👮🏼‍♀️ตามนโยบายของ พลตำรวจตรี
สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
🚨ได้สั่งการให้สถานีตำรวจในสังกัดทั้ง 26 สถานี ดำเนินการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาลและสถานพยาบาลทุกประเภทในพื้นที่รับผิดชอบ
📚การซักซ้อมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล อุปกรณ์ ยุทธวิธี และบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถเข้าระงับเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทันท่วงที อันเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของบุคลากรทางการแพทย์ ประชาชน และผู้เข้ารับบริการ ตามแนวทางปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

“อนันต์ นิลมานนท์” นั่งนายกสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยฯ คนใหม่

“อนันต์ นิลมานนท์” นั่งนายกสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยฯ คนใหม่ สมาชิก “สนท.” ไว้วางใจเลือกไร้คู่แข่ง พร้อมคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ เดินหน้าพัฒนาองค์กรต่อเนื่อง

สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 พร้อมเลือกตั้งนายกสมาคมและคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ อาคารสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เลขที่ 299 ถนนราชสีมา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

ในการประชุมครั้งนี้ นายนคร วีรประวัติ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมแถลงผลการดำเนินกิจกรรมของสมาคมในรอบปีที่ผ่านมา ก่อนเข้าสู่วาระสำคัญในการเลือกตั้งนายกสมาคมและคณะกรรมการบริหารชุดใหม่

ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า นายอนันต์ นิลมานนท์ ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกสมาคมให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยไม่มีผู้สมัครแข่งขัน และจะดำรงตำแหน่งวาระ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2569–2571

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคม จำนวน 12 ท่าน ประกอบด้วย คุณภากร ยังแจ่ม, คุณสุพัตรา สมถวนิช, คุณพิพัฒน์ นวสวัสดิ์, คุณนำชัยชนะ ดีวิ, คุณภักดี วีระรัตน์, คุณปิยสุดา จันทรสุข, ดร.ปัณฑิพาณ์ ธาราภิบาล, คุณบุญเลิศ พุทธเจริญ, คุณวิรัชวิชญ์ ศรีสวัสดิ์, คุณธีรพัชร์ สามัคคีธรรม, คุณกรทอง ชาญณรงค์ และ อ.วันชัย สุพรรณ

นายอนันต์ กล่าวขอบคุณสมาชิกสมาคมฯ ที่ให้ความไว้วางใจตนเองและคณะกรรมการบริหารชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่บริหารองค์กร พร้อมระบุว่า จะมีการแต่งตั้งกรรมการเพิ่มเติมอีก 6 ท่าน เพื่อให้คณะกรรมการบริหารชุดใหม่มีความครบถ้วนตามข้อบังคับ รวมทั้งสิ้น 19 ท่าน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนและพัฒนางานของสมาคมต่อไป

ทั้งนี้ นายอนันต์ ยังกล่าวถึงแนวทางการบริหารงานว่า จะสานต่อนโยบายและเจตนารมณ์ของอดีตนายกสมาคมและคณะกรรมการชุดที่ผ่านมา ที่ได้ร่วมกันพัฒนาและปรับปรุงองค์กรสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้มีความเข้มแข็ง มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และกลับมามีภาพลักษณ์ที่สง่างามดังเช่นในอดีตที่ผ่านมา อีกทั้งจะเดินหน้าส่งเสริมบทบาทขององค์กรสื่อมวลชนให้มีความเข้มแข็งและเป็นศูนย์กลางความร่วมมือของวิชาชีพสื่อสารมวลชนต่อไปในอนาคต./

สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์(สนท.85ปี)

อันเนื่องมาจาก

คนที่แต่งหนังสือเรื่องเล่าในวัง มล.เนื่อง นิลรัตน์ เป็นคนที่ชอบพูดคุยและเล่าเรื่องสนุก และทั้งในวัง และชีวิตนอกวัง ท่านเรียน วังสวนสุนันทา เกิดในวัง ของกรมหลวงพรหมวรานุรักษ บิดาเป็นหลานเสด็จในกรม ราชวงศ์อั้น นิลรัตน์ เมื่อก่อนสวนสุนันทาในสมัยร.5สร้างบ้านในวัง30กว่าหลัง มีอุทยาน สวนพรรณไม้ ร่มรื่น สวยสดมาก นี่ก็เป็นประวัติ ผู้จัดทำมีแรงบันดาลใจ ให้สร้างละคร ด้วย

จิรันธนิน รายงาน

จิตอาสา แบกทรายหินสร้างพระประธาน

บรรยากาศเส้นทาง ที่จิตอาสา แบกทรายแบกหินจากศาลายอดเขา ไปอีกยอดเขาที่สร้างพระประธาน วัดเขายายกะตา ตำบล ลำนารายณ์ อำเภอชัยบาดาล ลพบุรี

กทม. พานักบริหารมหานคร รุ่น 14 ดูการบริหารเมืองด้วยข้อมูลของจริง

(15 พ.ค. 69) รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นวิทยากรบรรยายให้หัวข้อ “การบริหารจัดการกรุงเทพมหานคร” ในโครงการศึกษาอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการพัฒนามหานคร (มหานคร รุ่น 14) ณ ห้องบางกอก ชั้น B2 อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง

การบรรยายในครั้งนี้ รองผู้ว่าฯ ทวิดา ได้ฉายภาพการวางยุทธศาสตร์และการพัฒนาเมือง โดยเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของ “ข้อมูล ยุทธศาสตร์ และนวัตกรรม” พร้อมระบุว่า การทำยุทธศาสตร์จำเป็นต้องบริหารด้วยข้อมูล (Data-Driven) ควบคู่กับการตั้งคำถาม เพราะที่ผ่านมาคนทำยุทธศาสตร์มักพยายามตอบคำถามเดิมให้ถูกต้องขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งผลลัพธ์จะได้เพียงแค่การพัฒนา แต่จะไม่มีวันเกิดนวัตกรรม

“จุดแข็งของผู้นำเมือง ถ้าจะพูดถึงเรื่องยุทธศาสตร์กับการใช้ข้อมูล ตนคิดว่าคือการมองให้เห็นว่าปืนนัดเดียวยิงนกได้ทั้งรัง หรือปืนอันไหนตั้งใจยิงนกตัวไหนแต่พลาดไปโดนตัวอื่น คนที่เป็นนักยุทธศาสตร์ต้องไม่ทำงานแบบแยกส่วน (Silo) แต่ต้องเห็นความเชื่อมโยงทุกอย่างได้ แล้วตอบได้ว่าสิ่งที่หน่วยงานกำลังทำอยู่ ผลที่ได้จะกระทบไปอีกหน่วยงานหนึ่งอย่างไร หากกระทบแต่แก้ไขทันยังเรียกว่าง่าย หากผลกระทบที่เกิดขึ้นถูกดีไซน์ให้ลดผลกระทบนั้นได้เลยโดยไม่เกิดขึ้น นั่นเรียกว่าเก่ง สุดท้ายคือแก้ได้แม้กระทั่งผลกระทบเชิงลบให้กลายเป็นบวก ถือวิกฤตเป็นโอกาสให้กับอีกยุทธศาสตร์หนึ่ง นั้นถือว่าคุณสุดยอด เพราะฉะนั้นในการทำยุทธศาสตร์จำเป็นต้องใช้ระบบข้อมูลเหล่านี้” รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าว